ตอนที่4

3822 Words
“อ้าวตากลางวันนี้ไม่ไปทำงานหรือไงลูก” คุณหญิงพีรยาถามลูกชายที่แต่งตัวตามสบายทั้งที่เวลานี้ต้องๆไปทำงานแล้วแต่ลูกชายยังเอ้อระเหยอยู่บ้าน “ไม่ไหวครับคุณแม่ เมื่อคืนดื่มกับเพื่อนเยอะไปหน่อยครับ” ชวินนั่งลงตรงข้ามแม่เพราเมื่อคืนวันเกิดของท่านเขาก็ดื่มเยอะไปหน่อย “แล้วคุณพ่อล่ะครับ” “ก็ออกไปบ้านพี่ชายแกตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่กลับเลย คอยดูนะกลับมาเมื่อไหร่ต้องคุยกันหน่อยทำแบบนี้มันหักหน้าแม่ชัดๆ” คุณหญิงพีรยาพูดถึงสามีด้วยความโกรธทั้งที่เพิ่งข่มอารมณ์ลงได้แต่พอลูกชายมาก็อารมณ์ขึ้นอีก “คุณพ่อก็เข้าข้างพี่โตกับลูกเมียของพี่โตมาตลอดนี่ครับ ขนาดพินัยกรรมยังยกบริษัทให้พี่โตแล้วผมล่ะได้แค่บริษัทเล็กๆและหุ้นอีกนิดหน่อยเท่านั้นเอง” ชวินพูดขึ้นเพราะทุกคนรู้กันหมดแต่คำทักท้วงไม่มีน้ำหนักพอเพราะพี่ชายเป็นคนสร้างบริษัท KK1 คอร์เปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) แต่เป็นเงินทุนกงสีจึงเป็นบริษัทของครอบรัวที่พี่ชายถือหุ้นเยอะสุดและคนนอกก็มีอีริค บอนเน็ต สามีของเยาวนีย์เพื่อนของพี่ชายที่มาร่วมหุ้นแล้วทำให้บริษัทได้เขาตลาดหลักทรัพย์ ส่วนดุจเดือนก็เป็นหนึ่งในผู้บริหารของบริษัทเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยพี่ชายผลักดันบริษัทจนก้าวมาอยู่แถวหน้าทำให้พ่อของเขารักลูกสะใภ้มาก “แม่ไม่ยอมหรอกนะตากลาง แต่ลูกก็จัดการบริหารบริษัทของลูกให้ดีหน่อยสิเพราะแบบนี้ไงพ่อของลูกถึงไม่ยอมให้ไปบริหารร่วมกับพี่ชายของลูก” คุณหญิงพีรยาก็รู้ว่าลูกชายคนรองและลูกสาวคนเล็กนั้นบริหารงานไม่เป็นและขาดทุนมาตลอดทำให้ลูกชายคนโตคอยช่วยอุ้มบ่อยๆ “คุณแม่ก็รู้นี่ครับ ว่าตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีทุนที่ลงไปก็ยังไม่ได้คืนเพราะให้เครดิตลูกค้าแต่งานใหม่ก็เข้ามาผมก็ต้องลงทุนเพิ่มแล้วยัยเล็กก็ผลิตผ้าให้ไม่ทันผมต้องไปดีลกับบริษัทอื่นตอนนี้ต้องใช้เงินอีกเยอะ คุณแม่ช่วยพูดกับคุณพ่อและพี่โตให้ผมหน่อยนะครับ” ชวินชักแม่น้ำทั้งทุกสายมาพูดกับแม่เพื่อให้ท่านช่วย “อีกแล้วเหรอตากลาง ลูกเพิ่งเอาไปเมื่อสองเดือนก่อนสามสิบล้านนะ” คุณหญิงพูดกับลูกชายเพราะทุกครั้งลูกชายคนรองและลูกสาวคนเล็กมีปัญหาก็จะมาขอให้ท่านพูดกับสามีและลูกชายคนโตให้ “ครั้งนี้สิบล้านเองนะครับคุณแม่” “แล้วเมื่อไหร่บริษัทของกลางจะทำกำไรได้สักทีล่ะ ถ้าเป็นแบบนี้ทุกสองเดือนแล้วมันจะไปรอดมั้ย” คนเป็นแม่ถอนหายใจลูกของเธอทั้งสามต่างกันมากคนโตเก่งทุกอย่างแต่ขัดใจเธอเรื่องสะใภ้ที่เธอไม่ชอบ คนรองหยิบโย่งทำอะไรไม่เคยสำเร็จต้องพึ่งพ่อกับพี่ตลอดแต่ได้ดั่งใจแม่แต่งงานกับลูกสาวนักธุรกิจเป็นหน้าเป็นตาของครอบครัวและคนเล็กก็เหมือนกันแต่งงานกับลูกชายนักธุรกิจค้าปลีกค้าส่งทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ดั่งใจเธอ “ผมขออีกแค่ครั้งเดียวครับ แต่ขอเผื่อไว้สักยี่สิบล้านได้ก็ดีนะครับ” “แม่จะลองพูดกับพ่อของลูกละกัน แต่จะได้หรือเปล่าไม่รู้เพราะคราวก่อนลูกก็พูดแบบนี้เหมือนกัน” คุณหญิงพีรยาพูดแล้วก็ถอนหายใจเพราะเธอกำลังโกรธลูกชายคนโตกับสามีและจะให้พูดเรื่องเงินอีกแม้เธอจะมีเงินแต่ในเมื่อมีเงินกงสีทำไมเธอต้องควักเงินตัวเองออก “ขอบคุณครับคุณแม่ ผมขอตัวก่อนนะครับ” เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วเขาก็ไปตีกอล์ฟกับเพื่อนตามที่นัดไว้ “ลูกจะไปบริษัทเหรอ” “เปล่าครับ พอดีเพื่อนมาชวนไปออกรอบไหนๆผมก็ไม่เข้าบริษัทก็เลยจะไปสักหน่อย ไปนะครับคุณแม่” ชวินพูดจบก็เดินออกไปปล่อยให้แม่นั่งถอนหายใจอย่างหนักใจอยู่คนเดียว “ลูกหนอลูก เมื่อไหร่จะโตสักทีนะจนลูกจะโตทันแล้ว” คุณหญิงพีรยาพูดพึมพำอยู่คนเดียวแล้วคิดว่าจะพูดกับสามีว่ายังไงแต่กับลูกชายคนโตเธอเิ่งตัดขาดเขาไปเมื่อคือแต่พูดไปด้วยความโกรธและลูกชายก็ถือเป็นจริงแต่ไม่เป็นไรแค่เธอพูดคุยก่อนลุกชายก็ใจอ่อนแล้ว ก่อนจะเปิดทีวีดูข่าวสารบ้านเมืองรอสามีกลับบ้าน ที่สนามกอล์ฟชานเมือง ชวินมาออกรอบกับเพื่อนสีห้าคนและมีเดิมพันกันนิดๆหน่อยแต่ละคนก็มีแคดดี้สาวสวยสุดเซ็กซี่ติดตามทุกคนแต่มีแคดดี้ตัวจริงแบกถุงกอล์ฟเดินตามและคุยเรื่องธุรกิจกันและก็พูดถึงเรื่องหุ้นบริษัทKKวันซ์คอร์เปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)ที่ให้ชวินเจรจาซื้อหุ้นแต่ยังไม่มีคำตอบตอนนี้ใครๆก็อยากมีหุ้นในเคเคเวันซ์ฯเพราะมีพาร์ตเนอร์เป็นถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ของสเปนและส่งสินค้าไปจำหน่ายทั่วยุโรปเอเชีย “ตกลงเมื่อไหร่จะรู้เรื่องหุ้นวะกลาง ฉันรอมานานแล้วนะเว้ย” สถิตพูดกับเพื่อนหลังจากที่จบเกมแล้วมานั่งดื่มที่ห้องส่วนตัวในสโมสร “พ่อฉันไม่ปล่อยนะสิ ฉันพยายามแล้วคุณแม่ก็ช่วยพูดแต่ท่านยืนยันว่าเป็นบริษัทของครอบครัวไม่อยากให้มีหุ้นส่วนเป็นคนนอก” “แล้วคุณอีริคไม่ใช่คนนอกหรือไงวะกลาง เขามีหุ้นเยอะกว่าแกอีกนะ” โกศลนักธุรกิจชื่อดังที่มีข่าวพัวพันกับคาสิโนในประเทศเพื่อนบ้านและบ่อนออนไลน์และเขาปฏิเสธว่าทำแต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เท่านั้นและยังเป็นเจ้าหนี้ของชวินที่ยืมเงินมาหมุนในบริษัทและเขาต้องการฟอกเงินจึงต้องการมีหุ้นในบริษัทใหญ่ก็จะทำให้คล่องตัวกว่า “นั่นสิวะกลาง มึงยอมได้ยังไงวะมึงเป็นลูกแต่ได้หุ้นน้อยกว่า” เอกสิทธิ์เพื่อนอีกคนพูดเสริมเพราะอีริคไม่ใช่คนในครอบครัวแต่มีหุ้นถึงสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ “พ่อกูไม่ยอมน่ะสิ แต่พักเรื่องนี้ไว้ก่อนเถอะรอให้น้าพรตเข้ามาคุยกับพ่อก่อนแล้วกูจะบอกอีกที วันนี้กูกลับก่อนดีกว่าพอดีเป็นวันครบรอบแต่งงานต้องพาเมียไปดินเนอร์น่ะ” เขารู้ว่าที่พ่อยอมให้อีริคมีหุ้นเยอะก็เพราว่าเขาเอาเงินมาลงทุนด้วยแล้วขยายฐานผลิตไปตั้งที่ประเทศเพื่อนบ้านแล้วที่มีต้นทุนการผลิตน้อยกว่าและส่องออกไปทั้งเอเชียและยุโรป “แล้วขิมล่ะคะพี่เก่ง” สาวสวยสุดเซ็กซี่เบียดอกตู้มๆกับต้นแขนของไฮโซหนุ่มใหญ่อย่างออดอ้อน “เอาไว้เจอกันวันหลังนะ วันนี้ไปช้อปปิ้งกับเพื่อนก่อนครับคนสวย” ชวินหยิบเงินจากระเป๋าออกมาให้สาวสวยสองหมื่นหากไม่ใช่ครบรอบวันแต่งงานเขาคงไปกินตับเธอแล้ว “ก็ได้ค่ะ พี่กลางน่ารักที่สุดเลยค่ะ จุ๊บๆ..” “กูไปนะ” ชวินบอกเพื่อนแล้วลุกขึ้น “แล้วเรื่องนั้นล่ะกลาง” “เดี๋ยวกูจัดการให้ ไม่ต้องห่วงกูไม่เคยโกงใคร” ชวินพูดจบก็เดินออกไปจากห้องอาหารของสมสรไปขึ้นรถซุปเปอร์คาร์ราคาสามสิบห้าล้านแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็วเพราะนัดกับภรรยาไว้และรอเงินจากพ่อเอาไปใช้หนี้เพื่อน ส่วนเจ้าสัวธีระก็พาหลานสาวทั้งสองกลับไปส่งที่บ้านหลังจากที่เล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนานและหลานสาวไม่ยอมขึ้นจากน้ำทั้งที่หนาวจนปากซีดปากสั่นและพอท่านสัญญาว่าจะพามาอีกถึงได้ยอมกลับบ้าน “คุณปู่สัญญาว่าจะพาหนึ่งกับน้ำรินไปเล่นน้ำทะเลอีกและห้ามลืมนะคะ” เสียงใสทวงสัญญากับคุณปู่ที่กำลังจะกลับบ้าน “ไม่ลืมแน่นอนลูก วันนี้ปู่กลับก่อนนะลูก” “สวัสดีค่าคุณปู่ คุณลุงรบ” สองพี่น้องยกมือไหว้คุณปู่และลุงรบ “ขอบคุณมากนะครับคุณพ่อ” ชลิตยกมือไหว้ขอบคุณพ่อที่ทำให้ลูกสาวของเขาลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนกลับมาสดใสเหมือนเดิม “ไม่เป็นไรลูก พ่อไปนะดูแลสองน้ำให้ดีล่ะ” สี่คนพ่อแม่ลูกมองตามรถตู้คันใหญ่แล่นออกไปจากบ้บานก่อนจะเดินเข้าบ้านและเด็กน้อยทั้งสองก็แย่งกันเล่าให้พ่อฟังว่าไปเที่ยวทะเลมาสนุกมากแค่ไหนก่อนจะพาไปอาบน้ำและนอนพักผ่อน “เหนื่อยมั้ยครับดุจ” “ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ พี่โตทำงานเหนื่อยกว่าดุจอีกค่ะ” ดูเดือนตอบสามีแล้วยิ้มเพราะลูกและสามีคือความสุขของเธอ “ต่อไปจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกครับ พี่สัญญา” “พี่โตทำดีที่สุดแล้วค่ะ ไปนอนกันเถอะค่ะ” ดุจเดือนห่มผ้าให้ลูกสาวทั้งสองก่อยจะก้มลงจูบหน้าผากเล็กเบาๆและสามีก็ทำตามกันเป็นปกติทุกคืนที่ส่งลูกเข้านอนและคืนนี้ไม่ได้เล่านิทานเพราะสองสาวเล่นน้ำจนเหนื่อยพออาบน้ำเสร็จหัวถึงหมอนก็หลับเลย เวลาผ่านไปสองเดือน หลังจากที่เกิดเรื่องแล้วชลิตก็พาภรรยากับลูกสาวไปเยี่ยมตายายและกำนันชาญรู้เรื่องจากเจ้าสัวที่โทรมาคุยกับท่านแล้วแม้จะโกรธแต่ก็เห็นแก่ลูกหลานและลูกเขยที่เป็นคนดีรักครอบครัวจึงไม่ไปเอาเรื่อง และวันนี้ก็ก็มีงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งใหม่ของธาราลูกชายคนเล็กของกำนันชาญกับนางฟองคำ ซึ่งกำนันชาญเป็นอดีตกำนันแต่ทุกคนยังเรียกท่านอย่างให้เกียรติเพราะครองตำแหน่งกำนันมากว่าสามสิบปีเลือกตั้งครั้งใดก็ได้รับคะแนนท่วมท้นทำให้ไม่มีคู่แข่งและส่งผลมาถึงลูกชายที่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านอย่างไร้คู่แข่งเพราะครอบครัวของกำนันชาญเป็นคนดีและช่วยเหลือชาวบ้านอย่างจริงใจจึงทำให้ลูกบ้านรักและเคารพกันทั้งตำบลพอลูกชายลงสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านก็ไม่มีใครลงแข่งเพราะยังไงก็แพ้และครอบครับของดุจเดือนพี่สาวคนโตก็ต้องไปแสดงความยินดีกับน้องชายและรับเป็นเจ้าภาพให้อีกและยังมีอีริคกับภรรยามาร่วมงานด้วยแต่ออกสายกว่าเขาที่ตอนนี้เข้าเขตราชบุรีแล้วต้องขับไปอีกหกสิบกิโลเมตรจะถึงอำเภอสวนผึ้งบ้านของกำนันชาญ “ลูกสาวพี่โตได้เที่ยวแล้วมีความสุขมากเลยนะคะ” ดุจเดือนมองลูกสาวทั้งสองที่นั่งดูทีวีและร้องเพลงตามอย่างสนุกสนาน “เหมือนใครก็ไม่รู้เนาะ ที่ชอบอ้อนให้พี่พาไปเที่ยว” ชลิตพูดกับภรรยาและมองลูกสาวทั้งสองก่อนจะหันมายิ้มให้กัน “ก็ทำงานหนักมาตลอดร่างกายของคนเราก็ต้องการพักผ่อนรีเล็กซ์บ้างสิคะ ขืนทำแต่งานถ้าเราเป็นอะไรไปแล้วลูกๆจะอยู่ยังไงคะ” ดุจเดือนพูดกับสามีเพราะเธอจะเป็นคนวางระบบงานและชีวิตให้บาลานซ์กันได้อย่างลงตัวมีเวลาได้อยู่กับลูกเที่ยวกับลูกบ่อยครั้ง “ครับที่รัก ดุจของพี่เก่งทุกอย่างครับที่รัก” ชลิตโอบเอวภรรยาแล้วหอมแก้มเบาๆตาก็มองลูกสาวทั้งสองที่ไม่ได้สนใจพ่อแม่เลย “คุณโตครับ ผมว่ามีรถขับตามเรามาครับ” ประทินบอกเจ้านายเบาๆเพราะเขาสังเกตเห็นรถกระบะสี่ประตูสีดำขับตามมานานแล้วเขามองกระจกหลังทีไรก็เห็นรถกระบะคันนี้ขับตามหลังอยู่ห่างไปคันหรือสองคันแต่ไม่แน่ใจว่าขับตามหรือเปล่าเพราะเขาเป็นบอดี้การ์ดก็ต้องดูความเคลื่อนไหวรอบตัวของเจ้านาย “คันไหน” ชลิตหันไปมองตามที่บอดี้การ์ดพูด “สี่ประตูสีดำครับ” “มีปั๊มน้ำมันอยู่ข้างหน้านายแวะเข้าไปก่อน” “ครับคุณโต” ประทินขับรถต่อไปไม่ถึงสิบกิโลก็เห็นปั๊มน้ำมันจึงตบไฟเลี้ยวแล้วเลี้ยวเข้าไปในปั๊มก่อนจะโทรบอกบอดี้การ์ดอีกสี่คนที่ขับรถตามหลังมา “เขาขับเลยไปแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรนะทิน” ชลิตพูดกับบอดี้การ์ดตั้งแต่รู้ว่ามีคนคิดร้ายเขาก็ให้สามีของเพื่อนหาคนมาดูแลความปลอดภัยให้ครอบครัวแต่ไม่อยากให้เอิกเริก “ผมอาจจะระแวงไปหน่อยครับ” ประทินพูดจบก็มองรถเอสยูวีคันใหญ่กับรถเก๋งที่ขับมาจอดห่างไปสามคันก็เบาใจเมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานที่มาในทีมคู่รักนักท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยเพราะสองสาวก็เป็นบอดี้การ์ดฝีมือดี “ดีแล้วล่ะทิน ลำพังตัวฉันไม่เป็นไรหรอก แต่ลูกเมียของฉันต้องปลอดภัยนะ” ชลิตเน้นย้ำกับบอดี้การ์ดฝีมือดีที่ติดตามเขามาเกือบปีปกติจะมีสมพรขับรถให้แต่เขาให้อยู่ดูแลบ้านแม้จะมีรปภ.แต่เขาไม่ไว้ใจใคร “พี่โตก็ต้องปลอดภัยรวมถึงทุกคนด้วยนะทิน” ดุจเดือนไม่ใช่คนอ่อนแอเพราะเธอเป็นคนต่างจังหวัดและเป็นลูกสาวคนโตพ่อจึงสอนให้เข้มแข็งสู้คนถ้าไม่มีใครมาทำอะไรเธอก่อนก็จะไม่หาเรื่องใคร “ครับคุณดุจ” “เด็กๆครับใครจะไปห้องน้ำกับแม่มั้ยคะ” “ไปค่า..” สองพี่น้องละสายตาจากทีวีแล้วยิ้มให้แม่ก่อนจะลุกขึ้นแล้วลงจากรถไปหาพ่อแม่ เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วดุจเดือนกับชลิตก็พาลูกสาวไปซื้อขนมกินเล่นและซื้อกาแฟมาให้บอดี้การ์ดก่อนจะออกเดินทางกันต่อและอีริคกับเยาวนีย์ก็ตามหลังมาแล้ว พอขึ้นรถแล้วเด็กน้อยทั้งสองก็กินขนมไปดูทีวีไปด้วยก่อนจะคอพับคออ่อนหลับไป ชลิตปรับเบาะให้ลูกสาวทั้งสองนอนสบายและห่มผ้าให้ ก่อนจะมานนั่งกอดภรรยาและคุยกันเบาๆ “ตู้ดๆๆ..” เสียงโทรศัพท์ของชลิตดังขึ้นเบาๆหลังจากลูกสาวหลับเขาก็ลดเสียงลงเพื่อไม่ให้รบกวนเวลานอนของลูกสาว “ครับอีริค ถึงไหนแล้วครับ” “อีกสี่สิบกิโลจะถึงแล้วโตล่ะ” “งั้นตามหลังผมมายี่สิบกิโลครับ เดี๋ยวเจอกันที่บ้านคุณพ่อเลยนะครับ” “ได้ๆ แล้วทำเงียบจังล่ะ สองน้ำหลับเหรอ” “ครับ พอกินอิ่มแล้วหลับเลยครับ” ขณะที่ชลิตคุยกับสามีเพื่อนก็มีรถเก๋งตามหลังมาสองคันซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะนักท่องเที่ยวเยอะและยังมีรถบอดี้การ์ดขับตามมาจึงไม่ได้คิดอะไรเพราะเป็นถนนสวนเลนแต่รถเก๋งขับแซงในจังหวะที่มีรถสวนมาพอดี “ระวังรถนะทิน หลบๆๆ มันแซงมาแล้ว” ดุจเดือนบอกบอดี้การ์ดให้หักหลบเพื่อให้รถสวนไปได้แต่คันที่แซงมันเบียดรถที่เธอนั่ง “ครับๆคุณดุจ” “เฮ้ย หักหลบเลยทิน เฮ้ยย..” “ว้ายย...” "เอี้ยดดด.....โครมมมๆๆ...” “โต โตๆๆ เกิดอะไรขึ้น โตๆๆ..” อีริคเรียกเพื่อนเสียงดังเพราะเขาได้ยินเสียงสองสามีภรรยาร้องลั่นเหมือนจะมีอุบัตติเหตุแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ รถตู้คันใหญ่เสียหลักหักหลบแต่ถูกรถเก๋งปาดหน้ากระชั้นชิดทำให้ประทินเบรกกระทันหันแล้วรถหมุนคว้างพลิกคว่ำสองสามตลบก่อนจะหยุดนิ่งข้างทางส่วนรถที่แซงขึ้นไปปาดหน้าแล้วเบรกก็ขับหนีลอยนวลไป “แกตามรถคันนั้นไปเดี๋ยวฉันจัดการที่นี่เอง” บอดี้การ์ที่ขับตามหลังมาเบรกกระทันหันเมื่อเจ้านายประสบอุบัติเหตุและบอกเพื่อร่วมงานให้ตามรถที่เบียดแล้วหนีเพราะมันสามารถเหยียบแซงและหลบกันทันแต่เหมือนมันจงใจให้เกิดอุบัติเหตุ “โอเคๆ เดี๋ยวฉันจะโทรแจ้งคุณอีริคและประสานงานเจ้าหน้าที่ให้” คนขับรถเก๋งก็ขับออกไปเพื่อตามรถคันที่แซงแล้วแจ้งเจ้านายแจ้งเจ้าหน้ที่ตำรวจ บอดี้การ์ทั้งสองก็ลงจากรถไปดูเจ้านายกับภรรยาและคุณหนูน้อยทั้งสองและช่วยกันนำตัวออกจากรถแต่รถบุบทั้งคันจึงไม่สามารถนำตัวออกมาได้และมีพลเมืองดีจอดรถลงมาช่วยแจ้งเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย “ฮือ..หนึ่งเจ็บคุณพ่อช่วยหนึ่งด้วย ฮืออ..” เสียงเด็กน้อยร้องไห้ด้วยความเจ็บเพราะจังหวะรถพลิกคว่ำพ่อโอบกอดเธอไว้ส่วนน้ำรินแม่คว้าได้แต่มือทำให้ตัวกระแทกไปตามรถแน่นิ่งไปพร้อมกับแม่ที่มีเลือดไหลอาบตัวไร้สติ “ลูกพ่อ อึกๆๆ พ่อรักหนึ่งนะลูก หนึ่งต้องเข้มแข็งเพื่อดูแลแม่่กับน้องและบริษัทของเรานะลูก ฮึกๆๆ..” ชลิตกระอักออกมาเป็นเลือดมองลูกสาวและภรรยาน้ำตาไหลเพราะช่วยไม่ได้และเขากำลังจะตายจึงกอดลูกสาวไว้แน่นแล้วหลับตาลงเมื่อฝืนร่างกายไม่ไหว “พ่อจ๋า แม่จ๋า น้ำรินจ๋า ช่วยหนึ่งด้วย..” “คุณหนูรอเดี๋ยวนะคะ เดี๋ยวพี่จะช่วยคุณหนูค่ะ” บอดี้การ์ดสาวบอกคุณหนูตัวน้อยเสียงสั่นด้วยความสงสารเพราะเจ้านายทั้งสองและคุณหนูน้ำรินบาดเจ็บหนัอาการสาหัสหมดสติไปแล้ว “อะไรนะ ได้ๆเดี๋ยวฉันจะประสานงานเอง” อีริคพูดจบก็โทรประสานงานกับลูกน้องให้นำเฮลิคอปเตอร์พยาบาลของบริษัทพร้อมกับหมอและพยาบาลขึ้นบินมาจุดเกิดเหตุด่วยด่วน “เหยียบให้มิดเลยต้องไปถึงที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด” ถึงอีริคไม่บอกบอดี้การ์ดหนุ่มชาวสเปนก็เหยียบมิดเท้า “ที่รักคะ..” เยาวนีย์กอดสามีแน่นด้วยความตกใจและเป็นห่วงเพื่อนกับหลานสาวทั้งสอง “ไม่เป็นไรที่รัก โตกับดุจและหลานทั้งสองไม่เป็นอะไรครับ” อีริคพูดปลอบภรรยาก่อนจะนึกได้ว่าต้องโทรบอกพ่อของเพื่อนเพราะอีกยี่สิบกิโลก็จะถึงบ้านของกำนันชาญแล้ว “วนีย์จะโทรบอกพ่อกำนันค่ะ คุณโทรบอกเจ้าสัวด้วยที่รัก” เยาวนีย์ตั้งสติได้เพราะตอนนี้ชีวิตของเพื่อนกับหลานสำคัญกว่าสิ่งใดทั้งหมด สองสามีโทรบอกพ่อแม่ของเพื่อนแล้วประสานงานกับทางโรงพยาบาลเอกชนให้ไปดูคนเจ็บเสียเท่าไหร่ก็ยอมและทางโรงพยาบาลก็จัดหมอและพยาบาลไปรับคนเจ็บที่เกิดเหตุและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาถึงพร้อมกับเจ้าหน้าหลายฝ่ายที่ได้รับการประสานงานมาช่วยเหลือพร้อมกับรถพยาบาลและมีเจ้าหน้าที่พยาบาลมาพร้อมดูแลคนเจ็บ "เป็นยังไงบ้าง" อีริคลงจากรถอย่างรวดเร็วตรงไปที่รถตู้หรูที่ตอนนี้บุบบี้แม้จะมีถุงลมนิรภัยแต่แรงกระแทกของตัวรถอย่างแรงทำให้คนในรถได้รับบาดเจ็บ “มีเด็กคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บขาหักและแขนหัก” “น้ำหนึ่งของป้า” เยาวนีย์น้ำตาไหลพรากเมื่อเห็นสภาพรถและเห็นหลานสาวที่หมดสติถูกอุ้มไปที่รถพยาบาล “แล้วเพื่อนของผมกับภรรยาและหลานอีกคนล่ะ” อีริคแหวกเจ้าหน้าที่ไปที่รถตู้หรูที่ตอนนี้เละทั้งคันจนเขาก้าวขาไม่ออก “อีกสี่คนในรถบาดเจ็บสาหัสกำลังช่วยครับ” อีริคเข้าไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเพื่อนกับภรรยาหลานสาวและบอดี้การ์ดออกจากรถกว่าครึ่งชั่วโมง ส่วนหลานสาวก็มีหมอพยาบาลที่เขาติดต่อโรงพยาบาลเอกชนในราชบุรีมาดูแลและส่งหลานสาวไปโรงพยาบาลมีภรรยาของเขาตามไปดูแลอย่างใกล้ชิดและพ่อแม่พี่ชายของดุจเดือนก็มาถึงแล้วแม่ของเธอเห็นสภาพรถกับลูกสาวลูกเขยและหลานสาวในรถก็เป็นลมล้มพับไปทันที “เกิดอะไรขึ้นอีริค ทำไมเป็นแบบนี้” กำนันชาญพูดเสียงสั่นตาแดงก่ำส่วนธาราให้พยาบาลดูแลแม่แล้ววิ่งไปหาพี่สาวพี่เขยและหลานสาวช่วยงัดรถเพื่อนำตัวของทุกคนออกมา “คนของผมบอกว่ามีรถแซงแล้วมีรถสวนแล้วรถของโตถูกปาดหน้าเบรกกะทันหันทำให้คนขับเบรกแล้วหักหลบรถหมุนแล้วพลิกคว่ำครับ” อีริคตอบพ่อกำนันแล้วกำมือแน่นเขาจะไม่ปล่อยให้คนที่ทำให้เพื่อนและหลานของเขาบาดเจ็บลอยนวลไปแน่ “ยัยดุจ นายโต น้ำหนึ่งน้ำริน” กำนันชาญเรียกลูกสาวลูกเขยและหลานเหมือนหัวใจของเขาจะขาดรอนๆ “น้ำหนึ่งบาดเจ็บหมดสติเอาตัวออกมาได้ก่อนตอนนี้ส่งโรงพยาบาลแล้วครับ ผมให้วนีย์ตามไปดูหลานแล้วครับ” อีริคบอกพ่อกำนัน “ขอบใจนะอีริค” กำนันชาญขอบใจเพื่อนของลูกสาวลูกเขยแล้วนั่งลงอย่างหมดแรงแต่เขายังมีความหวัง “ทุกคนจะไม่เป็นไรครับพ่อกำนัน” นั่งลงข้างพ่อกำนันเสื้อผ้าและมือเปื้อนเลือดและมีรอยหญ้าบาดเพราะเขาลงไปช่วยเพื่อนกับหลานแต่ต้องใช้เครื่องมือช่วยเขาจึงต้องออกมาให้เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือตัดเหล็กและเฮลิคอปเตอร์มาถึงพอดีก็ลงจอดกลางถนนห่างออกไปร้อยเมตรพร้อมกับคุณหมอและอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่เตรียมพร้อมเพราะเป็นเฮลิคอปเตอร์ฉุกเฉินของบริษัทหากเกิดเหตุฉุกเฉินกับผู้โดยสารของสายการบินสเปนนิชแอร์ไลน์ ธุรกิจของครอบครัว “ช่วยเพื่อนกับหลานฉันด้วย” อีริคพูดเสียงแหบตาแดงก่ำเขาไม่คิดว่าเป็นอุบัติเหตุแต่มันไม่มีการเคลื่อนไหวมาสองเดือนแล้ว “ครับท่าน” นายแพทย์วัยกลางคนและแพทย์หนุ่มและพยาบาลสามคนเข้าไปช่วยทีมหมอและพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนที่ดูแลอยู่และเช็คอาการของคนเจ็บทั้งสี่ที่ใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่แล้วไม่มีใครพูดอะไรเพราะพวกเขาบาดเจ็บจนทนพิษบาดแผลไม่ไหวแล้วหมดสติไปอย่างไม่มีวันฟื้นแต่ต้องนำร่างออกมาจากรถให้เร็วที่สุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD