ตอนที่ 7 : ไอ้คนเฮงซวย

1653 Words
บ้านสวนเนรมิต เมื่อเอลินไปถึงบ้านสวนเนรมิต หญิงสาวก็ต้องตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นคนใส่ชุดดำหลายคนเดินกันวุ่นวายไปหมดพร้อมกับพฤกษ์และน้องๆ ของเขาด้วย "เอลินมาแล้วเหรอ" ผู้เป็นย่าเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวยื่นงงอยู่หน้าบ้าน เนื่องจากเส้นทางที่เลือกกลับบ้านไม่ใช่ทางลัดเพราะใช้เส้นทางนั้นเป็นประจำหญิงสาวจึงมาถึงทีหลังพฤกษ์เกือบครึ่งชั่วโมง "คุณย่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันคะ ทำไมคนเยอะแยะไปหมดแถมใส่ชุดดำกันทุกคนด้วย" "พอดีอาวิชญ์มารับแม่ของหนูไปซื้อของแล้วรถเกิดอุบัติเหตุ ส่วนพ่อของหนูก็ไปรับอามีนตามไปสมทบแต่รถก็เกิดอุบัติเหตุเหมือนกัน ทั้งสี่คนก็เลย ก็เลย ฮือๆ" คุณมาลีผู้เป็นย่าร้องไห้ออกมา "ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะคะ ไม่จริงอ่ะ เป็นไปไม่ได้ เมื่อเช้าคุณแม่ยังโทรมาหาหนูเลย คุณพ่อเองก็เข้ากล้องด้วยนี่คุณย่าโกหกหนูใช่มั้ยคะ ใช่ไหมคะคุณย่า ใช่ไหมคะ ฮือๆ" เอลินไม่อาจรับความจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความตกใจเอาแต่ส่ายหัว "มันเป็นความจริงค่ะพี่เอลิน คุณพ่อคุณแม่ได้จากเราไปแล้วจริงๆ ค่ะ" ลูกปัดที่เดินเข้ามากอดแขนพี่สาวเอาไว้พร้อมกับอาร์ทเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา "ไม่จริงอ่ะ ไม่จริง คุณพ่อคุณแม่สัญญากับพี่ว่าจะไม่ทิ้งพี่ไปไหน ท่านสองคนจะไปรับปริญญาของพี่ด้วย ฮือๆ แล้วนี่คุณอาทั้งสองก็จากพวกเราไปด้วยอีกอย่างนั้นเหรอปัด อาร์ทฮือๆ" "ใช่ค่ะพี่เอลิน คุณอานราวิชญ์และคุณอามีนนาราก็ได้จากพวกเราไปทั้งสองคนด้วยเช่นกันค่ะ ฮือๆ" "โถ คุณอา ฮือๆ" "ลินไม่เชื่อ ลินขอเข้าไปดูศพคุณพ่อคุณแม่และคุณอาทั้งสองท่านหน่อยได้ไหมคะ" "ไม่ได้ครับ อย่าเพิ่งเข้าใกล้ศพครับยังไม่สามารถพิสูจน์อัตตาลักษณ์ของทั้งสี่ท่านได้ ฉะนั้นอย่าเพิ่งเข้ามาเลยครับ" "ไม่สามารถพิสูจน์อัตราลักษณ์ได้ มันหมายความว่ายังไงกันคะ" "ก็หมายความว่ารถทั้งสองคันถูกไฟครอกทั้งสองคันน่ะสิ" พฤกษ์ที่เดินมาใกล้ๆ เอลินเอ่ยขึ้น "นี่เป็นภาพถ่ายก่อนที่ทั้งสี่ท่านจะเกิดอุบัติเหตุครับ" คุณตำรวจได้ยื่นรูปภาพที่ปริ้นออกมาจากมือถือของทั้งสี่คนออกมาให้กับพฤกษ์แลเอลินดู เมื่อทั้งสองคนได้ดูก็ตกใจเป็นอย่างมาก เพราะรูปถ่ายนั้นเป็นรูปประหนึ่งคู่รักกำลังถ่ายด้วยกันแต่แค่ผิดฝาผิดคนเท่านั้น โดยที่มีนนาราถ่ายกับอนาวินอย่างสนิทสนมรักใคร่ และยิ่งไปกว่านั้นรูปของนราวิชญ์ที่ถ่ายคู่กับลูกแก้วประหนึ่งว่านราวิชญ์เป็นสามีของลูกแก้วทั้งโอบกอดและกดจมูกลงไปกลางกระหม่อม "นะ นี่ นี่มันอะไรกัน ทำไมพ่อของนายถึงมาโอบกอดแม่ของฉันแบบนี้ล่ะ อะไรกันรูปไม่ได้เพิ่งถ่ายแต่ถ่ายมาแล้วเป็นปีๆ เหรอเนี่ย บอกมานะพ่อของนายกำลังจะพาแม่ของฉันไปไหนทำไมมีรูปแบบนี้ออกมากัน" เอลินโวยวายลั่นรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำสอง "จะเป็นยังไงได้ล่ะ ก็แม่ของเธอแอบไปเป็นชู้กับพ่อของฉันน่ะสิ..." 'เพี๊ยะ!' ฝ่ามือเรียวฟาดไปที่แก้มขวาของอีกฝ่ายโดยไม่ทันได้พูดจบเลยด้วยซ้ำ "อย่ามากล่าวหาแม่ของฉันนะ พ่อของนายต่างหากที่มารับแม่ของฉันออกไปคุณย่าก็เพิ่งบอกเมื่อตะกี้นี้เองนายไม่ได้ยินหรือยังไง ฮือๆ" "นี่เธอกล้าตบฉันต่อหน้าสาธารณะชนอย่างนั้นเหรอเอลิน" คนตัวใหญ่หันมามองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง "ฉันจะทำได้มากกว่านี้อีกหากนายยังกล่าวหาแม่ของฉันไม่เลิกรา ไอ้คนเฮงซวย" เอลินมองเข้าไปยังนัยน์ตาของพฤกษ์กัดฟันพูดขึ้นอย่างเอาเรื่องเช่นกัน "เอาล่ะหลานๆ อย่าทะเลาะกันเลย พฤกษ์จัดงานศพรวมกันเลยนะไม่ต้องแยกจัดทั้งสี่คนจะได้อยู่ด้วยกัน" คุณมาลีผู้เป็นย่าเอ่ยขึ้น "ครับคุณย่า" พฤกษ์รับคำด้วยหน้าตาที่เศร้าสร้อย หันไปมองยังน้องๆ ทั้งสองคนของเขาที่ร้องไห้เหมือนน้ำตาจะเป็นสายเลือดลอบถอนหายใจออกมา นอกจากคุณย่ามาลีแล้วเขาก็คิดออกแต่เพียงว่าคุณพ่อมีน้องสาวกับพี่สาวเพียงสองคนนี้เท่านั้น แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้เจอพวกเธอเหล่านั้นมานานนับสิบปีแล้ว และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง เวลาผ่านไป งานศพของทั้งสี่คนถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายมีแขกเหรื่อแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่มาร่วมงาน ส่วนมากก็เป็นคนหน้าเก่าๆ ที่มาช่วยงานในวันแรกเท่านั้น "อะไรกัน จัดงานไม่สมฐานะเจ้าของร้านสรรพสินค้า และอสังหากับเจ้าของสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศเลยนะ" เสียงแหลมทักขึ้นในขณะที่เดินเข้างานมาเมื่อเห็นว่าบรรยากาศช่างเงียบเหงาเหลือเกิน "คุณอาน้ำชา คุณป้านริน คุณลุงประวีสวัสดีครับ" พฤกษ์รีบเดินมารับผู้เป็นอาและป้าของเขา "นี่ตาพฤกษ์เหรอเนี่ย ตายจริงโตเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้วสินะ แต่พ่อแม่จากไปอย่างกะทันหันแบบนี้ก็คงทำอะไรไม่ถูกล่ะสิ" น้ำชาเอ่ยทักผู้เป็นหลานขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สดใส "เชิญด้านในก่อนเถอะค่ะคุณๆ" ผู้เป็นย่าเดินเข้ามาต้อนรับแขกที่เพิ่งเข้ามาใหม่หลายคน "ตาพฤกษ์ป้าเสียใจด้วยนะ" นรินทิราเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาจับมือผู้เป็นหลานชายเอาไว้ "ขอบคุณครับคุณป้า" "แล้วแบบนี้ใครจะเป็นผู้จัดการมรดกล่ะ" ประวีสามีของนรินทิรายกยิ้มที่มุมปากเอ่ยถามขึ้น "นั่นสิ พวกแกยังเด็กจะต้องมีผู้จัดการมรดกนะ" น้ำชาเอ่ยเสริมขึ้นมาอีกคน "ไม่จำเป็นหรอกค่ะ พฤกษ์เขาก็บรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีผู้ดูแลหรือผู้จัดการมรดกหรอกค่ะ" คุณย่ามาลีเอ่ยขึ้นทันควัน "คุณเป็นใครคะ คุณจะไปรู้อะไร เด็กพวกนี้เป็นหลานของฉัน คุณเป็นคนนอกอย่าเข้ามายุ่งจะดีกว่านะคะ" น้ำชาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรมากนัก "ฉันก็เป็นย่าของคู่หมั้นตาพฤกษ์น่ะสิ เผื่อคุณยังไม่รู้ สองตระกูลนี้เขาหมั้นเด็กคนนี้เอาไว้ตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ และอีกสามเดือนนับจากนี้ก็จะจัดงานแต่ง ของทั้งสองคนขึ้น ยังไงก็เรียนเชิญตรงนี้เลยนะคะ" "อะไร ไม่จริง อย่ามาโมเมแบบนี้สิคะคุณป้า ไม่น่ารักเลยนะคะ" น้ำชายังคงเสียงแข็ง "เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าตาพฤกษ์" ประวีเอ่ยถามชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า "เป็นเรื่องจริงครับคุณลุง ผมกับเอลินหมั้นกันมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ" "หึ ลุงไม่เชื่อหรอกนะ ว่าแกจะหมั้นกันแล้วจริงๆ น่ะแกไม่อยากให้พวกฉันมาแบ่งสมบัติด้วยใช่ไหมถึงกุเรื่องขึ้นมาแบบนี้นะ" ประวียังคงเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย "ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ" "ฉันจะคอยดูอีกหกเดือนนับจากวันนี้ไปถ้าผู้หญิงคนนั้นท้องฉันจะเชื่อ แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่มีทายาทพวกเราก็จะยื่นเรื่องขอมีส่วนแบ่งในมรดกของพี่วิชญ์ด้วย" "พวกคุณก็มีตั้งเยอะแยะแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมจะมาแย่งของหลานอีก พวกเขาสูญเสียทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกันยังไม่พออีกหรือไง ทำไมต้องมาเจอเรื่องแย่งสมบัติกันอีกด้วย" "มันเรื่องของตระกูลฉันไหมคะคุณป้า เป็นหญิงแก่ๆ คนหนึ่งก็ควรอยู่ในที่ของตัวเองไหมอ่ะคะ" "น้ำชาทำไมทำตัวไม่มีสัมมาคาราวะเอาซะเลย เอ่อ ดิฉันต้องขอโทษแทนน้องสาวด้วยนะคะ" นรินทิราเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อมหากใครไม่สังเกตก็ไม่เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นแน่นอน "ชิ ฉันพูดความจริงก็ผิดรึไง" เมื่อถูกเอ็ดหญิงสาวก็แบะปากมองบนด้วยสีหน้าและท่าทางที่แสนจะเบื่อหน่าย "เข้าไปนั่งกันดีกว่าพระจะสวดแล้วเร็วสิ" นรินทิราพยายามผลักทั้งน้ำชาและประวีให้เข้าไปนั่งตรงที่เก้าอี้วีไอพีที่จัดไว้รองรับพวกเขาอยู่ เมื่อทั้งสามคนนั่งลงโดยมีประวีนั่งตรงกลาง มีน้ำชาและนรินทิรานั่งประกบข้างนรินทิราจึงโน้มตัวเข้าหาน้องสาวเอ่ยขึ้นเบาๆ เชิงต่อว่า "แกก็ไม่น่าใจร้อนเผยไต๋ออกมาจนหมดแบบนี้เลยน้ำชาทำอะไรไม่ฉลาดเอาซะเลย ป่านนี้พวกนั้นคงระวังตัวแจกันหมดแล้ว" "เชื่อเถอะพี่นรินพวกมันไม่ได้แต่งงานกันจริงๆ หรอก เหมือนยายมีนนารากับคุณพ่อของเราไง อยู่กันมาตั้งกี่ปีไม่เห็นว่ายายนั่นจะท้อง มาท้องกับพี่วิชญ์เฉยเลย ยายเด็กนั่นก็เหมือนกันค่ะพี่นริน น้ำชาคิดว่าพวกมันคงจะแต่งงานกันหลอกๆ ค่ะ" "ผมว่ามีความเป็นไปได้ตามที่น้ำชาบอกนะคุณ พวกนั้นอาจกำลังตบตาเราอยู่ก็ได้" "ขอให้มันเป็นแบบที่พวกเราคิดเถอะ หึ" .......... อะไร ยังไงนะ สามคนนี้จะมาไม้ไหนกัน รอติดตามน๊าาา 🥰
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD