มารับนะพี่...นิวขอร้อง

1778 Words
-----สตังค์----- “ไปก่อนนะคะแม่...วันนี้หนูมีธุระสำคัญ...”  “ไม่กินข้าวเช้าก่อนเหรอลูก...” ฉันวิ่งเร็วออกจากบ้านด้วยความรีบร้อน  ได้ยินเสียงแม่บีบีคนสวยตะโกนตามหลังเรื่องอาหารเช้า แต่เวลานี้ฉันต้องรีบ เพราะเมื่อคืนนี้ฉันแอบได้ยินคราร่าและแบงค์คุยกันว่าจะไปค่ายอาสาต่างจังหวัด ฉันอยากไปมากและฉันก็จะต้องได้ไปเท่านั้น ฉันชื่อสตังค์ ตอนนี้อายุยี่สิบห้าปี ฉันเรียนจบและได้เข้าทำงานในบริษัทของพ่อที่มีรากฐานมาแล้ว แต่ก็ทำทุกอย่างเป็นหมดด้วยแม่บอกว่าอยากจะเป็นนายเขาต้องทำให้เป็นทุกอย่าง ไม่ใช่ใช้ปากสั่งอย่างเดียวแต่ทำไม่ได้  ตอนนี้ฉันกำลังมุ่งตรงไปยังมหาลัยของแบงค์และคราร่า แต่ไม่ได้ไปหาน้องทั้งสองหรือใครทั้งนั้นแต่ฉันจะไปหาไอ้พี่อิฐ  รุ่นพี่ของฉันที่ตอนนี้เป็นหนุ่ม ป.โท นักเรียนนอกที่เป็นอาจารย์ในมหาลัยนี้  ทันทีที่เข้ามาในรั้วมหาลัยก็กวาดสายตามองหา ฉันรู้ว่าเขาจะต้องมาเร็วกว่าเวลาเสมอ และสายตาฉันก็มองเห็นว่าเขากำลังจะเข้าไปในโรงอาหาร ฉันจะต้องได้ไปออกค่ายกับน้อง ๆ   โดยที่ไอ้พี่อิฐจะต้องพาฉันไป  “อยากไปออกค่ายอาสา พาไปหน่อย” ฉันวิ่งเข้าไปแทรกระหว่างคนทั้งสอง นั่นก็ไอ้พี่อิฐกับอาจารย์สาวสวยชื่อ น้ำหวาน “แล้วฉันก็รู้ด้วยว่าพี่เป็นคนพาไปออกค่าย พี่ต้องพาฉันไปได้ และฉันก็ต้องได้ไป เข้าใจไหม” “สวัสดีค่ะคุณหนูสตังค์ มาหาคุณอิฐแต่เช้าเลยนะคะ ทานอาหารก่อนไหมน้ำหวานจะไปซื้อให้” อาจารย์น้ำหวานผู้อ่อนหวานเรียบร้อยน่ารักสมชื่อเอ่ยพูด  ผิดกับคนตัวสูงที่ทำเก๊กหล่อไม่พูดอะไร “ดีค่ะ สตังค์ขอเป็นคาปูชิโน่นะคะอาจารย์น้ำหวาน” “ไม่ต้องครับอาจารย์น้ำหวาน...” ไอ้พี่อิฐรีบพูด ใช้แฟนนิดหน่อยเป็นไม่ได้ “อยากกินก็ไปซื้อเองสตังค์ แล้วเรื่องออกค่ายก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคนนอกด้วย มันเป็นกิจกรรมภายใน” “ฉันไม่ใช่คนนอก และฉันต้องได้ไป ฉันเป็นผู้ปกครองของคราร่าและแบงค์ไง  ดังนั้นฉันต้องได้ไป” “ไม่มีผู้ปกครองคนไหนได้ไป แล้วทำไมเธอต้องได้ไปสตังค์” “ก็สตังค์จะไป จะให้ไปดี ๆ หรือจะให้สตังค์บังคับจะให้ไปไหมมมมมม” “ไม่ให้ไป....” ไอ้พี่อิฐยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับพูดเบา ๆ ให้ตั้งใจฟัง  เจ็บใจตรงที่ตั้งใจฟังนี่แหละ (((((ไอ้พี่อิฐฐฐฐฐฐฐฐฐ)))))   ฉันตะโกนเสียงดังลั่นโรงอาหาร ดูสิว่าอาจารย์หนุ่มรูปหล่อขวัญใจคนทั้งมหาลัยจะอายไหม “บอกว่าจะไป  บอกว่าจะปายยยยยยย เข้าใจหม้ายยยยยยย อื้มม” มือหนาของไอ้พี่อิฐปิดปากของฉันก่อนที่เขาจะลากฉันออกไปจากโรงอาหาร วงแขนข้างหนึ่งโอบกอดรอบเอวอีกข้างก็ใช้มือปิดปากฉันไว้ สองเท้าของฉันลอยขึ้นในอากาศแล้วถูกเขาหิ้วออกไปจากผู้คนที่กำลังจับจ้อง  แต่มีเหรอที่ฉันจะยอม!!  ถ้าไม่ได้ไปออกค่ายอาสากับน้อง ๆ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด “อ่า...โอ๊ยยยสตังค์” ฉันกัดมือของไอ้พี่อิฐอย่างเต็มแรง  เอาให้นิ้วขาดกันไปข้างหนึ่งเลย ++++++++++ “อ่า...