คนบนรถสองแถวลงไปค่อนข้างเยอะจนมีที่ว่างให้ธนกฤตกับลูกแก้วนั่งได้พักหนึ่งแล้ว หลังจากนั่งตัวติดกันจนที่ว่างมากพอลูกแก้วก็ขยับถอยห่างอีกฝ่ายเอง แล้วมองสองข้างทางอย่างวิตกกังวล ในขณะที่ชายหนุ่มหันไปให้ความสนใจกับโทรศัพท์ของตน ไม่ได้มีท่าทีว่าจะลงจากรถตรงจุดไหนเลยสักจุด ธนกฤตกดพิมพ์ข้อความลงไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้โทรคุยให้สาวน้อยหรือคนอื่นๆ บนรถได้ยิน ด้วยความทันสมัยของโซเชียลเน็ตเวิร์กในสมัยนี้ ทุกอย่างสะดวกสบายเกินกว่าที่จะตะโกนคุยกันดังได้ยินชนิดสามบ้านแปดบ้านเหมือนเมื่อก่อน
ลูกแก้วมองคนข้างกายสลับกับสองข้างทางเพราะชายหนุ่มไม่สนใจมองทางเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าเธอจะจำอะไรได้เนื่องจากไม่คุ้นเคย เธอเพิ่งมาต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก และแทนที่การได้เห็นทะเลสวยๆ สดใสๆ เป็นครั้งแรกในชีวิตจะเป็นเรื่องดีน่าจดจำ กลับกลายเป็นว่าเธอเมาเรือตลอดทาง แถมลงเรือแล้วยังโดนไล่ยิงอย่างกับฟ้ารั่วอีกต่างหาก ช่างเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจอะไรอย่างนี้ ทำเอาลูกแก้วนึกขยาดทะเลไปเลยทีเดียว ขอกลับไปอยู่ในที่ของตัวเองแบบคนจนๆ ไม่มีปัญญาไปเที่ยวที่ไหน หาเงินเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องอย่างเดียวก็พอแล้ว แม้จะคิดอย่างนั้นทว่าเธอก็คงไม่มีวันลืมเหตุการณ์วันนี้ไปชั่วชีวิตแน่
“ลงได้แล้ว”
เสียงเข้มของธนกฤตดังขึ้นลูกแก้วจึงรู้สึกตัวว่านั่งเหม่ออยู่ ลืมสนใจทางไปเลย
เมื่อลงจากรถสองแถวแล้วลูกแก้วก็หันมองรอบด้านที่มีแต่ต้นไม้สูง ไม่มีถนนเส้นไหนปรากฏให้เห็น สาวน้อยจึงอดมองตามรถที่เพิ่งแล่นจากไปไม่ได้
“แล้วเราจะเอาไงต่อล่ะคะ ไม่เห็นจะมีทางไปไหนได้อีกเลย”
“มีสิ มาทางนี้”
ธนกฤตเดินนำออกไปก่อนทำให้ลูกแก้วต้องวิ่งตามไป ทว่าก็ยังอดถามต่ออย่างสงสัยไม่ได้
“แถวนี้มีทางไปที่ท่ารถขนส่งเหรอคะ ตอนแรกคิดว่าเราจะขึ้นสองแถวไปเสียอีก”
“ไม่มี”
“อ้าว ไม่มีแล้วนี่คุณจะพาหนูไปไหน ไม่ได้พากลับกรุงเทพฯ เหรอ”
คนตัวเล็กหยุดเดินทันที ทว่าชายหนุ่มก็ยังก้าวนำเข้าไปในป่าซึ่งตอนนี้ลูกแก้วเห็นแล้วว่ามีทางเดินเล็กๆ ไม่เป็นที่สังเกตมากนัก แต่ดูเหมือนจะมีคนใช้สัญจรเป็นประจำอยู่
“ฉันก็ยังไม่ได้บอกสักนิดนะ ว่าเราจะกลับกรุงเทพฯ”
“หมายความว่าไง อุตส่าห์หนีพวกมันมาได้แล้วทำไมไม่หาทางกลับกรุงเทพฯ ล่ะ ยังจะอยู่แถวนี้อยู่อีกทำไม มันอันตรายนะ”
ลูกแก้วชักเริ่มจะตระหนกขึ้นมาเพราะเข้าใจว่าตนเองหลุดพ้นจากกระสุนปืนมาแล้ว และกำลังจะได้กลับบ้าน
“ก็เพราะอันตรายไงเราถึงยังกลับไม่ได้ รอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนดีกว่า”
ร่างสูงกำยำหันกลับมาบอกด้วยหน้าดุๆ ของเขาและดูเหมือนไม่พอใจที่เธอไม่เดินตามมา
“รออะไร ทำไมต้องรอด้วย”
“ก็รอให้คนของพ่อฉันจัดการไอ้พวกนั้นได้ก่อน หรือไม่ก็จับส่งตำรวจไปให้หมดก่อน หรืออย่างน้อยก็ให้มั่นใจก่อนว่าพวกมันเลิกราไปแล้ว จะไม่มารอดักยิงเราอีกไง”
“แต่นั่นมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับหนูนี่คะ หนูก็แค่จะกลับบ้าน”
“พูดอะไรของเราน่ะ ไม่รู้หรือไงว่า...”
พูดได้แค่นั้นธนกฤตก็หยุด มองคนที่มองหน้าเขาด้วยสายตางุนงงอยู่ชั่วครู่ก่อนจะบอกเสียงดุเข้ม
“จะยังไงก็ช่างเถอะน่า หลบไปก่อน พวกนั้นมันเห็นทั้งหน้าเธอแล้วก็ฉัน ใครจะไปรู้มันอาจจะคิดปิดปากหมดทุกคนไม่ให้มีใครพูดถึงเหตุการณ์วันนี้ แล้วไปดักรอเราที่สถานีขนส่งก็ได้ เอาไว้ทางโน้นบอกว่าปลอดภัยแล้วฉันจะพาเธอกลับเองแหละ”
สาวน้อยฟังอีกฝ่ายแล้วก็ทำหน้าตกใจ
“นี่เรายังต้องหลบกันอีกเหรอ แล้วจะต้องหนีอีกนานไหม แล้วหนีไปที่ไหน”
“ก็บอกแล้วไงว่าจนกว่าจะมั่นใจได้ว่าปลอดภัย เลิกถามนั่นนี่น่ารำคาญสักที แล้วก็ตามมา ไม่งั้นฉันจะทิ้งเอาไว้ที่นี่แหละ”
ชายหนุ่มดุก่อนจะก้าวยาวๆ ไปตามทางเล็กๆ ทำเอาลูกแก้วต้องรีบวิ่งตามเพราะถึงจะไม่อยากหนีต่อและอยากกลับบ้านสุดๆ ทว่าตอนนี้ทำได้เพียงตามติดอีกฝ่ายเท่านั้นในเมื่อไม่มีความสามารถที่จะหาทางกลับเองได้
ปลายหางตาคมเหลือบมองร่างเล็กๆ ที่วิ่งตามเขามาแล้วก้าวเร็วๆ ไม่ห่างเขามากนักพร้อมสีหน้าดูวิตกกังวลมากขึ้นก่อนจะครุ่นคิด เขาค่อนข้างแปลกใจที่ดูเหมือนสาวน้อยข้างกายจะไม่รู้ว่าตนเองตกเป็นเป้าของห่ากระสุนที่ระดมยิงมายังกลุ่มพวกเขา ทั้งที่หลายคนในเหตุการณ์ย่อมดูออกว่าเธอกับแพรไพลินถูกสั่งเก็บ แต่เจ้าตัวกลับคิดว่าไม่เกี่ยวกับตนเองเสียอย่างนั้น นี่ถ้าไม่มีเขาอยู่ด้วยสาวน้อยคนนี้มีหวังนอนนิ่งอยู่บนท่าเรือไปแล้วเพราะเอาแต่ร้องกรี๊ดๆ แล้วก็จะนั่งลงอย่างเดียว นึกมาถึงตรงนี้ธนกฤตก็อดคิดถึงหญิงสาวอีกคนไม่ได้ แพรไพลินคงปลอดภัย แม้เขาจะห่วงเธอและอยากเข้าไปช่วยทว่าคำว่ามนุษยธรรมก็ยังมีอยู่ แถมก่อนจะหนีแยกออกมาเขาก็เห็นเธออยู่กับภาคิม ฉะนั้นน่าจะมั่นใจได้ว่าเธอคงไม่มีอันตรายอะไร
คิดถึงอันตรายธนกฤตก็คิดถึงพ่อของเขา ตอนนั้นอาวุธพุ่งมาหาสองสาวและใช้ตัวเองเป็นกำบังจนโดนยิงเสียเอง หวังว่าพ่อคงไม่เป็นอะไรมาก แม้ว่าเขาจะรู้ว่าพ่อถูกส่งไปที่โรงพยาบาลแล้วจากการติดต่อเมื่อครู่ แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้ เกิดเรื่องแบบนี้ถ้าฟื้นขึ้นมาพ่อคงโดนแม่บ่นหูชาแน่
ธนกฤตเดินคิดไปหลายเรื่องรวมทั้งเรื่องของสาวน้อยที่อยู่กับเขาด้วย ใครกันที่คิดจะทำร้ายเธอกับแพรไพลิน ใครที่จะได้ผลประโยชน์หากผู้หญิงสองคนนี้ไม่มีชีวิตอยู่
“คุณ...ใกล้จะถึงหรือยังเนี่ย เหนื่อยแล้วนะ”
เสียงใสๆ โอดครวญขึ้นมาหลังจากเดินเงียบๆ มาพักหนึ่ง
“อีกประมาณสองกิโล”
“หา!”
“เป็นเด็กเป็นเล็กอายุยังน้อย เดินแค่นี้ทำเหนื่อยเป็นคนแก่ไปได้นะเรา”
ชายหนุ่มแสร้งหันกลับมาว่า ทำเอาลูกแก้วหน้างอ
“ก็วิ่งมาตั้งไกลแล้วนะคุณ ต้องเดินอีกหลายกิโลแบบนี้เป็นใครใครก็เหนื่อยทั้งนั้นแหละ”
สาวน้อยเถียงกลับอย่างไม่ตกฟาก เพราะปกติก็มักจะไม่ยอมให้ใครมาว่าได้ฟรีๆ อยู่แล้ว แถมที่ธนกฤตพูดมามันก็ไม่น่าฟังเลยสักนิดใครจะทนได้
“น้อยๆ หน่อย ตอนหนีกระสุนน่ะเธอเอาแต่ร้องกรี๊ดๆ ฉันต่างหากที่เหนื่อยเพราะแทบจะอุ้มเธอวิ่งด้วยซ้ำ หนักก็หนัก แถมยังร้องจนหูฉันแทบแตก ยังจะกล้าพูดอีกเหรอว่าวิ่งหนีน่ะ”
“ก็...ก็...”
พอเจออีกฝ่ายสวนมาแบบนี้ลูกแก้วก็ถึงกับมึนไปชั่วขณะ และเมื่อคิดย้อนกลับไปถึงตอนนั้นก็เพิ่งนึกออกว่าที่เขาพูดมาก็เหมือนจะจริง แต่ใช่ว่าเธอจะไม่พยายามวิ่งนะ ทว่าเรี่ยวแรงมันหายไปไหนไม่รู้ พอได้ยินเสียงปืนใกล้ๆ ขาก็อ่อนไปหมด
“ก็คนมันกลัวนี่”
“ไงล่ะ ยอมรับแล้วสิ ว่าคนที่สมควรบ่นว่าเหนื่อยมันฉันนี่ ฉันยังไม่พูดอะไรสักคำ เพราะฉะนั้นตามมา”
ธนกฤตกัดสาวน้อยเสียงดุ ตั้งใจข่มอีกฝ่ายแต่ไม่ได้จริงจังอะไรมาก แค่ชวนคุยก่อนจะเดินต่อ ทว่าคำพูดของอีกฝ่ายทำให้เขาขหันขวับกลับไปอีกครั้ง
“คุณน่ะมันตำรวจเก่านี่ ทั้งอึดทั้งถึกจะมาเอาหนูไปเปรียบด้วยได้ยังไง หนูเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ นะ จะให้ถึกเหมือนวัวเหมือนควายอย่างคุณได้ยังไง”
“อ้าว เฮ้ย...พูดจาแบบนี้มันไม่รู้บุญคุณคนชัดๆ ทิ้งไว้ที่นี่จริงๆ ซะดีไหมเนี่ย”
เขาพูดอย่างหัวเสียก่อนจะหันไปจ้ำอ้าวๆ คราวนี้ไม่สนใจแล้วว่าอีกคนจะเดินทันตัวเองหรือเปล่า
ลูกแก้วเห็นชายหนุ่มหัวเสียเพราะคำพูดของตัวเองก็หน้าซีด หากแต่ปากหนักเกินกว่าจะขอโทษจึงก้าวตามเขาให้ทันไปเงียบๆ ไม่พูดอะไรแม้ว่าธนกฤตจะเดินเร็วแค่ไหนเธอก็เร่งฝีเท้าของตน โดยไม่พูดไม่บ่นอะไรขึ้นมาอีก กระทั่งตอนที่ตัวเองรีบจนสะดุดล้มจนถลอกปอกเปิกไปทั้งแขนขาก็เพียงแค่อุทานเบาๆ ไม่ร้องออกมาหรือขอให้ชายหนุ่มหยุดรอ แต่เป็นฝ่ายวิ่งกระโดดเขย่งเท้าตามเขาแทน เนื่องจากไม่อยากเป็นภาระใคร แล้วเธอก็ไม่อยากโทษเขาจนต้องมาทะเลาะกันในเรื่องเดิมๆ ที่ว่าเป็นเขาอยากหลบ ส่วนเธออยากกลับบ้าน เนื่องจากรู้ดีว่ามันจะลงเอยเหมือนเดิมคือเขาจะทิ้งเธอ ซึ่งลูกแก้วกลัวเกินกว่าจะให้มันเป็นจริง ก็เธอไม่รู้จักที่นี่ กลับเองก็ไม่ได้ เธอไม่มีทางเลือก
=====