ราพณ์แวะเข้าไปดูงานที่คลับ 3-4 แห่งเนื่องจากไม่อยากกลับเพนต์เฮาส์ ยังรู้สึกแปลก ๆ ที่ถูกบังคับให้มาอยู่ร่วมชายคากับยัยตัวแสบแต่สุดท้ายก็คิดได้ว่าไอ้รามเองก็คงยุ่งอยู่กับงานเพราะมันเป็นคนบ้างาน หากเขาไม่กลับบ้านรังเรขก็คงต้องอยู่คนเดียว ว่าแล้วจากที่ตั้งใจจะกลับบ้านสักตีสองก็ต้องถอดใจกลับบ้านตั้งแต่ห้าทุ่ม
พอเปิดประตูเพนต์เฮาส์เข้ามาเขาก็ได้กลิ่นไอ้ราม แสดงว่ามันเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน แต่พอกวาดตามองไปรอบเพนต์เฮาส์กลับไม่เห็นอริเก่า เขาจึงตัดสินใจเดินขึ้นไปบนชั้นสองอันเป็นที่ตั้งของห้องนอน
ห้องแรกทางด้านขวามือเป็นห้องของเขาเอง ห้องถัดไปเป็นห้องของไอ้รามซึ่งประตูของทั้งสองห้องถูกปิดสนิทแต่ประตูห้องนอนฝั่งซ้ายอันเป็นห้องของน้องเลขเปิดอ้าอยู่หนุ่มหล่อผมยาวจึงเดินไปดูด้วยความสงสัยว่าเหตุใดสาวน้อยจึงเปิดประตูทิ้งไว้
ภาพที่เขาเห็นกำลังดำเนินอยู่ในห้องทำให้เขาถึงกับจุกในอก หนุ่มหล่อนิ่วหน้าแล้วมองอริที่บัดนี้อยู่ในสถานะเพื่อนก้มหน้าลงประกบปากจูบกับยัยตัวแสบของเขาอย่างแผ่วเบาราวรักใคร่เสียหนักหนา
“มึงทำอะไรน้องวะไอ้ราม?!” ราพณ์ถาม เสียงเขาไม่ได้ดังมากนักเนื่องจากกลัวน้องตื่นแต่มันแฝงไปด้วยความโกรธปนขัดเคืองใจอย่างบอกไม่ถูก
พระรามหันหน้ามามองเขาแล้วยกนิ้วชี้ขึ้นจุปาก เป็นการบอกให้ราพณ์เบาเสียงลง
“พูดเบา ๆ เดี๋ยวน้องตื่น กูแค่พาน้องมานอน” พระรามบอกเพื่อน
“มึงจูบน้องด้วย”
“กู้ดไนท์คิสไงมึง”
ราพณ์ได้ยินคำตอบจากเพื่อนก็เบะปากแล้วจ้องคนตัวเล็กที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียงแถมยังยิ้มน้อย ๆ เหมือนฝันหวานอีกด้วย
“มันน่ากู้ดไนท์คิสตรงไหนวะ? ดูชุดนอนสิ อย่างกับเด็กป.สาม อายุเท่านี้ ชุดเซ็กซี่แบบชุดนอนไม่ได้นอนก็ต้องมีแล้วสักตัวสองตัวไหม?” ราพณ์ทำเป็นบ่น แต่ในใจร้อนรนที่เห็นเพื่อนแซงหน้าไปก่อนแล้วก้าวหนึ่ง
“มึงพูดมาก็ดีแล้ว พรุ่งนี้กูพาน้องไปชอปปิ้งไม่ได้จริง ๆ มึงต้องพาไป น้องอยากได้อะไรมึงก็ซื้อให้หมด ถ้ามึงไม่อยากออกเงินก็มาเอาเงินกับกู ซื้อชุดนอนไม่ได้นอนให้น้องสัก 7-8 ชุดด้วย” พระรามสั่งเพื่อน
“เงินแค่นี้กูมีซื้อของให้ว่าที่เมียกูหรอก” ราพณ์พูดขึ้นมาทันที น้ำเสียงไม่ค่อยพอใจที่พระรามก้าวก่ายหน้าที่เขา
“เหอะ! ทีแบบนี้มาเรียกน้องเขา ‘ว่าที่เมีย’ ก่อนหน้านี้มึงบอกเองว่าจะไม่เอาน้องเป็นเมีย กูว่าแล้วว่าถ้ามึงเห็นกูอยากได้มึงก็ต้องอยากแย่ง” พระรามยิ้มน้อย ๆ แล้วส่ายหน้าไปมา
“พูดมาก ไปอาบน้ำนอนเถอะมึงน่ะ กูจะอยากได้หรือไม่อยากได้ยัยตัวแสบตอนไหนเมื่อไหร่มันก็เรื่องของกู” ราพณ์พูดเสียงห้วน
พระรามได้แต่ถอนหายใจในความดื้อดึงของเจ้ายักษ์หน้าสวยก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ราพณ์ยืนมองน้องน้อยที่นอนหลับสนิท
แม่ง... หลับอุตุขนาดโดนขโมยจูบยังไม่รู้ตัวแล้วยังเสือกกลัวพวกกูจะจับกิน จะว่าไปตอนหลับแบบนี้ก็ดูเชื่องดี ดูน่ารัก ไม่มีพิษมีภัย
ราพณ์คิดในใจแล้วนั่งลงบนเตียงข้างกายรังเรข เขาเขี่ยเส้นผมเหนียว ๆ บางส่วนที่ย้อยมาปรกแก้มใสของเจ้าหล่อนขึ้นเพื่อให้เห็นใบหน้าเธอได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
ผมเหนียวเชียว ไม่ได้สระผมเลยล่ะสิเนี่ย สงสัยกะให้กูพาไปสระผมทีเดียวพรุ่งนี้ นี่ขนาดเพิ่งได้เงินจากคุณป๋ากูและพ่อไอ้รามไปล้านหนึ่งยังจะขี้งกกับค่าสระผมไม่กี่ร้อยอีก ยัยแสบเอ๊ย...
หนุ่มหล่อหน้าสวยคิดไปก็มองใบหน้าน้อยของน้องไป สาวเจ้ามีปากนิดจมูกหน่อย คิ้วเรียวอาจรกนิดหนึ่งเพราะถูกละเลยการกันแต่ง ดวงตาที่ปิดสนิทของเธอตรงหางตาชี้ขึ้นน้อย ๆ เหมือนพวกนางร้ายในละคร ไม่เหมือนนางเอกผู้แสนดีสักเท่าไหร่ มันเป็นองค์ประกอบของใบหน้าที่ดูไม่ค่อยเข้ากันแต่พอรวมกันอยู่บนดวงหน้าน้อยของน้องมันกลับดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด ดูเป็นสาวร้ายแบบใส ๆ เหมือนพวกที่อาละวาดพังข้าวของได้เพื่อช่วยแมวเล็ก ๆ สักตัวที่ถูกรังแกอะไรประมาณนั้น
ราพณ์พิศดูหน้าน้องอยู่เป็นนานและโดยไม่รู้ตัวหนุ่มหล่อก็ก้มใบหน้าสวยหวานลงประกบปากกับสาวเจ้าเหมือนที่เพื่อนของเขาทำก่อนหน้านี้ ผมนิ่มสลวยของเขาเคลียอยู่ที่แก้มและคอของรังเรขทำให้เจ้าหล่อนนิ่วหน้าแล้วครางฮือออกมาเบา ๆ บัดนั้นราพณ์จึงเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองทำอะไรลงไป
เขารีบถอนจูบออกแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เกิดมาเขายังไม่เคยเพลี่ยงพล้ำให้สาวคนไหนถึงขนาดนี้มาก่อน
แล้วนี่คืออะไรวะ? ชุดนอนไม่ได้นอนน้องก็ไม่ได้ใส่ แล้วกูเป็นอะไรถึงเผลอใจให้ยัยแสบได้วะ?
ราพณ์ส่ายหัวไปมาแรง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินจากไปพร้อมรสจูบหวานหอมคล้ายวานิลลาที่ติดตรึงอยู่บนริมฝีปากร้อนของตน หัวใจยักษ์ของเขามันเต้นแรงขึ้นหลายจังหวะ ไม่รู้ว่าเมื่อตอนที่ไอ้รามจูบน้องหัวใจมันจะแทบคลั่งเหมือนที่เขาเป็นอยู่ในตอนนี้ไหมนะ?
