“Beautiful things don’t ask for attention.”
-The Secret Life of Walter Mitty-
(ความงามที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องความสนใจ)
-wedding studio-
“เธอลงไปก่อน เดี๋ยวฉันเอารถไปจอด” พันทิวาเอ่ยบอกกับว่าที่เจ้าสาวของเขาเสียงอ่อน ในขณะที่ตาคมของเขายังคงมองไปข้างหน้าเพื่อหาที่จอดรถ เนื่องจากวันนี้เป็นวันธรรมดาบริเวณแถวนี้จึงหาที่จอดรถค่อนข้างยาก
“โอเค”
“ห้ามซนล่ะ” ทิวาหันกลับมาบอกกับร่างบางพร้อมกับส่งยิ้มทะเล้นไปให้กับเธอ
“ไอ้บ้าทิ...ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ” ร่างบางก็สวนเขากลับไปทันควันก่อนจะมองไปที่ร่างสูงตรงหน้าตาขวาง จากนั้นเธอจึงลงจากรถไปโดยไม่ต่อปากต่อคำกับเขาต่อ
“หึหึ” หลังจากที่ร่างบางลงไปใบหน้าหล่อเหลาของทิวาก็ปรากฎรอยยิ้มหวานขึ้นมาทันที
...
“สวัสดีค่ะคุณจันทร์เจ้า มารับชุดใช่ไหมคะ” ทันทีที่ประตูเปิดออกพนังงานประจำร้านก็เดินเข้ามาทักทายลูกค้าอย่างจันทร์เจ้าทันทีด้วยความนอบน้อม
“ใช่ค่ะ”
“เชิญทางนี้ค่ะ”
“วันนี้ลูกค้าเยอะจังเลยนะคะ” จันทร์เจ้าเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกไป พร้อมกับมองไปยังลูกค้าผู้หญิงภายในร้านที่เดินขวักไขว่อยู่ตรงหน้าของเธอ
“ใช่ค่ะ เดือนหน้าจะมีงานเลี้ยงลูกค้าที่ได้รับเชิญจึงพากันมาตัดชุดราตรีค่ะ”
“อ่อค่ะ”
“คุณจันทร์เจ้าเซ็นรับชุดตรงนี้นะคะ”
“แล้วค่าใช้จ่ายล่ะคะ”
“คุณทิวาจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ” พนังงานตรงหน้าเอ่ยบอกกับว่าที่เจ้าสาวอย่างนอบน้อม
“เรียบร้อยค่ะ” หลังจากที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วจันทร์เจ้าจึงยื่นเอกสารกลับคืนไปให้กับพนักงานคนเดิม
“เชิญทางนี้ค่ะ...คุณจันทร์เจ้าตรวจสอบชุดก่อนนะคะ” พนักงานคนเดิมเดินนำว่าที่เจ้าสาวไปด้านในก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าชุดเจ้าที่ถูกแก้เรียบร้อยแล้วแขวนอยู่บนราวตรงหน้า
“ขอลองอีกครั้งได้ไหมคะ”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันไปดูห้องลองชุดให้นะคะ”
“ค่ะ” มือบางลูบลงที่ชุดแต่งงานของตัวเองอย่างทะนุถนอม เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ใส่ชุดแต่งงานอย่างกับคนอื่นเขา ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีเพื่อนเป็นผู้ชายเลยด้วยซ้ำ ผู้ชายคนเดียวที่เธอสนิทและเล่นด้วยก็เหมือนจะมีแค่พันทิวาคนเดียวเท่านั้น และตอนนี้เขาก็กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวของเธอ ถึงจะเป็นการแต่งงานแบบหลอกๆ แต่ก็ดีกว่าที่เธอจะต้องไปแต่งงานกับคนอื่นก็แล้วกัน
ปึก!!!
“อะ!!” ร่างบางของจันทร์เจ้าโดนกระแทกอย่างแรงจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้เธอล้มลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้นตรงหน้า
“ว๊ายยยย!! ทำไงดีชุดเลอะหมดเลย” พนังงานคนเดิมวิ่งออกมาช่วยพยุงตัวจันทร์เจ้าขึ้น ก่อนจะร้องออกมาด้วยความตกใจทันทีที่เธอเห็นชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตาตรงหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำแดง
“หึหึ” มิคล์หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างสะใจ ก่อนที่เธอจะหันหลังกลับเพื่อเตรียมจะเดินออกไป
“เดี๋ยว...” จันทร์เจ้าเรียกร่างบางตรงหน้าเสียงเรียบ ก่อนจะเดินไปยืนประจัญหน้ากับร่างบางที่ดูเหมือนจะไม่ชอบเธอเอามากๆ เลย จันทร์เจ้ามั่นใจว่าเธอไม่เคยรู้จักกับผู้หญิงคนนี้มาก่อนอย่างแน่นนอน แล้วทำไมถึงต้องมาหาเรื่องเธอก่อนด้วย
“มีอะไร?” มิคล์มองจันทร์เจ้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเหยียดๆ ก่อนจะเบาะปากเล็กน้อยเพื่อให้ร่างบางตรงหน้าของเธอรู้ตัว
“คุณมองฉันแบบนี้หมายความว่าไง คุณทำชุดของฉันเลอะยังไม่ขอโทษฉันสักคำ มีปัญหาอะไรกับฉันรึป่าวคะ” จันทร์เจ้าเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกไปตรงๆ พร้อมกับมองไปที่เธออย่างไม่วางตา
“นี่นะเหรอผู้หญิงที่จะมาแต่งงานกับพี่ทิวา ไม่เห็นจะสวยตรงไหนเลย”
“มิลค์พอเถอะ” ปีใหม่รีบเข้ามาห้ามปรามเพื่อนรักของเธอเอาไว้ทันที แต่ก็ดูเหมือนมันจะไม่เป็นผล หลังจากที่ได้ยินจันทร์เจ้าพูดออกมาแบบนั้นมิลค์ก็ดูเหมือนจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้อีกต่อไป
“ออ...ที่แท้เธอก็เป็นตัวขี้อิจฉานี่เอง” จันทร์เจ้าพูดขึ้น ทำให้ร่างบางตรงหน้าพุ่งเข้ามาจะทำร้ายเธอทันที แต่ก็ทำไม่ได้เพราะถูกเพื่อนรักอย่างปีใหม่รั้งไว้ได้ทัน
“ปล่อยฉัน...นี่แก่กล้าว่าฉันงั้นเหรอ”
“ปกติฉันก็ไม่ใช่คนที่ตัดสินคนอื่นแบบนี้หรอกนะคะ แต่ยกเว้นกับคนแบบคุณ” จันทร์ดเจ้าตอบร่างบางตรงหน้ากลับไปเสียงเรียบ
“อี...”
“นี่มันเรื่องอะไรกัน” ทิวาที่พึ่งเดินเข้ามาถึงเอ่ยถามออกมาเสียงเรียบ พร้อมกับมองไปยังชุดแต่งงานของว่าที่เจ้าสาวของเขานิ่งๆ ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“พี่ทิวาขา” มิลค์ร้องเรียกร่างสูงที่พึ่งมาใหม่เสียงอ่อน พร้อมกับทำท่าจะเดินเข้าไปฟ้องเขา แต่...
“ที่รักขา...” จันทร์เจ้าเดินเข้ามากอดแขนว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ พร้อมกับซบลงที่แขนแกร่งของเขาอย่างออดอ้อน ทิวามองร่างบางตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มขึ้นมาอย่างชอบใจ
“เกิดอะไรขึ้น”
“ก็ผู้หญิงคนนี้ทำชุดแต่งงานของจันทร์เบื้อนค่ะ” จันทร์เจ้าเอ่ยบอกกับร่างสูงเสียงอ่อนเสียงหวาน
“ไม่จริงค่ะมันโกหก”
“...” พันทิวามองไปที่ชุดของว่าที่เจ้าสาวของตัวเองที่เปื้อนไปด้วยน้ำแดง ก่อนจะหันกลับมาที่มิลค์อีกครั้งด้วยแววตาที่นิ่งเฉยยากจะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“พี่ทิคะ คือว่า...?”
“กลับไปซะ แล้วก็อย่าลืมจ่ายค่าเสียหายที่เธอทำไว้ด้วย” ร่างสูงเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าเสียงเรียบ พร้อมกับจ้องหน้าเธอนิ่งๆ
“แต่...”
“กลับไปซะ อย่าให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
“ไปกันเถอะมิลค์” ปีใหม่พยายามห้ามปรามเพื่อนรักของตัวเอง พันทิวามาแล้วขื่นมีเรื่องต่อหน้าเขาเรื่องนี้อาจจะจบไม่สวยแน่ๆ ร่างบางทั้งสองคนเดินออกไปจากร้านอย่างว่าง่าย แต่มิลค์ก็ไม่วายหันมามองจันทร์เจ้าอย่างคาดโทษ
“ผมต้องการชุดใหม่ที่ดีกว่าชุดนี้...เดี๋ยวนี้” ร่างสูงหันกลับไปบอกพนักงานตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ
“ทิวา”
“ยังไงพวกเขาก็ต้องรับผิดชอบ ปล่อยให้มีคนเอาของกินเข้ามาในร้านได้อย่างไง”
“ไม่ต้องห่วงนะคะ...ทางเราต้องรับผิดชอบอย่างแน่นอนค่ะ”
“.../...”
“คุณผู้หญิงเชิญทางนี้ค่ะ”
วันแต่งงาน...
ขุนศึก เสือ และสิงยืนมองภาพพรีเวดดิ้งของเพื่อนรักและเจ้าสาวของมัน ก่อนจะยกยิ้มออกมาด้วยความยินดี พวกเขารู้ดีว่าทิวาเพื่อนรักของพวกเขารู้สึกยังไงกับเจ้าสาวของมัน และวันนี้ก็มาถึงวันที่มันรอคอยมานานถึง 15 ปี ไม่ว่าเพื่อนคนอื่นๆ จะเปลี่ยนแฟนไปกี่คน แต่มีเพียงทิวาคนเดียวที่ไม่เคยมองหญิงคนไหนเลยสักคนตั้งแต่จันทร์เจ้าจากมันไป
“เป็นรูปที่...กูพูดไม่ออกเลยว่ะ” สิงพูดขึ้นก่อนจะมองไปยังภาพที่พันทิวากำลังถูกเจ้าสาวผลักตกน้ำ แต่ความแสบและความมือไวของมันก็ยังสามารถลากสาวตัวน้อยให้ตกลงไปในน้ำกับมันด้วย
ไร่พันแสงถือว่าเป็นอีกไร่ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์มีทั้งป่าเขา น้ำตกและธารน้ำไหล จึงไม่แปลที่นายทุนทั้งหลายต่างก็อย่างได้ไร่แห่งนี้ไปครอบครอง
“มึงก็รู้จักเพื่อนรักของเราดี รูปพรีเวดดิ้งพวกนี้ความคิดของมันแน่ๆ” เสือบอกกับน้องชายฝาแฝดของตัวเองออกไป
“เอาจริงๆ กูยังไม่อยากจะเชื่อเลยนะเว้ยว่ามันจะมีวันนี้”
“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ คนอย่างไอ้ทิถ้ามันไม่รักน้องจันทร์จริงๆ มันไม่รอเธอมานานขนาดนี้หรอกมึง” ขุนศึกที่ยืนเงียบอยู่นานพูดขึ้นก่อนจะยกยิ้มออกมาด้วยความดีใจและยินดีไปกับเพื่อนรักของตัวเองที่มีวันนี้กับเขาสักที วันที่หัวใจที่แข้งกระด้างของมันได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง