เช้าวันต่อมาหลังจากค่ำคืนแห่งความอบอุ่นผ่านพ้นไป ก็กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงทุกคนต่างช่วยกันขนผักใส่ตระกร้านำไปขึ้นรถม้าเพื่อเตรีนมขายขาย ส่วนที่ผักมี่ทางเหลาต่างๆสั่งนั้น ทางเหลาแต่ละแห่งนั้นพวกเธอได้ตกลงว่าให้ทางเหลานำรถม้ามารับพวกผักที่นี่เอง จึงได้ทำการขนขึ้นรถม้ากลับไปตั้งแต่ยามอิ๋น [03:00-04:59น.] แล้ว
เมื่อถึงยามเฉิน[07:00-08:59น.] ก็เสร็จสิ้นงานทุกอย่างเรียบร้อย แล้วช่วงนี้เธอก็ว่างเป็นอย่างมากเธอเลยได้แต่ใช้ชีวิตอยู่แต่ภายในรั้วบ้านเล่นกับซาลาเปาน้อยของเธอ โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้สามีที่เธอไม่ต้องการได้กลับมาแล้ว
ทางด้านบ้านจาง
“ ฮุ่ยหมิ่นเจ้ากลับมาแล้วหรือ ” นางจางเอ่ยถามลูกชายคนเล็กด้วยความคิดถึง
“ ขอรับท่านแม่ พอดีข้าได้วันลาพักผ่อน3สัปดาห์ขอรับ ” ฮุ่ยหมิ่นเอ่ยตอบผู้เป็นแม่อย่างนอบน้อม เขาเป็นคนที่กตัญญูต่อพ่อกับแม่มากไม่ว่าที่ผ่านมาภรรยาจะโดนด่าทอทุบตีมากแค่ไหนก็ไม่ปริปากพูดสักคำ แต่ในทางกลับกันเยว่อิงกับมองว่าจางฮุ่ยหมิ่นคือผู้ที่เห็นแก่ตัวรักแต่ตัวเองไม่คิดปกป้องภรรยาแม้แต่น้อยทั้งที่บอกว่ารัก
“ โอ้ ดีดีดี ” โจวข่ายสามีนางจางหรือก็คือพ่อของฮุ่ยหมิ่นเอ่ยพูดออกมาด้วยความยินดี
“ แล้วภรรยาของข้าเล่าขอรับท่านพ่อท่านแม่ ” ฮุ่ยหมิ่นกวาดตามองหาภรรยา
“ หึ นังตัวไร้ประโยนช์น่ะรึป่านนี้ไม่ใช้ชีวิตเสวยสุขบนกองเงินกองทองกับผัวใหม่ของนางแล้วรึ” นางจางยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
“ อะไรนะขอรับ เกิดอะไรขึ้น ” ฮุ่ยหมิ่นถามออกมาอย่างตกใจ
“ ก็นางมันเห็นแก่ตัวไม่คิดกตัญญูต่อข้ากับตาแก่ ข้าจึงยื่นใบหย่าแทนเจ้าเสีย ลูกคงไม่ถือโทษโกรธแม่กระมัง” นางจางพูดออกมาอย่างไม่รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย
“ แต่นี่… ”
ฮุ่ยหมิ่นได้แต่อ้ำอึ้งไม่สามารถหาคำพูดออกมาได้ เพราะอีกใจหนึ่งก็ยินดีที่ไม่ต้องพูดเรื่องหย่าร้างด้วยตัวเอง แต่อีกใจก็ไม่อาจยอมรับว่าที่ท่านแม่พูดว่านางมีผัวใหม่แถมยังมีชีวิตที่ดีนั้นจะจริง จึงได้แต่คิดว่าค่อยหาโอกาสไปดูด้วยตาตัวเอง
“ แม่คงทำให้เจ้าโกรธแล้วกระมัง ” นางจางแสร้งตีหน้าเศร้า
“ ไม่ขอรับ ข้าไม่ถือโทษโกรธท่านพ่อท่านแม่เลยขอรับ หย่าร้างเช่นนี้ก็ดีแล้ว ” ฮุ่ยหมิ่นพูดอย่างเฉยเมยไม่ได้ยินดียินดีร้ายกับเรื่องที่ได้รับรู้ ราวกับเรื่องที่เขารับรู้มานั้นไม่ใช่เรื่องของตัวเอง
