bc

ยักษา Asuras

book_age18+
197
FOLLOW
1.4K
READ
HE
kickass heroine
blue collar
sweet
lighthearted
campus
mythology
polygamy
like
intro-logo
Blurb

“เฮ้ย! น้องไม่มีเขี้ยวยักษ์ว่ะไอ้ราม เป็นไปได้ยังไงวะ?” ราพณ์บอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงสงสัย

“ก็หนูไม่ได้เป็นยักษ์ จะมีเขี้ยวยักษ์ได้ยังไง ว่าแต่พวกพี่เป็นยักษ์จริง ๆ เหรอคะ? แล้วเมื่อกี้ที่พวกพี่เลียกับดมหนู... พวกพี่จะกินหนูเหรอคะ? พ่อของพวกพี่ซื้อหนูมาให้เป็นอาหารเย็นใช่ไหม? พวกพี่หลอกหนูมากินใช่ไหม?” สาวน้อยถามเสียงเครือ เธอมีกำลังวังชามากมายก็จริง แต่พวกเขาเป็นยักษ์เลยนะ ถ้าพวกเขารุมกินเธอ แค่กัดคอเธอแล้วเคี้ยว 2-3 คำเธอก็คงนอนจมกองเลือดตายกลายเป็นรังเรขผู้รุ่งริ่งแล้ว

ก็ฟันพวกพี่โง้งเสียขนาดนั้น แล้วที่หนูมีแรงถีบ มีแรงทุ่มพวกพี่ได้ก็คงเพราะพวกพี่ไม่ทันตั้งตัว ถ้าพวกพี่แปลงร่างเป็นยักษ์เต็มตัวหนูมิโดนบี้ตายเหรอคะ?

“เดี๋ยว เดี๋ยว หยุดก่อนยัยแสบ พร่ำเพ้ออะไรกันเนี่ย? พ่อของพวกฉันไม่ได้ซื้อเธอมาให้พวกฉันกิน... เออ... อาจจะอยากให้พวกฉันกินแหละ แต่ไม่ได้กินแบบนั้น... เออ... คือ... วุ้ย! มึงอธิบายสิไอ้ราม กูจนปัญญา” ราพณ์พยายามอธิบายแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน สุดท้ายได้แต่ยกมือขึ้นเสยผมยาวสลวยของตัวเองแล้วโยนไปให้เพื่อนแทน

“ถ้าพวกพี่ไม่ได้จะกินหนูแล้วเอาหนูมาทำไม? จะให้หนูเลือกแต่งงานกับพวกพี่จริง ๆ เหรอคะ? จะเป็นไปได้ยังไง? คนกับยักษ์นะ แค่เห็นหน้ายักษ์ของพวกพี่หนูก็สลบแล้วเนี่ย” รังเรขถามน้ำตาคลอเบ้า เธอเป็นคนที่ค่อนข้างจะเข้มแข็ง อ่อนแอแต่กับเรื่องผีสางเท่านั้น และเธอเองก็ไม่แน่ใจว่ายักษ์นับเป็นผีสางหรือเปล่า

“ยัยตัวจิ๋ว พี่ว่าน้องลองดูหน้ายักษ์ของพวกพี่ดี ๆ อีกรอบดีกว่า... คนหน้ายักษ์มักน่าเย่อนะน้องนะ” พระรามบอกน้อง มุมปากมีรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏอยู่

chap-preview
Free preview
Chapter 1: ทะเลาะวิวาท
‘ด้วยชายที่รักดับสูญด้วยความอาดูรโถมถา จึงถอดดวงใจให้ลูกยาไว้ปกปักรักษาเจ้าเอย’ รังเรขอ่านข้อความที่สลักไว้หลังจี้เงินสี่เหลี่ยมของสร้อยข้อมือที่มีพลอยสีแดงอมม่วงประดับอยู่เม็ดหนึ่ง เธอชอบอ่านข้อความนี้เวลาที่เหงา เหน็ดเหนื่อยกับชีวิต หรือแม้กระทั่งเวลาที่โกรธเกลียดพ่อแม่ที่ตายไปและทิ้งเธอไว้บนโลกอันโหดร้ายนี้เพียงลำพัง สร้อยเส้นนี้น่าจะเป็นของมีค่ามากที่สุดที่แม่ทิ้งไว้ให้เธอก่อนตาย ดังนั้นถึงเธอต้องกัดฟันทนทำงานหรือชะลอการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยถึงสองปีเธอก็ยอม แต่เธอจะไม่มีทางขายสร้อยเส้นนี้เป็นอันขาด “เลข! ยกเบียร์มาเติมหน่อย!” เสียงพี่เอฟ ผู้จัดการสาววัยกลางคนประจำซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ดังขึ้นมาจากทางประตูห้องเก็บสต๊อก “ค่ะ!” สาวน้อยวัยยี่สิบปีสูดอากาศเข้าเต็มปอดก่อนจะยืดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 158 เซนติเมตร เธอแกะยางรัดผมของเธอออกจากเส้นผมที่ยุ่งเหยิงก่อนจะใช้มือน้อย ๆ สางผมหยิกเป็นลอนอ่อน ๆ ยาวถึงกลางหลังของเธอแล้วรวบรัดมันใหม่ให้ทะมัดทะแมงมากขึ้นกว่าเดิม รังเรขย่อตัวลงแล้วแบกลังเบียร์ซ้อนกันสามลังก่อนจะยกออกไปเติมตรงชั้นวางของ ยามเธอเดินผ่านลูกค้าที่แวะมาจับจ่ายซื้อของทุกคนต่างเหลียวหลังมองตามเธอ จะว่าเธอสวยหรือก็ใช่ แต่ไม่ได้สวยขนาดต้องเหลียวหลังมอง แม้จะมีหน้าตาหมดจด ปากนิดจมูกหน่อย แต่พอไม่มีเครื่องสำอางบนใบหน้าเธอก็ดูเป็นพวกที่สวยน่ารักแบบที่พบเห็นได้ทั่วไป ไม่ได้โดดเด่นแถมยังติดจะโทรมเพราะทำงานหนักอีกต่างหากแต่เธอรู้ว่าทำไมผู้คนเหล่านั้นถึงหันมามองเธอด้วยสายตาประหลาดใจปนตะลึง ใครจะไปคิดว่าสาวน้อยรูปร่างแบบบางกับส่วนสูงไม่ถึง 160 จะยกลังเบียร์ทีละสามลังได้สบาย ๆ ล่ะ? นอกจากสร้อยข้อมือเส้นสวยที่แม่ทิ้งไว้ให้รังเรขก็ต้องยอมรับว่าพลังราวช้างสารนี้ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งในมรดกที่ดีที่สุดจากพ่อและแม่ของเธอ หากไม่มีพลังแบบนี้เธอคงไม่ได้งานเป็นพนักงานของที่นี่แถมตั้งแต่เล็กจนโตก็อาจถูกพวกเด็กหัวโจกในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ารังแกอีกต่างหาก ว่าแล้วก็ต้องขอบพระคุณแม่ของหนูมาก... หรือจะเป็นพ่อนะ? หนูไม่รู้หรอกว่าญาติฝ่ายไหนที่มียีนทรงพลัง รู้แต่ว่ามันมีประโยชน์กับชีวิตหนูที่บัดซบมาก ถ้าไม่มีแรงทุ่มช้างเหยียบม้าแบบนี้มีหวังไอ้เลขตายตั้งแต่ห้าขวบแล้ว รังเรขคิดในใจพลางจัดวางขวดเบียร์เรียงกันบนชั้นแล้วยกลังที่เหลือปีนบันไดพับขึ้นไปไว้บนชั้นสูงสุดเผื่อเติมเมื่อของขาด หากเป็นคนอื่นงานแบบนี้คงใช้เวลานานกว่านี้ ไหนจะต้องยกลังเบียร์ลงจากรถเข็น กว่าจะเข็นมาถึง กว่าจะเติมของบนชั้นอีก กินเวลาน่าดูแต่สำหรับรังเรขมันใช้เวลาแค่นิดเดียวจริง ๆ นอกจากหน้าที่การเติมของหนัก ๆ ลงไปบนชั้น รังเรขยังมีงานอื่นอันทำให้เธอต้องกลายเป็นแหล่งพึ่งหลักของคนในที่ทำงานด้วย “ไอ้เลข! ออกมาดูหน้าซูเปอร์หน่อยแก! คนตีกัน!” เสียงใบบัวเพื่อนร่วมงานสาวและเพื่อนตั้งแต่วัยเยาว์ผู้ชักชวนรังเรขให้มาทำงานที่นี่ดังขึ้น นั่นไง... ถึงเวลาที่หนูต้องไปปฏิบัติหน้าที่รองแล้ว สาวน้อยคิดแล้วก้าวฉับ ๆ เดินไปทางด้านหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตทันที ไม่มีท่าทีรีบร้อนแต่ก็ไม่ได้ชักช้ายืดยาด พอออกไปถึงลานโล่งกว้างหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตเธอก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงสองคนซัดหมัดใส่กันนัว ดีที่ตอนนี้ยังเช้ามาก ร้านรวงในห้างก็ยังไม่เปิด มีแต่ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปิดให้บริการไวกว่าเพื่อนทำให้ไม่มีเหล่าไทยมุงมาดูเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทมากนัก “รีบเข้าไปห้ามเขาสิเลข!” พี่เอฟหันมาตะโกนบอกเธอ รังเรขกอดอกยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มสองคนที่กำลังฟัดกันอยู่ดูมีฝีไม้ลายมือไม่เบากันทั้งคู่ แถมยังหน้าตาหล่อจัดกันทั้งสองคน เสื้อผ้าที่ใส่ก็ดูเป็นเสื้อผ้าราคาแพงของแบรนด์เนม ที่สำคัญรอบตัวคนทั้งคู่ต่างก็มีพรรคพวกของพวกเขายืนดูอยู่ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัวฝั่งละ 2-3 คนแต่กลับไม่มีใครเข้าห้ามปรามการทะเลาะวิวาทของสองหนุ่มเลย สองหนุ่มที่กำลังปล่อยหมัดตะบันหน้ากันอยู่ ฝ่ายหนึ่งสวมสูทสีดำหรูหรา หน้าตาหล่อเหลาคมคาย ปาก จมูก คิ้ว องค์ประกอบหน้าดูเข้มชัดเหมือนรูปปั้นเทพบุตร ส่วนชายหนุ่มอีกคนมีใบหน้าสวยงามเหมือนหญิงสาว ผมยาวเคลียบ่ามัดไว้ครึ่งหัว ท่าทางหน้าตาเหมือนนายแบบหรือพวกดาราเกาหลี แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนถึงข้อศอกสีฟ้าอ่อนและกางเกงยีนที่ดูก็รู้ว่าเป็นของแบรนด์หรูราคาแพงระยับ แต่สิ่งที่สะดุดตารังเรขกลับไม่ใช่หน้าตาหล่อเหลาหรือเสื้อผ้าราคาแพงของสองหนุ่ม มันกลับเป็นบางอย่างที่แปลกออกไปของเขาทั้งคู่ต่างหาก... ตรงริมฝีปากหยักได้รูปน่าจูบของพวกเขาเหมือนมีเขี้ยวเสน่ห์งอกออกมายาวผิดปกติจากมุมปากทั้งสองข้างแถมยังโง้งตั้งขึ้น เสริมให้ใบหน้าหล่อดูน่าเกรงขามมากขึ้น “เร็วสิเลข! เข้าไปแยกพวกเขาออกจากกันก่อน มัวแต่ยืนดูอยู่นั่นแหละ ไม่มีใครกล้าห้ามเลยเนี่ย ขืนทะเลาะกันมากไปกว่านี้มีหวังห้างพังอีกแน่” พี่เอฟสั่งสาวน้อยอีกครั้ง รังเรขขมวดคิ้วบางแล้วคิดตามคำพูดของหัวหน้างาน แสดงว่าสองคนนี้เคยมีเรื่องกันที่นี่มาก่อนแล้ว เธอเองเพิ่งเริ่มงานกับทางซูเปอร์มาร์เก็ตได้ไม่ถึงสามเดือนดีเลยยังไม่รู้อะไรมาก “หยุดได้แล้วค่ะ! ถ้าไม่หยุดก่อความวุ่นวายหนูจะโทรเรียกตำรวจนะคะ!” รังเรขเดินเข้าไปและตะโกนเสียงดังบอกสองหนุ่มแต่ไม่มีใครฟังเธอเลย แถมไม่พอพรรคพวกของสองหนุ่มกลับเดินมาดึงตัวเธอให้ออกห่างไกลจากรัศมีการวิวาทอีกต่างหาก “ปล่อยพวกเขาไปสักแป๊บเถอะหนู เดี๋ยวเขาก็หยุดตีกันเอง” ชายร่างใหญ่ราวยักษ์ปักหลั่นในสูทสีดำซึ่งน่าจะเป็นพรรคพวกของหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคมคายใส่สูทราวนักธุรกิจพูดขึ้น “แต่มาทะเลาะกันหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตแบบนี้ไม่ได้นะคะ เดี๋ยวลูกค้าไม่กล้าเข้ากันพอดี นี่ยังดีลูกค้ายังไม่เยอะ ถ้าสายหน่อยลูกค้าเยอะมีหวังทางซูเปอร์ไม่มีคนเข้าแน่” สาวน้อยประท้วงขึ้นมา “เออ น่า ถ้าเสียหายเท่าไหร่เดี๋ยวพวกเขาก็เคลียร์ค่าเสียหายให้เองแหละ ไม่ต้องเป็นห่วง” ชายอีกคนที่ใส่แว่นดำและสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว รูปร่างใหญ่โตไม่แพ้กันเอ่ยขึ้นบ้าง “ไม่ได้ค่ะ! นอกจากคนอื่นจะเดือดร้อน ถ้าเกิดคุณสองคนนั้นทำของในห้างพังหรือเผลอทำให้คนอื่นโดนลูกหลงจะแย่ค่ะ ถ้าพวกคุณเป็นเพื่อนเขาแล้วห้ามเขาไม่ได้ก็ถอยไปค่ะ หนูจะห้ามเอง” รังเรขบอกหนุ่มร่างใหญ่ทั้งสองคนแล้วทำท่าจะเดินเข้าไปหาสองหนุ่มหล่อที่ยังฟัดกันอยู่อุตลุด “เฮ้ย! อย่าเข้าไปห้ามพวกเขาหนู! ถึงตายได้เลยนะ!” ชายร่างใหญ่ในสูทดำร้องบอกด้วยความตกใจแต่ไม่ทันเสียแล้ว รังเรขพุ่งตัวเข้าไปยังสองร่างสูงใหญ่ที่กำลังโรมรันพันตูกันอยู่ทันที “หยุดค่ะ! หนูบอกให้หยุด! นี่หนูเตือนแล้วนะ” สาวน้อยพยายามดันร่างสองร่างให้แยกจากกัน ยิ่งมองใกล้ ๆ ยิ่งเห็นว่าพวกเขาหล่อลากมากกว่าพวกพระเอกหนังเสียอีก ที่สำคัญมีเขี้ยวเสน่ห์เหมือนกันอีกต่างหาก “ไม่หยุดใช่ไหมคะ? หนูจะใช้กำลังแล้วนะ!” สาวน้อยเท้าสะเอวแล้วถามด้วยความโมโห “ยัยจิ๋วนี่ใครวะไอ้เมฆ?! มาลากออกไปสิวะ เดี๋ยวก็โดนลูกหลงเจ็บหนักพอดี” หนุ่มรูปหล่อหน้าคมคายในชุดสูทตะโกนบอกพรรคพวกตัวเอง “ไอ้เข้ม มาเอาเด็กนี่ออกไปสิวะ เดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก!” หนุ่มผมยาวหน้าสวยตะโกนบอกพวกตัวเองบ้าง รังเรขถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะสูดอากาศเข้าเต็มปอดอีกครั้ง ก็ยังดีที่ยังคำนึงถึงความปลอดภัยของคนอื่น... “หนู-บอก-ให้.... ห-ยุ-ด!!!” ตึง! ตึง! ร่างใหญ่ของชายในสูทดำถูกจับทุ่มข้ามหัวของสาวน้อยทันที ส่วนหนุ่มหล่อผมยาวก็ถูกเธอเตะตัดขาจนล้มลง สองร่างของหนุ่มหล่อนอนกองกันอยู่กับพื้น เหตุการณ์สงบลงทันที สองหนุ่มจ้องมองหญิงสาวตัวเล็กที่พวกเขาไม่ได้เสียเวลาชายตามองเธอแม้แต่แวบเดียวก่อนหน้านี้ “ยัยจิ๋วนี่เป็นใครวะ?/ เด็กคนนี้.... มันเป็นใครกันวะ!?” สองหนุ่มลูบเนื้อตัวของพวกเขาแล้วจ้องใบหน้าสะอาดน้อยของสาวร่างเล็กพร้อม ๆ กันด้วยความงุนงง หนูบอกให้หยุดไม่หยุดเองนะ เตือนแล้วนะ... แต่เอ๊ะ! ทำไมจู่ ๆ เขี้ยวเสน่ห์ของพวกเขามันหักหายไปไหนกัน? หรือตอนหนูทุ่มและเตะตัดขาพวกเขาดันทำฟันเขาหัก? หนูต้องจ่ายเงินค่าชดเชยให้เขาไหมเนี่ย? อย่ามาถามหาเงินจากหนูนะ นอกจากสร้อยพลอยแดงที่พอจะมีค่าหนูก็มีแต่ตัวนี่แหละค่ะ ไม่มีเงินชดใช้นะ บอกเลย!

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.9K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.7K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.1K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook