bc

ภูเมฆ

book_age4+
22
ติดตาม
1K
อ่าน
จบสุข
รักเพื่อน
ชายจีบหญิง
เบาสมอง
ฉลาด
อัจฉริยะ
พลังวิเศษ
surrender
photographer
like
intro-logo
คำนิยม

ลินจงกุมแก้วน้ำชาไว้ ตามองน้ำชานิ่ง เธอสะดุ้งนิดๆ เมื่อปลายนิ้วของภูเมฆแตะที่ข้างแก้มของเธอ หญิงสาวเหลียวมองหน้าเขา เห็นอีกฝ่ายกำลังตั้งอกตั้งใจไล้ครีมบนรอยแดงที่แก้มเธอ เขาบีบยา แก้ฟกช้ำหลอดเล็กในมือออกแล้วแต้มครีมบนแก้มเธออย่างเบามือ หัวคิ้วสีเข้มของเขาย่นเข้าหากัน ดวงตาสีน้ำตาลเหมือนลูกแก้วของเขาก็เพ่งมองอย่างใจจดใจจ่อจนเห็นเงาสะท้อนของหน้าเธอในนั้น ภูเมฆแวะซื้อยาตอนไปซื้อน้ำให้เธอ เขากัดปากล่างอย่างเกร็งๆ เพราะกลัวว่าตัวเองจะกดนิ้วลงน้ำหนักมือเยอะไปแล้วคนแก้มช้ำจะเจ็บ ถึงจะไม่เห็นเหตุการณ์ตอนลินจงโดนทำร้าย ก็เดาไม่ยากว่าเป็นฝีมือของป้าเธอ ภูเมฆโกรธ โกรธหญิงวัยกลางคนที่ใจร้ายพอจะตบ หนูลินของเขา ทั้งที่ก็เห็นว่าหนูลินของเขาตัวเล็กกระจ้อยร่อยแค่นี้ ถ้าเปลี่ยนจากป้าเป็นลุง... เขาหรี่ตาลง แววตาร้ายกาจ

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ภูเมฆ
รถบัสของโรงเรียนสีเหลืองมาจอดหน้าบ้านแล้ว หิมะที่ตกโปรยปรายลงมาเบาๆทำให้วันนี้เหมาะจะเป็นวันที่นอนซุกอยู่บนเตียงอุ่นๆมากกว่า เด็กชายวัย 7 ปี สะพายกระเป๋าเป้สีแดงเข้ม ใบหน้าที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขามีสายเลือดเอเชียในตัวครึ่งหนึ่ง เดินลากเท้าช้าๆออกมาจากประตู พื้นที่ลื่นเพราะว่ามีน้ำแข็งฉาบบางๆทำให้ต้องก้าวเท้าอย่างระวังและแช่มช้าก็จริงอยู่ แต่เขากลับเดินช้าเกินความจำเป็นจนแทบจะเป็นภาพสโลว์โมชั่นด้วยซ้ำไป คนขับรถที่กดประตูเปิดรอย่นคิ้วใส่เขาทีหนึ่ง พร้อมกับหยิบโดนัทเคลือบน้ำตาลที่กินเหลือครึ่งหนึ่งมาใส่ปากกัดคำโต เอ่ยเร่งเด็กนักเรียนที่ลากเท้าราวช้าเหลือเกินด้วยน้ำเสียงสนิทสนม “เฮ้! หนุ่มน้อย เร็วหน่อย นายคงไม่อยากไปทัศนศึกษาสายใช่ไหม” แทนที่อีกฝ่ายจะรีบก้าวเดินอย่างตื่นเต้น เพราะสำหรับเด็กวัยเขา เด็กชายกลับเหมือนจะเดินช้าลงไปอีก ทำยังกับว่าทางแค่ไม่กี่เมตรจากหน้าประตูมาที่รถ เต็มไปด้วยกาวเหนียวหนืดยืดเท้าเขาไว้ก็ไม่ปาน “ภูเมฆ” น้ำเสียงเข้มงวดของมารดาดังไล่หลังมา ก่อนที่หญิงวัยสามสิบกว่าปีจะเปิดประตูออกมา นางยังสวมผ้ากันเปื้อนที่ตัว ดวงตายาวเรียวชั้นเดียวหรี่ลงแคบอย่างโมโห เมื่อเห็นท่าเดินของลูกชาย “รีบเดินไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้ ก่อนที่แม่จะ...” มารดาทำท่าคิด แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยใช้กำลังทำร้ายลูกชาย วิธีการลงโทษของนางกับสามีถ้าไม่กักบริเวณก็ให้งดอาหารเย็น ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ ลูกชายนางโดนเป็นประจำและชินชา นั่นไง... ไอ้ตัวแสบมันหันมามองแล้วเลิกคิ้วมองนางอย่างยียวน เหมือนจะย้อนถามว่า แล้วแม่จะทำไม? มนฤดีเม้มปากก่อนจะนึกออก นางยิ้มพราย “ก่อนที่แม่จะเดินเข้าไปหาแล้วจูบแก้มซ้ายแก้มขวาลูกต่อหน้าเพื่อนๆในรถทั้งคัน” ได้ผล ลูกชายเบิกตาโต ดวงตาสีน้ำตาลมองนางอย่างตกใจ ภูเมฆรีบหันกลับไปแล้วจ้ำเท้าพรวดๆขึ้นรถโรงเรียนทันที ก่อนบานประตูรถจะปิดแล้วรถบัสเคลื่อนออกไป หญิงไทยเชื้อสายจีนถอนหายใจอย่างโล่งอก นางมองหิมะต้นฤดูที่โปรยปรายแล้วก็กลับเข้าไปในบ้าน ซึ่งมีเครื่องทำความร้อนสร้างความอบอุ่นให้ เดินเร็วๆไปในครัวที่กำลังต้มเส้นสปาเก็ตตี้ค้างอยู่ เสียงฝีเท้าของสามีดังลงบันไดมา ไม่นานเขาก็เดินเข้ามาในครัว เสียงหัวเราะเบาๆบอกให้รู้ว่าเขารู้เรื่องที่นางออกไปจัดการกับลูกชายของตัวเอง “ลูกงี่เง่าหรือมอลลี่” สามีนางถาม พลางหยิบเหยือกกาแฟมารินกาแฟให้ตัวเอง “นิดหน่อยค่ะ ปรกติก็ไม่เคยเป็นแบบนี้นะ วันนี้ต้องไปทัศนศึกษาที่สวนสัตว์ เลยบ่นออดๆตั้งแต่เมื่อวาน รู้ไหมที่รัก เมื่อวันก่อนตอนจดหมายขออนุญาตมา เขาบอกให้ฉันเซ็นไม่อนุญาตด้วย” มนฤดีบอกพลางโคลงศีรษะอ่อนใจ “ก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้วนี่ เขาไม่ชอบไปที่ที่มีสัตว์เยอะๆ คุณก็รู้” “นั่นมันตอนเด็กนี่คะ เขาจะกลัวพวกสัตว์ฉันก็ไม่ว่าอะไร แต่นี่เขาโตแล้ว ทำไมยังเป็นแบบนี้อีกล่ะ” มนฤดีแย้ง “เอาน่า มอลลี่ เด็กผู้ชายนิสัยคงแปลกๆแบบนี้แหละ ตอนเด็กผมเองก็เกลียดการไปสนามเบสบอลจะตาย” สามีนางบอกพลางหัวเราะ มลฤดีเลยยิ้มให้เขาและหันไปเตรียมทำอาหารต่อ ภูเมฆเบือนหน้าจากกระจกหน้าต่างรถ เมื่อเห็นป้ายสวนสัตว์อยู่ด้านหน้า เสียงเพื่อนๆในรถที่อยู่เกรดเดียวกับเขาหัวเราะอย่างมีความสุขและตื่นเต้น ที่จะได้มาทัศนศึกษาเสียที หากเด็กชายกลับทำหน้าเหม็นเบื่อ เขารื้อเป้ที่สะพายออกมาแล้วหยิบสายหูฟังขึ้นมา เด็กชายสวมมันไว้ก่อนจะลุกจากเก้าอี้แล้วเดินลากเท้าเชื่องช้ามาลงรถ ครูของเขายืนอยู่ด้านล่าง ใบหน้าที่มีกระบางๆบนโหนกแก้มยิ้มแย้ม เธอเลิกคิ้วเมื่อเห็นเขาสวมหูฟังไว้ “โอ้... หนุ่มน้อย เราไม่สวมหูฟังเข้าไปในนั้นนะ” “ให้ผมใส่เถอะครับครูเมดิสัน” เด็กชายลูกครึ่งไทยอเมริกันคนเดียวในห้องของเธอบอกเสียงอ่อน แล้วเงยหน้ายิ้มให้ รอยยิ้มแบบเด็กๆที่ทำให้ดวงตาสีน้ำตาลของเขาเป็นประกายราวกับลูกแก้ว ทำให้ดวงหน้าน่ารักเหมือนเทวดาองค์น้อยราวจะเปล่งประกายออกมาได้ ครูสาวอึ้งไป แล้วเธอก็คลี่ยิ้มก่อนจะพยักหน้าอย่างมึนงง “ได้จ้ะ” “ขอบคุณครับครูเมดิสัน” เด็กชายบอกก่อนจะยิ้มกว้างที่สุดให้เธออีกที แล้วกระโดดลงจากรถอย่างร่าเริง เขาเดินตามกลุ่มเพื่อนเรียงแถวเข้าประตู หากทันทีที่ก้าวเท้าเข้าใกล้ประตูสวนสัตว์เรื่อยๆ เสียงวุ่นวายน่าหนวกหูก็ดังก้องขึ้นมาทันที ร่างเล็กของเด็กชายชะงัก เขาถอนหายใจ ยกนิ้วเรียวถูปลายจมูกโด่งแรงๆจนเป็นสีแดงบนผิวขาวอ่อนนุ่มเหมือนหิมะ แล้วก็ขยับหูฟังให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเหมือนเดิม ภายในห้องครัว หลังสามีของเธอไปทำงานแล้ว มนฤดีก็เอาขยะไปทิ้งเพราะว่าวันนี้เป็นวันทิ้งขยะ หญิงสาวโบกมือให้คุณยายข้างบ้านที่อาศัยอยู่กับแมวนับสิบชีวิต ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านเพื่อเตรียมทำอาหารมื้อต่อไปให้ครอบครัว ชีวิตต่างแดนนั้นไม่สบายเท่าไหร่สำหรับคนไทยอย่างเธอในช่วงปีแรกๆที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมา หากพอได้รู้จักกับสามีคนปัจจุบันและแต่งงานกัน เธอก็ไม่ต้องลำบากอะไร หญิงสาวหั่นขนมปังต่อ สปาเก็ตตี้มีอยู่ เธอตั้งใจจะทำสตูว์เนื้อเพิ่มอีกอย่าง เสียงเพลงยุคซิกข์ตี้ที่เปิดไว้ดังคลอมาเบาๆ เธอเพิ่งหั่นขนมปังจืดเสร็จและเคี่ยวเนื้ออยู่บนเตา ยามได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ร่างที่เจ้าเนื้อขึ้นมานิดหน่อยหลังอายุเกินสามสิบเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนที่สวม แล้วเดินไปรับสายอย่างรวดเร็ว “ฮัลโหล บ้านปาร์คเกอร์ค่ะ... ใช่ค่ะ ฉันคุณนายปาร์คเกอร์พูด อะไรนะคะ ได้ค่ะ ได้ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้” รีบรับคำก่อนจะวางสาย แล้ววิ่งไปคว้ากระเป๋าสะพายของงตนเองทันที ใจเต้นรัวด้วยความตกใจ เพราะสายโทรเข้าจากทางโรงเรียนของลูกชาย เธอคว้ากุญแจรถวิ่งออกจากบ้านไป ก่อนที่จะวิ่งกลับมาด้วยสีหน้ากระหืดกระหอบ ปิดเตาซึ่งเคี่ยวสตูว์เนื้อทิ้งไว้ แล้วถลาวิ่งออกไปอีกรอบอย่างรวดเร็ว ไม่นานรถคันเล็กก็มาจอดที่หน้าโรงเรียนประถมของเมือง มนฤดีที่ยังสวมผ้ากันเปื้อนและใส่รองเท้าสลิปเปอร์ที่ใช้ในบ้านก็รีบลงจากรถมา เธอเดินเข้าไปด้านในโรงเรียนพลางนิ่วหน้า เมื่อเห็นครูประจำชั้นของลูกชายยืนรอรับด้วยสีหน้าไม่ดีเท่าไหร่ “สวัสดีค่ะครูเมดิสัน” “สวัสดีค่ะคุณนายปาร์คเกอร์ เชิญทางนี้ค่ะ” อีกฝ่ายเดินนำเธอไปที่ห้องของครูใหญ่ มนฤดีรีบถามถึงลูกชายด้วยความเป็นห่วง “แล้วภูเมฆล่ะคะ ลูกชายของฉัน เกิดอะไรขึ้น ไหนว่าเขาไปทัศนาศึกษาที่สวนสัตว์กับทางโรงเรียน” “นั่นล่ะค่ะ ปัญหา ฉันว่าคุณเข้าไปในห้องครูใหญ่ดีกว่าค่ะ” สีหน้าครูของลูกไม่ดีเลย มนฤดีใจหายวับ เธอสูดหายใจแรงแล้วเปิดประตูห้องครูใหญ่เข้าไป ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นลูกชายนั่งยิ้มเผล่อยู่ตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะครูใหญ่ “ใจหายหมดเลย แม่คิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกเสียอีก แล้ว... ครูใหญ่ล่ะ” อย่าว่าแต่ครูใหญ่เลย ครูเมดิสันก็ไม่กล้าเข้ามาด้วย เธอถอยออกห่างจากประตูห้องด้วยซ้ำ มนฤดีมองหาครูใหญ่ ก่อนจะเลิกคิ้วสีหน้าแปลกใจ เมื่อเห็นร่างอวบอ้วนของเขา ปีนขึ้นไปนั่งบนตู้เก็บเอกสารมุมหนึ่งของห้อง “เกิดอะไรขึ้นคะ” หญิงไทยถามอย่างประหลาดใจ ภูเมฆส่งรอยยิ้มสว่างไสวให้มารดา แล้วก็ส่ายหน้า ดวงตาสีน้ำตาลแวววาวราวดวงดาวยามราตรี เมื่อเขาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลว่า “ไม่มีอะไรฮะ ครูใหญ่แค่กลัวไดอาน่า” “ไดอาน่า ไดอาน่าไหน” มนฤดีถามพลางเหลียวคอมองหาเจ้าของชื่อที่เธอคิดว่าจะเป็นเด็กหญิงวัยเดียวกับลูกชาย ทว่าไม่เจอ “ไดอาน่านี่ไงล่ะฮะ” ภูเมฆบอก ก่อนจะก้มไปที่ใต้โต๊ะครูใหญ่แล้วเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “ไดอาน่า ออกมาสิ มาทำความรู้จักกับแม่ฉันก่อน” เสียงบางอย่างขยับ ก่อนที่ ‘ไดอาน่า’ จะค่อยๆ เลื้อยออกมาจากใต้โต๊ะทำงานโต๊ะนั้น ดวงตายาวเรียวของอสรพิษตัวเขื่องสบกับดวงตาของมนฤดี ลิ้นสองแฉกของมันแลบออกมาอย่างรวดเร็ว ราวจะทักทายนางตามคำแนะนำตัวของภูเมฆ “แม่ฮะ นี่ไดอาน่า เป็นงูเหลือมตัวน้อยที่ผมพากลับมาด้วย เธออยากกลับบ้านฮะ เธอไม่อยากอยู่ที่สวนสัตว์ เธอขอให้ผมช่วย ผมก็เลย...” ภูเมฆอธิบายเสียงร่าเริง ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นมารดาเป็นลมล้มลงดังตึง

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

Secretly Rejected My Alpha Mate

read
25.8K
bc

The Luna He Rejected (Extended version)

read
562.3K
bc

Dominating the Dominatrix

read
53.0K
bc

Claimed by my Brother’s Best Friends

read
790.1K
bc

The Slave Mated To The Pack's Angel

read
378.3K
bc

The Lone Alpha

read
123.3K
bc

The CEO'S Plaything

read
15.7K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook