บทนำ
ชีวิตไม่เที่ยง ทุกสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วต้องดับไป...
นี่คือบทสรุปจากถ้อยธรรมคำสอนที่ปิ่นตะวันอ่านจากหนังสือธรรมะหลายต่อหลายเล่มนับตั้งแต่วันแรกที่ทราบข่าวการเสียชีวิตทางรถยนต์ของบิดา จนกระทั่งวันนี้เป็นวันเผาหญิงสาวยังไม่รู้สึกว่าความเศร้าจะทุเลาเบาบางลง เพราะเอาแต่คิดซ้ำไปซ้ำมาถึงสิ่งที่ตนทำผิดกับท่าน
เธอหนีพ่อไปอยู่เมืองนอกเป็นสิบปี ไม่ยอมกลับมาสานต่อสิ่งที่ท่านสร้าง ไม่คิดแม้กระทั่งว่าจะกลับมาทำหน้าที่ลูกที่ดีด้วยประมาทเกินไป หลงลืมว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ
จนในวันที่ต้องเสียท่านไปอย่างไม่มีวันกลับ ปิ่นตะวันจึงสำนึกได้
“ปิ่นขอโทษนะคะพ่อ”
หลังวางอัฐิของท่านลงเคียงข้างของมารดาซึ่งเสียไปตั้งแต่ตนยังแบเบาะก็ยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตา เธอจำได้ว่าแม้ตนจะขาดแม่ แต่ท่านกลับทำหน้าทั้งเป็นทั้งสองอย่างให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
แต่เด็กไม่รักดีอย่างเธอไม่วายทำให้ท่านต้องเสียใจหนแล้วหนเล่า จนสุดท้ายในวันที่ตัวเองต้องเจ็บที่สุดก็มีท่านที่เคียงข้างกาย
ต่อไปนี้จะขอทำหน้าที่เหล่านั้นแม้จะไม่มีท่านอยู่อีกแล้ว หรือแม้ว่าจะรู้ทั้งรู้ว่ามันช่างยากเย็นเหลือเกิน เพราะกิจการร้านอาหารที่รอวันล้มไม่เป็นท่า ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าหล่อนและคนในบ้านนี้อาจเสี่ยงไม่มีที่ซุกหัวนอน หากไม่ว่ามันจะหนักหนาสักเพียงไร ปิ่นตะวันก็จะขอสู้สุดใจให้สมกับเป็นมาเป็นลูกพ่อ
ต่อให้ต้องเริ่มจากศูนย์หรือสุดท้ายผลจะร้ายหรือดีก็ช่างมัน
“คุณปิ่น”
เจ้าหล่อนหันไปตามเสียง เห็นร่างท้วมของพ่อเอื้อคนเก่าคนแก่เดินเข้ามาก่อนที่ฝ่ายนั้นจะเอ่ย
“มีคนมาขอพบครับ”
“ใครหรือคะ?”
“เอ่อ...”
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”
สีหน้าท่าทางของพ่อเอื้อทำให้เจ้าของร่างเพรียวในชุดเดรสสุภาพสีดำต้องนิ่วหน้า คิดไปต่างๆ นานาว่าต้องมีเรื่องร้าย อาจจะเป็นเจ้าหนี้มาทวงหนี้ หรือไม่ก็คงเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่มาไล่ที่นั่นแหละ
“ปละ...เปล่าครับไม่ได้มีเรื่องอะไร แต่ผู้ชายคนนั้นเขาบอกว่าเขาเป็นสามีเก่าของคุณปิ่น”
ปิ่นตะวันตกใจและรู้สึกหัวเสียอย่างมาก เพราะยังไม่เคยแต่งงานจึงไม่คิดว่าจะมีสามีเก่าคนไหนมาเรียกร้อง จะมีก็แต่ภาวิต คู่หมั้นหนุ่มที่หมั้นกันเมื่อสิบปีที่แล้วเท่านั้น
ใครกันที่กล้าแอบอ้างได้หน้าไม่อายขนาดนี้
“ผมคุ้นๆ หน้าเขาแต่ก็นึกไม่ออกว่าเป็นใคร”
หมายความว่าเขาเคยมาที่นี่แล้ว ปิ่นตะวันนิ่งฟังอย่างครุ่นคิด จะเป็นใครกันแน่ลงไปดูเดี๋ยวก็รู้ คงไม่พ้นพวกอยากฉวยโอกาสอีกตามเคย
เมื่อสองวันก่อนมีคุณนายคนหนึ่งเข้ามาทวงเงินห้าล้าน อ้างว่าบิดาเคยยืมไปตั้งตัวเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน แต่ข้อมูลที่บอกมานั้นไม่มีข้อไหนตรงกับความจริง ซ้ำยังไม่มีหลักฐาน
ปิ่นตะวันจึงไม่ได้ให้ไปและขู่ซ้ำว่าถ้ากลับมาก่อกวนอีกจะแจ้งตำรวจ
แต่ครั้งนี้... แขกไม่รับเชิญดูจะสิ้นคิดเหลือเกินกับลูกเล่นบ้าๆ
ทว่าปิ่นตะวันเป็นต้องรู้สึกหน้าชาตัวสั่นเมื่อลงมาห้องรับแขกชั้นล่างแล้วเห็นแผ่นหลังอันคุ้นตา ต่อให้จากกันไปเป็นร้อยปีหล่อนยังมั่นใจว่าจำเขาได้
ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับเขามันตราตรึงอยู่ในหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นความสุขที่ได้รัก หรือความเศร้าที่พรากจากมันยังคงย้ำเตือนอยู่ในใจดวงน้อยตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ทว่าสุขแค่ร้อยแลกกับความเสียใจที่หล่อนตีค่าเต็มล้านมันนำพาความร้าวรานมาให้ชีวิตของปิ่นตะวัน หญิงสาวเฝ้าภาวนาทุกคืนวันว่าอย่าได้เจอเขาอีกเลย
แต่วันนี้เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้า...