*********************
รังเรขตื่นแต่เช้าแล้วรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นยูนิฟอร์มของทางซูเปอร์มาร์เก็ตและกางเกงยีนสีซีด เธอมัดผมยุ่ง ๆ ไว้เป็นหางม้าด้านหลังแล้ววิ่งลงมาที่ห้องครัว สาวน้อยจัดแจงเตรียมอาหารเช้าสไตล์อเมริกันไว้ให้พี่ ๆ เพราะวัตถุดิบที่ลุงชาติซื้อมาตุนไว้ให้ล้วนมีแต่พวกไส้กรอก แฮม เบคอน
น่าจะเพราะพวกพี่ ๆ เป็นยักษ์... เป็นสัตว์กินเนื้อ อาหารส่วนใหญ่ในตู้เย็นเลยมีแต่เนื้อทั้งนั้น
สาวน้อยคิดแล้ววางจานสามใบที่มีเบคอนอบกรอบ ๆ จนหอมกรุ่น ไส้กรอกทอดในกระทะไร้น้ำมันท่อนใหญ่ ๆ อีกสองชิ้น รวมถึงแฮมแผ่นหนาไว้ตรงที่โต๊ะรับประทานอาหาร
“ตื่นแต่เช้าเลยนะครับน้องเลข” เสียงพระรามในชุดสูทสุดหล่อเตรียมพร้อมจะไปทำงานดังขึ้นเป็นการทักทายสาวน้อย
“ค่ะ เมื่อคืนหลับสบายมาก หนูไม่ได้หลับสบายแบบนี้มานานแล้ว ไม่ต้องกังวลว่าจะตื่นไปเข้ากะเช้าไม่ทัน ไม่ต้องคิดว่าจะต้องหาเงินอีกเท่าไหร่ถึงจะกลับไปเรียนต่อได้ ไม่ต้องปวดหัวว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเช่าบ้าน ความรู้สึกของคนที่มีอันจะกินนี่มันดีจังเลยค่ะ” สาวน้อยพูดจาเจื้อยแจ้วด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข
“สุขมากสินะ เมื่อวานตอนหลับนอนน้ำลายยืดเลย นอนไปอมยิ้มไป คงฝันหวานว่าพอครบสามเดือนแล้วจะแต่งกับพวกฉันคนใดคนหนึ่งจากนั้นก็มีเงินใช้สบายไปตลอดชาติล่ะสินะ”
แน่ะ.. ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าใคร ตื่นเช้ามาก็ปากแจ๋วเลย
“พี่ราพณ์มานั่งกินข้าวเช้าเร็วสิคะ กินเสร็จจะได้ไปส่งหนูซื้อของ” รังเรขไม่ต่อปากต่อคำกับเขาแต่กลับเชื้อเชิญหนุ่มหล่อผมยาวที่แต่งตัวเรียบร้อยด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนง่าย ๆ ให้นั่งลงรับประทานอาหาร
จะเถียงกับเขาไปทำไม? ยังไงเสียวันนี้เขาก็ต้องเป็นคนออกเงินค่าของให้เธออยู่ดี อย่าไปต่อปากต่อคำกับกระเป๋าสตางค์ของตัวเอง
เมื่อสาวน้อยคิดได้ดังนี้ความหมั่นไส้พี่ราพณ์ก็ลดลงไปมากโข
“ว่าแต่... เลขลาออกจากงานที่ซูเปอร์มาร์เกตแล้วใช่ไหมครับ? ทำไมยังสวมยูนิฟอร์มอยู่อีก?” พระรามตั้งข้อสังเกตก่อนจะเริ่มลงมือรับประทานอาหารเช้า
รังเรขนั่งลงตรงกลางระหว่างพี่ ๆ ทั้งสองคนแล้วตอบฉะฉานทันที
“หนูไม่มีชุดอื่นค่ะ ไม่อยากซื้อชุด เปลืองเงิน จะเก็บเงินไว้เรียน”
คำตอบของเธอทำเอาสองหนุ่มชะงัก จะขำก็ขำไม่ออก เรียกว่าสงสารปนสังเวชจะดีกว่า นี่ว่าที่เมียของพวกเขาอนาถาขนาดนั้นเลยหรือ? ขนาดยักษ์ชั้นต่ำที่เป็นบริวารของบริวารพวกเขาอีกทียังความเป็นอยู่ดีกว่านี้เสียอีก
“วันนี้เลขอยากได้อะไรก็ซื้อไป ซื้อได้เต็มที่นะครับ ถ้าอยากได้อะไรแล้วไอ้ราพณ์ไม่ยอมซื้อให้เลขโทรบอกพี่ได้เลย พี่จะซื้อให้เอง” พระรามบอกน้องน้ำเสียงอ่อนโยนแล้วจิ้มไส้กรอกขึ้นมากัดคำหนึ่ง
“เชี่ยราม กูพาน้องไปซื้อของกูก็ต้องรับผิดชอบน้อง ยัยแสบอยากได้อะไรกูจะซื้อให้มากกว่าที่น้องอยากได้อีก” ราพณ์บอกเพื่อนแล้วจิ้มเบคอนเข้าปากบ้าง
สองหนุ่มหล่อไม่พูดจามากความ ต่างคนต่างกิน ไม่รู้เพราะว่าในใจพวกเขาจะเกิดความเวทนาในตัวเธอหรือแค่ไม่ค่อยถูกกันเลยไม่ชินกับการต้องมานั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน
รังเรขไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น รู้แต่ว่าเธอมีความสุขม้าก มาก ยิ่งมีพี่ ๆ อยู่ใกล้คอยตามใจ คอยเป็นห่วงเธอยิ่งสุขล้น ไม่น่าเชื่อว่าคนจะมีความสุขเพราะยักษ์สองตนได้ถึงเพียงนี้