“Working hard is important, but there’s something that matters even more. Believing in yourself.”
-Harry Potter-
(การฝึกฝนอย่างหนักเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่มีบางอย่างที่สำคัญมากกว่านั่นคือการเชื่อมั่นในตัวเอง)
“ไงพวกมึง”
“ไอ้เจ้าบ่าวมาแล้วเว้ย มาๆ เชิญนั่งก่อนครับ” สิงหันไปมองตามเสียงเรียกก่อนจะร้องบอกกับเพื่อนคนอื่นๆ เสียงดังลั่นโต๊ะ
“มึงนี่นะ”
“ไม่ธรรมดานะไอ้ทิจดทะเบียนสมรสเลยด้วย” ขุนศึกเอ่ยแซวเพื่อนรักของตัวเองที่เอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนหน้าหมั่นไส้ ต่อหน้าแขกคนอื่นเจ้าบ่าวคนนี้เอาแต่วางมาดเข้ม แต่พอได้มาอยู่กับเพื่อนๆ ที่กุมความลับของเขามาเป็น 15 ปี กลับยิ้มออกมาจนแก้มจะแตกอยู่แล้ว
“อย่างนี้มึงก็มีเมียอีกคนไม่ได้สิวะ”
“กูชื่อพันทิวาไม่ได้ชื่อเสือครับ เรื่องเจ้าชู้หรือหญิงเยอะกูสู้มึงไม่ได้อยู่แล้ว” ทิวาตอบเพื่อนกลับไปพร้อมกับมองไปที่ร่างสูงตรงหน้าอย่างกวนๆ
“เออ...ให้มันเจ้าชู้แค่กูคนเดียวนี่แหละ”
“พวกมึงนี่เล่นกันเป็นเด็กๆ ไปได้” ขุนศึกพูดขึ้นพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ อย่างเอือมๆ กับนิสัยของเพื่อนรัก ไม่ว่าจะโตกันแค่ไหนพวกมันก็ยังคงกัดกันเหมือนเดิม
“แล้วทีนี่จะเอายังไงต่อ” สิงเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไป
“ก็เข้าห้องหอสิวะ มึงนี้ก็ถามแปลกๆ นะไอ้สิง”
“หึหึ”
“ต่อไปนี้ชีวิตมึงคงสนุกขึ้นแล้วสินะ มึงรอเขามาตั้งนานในเมื่อเขากลับมาเป็นของมึงแล้ว...อย่างปล่อยให้เธอหลุดมือไปเด็ดขาด” ขุนศึกพูดขึ้นพร้อมกับจ้องไปที่ร่างสูงตรงหน้านิ่งๆ
“หึหึ กูไม่มีทางปล่อยเธอไป”
หลังจากที่ทานอาหารค่ำเรียบร้อยแขกและเพื่อนสนิทของทั้งสองครอบครัวก็แยกย้ายกันกลับ ก่อนที่ทุกคนจะพาเจ้าบ่าวและเจ้าสาวมายังเรือนหอของพวกเขา นั่นก็คือบ้านพักของทิวา เรื่องนี้เป็นความคิดของสุพรรษาและวราลี บ่าวสาวมีหน้าที่ทำตามอย่างว่าง่ายเท่านั้นไม่สามารถขัดคำสั่งของแม่ๆ ทั้งสองคนได้
“คืนนี้ห้ามออกจากห้องหอนะคะคุณลูก” เสียงของวราลีดังขึ้นก่อนที่ประตูไม้บานใหญ่จะปิดลง
15 นาทีผ่านไปจันทร์เจ้าและพันทิวายังคงนอนมองเพดานตรงหน้านิ่งๆ อย่างไม่มีใครพูดอะไรออกมา ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบจนกระทั่ง...
“ทิ.../จันทร์...”
“นายพูดก่อน / เธอพูดก่อน”
“งั้นฉันพูดก่อน...เธอไปอาบน้ำก่อนเลยแล้วค่อยออกมาบอกฉันว่าต้องการอะไร” ร่างสูงเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าเสียงอ่อน
“ก็ได้”
จันทร์เจ้านั่งมองพระจันทร์ดวงกลมโตที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้าเบื้องหน้าของเธอ เนื่องจากบ้านของพันทิวาเป็นบ้านไม้ยกสูงหลังเล็กๆ ชั้นบนมีเพียงห้องนอน ห้องแต่งตัวและห้องน้ำเท่านั้น ส่วนชั้นล่างมีห้องครัวขนาดเล็กไว้สำหรับทำอาหารง่ายๆ
บ้านหลังนี้มีหน้าต่างที่เป็นกระจกใสอยู่รอบบ้านทำให้ดูโปร่งโล่งสบาย ยิ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาที่ด้านหลังมีลำธารเล็กๆ ไหลผ่านด้วยแล้วยิ่งทำให้ที่นี่อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี
สำหรับจันทร์เจ้าแล้วที่นี่ถือว่าดีมากๆ เลยล่ะ โดยเฉพาะที่นี่อยู่ใกล้กับบ้านของยายเดือนเดินไปไม่ไกลก็ถึงแล้ว อย่างน้อยอยู่ที่นี่เธอก็ยังได้ดูแลแม่และยายของเธอได้สะดวก
“มีอะไรจะคุยกับฉันก็ว่ามาเธอจะได้นอน”
“ไอ้บ้าทิ!...” จันทร์เจ้าหันกลับไปมองร่างสูงที่พึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ก่อนที่ดวงตากลมจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือบางหยิบหมอนที่อยู่ใกล้ปาใส่ร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ไกลก่อนที่เธอจะหันหน้าหนีไปอีกทาง
“ทำไมไม่รู้จักแต่งตัวให้มันดีๆ ก่อนออกมาจากห้องน้ำ”
“นี่ฉันก็แต่งดีแล้วนะ”
“ดีบ้าดีบออะไรของนาย”
“ปกติฉันไม่ใส่อะไรเลย” ร่างสูงตอบกลับร่างบางตรงหน้าออกไปพร้อมกับยกยิ้มขึ้นมาอย่างชอบใจที่แกล้งเธอได้สำเร็จ
“ตอนนี้ฉันอยู่ด้วยนายต้องใส่ เข้าใจไหม?” ร่างบางหันกลับมามองร่างสูงอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยบอกกับเขาเสียงแข็งพร้อมกับจ้องไปที่ร่างสูงตรงหน้านิ่งๆ อย่างรอคำตอบ
“ฉันจะใส่หรือไม่ใส่มันก็เรื่องของฉัน ส่วนเธอถ้าไม่อยากดูก็ไม่ต้องมอง แต่ถ้าอยากดูฉันก็ไม่ได้หวง” ร่างสูงส่งยิ้มทะเล้นไปให้กับร่างบางตรงหน้า ก่อนจะตอบเธอกลับไปอย่างกับคนที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“ไอ้บ้าทิ!...โอ้ยยยย นายก็รีบไปใส่เสื้อผ้าสิ” จันทร์เจ้าที่ดูเหมือนจะสู้ความมึนของชายตรงหน้าไม่ไหวพูดขึ้นก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกทาง
“หึหึ”
“เธอมีอะไรจะพูดก็ว่ามา” หลังจากที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วร่างสูงก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของร่างบาง ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามเธอออกไปอีกครั้ง
“คือออ...”
“คือ?”
“ฉันอยากทำงาน” จันทร์เจ้าเอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าของเธอออกไป พร้อมมองไปที่เขาอย่างรอคำตอบ
“...”
“ฉันจบการตลาดมาฉันสามารถช่วยงานนายได้ ฉันชำนาญการวิเคราะห์ตลาด (marketing analytics) ถ้านายไม่ว่าอะไรรับฉันเข้าทำงานด้วยได้ไหม” ร่างบางเอ่ยบอกกับร่างสูงออกไปอีกครั้งอย่างมั่นใจ เป้าหมายของเธอชัดเจนมาตั้งแต่แรก คือเธออยากสืบหาความจริงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการหาเงิน ถ้าจะต้องอยู่ที่นี่การทำงานกับพันทิวาเป็นทางออกเดียวของเธอในตอนนี้
“หึหึ เธอเป็นเมียฉันแค่ทำหน้าที่ของเธออยากได้อะไรก็แค่บอกฉันก็ได้นิ” ทิวายกมือขึ้นไปกอดอกของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกไปเสียงเรียบ
“หน้าที่เมีย...นี่ไอ้บ้าทิ นายหยุดคิดไปเลยนะ”
“หึหึ ฉันยังไม่ได้คิดอะไรเลย ฉันต้องมีเงินเดือนให้เมียของตัวเองอยู่แล้ว เธอไม่จำเป็นต้องทำอะไรก็ได้”
“ไม่ได้หรอก ถ้าแบบนั้นมันจะดูเอาเปรียบนายมากเกินไป ฉันมั่นใจว่าตัวเองมีความสามารถ และฉันจะใช้มันหาเงินด้วยตัวของฉันเอง” ร่างบางตอบร่างสูงตรงหน้ากลับไปเสียงเรียบ และคำตอบของเธอก็ดูจะถูกใจร่างสูงอยู่ไม่ใช่น้อย ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มออกมาอย่างชอบใจ
“เงินเดือนล่ะอยากได้เท่าไหร่”
“สามแสนบาท”
“อืม...ได้สิ”
“นายจะไม่ต่อฉันหน่อยเหรอ เงินมันเยอะมากเลยนะ” จันทร์เจ้าเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าของเธอออกไปด้วยความสงสัย
“ฉันไม่มีปัญหาเรื่องเงิน แต่เธอต้องทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่างตกลงไหม?”
“ตกลง ฉันสามารถเริ่มงานพรุ่งนี้ได้เลย”
“ได้สิ งั้นคืนนี้รีบนอนซะ เพราะพรุ่งนี้เธอต้องตื่นแต่เช้า” ทิวาเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าก่อนจะเดินวนไปอีกข้างหนึ่งของเตียง ทิวานั่งลงบนเตียงข้างๆ กับจันทร์เจ้า และด้วยความตกใจทำให้ร่างบางรีบลุกขึ้นนั่งทันที...
“นายจะนอนนี่เหรอ?”
“ไม่ให้ฉันนอนนี่แล้วจะให้ฉันไปนอนไหนล่ะ?”
“แล้วฉันจะไปนอนที่ไหน?”
“เธอก็นอนข้างฉันนี่ไง”
“นายจะบ้าเหรอ งั้นฉันจะไปนอนที่โซ ฟะ ฟา...นี่บ้านนายไม่มีโซฟาเหรอ” ร่างบางมองไปรอบๆ เพื่อสำรวจห้องนี้อีกครั้ง ก็จะพบว่าห้องของเขาแทบจะไม่มีอะไรเลยมีเพียงเตียงกว้าง กับโต๊ะทำงานของเขาเท่านั้น
“ไม่มี มานอนเถอะน่า...”
“งั้นฉันนอนพื้น”
“ไม่ได้เดี๋ยวไม่สบาย” ชายหนุ่มลุกขึ้นมามองหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยห้ามปรามเธอออกไปเสียงเรียบ ทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะทำตามที่เขาบอกอย่างกล้าๆ กลัวๆ มือบางหยิบหมอนพิงขึ้นมาวางไว้ตรงกลางเตียงระหว่างเขาและเธอ ก่อนจะมองไปที่ชายตรงหน้าอย่างไม่วางใจ
“ฉันรู้ว่านายไม่พิศวาสฉันหรอก แต่ถึงยังไงก็ห้ามเลยมาเขตของฉันเด็ดขาด”
“...” มือหน้าเอื้อมไปปิดไฟที่หัวเตียง ก่อนที่ทั้งห้องจะตกอยู่ในความมืดใบหน้าหล่อเหลาของพันทิวายกยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข เขาหันไปมองร่างบางที่นอนหันหลังให้กับเขาด้วยแววตาที่โหยหา ก่อนที่ดวงตานั้นจะปิดลงไปในที่สุด
2.00 น.
“อื้ออออ...”
“...” พันทิวาลืมตาขึ้นมาในความมืด แสงจันทร์ที่ส่องเข้ามาจากทางกระจกใส่เหนือหน้าต่าง ถึงมันจะไม่ได้สว่างจนทำให้เขาเห็นทุกอย่าง แต่มันก็ทำให้เขาเห็นใบหน้าแสนหวานของผู้หญิงที่เขาเฝ้ารอมา 15 ปี อยู่ห่างจากเขาไปไม่เท่าไหร่ ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอรดลงที่ปลายจมูดโด่งของเขา ไหนจะแขนเรียวที่กอดรอบอกแกร่งของเขาไว้แน่นอีก ในตอนนี้เหมือนโลกทั้งใบของเขาหยุดหมุนไปชั่วขณะ มือหนาลูบลงที่อกแกร่งของตัวเองที่กำลังสั่นไหวเบาๆ
“หึหึ ตื่นมาต้องโวยวายแน่ๆ” ร่างสูงหลับตาลงอีกครั้งก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปลูบแขนเรียวของเธอเบาๆ