"นีโอ!"
ฉันมองคาร์ลที่เดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สายตาของเขาเปลี่ยนไป ไม่ใช่คาร์ลที่ฉันรู้จัก ในแสงสลัวแบบนี้ดวงตาแข็งกร้าวของเขาเหมือนกับปีศาจไม่ผิด ฉันยังประคองร่างนีโอไว้และมองคาร์ลที่เล็งปืนมาที่ฉัน
"คาร์ล...นายทำบ้าอะไรอยู่?"
คาร์ลยังลังเลใจที่จะเหนี่ยวไกก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปหานีโอ ฉันมองเขาที่อยู่ในอ้อมกอดกำลังหยิบมีดทำครัวจากด้านหลัง ฉันพอจะรู้ว่านีโอคิดจะทำอะไรก่อนจะมองคาร์ลด้วยสายตาท้าทาย
"ยิงสิ"
คาร์ลเปลี่ยนตำแหน่งปืนมาหาฉันและเดินดุ่มเข้ามา นีโอรีบคว้ามีดทำครัวแทงที่เท้าคาร์ลเต็มแรง เขาร้องลั่น เป็นโอกาสให้ฉันแย่งปืนจากคาร์ลได้ ฉันสวนหมัดใส่เขาไปสองครั้งก่อนจะโดนสวนหมัดหนักๆ กลับมาเช่นกัน ฉันอาศัยการที่เขาเจ็บบิดมีดที่แทงเท้าซ้ำจนแย่งปืนมาได้ คาร์ลมองฉัน ไม่พูดอวดดีหรือกวนประสาทอย่างที่เขาชอบทำ
"อย่าให้ฉันยิงนายนะ…"
คาร์ลฉีกยิ้มกว้างก่อนจะทุบหลอดไฟที่อยู่ตรงมุมทางเดิน จากนั้นได้ยินเสียงมีดหล่นพื้นและเสียงฝีเท้าของคาร์ลที่วิ่งออกไป ฉันวิ่งตามจนถึงทางเดินที่สว่าง แต่คาร์ลหายไปแล้ว
"สตีล…"
เสียงนีโอเรียกสติฉันกลับมา...นีโอใช้มือกดห้ามเลือดไว้ ฉันรีบวิ่งเข้าไปช่วยกดแผลห้ามเลือด หยิบโทรศัพท์ออกมา นีโอเริ่มไอออกมาเป็นเลือด เลือดกำลังอยู่ในปอด...เขาเหลือเวลาไม่ถึงสามสิบนาทีด้วยซ้ำถ้าเกิดว่าปอดอีกข้างเกิดทำงานผิดปกติเพราะเสียเลือดมาก ฉันรอสายเบอร์ฉุกเฉินจนมีเสียงชายหนุ่มปลายสายถามว่าเกิดอะไรขึ้น
ฉันไม่รู้ว่าฉันเล่าอะไรให้แพทย์ฉุกเฉินฟังไปบ้าง รู้แค่ว่านีโอเริ่มหน้าซีด สิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ทำให้ฉันนึกถึงอีธาน...ตอนที่เขากำลังจะตาย นีโอพยายามหายใจช้าลงและดึงสติฉันกลับมาด้วยรอยยิ้มแสนอบอุ่นนั้น สิ่งที่ฉันได้ยินถัดมาคือแพทย์ฉุกเฉินจะส่งรถมารับที่ลานจอดรถในอีกสิบนาที
"ไม่ร้องไห้สิ มันทำให้มาสคาร่าเธอเปื้อนนะ" นีโอพูดพลางลูบรอยมาสคาร่าที่เขรอะทั่วตาของฉัน
"ฉันรู้"
ฉันตัดสินใจดึงผ้ากันเปื้อนที่นีโอสวมอยู่มาทำเป็นผ้ากดห้ามเลือดไว้ ฉันพยุงนีโอที่อาการเริ่มไม่สู้ดีไปที่ลิฟท์ หลังจากเราเข้าไปแล้วนีโอก็ทรุดลง เลือดออกมากกว่าเดิมจากการที่เขาขยับตัว ฉันตัดสินใจให้นีโอนอนราบลง
"เจ็บชะมัดเลย..."
"ห้ามตายตอนนี้นะ ฉันยังไม่ได้กินเบอร์เกอร์ฝีมือนายเลย"
"นี่ขอหรือว่าเป็นคำสั่งเนี่ย เธอชอบขอเรื่องที่ให้กันยากนะรู้มั้ย..." นีโอประชดและหัวเราะ นั่นทำให้เลือดออกมามากขึ้นตามจังหวะหัวเราะของเขา
"ไม่ได้ขอ แต่ฉันสั่งไม่ให้นายตาย รถพยาบาลจะมาแล้ว ห้ามตายต่อหน้าฉัน"
ลิฟท์ส่งเสียงเตือนว่าเราลงมาถึงด้านล่าง ฉันลากนีโออกมาให้พ้นประตูลิฟท์และปล่อยให้เขานอนลงไป สิบนาทีเหมือนผ่านไปเป็นชั่วโมง ฉันต้องทนดูนีโอกำลังเลือนหายไป มองดูเลือดที่ยังไหลออกมาจากบาดแผลของเขา นั่นทำให้ฉันทรมานยิ่งกว่าเขาเสียอีก จนเมื่อเสียงรถฉุกเฉินดังใกล้เข้ามา ฉันยังไม่กล้าปล่อยมือจากนีโอ
เขาถูกหามขึ้นเปล ฉันคุยกับแพทย์ฉุกเฉินหนุ่มว่านีโอถูกยิงที่ตรงไหน กรุ๊ปเลือดอะไร ทุกๆ อย่างที่จะทำให้เขารอดได้ ฉันรั้นจะขึ้นรถพยาบาลไปกับนีโอด้วยจนพวกเขายอมใจอ่อน
"เธอนี่มันดื้อจริงๆ..." นีโอฝืนพูด
"ฉันไม่ปล่อยนายไว้คนเดียวหรอก"
แพทย์หนุ่มใช้ผ้าก๊อซกดแผลทับผ้ากันเปื้อนไว้อีกชั้นก่อนจะเปิดเสื้อด้านบนของนีโอเพื่อต่อแผ่นวัดชีพจรที่หน้าอก ฉันมองชีพจรที่ยังไม่คงที่ นีโออาจช็อกได้ทุกเมื่อจากการเสียเลือดมาก ฉันกุมมือเขาไว้แน่น พยายามรับไออุ่นจากนีโอให้ได้มากที่สุด
"คราวนี้เธอติดหนี้ฉันนะ" นีโอพูดหยอก
"ใช่...ฉันติดหนี้นาย"
เขาหัวเราะและเริ่มบิดตัวเพราะความเจ็บ ฉันโน้มตัวและประทับจูบบนแก้มนีโอ ใบหน้าที่ซีดเซียวนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเหมือนลูกมะเขือเทศ
"ถือว่ามัดจำแล้วนะ"
สิบนาทีต่อมาเราก็ถึงโรงพยาบาล ฉันปล่อยให้หน่วยแพทย์พาตัวนีโอเข้าไปยังห้องฉุกเฉิน สายตาสุดท้ายที่เขาส่งให้ก่อนจะเข้าไปทำให้ฉันพออุ่นใจว่านีโอคงดวงแข็งพอจะรอดได้ แต่ฉันไม่ไว้ใจสัญชาตญาณของตัวเองนัก
ชั่วโมงที่ผ่านไป ฉันนั่งอยู่หน้าห้องและนึกถามตัวเองว่านีโอสมควรได้รับชีวิตเช่นนี้หรือเปล่า หลวงพ่อแซมมูเอลสมควรจะถูกยิงตายในโบสถ์มั้ย และฉันก็รู้สึกผิดเหลือเกินที่ปล่อยให้พวกเขามาอยู่ในชีวิตของฉัน พวกเขาไม่สมควรได้รับอะไรแบบนี้
กว่าฉันจะรู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว สี่ชั่วโมง...ฉันยังไม่เห็นวี่แววของแพทย์ผ่าตัดที่จะมาบอกว่านีโอเป็นยังไงบ้าง เขาจะรอดหรือเปล่า จนเมื่อมีแพทย์คนหนึ่งเดินออกมาจากห้องผ่าตัด เขาได้ยินความคิดฉันรึไงกัน? ฉันลุกพรวดจากเก้าอี้ทันที
"เป็นยังไงบ้างคะ?"
"อาการทรงตัว ข้อมูลที่คุณให้กับการปฐมพยาบาลช่วยประหยัดเวลาไปได้มากเลย ถือว่าคุณเองก็ช่วยชีวิตเขาไว้นะ"
"ขอบคุณนะคะคุณหมอ"
"คุณไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พักผ่อนรอเถอะ ผมจะให้คุณพยาบาลโทรกลับไปถ้าเยี่ยมคนไข้ได้แล้ว"
แพทย์หนุ่มยิ้มให้ก่อนจะเดินกลับห้องผ่าตัด ฉันมองชุดเดรสที่เคยเป็นสีครีมถูกป้ายแทนด้วยสีของเลือด ฉันยังอยากรอจนกว่านีโอจะออกจากห้องผ่าตัด แต่ก็ยอมให้ความคิดที่ว่าฉันควรจะเปลี่ยนเสื้อผ้าชนะความขี้เกียจ คืนนี้ยังอีกยาวนาน และคงไม่ดูดีในสายตาคนอื่นนักหากฉันยังเดินไปเดินมาในสภาพเช่นนี้
ฉันตัดสินใจโทรเรียกเฮนรี่จากมือถือของนีโอเพื่อเรียกให้เขามารับที่นี่หลังจากพยายามโบกเรียกแท็กซี่อยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ฉันคงจะได้ขึ้นรถง่ายกว่านี้ถ้าไม่ได้มีเลือดอาบไปทั้งตัว จนในที่สุดเราก็คุยกันรู้เรื่องโดยไม่มีการด่าข้ามสายกันไปมาเหมือนเมื่อก่อน เจ็ดปีผ่านไปที่ฉันไม่ได้เจอหน้าเขา เฮนรี่ดูสุขุมและใจเย็นขึ้นมาก ฉันยอมรับนะว่าเขาเปลี่ยนไปมากจริงๆ และนึกแปลกใจที่ว่าทำไมเขายังไม่มีแฟนหรือใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิตซะที
รถมัสแตงปีเจ็ดศูนย์ขับมาจอดถึงหน้าห้องฉุกเฉิน รถคันโปรดของเขา...เป็นหนึ่งในเรื่องที่เราชอบเหมือนกัน เขาเคยชมว่ารถมัสแตงปีหกเก้าที่ฉันมีถูกชะตาจนเขาอยากเป็นคนขับให้ กระจกฟิล์มสีเทาหม่นถูกเลื่อนลง เฮนรี่โผล่หน้าออกมาก่อนจะกวักมือเรียกฉันไปที่รถ ก่อนจะขึ้นไปเขาก็ส่งบางอย่างให้
"ใส่ซะ ฉันไม่อยากให้รถเปื้อน"
ฉันรับเสื้อกันฝนสีส้มนีออนที่เขาส่งให้และยอมใส่โดยไม่เต็มใจนัก ฉันเปิดประตูและรีบนั่งที่เบาะข้างคนขับ จงใจปิดประตูแรงๆ ให้รู้ว่าฉันไม่พอใจที่เขาใช้น้ำเสียงแบบนั้นกับฉัน
ในเวลาเกือบตีหนึ่ง ฉันต้องยอมขอบใจเฮนรี่จริงๆ ที่ยอมมารับฉันด้วยตัวเองแบบนี้ ทั้งที่เขาอาจจะเสี่ยงถูกเอฟบีไอเล่นงานเอาได้ถ้าพวกเขาเกิดสงสัยอะไรขึ้นมาเกี่ยวกับตัวฉัน นีโอยังรู้เลยว่าฉันเป็นใคร...ทำไมเฮนรี่จะไม่ล่ะ? ฉันบอกให้เขาขับรถไปที่บ้านเก่าของฉันเพราะไม่อยากกลับไปเจอเรื่องบ้าบอที่โรงแรม แค่เรื่องที่คาร์ลอยากจะฆ่าฉันก็ปวดหัวแย่แล้ว
"คราวนี้เจออะไรล่ะ?" มันดูเป็นคำถามที่แสดงถึงความกระตือรือร้นของเขา แต่น้ำเสียงของเฮนรี่ดูไม่แปลกใจนัก
"มีคนจะฆ่าฉัน ฉันมันตัวปัญหาอย่างที่นายว่านี่"
เฮนรี่ยิ้มและไม่ตอบโต้อะไร ผ่านไปครึ่งชั่วโมงในที่สุดเขาก็ขับรถมาถึงที่บ้านแถบชานเมืองของฉัน เราลงจากรถ ฉันเดินไปหยิบกุญแจที่ซ่อนไว้ไต้กระถางออกมาไขประตู เฮนรี่ยืนรออยู่เงียบๆ
"เข้ามาสิ ต้องรอให้เชิญเข้าไปมั้ย?"
สีหน้าเฮนรี่ดูไม่ค่อยเต็มใจนัก เขาเดินเข้าไปในบ้านโดยมีฉันเดินตามหลังไป เพิ่งจะสังเกตว่าเฮนรี่มารับฉันด้วยสภาพที่สวมเพียงกางเกงนอนกับเสื้อยืดวงเนอร์วานาเท่านั้น ฉันเดินไปเปิดไฟ ฝุ่นที่เริ่มเกาะอยู่ทั่วเฟอร์นิเจอร์บ่งบอกว่าฉันไม่ได้กลับมาที่นี่นานมาก ผ่านไปสองอาทิตย์แต่ที่นี่เหมือนถูกทิ้งร้างมาเกือบปี
"จัดห้องสวยดีนี่" เฮนรี่เอ่ยปากชมหลังจากฉันเปิดไฟห้องรับแขก
"ทำไมนายถึงยอมมารับฉันกลางดึกแบบนี้ล่ะ?"
"ไม่รู้สิ" เฮนรี่เบะปากพูด "คิดว่าไหนๆ ก็ต้องได้คุยกับเธออยู่แล้ว อยู่กันแค่สองต่อสองก็ดีเหมือนกัน"
"ฉันจะขึ้นไปอาบน้ำ อยากจะรินกาแฟรอหรือทำอะไรก็ตามสบายเลย"
ฉันพูดตัดบทก่อนจะเดินขึ้นชั้นสอง เปิดไฟในห้องนอน พอฉันแน่ใจแล้วว่าเฮนรี่จะไม่มายุ่มย่างข้างบนฉันจึงถอดเสื้อผ้าที่เขรอะไปด้วยเลือดโยนลงตะกร้าโดยไม่ได้เอาผ้าเช็ดตัวเข้าไปด้วย การเดินแก้ผ้าในบ้านเป็นเรื่องปกติของฉันและอีธานตั้งแต่ที่เราซื้อบ้านหลังนี้มา
อากาศในเวลานี้มันน่านอนมากกว่าน่าอาบน้ำซะอีก ฉันเปิดฝักบัวน้ำอุ่นและขัดคราบเลือดของนีโอออกจนหมด แล้วก็นึกถึงตอนที่ฉันเคยอยู่ในห้องน้ำด้วยสภาพโชกเลือดเช่นนี้ เหมือนฉายหนังซ้ำฉากเดิม ฉันสะบัดหัวเรียกสติและถูสบู่ให้กลิ่นคาวเลือดหายไป จนเมื่อฉันออกมาจากห้องน้ำและเจอเฮนรี่ที่ยืนดูอยู่หน้าประตู
"เธอนี่ไม่เคยระวังตัวเลยนะ" เฮนรี่เดินมานั่งที่ปลายเตียงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เขาโยนผ้าเช็ดตัวมาให้
"นายเข้ามาทำบ้าอะไรเนี่ย? บอกแล้วไงว่าอาบน้ำอยู่"
ฉันกลับเข้าห้องน้ำเพื่อนุ่งผ้าเช็ดตัวและตวาดใส่เขาด้วยความโมโหก่อนจะเดินออกมา เฮนรี่ยังกวาดสายตามองฉัน ผ้าเช็ดตัวไม่ได้ช่วยปกปิดยอดหน้าอกที่กำลังชี้ไปหาเขาแม้แต่น้อย
"หยุดทำตัวหื่นกามสักแป๊บได้มั้ย ไม่อยากแก่ตายรึไง"
"ถ้าไม่ใช่ฉันคงทำอย่างอื่นมากกว่านั้นไปแล้ว" เฮนรี่ที่กำลังจะเดินออกจากห้องหันกลับมา "เมื่อกี้ถือว่าเป็นคำชมละกัน"
เขาพูดเท่านั้นก่อนจะเดินกลับไปยังด้านล่าง ฉันหยิบชั้นในและเสื้อผ้าที่ต้องใส่ตอนไปเฝ้านีโอมาสวม จัดการยัดของอีกสองสามอย่างลงในกระเป๋าเป้จนเรียบร้อย
ฉันเดินลงมาด้านล่างพร้อมกระเป๋าเป้ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้า ฉันสังเกตจากรอยฝุ่นที่เลือนหายไปบนพื้นว่าเฮนรี่คงจะเดินทั่วบ้านระหว่างที่ฉันกำลังอาบน้ำ เฮนรี่เอนตัวบนโซฟาและถอนหายใจ ก่อนที่เขาจะเริ่มถาม
"ทำไมพวกนั้นอยากจะฆ่าเธอล่ะ? เธอยังไม่เคยเล่าเรื่องเต็มให้ฉันฟังเลยนะ"
"เพราะฉันฆ่าคนในองค์กรไปน่ะสิ" ฉันพูด "และอย่างที่นายได้ยิน มีคนใส่ร้ายว่าฉันเป็นคนแจ้งเอฟบีไอมา ก็เลย...ยุ่งเหยิงแบบนี้"
"แล้วทำไมเธอถึงไปฆ่าพวกนั้นล่ะ?"
"..." ฉันไม่กล้าตอบ ไม่อยากให้เฮนรี่รู้
"คิดว่าฉันจะไปบอกคนของฉันรึไง? ฉันไม่เคยทำแบบนั้นกับเธออยู่แล้ว"
ฉันขมวดคิ้ว แล้วสิ่งที่เขาทำกับฉันเมื่อเจ็ดปีก่อนล่ะ? นายกำลังจะพูดว่า 'ฉันรักเธอ ฉันทำร้ายเธอไม่ลงหรอก' ใช่มั้ย? ฉันคิดเดา เฮนรี่เห็นสีหน้าฉันและเดาออกว่าฉันคงกำลังคิดถึงเรื่องเจ็ดปีที่แล้ว
"ถ้าเล่าไปเธอคงไม่เชื่อหรอกใช่มั้ย? เรื่องที่เคยเกิดขึ้น"
"ก็ลองเล่ามาก่อนสิ"
"ใช่...ฉันยอมรับว่าฉันหลอกใช้เธอ แต่หน้าที่ฉันมาแค่เพื่อสืบว่าองค์กรนี้ทำอะไรบ้างและเป็นอันตรายรึเปล่า ส่วนอีกประเด็นเรื่องเธอ ฉันไม่ได้บอกพวกเขาไปว่าเธอเป็นใคร"
ฉันพูดอะไรไม่ออก รู้ดีว่าไม่ควรเชื่อคำพูดของคนหลอกลวงแบบเขา และความคิดต่อมาก็บอกฉันว่า ฉันคิดถูกรึเปล่านะที่ยิงเฮนรี่ในวันนั้น แต่คำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้วล่ะว่าฉันทำถูก เขาทรยศต่อความรู้สึกของฉัน ซึ่งมันไม่สามารถเรียกคืนได้ด้วยเซ็กส์หรือจูบเร่าร้อนของเขาได้ ทุกอย่างมันมีราคาทั้งนั้น ฉันจึงเรียกราคาด้วยการยิงที่ขาของเขา
"เอาจริง...ฉันไม่ได้โกรธนายแล้ว แต่พูดตรงๆ นะ" ฉันขยับเข้าใกล้ กระซิบข้างใบหูของเขาอย่างแผ่วเบา "ฉันก็ยังดีใจอยู่ดีที่ยิงนายวันนั้น"
ฉันผละตัวเองออกมาก่อนจะหิ้วกระเป๋าเป้ เฮนรี่ส่ายหน้าเบาๆ และลุกตามฉันมา ฉันเก็บกุญแจบ้านไว้กับตัวเองเพราะไม่ไว้ใจเขา เฮนรี่อาจจะกลับมาที่นี่ได้ทุกเมื่อ แต่ถ้าเขาจะทำอย่างนั้นประตูคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก เราเดินกลับไปขึ้นรถมัสแตงสีเทาก่อนจะขับกลับไปยังโรงพยาบาล ป่านนี้นีโอจะเป็นยังไงบ้างนะ...
"...เธอไม่อยากเล่าจริงๆ หรอว่าเธอไปฆ่าคนพวกนั้นทำไม"
ฉันเบื่อกับคำถามนี้เต็มทน สำหรับฉันมันเหมือนกับคำทักทายไปแล้ว มันทำให้ฉันชินพอและไม่รู้สึกโกรธเหมือนกับช่วงแรกๆ ที่เสียอีธานไป
"ฉันถูกพวกมันข่มขืน ฆ่าแฟนฉัน"
"เสียใจด้วยนะ"
ฉันไม่ตอบรับคำสงสารของเขา มองแสงนีออนและความเงียบสงบที่อยู่ด้านนอก ฉันชอบเวลาแบบนี้ที่สุด มันมีกลิ่นเฉพาะที่ทำให้ฉันรู้สึกนึกถึงบ้าน...นึกถึงพ่อ ไม่มีควันรถหรือการจราจรที่แออัด ทุกอย่างเป็นเหมือนความฝันในวัยเด็กของฉัน
ฉันสะดุ้งตื่นจากภวังค์เมื่อเฮนรี่เหยียบเบรคเต็มแรง โชคดีที่หัวไม่ได้ไปกระแทกกับอะไรเข้าจนทำตัวเองเจ็บ จากนั้นฉันก็ได้ยินเฮนรี่ตะโกนด่ารถคันข้างหน้าซึ่งน่าจะเบรคกะทันหันเพราะไฟแดง
"ไม่เอาน่ะ นายเป็นเจ้าหน้าที่นะ เดี๋ยวก็โดนจับซะเองหรอก" ฉันพยายามทำให้เขาใจเย็นลง เพราะไม่อยากให้รถข้างหน้ารู้ว่าเรากำลังนินทามารยาทสุดห่วยในการขับรถ และเมื่อไฟเขียวปรากฏขึ้น ฉันกับเฮนรี่ไม่ได้คุยอะไรกันอีกหลังจากนั้น
"แล้วตอนนี้ชีวิตนายเป็นยังไงบ้างล่ะ ยังเหมือนเดิมมั้ย?"
"ก็เหมือนเดิม ตำแหน่งเดิมๆ เรื่องน่าปวดหัวเดิมๆ" เฮนรี่มองหน้าฉันและเงียบไปครู่หนึ่ง "และถ้าเธอจะถามว่าฉันมีแฟนรึยัง...ตอนนี้ฉันยังโสดอยู่นะ"
ฉันเบื่อการเดาใจของเฮนรี่เหลือเกิน เขาแทบจะไม่เคยพลาดเวลาคุยเรื่องอะไรก็ตามหรือแม้กระทั่งการเดาว่าฉันไปทำอะไรมา อย่างการที่เขาเพียงแค่มองซอกดินที่ติดรองเท้าและสามารถบอกได้ว่าฉันไปไหนมา รีบขนาดไหน ช่วงนั้นเป็นเวลาเท่าไหร่ นั่นทำให้ในบางครั้งเฮนรี่ก็ทำฉันกลัวได้เหมือนกัน
"ฉันไม่คิดจะถามซักหน่อย อยากให้ฉันกลับไปหานายรึไง"
"เปล่าซะหน่อย"
สิบนาทีผ่านไป เราสองคนขับรถมาถึงโรงพยาบาลอีกครั้ง ฉันและเฮนรี่เดินไปที่ประชาสัมพันธ์และถามว่านีโอพักอยู่ที่ห้องไหน เฮนรี่ใช้สิทธิ์เจ้าหน้าที่พิเศษอ้างว่านีโอเป็นพยานปากสำคัญที่เขาอยากจะสอบปากคำเป็นคนแรกถ้าเขาฟื้น เราสองคนจึงสามารถเข้าไปหานีโอในเวลานี้ได้ ฉันพยายามกลั้นขำกับสายตาที่นางพยาบาลมองเสื้อยืดกางเกงขาสั้นของเฮนรี่สลับกับหัวฟูๆ ของเขา เหมือนกับเธอส่งสายตาถามว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่จริงๆ หรือเปล่า
เราเดินมาหยุดที่ห้อง 905 ฉันเปิดประตูเข้าไปและเห็นผ้าขาวคลุมตัวเขาไว้พร้อมกับเส้นชีพจรที่วิ่งเป็นเส้นตรง เขาตายแล้ว...ฉันค่อยๆ เดินไปและทรุดอยู่ข้างเตียง พยายามจะไม่ร้องไห้ออกมาต่อหน้าเฮนรี่ ฉันบีบมือนีโอไว้แน่น
"นีโอ...ฉันบอกว่าไม่ให้นายตายไง ฉันยังไม่อนุญาตให้นายตาย...ฟื้นเดี๋ยวนี้นะ!"
ไม่มีทีท่าว่าเขาจะตื่นขึ้น ฉันยิ่งกุมมือเขาไว้ บีบแน่นกว่าเดิมและร้องไห้ออกมา ผ่านไปซักพักนึง ฉันได้ยินเสียงกลั้นหัวเราะของเฮนรี่ดังมาจากด้านหลัง ก่อนที่เขาจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ฉันจึงหันไปมองด้วยความโกรธ
"ขำบ้าอะไรของนาย"
"นีโอ หยุดแกล้งเธอเถอะ ไม่งั้นนายอาจจะได้ตายจริงๆ นะ"
ฉันหันกลับไป เสียงหัวเราะของนีโอปลุกฉันจากความคิดที่ว่าฉันอยากจะฆ่าเฮนรี่ในห้องนี้ แล้วเขาก็โผล่หน้าออกมาจากผ้าคลุม ใบหน้าของเขาและดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้น แตกต่างที่ว่าใบหน้านนั้นดูซีดไปหน่อย ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าควรจะโกรธหรือดีใจที่เขากล้าแกล้งฉันแบบนี้
"โอ้ย...เจ็บนะสตีล!" นีโอร้องลั่นหลังจากฉันตบแผลที่อกขวาเต็มแรง เฮนรี่หัวเราะคิกคัก
"สมน้ำหน้า นายอยากแกล้งฉันเอง"
"อยากให้เธอเห็นหน้าตัวเองเมื่อกี้จัง..." นีโอยิ้ม
"เอาล่ะ ฉันไม่กวนพวกนายดีกว่า"
"จะไปแล้วหรอ?" นีโอถาม
"ฉันว่าแม่บ้านคงต้องมาฉีดไล่มดแล้วล่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะ"
เฮนรี่ทิ้งคำเหน็บแนมก่อนจะเดินออกไปจากห้องและทิ้งเราสองคนไว้ลำพัง แต่ฉันไม่ทำอะไรนีโอตอนนี้หรอก เขาเจ็บอยู่ อย่างมากที่ฉันทำได้ก็คงแค่จูบให้กำลังใจเท่านั้น โรงพยาบาลคงไม่ใช่ที่ๆ ดีสำหรับเรื่องอย่างว่าหรอก จริงมั้ย?
"ฉันนึกว่านายตายแล้ว"
"ถ้าฉันตาย ใครจะเป็นคนปั่นหัวเธอล่ะสตีล? อีกอย่างฉันก็รอด้วยว่าเธอจะใช้หนี้ที่ฉันช่วยเธอไว้ยังไง"
นีโอกดปุ่มยกเตียงขึ้น และจากนั้นเขาก็ทำหน้าเหยเกเพราะความเจ็บ ฉันจึงโน้มตัวหานีโอ จงใจให้ริมฝีปากของเขาเกือบจะประกบเข้ากับของฉัน และลมหายใจของนีโอแผ่วเบาจนเหมือนกับมันไม่มีอยู่ ฉันเอื้อมมือไปกดปุ่มให้นีโออยู่ในท่านอนเหมือนเดิม
"จะไม่มีจูบหรืออะไรวาบหวามทั้งนั้นจนกว่านายจะทำตัวดีๆ" ฉันพูด "และยอมนอน...นี่ดึกแล้วนะนีโอ"
"จูบราตรีสวัสดิ์ไม่ได้หรอ?"
ฉันยิ้ม มอบจุมพิตอย่างที่เขาต้องการ ฉันไม่ได้ทำให้มันกลายเป็นจูบเร่าร้อนเหมือนที่เคยเกิดขึ้น เพียงแค่อยากให้เขาอยากได้จูบต่อไปโดยการเชื่อฟังฉัน นีโอทำหน้าอ้อนอีกครั้ง
"แค่นอน ฉันไม่ไปไหนหรอกน่ะ"
นีโอดึงมือฉันทาบลงบนหน้าอกซ้ายของเขา เหมือนหัวใจกำลังเต้นตุบๆ อยู่บนมือฉัน เขาตื่นเต้น อย่างน้อยก็ดีแล้วล่ะที่มันเต้นเร็วและแรงแบบนี้ มันช่วยบอกฉันว่านีโอจะแข็งแรงในไม่ช้านี้ ฉันลูบหัวนีโอจนกระทั่งเขาหลับปุ๋ยไป เหมือนเขาแค่หลับตาแล้วหายไปในนิทรา แต่เมื่อนีโอหลับไปได้ไม่นานก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นทำให้เขาสะดุ้งตื่น ฉันลุกขึ้นก่อนจะมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบานหน้าต่างที่สั่นจากแรงระเบิด
ควันดำที่ลอยขึ้นท้องฟ้าทำให้ฉันมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรเกิดขึ้น และเฮนรี่ก็เป็นคนแรกที่ฉันนึกถึง ความกลัวกลับมาเล่นงานฉันอีกครั้งเมื่อฉันเห็นรถมัสแตงปีเจ็ดศูนย์ของเฮนรี่กำลังถูกโหมกระหน่ำด้วยเปลวเพลิง
"เฮนรี่..."
[End of Chapter 17]