2.1

1435 Words
๒.๑ ตื๊ด..ตื๊ด…ตื๊ด… รพีกดปุ่มรับโทรศัพท์พร้อมกับกรอกเสียงลงไปอย่างรวดเร็ว “ใกล้ถึงหรือยังอร” ชายหนุ่มเหลือบตามองร่างบางที่ขยับเข้ามาใกล้ทันทีที่เขาเรียกชื่อเพื่อนของหล่อน ‘พี่พี ตอนนี้อรยังกลับไม่ได้ รถยังซ่อมไม่เสร็จ ส่วนพ่อเพิ่งออกไปงานเลี้ยงผู้ว่าในจังหวัด จะไม่ไปก็ไม่ได้ อรเลยว่าจะขอรบกวนพี่อีกรอบ คือว่าขอฝากยัยดาไปอยู่ที่บ้านพี่ก่อนสักสองสามชั่วโมงนะ ซ่อมรถเสร็จอรจะรีบไปรับ’ “เฮ้ย! ได้ไงเนี่ย บ้านพี่ชอบความสงบ และก็ไม่ชอบต้อนรับคนแปลกหน้า เอางี้ อรอยู่ไหน เดี๋ยวพี่ไปรับ” รพีกรอกเสียงลงไปอย่างหงุดหงิด คิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก เขาไม่อยากต้อนรับหล่อนเลยจริงๆ ทว่าฝ่ายนั้นกลับตอบออกมาว่า... ‘อุ้ย ไม่ต้องหรอก ใกล้เสร็จแล้ว แต่มันใกล้มืดไง อรก็เลยอยากจะให้ดาเขาอาบน้ำอาบท่าก่อน เพราะยัยดาเขาเป็นภูมิแพ้ เจอฝุ่นนานๆ เดี๋ยวจะกำเริบ นะพี่พีนะ’ คำตอบของน้องสาวทำให้ชายหนุ่มหันกลับไปมองผู้หญิงที่ทำท่าคันคะเยออยู่ข้างๆ พลางถอนหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมเข้มเหลือบมองไปทั่วบริเวณอย่างเซ็งๆ  “ก็ได้ แต่รีบมารับไวๆ นะ” อรพรรณวางสายไปแล้ว ชายหนุ่มจึงหันกลับมามองหญิงสาวร่างอรชรตรงหน้าอย่างครุ่นคิดอยู่ครู่ จนเมื่อเจ้าหล่อนเงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นคำถามนั่นแหละ ชายหนุ่มจึงบอกออกไป “ยัยอรยังมาไม่ได้ ส่วนลุงชาติไปงานเลี้ยง คุณต้องไปอยู่บ้านผมก่อนพักหนึ่ง เดี๋ยวอรจะตามไปรับทีหลัง” รพีหยุดพูดพลางมองใบหน้างดงามที่แสดงอาการเหมือนไม่แน่ใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะถามออกไปอีกครั้ง “ว่าไง จะไปหรือไม่ไป ถ้าไม่ไปก็รออยู่ที่นี่แต่จะดึกแค่ไหนผมไม่รู้นะ แต่ถ้าจะไปก็ตามมา” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินกลับไปที่รถกระบะของตนโดยไม่รอให้หญิงสาวที่ยืนทำท่าเก้ๆ กังๆ มีโอกาสได้คิด “อ้าวนี่นาย เดี๋ยวสิ โธ่เอ๊ย! บ้าชะมัด คนบ้าๆ” หญิงสาวได้แต่ก่นด่าตามหลังก่อนจะรีบวิ่งขึ้นรถยนต์คันงามของตนเองแล้วขับตามไปในที่สุด รพีลงจากรถกระบะคันเก่าของตัวเอง แล้วยืนมองเบนซ์คันหรูที่ขับเคลื่อนตามหลังเข้ามาอย่างขำๆ ก่อนหน้านี้รถหล่อนยังเงาวับสวยงามแต่ตอนนี้กลับถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นจากดินลูกรังจนแทบมองไม่เห็นเค้าเดิม ร่างบางที่ก้าวลงมาหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่ม มองเจ้าของบ้านด้วยอาการขุ่นเคือง เมื่อเขาไม่คิดจะสนใจหล่อนสักนิด นี่ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นป่านนี้แทบจะอุ้มหล่อนด้วยซ้ำ แต่อีตาทึ่มนี่กลับยืนซื่อบื้อไม่พูดไม่จา มิหนำซ้ำสายตาที่มองมาแสดงให้รู้ว่าเขาเห็นหล่อนเป็นตัวน่ารำคาญชัดๆ “นี่นาย บ้านนายมีใครอยู่มั่งน่ะ” บลินดาจำใจถาม พลางกวาดตามองไปรอบๆ บ้านทรงไทยขนาดปานกลาง ทว่าร่มรื่นน่าอยู่ไม่น้อย “คุณจะรู้ไปทำไม”  คำถามของเขาทำให้หญิงสาวตวัดสายตามองค้อนก็ไม่ปาน ก่อนจะตอบออกมาอย่างหมั่นไส้ทีท่าเย่อหยิ่งเล่นตัวของอีกฝ่าย “ก็ฉันจะได้ทำความรู้จักเอาไว้ไง เผื่อวันหน้าวันหลังผ่านมาจะได้ซื้อของติดไม้ติดมือมาฝาก” “ไม่ต้อง” เขาตอบกลับทันควัน แทบไม่รอให้หญิงสาวพูดจบประโยคเสียด้วยซ้ำไป “บ้านผมไม่ได้อดอยาก เก็บของคุณไว้เถอะ”  บลินดาหน้าม้านกับคำปฏิเสธแบบไม่ไว้หน้าของชายหนุ่ม “นายจะพูดดีๆ กับฉันสักครั้งไม่ได้หรือไง คนอะไรแย่ที่สุด แม่นายเลี้ยงลูกยังไงถึงได้ อุ๊ย!”  ท่อนแขนกลมกลึงถูกชายหนุ่มกระชากเข้าหาทันทีที่หล่อนพาดพิงถึงมารดาของเขา ดวงตาคมกริบวาววับ บอกชัดว่ากำลังกราดเกรี้ยวแค่ไหน ทำให้หัวใจดวงน้อยถึงกับกระตุกวาบ “เอ่อ...คะ คือฉัน” “อย่ามาลามปามถึงแม่ผมเด็ดขาด! คุณนั่นแหละพ่อแม่สอนมายังไง พูดอะไรไม่รู้จักคิด งานการไม่รู้จักทำ ดีแต่ทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนแล้วยังจะปากดีอีก”  รพีผลักหญิงสาวจนเซออกไป ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นบ้านไปอย่างไม่สนใจไยดีต่อบลินดาอีกเลย อันที่จริงเขาอยากทำอะไรแรงๆ กว่านี้ด้วยซ้ำ ถ้าไม่คิดสักนิดว่าหล่อนเป็นเพศที่อ่อนแอกว่าแล้วล่ะก็... บลินดาเองได้แต่มองตามด้วยความรู้สึกเสียใจที่เผลอพลั้งปากพูดแบบนั้นออกไป ทว่าอีกใจก็นึกโมโหชายหนุ่ม เพราะเขาก็พาดพิงถึงคุณพ่อกับคุณแม่หล่อนเหมือนกัน “คนบ้า ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษสักนิด”  บลินดาพึมพำหลังจากถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังจากเจ้าของบ้าน หญิงสาวหันรีหันขวางอยู่ครู่หนึ่งจึงเดินไปนั่งลงบนแคร่ใต้ต้นมะขามต้นใหญ่ แล้วนึกถึงชายหนุ่มรุ่นพี่อย่างรพีเมื่อสมัยที่เขายังเป็นเพียงนักศึกษาปริญญาโท ส่วนหล่อนเพิ่งจะเป็นนักศึกษาปีสองและเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัยที่ใครๆ ต่างก็รุมรักและชื่นชม...  แต่ไม่ใช่กับรพี...เพราะเขาเป็นคนเดียวที่ไม่เคยแสดงท่าทีว่าจะสนใจหล่อนสักนิดเมื่ออรพรรณแนะนำให้รู้จัก แต่เขากลับหันไปสนใจผู้หญิงอีกคนที่เป็นนักศึกษาปริญญาโทเช่นเดียวกันกับเขาแทน ทั้งที่ผู้หญิงคนนั้นไม่มีอะไรสู้หล่อนได้สักอย่าง! บลินดายังคงนั่งอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ บางครั้งก็ชะเง้อมองขึ้นไปบนบ้านของชายหนุ่มอย่างขุ่นเคือง คนบ้าไม่มีน้ำใจ จะชวนหล่อนขึ้นบ้านสักคำก็ไม่มี คันก็คัน ร้อนก็ร้อน บลินดาอยากร้องไห้นัก น้อยใจเขาที่สุด ขณะที่บลินดากำลังคันคะเยอและนึกแช่งชักหักกระดูกเขาอยู่นั้น ผู้ที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านก็ต้องเขม้นตามองด้วยความแปลกใจยิ่ง “หนูเป็นใครจ๊ะ แล้วมานั่งอยู่ที่บ้านป้าได้ยังไง” น้ำเสียงอ่อนโยนที่ดังมาจากข้างหลังทำให้หญิงสาวหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบส่งยิ้มให้หญิงวัยกลางคนตรงหน้า แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไรออกไป เสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังขึ้น “อ้าวแม่ กลับมาแล้วเหรอครับ”  บลินดาหันไปมองร่างสูงที่เดินลงมาจากบนบ้าน แล้วหันมองหญิงวัยกลางคนตรงหน้าสลับกับชายหนุ่ม พลางคิดในใจว่านี่เองแม่ของเขา ท่าทางตอนสาวๆ จะสวยไม่เบา แต่คิดๆ ไปไม่น่าจะเป็นแม่ลูกกันได้เลย คนแม่ดูใจดี แต่นายรพีสิ ใจร้ายที่สุด! “เพิ่งมาถึงนี่แหละจ้ะ ว่าแต่แม่หนูเป็นลูกเต้าเหล่าใครกันจ๊ะ”  น้ำเสียงนั้นอ่อนโยน ดวงตาฉายแววปรานีแจ่มชัด เมื่อพบสาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้มหมดจดมานั่งอยู่หน้าบ้าน ทว่ารพีกลับทำให้บลินดาต้องหุบปากฉับเมื่อเขาชิงตอบเสียเอง... “เป็นเพื่อนยัยอรฮะ มาจากกรุงเทพฯ พอดีว่ารถยัยอรเสียกำลังซ่อมอยู่ที่อู่ เข้าบ้านไม่ได้ ก็เลยให้มาอยู่ที่บ้านเราก่อน เดี๋ยวยัยอรจะตามมารับทีหลัง” นางผกามองบุตรชายแล้วให้รู้สึกขัดนัยน์ตากับท่าทางไม่รับแขกของอีกฝ่าย เพราะผิดวิสัยของชายหนุ่ม แต่ท่านเลือกที่จะเงียบเสีย ก่อนจะหันไปยิ้มให้สาวงามตรงหน้าด้วยสายตาเอ็นดู “อืม ยังงั้นก็ขึ้นบ้านสิลูก มานั่งให้ยุงกินทำไม เรานี่ก็จริงเลย ปล่อยให้น้องมานั่งตากยุงอยู่ได้ ไปๆ ขึ้นเรือน” หันไปเอ็ดบุตรชายเบาๆ แล้วเอ่ยชวนหญิงสาวต่างถิ่นก่อนจะเดินนำขึ้นเรือนไปเป็นคนแรก บลินดาลุกยืนแล้วหันกลับไปมองเขาตาเขียว เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจปล่อยให้หล่อนนั่งตากยุง แต่ฝ่ายนั้นกลับไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะเดินแซงหน้าไปด้วยการก้าวยาวๆ เพียงสองสามก้าวเท่านั้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD