
“หูของผมไม่ได้มีไว้เพื่อฟังคำพูดของคนเลว” เขากระแทกคำพูดใส่ฉันอีกแล้ว
และฉัน ‘เหนื่อยเหลือเกิน’
“โอเคค่ะ ฉันยอมแพ้คุณ” ฉันพูดขึ้นแต่ก้มหน้าลงต่ำ ในขณะที่เขาก็สรรหาถ้อยคำมากระทืบซ้ำฉันอีก
“ระดับผมคงไม่ต้องลดตัวไปแข่งอะไรกับคุณหรอก”
“...” ฉันยังคงก้มต่อ แต่กำมือของตัวเองไว้แน่น ด้วยความที่ไม่อยากปะทะอารมณ์กับคนที่มันไร้เหตุผล และก็ไร้มันสมอง
“มีเด็กให้ผมแล้วชีวิตของคุณจะเป็นอิสระ” เขาพูดออกมาหน้าตาเฉย และไม่มองหน้าฉันเลยเสมือนกำลังเป็นฝุ่นหรืออากาศ ทั้งที่กำลังยัดหน้าที่อันยิ่งใหญ่และลำบากมาที่ฉันแท้ๆ
“มีกับใครก็ได้ใช่ไหมคะ” ฉันถามยอกย้อนเมื่ออารมณ์เริ่มร้อนกับข้อต่อรองที่สุดทราม
“คุณไม่น่าถามอะไรที่โง่ขนาดนี้”
“...” ฉันอ้าปากค้างทันทีที่โดนคำพูดคำจาแบบนี้สาดกลับคืนมา
“ถ้าคุณมีอะไรกับคนอื่นเหมือนที่คุณเคยมี แล้วเด็กที่เกิดมา จะมีเลือดเนื้อเชื้อไขของผมไหม?”
“ไม่มีค่ะ” ฉันให้คำตอบด้วยสีหน้านิ่งๆโดยที่ความจริงในใจกำลังโกรธมาก
“ในระหว่างนี้ห้ามคุณไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใครเด็ดขาด นอกจากผม”
“แสดงว่าผิวเผินฉันก็มีสิทธิ์ทำได้?” ฉันจับผิดคำพูดเขาเร็วไวแล้วก็ได้ยิงคำถามกลับไปในทันที
“ตามสบาย เพราะผมอยากได้แค่สิ่งที่ครอบครัวผมสูญเสียไปเท่านั้น” เขาบอกกับฉันก่อนจะหันไปพยักหน้ากับลูกน้อง แล้วหนึ่งในสองก็รีบทำการเปิดประตูรถอย่างรู้งาน ในขณะที่ผู้เป็นนายไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปสักคำ
“แล้วอย่าได้เที่ยวประกาศกับใครต่อใครว่าคุณเป็นเมีย เพราะผมไม่นับ” เขาบอกข้อห้ามตามด้วยคำดูถูกราวกับว่าตัวเองเป็นเทพบุตรอย่างไรอย่างนั้น
“ฉันไม่มีทางพูดเด็ดขาด” ฉันยืนยัน
ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับซาตานที่มี ‘จิตใจหยาบ’
“แล้วทุกอย่างจะยุติเพียงแค่คุณตั้งท้อง หรือไม่...”
“...”
“ก็แค่แท้ง”

