ครั้งแรกที่ได้ยินปิ่นมุกถึงกับยกมือทาบอก หากไม่มีประโยคต่อมาของก้องเธอคงนอนไม่หลับแน่คืนนี้ เพราะไม่คิดว่าเด็กชายตัวสูงที่ช่วยเธอไว้กลายเป็นเด็กหนุ่มที่กำลังหนีคดีข้อหาหนักและกำลังเป็นกระแส
สายวันต่อมาปิ่นมุกแอบเปิดประตูห้องนอนของอิฐเมื่อไม่เห็นเขาออกมาเสียที จะให้ก้องไปเรียกให้วันนี้เขาก็ออกไปทำธุระตั้งแต่เช้ามืด
“อิฐตื่นหรือยัง” ปิ่นมุกไม่ได้ยื่นหน้าเขาไปแต่เรียกเขาจากด้านนอกแทน
“น้าปิ่นเหรอ มีอะไรหรือเปล่าครับ” เสียงแหบพร่าดังตอบ
“น้าเข้าไปได้หรือเปล่า” เธอเอ่ยขออนุญาต เมื่อเขาตอบรับแล้วปิ่นมุกจึงเดินเข้าไปในห้องที่ปิดเปิดไฟเพียงสลัว
“ปล่อยให้ตัวร้อนขนาดนี้ได้ยังไงอิฐ” ปิ่นมุกถึงกับร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อลองแตะตัวเขาและพบว่าร้อนจี๋เลยทีเดียว
“น้ามีอะไรก็พูดมาเถอะ” หากไม่มีธุระสำคัญปิ่นมุกคงไม่เข้ามาหาเขาถึงที่นี่
“อิฐ อายุยี่สิบปี กำลังหนีคดีอยู่ใช่ไหม” ปิ่นมุกเริ่มต้นตรงประเด็นทันที
“ครับ แล้วคุณน้ารู้หรือเปล่าว่าผมติดคดีอะไรมา” อิฐถามต่อ
“กลัวหรือเปล่า” ปิ่นมุกไม่ได้ถามต่อ แต่กลับเลือกถามไปถึงสิ่งเธอคิดว่าชายตรงหน้ากำลังกังวล
เด็กหนุ่มที่มีเสี้ยวลูกครึ่งรูปร่างสูงโปร่งคนนี้เติบโตมากับแม่ที่ไม่เอาไหน เขาต้องกลายเป็นเสาหลักดูแลแม่ที่เจ็บป่วยในบั้นปลายชีวิต จนสุดท้ายแม่ได้ทิ้งเขาไปเหลือเพียงตัวคนเดียว แต่เขากลับเลือกที่จะทำงานสุจริตเลี้ยงดูตนเอง
สุดท้ายก็เหมือนกับฟ้ากลั่นแกล้งให้เขาต้องเจอกับเหตุการณ์ที่กำลังทำลายชีวิตดีๆ ที่พยายามต่อสู้และฝ่าฟันมาหลายปี
“ผม” แววตาของเขาสั่นระริกกับคำถามที่ได้ยิน คำถามเดียวกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเคยถามเขา
“ลืมทุกอย่างที่ประเทศไทยให้หมดแล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ฝรั่งเศสกับน้า” คำพูดของผู้หญิงตรงหน้าทำให้เขาทำตัวไม่ถูก
“คุณไม่กลัวผมเหรอ”
“ถ้าน้ากลัวคงไม่เข้ามาคุยกับเธอในนี้หรอก อีกอย่างก้องเขาเล่าเรื่องของเราให้น้าฟังหมดแล้ว”
“ผมไม่รู้” เขาไม่รู้ว่าควรจะตัดสินใจอย่างไรดี ตอนนี้ชีวิตของเขามันมืดมนไปหมด อยู่ไทยก็ไม่รู้ว่าสามารถทำอะไรได้ ตอนนี้ใบหน้าของเขาถูกประกาศเด่นหราไปทั่วประเทศ ทั้งที่เขาไม่ใช่คนผิด แต่เพราะอำนาจของเงินและเด็กขี้โกหกคนนั้น
หากมีใครบอกให้เขาสู้ดูสักครั้ง คนนั้นคงไม่เข้าใจคำว่าเด็กตัวคนเดียวที่เกิดมาด้วยความยากลำบาก เพียงแค่ใช้ชีวิตให้ผ่านพ้นไปในแต่ละวันก็ยากมากแล้ว เขาไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้กับคนเหล่านั้น
“ลืมความแค้น ลืมทุกอย่างแล้วไปอยู่กับน้า น้าจะให้ชีวิตใหม่เธอ เธอไม่ต้องกลับมาประเทศไทยอีกตลอดชีวิตก็ได้ เธอจะกลายเป็นคนใหม่”
“ทำไมคุณถึงช่วยผม”
“ก็น้าบอกแล้วถ้าเธอช่วยชีวิตน้า น้าให้เธอได้มากกว่าเงินในกระเป๋านั่น”
“แต่นี่มันมากเกินไป”
“แล้วเธอกล้ารับหรือเปล่าล่ะ น้าให้เวลาอิฐตัดสินใจหนึ่งคืน น้าจะกลับฝรั่งเศสพรุ่งนี้แล้ว” ปิ่นให้เวลาเขาคิดเพียงหนึ่งคืน หลังจากนี้หากอิฐตัดสินใจเดินทางไปพร้อมกับเธอก็คงไม่รู้ว่าทั้งคู่จะกลับมาประเทศไทยอีกทีเมื่อไหร่
“ผมจะเดินทางออกนอกประเทศได้ยังไง ในเมื่อตอนนี้ผมกลายเป็นคนเลวสำหรับทุกคนไปแล้ว” ข่าวของเขาดังไปทั่วประเทศ
“เรื่องนั้นให้เป็นปัญหาของน้า แค่อิฐตัดสินใจที่จะไป น้าจะพาเธอหันหลังหนีความโหดร้ายพวกนี้เอง” เพราะเธอเข้าใจถึงความเจ็บปวดและโดดเดี่ยว เป็นวันที่โหดร้ายที่สุดในชีวิต
“เก็บของที่สำคัญให้ครบล่ะ ถ้าไปแล้วน้าไม่พาวนกลับมาเอานะ” ปิ่นมุกทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนเดินออกไปให้เด็กหนุ่มได้ใช้ความคิดของตนเองตัดสิน
เรื่องนี้ผ่านความคิดของเธอมาทั้งคืนหลังจากที่ได้รับรู้เรื่องราวผ่านปากของก้องและสัญชาตญาณของตนเอง เธอจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาสามี และเขาก็เห็นด้วยกับเธอที่จะรับอิฐไปอยู่ที่ฝรั่งเศสด้วยกัน
และเธอเชื่อว่าเขาจะตอบตกลงในท้ายที่สุดเพราะไม่อาจปฏิเสธข้อเสนอดีๆ แบบนี้ได้
ในขณะที่อิฐกำลังประมวลความคิดกับเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตอย่างช่างใจ เขาหยิบโทรศัพท์สีหวานที่ถูกปิดตายตั้งแต่วันนั้นขึ้นมา สิ่งที่คอยย้ำเตือนเขาว่าเธอคือคนที่หยิบยื่นโทษทัณฑ์ที่เขาไม่ได้ก่อให้
“ฉันไม่มีทางลืมเธอสายขิม สักวันฉันจะกลับมาทำให้เธอเจ็บปวดแบบที่ฉันกำลังรู้สึก ร้อยเท่าพันเท่าที่เธอต้องได้รับจากฉัน”
อิฐฝืนร่างกายอันเหนื่อยล้าขึ้นแล้วเดินตามคุณน้าที่หายออกไปเมื่อราวห้านาทีก่อน และเป็นอย่างที่คิดปิ่นมุกกำลังนั่งรอคำตอบจากเขาด้วยท่าทีสบาย
“ผมจะไปกับคุณน้า” ปิ่นมุกยิ้มออกมาเพราะคิดไว้อยู่แล้ว
“แต่...” เธอรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ
“ผมคงลืมที่นี่ไม่ได้ ลืมคนที่ทำให้ลายชีวิตไม่ได้” ได้ยินคำพูดของเด็กชายเธอก็ยิ้มอย่างเขาใจ เธอเองผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ เธอ เธอไม่เคยลืมว่าใครทำร้ายเธอ และใครช่วยเหลือเธอในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด
“ดีแล้วจ๊ะ จดจำเอาไว้ให้ดีว่าใครเคยทำอะไรกับเราเอาไว้ ใช้มันเป็นแรงผลักดันชีวิตของเธออิฐ”