ยี่สิบกว่านาทีผ่านไปเรือก็มาจอดเทียบท่า แพรรินอยากให้ลูกแก้วอาการดีขึ้นจึงประคองลงจากเรือก่อนทุกคน ธนกฤตจำต้องช่วยเหลือแม้คนตัวเล็กจะไม่เต็มใจ แต่เขาก็บีบแขนเล็กแน่นตอนช่วยหญิงสาวประคองร่างเล็ก ทั้งหมดลงมาเรียบร้อย ตามด้วยอาวุธกับลูกน้อง ภาคิมที่เข้าไปดูคุณนายใหญ่ก่อนเรือจะเข้าฝั่งเล็กน้อยก้าวออกมาจากเคบิน โดยมีสาวใช้ในบ้านช่วยยี่เอิญประคองคุณเหม่ยหลินตามออกมา ทว่าเสียงที่ไม่คาดฝันก็ดังขึ้น
ปัง!
เสียงนั้นทำให้ภาคิมหันไปสั่งคนของตัวเองทันที
“พวกนายค้มครองคุณนายใหญ่กับคุณหนู พาเข้าไปข้างใน เร็ว”
ทั้งหมดรับคำ ขณะที่ยี่เอินกับคุณเหม่ยหลินพูดขึ้นพร้อมกัน
“คิมจะไปไหน”
“แล้วเจ็กจะไปไหนคะ”
ชายหนุ่มไม่ตอบแต่วิ่งไปตรงบันไดแล้วก็กระโดดลงไปบนท่าในขณะที่เสียงปืนดังก้องขึ้นอีก คราวนี้รัวไม่หยุด
ภาพตรงหน้าเขาคือ อาวุธกระโดดผลักหญิงสาวทั้งสองคนล้มลงเอาตัวบังทั้งคู่ โดยที่มองไปรอบๆ และดันร่างสองสาวไปคนละทาง ลูกแก้วล้มกลิ้งไปด้านหนึ่งเพราะทรงตัวไม่อยู่แต่มีธนกฤตอยู่ใกล้จึงคว้าเธอไว้ได้ก่อนที่จะกลิ้งตกทะเล หนุ่มผิวเข้มพาลูกแก้วลุกขึ้นกำลังจะก้าวไปทางหญิงสาวอีกคน ทว่ามีลูกปืนยิงมาทางเขาจึงต้องรีบถอยหลังพาร่างเล็กหมอบลงอีกครั้ง
เห็นดังนั้นร่างสูงใหญ่ของภาคิมก็วิ่งก้าวยาวๆ ไปหาคนร่างบางที่ล้มลง แถมยังนั่งจับกบอยู่ในที่โล่งแจ้งและยกมือขึ้นปิดหูไม่กล้าขยับไปไหน
“คุณมานี่”
ชายหนุ่มคว้ารวบเอาร่างบางยกทั้งตัวเธอลอยสูงจะพาวิ่งกลับไปที่บันไดก็โดนยิงดักทาง จึงได้แต่ล้มตัวลงเอาตัวเองกักร่างหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน พยายามเอียงตัวไม่ไห้ร่างเธอกระแทกปูนมากนัก ทั้งยังใช้ร่างที่หนาและใหญ่กว่าของตนบังหญิงสาวจากวิถีกระสุนเสียจนมิด
“อุ๊ย”
แพรรินอุทานเบาๆ เพราะต้องล้มลงอีกครั้งด้วยแรงรั้งมหาศาล กลิ่นที่ล้อมรอบกับความอบอุ่นแข็งแรงที่สัมผัสได้ไม่ได้ทำให้เธอตกใจ ในเมื่อตอนนี้ไม่มีอะไรน่าตกใจกลัวได้เท่าเสียงปืนอีกแล้ว หญิงสาวเงยหน้ามองเห็นคางเขียวด้วยไรเครากับปากได้รูปแดงสดลอยอยู่ และขยับน้อยๆ ท่ามกลางเสียงกระหน่ำของปืน
“เจ็บไหม ขอโทษนะ ไม่ต้องกลัว หลับตาซะ เดี๋ยวมันก็ผ่านไปแล้ว”
คำปลอบของเขาทำให้หัวใจที่กำลังตระหนกอุ่นวาบขึ้นมา แพรรินแนบใบหน้ากับลำคอหนาโดยที่มือยังปิดหูอยู่ แล้วปิดตาลงตามคำบอกของเขาอย่างวางใจ
ลูกน้องของอาวุธหลายคนวิ่งหาที่กำบังแล้วยิงโต้กลับ โดยมีอาวุธยิงนำทีม แต่เหมือนทางนั้นจะไม่กลัวเพราะยังยิงสวนมาไม่หยุด ภาคิมเหลือบมองอาวุธเห็นอีกฝ่ายกุมท้องคุกเข่าหลบอยู่ตรงหัวเรือลำใหญ่ลำหนึ่งและกำลังมองมาทางเขากับหญิงสาว ซึ่งเหมือนจะโดนลูกปืนดักทางหนี ทำได้เพียงอยู่นิ่งๆ ขยับไม่ได้ หากแต่ก็แปลกที่ฝ่ายตรงข้ามกลับยิงไม่ถูกตัวเขาสักที จากนั้นอาวุธก็หันไปยิงโต้อีกครั้ง เมื่อหันไปอีกทางชายหนุ่มก็เห็นธนกฤตดึงสาวน้อยที่มากับแพรไพลินหลบลูกกระสุนที่พุ่งไปหาวุ่นวาย จนต้องวิ่งอ้อมไปด้านหลังเรือเล็กที่จอดห่างออกไปเพื่อใช้กำบัง ขณะนั้นเองดนัยโผล่มาจากด้านบนและช่วยยิงโต้กลับไปด้วย ชายหนุ่มจึงตะโกนบอก
“ดนัย ฝากทางนี้ด้วย อาวุธโดนยิงดูแลด้วย แล้วก็ดูแลคุณนายใหญ่กับคุณหนูให้ดี ยิงคุมกันด้วย”
“ครับผม”
เมื่อรับคำสั่งเสร็จดนัยก็ระดมยิงแหลกจนทางนั้นหยุดไปเพียงเล็กน้อย ภาคิมอาศัยจังหวะนั้นอุ้มร่างบางแนบกับตัวแน่นแล้วกระซิบกับเธอเบาๆ
“คุณดำน้ำเก่งไหม”
หัวเล็กๆ ที่ชิดคอเขาส่ายเบาๆ ทว่าภาคิมไม่มีเวลาสนใจแล้ว
“งั้นทนหน่อยนะ ไม่นานหรอก ผมสัญญา”
บอกแล้วเขาก็กลิ้งตัวด้วยความรวดเร็วโดยหญิงสาวยังไม่ทันจับใจความในสิ่งที่เขาพูดได้ มารู้ตัวอีกทีคือตอนที่ร่างของทั้งคู่ลอยอยู่กลางอากาศจนต้องกรีดร้องออกมา
“กรี๊ด...”
หากแต่ร้องได้ชั่วแวบเสียงของแพรรินก็เงียบไปทันทีเพราะสัมผัสที่แนบลงมาหาริมฝีปากของเธอ และมันก็ทำให้เปลือกตาบางเปิดขึ้นแล้วก็เห็นดวงตาคู่คมลึกในระยะประชิด ในตอนนั้นเองสมองเล็กๆ ถึงประจักษ์ว่าอีกฝ่ายกดริมฝีปากประทับกับปากเธอ แล้วก็รู้สึกเหมือนมีลมอุ่นๆ ไหลเข้ามาในปากขณะที่ร่างแตะพื้นน้ำ แล้วแพรรินก็จำต้องหลับตาลงอีกครั้ง
ทุกอย่างรอบกายเงียบสนิท สิ่งที่เธอรับรู้ในตอนนี้มีเพียงลมอุ่นๆ กับสัมผัสร้อนๆ ของน้ำ ลึกลงไปชั่วครู่ทุกอย่างก็กลับกลายเป็นเย็นซ่าน ทว่าแพรรินไม่ได้หนาวเย็นเพราะร่างของเธอถูกโอบไว้ด้วยไออุ่นแข็งแกร่ง เขากอดเธอแน่นครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ คลายออก มือข้างหนึ่งของเขาล็อกท้ายทอยเธอ อีกมือเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยเปลือกบางพอเธอขยับเขาก็กดลง เหมือนตั้งใจให้เธอปิดตาอยู่อย่างนั้น จากนั้นแพรรินก็รับรู้ว่าอีกฝ่ายค่อยๆ ผละริมฝีปากออกไปช้าๆ มือจากท้ายทอยเลื่อนลงจับมือข้างหนึ่งของเธอนำทาง ตอนนี้แพรรินรู้แล้วว่าเขาแบ่งลมหายใจให้เธอเพราะเห็นเธอกรีดร้องแทนที่จะพยายามกลั้นหายใจและกักเก็บลมหายใจเอาไว้ และเพื่อไม่ให้เธอสำลักน้ำทันทีที่ลงน้ำ
มาถึงขั้นนี้แล้วเธอทำได้เพียงวางใจอีกฝ่ายเท่านั้น ในเมื่อเขาต้องการให้เธอหลับตาเอาไว้จะได้ไม่แสบตาและพยายามกักเก็บลมหายใจ นอกนั้นเขาจะจัดการเองแพรรินก็ยินดีทำตาม ไม่รู้เหมือนกันว่าเดาความคิดเขาออกได้อย่างไร ทั้งที่ปกติแล้วเธอไม่เคยดูออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่เลย
ร่างบางขยับขาตามอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่ไม่ใช่ค**ำน้ำเก่งเธอจึงเริ่มค่อยๆ หมดลมและขยับขาช้าลงจนชายหนุ่มรู้สึกได้
ภาคิมหันกลับมามองหญิงสาวแล้วก็เห็นเธอขมวดคิ้วทำท่าสำลักฟองออกจึงขยับเข้าไปหา มือหนาประคองแก้มเนียนและประกบปากส่งอากาศให้เธออีกครั้ง เขาช่วยเธอในขณะที่ตัวเองก็เหลืออากาศน้อยลงทุกทีแต่คิดว่าทนได้อีกพักหนึ่ง แล้วก็ผละออกพยายามพาร่างบางไปให้เร็วกว่าเดิมในทิศที่คิดว่าน่าจะคนละทางกับท่าเรือเมื่อครู่ ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้ โดยค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ผิดทางแน่ ในที่สุดชายหนุ่มก็หันกลับไปหาร่างบางโอบกอดเธอไว้ทั้งตัวและพาดันขึ้นด้านบน
แพรรินเองในตอนที่ชายหนุ่มกลับมากอดเธอหญิงสาวก็เกือบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วจึงโอบแขนรอบลำคอหนาทันที และรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังพาเธอดำขึ้นจึงค่อยๆ รู้สึกโล่งใจขึ้นกระทั่งโผล่พ้นน้ำ เธอก็สูดลมเข้าเต็มปอดแล้วก็หอบอย่างแรงทั้งที่เกาะเกี่ยวอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น ด้านภาคิมก็หายใจเข้าออกหนักๆ ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มว่ายลอยคอไปต่อเมื่อเห็นเรือประมงลำหนึ่งเทียบท่าอยู่ไม่ไกล สายตาคมจับจ้องตรงชื่อข้างเรือแน่วแน่
=====