เทศกาลชมบุปผา

861 Words
ดอกไม้งามบานสะพรั่งเต็มสวนช่างเหมาะกับเทศกาลชมบุปผายิ่งนัก บัณฑิตหนุ่มรูปงามร่างสูงโปร่งพินิจมองดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ โดยมิทราบว่าตนเองเป็นเป้าสายตาของบุปผางามเช่นกัน “อาเหลียง เจ้ามองอันใด” ป้าสะใภ้เอ่ยถาม เสียงของป้าสะใภ้ดึงขงเบ้งออกจากภวังค์ “ชมดอกไม้ขอรับ สวนแห่งนี้มีแต่บุปผางดงามทั้งนั้น” “เฮ้อ...” ป้าสะใภ้ถอนหายใจด้วยความหนักใจ “เจ้าควรชมบุปผาอื่นที่กำลังร่ายรำอยู่บ้าง” “ขอรับ” ขงเบ้งหันกลับมามองเหล่าบุปผางามแต่งกายด้วยผ้าไหมราคาสูงหลากหลายสีสัน ดรุณีทั้งหลายประโคมเครื่องประดับกันอย่างครบครัน อวดโฉมสะพรั่งดั่งบุปผาแรกแย้ม เย้ายวนหมู่ผึ้งภมรเลือกสรรตนเอง บัณฑิตหนุ่มเพิ่งสังเกตว่าจุดสนใจของเหล่าบุปผาแรกแย้มอยู่ที่เขา เหล่าดรุณีที่ยังมิได้ออกเรือนลอบมองชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาท่วงท่าสง่างามคลับคล้ายเทพเซียน อีกทั้งเรือนกายสูงกว่าบุรุษทั่วไป แม้แต่หมู่ผึ้งสายบู๊ยังอดอิจฉาส่วนสูง 184 เซนติเมตรของบัณฑิตผู้ถือพัดขนนกมิได้ เหล่าบุปผาโอ้อวดความสามารถด้วยดนตรีและกาพย์กลอน เหล่าภมรอวดโอ่ด้วยสติปัญญา บิดามารดาที่มองหาชายหนุ่มสำหรับบุตรีวัยออกเรือนของตน จะเข้ามาเจรจาถามไถ่ประหนึ่งพูดคุยสังสรรค์ หากความจริงนั้นลอบสังเกตลองภูมิว่าชายหนุ่มมีปัญญามากน้อยเพียงใด ขงเบ้งถูกจับตามองเป็นพิเศษ บิดามารดาของเหล่าบุปผาย่อมอยากทราบว่าบัณฑิตรูปงามมีภูมิรู้หยั่งลึกเพียงไร หากเหล่าภมรด้วยกันกลับคาดหวังให้บัณฑิตหนุ่มมีดีแค่หน้าตา เฝ้าภาวนาให้ขงเบ้งเจรจาพลั้งพลาด ซึ่งต่างผิดหวังไปตามกัน เนื่องจากบัณฑิตรูปงามผู้นี้สติปัญญาเด่นล้ำเกินหน้าตาไปมากโข ภรรยาของหวงเฉิงเยี่ยนไม่พลาดงานนี้เช่นกัน นางเฝ้ามองบัณฑิตรูปงามโต้ตอบฉาดฉานกับผู้คน เมื่อนางเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ขงเบ้ง ผู้คนหลีกทางให้นาง ชัวฮูหยินนอกจากเป็นภริยาของหวงเฉิงเยี่ยนเศรษฐีมั่งมี นางยังเป็นพี่สาวของภรรยาเล่าเปียวผู้เป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋วด้วย ผู้คนจึงยำเกรงนางอยู่สามส่วน ชัวฮูหยินมองขงเบ้งอย่างพินิจตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า โหวงเฮ้งดีเยี่ยม ท่วงท่างดงามโดดเด่น วาจาคมคาย น้ำเสียงกังวานหากนุ่มนวล สติปัญญาเหนือล้ำ วัยกำลังพอเหมาะจะมีภรรยา ช่างสมบูรณ์แบบยิ่งนัก บ้านของนางมีบุตรีหลายคนยังมิได้ออกเรือน จะขอเอ่ยปากทาบทามว่าที่บุตรเขยสักหน่อยเป็นไร “เจ้าเป็นกำพร้าไร้บิดามารดาใช่หรือไม่” ขุนนางระดับกลางผู้หนึ่ง ซึ่งมีลูกชายเป็นบัณฑิตวัยเดียวกับขงเบ้งเอ่ยแทรกเสียงดัง ป้าสะใภ้หันขวับไปจ้องขุนนางผู้นั้นอย่างกินเลือดกินเนื้อ ไร้มารยาท บุตรชายเจ้าสู้ขงเบ้งมิได้ จึงกล่าววาจาสามหาวเยี่ยงนี้รึ ผู้คนเริ่มซุบซิบกัน ยุคสมัยนี้หากเข้ารับราชการย่อมต้องมีเส้นสาย การไร้บิดามารดาส่งผลต่อการสนับสนุนบุตรหลานด้านหน้าที่การงานไปส่วนหนึ่ง ความนิยมของขงเบ้งจึงลดไปหลายส่วน ขงเบ้งยิ้มน้อยๆ อย่างอารมณ์ดี มิได้ใส่ใจที่ถูกหักหน้ากลางที่ชุมนุมเทศกาลชมบุปผา “ใช่ขอรับ บิดามารดาของข้าสิ้นไปนานโข พี่ชายพี่สาวก็แต่งงานออกเรือนไปหมดแล้ว ตอนนี้ข้าเหลือเพียงน้องชายวัยสิบสองปีคนเดียว ข้าหวังว่าจะมีสตรีที่สามารถดูแลน้องชายซุกซนของข้าได้ นอกเหนือจากนั้นข้าก็มิหวังสิ่งใด” ขงเบ้งลูบหัวน้องชายอย่างรักใคร่ จูกัดกุ๋นก็ดีใจหาย เฉลียวฉลาดรู้ทันพี่ชายยิ่งนัก แสร้งโอบแขนกอดเอวขงเบ้ง ทำทีออดอ้อนด้วยท่าทางน่ารัก สถานการณ์พลิกกลับทันที นั่นหมายความว่าภรรยาของขงเบ้งต้องรับหน้าที่ปรนนิบัติเพียงสามี ไม่ต้องปรนนิบัติพ่อแม่สามีเหมือนสะใภ้บ้านอื่น บิดามารดาถึงต้องการให้บุตรีตบแต่งกับขุนนางอนาคตไกลเพื่อเส้นสายโยงใยอำนาจและการเงิน หากด้วยความรักต่อบุตรหลานย่อมต้องอยากให้ลูกสาวแต่งงานอย่างมีความสุข ปัญหาพ่อแม่สามีกับลูกสะใภ้เกือบทุกบ้านย่อมเคยประสบ บางบ้านสะใภ้ถูกกดขี่ข่มเหงแทบอยากตายมิเว้นวัน ถ้าได้ขงเบ้งเป็นเขยขวัญ ลูกสาวตนเองจะไม่ต้องผจญกับปัญหาทุกข์ระทมเยี่ยงนี้ ปรนนิบัติสามีสุภาพเรียบร้อยเพียงผู้เดียวย่อมเป็นเรื่องดี น้องชายของขงเบ้งรึก็แสนจะน่ารัก มิได้มีท่าทีซุกซนอย่างพี่ชายกล่าวออกตัว ถ้าแค่เด็กคนเดียวยังดูแลมิได้ จะไปดูแลบุตรที่คลอดออกมาในอนาคตได้อย่างไร กลับกลายเป็นว่าขงเบ้งคือบุรุษหนุ่มเนื้อหอมที่สุดในงานเทศกาลบุปผานี้ ชัวฮูหยินตะลึงมองบัณฑิตรูปงามถือพัดขนนก เจ้าเด็กร้ายกาจนี่ พลิกสถานการณ์จากปมด้อยของตนเป็นปมเด่นได้ในทันใด ช่างฉลาดเหลือร้ายนัก ข้าจะต้องได้ขงเบ้งเป็นลูกเขยให้ได้ ว่าแล้วนางก็ก้าวเท้าสู่สงครามชิงตัวว่าที่บุตรเขยแข่งกับผู้อื่นทันที .........................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD