บทที่ 1 มือสังหาร
บทที่ 1 มือสังหาร
ราตรีเงียบสงัดสายลมโบกสะบัด กลับมีร่างบอบบางร่างหนึ่งในอาภรณ์สีดำสนิทรัดรูป กำลังยืนนิ่งอยู่บนหลังคาด้วยท่าทางเย็นชา ในมือของนางยังถือตะเกียงน้ำมันเอาไว้อีกด้วย นางเหลือบตามองเรือนหลังใหญ่ตรงหน้า ที่เกลื่อนกลาดไปด้วยร่างไร้วิญญาณขององครักษ์หลายสิบคน
ในอากาศมีกลิ่นเลือดคาวคลุ้งลอยแผ่กระจายกลิ่นอายของความตายออกมา นางโยนตะเกียงที่อยู่ในมือลงไปในเรือนหลังใหญ่นั้น แล้วกระโดดออกจากหลังคามุ่งหน้าออกจากสถานที่แห่งนั้นไปด้วยความเร็ว
ทว่านางก็ไม่ได้โชคดีถึงขนาดนั้น ในขณะนั้นที่นางกำลังจะจากไป ทหารองครักษ์หลวงก็เดินทางมาถึงพอดี
“จับเขาเอาไว้ อย่าให้เขาหนีไปได้” น้ำเสียงดุดันดังมาจากทางด้านหลัง พร้อมกับกลุ่มคนที่ไล่ตามนางราวกับพายุฝน
พลิ้ว ปึก โครม ร่างของนางถูกธนูยิงทะลุเข้าที่หัวไหล่ แรงจากการยิงทำให้นางตกลงจากหลังคากระแทกเข้ากับพื้นอย่างแรง
“เร็วเข้า รีบจับเขาเอาไว้” เสียงตะโกนไล่หลังมา ทำให้นางไม่อาจผ่อนคลายได้ นางกัดฟันแน่นพร้อมกับดึงลูกธนูที่เสียบอยู่บนไหล่ออกอย่างแรง
“อึก” เลือดสีแดงพุ่งออกมาจากบาดแผลจนนางรู้สึกหน้ามืดชั่วขณะ แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ฝีเท้านางก็ยังคงหนักแน่น นางใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้าไปในป่าด้วยความเร็วที่เริ่มไม่คงที่
ร่างกายบอบบางของนางโซซัดโซเซ แขนซ้ายของนางปวดจนชา นางพยายามที่จะฝืนตัวเองไปให้พ้นจากเมืองหลวงให้ได้ในคืนนี้ หากนางยังอยู่ในเมืองหลวงด้วยสภาพนี้ นางต้องถูกจับได้แน่
“หลานเสี่ยวเฉียว เจ้าโง่หรืออย่างไร ฆ่าใครไม่ฆ่าดันไปฆ่าไท่จือ เจ้าช่างโง่งมยิ่งนัก” นางพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ดวงตาเรียวยาวดุจหงส์ของนางค่อยๆ มองไปรอบๆ ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา
“หลานเสี่ยวเฉียวบุรุษที่เจ้ารักนักรักหนา ยังไม่โผล่หัวมาช่วยเจ้าเลย ไม่พ้นต้องตายเหมือนสุนัขข้างถนนเป็นแน่” นางยังคงพูดเพ้อ และเดินต่อไปเรื่อย ๆ ด้วยการมึนงง
โดยไม่รู้เลยว่าตนเองได้เผลอเข้าไปในสถานที่ต้องห้าม ที่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาใกล้
“หัวหน้ามือสังหารผู้นั้นเข้าไปในเขาหลงซานขอรับ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของหัวหน้าองครักษ์หนุ่มก็ไม่อาจนิ่งสงบได้อีก เขาถอนหายใจออกมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ไปเถอะ เราเข้าไปทีนั้นไม่ได้” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าองครักษ์ก็ต่างพากันล่าถอยออกไป โดยมีสายตาของคนผู้หนึ่งกำลังเฝ้ามองการกระทำของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา
ทางด้านหลานเสี่ยวเฉียว นางไม่อาจฝืนทนหนังตาที่หนักอึ้งของนางได้ ร่างกายบอบบางของนางค่อยๆ ทรุดลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรง แล้วสติของนางก็ดับวูบไป
“ท่านอ๋อง ด้านนี้มีคนได้รับบาดเจ็บขอรับ” เสียงตะโกนขององครักษ์หนุ่มดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มผู้ที่นั่งอยู่บนรถเข็นลืมตาขึ้นช้าๆ
“ใครบังอาจมาขัดจังหวะการชมจันทร์ของข้า ลากไปให้เสือกินเสีย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
โดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองด้วยซ้ำ สือลิ่วและสืออี้มองหน้ากันนิ่ง ท่านอ๋องคืนนี้มีจันทร์ให้ชมเสียที่ใดเล่า
“สืออี้ เร็วเข้าท่านอ๋องไม่ต้องการเห็นเศษสวะผู้นี้” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เด็กหนุ่มผู้ที่ตะโกนขึ้นนั้นก็ฉุดเอาร่างของหลานเสี่ยวเฉียวเดินตรงไปอีกฝั่ง ทว่ายังไม่ทันจะเดินได้ถึงสองก้าว ก็มีเสียงตะโกนเรียกขึ้นด้วยความตื่นตกใจของชายผู้นั่งอยู่บนรถเข็น
“เดี๋ยว เจ้าลากเขามานี่” สืออี้ยกมือขึ้นเกาหัว แล้วลากร่างนั้นเดินตรงมาที่นายของตน เมื่อเดินเข้ามาใกล้ เฉินอวิ๋นเซินก็มีอาการแปลกๆ
“ท่านอ๋องมีเรื่องใดงั้นหรือขอรับ” เขาถามขึ้นด้วยความสงสัย เช่นเดียวกับสือลิ่วที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขา
“เปิดผ้าคลุมหน้านางออก” สืออี้ตาโต นาง สตรีงั้นหรือ เขายืนมือไปดึงผ้าคลุมนั้นออกในทันที ดวงตาของเขาปรากฏความตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับสือลิ่ว ที่ตกใจจนเอามือปิดปากเอาไว้
“นะนี่มัน/หุบปาก” เสียงตะโกนของชายบนรถเข็นดังขึ้นพร้อมกับดวงตาคมเข้มของเขาที่ทอแสงออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม
“สือลิ่วไปสืบมาผู้ใดทำร้ายนาง ข้าจะทำให้มันผู้นั้นตายเสียยังดีกว่ามีชีวิตอยู่” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
เขาไม่อาจลุกขึ้นไปโอบอุ้มนางได้ ทำได้เพียงมองนางอยู่ในอ้อมแขนผู้อื่นมาหลายปี ครั้งนี้เขาจะไม่ปล่อยให้นางจากไปอีกแล้ว ต่อให้ต้องมัดนางไว้กับเตียงเขาก็จะทำ หลานเสี่ยวเฉียว อย่าคิดจะหนีจากข้าไปได้
“ท่านอ๋องให้ข้าอุ้มคุณหนูหลานได้หรือไม่ขอรับ” สืออี้ที่ตัวสั่นด้วยความกลัวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนทำเมื่อครู่
ทว่าคุณชายของเขากลับไม่สนใจแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้น แล้วร่างของหลานเสี่ยวเฉียวก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าเขาในทันที
เขาโอบกอดร่างของนางไว้แนบอก พร้อมทั้งส่งสายตามองไปที่สือลิ่ว
“ยังจะยืนนิ่งอยู่อีก รีบมาเข็นรถเข็นข้าสิ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น สืออี้ก็รีบวิ่งไปเข็นคุณชายของเขาในทันที พร้อมกับลอบปาดเหงื่อ เหตุใดไม่ให้ข้าไปสืบข่าว แล้วให้สือลิ่วอยู่เล่า
แม้เขาจะคิดเช่นนั้น แต่เขาก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตก เพียงไม่นานก็กลับมาถึงเรือนหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางป่า เรือนหลังนี้สร้างจากไม้กฤษณาทั้งหลัง หากอยู่ในบริเวณรอบๆ จะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โชยมาตามลม ให้ความรู้สึกสดชื่นพอสมควร
“ไปตามหลงเหยียนมา” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล ตั้งแต่ที่เขาพบนางจนถึงตอนนี้เลือดนางยังคงไม่หยุดไหล หากยังเป็นเช่นนี้นางจะต้อง...
“ขอรับท่านอ๋อง” ลือลิ่วที่เห็นว่าสีหน้าของท่านอ๋องของเขาไม่ปกติ เขาก็รีบออกไปตามท่านหมอหลงเหยียนในทันที
“เยาเยา อย่าเป็นอะไรไปเลยนะ” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ต่างจากยามปกติเป็นอย่างมาก
“หากเจ้าฟื้นขึ้นมา ข้าจะบอกรักเจ้าสามครั้งหลังอาหาร ดีหรือไม่” เขาพูดด้วยรอยยิ้ม เมื่อก่อนเขาไม่กล้าแม้แต่จะคุยกับนาง ด้วยเพราะตนเป็นเพียงชายแก่อีกทั้งยังพิการ
ทำได้เพียงมองนางรักกับคนอื่น ทว่าครั้งนี้นางตกมาอยู่ในการดูแลของเขา เขาจะไม่ปล่อยนางไปอีกแล้ว