“ เช่นนั้นก็ดีแล้ว ” โจวข่ายพูดตอบ
“ ลูกเพิ่งกลับมา เข้าไปพักผ่อนก่อนเถิด ” แต่ยังไม่ทันทีเข้าห้องก็เห็นเกวียนหรูหราเข้าไปยังท้ายหมู่บ้าน
“ นั่นเกวียนใครหรือขอรับ รถม้าหรูหราดูเหมือนเป็นพวกร่ำรวยเงินทองแต่ไม่น่ามาอยู่ยังท้ายหมู่บ้านได้ ” ฮุ่ยหมิ่นกล่าวถามด้วยความสงสัย
“ จะของใครเสียอีกเล่า ก็ของเมียเก่าเจ้าไงเล่า นางไอเจอสมุนหายากขายได้เงินมากมายแถมตอนนี้นางยังสามารถปลูกผักขายจนร่ำรวยอีกด้วย ” นางจางพูดอย่างริษยาได้แต่คิดว่าทั้งที่ไล่นางออกไปแท้ๆเหตุใดชีวิตของเยว่อิงถึงได้มีแต่เรื่องดีๆกัน
“ เป็นเช่นนั้นหรือขอรับ ” ฮุ่ยหมิ่นมีสายตาแวววับภายในตากลิ้งกลอกด้วยความโลภ แต่ยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรต่อเสียงพี่ชายก็ดังขึ้น
“ น้องเล็กกลับมาแล้วหรือ ” ต้าเกินพี่ใหญ่กล่าวถามด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ ขอรับ ข้ากลับมาแล้ว ” ฮุ่ยหมิ่ยเอ่ยตอบพี่ชายด้วยน้ำเสียงปกติ
“ อืม” จางต้าเกินพยักหน้ารับน้องชาย
“ แล้วนี่เจ้าไปทำอันใดมา เหตุใดถึงได้มีสีหน้าหงุดหงิดเช่นนั้นเล่า ” นางจางกล่าวถามบุตรชายคนโต เพราะสังเกตเห็นสภาพของลูกชายตั้งแต่แรกที่เดินเข้าบ้านมาแล้ว
“ หึ จะเรื่องอะไรล่ะท่านแม่ ถ้าไม่ใช่เรื่องของไอ้ผัวใหม่ของนังเยว่อิงน่ะสิ ” ยิ่งคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาเมื่อครู่จางต้าเกินก็ยิ่งหงุดหงิด
“ ทำไมรึ พวกมันกล้าทำอันใดเจ้า ” นางจางกล่างถามด้วยสีหน้าร้อนรน
“ ข้าแค่จะขออาศัยเกวียนพวกมันกลับมาด้วย แต่พอพวกมันรู้ว่าข้าเป็นใครก็ถีบข้าตกรถม้าทันที… ท่านแม่ท่านต้องจัดการให้ข้านะขอรับ ”
“ ได้! เช่นนั้นก็ไปบุกบ้านนังตัวไร้ประโยชน์กัน พวกมันช่างกล้านักมาทำร้ายบุตรชายของข้า ”
แต่ยังไม่ทันทีพวกเขาทั้งหมดจะไปก็มีเสียงสะใภ้ใหญ่ดังออกมาเสียก่อน
“ อ้าว พวกท่านจะพากันไปไหนหรือเจ้าคะ ว๊าย! แล้วเหตุใดท่านพี่ถึงได้เนื้อตัวมอมแมมแบบนี้เจ้าคะ ใครกล้าทำท่านพี่แบบนี้” สะใภ้ใหญ่กล่าวถามออกมาอย่างเป็นห่วงสามี
“ จะใครเสียอีกเล่าถ้าไม่ใช่ไอ้พวกตัวไร้ประโยชน์ พวกมันช่างกล้านัก ” นางจางกล่าวออกมาพร้อมกับมีท่าทางฉุนเฉียว
“ นี่พวกมันกล้าถึงขั้นทำร้ายท่านพี่ขนาดนี้เลยหรือเจ้าค่ะ ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ ข้าจะไปจัดการพวกมัน ”
ทันทีที่สะใภ้ใหญ่พูดจบทุกคนก็เห็นด้วย
หลังจากนั้นพวกคนบ้านจางก็พากันยกไปยังบ้านของเยว่อิงทันที รวมถึงจางฮุ่ยหมิ่นด้วย
ปัง ปัง ปัง!
“ นังตัวไร้ประโยชน์ออกมาเดี๋ยวนี้นะ วันนี้ข้าจะตีพวกแกให้ตาย ” นางจางทุบประตูจนเจ็บมือนางก็หาได้สนใจไม่ ทำเพียงทุบประตูแล้วก็ตะโกนวายวายต่อ
ปัง ปัง ปัง!
“ ข้าบอกให้ออกมาไง มัวแต่มุดหัวอยู่ในรู ให้มันเก่งเหมือนตอนที่กล้ามาทำร้ายบุตรชายของข้าเสียหน่อย ”
ภายในบ้านเยว่อิง
“ เกิดอะไรขึ้น ทำไมคนพวกนั้นถึงกล้ามาหาเรื่องพวกเราที่บ้านได้ ” เยว่อิงกล่าวถามด้วยสีหน้าสงสัย
“เอ่อ… คือว่า ข้าถีบบุตรชายคนโตของพวกเขาตกรถม้าขอรับ ” เฟยหลงเอ่ยตอบเธออย่างอ้อมแอ้ม คล้ายระอายใจที่ก่อเรื่องมาให้เธอเสียได้
“ ห๋า! เรื่องมันเป็นอย่างไรเจ้าเล่ามาให้ข้าฟัง ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าไม่มีนิสัยทำร้ายผู้ใดก่อนอยู่แล้ว ”
“ หลังจากกลับมาจากขายผักที่เมืองข้าก็บังคับรถม้าผ่านบุตรชายคนโตของนางจางพอดี พอเจ้านั่นเห็นก็วิ่งตามรถมาพร้อมกับปีนขึ้นมารถม้า ข้าก็เลยหยุดรถม้าแล้วถีบเขาลงจากรถม้าขอรับ เจ้านั่นก็เลยจะโกนด่าทอข้าตามหลังมาแต่ข้าไม่ได่สนใจรีบบังคับรถม้ากลับบ้ายทันที ข้าไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาให้กับนายหญิงภายหลังแบบนี้
“ เอาล่ะ เจ้าไม่ต้องคิดมาก พวกเรารีบออกไปกันเถอะ ”
เยว่อิงพูดจบเธอกับทั้งสามคนก็รีบเดินออกจากตัวบ้านออกมาเปิดประตู แต่เพียงแค่แปปเดียวก็ทำให้คนบ้านจางทั้งหมดเห็นเข้าไปในรั้วได้ ซึ่งภายในข้างในรั้วนี้ช่างสวยงามเหมือนกับภาพวาดโดยแท้ พวกเขาไม่อาจหักห้ามใจไปกับความโลภได้
“ พวกท่านมาที่นี่ด้วยเรื่องอันใดกันเจ้าคะ ” เยว่อิงแสร้งเอ่ยถามพร้อมกับกวาดตาไปทั่ว จนกระทั่งสายตาไปหยุดกับคนๆหนึ่งซึ่งก็คือสามีเก่าของเจ้าของร่างนี้ ซึ่งเธอก็สงสัยว่าเขากลับมาแล้วเหรอ แต่ก็ไม่ได้กล่าวถามออกไปพร้อมกับเบือนสายตาออก
“ บุตรชายของข้าโดนคนของเจ้าทำร้าย เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร ” นางจางกล่าวถามด้วยความเอาเรื่อง
“ แต่จากที่ข้าได้ฟังจากคนของข้า เป็นบุตรชายของท่านไม่ใช่หรือที่วิ่งตามรถม้าแล้วก็กระโดดปีนขึ้นรถม้าของข้า หรือท่านจะบอกว่าไม่ใช่? ”
“ เอ่อ… คือ … ” จางต้าเกินได้แต่อ้ำอึ้งอึกอักเพราะทั้งหมดที่นังเยว่อิงพูดนั้นเป็นเรื่องจริง แต่นางจางก็ไม่อาจยอมรับความจริงได้
“ ข้าไม่สน ในเมื่อคนของเจ้าทำร้ายบุตรชายข้าเจ้าต้องรับผิดชอบ ”
“ หือ เหตุใดข้าต้องรับผิดชอบด้วยเล่า ” เยว่อิงตอบกลับด้วยท่าทียียวน จนนางจางได้แต่ทำหน้าประเดี๋ยวดำประเดี๋ยวแดง
แต่ก็มีสายตาคู่หนึ่งมองนางด้วยความแปลกใจทั้งในใจมีแต่ความโลภอยากจะกลับเข้ามาหานางเพื่อที่จะได้ครอบครองที่ดินที่ภายในรั้วมีทัศนียภาพย์สวยงามดั่งภาพวาดดูร่มรื่นน่าอยู่ มีบ้านหลังใหญ่โต เยว่อิงก็สามารถรับรู้ถึงสายตาคู่นี้แต่เยว่อิงก็ไม่ได้ให้ค่ากับมันนัก
“ พวกเจ้าอย่ามาพร่ามให้มันมากนัก เจ้ามันก็แค่หม้ายที่ไร้ประโยชน์กล้าดีอย่างไรถึงกล้ามาทำสามีข้าแบบนี้” สะใภ้ใหญ่โวยวายอย่างสิ้นสติ
“ ข้าหรือเจ้ากันแน่ที่ไร้ประโยชน์ ตอนนี้ข้ามีทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการกินอิ่มหรือนอนอุ่น แล้วเจ้าเล่ามีอะไรบ้าง ”
เยว่อิงทนกับคำพูดของคนพวกนี้มาเยอะ จนไม่อาจจะรับไหว
เมื่อคนบ้านจางเห็นสะใภ้ใหญ่ไม่สามารถโต้ตอบเยว่อิงก็เลยทำท่าจะพูดขึ้น แต่ก็มีคนพูดขึ้นมาเสียก่อน
“ เยว่เอ๋อร์ ” จางฮุ่ยหมิ่นพยายามพูดดีกับเยว่อิง
แต่ก็พบกับความเงียบ เยว่อิงไม่ได้ตอบสิ่งใด
“ เยว่เอ๋อร์ เจ้าโกรธพี่หรือเรื่องที่ท่านแม่ทำการหย่าร้างกับเจ้าแทนพี่ พี่ไม่รู้เรื่องจริงๆ หากเจ้าเสียใจถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับมาคบกันเช่นเดิมดีหรือไม่ ”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดทั้งหมดของสามีเก่าเยว่อิงก็แทบจะอาเจียนออกมาเพราะความตอแหลแต่ทำได้เพียงกลั้นไว้
“ ท่านเห็นว่าข้าดูเสียใจหรือ ตอนนี้ชีวิตของข้าดีกว่าตอนมีท่านเป็นไหนๆเหตุใดข้าจะต้องการให้ท่านกลับมาด้วยเล่า ”
“ เยว่เอ๋อร์ แต่พี่… ”
ยังไม่ทันทีจางฮุ่ยหมิ่นจะพูดจบ เยว่อิงก็รีบเอ่ยตัดบท
“ ท่านพอเถอะเจ้าค่ะ พวกเราตัดขาดหย่าร้างกันไปนานแล้วข้าไม่สนว่าท่านจะรู้เรื่องหรือไม่แต่ในเมื่อท่านพ่อท่านแม่ก็เห็นดีด้วยแล้วข้าก็คิดว่าตอนนี้พวกเราไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกันอีก ส่วนเรื่องบุตรชายคนโตของท่านหากพวกท่านยังไม่กลับไปข้าจะให้คนไปตามหัวหน้ามาที่นี่จริงๆคราวนี้จะได้รู้กันไปเลยว่าใครกันแน่ที่ผิด ในสัญญาตัดขาดก็ระบุไว้ชัดเจนว่าฝ่ายไหนมาวุ่นวายกับฝ่ายไหนก่อนจะต้องเสียเงิน 2,000 ตำลึงทอง พวกท่านต้องให้ข้าพูดเรื่องนี้อีกกี่รอบ ”
เยว่อิงพูดออกมายาวเหยียดไม่คิดผ่อนลมหายใจ