Secret
รถของไคกำลังเคลื่อนตัวใกล้เข้าสู่บริษัท เจสสิก้ามองออกไปนอกรถ ถนนหนทางข้างทางต่างๆที่เธอชอบมองมันมากตั้งแต่เด็กๆ ก่อนจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย จนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
“ ไค ” เจสสิก้าเรียกชื่อคนข้างๆขึ้น
“ หื้มม~ ว่าไงครับ ” ไคตอบขณะที่บังคับพวงมาลัยรถยนต์พร้อมกับสายตาที่มองตรงไปด้านหน้า
“ เราต้องบอกคนที่บริษัทมั้ยอะ หรือทำตัวปกติ ”
“ เรื่อง? ” เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย ชายหนุ่มจะหันมามองหน้าหญิงคนรักเพียงครู่เดียวก่อนจะหันกลับไปมองทางตรงหน้าต่อ
“ ก็เรื่องของเราไงงง~ ต้องบอกคนที่บริษัทมั้ย ถ้าสมมติเขาถามไรเงี้ย ”
“ ก็แล้วแต่คุณอะ ถ้าเขาถามก็บอกไปตามจริงก็ดีนะคุณ ”
“ คิดงั้นเหรอ อื้มม~ แล้วเราเป็นอะไรกันอะ ”
“ นั้นสิคุณ เราเป็นอะไรกัน คนกำลังดูใจกันอย่างนี้เหรอ มันดูเลี่ยนๆเนอะคุณว่ามั้ย ”
“ ฉันก็ว่างั้นแหละ งั้นยังไม่ต้องบอกมั้ย รอให้อะไรๆแน่นอนก่อน ”
“ อะไรๆแน่นอนนี่มันอะไรอะคุณ ”
“ ก็..คุณบอกคุณจะทำให้ฉันรักคุณไง ตอนนี้ฉันรู้สึกดีกับคุณนะ แต่ต้องขอเวลาสักหน่อย คุณก็รีบทำคะแนนล่ะ คนต่อคิวเยอะ ”
“ หึ! ทำมาเป็นพูด ผมไม่เห็นจะมีใครมาตามจีบคุณเลย ” ใช่สิ หลายปีมานี้ไม่มีใครตามจีบสาวเจ้าสักคน เธอเอาแต่บ้างาน จะเอาเวลาที่ไหนไปมีคนรัก
แล้วเขารู้ได้ยังไงน่ะเหรอ ก็เพราะเขาแอบชอบเธอไง คงจะนึกภาพออกใช่มั้ยว่า ถ้าเรารักใครสักคนไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน เราก็สามารถมองเห็นเขาได้ตลอดเวลา เพราะมันเป็นกฎของแรงดึงดูด
“ ฉันมีของฉันแล้วกันย่ะ ”
“ ค้าบบบๆๆ ” ไคเออออไปบทสนทนาเลยจบลงอย่างเงียบๆ ก่อนที่รถยนต์จะมาถึงบริษัทพอดิบพอดี
10.50 น. บริษัท
“ ไปกันเถอะ ไว้ตอนเที่ยงฉันโทรหานะ เผื่อไปกินข้าวกัน ”
“ ได้ครับผม เจอกันนะ บายยย~ ” เขาโบกมือลาเธอก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง
เจสสิก้าเดินเข้าไปในห้องทำงานสีขาวของตัวเอง เธอชอบสีขาวมาก ไม่ว่าจะเป็นบ้านของเธอ รถยนต์ของเธอ แม้แต่ห้องทำงานของเธอ ทุกอย่างเป็นสีขาวไปหมด สาวเจ้านั่งลงอย่างหมดแรง เนื่องจากยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเธอเลย แถมยังต้องมาเจอศึกหนักแต่เช้าอีก
“ อีกนิดเดียวนะยัยเจส ทนเอาหน่อยนะ ”
“ ทนอะไรยัยเจส ” คาร่าพูดขึ้น หลังจากเดินผ่านห้องทำงานของเพื่อนสาวกะว่าจะแวะมาทักทายเสียหน่อยและก็ได้เห็นเจสสิก้าบ่นพึมพำอยู่คนเดียว
“ ฉันยังไม่ได้กินข้าวเช้าอะดิแก หิวไส้จะขาดแล้วเนี่ย ” ว่าแล้วเธอก็นั่งลูบท้องตัวเอง
“ ฮ่าๆ ”
“ แกขำอะไร ”
“ ขำแกอะแหละ ดูทำหน้าเข้า นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้วออกไปหาไรกินเลยมั้ยแก ” คาร่าชวนหลังจากยกนาฬิกาข้อมือดูเวลา
“ ฉันว่าจะเคลียร์งานสักพักอะแก เพิ่งมาถึงด้วยเดี๋ยวโดนบอสด่า ”
“ โอเคๆแก ไม่ไหวก็บอกฉันนะ อยากกินอะไรรองท้องก่อนมั้ย ฉันมีแซนด์วิชเพิ่งทำเมื่อเช้าเอง เอาปะ ”
“ เอาสักหน่อยก็ดีแก ขอบใจนะ ”
“ ไม่เป็นไรรร~ เพื่อนกัน เดี๋ยวฉันไปหยิบมาให้ ”
ไม่นานคาร่าก็กลับมาพร้อมกับกล่องใสที่มีแซนด์วิชอันน่ารับประทานเป็นอย่างมากในเวลานี้ เจสสิก้านั่งทานแซนด์วิชของคาร่า พร้อมๆกับเคลียร์งานที่ตอนนี้กองเท่าภูเขาอยู่ตรงหน้าเธอไปด้วย หน้าที่เธอไม่มีอะไรมากนอกจากจะเป็นนักร้อง คิดแนวเพลงคอนเซปต์เพลงแล้ว เธอยังถือหุ้นของบริษัทนี้อยู่ด้วยจึงทำให้เธอต้องเซ็นเอกสารมากมาย
11.40 น.
“ ยัยเจสสส~ ไปกินข้าวกัน ” คาร่าเดินมาพร้อมกับไอวาและลีโอ
“ ไง ไอ้เจส คาร่ามันบอกแกหิวข้าวไปเร็วรีบไป ฉันก็หิวเหมือนกัน ” ลีโอพูด
“ เฮ้ยย~ พวกแกไปกินกันก่อนเลย ฉันเหลืออีกนิดหน่อย ” เจสสิกาเอ่ยตอบ ขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่กับเอกสารตรงหน้า
“ อ้าว ไปด้วยกันดิเจส ” ไอวาเสริม
“ เออนั้นดิ ไหนบอกหิว ” คาร่าพูดต่อ
“ เออหน่า พวกแกไปกันก่อนเลย เนี่ยแกมาชวนฉันคุยจะเสร็จมั้ยงานเนี่ยไปก่อนเลยๆ ”
“ อะๆโอเค รีบตามมานะ ” ไอวากล่าวจบก่อนพาลีโอและคาร่าออกจากห้อง
‘ ตื้ดตื้ด ตื้ดตื้ด ’
โทรศัพท์เจสสิก้ามีสายเข้า เธอมองชื่อก่อนกดรับ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนที่เธอนัดไว้
“ ฮัลโหลว่าไงคุณ ฉันใกล้เสร็จงานแล้วคุณมารอฉันที่ห้องทำงานก็ได้ แค่นี้ก่อนนะ ” เธอเอ่ยเร็จสรรพก่อนจะตัดสายไป
‘ ก๊อกๆๆ ’
“ เข้ามาเลยคุณ ” ไม่ถึงห้านาทีไคก็มา เขาเดินมาดูว่าเจสิก้าทำงานอะไรอยู่ และเดินไปนั่งรอที่โซฟาสีขาวของเจสสิก้า
“ เฮ้อออ~ เสร็จละคุณ ไปกัน ” เจสสิก้าพูดพร้อมกับเก็บของไป หันมาดูอีกทีไคก็หลับไปแล้ว
“ คุณๆ ตื่นเร็ว ไปกินข้าวกัน ฉันเสร็จงานแล้ว ” เธอพูดพร้อมกับเอามือไปแตะแขนของเขาเบาๆ
“ อื้ออ~ ไปๆ ” เขาตื่นมาด้วยอาการงัวเงีย
“ ไปเร็ววว~ ” เจสสิก้ายื่นมือไปจับมือของเขาและเดินออกไปพร้อมกัน
“ อ้าว ยัยเจส แกยังไม่ไปอีกเหรอ ” คาร่าทักขึ้น เจสสิก้าเห็นคาร่าก่อนจึงรีบปล่อยมือจากไค พวกเธอกินข้าวกันเสร็จแล้วเจสสิก้ายังเพิ่งจะออกไป ยัยเพื่อนคนนี้นี่ขยันจริงๆ
“ กำลังจะไปเนี่ย ไว้ค่อยคุยกันนะ ”
“ โอเคๆ อ้าวแล้วไค...มากับยัยเจสเหรอ ”
“ เอ่อ..บังเอิญน่ะคาร่า เราขอตัวก่อนนะ ”
“ อ่าๆ ” คาร่าแปลกใจที่เห็นสองคนนี้เดินมาด้วยกัน และเธอยังเห็นเหมือนเขาสองคนจับมือกันอีก เธอคงตาฝาดไปเอง ไม่น่าจะมีอะไรหรอก มั้ง...
12.15 น.
ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังร้านข้าวแกงหน้าบริษัทของป้าสุ ที่เปิดมาตั้งแต่บริษัทเริ่มเปิดใหม่ๆรวมแล้วก็สิบกว่าปีได้ ร้านป้าสุเป็นร้านเล็กๆไม่ใหญ่มาก ส่วนใหญ่ก็มีแต่พนักงานของบริษัทนี่แหละที่อุดหนุนร้านแก
“ คุณ กินไรดี ” ไคถามขึ้นหลังจากนั่งลงในโต๊ะในสุดของร้าน
“ อื้มมม~ เอากระเพาะไข่ดาวไม่เผ็ดไม่ผัก ” เจสสิก้าทำท่าคิดก่อนจะตอบออกไป
“โห เผ็ดก็ไม่กิน ผักก็ไม่กิน ถึงว่าผอมขนาดนี้ ”
“ ก็ฉันไม่ชอบนี่นา คุณอะกินไรรีบๆสั่งเร็วเข้าป้าเขารอ ”
“ เอ่อ ผมเอาคะน้าหมูกรอบรับป้า ”
“ เอาน้ำอะไรดีหนู ”
“ น้ำเปล่าค่ะ / ครับป้า ” พูดจบป้าก็เดินไปเข้าครัว ก่อนจะกลับออกมาพร้อมอาหารสองจาน
“ คุณนี่ กินเหมือนเด็กเลยนะ ดูสิผักก็ไม่มี สั่งไม่เผ็ดอีก ” ไคพูดขึ้นหลังจากกินไปสักพัก
“ ก็ฉันไม่ค่อยชอบกินผัก ใส่มาเสียดายของเปล่าๆ ส่วนเรื่องไม่กินเผ็ด ฉันไม่ชอบกินอะ จริงๆก็กินได้นะแต่ทรมานตัวเองเปล่าๆก็เลย..อย่างที่เห็น ” เจสสิก้าอธิบาย
“ ที่บ้านคุณคงทำกับข้าวแบบพวกต้มจืดอะไรแบบนี้ปะ ”
“ ก็ประมาณนั้นแหละ แต่ฉันชอบไข่เจียวฝีมือแม่ที่สุด แม่ฉันทำกับข้าวอร่อยนะคุณ เดี๋ยวไว้จะพาไปกิน ”
“ ดีๆจะได้ไปฝากเนื้อฝากตัว ขอบคุณนะค้าบบบ~ ”
“ ฮ่าๆ ได้ค่ะ ” ท่าทางทะเล้นของเขาทำให้เจสสิก้าอดขำไม่ได้ จริงๆเขาก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย หลังจากทานมื้อกลางวันเสร็จทั้งสองก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง
“ คุณจะเลิกงานแล้วโทรหาผมนะ ตั้งใจทำงานนะ ”
“ ค่ะ คุณก็ด้วยนะ ”