เลี้ยงรัก...1-1
นิโลบล ชื่นชม หรือนิ่ม เป็นเด็กหญิงวัยสิบห้าปีที่ถูกมารดาพามาจากบ้านนอก มาขอพึ่งใบบุญของคุณนายฉัตรฉายเจ้านายของนางอุบลซึ่งทำงานเป็นหญิงรับใช้อยู่ที่คฤหาสน์ ‘อัศวตระการกุล’ มาหลายปี สาเหตุที่นางอุบลต้องรับเอาลูกสาวจากบ้านนอกมาอยู่ด้วยก็เพราะยายซึ่งเป็นมารดาแท้ ๆ ของนางอุบลเสียชีวิต นางอุบลจึงต้องรับลูกมาอยู่ด้วยเพราะไม่มีใครให้พึ่งพิง
“นี่ล่ะค่ะยายนิ่ม ลูกสาวฉันค่ะคุณท่าน”
“อืม... ผอมไปหน่อยนะ แต่ผิวพรรณสะอาดสะอ้านสมเป็นเด็กชาวเหนือ แล้วนี่เรียนม.อะไรแล้ว”
“จบม.3 ค่ะ ฉันยังคิดอยู่ว่าจะให้เรียนต่อหรือเปล่า”
คำตอบของนางอุบลทำให้คุณประวุฒิที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่สนใจทันที
“ให้เขาเรียนเถอะอุบล อยากให้ลูกไม่ลำบากก็ส่งเสียให้เขาเรียน ถึงเธอจะไม่มีสมบัติอะไรให้เขาแต่การศึกษานี่แหละจะเป็นสมบัติติดตัว ให้เขาได้มีเอาไว้เลี้ยงชีพดูแลตัวเอง”
คุณประวุฒิบอกพร้อมมองเด็กหญิงตัวน้อยด้วยความเมตตา
“ใช่... ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ แต่ถ้าเธอกังวลเรื่องเงินก็ไม่ต้องห่วงนะ ให้เด็กช่วยงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ เดี๋ยวเรื่องค่าเทอมฉันจะช่วยเอง”
“โอ... ขอบคุณคุณท่านทั้งสองมากเลยนะคะ ที่ยอมให้นิ่มอยู่แถมยังจะส่งเสียให้เรียนอีก นิ่ม... กราบขอบคุณท่านสิลูก”
เด็กหญิงรีบทำตามที่มารดาบอกอย่างว่าง่าย กิริยานุ่มนวลน่ารักของนิโลบลถูกใจคนที่อยากได้ลูกสาวอย่างคุณฉัตรฉายเสียเหลือเกิน
“เอาแบบนี้แล้วกันนะ เธอไปติดต่อเรื่องโรงเรียนใกล้ ๆ นี่ให้ลูก ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ก็แจ้งมาเดี๋ยวฉันจะจัดการเอง”
“ขอบพระคุณมากค่ะ”
คุณฉัตรฉายพยักหน้าแล้วทอดตามองเด็กหญิงด้วยความเอ็นดู เพราะตัวเองมีลูกชายสองคนที่โตมากแล้วและไม่มีลูกสาว จึงรู้สึกถูกชะตากับเด็กหญิงนิโลบลอยู่มาก
นางอุบลพาลูกสาวกลับมาที่ห้องพักสำหรับสาวใช้ แล้วเริ่มบอกสอนให้ลูกรู้จักการเป็นอยู่ และรู้จักว่าควรทำตัวอย่างไร
“บ้านนี้ยังมีเจ้านายอีกสองคนนะนิ่ม เป็นลูกชายของคุณท่านทั้งสอง คนโตชื่อคุณหนึ่ง อยู่แยกที่เรือนริมน้ำส่วนคนเล็กโตกว่านิ่มไม่เท่าไหร่ชื่อคุณรอง”
“จ้ะแม่ แล้วคุณหนึ่งกับคุณรองใจดีเหมือนคุณท่านทั้งสองไหมจ๊ะ”
“คุณหนึ่งเขาไม่ค่อยยุ่งกับใครหรอกถึงได้แยกอยู่ที่เรือนริมน้ำ นิ่มเห็นใช่ไหมเรือนริมน้ำใหญ่ ๆ หลังคฤหาสน์น่ะ”
“เห็นจ้ะแม่ เรือนข้างสระบัวใช่ไหม”
“อืม แล้วก็อย่าไปเล่นใกล้ ๆ แถวนั้นล่ะ คุณหนึ่งเห็นเข้าจะถูกดุ”
“จ้ะแม่”
นางอุบลบอกกับลูกว่าจะถูกดุเพราะไม่กล้าบอกไปตามความจริง ว่าคุณหนึ่งหรือธนกฤตมักพาหญิงสาวมาเริงรักที่เรือนริมน้ำตามประสาหนุ่มโสดเนื้อหอม บางครั้งก็ยังประเจิดประเจ้อจนบรรดาแม่บ้านสาวใช้ต่างรู้ดี จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้หากไม่ถูกเรียก
“อีกคนก็คุณรอง ตอนนี้อยู่ปีหนึ่งแล้ว คนนี้ใจดีไม่ถือตัว”
“อ้อ... แสดงว่าคุณหนึ่งหยิ่งเหรอจ๊ะแม่”
“นิ่ม! อย่าพูดแบบนี้ให้ใครได้ยินนะลูก มันไม่ดี เหมือนเราว่าเจ้านาย คุณรองใจดีไม่ถือตัวคุยกับแม่บ้านทุกคนอย่างเป็นกันเองก็จริง แต่เราก็ต้องสำนึกอยู่เสมอว่าเขาเป็นเจ้านายเข้าใจไหม”
“เข้าใจจ้ะ”
“ส่วนคุณหนึ่งน่ะเขาไม่ได้หยิ่ง แต่แค่ไม่ชอบสุงสิงกับบรรดาแม่บ้านคนสวน เขาก็อยู่แบบเจ้านายน่ะลูก”
“อ้อ... จ้ะ”
“อืม... เข้าใจอะไรง่าย ๆ จะได้ไม่ถูกใครดุเอา”
“จ้ะแม่”
นางอุบลยกมือลูบผมนุ่มของลูกเบา ๆ แล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน
“นิ่มโชคดีแล้วรู้ไหมที่คุณท่านเมตตา นิ่มจะได้เรียนสูง ๆ ไม่ต้องมาเป็นคนรับใช้เหมือนแม่ คนอื่นเขาจะได้ไม่ดูถูกเอา”
“เป็นคนรับใช้ไม่เห็นจะน่าดูถูกเลยแม่ อาชีพอะไรก็มีความสำคัญทั้งนั้น”
“เอาเถอะ... ถึงยังไงแม่ก็อยากให้นิ่มเรียน”
“จ้ะ นิ่มจะตั้งใจเรียนจ้ะแม่”
“ดีลูก... นี่แม่ยังไม่ได้บอกเรื่องที่คุณท่านจะส่งเสียนิ่มให้พ่อฟังเลยนะ ถ้าพ่อรู้พ่อต้องดีใจแน่ ๆ”
นางอุบลกล่าวถึงสามีด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า นายวันชัยสามีของนางก็ทำงานอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้ และหน้าที่ก็คือคนสวน
…
ธนกฤตจอดรถที่หน้าบ้านริมน้ำตอนเวลาใกล้เที่ยงคืน ร่างสูงสง่าก้าวลงจากรถคันหรูพร้อมกับสาวสวยหุ่นทรมานใจชายคนหนึ่ง แทบจะทุกค่ำคืนที่เขาพาหญิงสาวมาเริงรักที่เรือนพักหลังนี้ ถึงแม้ในตอนกลางวันเขาจะเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่สุขุมเยือกเย็น แต่พอตกกลางคืนเขาก็จะกลายเป็นนักรักที่เจนสังเวียน จนสาว ๆ หลายคนพยายามทอดสะพานให้เพื่อที่จะได้มีค่ำคืนเร่าร้อนกับเขา
“อื้อ... อ๊ะ...”
ชายหนุ่มตรงเข้ากอดรัดซุกไซ้ซอกคอของหญิงสาวที่พามาด้วย โดยไม่สนใจว่าตรงนี้จะเป็นที่โล่งแจ้งแต่อย่างใด
“คุณคะ... อื้ม... พอก่อนค่ะ...”
หญิงสาวทั้งครางทั้งห้ามพร้อมกวาดตามองทั่วบริเวณ แต่คนที่กำลังบีบเคล้นทรวงอกอวบใหญ่ไม่ฟังเสียง เขาทั้งดึงทั้งทึ้งจนหญิงสาวอยู่ในสภาพเกือบเปลือย แล้วฉุดกระชากให้เธอตามเขาเข้าบ้านอย่างเร่งร้อน เขากระทำทุกอย่างด้วยความดุดันและดิบเถื่อน แต่ก็เป็นที่ถูกใจของหญิงสาวที่ทอดตัวให้เขายิ่งนัก
“อา... อ๊า... ซี้ดดดด...”
ริมฝีปากที่เคลือบด้วยสีแดงเลือดนกสูดลมเข้าออกอย่างเผ็ดร้อน เมื่อเขากระแทกตัวฝังร่างลงกับกลางกายเธอ ชายหนุ่มตอกอัดแกนกายขนาดใหญ่ถี่รัวโดยไม่คิดจะถนอมคนถูกกระทำเลยสักนิด แต่แทนที่เธอจะเจ็บปวดกับการกระทำที่รุนแรง เธอกลับเด้งสะโพกอวบสวนรับแรงกระแทกด้วยใบหน้ารื่นเริง
“โอ้ววว... ซู้ดดด... สุดยอดเลยค่ะ.. .อ๊า... อ๊า...”
ธนกฤตโจนจ้วงใส่คนที่ครางไม่หยุดอย่างไม่ปรานี ด้วยวัยเพียงยี่สิบแปดปีเขามีพละกำลังเหลือเฟือ ไม่ต่างอะไรกับม้าหนุ่มที่กำลังคึกคะนอง
ตลอดเวลาที่ต่างคนต่างปรนเปรอกันด้วยเซ็กซ์ที่เร่าร้อน มีเพียงเสียงครางปานจะขาดใจของหญิงสาวที่ดังไม่ขาดปาก จนทำให้เธอนึกได้ว่าเขาเป็นอย่างที่หลายคนพูดเอาไว้ ว่าไม่เคยมีหญิงใดได้ยินเสียงครางของเขาเลยสักคน ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะช่ำชองและเก่งกาจเพียงใดก็ตาม
หลังจากเสร็จภารกิจเร่าร้อนธนกฤตก็เรียกนายเมฆคนขับรถประจำคฤหาสน์ให้ไปส่งสาวสวยที่พามา มันเป็นเช่นนี้ทุกค่ำคืนที่เขาพาผู้หญิงกลับมาเริงสวาทที่บ้าน เพราะเขาจะไม่ยอมนอนค้างร่วมเตียงกับผู้หญิงคนไหนจนถึงเช้า
“นั่นเงินค่าตัวเธอ หยิบไปด้วย”
“อื้อ... ไม่อยากได้ค่ะ เปลี่ยนจากเงินเป็นอยู่กับคุณทั้งคืนจะได้ไหมคะ”
หญิงสาวออดอ้อนแล้วส่งแววตาเชิญชวนไม่ปิดบัง แต่ชายหนุ่มกลับมองด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่มีวี่แววว่าจะตอบรับข้อเสนอนั้น
“หยิบเงินแล้วเดินออกไปรอรถเถอะ ฉันอยากพักผ่อนแล้ว”
เขาบอกอย่างไม่สนใจราวกับก่อนหน้านี้ไม่เคยมีช่วงเวลาที่เร่าร้อนกับเธอ จนหญิงสาวรู้สึกไม่พอใจแต่ก็เดินไปหยิบเงินแล้วออกไปอย่างหงุดหงิด