EPISODE 11 : ผู้มีพระคุณ?

2351 Words
“I want all of you, forever, you and me, every day.” -The Notebook- (ฉันต้องการเธอตลอดไป แค่เธอกับฉันทุกๆ วัน) เช้าวันต่อมา... “กรี๊ดดดดดด!!!” “อะไร อะไร ใครเป็นอะไร?” ทิวาสะดุ้งตื่นขึ้นมาก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องด้วยความตกใจ ก่อนที่เขาจะชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นร่างบางของจันทร์เจ้า มองมาที่เขาอย่างโกรธเคืองพร้อมกับมือบางของเธอกำผ้าห่มเอาไว้แน่น ในขณะที่ใบหน้าหวานๆ ของร่างบางตรงหน้าเริ่มงอถ้าเขาคาดการณ์ไว้ไม่ผิดเธอต้องร้องไห้ออกมาอย่างแน่นอน “เดี๋ยวๆ เธอดูดีๆ ฉันนอนในที่ของฉัน” ชายหนุ่มเอ่ยบอกกับหญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับชี้ให้เธอดูว่าเขาไม่ได้ล่วงเกินเธอเลยแม้แต่น้อย จันทร์เจ้าชะงักไปทันทีก่อนที่เธอจะขยับถอยหลังไปยังที่ของตัวเอง พร้อมกับกำผ้าห่มเอาไว้แน่นอย่างไม่วางใจชายตรงหน้า ทิวาเห็นเธอมีท่าทางแบบนั้นเขาก็แกล้งเธอกลับไปบ้าง ใบหน้าหล่อเหลาจ้องมองไปยังร่างบางตรงหน้าก่อนที่ริมฝีปากหนาจะเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างงอนๆ “นี่เธออย่าบอกนะว่าเธอลวนลามฉัน เอาจริงๆ ฉันก็จะพอรู้ว่าตัวเองหล่อ หุ่นดี แต่เธอจะมาลักหลับฉันแบบนี้ไม่ได้ เธอต้องรับผิดชอบ...” “นี่ไอ้บ้าทิคนอย่างฉันจะไปทำอะไรนายได้” “พูดอย่างนี้เธอจะไม่รับผิดชอบงั้นเหรอ” “นี่!...” “ฉันเสียหายนะ” “ไอ้บ้าทิ...ฉันไม่อยากคุยกับนายแล้ว” จันทร์เจ้าพูดขึ้นก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที “หึหึ” -บ้านใหญ่ (ไร่พันแสง)- “คุณลุง คุณป้าสวัสดีค่ะ” “หนูจันทร์เรียกพ่อกับแม่สิลูก” พันแสงที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาตัวใหญ่เงยหน้าขึ้นมามองลูกสะใภ้ ก่อนจะเอ่ยบอกกับร่างบางที่พึ่งเดินเข้ามาใหม่พร้อมกับลูกชายคนโตของเขาอย่างเป็นกันเอง “ค่ะคุณพ่อ” “มากันแล้วเหรอ เมื่อคืนเป็นไงบ้างลูกสะใภ้ของแม่นอนหลับสบายดีไหม” วราลีเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับข้าวต้มหม้อใหญ่ ทิวาเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปช่วยแม่ของเขาถือหม้อใบนั้นทันที “ขอบคุณครับ...ว่าไงหนูจันทร์หลับสบายดีไหมลูก” วราลีเอ่ยบอกกับลูกชายก่อนจะเดินไปหาลูกสะใภ้พร้อมกับถามเธอออกไปอย่างอยากรู้อยากเห็น “หลับสบายมากค่ะคุณป้า อะ เอ่อ คุณแม่” “จริงเหรอลูก เราไปทานข้าวกันดีกว่า” วราลีพูดขึ้นพร้อมกับมองไปยังลูกชายที่ยืนอยู่ด้านหลังร่างบางอย่างมีเลศนัย ก่อนที่คุณผู้หญิงของบ้านจะจูงมือลูกสะใภ้ให้เดินตามเธอเข้าไปยังโต๊ะรับประทานอาหารที่อยู่ไม่ไกล “หลับสบายมากค่ะ” ทิวาเดินตามมาก่อนจะกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของหญิงสาวอย่างหยอกล้อ ร่างบางหันกลับมามองเขาตาขวางก่อนที่ศอกเล็กๆ จะกระแทกใส่ท้องแกร่งของร่างสูงอย่างหมั่นเขี้ยว “หึหึ ว่าแต่หนูดาวแต่งตัวแบบนี้จะไปไหนเหรอลูก” พันแสงที่เดินเข้ามานั่งอยู่ที่หัวโต๊ะเอ่ยถามลูกสะใภ้ออกมาด้วยความสงสัย “หนูจะไปทำงานกับทิวาค่ะ” “.../...” วราลีกับพันแสงหันไปมองกับลูกชายเป็นตาเดียว สายตาของคนทั้งคู่ตรงหน้าทำให้พันทิวายกยิ้มขึ้นออกมาเล็กน้อย “เป็นเมียเจ้าของไร่ก็ต้องทำงานสิครับ จะนั่งกินนอนกินอยู่บ้านเฉยๆ ได้ยังไงล่ะครับ” “ทิวาพูดจาไม่น่ารักเลยนะ” วราลีเอ็ดลูกชายของเธอเบาๆ “จันทร์เป็นคนอยากทำงานเองค่ะ อุตส่าห์เรียนมาตั้งเยอะต้องเอาความรู้ออกมาใช้บ้างเดี๋ยวลืมหมดค่ะ” “ก็ได้ลูก...ดูแลน้องดีๆ ล่ะตาทิ” “ไม่ต้องห่วงครับ” ... “ฉันบอกว่าฉันจบมาร์เก็ตติ้งมาไง แล้วนายพาฉันมาที่นี่ทำไม” จันทร์เจ้าเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยความสงสัย พร้อมกับคิ้วเรียวของเธอขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ “ถ้าเธออยากทำการตลาดให้กับไร่ของเรา เธอก็ต้องเรียนรู้กระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ภายในไร่ซะก่อน ถ้าเธอไม่เข้าใจในผลิตภัณฑ์เธอจะสามารถนำเสนอมันออกมาให้ลูกค้าสนใจในสินค้าของเราได้อย่างนั้นเหรอ” ร่างสูงยืนกอดอกพร้อมกับอธิบายให้กับร่างบางตรงหน้าฟังเสียงเรียบ จันทร์เจ้าเองก็พยักหน้าเล็กน้อยอย่างเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด “...” “สัญญายังไม่ได้เซ็นเธอจะยกเลิกตอนนี้ก็ยังทันนะ” “เรื่องแค่นี้ฉันทำได้สบายอยู่แล้ว” จันทร์เจ้าตอบร่างสูงกลับไปอย่างมั่นใจ พร้อมกับกอดอกและมองออกไปเขานิ่งๆ “ก็ดี งานในช่วงเช้าเธอต้องให้อาหารสัตว์ทุกตัวที่เราเลี้ยง เก็บอึ และทำความสะอาด” “ทะ ทุกตัว?” จันทร์เจ้าร้องถามร่างสูงตรงหน้าออกไปเสียงดังด้วยความตกใจ ก่อนจะเดินไปมองฟูงวัวตรงหน้าอย่างอึ้งๆ วัวตรงหน้าเกือบ 100 ตัวเห็นจะได้แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ถึงจะทำเสร็จกันล่ะเนี่ย “ทุกตัว...นี่กระถินจะมาคอยสอนงานเธอ ถ้าเธอต้องการอะไรก็บอกกับกระถินได้เลย” ทิวาแนะนำเด็กสาวตรงหน้าให้กับจันทร์เจ้าได้รู้จัก กระถินสาวน้อยในวัย 20 ปียกมือขึ้นมาไหว้นายหญิงของเธออย่างนอบน้อม จันทร์เจ้าเองก็รับไหว้เธออย่างนอบน้อมเช่นกัน ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงตรงหน้าอีกครั้ง “แล้วนายจะไปไหน” “ทำไมเธอคิดถึงฉันรึไง” “นายจะไปไหนก็รีบไปเลย” จันทร์เจ้าตอบร่างสูงตรงหน้ากลับไปเสียงเรียบ ก่อนจะหันหน้าหนีเขาไปทางอื่นพร้อมกับเบะปากเล็กน้อยอย่างหมั่นเขี้ยว “ฝากด้วยนะกระถิน” “ไม่ต้องห่วงค่ะ กระถินจะดูแลนายหญิงอย่างดีค่ะ” “หึหึ” ทิวาเดินหันหลังกลับไปก่อนจะยกยิ้มออกมาอย่างชอบใจ มือหนาลูบลงที่หัวใจของตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินขึ้นรถจี๊ปที่จอดอยู่ไม่ไกลก่อนจะขับออกไปทันที “นายหญิงจ๊ะ” “อะ เอ่อ กระถินอายุเท่าไหร่เหรอ” จันทร์เจ้าเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกไปอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับเธอ “อายุ 20 จ้ะ” “งั้นเรียกว่าพี่จันทร์ดีกว่า อย่าเรียกว่านายหญิงเลยมันฟังดูแปลกๆ น่ะ” จันทร์เจ้าเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าอย่างเป็นกันเอง “จ้ะ พี่จันทร์” “งั้นเราไปเริ่มงานกันเลยดีไหม” “ทางนี้จ้ะ” กระถินเดินนำหน้านายหญิงของเธอไปยังอาคารที่เป็นทั้งที่พักพนักงาน และเป็นทั้งที่เก็บของ จันทร์เจ้าถูกพามาเปลี่ยนรองเท้าบูทยางเพื่อให้สะดวกในการทำงาน ก่อนที่กระถินจะเริ่มอธิบายขั้นตอนต่างๆ ให้เธอฟังอย่างละเอียด “พี่จันทร์ห้ามให้อาหารสัตว์พวกนี้มากเกินไปนะจ๊ะ” “ทำไมล่ะ” “พวกมันจะกินจนปวดท้อง สัตว์พวกนี้มันไม่รู้จักพอจ้ะ” “อ่อ เป็นแบบนี้นี่เอง” “เดี๋ยวหนูทำให้พี่จันทร์ดูก่อนนะจ๊ะ” “จ้ะ” จันทร์ทำตามที่กระถินสอนอย่างว่าง่าย เธอทำงานอย่างขะมักเขม้นไม่บ่นออกมาสักคำ ทำให้กระถินประทับใจในตัวนายหญิงของเธอเป็นอย่างมาก เธอเอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนจันทร์เจ้าเริ่มสงสัยแล้วว่าเธอยิ้มอะไร... “ยิ้มทำไมเหรอ?” จันทร์เจ้าเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกไปด้วยความสงสัย ก่อนจะหันไปมองรอบๆ ก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติ เพราะบริเวณนี้มีเพียงเธอกับกระถินที่อยู่ด้วยกันเพียงสองคนเท่านั้น “พี่จันทร์เหมาะสมกับนายใหญ่มากเลยจ้ะ” “หืม? กระถินทำงานกับทิวามานานแล้วเหรอ” “นายเป็นผู้มีพระคุณของหนูจ้ะ” “ผู้มีพระคุณ?” จันทร์เจ้าทวนคำพูดของร่างบางตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะหยุดทำงานและเงยหน้าไปมองเธออย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอได้พูดออกมา “ใช่จ้ะ เมื่อ 5 ปีที่แล้วแม่เลี้ยงหลอกหนูไปขาย โชคดีที่นายมาช่วยไว้ได้ทันไม่อย่างนั้น...” “ไม่เป็นไรแล้วนะ กระถินเก่งมากที่ผ่านเรื่องร้ายๆ มาได้” จันทร์เจ้าเดินเข้าไปหาร่างบางตรงหน้าก่อนลูบหัวเธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู “ของคุณจ้ะ หลังจากวันนั้นนายก็ส่งพวกเราเรียนจนจบมอหก ถ้าอยากเรียนต่อนายเขาก็ให้เรียน แต่พวกเราไม่อยากรบกวนนายแล้วน่ะจ้ะ พวกเราอยากช่วยงานนายมากกว่า” “พวกเราเหรอ แสดงว่าทิวายังช่วยคนอื่นอีก?” จันทร์เจ้าเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกไปอีกครั้ง “ใช่จ้ะ มีอีกหลายคนที่นายช่วยเอาไว้ นายให้ที่อยู่ ที่กิน และก็ให้งานกับพวกเราทำจ้ะ” “ไอ้บ้าทินี่ก็เป็นคนดีกับเขาเหมือนกันนะเนี่ย” จันทร์เจ้าบ่นพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมกับมุมปากของเธอยกยิ้มออกมาเล็กน้อย จนทำให้ร่างบางตรงหน้ายิ้มตามเธออย่างห้ามไม่ได้ “พี่จันทร์ว่าอะไรนะจ๊ะ” “ป่าวจ้ะ...พี่ให้อาหารวัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว” “งั้นเราก็ไปให้อาหารม้า ไก่ แพะ และก็แกะ” กระถินเอ่ยบางกับนายหญิงของเธอด้วยน้ำเสียงสดใส “...” จันทร์เจ้ามองไปยังร่างบางตรงหน้าอย่างอึ้งๆ ก่อนจะส่งยิ้มๆ แห้งๆ ไปให้กับเธอ ใครจะไปคิดว่าที่นี่จะเลี้ยงสัตว์เยอะขนาดนี้ ‘วันนี้จะเลี้ยงหมดไหมเนี่ย’ จันทร์เจ้าทำได้แค่บ่นพึมพำอยู่ภายในใจ แต่ก็เดินตามกระถินไปอย่างว่าง่าย หลังจากที่ทำงานในช่วงเช้าเรียบร้อยแล้วกระถินก็พานายหญิงของเธอมาทานมื้อเที่ยงที่โรงอาหารพร้อมกับคนงานคนอื่นๆ “นี่แก...ฉันได้ยินว่านายพาคุณผู้หญิงคนใหม่มาทำงานที่ฟาร์มนี่เรื่องจริงเหรอ” “เรื่องจริงสิยะ...ฉันเห็นให้อาหารสัตว์อยู่กับนางกระถิน” “น่าตลกเนอะ เป็นถึงเมียเจ้าของไร่แต่กลับต้องมาทำงานงกๆ แบบนี้” จันทร์เจ้ามองไปยังคนงานผู้หญิงที่กำลังจับกลุ่มนินทาเธออยู่ตรงหน้านิ่งๆ เธอเข้าใจเป็นอย่างดีว่าคนเราทุกคนไม่มีใครสามารถหนีพ้นคำนินทาไปได้หรอก แต่พอมาได้เห็นกับตา ได้ยินกับหูแบบนี้มันก็ทำให้เธออดที่จะรู้สึกไม่ดีไม่ได้จริงๆ “อีพวกนี้...” “ช่างพวกเขาเถอะ เราไปกินข้าวกันดีกว่าพี่หิวจะแย่แล้ว” จันทร์เจ้าดึงแขนเรียวของกระถินเอาไว้ ก่อนที่เธอจะเดินไปเอาเรื่องกับพวกที่นินทานายหญิงของเธอ จันทร์เจ้าเอ่ยบอกกับหญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองเบาๆ ก่อนจะส่งยิ้มไปให้กับกระถินเล็กน้อย “จ้ะ” ทั้งสองเดินผ่านกลุ่มผู้หญิงตรงหน้าไป ก่อนจะพากันไปตักอาหารที่ทางโรงอาหารเตรียมไว้ให้มารับประทาน งานในครึ่งเช้าของจันทร์เจ้าผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เธอทำผลงานออกมาได้เป็นอย่างดี และในช่วงบ่ายเธอยังเหลืองานทำความสะอาดฟาร์ม ถึงจะดูเป็นงานง่ายๆ แต่สำหรับคุณหนูอย่างจันทร์เจ้าที่ชีวิตนี้เธอแทบจะไม่เคยจับไม้กวาดหรือไม้ถูเลยดูจะเป็นเรื่องยากเกินไปสักหน่อย ทุกการกระทำของจันทร์เจ้าอยู่ในสายตาของทิวาทั้งหมด เขามองเธอทำงานผ่านกล้อง CCTV แทบจะตลอดเวลา ร่างสูงยกยิ้มออกมาอย่างพอใจจนทำให้หมอนัยที่นั่งทำงานอยู่โต๊ะข้างๆ สงสัย “ยิ้มอะไรของมึงวะไอ้ทิ” ร่างสูงเดินเข้ามาหาเพื่อนรักที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับโทรศัพท์ตรงหน้า พร้อมกับเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยความสงสัย “เสือก...” “อ้าว! ไอ้เวรนี่ตั้งแต่มีเมียเป็นตัวเป็นตัวเป็นตน ก็กลายเป็นคนบ้านั่งยิ้มทั้งวันเลยน้า...” “ไม่ต้องมาแซวกู ถ้าไม่มีงานก็กลับบ้านมึงไปครับ” “สงสัยวันนี้พายุจะเข้าว่ะ” “มึงจะไปไหนก็ไปครับ” “ไปก็ไป” 19.00 น. “ยัยหัวเน่าตื่น...ถึงบ้านแล้ว” ทิวาเรียกร่างบางที่กำลังหลับสบายอยู่บนเบาะข้างๆ เขาเสียงเรียบ มุมปากของร่างสูงยกยิ้มออกมาเล็กน้อยให้กับความน่ารักน่าเอ็นดูของเธอ “อื้ออออ อย่ากวนได้ไหม” “ถึงบ้านแล้ว ถ้าเธอไม่ตื่นฉันจะอุ้มแล้วนะ” ร่างสูงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวนพร้อมกับมองไปยังร่างบางตรงหน้านิ่งๆ จันทร์เจ้าลืมตาเพียงข้างเดียวขึ้นมามองร่างสูงข้างๆ ก่อนที่เธอจะชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาของทิวาอยู่ใกล้แค่เอื้อม ปึก!! “ขยับออกไปสิ ฉันตื่นแล้วนี่ไง” ร่างบางดันอกแกร่งของร่างสูงตรงหน้าออกเบาๆ ก่อนจะหันหน้าหนีเขาไปทางอื่น “หึหึ” หลังจากที่เข้ามาในบ้านทั้งคู่ต่างก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก จันทร์เจ้ารีบเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดการล้างเนื้อล้างตัวของตัวเองทันที วันนี้เธอเหนื่อยมากจนไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับทิวาอีกแล้ว จันทร์เจ้าใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวไม่นานก่อนที่เธอจะออกมาจัดที่นอนพร้อมกับทิ้งตัวลงนอนทันทีด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน “หึหึ สงสัยจะเหนื่อยจริง” ทิวามองร่างบางตรงหน้าก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มออกมาอย่างชอบใจ มือหนาลูบลงที่หัวของหญิงสาวอย่างทะนุถนอน ก่อนที่เขาจะจุ๊บเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ จุ๊บ!! “ฝันดีนะยัยหัวเน่าของฉัน”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD