1
สองหนุ่มเพื่อนซี้เดินทางกลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดในรอบหลายปีที่พวกเขาใช้ชีวิตในต่างแดนเพราะคิดว่าอย่างไรก็ต้องกลับมาปักหลักที่เมืองไทยเอาไว้ค่อยกลับมาเที่ยวให้ทั่วก็ยังได้และเลือกที่จะรายงานตัวกับทางบ้านผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเสียไม่ได้
“ไอ้โปรดมึงยิ้มบ้างก็ได้ กำลังจะกลับบ้านนะเว้ยทำอย่างกับจะเดินเข้าสู่แดนประหาร”
ไรวินกระทุ้งเพื่อนเบา ๆ เขาเป็นเพื่อนสนิทชนิดที่ไปไหนไปกันเมื่อครั้งที่โปรดปรานถูกส่งมาเรียนต่างประเทศเขาก็ยังอ้อนวอนขอพ่อตามมาจนได้มิหนำซ้ำยังเลือกเรียนวิศวฯ ตามเพื่อนแทนสาขาการบริหารอย่างที่ทางบ้านต้องการให้เรียนเพราะมีธุรกิจโรงแรมระดับห้าหกดาวหลายแห่งรอให้กลับมาช่วยบริหาร
“เป็นมึงจะยิ้มออกไหมวะพูดไม่คิด”
โปรดปรานถูกเรียกตัวกลับทันทีหลังจากใช้ชีวิตในต่างแดนเยี่ยงหนุ่มเจ้าสำราญตลอดสิบปีที่ถูกส่งไปเรียนต่างประเทศจนกระทั่งเรียนจบและเข้าทำงานหาประสบการณ์ที่นั่น แต่ดูเหมือนจะเป็นข้ออ้างเสียมากกว่าประสบการณ์ชีวิตน่ะใช่อย่างอื่นไม่แน่ใจหากจะพูดว่าเขาติดใจความศิวิไลซ์และอิสรเสรีโดยเฉพาะกับบรรดาสตรีสาวสวยที่ไม่ต้องถูกล้อมกรอบด้วยขนบประเพณีแบบนี้ตรงใจเผงเลย ดังนั้นด้วยวัยยี่สิบหกปีจึงยังไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเลยสักคนแต่หนนี้ต่อให้ติดปีกหนีก็คงรอดยาก
“เอาเถอะน่าปัญหามีไว้ให้แก้ขนาดแก้ผ้าขึ้นเตียงกับสาวแปลกหน้ามึงยังทำมานับไม่ถ้วนมีอะไรต้องกลัววะ” สาบานว่าให้กำลังใจแค่แต่งงานอาจจะดีก็ได้ใครจะไปรู้
“มึงก็แต่งเองสิวะ”
“ถ้าเป็นกูล่ะก็...ฮึ่ม...เอาให้ร้องขอชีวิตเลยเป็นไงโหดไหมเพื่อน........” ไรวินทำเป็นหน้าโหดพลางแลบลิ้นเลียปากเหมือนหื่นจัด
“พูดอะไรของมึง” โปรดปรานเหล่ตามองเพื่อนขี้โม้ ถึงจะเสเพลแต่เขาก็ไม่นิยมนินทาผู้หญิงลับหลัง
“กูหมายถึง...” ชายหนุ่มพูดไม่ทันจบก็โดนขัดขึ้นเสียก่อน
“ไอ้วินมึงเงียบก่อน”
สายตาคมปลาบที่กำลังขุ่นคลั่กมองอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมดเริ่มจะดีขึ้นทีละนิดเมื่อสะดุดเข้ากับสาวสวยหุ่นเพรียวบางกำลังรวบผมที่แผ่สยายเต็มหลังมัดเป็นหางม้าง่าย ๆ ก่อนสะพายเป้ขึ้นบ่าและออกเดินอย่างเร่งรีบราวกับผู้คนรอบตัวเป็นเพียงต้นไม้ใบหญ้าเธอไม่สนใจชายตาแลใครสักนิด
โปรดปรานมองรองเท้าบูทหุ้มข้อหนังลูกวัวสีดำส้นแหลมที่เจ้าหล่อนสวมใส่แล้วยังเคลื่อนไหวได้อย่างทะมัดทะแมงช่างแตกต่างจากบรรดาสาวงามที่เคยควงคู่ดูเธอแปลกตาภาพลักษณ์แข็งแกร่งแต่แฝงความเซ็กซี่ผู้หญิงแบบนี้โปรดปรานยังไม่เคยคบหาด้วย แต่รูปลักษณ์แบบนี้เขาจำติดตาจากบทบาทของดาราที่ชื่นชอบเท่านั้น
“ไง...ไอ้โปรดมึงชอบอ่ะดิ” ไรวินตบหลังเพื่อนรักหลังจากเห็นมันจ้องอยู่นานอารมณ์ของโปรดปรานเยียวยาได้ด้วยสาว ๆ สวย ๆ เสมอเพียงแต่เจ้าตัวไม่ยอมรับชอบทำเป็นท่ามากรอให้พวกเธอเข้าหาเองจนเคยตัว
“เปล๊า!...” ชายหนุ่มไหวไหล่ทำเป็นไม่สนใจ
“เสียดายว่ะ คุณเธอสวมแว่นตาดำบังไปตั้งครึ่งหน้าแต่กูว่าทรงนี้ถอดออกมาก็สวยอยู่ดี”
ไรวินมองตามตาละห้อย ไม่กล้าพอที่จะเข้าไปก้อร่อก้อติกขอคอนแทคเอาไว้ติดต่อภายหลังเธอดูมีพลังในแบบที่ใครจะเข้าไปทำปากพล่อยด้วยไม่ได้
“เห็นแป๊บเดียวถึงกับเพ้อเลยนะมึง นิสัยใจง่ายนี่มึงเอากลับมาด้วยหรือวะ” โปรดปรานรู้ไส้รู้พุงคู่หูดี
“ก็กูชอบ...ผู้หญิงอะไรวะโคตรเท่ห์เลยว่ะโดนใจสุด ๆ ”
โปรดปรานเลิกสนใจสาวแปลกหน้าเขาแค่ชื่นชมเธอผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะคุยกับสาวคนไหนทั้งนั้น แต่รำคาญนิสัยไวไฟของไอ้วินแก้ไม่หายเสียทีเจอใครก็จีบดะ คบไม่เกินสามวันก็แยกย้ายไม่เป็นเพราะไอ้วินก็เป็นอีกฝ่ายที่ขอเลิก ดีหน่อยที่หลัง ๆ ไม่ค่อยออกอาการคร่ำครวญเพราะอกหักไม่เหมือนสมัยวัยรุ่นที่ต้องคอยปลอบมันจนเอือม
“ไอ้วิน ระวังคอหัก” โปรดปรานเตือนเพื่อนที่เหลียวมองเธอคนนั้นจนกระทั่งเห็นแต่แผ่นหลังไกล ๆ ก่อนจะกลืนหายไปกับผู้คนที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่
“ว่าแต่กู มึงก็เหมือนกันไอ้โปรดกูเห็นเต็มสองตาถึงได้มองตามมึงอยู่นี่ไง” ไรวินเถียงกลับ ไอ้โปรดถือว่าหล่อกว่านิดเท่ห์กว่าหน่อย...เฮอะ! พ่อหล่อเลือกได้...
“ไร้สาระ...แยกกันตรงนี้ก็แล้วกันที่บ้านมีเรื่องยุ่ง ๆ ว่ะ” ชายหนุ่มผ่อนคลายได้นิดหน่อยก็ต้องกลับสู่โหมดกลัดกลุ้มกังวลใจอีกครั้งพอดีมีสายมารดาโทรเข้ามาโปรดปรานจึงขอตัวรีบแยกย้ายกันตรงนั้น
“เออ.....ไว้ค่อยเจอกัน” ไรวินรับคำง่ายดาย ไม่ชวนกันไปเถลไถลตามนิสัยหนุ่มเจ้าสำราญเพราะงานนี้ได้ข่าวว่าหนักหนาสาหัสสำหรับคนรักอิสระอย่างไอ้โปรดจริง ๆ ถูกเรียกตัวกลับพร้อมคำสั่งเฉียบขาดให้ลาออกจากงานทางโน้นมิเช่นนั้นอาจถึงกับตัดแม่ตัดลูกตัดออกจากวงศ์ตระกูลกันเลยทีเดียว
ณิรินเดินคุยโทรศัพท์กับเพื่อนสนิทที่พ่วงตำแหน่งเจ้านายเก่าเข้ามาด้วย เขาโทรมาถามไถ่เรื่องการเดินทางด้วยความเป็นห่วงที่มากมายจนล้นเกินพอเดินออกไปเห็นแท็กซี่จอดอยู่เธอนึกว่าโชคดีแต่ที่ไหนได้พอขึ้นไปนั่งยังไม่ทันได้ปิดประตูด้วยซ้ำก็เกิดเหตุจนได้
“มักง่ายไปไหม”
ณิรินเหลือบมองเสียงห้าวที่กล่าวคำบาดหูอยู่เหนือศีรษะเห็นหน้าตาเหมือนจะกินหัวเธอได้จึงขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจเพราะมั่นใจว่าไม่ได้เหยียบเท้าใครแน่ ๆ
“ผมเป็นคนเรียกรถคันนี้” โปรดปรานบอกเสียงแข็งใบหน้าไร้รอยยิ้มไม่มีอารมณ์จะผูกมิตรกับใครทั้งนั้น
เพราะความที่คุยติดพันจึงไม่ทันได้ดูให้ดีไม่แปลกที่อีตานี่จะยืนหน้าตูมไม่รู้ว่าโกรธอะไรนักหนา หน้าตาก็ดีแต่ใจแคบชะมัด
“อ่อค่ะ...” หญิงสาวรับทราบและยอมลงมาแต่โดยดี แม้ไม่ได้เอ่ยคำขอโทษแต่เธอก็ก้มหัวให้อีกฝ่ายเพราะติดสายจึงไม่สะดวกที่จะพูดกับเขา
“ไม่คิดว่าจะเป็นคนมักง่ายดูแต่ภายนอกไม่ได้จริง ๆ ” โปรดปรานไม่ยอมจบอารมณ์อยากจิกกัดใครสักคน แม้จำเธอได้ดีเพราะเขาเพิ่งนึกชื่นชมเธอเมื่อไม่กี่นาทีก่อนแต่ช่วยไม่ได้เธอดันมักง่ายไม่ดูตาม้าตาเรือตอนที่กำลังหงุดหงิดอยากฟาดใครสักคนอยู่พอดี
“นี่คุณ!...” ณิรินได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ เพราะรถแท็กซี่คันนั้นแล่นออกไปแล้ว...ผู้ชายอะไรวะใจแคบแถมยังปากจัดฉิบหา...ย...