โอ๊ยยยสตังค์ เป็นหมาเหรอ ปล่อย ๆ ” “สมน้ำหน้า!!..” ฉันยอมปล่อยก่อนที่จะจัดผมเผ้าที่มันยุ่งเหยิงให้เข้าที่  ไอ้พี่อิฐกำลังสะบัดข้อมือที่โดนกัด  สงสัยจะเจ็บมากเลยแหละ “ตกลงจะให้ไปไหม  ถ้าไม่ให้ไปจะกัดอีก” “ก็พี่บอกว่าไปไม่ได้ แล้วที่นี่มหาลัย ทำอะไรเกรงใจพี่บ้าง ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่จะมาร้องปาว ๆ นะ” “ทำไม อายสาว ๆ เหรอ  จะร้องให้ดังกว่านี้อีกถ้าพี่ไม่ให้ไป” “ก็มันไปไม่ได้...” “แต่สตังค์อยากไป อยากไปกับน้อง ๆ   ทำงานเครียดมากอยากพักผ่อน ขอไปเถอะนะ..นะ ๆ พี่อิฐขา รับรองว่าน้องจะไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่งอแงค่ะ”  เปลี่ยนแผนเป็นออดอ้อน  มันต้องได้สักแผนสิน่า ยังไงฉันก็จะไป “นี่เป็นกิจกรรมภายใน ถ้าพี่ให้คนนอกไปพี่ก็ต้องมีความผิด” พี่อิฐพูดโดยที่เขายังสนใจรอยกัดที่ฉันฝังรอยฟันเอาไว้   “พี่อิฐค่ะ  สตังค์สัญญา..ว่าสตังค์จะไม่ก่อความวุ่นวายกับพี่ สตังค์จะไม่สร้างปัญหา  สตังค์ไม่เคยขออะไรพี่เลยนะ นะคะพี่อิฐ...” เสียงหวานที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้ฉันเคยพูดมาเลย  และพี่อิฐก็เหมือนตกใจกับการกระทำของฉัน “พี่อิฐ สตังค์ขอร้อง... นะคะ สตังค์อยากไปจริง ๆ ” “ก็ได้ แต่รับปากพี่แล้วนะว่าจะไม่ก่อความวุ่นวาย” “เย้ ๆ ๆ ” ฉันกระโดดกอดพี่อิฐจนเราแทบจะล้มไปด้วยกัน  ฉันดีใจมาก  ฉันจะได้หนีงานไปเที่ยวเล่นแล้ว  ถึงจะเป็นการออกค่ายอาสาที่รู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องเหนื่อย  แต่มันต้องเป็นความเหนื่อยที่สนุกแน่ ๆ    “สตังค์สัญญาว่าจะไม่ดื้อ เย้ ๆ   รักพี่อิฐสุดหล่อที่สู๊ดดดดด” “......” พี่อิฐก็ยืนให้ฉันกอดแบบนั้นจนฉันรู้ตัวว่ามีนักศึกษาหลายคนที่กำลังมองมาทางเรา  ฉันจึงได้ปล่อยออกจากร่างกายที่โอบกอด “พูดแล้วห้ามคืนคำนะ ผิดคำพูดอาจารย์นะบอกไว้ก่อน” “.......” พี่อิฐไม่พูดอะไรแต่ยกข้อมือข้างที่ฉันกัดสูงระดับหน้า เหมือนจะถามว่าควรจะรับผิดชอบไหม “หู้ย!! พี่อิฐไปโดนอะไรมา แดงหมดเลย ใครทำพี่อิฐของน้องได้นะ” “หรา... ใครทำพี่อิฐของน้อง” พี่อิฐเอาวงแขนที่แข็งแรงรวบตัวของฉันโดยกอดรอบลำคอ  หลังของฉันพิงกับพี่อิฐอย่างแรง “อู้ยพี่.. เห็นไหมนักศึกษามองเต็มเลย ปล่อย เดี๋ยวก็มีคนเข้าใจผิดว่าเราเป็นอะไรกันพอดี”  ฉันผละออกจากตัวพี่อิฐแต่จับมือของเขาข้างที่ฉันกัดก่อนที่จะเป่าเบา ๆ ให้หายเจ็บ “เพี้ยง..หาย” “.......” “กลับแล้วนะต้องไปทำงาน ขอบคุณนะที่จะพาไป” แล้วฉันก็เดินแยกออกไปอีกด้านเพื่อไปยังรถของตัวเอง  ตอนนี้ฉันมีความสุขมากที่ฉันจะได้ไปออกค่ายกับน้องทั้งสองคน และมันจะต้องสนุกอย่างที่ฉันคาดหวังเอาไว้ ++++++++++ -----อิฐ----- “อ้าว..คุณหนูสตังค์ไปแล้วเหรอคะอาจารย์อิฐ”  “อ๋อ..ครับ  ผมว่าเราไปทานอาหารเช้ากันดีกว่า”  ผมตกใจเล็กน้อยกับเสียงของอาจารย์น้ำหวาน เมื่อผมกำลังจ้องมองสตังค์ขับรถออกไป  เธอเป็นผู้หญิงที่อยู่ในชีวิตของผมมาหลายปีแล้ว เธอเป็นรุ่นน้องของผมที่เราเจอกันโดยบังเอิญ ครั้งแรกที่ผมเจอกับเธอก็โดนเธอด่าไปหลายยก เพราะผมทำสายน้ำหลุดและฉีดใส่เธอจนเปียกทั้งตัว ยังจำได้ว่าเจอหน้าเธอสามวันก็ยังด่าผมไม่เลิก หลังจากนั้นเราก็รู้จักกันโดยที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรมากไปกว่านี้ แต่ที่พีคสุด ๆ ก็ตอนที่เธออกหัก  เธอเมาอย่างหนักและผมรับอาสาที่จะไปส่งเธอที่บ้าน และวันนั้นก็ทำให้ผมเกือบตายเมื่อคุณโซ่พ่อของเธอเล่นงานอย่างหนัก กว่าจะเข้าใจว่าผมเป็นเพื่อนของลูกสาว นอกจากงานสอนนักศึกษาในมหาลัย ผมก็มีงานของครอบครัวในธุรกิจส่งออก  ชีวิตของผมจึงมีสตังค์ที่เป็นเรื่องวุ่นวายในชีวิตเท่านั้น  แต่ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมผมถึงให้สตังค์อยู่วุ่นวายในชีวิตต่อไป  เพราะผม... ‘รักเธอ’ วันนี้ผมมีสอนแค่ภาคเช้าซึ่งบ่ายนี้ก็เดินทางเข้าบริษัทช่วยพ่อในเรื่องงานต่าง ๆ   ชีวิตผมก็ราบเรียบนะถ้าไม่นับการหาเรื่องโต้เถียงกับสตังค์ เถียงแบบรัก ๆ ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน กริ๊ง!!!! กริ๊ง!!!!!!! เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นระหว่างที่กำลังอ่านเอกสาร สายตาเหลือบมองนาฬิกาก็พบว่าสองทุ่มแล้ว  มองหน้าจอโทรศัพท์ก็พบว่าเป็นนินิวเพื่อนสนิทของสตังค์ที่โทรเข้ามา  นินิวโทรมาหากี่ครั้งก็มีแค่เรื่องเดียว.....นั่นก็คือเรื่องของสตังค์ “ว่าไงนินิว” ผมกรอกเสียงเมื่อกดรับสาย (“พี่อิฐ ไอ้สตังค์เมาอีกแล้ว ไม่มีใครกล้าไปส่งมันที่บ้านกลัวพ่อโซ่กระทืบ พี่อิฐมารับมันหน่อย”) “.......เห้อออ” ผมถอนหายใจพร้อมกับมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง นี่มันเพิ่งจะสองทุ่มเองนะ คุณโซ่พ่อของสตังค์หวงลูกทั้งสามคนมาก แต่ก็ให้อิสระมากพอที่จะมีโลกเป็นของตัวเอง (“พี่อิฐมารับนะ  ช้ากว่านี้มันรื้อร้านของนิวพังแน่ มารับนะพี่...นิวขอร้อง”) “โอเค อีกสามสิบนาทีพี่ไป” ผมวางสายและเก็บเอกสารที่ตัวเองกำลังอ่าน ไม่ต้องเดาว่าอะไรสำคัญกับผมมากกว่ากัน  มันต้องเป็นสตังค์จอมหาเรื่องปวดหัวนั่นอยู่แล้ว    แม้กระทั่งตอนที่ผมเรียนจบที่อเมริกาก็มีคนมาทาบทามเพื่อให้เข้าทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่  แต่ผมเลือกที่จะเดินทางกลับประเทศไทยมาเป็นอาจารย์มหาลัยกระจอก ๆ เพราะผมชอบสตังค์    ขับรถไม่นานก็มาถึงที่ร้านอาหารของนินิวที่เปิดเป็นแบบกึ่งผับ  ที่นี่เป็นที่เดียวที่สตังค์จะมานั่งดื่มกับเพื่อน ๆ   และเพียงแค่เดินเข้าไปในร้านก็เห็นคนเมาที่กำลังนั่งฟุบหน้ากับโต๊ะ ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง “อื้ออออสตังค์ กินหนักขนาดนี้เลยเหรอ” เพราะเมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็ได้กลิ่นเหล้าจากสตังค์ที่แรงมาก  “นินิว ทำไมปล่อยให้สตังค์เมาขนาดนี้ มีอะไรรึเปล่า” “เออ... คือ..” (ทำมายยย ฉันโตแล้วนะ ทำมายช้านจะกินไม่ได้) คนเมาพยายามลุกยืนก่อนจะเซเข้ามาหาผมอย่างจัง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD