เรื่องราวโดย บุษบา
author-avatar

บุษบา

เกี่ยวกับquote
นามปากกา บุษบา สายดราม่าโรมานซ์นะคะ❤ นักเขียนมือใหม่ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ❤ ทักทายกันเข้ามาได้ค่ะ?
bc
เมียที่สามีไม่ต้องการ
อัปเดตเมื่อ Feb 16, 2025, 10:54
เขาพยายามกีดกันผู้หญิงอย่างเธอไม่ให้เข้าใกล้น้องชาย แต่สุดท้ายกลับได้เธอเป็นเมียซะเอง เมียที่สามีไม่ต้องการอย่างเธอจึงต้องอยู่อย่างทุกข์ตรมตามที่เขาพิพากษา
like
bc
บ่วงร้อยรัก
อัปเดตเมื่อ Jan 31, 2025, 08:06
'หมิงหมิง' หรือนิศากรเป็นหญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงามราวนางสวรรค์ เธอถูกจองตัวให้เป็นเจ้าสาวของ 'ซานเชซ'ตั้งแต่ยังเด็กทำให้เธอรักและศรัทธาเขาอย่างมาก ตอนแรกซานเชซก็รักและดูแลเธอดีแต่เมื่อรู้ว่าเธอจะมาเป็นเจ้าสาวของเขาความรักความเอ็นดูก็เปลี่ยนเป็นเกลียดชังทันที "หมิงรักเฮียซานนะคะ" "แต่ฉันไม่ได้รักเธอยัยเด็กใจแตก! " "แต่ยังเราก็ต้องแต่งงานกัน! " "ไม่มีวันหรอกนิศากร! ฉันมีคนที่ฉันรักอยู่แล้วซึ่งไม่ใช่เธอ! " ชายหนุ่มเดินไปอย่างไม่ใยดีคนที่นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ที่พื้นเลยสักนิด ในสายตาเขาเธอก็เป็นเพียงเด็กใจแตกที่วิ่งตามเขาอย่างหน้าไม่อาย
like
bc
กว่าจะรัก
อัปเดตเมื่อ Jan 31, 2025, 07:54
วาดจันทร์​ เป็น​เด็ก​สาวที่ยังเดียงสานักหัวใจของเธอบอบบาง​เพราะ​ต้องทนทุกข์​แอบรักคนที่เขาเดลียดเธอ สาวน้อยไม่รู้ตัว​เลยด้วยซ้ำว่าไปทำอะไรให้เขา​ เขาจึงเกลียดเธอมากมายอย่างนี้​ แต่เธอไม่รู้​หรอกว่าเขาทำไปเพื่อปกป้องตัวเองจากความรัก
like
bc
ดวงใจภักดิ์
อัปเดตเมื่อ Jan 17, 2025, 20:07
ปานน้ำผึ้ง​ เด็กหญิง​วัยสิบขวบถูกอุปการะ​โดย​ ราฟาเอล​ เกรเวอร์​ นักธุรกิจ​หนุ่ม​ที่มีฉายาพ่อมดทางการเงินเพราะว่า​เขาทำธุรกิจ​ไฟแนนซ์​เชียลและธนาคาร​ที่มีสาขาไปทั่วโลก​ แต่นับวันเธอยิ่งเติบโต​และสวยสะพรั่ง​ดั่งดอกไม้​แรกแย้มที่มีกลิ่นหอมชวนให้ดอมดมแต่เธอกลับเป็นของต้องห้ามสำหรับเขาเมื่อพ่อแม่เขายื่นคำขาดว่าห้ามรู้สึก​เกินสถานะพี่น้องเท่านั้น​"คุณ​ราฟ... ฮึก...""เป็นอะไรไปฮันนี่!.. ร้องไห้​ทำไ​ม""คุณ​แม่... ฮึก... จะให้​ฮันนี่​แต่งงาน""อะไรนะ!"เขาจะยอมปล่อยเธอที่ฟูมฟักมาด้วยสองมือให้คนอื่นเชยชมได้หรือไม่​ เพราะ​เพียงได้ยินใจเขาก็เจ็บราวถูกควักออกจากอก....ไปติดตาม​กันค่ะ
like
bc
ดวงใจในมือมาร
อัปเดตเมื่อ Jan 17, 2025, 19:42
เขาคือสามีของเธอคือพ่อของลูกเธอ แต่เขากลับไม่ยอมรับและกลั่นแกล้งสารพัดเพราะคิดว่าเธอเป็นสิแปดมงกุฏ
like
bc
บำเรอรักซาตาน
อัปเดตเมื่อ Jan 17, 2025, 07:12
สาวน้อยแสนสวยจะทำอย่างไร​ เมื่อความสวยสดใสของเธอไปถูกตาต้องใจนักธุรกิจ​หนุ่ม​หล่อรูปงามราวเทพบุตร​ ราม​ เกีรยติ​ขจร​กุล​ วัยสามสิบสี่ปี​ คนอย่างเขาไม่เคยถูกปฎิเสธ​ เขารู้จักแต่ชัยชนะเสมอเขาต้องสมหวังในทุกสิ่งที่เขาต้องการไม่เว้นแม้กระทั่ง​ มินตรา​ ใจรักษ์​ สาวน้อยอาภัพที่มีรูปร่างหน้าตางดงามราวนางสวรรค์​ เมื่อเธอกล้าปฏิเสธ​คนอย่างเขา​ เขาจะทำให้เธอเจ็บปวดอย่างสาหัส​
like
bc
โซ่บำเรอ
อัปเดตเมื่อ Dec 22, 2024, 21:51
เขาเกลียดเธอ แค้นเธอ แต่ในขณะเดียวกันก็ลุ่มหลงเธอจนถอนตัวไม่ได้ ชวินจึงต้องจองจำแสนดีเอาไว้ด้วยโซ่เส้นหนึ่งที่ไม่มีวันปลดออก และทำให้เธอตายทั้งเป็นเพราะถูกไฟแค้นแผดเผาจนมอดไหม้ ใบหน้าที่นองน้ำตาของแสนดีไม่ทำให้เขารู้สึกสงสารแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่เธอทำมันส่งผลร้ายแรงเกินอภัย "ฮึก...ฮือๆ..." เธอไม่ตัดพ้อต่อว่าใดๆเพียงส่งเสียงสะอื้นคร่ำควรญเพราะเจ็บปวดเกินกว่าจะเก็บเอาไว้ "ฮึก..." มือบางที่สั่นเทากอบเส้นผมบนพื้นขึ้นมากอดอย่างทะนุถนอม ก่อนจะยกขึ้นลูบศีรษะของตัวเองที่ตอนนี้ถูกตัดผมจนสั้นกุดด้วยหัวใจที่แตกสลาย "ความเสียใจของเธอมันเทียบไม่ได้เลยกับที่ยัยวีได้รับ และฉันจะทำให้เธอเรียกร้องหาความตายด้วยตัวเอง!" คำพูดที่ไร้เยื่อไยและแววตาอาฆาตของคนพูดบาดลึกลงในหัวใจที่บอบช้ำจนโทรมเลือด แสนดีก้มหน้าลงแล้วสะอื้นจนบ่าบอบบางสั่นสะท้าน คำถามเดียวในใจตอนนี้คือ... เมื่อไหร่ความทรมานนี้จะสิ้นสุดลงเสียที...
like
bc
ฝากรักเมียชั่วคราว
อัปเดตเมื่อ Nov 25, 2024, 19:32
คิ้วเรียวสวยแบบที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยใบมีดโกนขมวดมุ่นหลังจากวางสายมารดา เสียงสะอื้นคร่ำครวญและคำพูดตัดพ้อของผู้ให้กำเนิดยังดังก้องอยู่ในหู มิ่งกมลถอนใจเป็นรอบที่ร้อยแต่ก็ยังไม่คลายความรู้สึกหนักอึ้งในใจลง
like
bc
อุ้มรักแสนชัง
อัปเดตเมื่อ Oct 27, 2024, 20:16
เด็กสาววัยสิบแปดปีสาละวนอยู่หน้าเตาอบขนม ใบหน้าหวานละมุนมีเหงื่อซึมเพราะความร้อนแต่กลีบปากอิ่มกลับมีรอยยิ้มไม่จาง ทุกครั้งที่นึกถึงประโยคคำพูดของพ่อหัวใจดวงน้อยก็จะยิ่งพองโต ‘คุณเหมเขาสั่งคุกกี้รสเนยสิบกล่อง เขาบอกว่าลูกทำอร่อยมาก’ พระพายหัดทำขนมมาตั้งแต่เด็กเพราะมันคือความชอบ ก่อนจะยึดเป็นอาชีพเมื่อมั่นใจในฝีมือของตัวเอง เด็กสาวรู้สึกเขินอายแต่ก็ต้องยอมรับ ว่าที่ผ่านมามีหลายคนชมว่าเธอทำขนมอร่อย แต่คำชมของใครก็ไม่สามารถทำให้หัวใจของเธอพองโตได้เท่ากับคำชมของเหมันต์ “ทำอะไรน่ะหอมฟุ้งไปทั่วบ้านเชียว” คุณพายัพเดินเข้ามาทักทายลูกสาวถึงในห้องครัว จึงถูกทักทายกลับด้วยการสวมกอดบิดาเอาไว้ “วันนี้พ่อกลับไวจังค่ะ” “งานไม่ยุ่งน่ะลูก แล้วนี่ทำอะไรล่ะ” “อบคุ้กกี้ค่ะ พรุ่งนี้จะได้ฝากพ่อเอาไปให้คุณเหม” “พ่อเพิ่งบอกเมื่อวานก็ทำแล้วเหรอ คุณเหมเขาไม่ได้รีบหรอกลูก” “หนูไม่อยากให้เขารอนานค่ะ เขามีน้ำใจอุดหนุนหนูก็เกรงใจแย่แล้ว” คุณพายัพยิ้มด้วยความภาคภูมิใจเมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาว “ความเกรงใจคือสมบัติของผู้ดี พ่อดีใจนะที่หนูเติบโตมาอย่างงดงาม ทั้งๆที่พ่อแทบจะไม่มีเวลาสั่งสอนอะไรหนูเลย” “พ่ออะ จู่ๆก็มาดราม่าซะงั้น ไม่เอานะคะไม่พูดอะไรแบบนี้ ไปอาบน้ำเลยค่ะหนูจะเตรียมข้าวไว้ให้” “อืม...” คุณพายัพส่งยิ้มแล้วเดินออกจากห้องครัวเงียบๆ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะไม่อยากแสดงความรู้สึกทางลบต่อหน้าลูก ชีวิตของพ่อเลี้ยงเดี่ยววัยกว่าห้าสิบมีเบื้องหลังที่แสนขมขื่น อดีตคือความทรงจำเลวร้ายที่หวนนึกทีไรก็ยังสามารถทิ่มแทงใจได้เสมอ พระพายมองตามหลังบิดาด้วยดวงตาแสนเศร้า เพราะเธอไม่จำเป็นต้องทำตัวสดใสเมื่ออยู่ลำพัง ที่ต้องเหลือกันแค่สองพ่อลูกก็เพราะมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น และเหตุการณ์นั้นก็ทำให้เธอสูญเสียพี่ชายไป แม่ที่ไม่อาจยอมรับความสูญเสียกล่าวโทษเธอ ก่อนจะเลือกเดินออกจากคำว่าครอบครัว ถึงแม้ตอนนั้นเธอจะมีอายุเพียงเก้าขวบ แต่เธอก็ยังคงจดจำทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องราวแต่ทุกความรู้สึกยังคงชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวด เสียใจ หรือแม้กระทั่งอาวรณ์ “ไม่ไปได้มั้ยนิสา...” นั่นคือคำพูดของพ่อที่เธอจำได้ดี ว่ามันแฝงเอาไว้ด้วยความรู้สึกรวดร้าวเหลือประมาณ พ่อรักแม่มาก... พ่อรักแม่ที่สุด... แต่แม่ไม่ต้องการพ่อและยิ่งไม่ต้องการลูกสาวอย่างเธอ ซึ่งหากจะพูดว่าครอบครัวพังลงเพราะเธอก็คงจะไม่ผิดนัก และที่พ่อยังอยู่ตรงนี้ก็เพราะต้องดูและลูกสาวที่แม่ไม่รักคนนี้ เฮ้อ... เด็กสาวถอนใจแรงๆแล้วสลัดความคิดมืดมัวทิ้งไป ก่อนจะเริ่มหยิบจับเตรียมอาหารมื้อค่ำสำหรับบิดา เอาสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องที่กำลังทำ ไม่ปล่อยตัวเองจมอยู่กับเรื่องราวในอดีต เพราะนั่นเท่ากับการทำร้ายตัวเองแบบไม่จบสิ้น ทุกครั้งที่สองพ่อลูกอยู่ด้วยกันพระพายจะเป็นฝ่ายชวนคุยเจื้อยแจ้วไม่ให้บิดารู้สึกเหงา เธอมักจะสรรหาเรื่องต่างๆมาเล่าให้ท่านขบขันอยู่เสมอ “อร่อยมั้ยคะ...” เธอถามขณะที่ตักผัดเปรี้ยวหวานใส่จานให้บิดา “อื้ม...รสชาติดี ฝีมือทำกับข้าวพัฒนาขึ้นนะเนี่ย” “หนูทำได้ดีแค่ไม่กี่อย่างค่ะ แต่ทุกอย่างที่ทำได้เป็นของโปรดพ่อนะคะ” “ขอบใจลูก” “พ่อคะ...” “หืม...” “เอ่อ...คุกกี้ของหนูไม่เสร็จค่ะ พรุ่งนี้แพ็คแล้วหนูจะเอาไปส่งที่บริษัทได้มั้ยคะ” “ไม่ต้องหรอกลูก คุณเหมบอกแล้วว่าไม่ได้รีบร้อน เอาไว้ทำเสร็จค่อยฝากพ่อไปก็ได้” “แต่หนูอยากให้ลูกค้าได้กินแบบสดๆใหม่ๆค่ะ แทบจะไม่อยากให้ข้ามวันเลยด้วยซ้ำ” คุณพายัพชะงักมือที่กำลังตักข้าวใส่ปากแล้วมองลูกสาว “เฉพาะลูกค้าคนนี้หรือเปล่าที่ใส่ใจเป็นพิเศษน่ะ” “กะ...ก็คุณเหมเขาเป็นเจ้านายพ่อนี่คะ หนูก็อยากให้เขาพอใจ” พระพายถึงกับลอบถอนใจที่ตัวเองพูดได้จนจบประโยคโดยไม่ได้แสดงพิรุธอะไรออกมา “พ่อรู้ว่าหนูห่วงพ่อ พ่อขอบใจมากๆนะพาย แต่เอาจริงๆพ่อไม่อยากให้หนูกังวลถึงแต่พ่อจนบางครั้งลืมนึกถึงตัวเอง” “ก็หนูรักพ่อนี่คะ” คุณพายัพส่งยิ้มอ่อนโยนก่อนจะตักข้าวกินต่อ “พรุ่งนี้ถ้าหนูจะเอาขนมไปส่งก็โทรหาพ่อก่อน พ่อจะได้ลงมารับข้างล่าง ดีเหมือนกันหนูจะได้ไปขอบคุณคุณเหมด้วย อุตส่าห์ช่วยอุดหนุนมาตั้งหลายครั้งแล้ว” หัวใจของเด็กสาวเต้นกระหน่ำอยู่ในอกเมื่อรู้ว่าพรุ่งนี้จะได้เจอเขา โชคดีที่บิดาสนใจอาหารตรงหน้าจึงไม่ได้เห็นความเขินอายของเธอ ไม่เช่นนั้นท่านคงจะเดาออกว่าลูกสาวคนนี้แอบชอบเจ้านายของพ่อ ผู้ชาย...ที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น เมื่อหลายเดือนก่อนเธอยังคงเป็นนักเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง วันนั้นเป็นวันสุดท้ายของการไปโรงเรียนซึ่งเลิกเร็วกว่าทุกวัน แต่พระพายยังไม่ได้กลับบ้านพร้อมคนอื่น เพราะบิดาลืมเซ็นเอกสารสำคัญให้เธอ “ฮัลโหลพ่อคะ พ่อลืมเซ็นใบขอทุนให้หนู” เนื่องด้วยเป็นทุนเรียนต่างประเทศจึงจำเป็นต้องให้ผู้ปกครองเซ็นยินยอม มันจึงมีความสำคัญมากพอที่จะทำให้พระพายกล้าโทรรบกวนบิดาในเวลางานของท่าน “เหรอลูก...เอ่อ...เดี๋ยวพ่อโทรกลับนะ” สายถูกตัดไปไม่นานบิดาก็โทรกลับมา พร้อมบอกว่าจะเข้ามาเซ็นให้พร้อมรับเธอกลับไปด้วยกัน วันนั้นบิดาพาเหมันต์ผู้เป็นเจ้านายออกไปพบคนสำคัญข้างนอก จึงขออนุญาตเขาแวะเข้ามาทำธุระที่โรงเรียน ซึ่งเหมันต์ก็ไม่ขัดข้องแล้วยังใจดีให้เธอติดรถกลับไปด้วย ตอนแรกเธอไม่ได้รู้สึกประหม่ามากมายนัก แต่พอต้องนั่งใกล้เขาที่เบาะหลังของรถเบนซ์คันหรู ร่างเล็กในชุดนักเรียนก็รู้สึกเหมือนถูกบีบ เธอซุกตัวอยู่ที่ประตูจนเหมันต์หัวเราะเบาๆ “หึ หึ หึ ดูสิคุณพายัพ ลูกสาวคุณกลัวผมเหมือนหนูกลัวแมวเลย” ทั้งๆที่ปกติทั้งแสบทั้งซนแต่พออยู่ใกล้เขากลลับรู้สึกเหมือนถูกอำนาจบางอย่างข่มไว้ “หึ หึ พาย สวัสดีคุณเหมหรือยังลูก” “สวัสดีค่ะ” “สวัสดี นั่งตามสบายเถอะ” “ค่ะ” “เรียนจบแล้วเหรอ...” “ค่ะ” “เดี๋ยวส่งผมแล้วกลับบ้านได้เลยนะคุณพายัพ พาลูกสาวไปฉลองสักหน่อย” “ขอบคุณครับ” “แล้วนั่นตะกร้าอะไร” เขาถามพลางมองมาที่ตะกร้าบนตักของเธอ “คุกกี้ค่ะ หนูทำมาแจกเพื่อนๆวันจบ” “ทำเองหรอ” “ค่ะ ปกติทำขายค่ะ แต่ขายเล็กๆน้อยๆพอเป็นค่าขนม” เพราะเขาให้ค
like
bc
แค่เมียแต่ง
อัปเดตเมื่อ Sep 24, 2024, 06:38
บรรยากาศภายในไนต์คลับสุดหรูในเวลาใกล้เที่ยงคืนดูคึกคักกว่าตอนหัวค่ำเพราะนักดื่มทั้งหลายมีปริมาณดีกรีที่มากขึ้น “กูถามจริงเถอะไอ้ตรัยทำไมมึงกับเมียตอนนี้ยังเหมือนเดิมอยู่อีกหรอวะ เธอไม่มีอะไรที่พอจะดึงดูดแกให้อยู่ติดบ้านบ้างเลยหรือไง” นาทีถามเพื่อนรักด้วยความคลางแคลงใจเพราะถึงตรัยคุณจะแต่งงานแล้วแต่ก็ยังทำตัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง “แล้วทำไมมึงถึงคิดว่าเหมือนเดิมวะ แต่งงานมาสามปีกว่ากูอาจจะรักเมียแน่นแฟ้นขึ้นมั่งแล้วก็ได้” “เฮอะ! มึงอย่ามาตลก! ถ้าเป็นแบบนั้นมึงจะออกมาดื่มเกือบทุกคืนหรอ แถมยังลากกูออกมาด้วยจนแอนจะขอถอนหมั้นกูแล้วเนี่ย!” “ถอนหมั้นทำไมวะคู่หมั้นมึงนี่งี่เง่าฉิบหาย แค่ออกมาดื่มไม่ได้ไปเอากะใครสักหน่อย!” “ก็กูแทบไม่มีเวลาให้เขาเลย กลางวันก็งานกลางคืนก็มึงเนี่ย! แหม...มาว่าแฟนกูงี่เง่าผู้หญิงที่ไหนเขาก็เป็นแบบนี้ปะวะ เห็นจะมีก็แต่เมียมึงนั่นแหละที่ไม่ตามหึงตามหวง ถ้าไม่ใช่เพราะมีความอดทนสูง ก็คงจะเป็นเพราะเขาไม่ไยดีมึง แต่กูว่าอย่างหลังมากกว่าคนถูกคลุมถุงชนอยู่กันมานานขนาดนี้กูก็ทึ่งละ” “มึงพูดเรื่องอื่นเหอะ พูดถึงเรื่องนี้แล้วกูหงุดหงิดว่ะ” “หึ หึ หึ” ในขณะที่ตรัยคุณกำลังดื่มอย่างสนุกสนานพริมรดาก็กำลังนั่งปาดน้ำตามองลูกชายที่นอนซมอยู่บนเตียงด้วยความสงสาร เธอแต่งงานกับตรัยคุณมากว่าสามปีแล้วซึ่งเป็นสามปีที่เธอรู้สึกอ้างว้างมากที่สุด เธอมีสามีแต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยว ในใจเหน็บหนาวเพราะไม่เคยได้สัมผัสความอบอุ่นใดๆ ในสายตาของเขาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ยังคงมองเธอเช่นเดิม นั่นคือเฉยเมยไร้ความรักใคร่หรือเกลียดชัง ทำราวกับคนแปลกหน้า พริมรดาจึงไม่ค่อยได้สบตาสามีบ่อยนักเพราะเห็นแล้วทำให้ใจเจ็บทุกครั้งไป “อือ...” เสียงครางเบาๆของลูกบีบหัวใจคนเป็นแม่จนต้องปาดน้ำตาทิ้งอีกระลอก มือบางวางทาบแก้มที่มีไอร้อนจากพิษไข้เบาๆ “ปูว่าพาน้องตุลย์ไปโรงพยาบาลดีกว่ามั้ยคะ” “เมื่อบ่ายเพิ่งไปมาเอง พริมว่าเรารออีกสักหน่อยเถอะพี่ปู เพิ่งกินยาไปอีกเดี๋ยวไข้คงลด” “คุณพริมกลัวจะถูกคุณผู้หญิงต่อว่าเหรอคะ” พริมรดาอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งๆที่ส่วนหนึ่งคือความจริง “พริมว่าอีกเดี๋ยวไข้คงลด ถ้าไม่ลดพริมจะให้พี่ปูไปตามลุงชม” “ได้ค่ะ” พริมรดาหันมองลูกชายส่วนมืออีกข้างก็ลูบวนที่หน้าท้องนูนอย่างทะนุถนอม นึกถึงเรื่องราวก่อนที่เธอและเขาจะแต่งงานกัน พื้นเพเธอเป็นคนจังหวัดจันทบุรีพ่อแม่ประกอบอาชีพชาวสวนผลไม้ซึ่งหลักๆคือลำไยและทุเรียน พ่อของเธอและพ่อของตรัยคุณเป็นเพื่อนรักที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเด็ก พอโตขึ้นก็อยากจะให้สองครอบครัวเกี่ยวดองด้วยการให้ลูกๆแต่งงานกัน ถึงแม้ตรัยคุณจะไม่ได้แสดงความรังเกียจหรือต่อต้านแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยินดีรับเธอเป็นภรรยา วันแรกเขามองเธอยังไงวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง อีกความหนักใจของพริมรดาก็คือแม่สามีที่ดูเหมือนจะรังเกียจลูกสะใภ้ด้วยหลายสาเหตุ ทำให้ชีวิตของพริมรดาในคฤหาสน์ปิติภิรมย์หลังนี้ไม่ราบรื่นเท่าไหร่นัก “คุณพริมจะไม่โทรบอกคุณตรัยหน่อยเหรอคะว่าน้องตุลย์ไม่สบาย” “พี่ปูคิดว่าควรบอกเหรอ” หญิงสาวย้อนถามเสียงเศร้าเพราะครั้งหนึ่งเธอเคยตื่นตกใจที่ลูกเป็นไข้ตัวร้อนจัดจนทำอะไรไม่ถูก เธอเลือกที่จะโทรบอกพ่อของลูกเป็นคนแรกแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือถ้อยคำตำหนิและบั่นทอนว่าเธอเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง ทำให้พริมรดารู้ได้โดยไม่ต้องบอกว่าเธอจะต้องผ่านทุกปัญหาไปได้ด้วยตัวเอง “เฮ้อ...แบบนี้อยู่ลำพังกับลูกไม่ดีกว่าเหรอคะ” พริมรดายิ้มเศร้าพร้อมน้ำตาที่รื้นขึ้นเพราะถูกจี้ใจดำ “อยู่แบบนี้ดีแล้วค่ะ อย่างน้อยๆน้องตุลย์ก็มีพ่อ” ความจริงแล้วที่เธออดและทนมาจากหลายสาเหตุ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถพูดกับใครได้เลยแม้แต่คนที่ไว้ใจที่สุดอย่างพ่อแม่ “คุณพริมไปนอนเถอะค่ะ ท้องแก่แล้วร่างกายจะอ่อนแอ ถ้าอดนอนอาจจะติดไข้ง่าย” “เดี๋ยวให้น้องตุลย์ไข้ลดก่อนพริมถึงไปค่ะ” พริมรดาบอกอย่างนั้นด้วยรู้ดีว่าถึงนอนก็คงหลับไม่ลงเพราะห่วงลูก ซึ่งปูก็เข้าใจดีว่าลูกเป็นยิ่งกว่าดวงใจของผู้หญิงที่แสนจะอาภัพคนนี้ เสียงโยนข้าวของดังมาจากห้องข้างๆทำให้พริมรดาที่เผลอหลับไปกับลูกสะดุ้งตื่น เธอรู้ว่าเสียงนั้นเกิดจากความตั้งใจของสามี ทุกครั้งที่เขากลับมาไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนหากเธอไม่ได้อยู่ที่ห้องเขาก็จะทำเช่นนี้ เพื่อทำให้เธอรู้ว่าเขากลับมาแล้วและเธอต้องรีบไปหา “คุณตรัยมาแล้วค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าแล้วยื่นมือไปอังหน้าผากลูกชายเพื่อวัดอุณหภูมิอีกครั้ง เมื่อพบว่าไข้ลดลงมากก็คลี่ยิ้มบางๆด้วยความโล่งใจ “ตัวเย็นแล้ว ฝากน้องตุลย์ด้วยนะคะพี่ปู” “ไปเถอะค่ะไม่ต้องห่วงทางนี้” “ขอบคุณค่ะ” พริมรดาค่อยๆประคองร่างอุ้ยอ้ายลุกไปยังประตูห้องที่เชื่อมติดกันเพื่อดูแลสามี “พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะพริมไม่ได้ยินเสียงเลย” “ไปผสมน้ำอุ่นไปพี่เหนียวตัว” “ค่ะๆ พี่รอสักครู่นะคะ” หญิงสาวรีบพาร่างอุ้ยอ้ายเดินเข้าห้องน้ำเพื่อผสมน้ำอุ่นให้สามีแช่ตัวอย่างที่เขาชอบ โดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังถูกเขามองตามด้วยความหงุดหงิด เดี๋ยวนี้เขาดื่มทุกวันและกลับดึกดื่นทุกคืนก็เพราะภรรยาที่ท้องแก่ไม่สามารถทำหน้าที่บนเตียงได้ ตรัยคุณที่มีความต้องการเต็มเปี่ยมจึงต้องพาตัวเองออกไปอยู่ให้ห่างเพื่อลดความงุ่นง่านลง “เรียบร้อยแล้วนะคะ” “ดึกป่านนี้ทำไมถึงยังอยู่ห้องโน้น” “น้องตุลย์ไม่สบายค่ะพี่ตรัยพริมเลยอยู่ดูลูก” ชายหนุ่มชะงักนิดหนึ่งแต่ครู่เดียวก็กลับเป็นปกติ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สร้างความรู้สึกหดหู่ให้พริมรดาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หากตรัยคุณเอ่ยถามถึงลูกสักคำเธอคงไม่รู้สึกเช่นนี้ แต่เขาไม่ถามซ้ำยังเฉยเมยไม่ทุกข์ร้อนจนเธอนึกเวทนาลูก หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆข่มน้ำตาให้ไหลย้อนกลับก่อนจะย่อตัวลงเก็บทั้งเสื้อผ้าและถุงเท้าที่กระจายอยู่บนพื้น ในสายตาของตรัยคุณเธอไม่ใช่เมีย แต่เป็นเพียงคนรับใช้ส่วนตัวที่สามารถทำได้ทุกอย่างตามที่เขาต้องการ ซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรือถนอมความรู้สึก เพราะต่อให้เขาทำยังไงเธอก็ต้องอดทน “เธอควรชินได้แล้วพริม” เธอกระซิบบอกตัว
like
bc
ใจร้าวรัก
อัปเดตเมื่อ Aug 23, 2024, 04:42
...พ.ศ.2536 “จะเอายังไงกับมันดีคะนาย ตอนนี้มันกลายเป็นเด็กกำพร้าสมบูรณ์แล้ว ญาติมิตรก็ไม่มีอิฉันเองก็เลี้ยงมันไม่ไหว” ยายฟักคนงานวัยกลางคนบอกเล่าพลางมองเด็กหญิงวัยสิบห้าด้วยความเวทนา เดิมทีพ่อแม่ของเด็กหญิงก็เป็นคนงานในไร่ ‘เขมราฐ’ แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดทำให้ทั้งคู่ตายจากลูกไปทีละคน ‘มะลิ’ จึงต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า “ไม่มีญาติเลยหรอ...” “ค่ะ ไม่งั้นก็ต้องส่งไปสถานสงเคราะห์ แต่เด็กโตแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าเขาจะรับหรือเปล่า” เขมราฐ สิงหเวช เอ่ยถามเสียงขรึมก่อนจะยกมือขึ้นเท้าเอว ในขณะที่เด็กหญิงมองเขาอย่างรอคำตอบ เพราะชะตาชีวิตของเธอขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา เธอขาดทั้งพ่อและแม้ย่อมต้องเคว้งคว้างเป็นธรรมดา และหากเขาตัดสินใจส่งเธอไปสถานสงเคราะห์ เธอคงยิ่งรู้สึกหดหู่มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะที่นั่นเธอไม่เคยคุ้นกับผู้คนรอบข้างเหมือนกับไร่แห่งนี้ที่เธอเติบโตมา “อย่าส่งหนูไปสถานสงเคราะห์เลยนะนาย...ให้หนูทำงานในไร่หรือในฟาร์มก็ได้ หนูไม่เอาค่าจ้างเลยหนูขอแค่ได้อยู่ที่นี่” เด็กหญิงวิงวอนพร้อมยกมือขึ้นประนมไหว้เพื่อร้องขอความเมตตาพอดีกับที่วนิดาเดินเข้ามาสมทบ “ให้อยู่เป็นเพื่อนน้องได้มั้ยคะพี่เขม น้องอยากมีเพื่อน” เขมราฐมองน้องสาวด้วยแววตาอ่อนโยน เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเขาก็เพิ่งสูญเสียทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน จึงต้องรับเอาน้องสาวมาดูแล “น้องเหงาเหรอ...” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงบ่งบอกถึงความรักที่มีต่อน้องสาว “ค่ะ เอาไว้เป็นเพื่อนคุยหรือใช้งานก็ยังดี” “อืม...งั้นพี่ตามใจน้องก็แล้วกัน” เพราะน้องคนกลางเสียชีวิตตั้งแต่ในท้องแม่เขมราฐจึงมีวนิดาเป็นน้องสาวเพียงคนเดียว และด้วยอายุที่ห่างกันถึงสิบสองปีก็ทำให้เขาทั้งรักและเอ็นดูเธอมาก ยิ่งมาเหลือกันแค่สองคนพี่น้องเขมราฐก็ยิ่งรักเธอมากขึ้นไปอีก “เธออายุเท่าไหร่แล้ว” “สิบห้าค่ะ” “อืม...เป็นน้องฉันเกือบหนึ่งปี แล้วยังเรียนหนังสืออยู่หรือเปล่า” “เพิ่งจบม.3ค่ะ ยังไม่ได้สมัครเข้าเรียนต่อ” มะลิตอบพร้อมกับมองวนิดาอย่างมีความหวัง “ให้เรียนต่อด้วยนะคะพี่เขมน้องอยากได้คนฉลาด น้องไม่ชอบคนโง่ค่ะ” วนิดาพูดอย่างตรงไปตรงมาตามนิสัยเอาแต่ใจของเธอ “อืม...ได้สิ เดี๋ยวฉันจะให้ป้าสอนพาเธอไปเข้าเรียน แล้วเธอก็เก็บข้าวของย้ายมาอยู่ที่ห้องแม่บ้านแล้วกัน” “ขอบคุณนายสิมะลิ” ยายฟักเตือนเมื่อเห็นเด็กหญิงเอาแต่นั่งอึ้ง “ขอบคุณค่ะนาย!” เด็กหญิงดีใจจนน้ำตารื้นที่ไม่ต้องจากไร่ที่เธอคุ้นเคยไปอยู่สถานสงเคราะห์ และตั้งแต่วันนั้นสายตาที่เธอมองเขมราฐและวนิดาก็ไม่ต่างจากสุนัขเวลามองเจ้าของ เพราะเธอถือว่าทั้งคู่เป็นผู้มีพระคุณที่ให้ชีวิตใหม่กับเธอ ชีวิตของมะลิในบ้านหลังใหม่ถึงจะอยู่ในสถานะเด็กรับใช้แต่ก็ไม่ได้แย่เลย เพราะคุณน้องเจ้านายของเธอเห็นเธอเป็นเหมือนเพื่อน ถึงจะแบ่งแยกชนชั้นตามนิสัยเย่อหยิ่งแต่ก็หยิบยื่นหลายอย่างที่เธอไม่เคยมี “เธออวบกว่าฉันน่าจะใส่สวยกว่า” “แต่ชุดนี้เป็นชุดใหม่ไม่ใช่เหรอคะยังมีป้ายอยู่เลย” “อืม...ฉันลองแล้วมันหลวมไปหน่อยจะเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ให้เธอไปใส่ดีกว่า” “ขอบคุณค่ะคุณน้อง” นอกจากสิ่งของแล้วนิดาก็ยังให้ความรู้กับเธอด้วย สิ่งที่วนิดาเน้นมากกว่าอย่างอื่นคือภาษาอังกฤษ ทุกๆวันมะลิจะต้องท่องคำศัพท์และพูดคุยภาษาอังกฤษสั้นๆเพื่อฝึกฝนโดยมีวนิดาเป็นคนสอน “เดี๋ยวหนูลงไปช่วยป้าสอนเตรียมมื้อเย็นก่อนนะคะคุณน้อง” “อืม...” เพราะอยากตอบแทนผู้มีพระคุณมะลิจึงทำทุกอย่างที่เธอทำได้ ไม่ว่าจะถูกใครเรียกใช้เด็กหญิงก็ไม่เคยเกี่ยง “เดี๋ยว!” เท้าเล็กหยุดยืนที่เชิงบันไดเมื่อถูกเรียกเสียงแหลมจากแขกพิเศษของเขมราฐ “คะคุณยุ้ย” “นั่นชุดอะไร!” “คุณน้องให้หนูมาค่ะ” “โกหก! ชุดราคาแพงแบบนี้คุณน้องจะยกให้แกได้ยังไง!” ศิริมาแผดเสียงเพราะกำลังไม่พอใจอย่างรุนแรง เนื่องจากชุดที่มะลิถือเป็นชุดที่เธอซื้อให้วนิดาเพื่อเอาใจ “หนูไม่ได้โกหกนะคะ! คุณน้องให้หนูมาจริงๆค่ะ!” เด็กหญิงละล่ำละลักทันทีที่ถูกกล่าวหา “มีอะไรกันเหรอ...” เขมราฐถอดหมวกคาวบอยออกแล้วหยุดมองทั้งสองคนด้วยแววตาเป็นคำถาม และสายตาคู่คมของเขาก็เหมือนมีพลังวิเศษ เพราะมันสามารถทำให้ในหน้าบูดบึ้งของศิริมาที่กำลังโกรธมียิ้มหวานหยดได้อย่างเหลือเชื่อ “ว่าไง...มีอะไรกัน” “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เธอไปได้แล้ว” มะลิรีบเดินหนีเมื่ออีกฝ่ายโบกมือไล่ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ศิริมาพูดจาปรักปรำให้ร้ายเธอ “เขมคะ...” “อืม...” “ยุ้ยรู้นะคะว่ามันเป็นเรื่องในบ้านเขม แต่ยุ้ยกับเขมเราก็เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกันเลยอยากเตือน” “คุณมีอะไรคุณก็พูดมาตรงๆเถอะยุ้ย” เขมราฐบอกเสียงขรึมตามนิสัย เพราะเขาไม่ชอบอะไรที่จุกจิกรำคาญใจ “ก็เด็กนั่นน่ะค่ะ ยุ้ยเห็นหลายครั้งที่เอาของออกมาจากห้องของคุณน้อง” “ยัยน้องคงให้กันน่ะ” “บางอย่างให้บางอย่างอาจจะหยิบเอามาเฉยๆก็ได้นะคะ เด็กเหลือขอแบบนั้นไม่ควรไว้ใจมาก” “คุณอย่าใส่ใจเลย” “ยุ้ยห่วงค่ะ เอาจริงๆเด็กที่ขาดทุกๆอย่างแบบนั้นเวลาที่ได้อยู่ใกล้สิ่งที่ขาดแรกๆก็คงชื่นชม แต่พอนานไปอาจกลายเป็นอิจฉาอยากทำลายขึ้นมาก็ได้” ศิริมาใส่ไฟเพราะเธอไม่ชอบมะลิตั้งแต่แรกเห็น ซึ่งเหตุผลส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะกลัวว่ามะลิจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้หญิงอีกคนของเขมราฐ “คุณหมายความว่ายังไง” “ก็หมายความว่าวันนี้เด็กนั่นคอยรับใช้ใกล้ชิดคุณน้อง และคุณน้องก็เมตตาหยิบยื่นอะไรๆให้ แรกๆก็รับเท่าที่ให้แต่นานวันอาจอิจฉาคิดแย่งชิง ดีไม่ดีอาจคิดไม่ซื่อกับคุณน้องก็ได้นะคะ” เขมราฐนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งเพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับน้องสาว “อย่าเพิ่งคิดอะไรเลวร้ายแบบนั้นเลยยุ้ย มาอยู่ที่นี่เดือนกว่ามะลิก็ขยันขันแข็งดี อีกอย่างก็ไม่ได้มีท่าทีร้ายๆอย่างที่คุณกังวลเลย” “แต่...” “ผมขอไปอาบน้ำก่อนนะ เหนียวตัวจะเเย่...” “ให้ยุ้ยช่วยมั้ยคะ...” “เอาสิ...” ชายหนุ่มตอบรับอย่างไม่คิดลังเลเพราะไม่มีเหตุผลที่
like
bc
ให้รักนำทาง
อัปเดตเมื่อ Jul 25, 2024, 07:01
ให้รักนำทาง…1 ห้องแกรนด์บอลรูมขนาดใหญ่มีผู้คนนับพันมาร่วมงานที่มีชื่อว่างาน ‘ประมูลเพชรการกุศล’ และเพราะมีคำว่าการกุศลพ่วงท้ายจึงมีนักบุญมากมายมารวมตัวกัน เหล่าเซเลปไฮโซใจบุญตบเท้าเข้าร่วมงานการกุศลอย่าคับคั่ง! ‘ข่าววันพรุ่งนี้คงจะพาดหัวประมาณนั้น’ แต่ในความเป็นจริงเพชรน้ำหนึ่งรู้ดีว่าแต่ละคนที่มาเพราะอยากอวดประชันความมั่งมีของตัวเอง ไม่เว้นแม้กระทั่งครอบครัวของเธอก็ด้วย และถ้าหากจะถามว่าเธอชอบการใส่หน้ากากแบบนี้มั้ย เพชรน้ำหนึ่งก็คงจะขอตอบอย่างมั่นใจว่า...ชอบมาก!!! “สวัสดีค่ะคุณป้า” หญิงสาวส่งยิ้มหวานเกินจำเป็นเพื่อทักทายคุณหญิงอิงอรซึ่งเป็นคนดังคนหนึ่งในแวดวงไฮโซ “อ่อ...จ้ะ สวัสดีจ้ะ มากับใครล่ะเนี่ย” “มากับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ อยู่ทางด้านโน้นน่ะค่ะคุณป้า” “ป้าอยากเจออยู่พอดีเลย มีเรื่องอยากจะขอโทษพ่อแม่หนูน่ะ” “มีอะไรหรือเปล่าคะ” “ก็เรื่องที่ป้าสื่อให้ลูกชายของตระกูลทองประทานกับหนูน่ะสิ คิดไม่ถึงจริงๆว่าจะถูกปฏิเสธเอา” เพชรน้ำหนึ่งหน้าร้อนวูบเมื่อรู้ว่าเธอถูกปฏิเสธอีกครั้ง “ความจริงป้าก็พยายามพูดแล้วนะว่าถึงหนูจะไม่ใช่สายเลือดของแก้ววินิจแท้ๆ แต่ก็นับเป็นทายาทคนเดียว แต่ก็นั่นแหละหนู ตระกูลที่เขามั่งคั่งเพียบพร้อมเขาก็อยากจะได้ลูกสะใภ้ที่มีเลือดผู้ดีแท้ๆ แต่หนูไม่ต้องห่วงนะป้าจะมองๆหาคนใหม่ที่เหมาะสมให้ แต่อาจจะต้องลดสเปคลงหน่อย หล่อ รวย แต่เป็นพวกเศรษฐีใหม่ไม่ใช่ผู้ดีเก่าแก่” กรี๊ดดดด!!! หญิงสาวกรีดร้องอยู่ในใจขณะที่ฟังคำพูดของคุณหญิงที่เป็นแม่สื่อหาผู้ชายมาเกี่ยวดองกับเธอ ซึ่งแต่ละคำล้วนแล้วแต่เหมือนดูถูกมากกว่าเห็นใจ ลดสเปคงั้นเหรอ! เธอไม่คู่ควรอย่างนั้นเหรอ! แล้วทุกคนจะได้รู้ว่าดูถูกเธอมากเกินไป! เพชรน้ำหนึ่งคิดอย่างขุ่นเคืองด้วยรู้ดีว่าลึกๆแล้วคนเหล่านั้นรังเกียจเธออยู่ ถึงแม้เวลาที่พบเจอกันตามงานจะยิ้มแย้มทักทาย แต่นัยน์ตาที่มองมามันเหมือนกับกำลังด่าว่าเธอเป็นอีกาที่หลงอยู่ในฝูงหงส์ แย่ไปกว่านั้นคือแววตาที่มองเธออย่างสมเพชเวทนาซึ่งเธออยากอาเจียนทุกครั้งที่เห็น “ลอง...” “หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ!” เธอพูดเสียงห้วนแล้วเดินเชิดหน้าออกไปอย่างเย่อหยิ่งโดยไม่สนใจว่าคู่สนทนาจะรู้สึกเช่นไร ด้วยรู้ดีว่าต่อให้เธอพยายามรักษามารยาทมากแค่ไหนคนพวกนั้นก็ไม่มีวันเห็นเธอดีไปได้ “เสียมารยาท! เลี้ยงดียังไงก็ยังต่ำ!” เสียงค่อนขอดตามด้วยเสียงซุบซิบนินทาที่ดังตามหลังไม่อาจหยุดสองเท้าเล็กในรองเท้าส้นสูงคู่สวยได้ เพชรน้ำหนึ่งยังคงก้าวเดินต่อไปราวกับไม่ได้ยิน เพราะรู้ว่านั่นคือวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับคนเหล่านั้น สถานที่ที่หญิงสาวใช้หลบมาปรับอารมณ์ให้เย็นลงคือห้องน้ำ แต่แล้วผลลับธ์กลับตรงกันข้ามเพราะไม่ว่าจะไปทางไหนก็ยังได้ยินสิ่งที่ไม่อยากได้ยินอยู่ดี “นี่! ได้ยินที่คุณหญิงอิงอรพูดกับแม่นางมั่นนั่นมั้ย” เสียงถามกลั้วหัวเราะบ่งบอกอารมณ์คนพูดได้เป็นอย่างดี ซึ่งโทสะของคนที่กำลังถูกกล่าวถึงก็พุ่งขึ้นเป็นริ้วๆจนต้องกำมือแน่น “ได้ยินสิ ฉันล่ะกางหูรอฟังเลย” “ไม่ต่างกันจ้ะ บอกตรงๆนะว่าฉันทั้งหมั่นไส้ทั้งสมเพชนาง คงจะอยากยกระดับตัวเองอีกขั้นด้วยการหาผู้ชายมีตระกูลมาแต่งงานด้วย เฮอะ! ไม่ได้เจียมเลยว่าตัวเองเป็นแค่เด็กข้างถนนที่ถูกเก็บมาเลี้ยง ครอบครัวผู้ดีที่ไหนจะอยากได้ไปเป็นสะใภ้” “จริง! อย่างดีก็จับได้แค่ไอ้พวกปลายแถวเท่านั้นแหละ” เพชรน้ำหนึ่งพยายามสงบอารมณ์ด้วยการนับเลขในใจช้าๆไปจนถึงหลักพัน ถึงแม้คำพูดเหยียดหยามเหล่านั้นจะเข้าหูอยู่เสมอแต่เธอไม่เคยชินชา ทุกครั้งที่ได้ยินมันทิ่มแทงใจเธอได้ซ้ำๆโดยที่ความเจ็บไม่ลดลงเลย “เลิกพูดถึงนางเถอะฉันเวทนา มาพูดถึงคุณราชันลูกชายตระกูลรัตนเลิศดีกว่า” “ฉันได้ยินข่าวแว่วๆมาอยู่นะว่าเขากำลังจะย้ายกลับไทยถาวร!” น้ำเสียงตื่นเต้นของสองสาวสร้างความอยากรู้ให้กับเพชรน้ำหนึ่งจนยอมขังตัวเองไว้ในห้องน้ำต่ออีกนิด “จริงหรอ!” “อือ...นี่ฉันว่าจะพาตัวเองไปอาบน้ำแร่แช่น้ำนมสักหน่อย คุณราชันจะกลับเดือนหน้าคงมีเวลาพอให้ฉันทำสวยเผื่อจะได้เจอตามงานบ้าง” “แต่เรื่องนี้ฉันคงต้องขอลงสนามด้วยนะ ถึงเราจะเป็นเพื่อนกันแต่ทำไงได้ล่ะในเมื่อผู้ชายอย่างคุณราชันมันมีน้อยอะ” “เอาเถอะ ฉันคิดว่าฉันไม่แพ้ ถ้าจะมาลงสนามก็มาเลยแต่บอกก่อนนะว่าไม่ง่าย เพราะผู้ชายอย่างคุณราชันน่ะใครๆก็อยากได้ พวกบรรดาพ่อแม่ทั้งหลายพอรู้ว่าเขาจะกลับมาไทยก็คงเตรียมผลักเตรียมดันลูกกันยกใหญ่!” “นั่นสิ” ปัง!! อุ้ย!! เสียงประตูห้องน้ำที่ถูกเปิดอย่างแรงทำเอาสองสาวสะดุ้งโหยงและเมื่อรู้ว่าเป็นใครก็ถึงกับหน้าถอดสี “นี่...” หนึ่งในสองสาวถึงกับลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็นสายตาที่ไม่ต่างจากเสือสาวของเพชรน้ำหนึ่ง แต่ก็ยังแสร้งทำโมโหกลบเกลื่อน “นี่เธอแอบฟังเหรอ! ทุเรศที่สุด!” “ใช่! เสียมารยาท!” “พวกเธอต่างหากที่ทั้งทุเรศทั้งเสียมารยาท! พูดนินทาคนอื่นสนุกปากในที่สาธารณะ แถมยังเพ้อเจ้อถึงผู้ชายแบบไม่อายปาก!” หญิงสาวตอกหน้ากลับอย่างไม่ยอมแพ้ถึงแม้อีกฝ่ายจะมากกว่าก็ไม่สามารถทำให้เธอกลัวได้เลย “ปากของฉัน! ฉันจะพูดอะไรก็ได้!” “แต่ต้องไม่ใช่การนินทาว่าร้ายคนอื่นโดยเฉพาะฉัน! จะบอกอะไรให้นะ...” ดวงตาคู่สวยที่ถูกกรีดอายไลน์เนอร์จนคมเฉี่ยวจิกมองสองสาวด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง “เลิกเพ้อเจ้อเถอะ คนสันดานหยาบปากสกปรกอย่างพวกเธอผู้ชายดีๆแบบนั้นเขาไม่มาเอาหรอก!” “ก็ยังดีกว่าเด็กข้างถนนอย่างแกก็แล้วกัน! อีขยะ!” นัยน์ตาคู่สวยลุกวาบแล้วเงื้อมือขึ้นสุดแขน เป้าหมายคือแก้มขาวๆของคนที่ลอยหน้าด่าทอเธออย่างไม่มีสลด “น้ำหนึ่ง!” คุณวดีรีบก้าวเร็วเข้ามารั้งแขนลูกสาวด้วยความตื่นตระหนก “นี่มันอะไรกันลูก!” “เปล่าค่ะ” เธอลดมือลงข้างตัวพร้อมกับสองสาวที่รีบเดินหนีออกไปอย่างลนลาน “มีอะไรกันอีก” “เปล่าค่ะ” “แม่บอกแล้วสอนแล้วนะว่าต้องอดทน ยิ่งเขามองว่าเราคนละชั้นเราต้องยิ่งพิสูจน์ให้เขาเห็น ว่าความเป็นผู้ดีมันอยู่ในกมลสันดานไม่ใช่สายเลือด” คุณวดีบอกสอนคำเดิมที่เคยพูดเสมอเวลาที่เธอทะเลาะกับใคร ท่านพูดเช่นนี้กับเธอเสมอโดยไม่เคยถามถึงต้นสา
like
bc
ราคีพิสุทธิ์
อัปเดตเมื่อ Jun 24, 2024, 04:07
ตอนเด็กๆเธอวาดฝันว่าโตขึ้นจะได้เป็นเจ้าสาวของเขา แต่ความจริงเธอเป็นได้แค่ 'เหยื่อ' ที่เขาไม่มีวันจะรัก...
like
bc
เมียคุณปราบ
อัปเดตเมื่อ May 25, 2024, 23:46
ปราบศึกมองหญิงสาวในชุดนักศึกษาอย่างพิจารณา เพราะจู่ ๆ เธอก็มาขอพบและเสนอตัวเองแลกกับโฉนดบ้านพร้อมที่ดินที่บิดาเธอเอามาจำนองไว้ “อืม...” ชายหนุ่มยกมือลูบคางแล้วมองมาที่เธอไม่ละไปทางอื่น เขาทำราวกับอยากพูดบางอย่าง ซึ่งแววตาที่เขาใช้มองเธอมันเหมือนกับกำลังพิจารณาสินค้าชิ้นหนึ่ง ทำเอามิรินถึงกับหน้าชาแล้วชาอีก “เธอรู้หรือเปล่าว่าพ่อเธอเอาบ้านมาจำนองไว้เท่าไหร่” “ค่ะ หนึ่งล้านสามแสนค่ะ” “แล้วเธอคิดว่าร่างกายของเธอมันมีค่าขนาดนั้นเลยเหรอ...” คำถามนั้นสร้างความอับอายให้กับเธอจนใบหน้าเหมือนจะหมดความรู้สึกไปชั่วขณะ “ว่าไงล่ะ อย่าเงียบเพราะฉันไม่ชอบพูดอยู่ฝ่ายเดียว” น้ำเสียงเข้มขรึมแต่จริงจังของปราบศึกไม่ได้มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย หากเรื่องที่เธอต้องการมาคุยไม่ได้สลักสำคัญอะไรมิรินคงจะวิ่งหนีอายไปเสียนานแล้ว “คะ... คือ... หนูไม่มีอย่างอื่นจะแลกเปลี่ยนค่ะ” “ฟังนะ...” คนตัวโตพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลายกว่าเดิม “ถึงฉันจะขาดเซ็กซ์ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะหน้ามืดซื้อผู้หญิงด้วยเงินหลักล้าน ถึงรูปร่างหน้าตาเธอจะถูกใจฉันก็เถอะ ราคาที่เธอเสนอฉันสามารถเรียกดารานางแบบมาใช้บริการได้เลยนะ” มิรินกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก อายแสนอายที่ต้องมาเสนอตัวให้เขาทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายแสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้องการ แต่เธอก็จำต้องข่มความอายนั้นไว้แล้วทำสิ่งที่ตั้งใจให้สำเร็จ “แต่หนู... ยังไม่เคย... เอ่อ... ไม่เคยมีใครนะคะ” หญิงสาวเสนอในสิ่งที่คิดว่าอาจจะทำให้เขาสนใจแต่ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบสนิท “หนึ่งล้านนี่ค่าซิงสินะ” มือเล็กบีบกันแน่นอยู่บนตัก ภายในอกอัดอั้นจนอยากจะร้องไห้ออกมาเพราะความกดดัน “เอาเถอะ ฉันเห็นแก่ความพยายามของเธอ แต่คงจะยกหนี้ให้ไม่ได้หรอกนะ เพราะมองยังไงก็ไม่คุ้ม เอาเป็นว่าเธอมาหาฉันอาทิตย์ละสองครั้งแทนค่าดอกก็แล้วกัน ส่วนค่าความสาวของเธอในครั้งแรกฉันจะลดหนี้ให้ห้าแสน ถือว่าฉันใจดีสุด ๆ แล้วนะ จะรับหรือไม่รับข้อเสนอนี้ก็แล้วแต่เธอ” “ค่ะ หนูตกลง” มิรินตอบตกลงโดยที่ไม่เสียเวลาคิดเลยสักนาที “ถือว่าเธอฉลาด...” ปราบศึกกล่าวชมตรง ๆ เพราะการที่เธอตอบรับมันดีกับตัวเธอเอง หากว่ามิรินต่อรองหรืออิดออดเขาก็ไม่จำเป็นต้องเห็นใจเธออีก “พรุ่งนี้มาหาฉันที่นี่ตอนห้าทุ่ม” “ค่ะ” ถึงแม้ใจจะสั่นแต่มิรินก็ยังคงรับคำหนักแน่น “วันนี้ไปได้แล้ว...” “ค่ะ ขอบคุณค่ะ” เธอยกมือประนมไหว้ทั้ง ๆ ที่ในใจอยากจะใช้นิ้วจิ้มตาคนเย่อหยิ่งเสียให้บอด ปราบศึกเป็นเหมือนที่ใคร ๆ กล่าวขานเอาไว้ไม่ผิดเพี๊ยน เขาเย่อหยิ่ง ถือตัว และเคร่งขรึมไร้รอยยิ้มจนบางคนพูดเอาไว้ว่าเขาเหมือนมัจจุราชที่ไร้ความรู้สึก แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นผู้ชายที่หล่อเหลาราวกับเทพเทวดา รูปร่างกำยำบึกบึน เรียกได้ว่าไร้ที่ติ “เดี๋ยว!” “คะ...” “อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร เพราะคนอื่นอาจจะส่งลูกมาล้างหนี้เหมือนที่พ่อเธอทำ” ถึงแม้จะพยายามอดทนมาตลอดแต่สุดท้ายหญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะโต้เถียงเมื่อเขาแตะต้องบิดา “พ่อไม่ได้ส่งหนูมาค่ะคุณกำลังเข้าใจผิด! และเรื่องนี้หนูก็อยากขอให้คุณช่วยเก็บเป็นความลับเหมือนกัน หนูไม่ต้องการให้ใครรู้โดยเฉพาะพ่อ” ปราบศึกกดยิ้มมุมปากเมื่อเธอพูดจบ ซึ่งเป็นรอยยิ้มแรกที่เธอได้รับจากเขา แต่มันคือรอยยิ้มที่ไม่ประทับใจเอาเสียเลย เพราะมันแฝงไปด้วยความเยาะหยันและดูแคลน “เชิญ!” เขาผายมือไปทางประตูเมื่อเห็นว่าเธอยืนมองเขาคล้ายจะเอาเรื่อง มิรินจึงทำได้เพียงสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วเดินออกมา เพราะสถานะของเธอในตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยให้ทำอะไรมากไปกว่านั้น น้ำตาที่เอ่อขังในดวงตากลมโตไม่ได้มาจากความเสียใจ แต่เป็นเพราะอับอายจนกลั้นมันเอาไว้ไม่ได้ มิรินเดินออกจากโรงแรมหรูโดยไม่เงยหน้ามองใคร ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครรู้ว่าเธอไปทำอะไรมา แต่เธอก็รู้สึกว่าสิ่งที่เพิ่งทำลงไปมันน่าละอายเกินทน ‘แกทำถูกแล้วมิริน’ หญิงสาวบอกตัวเองในใจ เพราะหากว่าย้อนเวลากลับไปได้เธอก็ยังคงเลือกทำเหมือนเดิม ปราบศึก... ชื่อของผู้ชายที่เธอต้องบำเรอเขาผุดขึ้นมาในความคิด ชื่อเสียงของเขาที่ได้ยินมาไม่ค่อยดีนัก เพราะมีข่าวลือหนาหูว่าเขาคือนักธุรกิจที่สนใจเพียงแต่ผลประโยชน์ ไม่มีความเมตตาให้กับใครทั้งสิ้น ซ้ำยังเป็นคนเย่อหยิ่งถือตัวเสียจนน่าหมั่นไส้ ซึ่งวันนี้มิรินก็ได้พิสูจน์กับตัวเองแล้วว่าสิ่งที่ได้ยินมานั้นเป็นความจริง “มิริน...” สองเท้าเล็กในรองเท้าคัชชูชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงเรียก ก่อนที่เธอจะรีบปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว “ค่ะพ่อ” “หนูไปไหนมา กลับเสียจนมืดค่ำ” “หนู... ไปเอ่อ... หางานทำค่ะ” ใบหน้าคุณมารุตสลดวูบเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวบอก “ถ้าพ่อไม่โง่หนูก็คงไม่ต้องลำบากแบบนี้” “พ่อไม่ต้องคิดอะไรแบบนั้นเลยนะคะ ความจริงหนูควรทำงานพิเศษนานแล้วด้วยซ้ำ” มิรินบอกตามจริง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาพ่อดูแลเธออย่างดีไม่เคยปล่อยให้ลำบาก รวมทั้งไม่ยอมให้เธอทำงานพิเศษเพราะอยากให้เอาเวลาไปทุ่มเทกับการเรียน ถึงแม้บ้านเธอจะไม่ได้มีฐานะร่ำรวย แต่เงินเดือนข้าราชการครูของพ่อก็เลี้ยงเธอได้อย่างไม่ลำบาก แต่ที่เหตุการณ์มาพลิกผันก็เพราะพ่อของเธอมีรักครั้งใหม่กับม่ายสาวคนหนึ่ง และก็ถูกอีกฝ่ายปอกลอกจนหมดเนื้อหมดตัว แม้แต่บ้านก็ยังเอาไปจำนองไว้กับปราบศึกซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดัง “พ่ออย่าโทษตัวเองเลยค่ะ” “ขอบใจนะที่ไม่โกรธพ่อ” “ค่ะ แต่หนูอยากจะรู้ว่าทำไมพ่อถึงเลือกเอาที่ดินไปจำนองกับคุณปราบศึกแทนที่จะเป็นธนาคารคะ” คุณมารุตหลบตาลูกสาวเพราะความละอายก่อนจะตอบคำถาม “เพราะพ่อรู้ว่าเขาอยากได้ที่ตรงนี้ เขากว้านซื้อจากชาวบ้านไปแล้วหลายคน พ่อเลยเอาไปเสนอเขาในราคาที่มากกว่าธนาคารจะให้เป็นเท่าตัวและเขาก็ตกลงทันที” “ค่ะ หนูเข้าใจแล้ว” “มิรินไม่โกรธพ่อนะลูก...” “ไม่ค่ะ หนูขอแค่พ่ออย่าท้อ เราจะช่วยกันไถ่ถอนมันออกมาให้ได้ เพราะที่นี่เป็นมากกว่าบ้าน ทุก ๆ ตารางนิ้วที่นี่มีความทรงจำเกี่ยวกับแม่อยู่” “พ่อจะพยายามนะ แต่...” “หนูจะช่วยพ่อเองค่ะ หนูทำได้” “ตอนนี้พ่อค้างเงินดอกเขาจะสามเดือนแล้ว อีกไม่นานเขาคง...” “เขาไม่ยึดห
like
bc
ซากปรารถนา
อัปเดตเมื่อ Apr 25, 2024, 20:12
เหมือนฝัน นิ่มอนงค์ หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้มีรูปร่างอรชร ใบหน้าที่น่ารักจิ้มลิ้มและรอยยิ้มสดใสของเธอสะกดคนมองได้ไม่ยาก ถึงแม้ตลอดชีวิตของเธอจะไม่เคยได้สัมผัสกับคำว่าสุขหรือสบาย แต่ใบหน้าเกลี้ยงเกลาก็มีรอยยิ้มอยู่เสมอ เพราะเธอถือคติที่ว่า...  ‘ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอแค่ยิ้มสู้’ ถึงรูปร่างและใบหน้าของเธอจะให้ความรู้สึกอยากทะนุถนอม แต่คนที่รู้จักมักคุ้นต่างรู้ดีว่าเหมือนฝันนั้นแกร่งแค่ไหน “พี่ฝัน ๆ” เสียงเรียกที่ไล่ตามหลังมาทำให้สองเท้าเล็กหยุดก้าวเดินก่อนจะหันกลับมาหาน้องชาย “อะไรเหรอกล้า” “มีสักร้อยไหมอะ กล้าจะไปปากซอย เพื่อนชวนไปแต่กล้าไม่มีเงินเลย” หญิงสาวมองน้องชายอยู่ครู่หนึ่งจึงล้วงหาเงินในกระเป๋ากางเกงยีนของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะค้นกระเป๋าไหนก็รวมเงินได้เพียงแปดสิบบาทเท่านั้น “พี่มีแค่แปดสิบ กล้าเอาไปหกสิบก็แล้วกัน” “ขอบคุณครับ...” เหมือนฝันยิ้มบาง ๆ แล้วยัดแบงค์ยี่สิบบาทใส่กระเป๋าหลังเพื่อเอาไว้ใช้เป็นค่ารถเมล์ ถึงแม้เธอจะมีวัยไม่มากนักแต่เหมือนฝันก็เป็นเสาหลักให้ครอบครัวได้ และทำหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจเพื่อแบ่งเบาภาระของมารดา เพราะบิดาของเธอไม่มีคุณสมบัติของหัวหน้าครอบครัวเลยแม้แต่น้อย “ฝัน! รอฉันด้วย!” เสียงเรียกของทับทิมไม่ได้ทำให้เหมือนฝันหยุดเดินแต่เธอชะลอฝีเท้าลง “คิดว่าจะไม่ทันเธอเสียแล้ว” “ทันสิ เดี๋ยวนี้แกตื่นเร็วกว่าเดิมแล้วนี่” “บอกตรง ๆ นะว่าฉันยังง่วงอยู่เลย นับถือแกจริง ๆ เลยว่ะ ขนาดทำงานสองที่ยังตื่นไปทำงานได้ทุกวัน” “แหม... นับถงนับถืออะไรกัน งานที่ฉันทำมันไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้นสักหน่อย” “จ้า... แม่คนแกร่งแห่งปี!” ทับทิมค่อนขอดแต่แววตาที่มองเพื่อนมีแต่ความเห็นใจอย่างชัดเจน ตั้งแต่เล็กจนโตเธอเห็นเพื่อนทำงานมาตลอดแต่ไม่มีวันไหนเลยที่เหมือนฝันจะบ่นว่าเหนื่อย ทั้งสองขึ้นรถเมล์ไปไม่นานก็ลงเพราะถึงที่หมาย ปากซอยแห่งหนึ่งที่เป็นดั่งสวรรค์ของคนกลางคืน สถานที่ที่สามารถเรียกได้ว่าสถานที่อโคจรอย่างแท้จริง ‘วาเลนไทน์คลับ’ คือชื่อสถานบันเทิงที่เป็นสมาชิกของถนนสายนี้ อีกทั้งยังเป็นที่ทำงานของเหมือนฝันและทับทิมอีกด้วย “มาเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็ว ๆ วันนี้เป็นไรไม่รู้แม่งลาป่วยกันอย่างกับนัดไว้ ถ้ารู้ว่าข้ออ้างจะไล่ออกให้หมด!” เคน หรือดนัย ผู้จัดการของวาเลนไทน์คลับบ่นอย่างหัวเสียเพราะนักร้องชายลาป่วยในวันเดียวกัน แต่ทับทิมและเหมือนฝันที่ได้ยินอย่างนั้นกลับลอบยิ้ม เพราะการที่เหลือคนไม่มากทำให้เหนื่อยขึ้นก็จริง แต่ทิปที่ได้ก็จะมากขึ้นด้วยเพราะตัวหารน้อยลง “วันนี้สองคนสลับกันร้องนะ นักร้องชายสงสัยจะคออักเสบกันหมดแล้ว เดี๋ยวจะให้พวกมันพักอยู่บ้านยาว ๆ เลย” “ค่ะคุณเคน” “สู้เปล่าแก” ทับทิมหลิ่วตาให้เพื่อนซึ่งเหมือนฝันก็รีบชูสองนิ้วทันที “สู้ตายค่า...” “งั้นก็...” ลุย!! สองสาวพูดพร้อมกันแล้วจึงเดินเข้าไปในส่วนของพนักงานด้วยท่าทางเข้มแข็ง   ภายในห้องโถงที่ถูกตกแต่งด้วยเครื่องเรือนหรูหราทันสมัย มีคุณปู่และหลานชายสุดที่รักกำลังทุ่มเถียงกันอย่างจริงจังถึงเรื่องการมีทายาทสืบสกุล ซึ่งมาวินมองว่ามันคือเรื่องที่ไร้สาระเอามาก ๆ “เวลาของแกมันยังอีกยาวไกลฉันรู้ และก็รู้ด้วยว่าแกยังไม่อยากแต่งงานกับใคร แต่ตอนนี้แกอายุสามสิบสามแล้วนะวิน ถ้าปล่อยเวลาเนิ่นนานไปอาจจะไม่ทันการณ์เอาได้” “ผมเพิ่งจะอายุสามสิบสามครับคุณปู่ อีกสามปีหรือห้าปีค่อยแต่งงานก็ยังทัน” “ใช่สิ แกเพิ่งสามสิบสามแต่ฉันน่ะใกล้แปดสิบจะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้ แล้วถ้าฉันยังไม่ได้เห็นว่า ‘สุวรรณพิทักษ์’ มีคนสืบสกุลจะตายตาหลับได้ยังไง” คนเป็นปู่ตัดพ้อเมื่อหลานชายไม่ยอมเออออด้วย “ปู่มีพ่อแกเป็นลูกคนเดียว ส่วนพ่อแกถึงจะมีลูกหลายคนแต่ก็มีแกเป็นผู้ชายคนเดียว น้อง ๆ แกก็แต่งงานไปใช้นามสกุลผัวกันหมด ไม่ให้ฉันหวังทายาทจากแกแล้วจะให้หวังจากใคร” “ผมเข้าใจครับในสิ่งที่คุณปู่หวัง แต่ผมยังไม่อยากทิ้งความโสดคุณปู่เข้าใจไหมครับ ผู้หญิงที่คุณปู่หาให้ไม่ใช่ไม่ดี แต่ละคนมีหน้าตาฐานะกันทั้งนั้น ติดตรงที่ผมยังอยากใช้ชีวิตโสดอยู่คุณปู่เข้าใจหรือเปล่าครับ” “อืม... ฉันเข้าใจ” ถึงแม้ปากจะบอกว่าเข้าใจ แต่แววตาและท่าทางของชายชราบ่งบอกถึงความผิดหวังอย่างชัดเจนจนมาวินรู้สึกไม่สบายใจ เพราะคุณปู่คือคนที่รักและเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็กจนโต จึงเป็นคนที่เขาแคร์ความรู้สึกมากที่สุดเลยก็ว่าได้ “คุณปู่อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ” “แกไปเถอะ ฉันไม่อยากพูดอะไรแล้ว” มาวินถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะยื่นข้อเสนอที่เขาคิดมาแล้วสักพักให้คุณปู่ “ถ้าผมมีเหลนชายให้คุณปู่แต่ไม่แต่งงานจะได้ไหมครับ” “แกหมายความว่ายังไง” “เรื่องนี้ผมคิดมาสักพักแล้ว ผมจะหาผู้หญิงสักคนมาอุ้มท้องลูกให้ พอคลอดก็ทางใครทางมัน แต่ลูกเป็นของผม” “วิน... แกคิดดี ๆ นะ ปู่ไม่ต้องการเหลนที่เกิดจากผู้หญิงขายบริการ และก็ต้องไม่ใช่ผู้หญิงหน้าเงินที่จะใช้เด็กขูดรีดเราไม่จบสิ้น” “เรื่องนั้นคุณปู่ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผู้หญิงที่จะมาเป็นแม่ของลูกผมต้องสวยและมีจิตใจที่ดีด้วย ผมไม่คว้าใครมาสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกครับ” “แกคิดดีแล้วเหรอ” “ผมคิดดีแล้วครับ ผมยังไม่พร้อมจะแต่งงานกับใครจริง ๆ วิธีนี้ดีที่สุดแล้วครับ” “แต่ปู่ขอนะ เหลนปู่ต้องเกิดจากวิธีธรรมชาติไม่ใช่วิธีทางการแพทย์ เมื่อไหร่ที่แกให้เหลนชายกับปู่ได้ปู่จะไม่วุ่นวายอีกเลย และพอถึงตอนนั้นปู่ก็คงตายตาหลับ” “คุณปู่อย่าพูดแบบนั้นสิครับ คุณปู่ยังแข็งแรงรอเหลนได้สบาย” “แกรับปากปู่แล้วต้องทำให้ได้นะวิน อย่าพูดส่ง ๆ หลอกให้ปู่ดีใจ” “ครับ ส่วนเรื่องแม่ของลูกผมจะดูให้ดีครับ” “หาได้แล้วบอกปู่ด้วย เผื่อปู่จะช่วยแกดู” ถึงแม้จะอยากได้เหลนมากแต่คุณเรวัตก็ยังกังวลเรื่องแม่ของเหลน เพราะไม่อยากให้มาวินคว้าผู้หญิงที่ไม่มีสมบัติผู้ดีติดตัวมาเป็นแม่พันธุ์ “ครับ” มาวินส่งยิ้มให้ปู่ในขณะที่ในใจเกิดความเครียด เพราะการที่เขารับปากไปแล้วนั่นหมายถึงต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นปู่ของเขาก็จะรอคอยและทวงถาม ทำให้ความกดดันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สถานที่ระบายความเครียดของมาวินคือคลับหรู และที่ปรึกษาจะเป็น
like
bc
แค่เคยคุ้น
อัปเดตเมื่อ Mar 26, 2024, 20:35
ชินภพมองเรือนร่างเย้ายวนของคนที่หลับใหลอยู่บนเตียงด้วยความสับสน ก่อนที่ใจจะเอนเอียงไปทางด้านมืดมากกว่า “ลุกได้แล้ว!” คนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งแล้วรีบลนลานลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว “หึ! นอนแก้ผ้ามาทั้งคืนเพิ่งจะนึกอายหรือไง ดัดจริต!” ชายหนุ่มสาดวาจาเผ็ดร้อนจนคนที่กำลังดึงผ้าเช็ดตัวมาปิดเต้าตูมเต่งถึงกับหน้าร้อน “รีบกลับห้องเธอไปได้แล้ว!” “เอ่อ... คุณภพคะ” “มีอะไร” “ป่านไม่อยากทำแบบนี้แล้วค่ะ ป่านกลัวคุณลุงจะรู้” เขาปรายตามองเธอก่อนจะบิดริมฝีปากอย่างดูแคลน “ถ้าพ่อฉันจะรู้คงรู้ไปนานแล้วล่ะ ฉันเห็นเธอพูดแบบนี้ทุกครั้งก่อนจะออกจากห้องฉันไป แต่พออีกวันแค่ฉันพยักหน้าก็กระดิกหางวิ่งตามง่าย ๆ เพราะฉะนั้นเลิกพูดเถอะ มันไม่ช่วยให้เธอดูดีขึ้นมาหรอก” ป่านทอทั้งเจ็บทั้งอาย แต่สิ่งที่เธอทำได้ก็แค่อดทน “เดี๋ยว!” คนที่กำลังจะก้าวลงจากเตียงชะงักเพราะเสียงเรียก “คะ...” “เดือนหน้าเธอเรียนจบแล้วนี่” “ค่ะ” “ฉันคงไม่ต้องพูดนะว่าเธอควรทำยังไงหลังเรียนจบ มันถึงเวลาแล้วล่ะที่เธอต้องเลิกเป็นภาระคนอื่นสักที” กระบอกตาคนฟังร้อนผ่าวเพราะน้ำตาที่จวนเจียนจะหยด แต่ป่านทอก็กลั้นเอาไว้จนสุดกำลัง “ป่านรู้ค่ะว่าต้องทำยังไง คุณภพไม่ต้องเป็นห่วง” “ดี!” ชินภพมองร่างเล็กที่เดินออกจากห้องไแด้วยสายตาที่ยากจะเข้าใจ พร้อมกับถามตัวเองว่าสิ่งที่เขากับเธอทำร่วมกันมันคือความผิดพลาดหรือตั้งใจกันแน่... … เด็กสาววัยสิบหกปีนั่งมองรูปของมารดาผู้ล่วงลับด้วยความอาวรณ์ ดวงตาไร้เดียงสาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง หัวใจดวงน้อย ๆ ของป่านทอถูกความอ้างว้างว้าเหว่ครอบคลุมเต็มพื้นที่เมื่อสูญเสียมารดาซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวของเธอ “จะทำยังไงกับหนูป่านดีล่ะคะคุณท่าน เห็นแบบนี้ก็อดเวทนาไม่ได้” นางน้อยถามผู้เป็นเจ้านายในขณะที่ดวงตาไม่ละไปจากเด็กสาว “ฉันรับปากวิไว้แล้วว่าจะดูแลหนูป่านให้ดีที่สุด หนูป่านไม่มีใครแล้วเพราะฉะนั้นฉันคงต้องรักษาคำพูด เพราะญาติที่ยังพอเหลือก็คงไม่มีใครอยากรับภาระหรอก” “เข้าใจแล้วค่ะ เป็นบุญของหนูป่านค่ะที่ยังมีคนให้พึ่งพิง” “ใช่ ไร้ญาติขาดมิตรตั้งแต่ตัวเท่านี้ ถ้าไม่มีใครอ้าแขนรับคงเคว้งคว้างน่าดู” คุณปราการพูดพลางมองเด็กสาวที่นั่งสะอื้นด้วยความเวทนา ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาใกล้ ๆ หลังจากคนทยอยออกจากศาลาจนหมด “กลับกันเถอะหนูป่าน พรุ่งนี้ค่อยมากันใหม่” ป่านทอถอนสะอื้นก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา ทำให้คุณปราการที่เห็นดวงตากลมแดงช้ำแล้วรู้สึกสงสารจับใจ “ไปเถอะ” “คุณลุง... ฮึก...” “กลับบ้านกันเถอะ” น้ำตาของเด็กสาวพรั่งพรูออกมาอีกระลอกในขณะที่หันไปมองยังรูปของมารดา “แม่... ฮึก... จะเหงาไหมคะ ป่าน... ฮึก... อยากอยู่เป็นเพื่อนแม่...” คนฟังสะเทือนใจไม่น้อยกับประโยคน่าเวทนานั้น จึงนั่งลงใกล้ ๆ แล้วลูบศีรษะเล็กอย่างปลอบโยน “แม่ไม่เหงาหรอก กลับบ้านกันนะพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่” ป่านทอพยักหน้าแทนคำตอบเพราะก้อนสะอื้นมันจุกอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออก คุณปราการจึงส่งยิ้มบาง ๆ แล้วดึงให้เด็กสาวลุกขึ้นยืน “ไม่ต้องกลัวนะหนูป่าน หนูยังมีลุงอยู่ทั้งคน” น้ำเสียงนุ่มนวลที่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นจริงจังทำให้หัวใจของป่านทออุ่นวาบ ถึงแม้ว่าผู้ชายตรงหน้าจะ เป็นเพียงบิดาเลี้ยงแต่เธอก็ให้ความเคารพและนับถือ เสมือนผู้ให้กำเนิด เพราะคุณปราการมีเมตตากับเธอเสมอมา แต่ชีวิตของป่านทอมันไม่ได้ราบรื่นอย่างนั้น เพราะถึงคุณปราการจะต้อนรับเธอ แต่ชินภพลูกชายของเขากลับแสดงความรังเกียจชัดเจน “ไม่ใช่เด็กคนนี้ไร้ญาติขาดมิตรเสียทีเดียวนี่ครับคุณพ่อ ญาติห่าง ๆ ก็ยังมีไม่ใช่เหรอ” ชินภพแสดงความไม่พอใจทันทีที่รู้ว่าบิดาต้องรับอุปการะป่านทอ “มีน่ะมี แต่เป็นญาติที่ไม่เคยได้ติดต่อกันเลยใครเขาจะอยากอ้าแขนรับ” “ก็นั่นน่ะสิครับ ขนาดญาติยังไม่เอาคุณพ่อจะรับไว้ทำไม!” ป่านทอที่แอบฟังอยู่ถึงกับสะอึก หัวใจเธอบีบรัดทั้งเจ็บปวดและสมเพชตัวเอง “ภพ... เมตตาน้องเถอะลูก” “พ่อเลิกยัดเยียดเด็กคนนั้นให้เป็นน้องผมสักทีเถอะครับ ผมมีน้องสาวคนเดียวคือพลอย” คุณปราการได้แต่ถอนใจเมื่อลูกชายยังคงมีท่าทีกระด้างกระเดื่องกับเด็กสาวผู้น่าสงสารอย่างป่านทอ “ถึงจะเป็นญาติห่าง ๆ เขาก็คงจะรับไว้ด้วยความยินดีถ้าเรามีเงินให้ เชื่อผมเถอะครับ ให้เงินไปสักก้อนแค่นี้ก็มีคนแย่งกันไปเลี้ยงดูแล้ว” “มันไม่ใช่อย่างนั้นนะภพ เราต้องคิดด้วยว่าหลังจากที่ไปแล้วจะเป็นยังไง ถ้าเขารับน้องไปเลี้ยงเพราะเห็นแก่เงิน วันหนึ่งที่น้องหมดประโยชน์เขาก็จะไม่ไยดี” “สรุปก็คือคุณพ่อจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ได้?” “ถือว่าพ่อขอได้ไหม แค่ให้หนูป่านได้เรียนจบหรือโตพอที่จะดูแลตัวเองก็ยังดี” “งั้นก็แล้วแต่ครับ!” ชินภพลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องโถงด้วยท่าทางไม่พอใจชัดเจน ก่อนจะพบเข้ากับเด็กสาวที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างประตู และมันก็ทำให้รู้โดยไม่ต้องเดาเลยว่าป่านทอได้ยินทุกอย่างหมดแล้วซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตกใจ เพราะใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของเธอมันไม่ได้น่าสงสารเลยแม้แต่น้อย “คือ... ป่าน...” “ไร้มารยาท!!” เขาตำหนิที่เธอแอบฟังโดยที่เด็กสาวได้แต่ก้มหน้าเพราะเธอเสียมารยาทจริง ๆ
like
bc
รักล้อมใจ
อัปเดตเมื่อ Feb 24, 2024, 21:19
วีนา นฤมาศ คือเลขาผู้ทรงประสิทธิภาพของ อิศรา ภาติยะกุล ท่านรองประธานหนุ่มรูปหล่อที่สาว ๆ ในบริษัทพากันยกให้เป็นสามีมโน เพราะมีความหล่อรวยครบเครื่องตามคุณสมบัติของชายในฝัน จะผิดแผกแตกต่างไปก็ตรงที่เขาไม่ได้รักเดียวใจเดียว ผู้หญิงที่เข้ามาพัวพันอยู่รอบตัวเขาจึงไม่ต่างจากแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ แต่ถึงจะรู้ทั้งรู้ก็ยังมีแมลงเม่าอีกเป็นฝูงที่อยากโดนไฟอย่างอิศราแผดเผา “ฮัลโหลค่ะ… ค่ะ… ดิฉันจะจดใส่ตารางนัดให้นะคะ… ค่ะ… ได้ค่ะ” หญิงสาววางโทรศัพท์ลงกับแป้นหลังพูดจบแล้วจดโน้ตลงในกระดาษ วีนาทำทุกอย่างด้วยความชำนาญสมกับเป็นเลขาผู้ทรงประสิทธิภาพ เธอร่วมงานกับเจ้านายหนุ่มมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาจบใหม่ ไต่เต้าจากผู้ช่วยเลขามาเป็นเลขาคนสำคัญ เพราะเธอรู้ใจเจ้านายในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวก็ล้วนแล้วแต่จัดการได้อย่างไร้ที่ติ   (12:59 น.) ดวงตาคู่สวยที่ล้อมกรอบด้วยขนตางอนเหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะทำงานแล้วจึงลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเดินไปยังห้องน้ำ ทุกอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติเพราะเธอทำเช่นนี้อยู่เป็นประจำ ดวงตากลมโตจ้องมองตัวเองจากเงาสะท้อนในกระจก สิ่งที่เธอเห็นตอนนี้คือหญิงสาวร่างอ้อนแอ้นในชุดสูทแบบสุภาพซึ่งเป็นชุดทำงานของเธอที่สวมใส่อยู่เป็นประจำ นอกจากดูเรียบร้อยก็ยังดูสุภาพและกระฉับกระเฉงในเวลาเดียวกัน เธอไล่สายตาขึ้นจนถึงใบหน้าแล้วจ้องมองอยู่นานหลายนาที เธอไม่ได้หลงตัวเองแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอมีใบหน้าที่งดงามไม่แพ้ใคร เส้นผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนถูกหวีจนเรียบเก็บเป็นมวยไว้ที่ท้ายทอย หน้าผากนูนเกลี้ยง คิ้วโก่งเรียวสวยโดยไม่ต้องพึ่งใบมีดโกน ดวงตาหวานซึ้งล้อมกรอบด้วยขนตางอน จมูกโด่งสวยรับกับริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูอ่อน ใคร ๆ ก็มองว่าเธอคือเลขาที่วางตัวได้เหมาะสม ทุกคนชื่นชมการทำงานของเธอ รวมถึงเจ้านายหนุ่มอย่างอิศราเองก็ด้วย ถึงเขาจะไม่เคยเอ่ยปากชมแต่สายตาเขาบอกเสมอว่าพึงพอใจในการทำงานของเธอ และนั่นมันควรเป็นสิ่งที่เธอยืดอกรับด้วยความภาคภูมิใจ แต่เปล่าเลย... เพราะสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่สายตาชื่นชม หากแต่เป็นสายตาแห่งความปรารถนาอย่างที่เขาใช้มองผู้หญิงคนอื่น “แค่นี้ก็ดีมากแล้วใยบัว” เธอฝืนยิ้มให้กับเงาของตัวเองแล้วหยิบเอาลิปสติกขึ้นมาเปิดออก จ้องมองสีแดงหม่นก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าตามเดิม แล้วหยิบเอาสีชมพูอ่อนออกมาทาที่ริมฝีปากบางของตัวเอง เธอเป็นคนช่างสังเกตจึงเห็นอยู่เป็นประจำว่าผู้หญิงของอิศรามักทาลิปสติกสีสด จึงเลือกซื้อมาบ้างแต่ก็ไม่เคยกล้าที่จะใช้มัน วีนามองสำรวจตัวเองอีกครั้งแล้วพลิกดูนาฬิกาที่ข้อมือบาง ก่อนจะเดินกลับออกมานั่งประจำที่ตามเดิมเพื่อรอการกลับมาของเจ้านาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาไม่เคยสนใจและไม่เคยต้องการอะไรจากเธอนอกจากผลงาน แต่เธอก็ยังเติมแป้งเติมลิปสติกทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ถึงเขาจะมองไม่เห็นความสวยความเย้ายวนของเธอ แต่วีนาก็ไม่ต้องการให้เขาเห็นว่าเธอจืดชืดจนเกินไปนัก   (13:15 น.) อิศราเดินเข้ามาด้วยสีหน้าบูดบึ้งผิดกับตอนออกไปราวฟ้ากับเหว แต่วีนารู้ดีว่าที่เธอควรทำในตอนนี้คือเงียบ ไม่รายงาน ไม่ซักถาม ถึงแม้จะเป็นงานสำคัญแค่ไหนก็ต้องรอให้เขาเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน ปัง!! เสียงประตูห้องถูกกระแทกอย่างแรงตามอารมณ์ของคนปิด ใหม่ ๆ วีนาสะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินแต่ตอนนี้เธอชินเสียแล้ว "เฮ้อ..." หญิงสาวถอนใจแล้วมองจ้องไปที่ประตูห้องทำงานของเจ้านายหนุ่ม คนที่เธอเติมหน้ารอทั้งเช้าบ่ายแต่เขาไม่เคยชายตามอง ตอนนี้เธอได้แต่สงสัยว่าใครกันที่ทำให้เขาอารมณ์เสีย ในขณะเดียวกันอิศราก็กำลังนั่งหงุดหงิดอยู่ภายในห้อง มื้อกลางวันเขาออกไปรับประทานอาหารกับครอบครัวตามคำชวนของมารดา แต่แล้วก็ต้องขัดเคืองใจเป็นที่สุดเพราะมารดาเอาแต่กล่าวชมลูกนอกไส้ไม่หยุด และเอาแต่ตำหนิเขาเรื่องพฤติกรรมเสเพลเสือผู้หญิง "ขอบรั่นดี!" เขาสั่งเสียงเข้มผ่านอินเตอร์คอม เพียงไม่กี่นาทีวีนาก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมบรั่นดีและแก้วคริสตัลใบสวย "บรั่นดีค่ะ" เธอวางถาดลงตรงหน้าเขาโดยไม่เอ่ยเตือนว่าให้ดื่มแต่น้อยเพราะยังมีงาน ด้วยรู้ดีว่าถึงเขาจะดูรักสนุกไม่สนโลกแต่ความจริงคืออิศราจริงจังกับเรื่องงานเสมอ "วีนา" "คะ..." "คุณคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่คนเป็นแม่จะรักลูกคนอื่นมากกว่าลูกตัวเอง" "คนอื่นฉันไม่รู้ค่ะ แต่สำหรับตัวฉันคิดว่าเป็นไปไม่ได้ค่ะ" "แล้วมีเหตุผลอะไรล่ะ ที่จะว่าลูกตัวเองแล้วชื่นชมลูกคนอื่น" "เอ่อ... ถ้าคุณกำลังพูดถึงคุณกอแก้ว ฉันก็คงจะบอกได้ว่าเป็นเพราะคุณกอแก้วท่านสงสารคุณวัตค่ะ ท่านคงไม่อยากให้คุณวัตรู้สึกว่าด้อยกว่าคุณ เลยพยายามที่จะถนอมน้ำใจของคุณวัตเท่านั้นเอง" "อืม... ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย" ชายหนุ่มใช้มือลูบตอเคราอย่างครุ่นคิด ถึงแม้ปากจะบอกไปอย่างนั้นแต่ความขุ่นมัวในใจกลับจางลง "แต่ช่างเถอะ คุณออกไปได้... เดี๋ยว" "คะ" "เอาบรั่นดีออกไปด้วย ไม่อยากดื่มละ" "ได้ค่ะ" หญิงสาวเก็บถาดออกมาเงียบ ๆ โดยไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อ สิ่งเดียวที่เธอรู้คืออิศราพอใจในคำตอบของเธอ เป็นอีกครั้งที่เธอคลายความโกรธกรุ่นของเขาได้ หายไปไม่นานเธอก็กลับเข้ามาใหม่พร้อมแฟ้มในมือ แจ้งตารางงานให้กับเจ้านายหนุ่มฟังอย่างละเอียด "งานเลี้ยงตอนเย็นคุณไปด้วยใช่ไหม" "อันที่จริงไม่ใช่งานที่เป็นทางการอะไร ท่านรองไป..." "ไปด้วยกัน เดี๋ยวผมไปรับคุณที่บ้าน" "ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเจอกันหน้างานเลย" "ได้" "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว..." "มี" ชายหนุ่มหันไปหยิบนิตยสารข้างตัวมาวางลงบนโต๊ะ "คืนนี้ขอคนนี้" เขาพูดราวกับกำลังใช้เธอไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่วีนาไม่ได้ตกใจเพราะเธอชินเสียแล้ว "ฉันจะลองติดต่อดูค่ะ แต่ถ้า..." "จัดมาได้ตามเหมาะสม" "ได้ค่ะ" วีนาเดินออกจากห้องด้วยท่าทางปกติทั้ง ๆ ที่ในใจกำลังเจ็บปวด และมันเป็นเช่นนี้ทุกครั้งเวลาที่เขาสั่งให้เธอติดต่อคู่นอนให้ เจ็บที่เขาสนใจคนอื่น... เจ็บที่เขามองข้ามเธอ... แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดเขาในตำแหน่งเลขาต่อไป   (19:30 น.) (@ โรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่ง) วีนามาถึงหน้างา
like
bc
พิพากษารัก
อัปเดตเมื่อ Feb 24, 2024, 21:08
“วันนี้ดอกกุหลาบของแม่เริ่มบานแล้วนะคะ สีชมพูสวยมาก ๆ เลยล่ะค่ะ” เสียงใสราวระฆังแก้วของหญิงสาววัยยี่สิบปีพูดกับมารดาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในสวน มือเธอจับกับมารดาพลางบีบเบา ๆ ให้ท่านรับรู้ว่าเธอยังอยู่ข้าง ๆ “แล้วดอกบานชื่นล่ะ โรยหรือยัง” “ยังเลยค่ะแม่ บานชื่นยังบานชื่นตาชื่นใจเหมือนเดิม” “ฟังแล้วสดชื่นดีจริง ๆ ตอนนี้กี่โมงแล้วลูก” “เกือบเก้าโมงเช้าค่ะ” “อืม... ทำไมแม่ถึงรู้สึกง่วงก็ไม่รู้นะ” “ง่วงแล้วเหรอคะ ยังเช้าอยู่เลย หรือว่าจะกินมื้อเช้าจนอิ่มไปหน่อย” “จะเช้าหรือค่ำสำหรับแม่ไม่มีผลหรอกลูก เพราะตอนนี้สำหรับแม่เหมือนมีแต่กลางคืน” คุณบัวรินแย้มยิ้มในขณะที่ลูกสาวน้ำตาซึม หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยความสงสารสุดหัวใจ ถึงแม้คนเป็นแม่จะไม่เคยพูดถึงความทุกข์ระทม แต่เธอเข้าใจดีว่าการที่จู่ ๆ ต้องกลายเป็นคนตาบอด ถูกขังอยู่ในความมืดนั้นรู้สึกเช่นไร “งั้นแม่เข้าบ้านเอนหลังนะคะ หนูจะเปิดนิยายให้แม่ฟัง” “เปิดนิยายให้ฟังงั้นเหรอ...” “ค่ะ” มินตา พาแม่เข้าบ้านแล้วจัดการเปิดนิยายเรื่องโปรดของมารดาให้ท่านฟัง ซึ่งเสียงของคนอ่านคือเสียงของเธอเองไม่ใช่ใครอื่น ทำเอาคุณบัวรินถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ “หนูเห็นว่าแม่ชอบอ่านเรื่องนี้ เลยอ่านแล้วอัดเสียงไว้ให้แม่ฟังค่ะ” “ขอบใจนะลูก... ขอบใจ” “แม่นอนเถอะค่ะ” หญิงสาวนั่งปักลายผ้าซึ่งเป็นงานที่เธอถนัด พลางเหลือบมองมารดาเป็นระยะ ก่อนจะวางงานในมือลงหลังจากที่มารดาหลับสนิทไปแล้ว “หนูขอโทษนะคะแม่” เสียงสั่นเครือพึมพำเบา ๆ แล้วเดินออกจากบ้านเงียบ ๆ มารดาของเธอเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มทำให้ศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง ส่งผลให้เส้นประสาทกระทบกระเทือนจนสูญเสียการมองเห็น และทางเดียวที่จะรักษาได้ก็คือการผ่าตัดซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก และถึงแม้เธอจะอ้อนวอนผู้เป็นบิดาหลายต่อหลายครั้งให้ช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือคำปฏิเสธที่ไร้ซึ่งเยื่อใย มินตาต้องทนเห็นมารดากลายเป็นคนตาบอดมาเป็นเวลาเกือบเดือน จนวันนี้เธอตัดสินใจที่จะไปยังคฤหาสน์หลังงามเพื่อขอร้องบิดาอีกสักครั้ง ทั้ง ๆ ที่มารดาห้ามปรามมาโดยตลอดแต่เธอก็ยังดึงดัน เพราะคาดหวังว่าบิดาจะยอมใจอ่อนช่วยเหลือ   “หนูมิน... ไปไหนล่ะ” “คุณพ่ออยู่ไหมคะ” “อยู่ค่ะ คุณท่านอยู่ในห้องทำงาน” “ขอบคุณค่ะป้าแจ่ม” หญิงสาวรวบรวมกำลังใจและหอบความหวังเต็มเปี่ยมไปหาบิดาที่ห้องทำงาน แต่แล้วเสียงพูดคุยที่ค่อนข้างดังก็ทำให้เท้าบางหยุดอยู่กับที่ “คุณราเชนทร์ดูเหมือนจะพอใจยายอ้อนนะคะ” “หึ หึ หึ ผมก็คิดแบบนั้น คุณราเชนทร์ต้องการแม่พันธุ์ที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ยายอ้อนสวยสง่าการศึกษาก็ระดับเกียรตินิยมต่างประเทศใครจะไม่สน ลูกสาวคนนี้ถูกใจผมจริง ๆ” “แน่ล่ะค่ะ ยายอ้อนเป็นลูกของฉันก็ต้องเก่งต้องดีเหมือนฉัน” “ถ้าเขาเลือกยายอ้อนปัญหาการเงินของเราก็จะหมดไป” “ฉันก็หวังจะให้มันเป็นอย่างนั้นค่ะ หรือว่าเราจะช่วยให้เขาตัดสินใจง่ายขึ้นดีคะ” “ยังไงเหรอคุณ” “จัดทริปเที่ยวทะเลสักทริป บางทีบรรยากาศสุดโรแมนติกอาจจะช่วยทำให้อะไร ๆ ชัดเจนขึ้นนะคะ” “อืม... เป็นความคิดที่ดี แต่ว่าคุณราเชนทร์น่ะคงไม่ว่างง่าย ๆ ยังไงผมจะลองชวนเขาดู” “คุณจัดการเลยนะคะ ฉันเชื่อว่ายายอ้อนนี่แหละที่จะพาครอบครัวเราพ้นวิกฤตนี้ไปได้” “ผมก็หวังอย่างนั้น ไม่งั้นเราล้มละลายแน่” มินตายืนลังเลไม่กล้าที่จะยกมือขึ้นเคาะประตู เพราะไม่รู้เลยว่าเรื่องที่เธอได้ยินเป็นความลับมากน้อยแค่ไหน แต่ที่จับใจความได้คือบิดาและแม่เลี้ยงของเธอกำลังอยากได้ผู้ชายคนหนึ่งมาเป็นลูกเขย และเขาคนนั้นก็ร่ำรวยมากพอที่จะเข้ามาช่วยพยุงฐานะที่คลอนแคลนของครอบครัวเธอได้ บิดาของเธอกำลังจะล้มละลาย! นี่คือสิ่งที่มินตาเพิ่งรู้ เพราะถึงจะไปมาหาสู่อยู่บ้างแต่เธอก็ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกับบิดา ก๊อก ก๊อก ก๊อก เธอตัดสินใจเคาะประตูหลังจากเสียงสนทนาเงียบลงครู่หนึ่ง ไม่นานก็ได้ยินเสียงของบิดาอนุญาตให้เข้าไปพบ โดยมีสายตามาดร้ายของคุณยุพาซึ่งเป็นแม่เลี้ยงจับจ้องอยู่ตลอด “มีอะไรเหรอมิน” “คือ...” “ก็คงจะเรื่องแม่เธออีกแล้วสินะ” คุณยุพาชิงพูดขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้ตอบคำถามใด ๆ “พูดมาสิมิน มาหาพ่อมีเรื่องอะไร” “คือ... เรื่องแม่ค่ะ มินสงสารแม่ค่ะ อยากให้พ่อช่วย...” “ครั้งก่อนเราก็พูดเรื่องนี้กันไปทีหนึ่งแล้วนะมิน พ่อพูดตรง ๆ เลยแล้วกันว่าพ่อกำลังมีปัญหาอยู่ไม่สามารถช่วยแม่ของหนูได้ อย่าให้พ่อต้องพูดซ้ำเลย เพราะยิ่งพูดมันก็ยิ่งดูเหมือนพ่อเป็นคนใจร้าย” คุณวันชัยพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงานโดยไม่สนใจใบหน้าที่ซีดเผือดของลูกเลยแม้แต่น้อย “ค่ารักษาหลักล้านนะไม่ใช่บาทสองบาท แกคิดว่าดวงตาทั้งสองข้างของแม่แกมันมีราคามากขนาดนั้นเลยหรอ ถ้าอยากรักษาแม่แกนักก็หัดช่วยเหลือตัวเองบ้างเถอะ! อย่าทำตัวเป็นภาระคนอื่นเขานักเลย หึ! พวกปลิง!” คุณยุพาถากถางด้วยสายตาและคำพูดชนิดที่คนฟังทั้งจุกทั้งเจ็บ เพียงแต่การมาครั้งนี้ทำให้เธอเข้าใจว่าสาเหตุที่บิดาไม่ช่วยเป็นเพราะสถานะทางการเงินที่ย่ำแย่ ไม่ใช่เพราะไร้เยื่อใยกับมารดาอย่างที่เธอเข้าใจในตอนแรก   มินตาหอบความผิดหวังกลับบ้านอีกครั้งหลังจากบิดาปฏิเสธที่จะช่วยเหลือ คนตัวเล็กก้าวลงจากรถเมล์ที่มีผู้คนเบียดเสียดด้วยท่าทางอ่อนแรง เท้าบางแทบจะก้าวไม่ออกเพราะความรู้สึกสิ้นหวัง เธอเดินฝ่าเปลวแดดที่ร้อนเปรี้ยงในเวลาเที่ยงวันอย่างไม่อนาทร เพราะมีเรื่องอื่นให้คิดกังวลอยู่ในใจ เธอจะทำอย่างไร... คำถามนี้ผุดขึ้นในใจซ้ำ ๆ แต่มินตาไม่สามารถให้คำตอบกับตัวเองได้ แต่ทันทีที่เหยียบย่างเข้าบ้านใบหน้าหมองเศร้าก็ถูกปรับให้สดชื่นขึ้น เพราะถึงแม้มารดาจะมองไม่เห็นแต่ก็ยังได้ยินชัดเจน มินตาเชื่อว่าเมื่อใบหน้ามีรอยยิ้มน้ำเสียงก็จะสดใสตามไปด้วย ทุกครั้งที่อยู่ใกล้มารดาเธอจึงมีรอยยิ้มเสมอถึงแม้ในใจจะทุกข์ตรมเต็มที “มิน...” “แม่ตื่นนานแล้วเหรอคะ” เธอรีบเข้าไปนั่งข้าง ๆ มารดาแล้วจับมือท่านไว้ “หนูไปไหนมา” “มิน... ไปซื้อผลไม้มาค่ะ” “มินอย่าโกหกแม่ มินไปหาพ่อมาใช่ไหม” มินตาตกใจไม่น้อยที่จู่ ๆ มารดาก็ถามข
like
bc
ขอแค่เศษรัก
อัปเดตเมื่อ Dec 26, 2023, 04:18
เธอยอมเป็นเมียน้อยเพื่อชดใช้หนี้บุญคุณ หน้าที่ของเธอคือทำทุกวิถีทางให้อัคราชเปลี่ยนใจจากภรรยามารักเธอ แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนเธอก็ไม่เคยได้รับแม้กระทั่ง...เศษรัก
like
bc
เลี้ยงรัก
อัปเดตเมื่อ Nov 26, 2023, 06:16
"ไปไหนมา"น้ำเสียงคาดคั้นและแววตาจริงจังของธนกฤตไม่มีวี่แววของคนเมาหรือขาดสติเลยเเม้แต่น้อย"ไปเที่ยวค่ะ""กับใคร""นิ่มคงไม่จำเป็นต้องบอกคุณหนึ่งทุกเรื่องมั้งคะ""ไปกับผู้ชายมาละสิถึงไม่กล้าบอก"อีกแล้ว...เขาทำเสียงเยาะหยันใส่เธออีกแล้ว"ค่ะ นิ่มไปกับผู้ชายมา"ดวงตาคมเหมือนจะมีไฟลุกโชนเมื่อเธอตอบแบบนั้น"อยากจะมีผัวจริงๆสินะ!""ค่ะ นิ่มอยากมีผัว ไม่สิ...นิ่มมีผัวแล้วต่างหาก!"เมื่อความอดทนถึงที่สุดเธอก็ไม่คิดที่จะอ่อนข้อ แม้จะรู้ว่าเขาคือผู้มีพระคุณก็ไม่อาจยอมได้อีกต่อไป"เธอไม่มีสิทธิ์นะนิโลบล เธอยังมีผัวไม่ได้ถ้าฉันไม่อนุญาต!!"📌 นิยายเรื่องนี้เกิดจาดจินตนาการของผู้แต่งทั้งหมด 📌 ทุกเหตุการณ์คือเรื่องสมมุติ🚫 มีฉากร่วมเพศที่ไม่สมยอม🚫 มีฉากทรมานสัตว์ 🥺ใครไม่ไหวเลื่อนผ่านได้ค่าาาา❤️
like
bc
ล้อมรักสามีแสนเลว
อัปเดตเมื่อ Oct 25, 2023, 19:59
ภายในห้องแกรนด์บอลรูมขนาดใหญ่คลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว ทุกคนมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าสมกับที่มาร่วมงานมงคล จะมีก็แต่คู่บ่าวสาวเท่านั้นที่ไม่มีรอยยิ้มปรากฏให้เห็นเลย “ช่วยทำหน้าให้มันดีกว่านี้หน่อยเถอะ ฉันเองก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับเธอนักหรอกนะ!” นลินดารีบก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่เอ่อรื้นของตัวเองเมื่อได้ยินประโยคนั้น หากเธอมีความกล้ามากพอก็คงจะถามกลับไปแล้ว ว่าถ้าหากไม่ได้ต้องการแต่งงานกับเธอเหตุใดจึงต้องป่าวประกาศว่าเธอกับเขามีอะไรกัน ซ้ำชัชวินทร์ไม่เพียงแค่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่น่าละอาย แต่เขายังพูดออกมาเองว่าต้องการแต่งงานเพื่อรับผิดชอบเธอ “หยุดน้ำตาของเธอซะ! ถ้าเธอปล่อยให้มันไหลออกมาอย่ามาหาว่าฉันใจร้าย!” ชัชวินทร์กดเสียงต่ำบอกกับเจ้าสาวที่ยืนเคียงข้างกัน น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมท่าทางดุดันราวกับต้องการจะฉีกเธอให้เป็นชิ้น ๆ ทุกครั้งที่มองมา มันทำให้นลินดายิ่งเกิดความสงสัยในใจ ว่าเหตุใดเขาจึงต้องการให้งานแต่งงานในวันนี้เกิดขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดนอกจากความสงสัยแล้วในใจของหญิงสาวก็มีแต่ความขมขื่น เธอต่อว่าตัวเองซ้ำ ๆ ที่ปล่อยให้เรื่องราวในคืนนั้นเกิดขึ้น... (หลายเดือนก่อน) (คฤหาสน์ รุ่งกิจวัฒนา) นลินดามองคฤหาสน์หลังงามตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหันมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยแววตาซึ่งบ่งบอกถึงความคลางแคลงใจ “ทำไมมองพี่แบบนั้นล่ะ” ชินวุฒิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะพลางยื่นมือไปจับศีรษะเล็กโยกไปมาด้วยความเอ็นดู “พี่ชินแน่ใจแล้วเหรอว่าความจำพี่กลับมาแล้วจริง ๆ” “แน่ใจสิ ทำไมถามแบบนั้น” ถึงแม้ชายหนุ่มจะยืนยันอย่างนั้นแต่นลินดาก็ยังไม่สิ้นสงสัย ความจริงแล้วที่เธอต้องถามย้ำไม่ใช่เพราะสงสัยเท่านั้น แต่ยังรู้สึกเหลือเชื่อที่อีกฝ่ายบอกว่านี่คือบ้านของเขา จริงอยู่ว่าตอนที่เธอพบเขาครั้งแรกชินวุฒิแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดูแล้วราคาน่าจะไม่ธรรมดา แต่มันก็เชื่อได้ยากเหลือเกินว่าบ้านที่ใหญ่โตงดงามราวกับวังในความคิดของเธอจะเป็นบ้านของเขา “มีอะไรหรือเปล่า...” “หมอกกลัวพี่จะจำผิดจำถูกน่ะจ้ะ” “หึ หึ กลัวพี่พาเข้าผิดบ้านแล้วหน้าแตกล่ะสิ” ชินวุฒิยิ้มขบขันเพราะรู้เท่าทันความคิดของหญิงสาว “ไม่ต้องกังวลหรอก ที่นี่พี่อยู่มาตั้งแต่เกิดจำได้แม่นไม่ผิดแน่” นลินดารู้ดีว่าคำพูดนั้นคือการปลอบใจให้เธอคลายกังวล และมันได้ผลเมื่อเธอเชื่อว่าที่นี่คือบ้านของเขาจริง ๆ แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกกังวลไปอีกเรื่อง ว่าถ้าหากต้องอยู่ที่นี่คงเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกินกับการปรับตัว “คุณชิน! คุณชินจริง ๆ ด้วย!” ความคิดของนลินดาหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงคนจากด้านใน ซึ่งตอนนี้เธอเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดเจนเพราะถูกกั้นด้วยประตูรั้วอัลลอยด์ลายดอกบัวงดงาม “คุณชิน!” “อะไรล่ะแมว จะเรียกฉันทำไมนัก” ชินวุฒิรู้สึกขบขันจนอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นแม่บ้านเอาแต่เรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมา “ก็คุณชิน... โอ๊ย! คุณชินกลับมาแล้ว!” “แล้วนี่จะเปิดประตูให้ไหมเนี่ย” “เปิดค่ะเปิด!” แม่บ้านวัยกลางคนกุลีกุจอไปยังประตูเล็กแล้วเปิดออกด้วยท่าทางรีบร้อน และการกระทำนั้นก็ทำให้นลินดาโล่งใจว่าเขาไม่ได้พามาผิดบ้าน นลินดาเดินตัวลีบตามหลังชินวุฒิ ดวงตากวาดมองรอบตัวอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่เพราะกลัวอันตราย แต่กลัวว่าหากเลินเล่ออาจเดินชนเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องเรือนอย่างใดอย่างหนึ่งเข้าจนเสียหาย เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาชดใช้ ถึงจะไม่เคยได้ใช้ ไม่เคยสัมผัส และไม่เคยครอบครอง แต่นลินดาก็พอจะเดาออกว่าราคาของมันคงจะแพงระยับจนคนหาเช้ากินค่ำไม่อาจจับต้อง “ชิน!” นลินดาชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงเรียกที่แสดงถึงความตื่นเต้น ก่อนที่จะเห็นหญิงสูงวัยที่ยังดูสง่างามตรงเข้ามาทางเธอและชินวุฒิ “ลูกแม่! ชิน! ชินจริง ๆ ด้วย! ฮือ ๆ” มือเหี่ยวย่นที่ประดับแหวนเพชรลูบคลำไปทั่วใบหน้าและเนื้อตัวของลูกชายด้วยความยินดี และสรรพนามที่อีกฝ่ายเรียกขานก็ทำให้นลินดารับรู้ว่า หญิงสูงวัยที่แต่งหน้าทำผมเหมือนคุณหญิงคุณนายในละครเป็นมารดาของเขา “ฮือ ๆ...” “อย่าร้องสิครับ ผมกลับมาแล้วไง” ชินวุฒิปลอบโยนมารดาด้วยคำพูดและอ้อมกอดจนนางค่อย ๆ คลายสะอื้นลง “ไปอยู่ไหนมา! ทำไมหายไปเป็นเดือน ๆ แบบนี้ ใจแม่จะขาดรู้ไหม!” พอตั้งสติได้คุณวัลภาก็ตำหนิลูกชายทั้งน้ำตาที่ยังคงไหลไม่หยุดจนชินวุฒิต้องเช็ดให้อย่างอ่อนโยน “ผมขอโทษครับแม่ แต่ผมมีเหตุผล” “เหตุผลอะไร! ถ้าฟังไม่ขึ้นล่ะน่าดู!” “ฟังขึ้นแน่นอนครับ” “ชิน! ชินจริง ๆ!” คุณชาคริตตรงเข้ามาหาลูกด้วยความตื่นเต้นยินดีไม่แพ้ภรรยาเลยสักนิด “คุณพ่อ” “นี่แกไปไหนมา มันเกิดอะไรขึ้น!” “ผมจะเล่าทุกอย่างครับ แต่ก่อนอื่น...” ชินวุฒิหันมาจับข้อมือบางของนลินดาแล้วดึงให้เธอขยับมายืนข้าง ๆ “ผมขอแนะนำก่อน หมอก... นี่พ่อแม่ของพี่” “สะ... สวัสดีจ้ะ...” สองมือบางยกขึ้นประนมไหว้อย่างนอบน้อม “พ่อครับแม่ครับ นี่นลินดา เธอชื่อเล่นว่าหมอก เธอเป็น...” “ทำมาเป็นหายตัว ที่แท้ก็หนีไปกกอีหนูเพื่อเรียกร้องความสนใจ!” ยังไม่ทันที่ชินวุฒิจะแนะนำจนจบก็มีเสียงค่อนขอดดังขึ้นเสียก่อน “พูดให้ดีนะ หมอกไม่ใช่อีหนูของฉัน” ชินวุฒิบอกเสียงขรึมในขณะที่อีกฝ่ายเบ้ปากอย่างยียวน ในขณะเดียวกันนลินดาที่ลอบมองก็กำลังลงความเห็นในใจ ว่าชายหนุ่มผู้มาใหม่น่าจะเป็นพี่หรือน้องของชินวุฒิ เพราะมีใบหน้าเกินครึ่งที่คล้ายคลึงกัน เพียงแต่อีกฝ่ายดูดุดันร้ายกาจไม่อบอุ่นเหมือนพี่ชินของเธอ “ไม่ใช่อีหนูแล้วเป็นอะไรล่ะ เมียเหรอ!” “ไอ้ชัช!” “พอ! พอทั้งสองคนแล้วตามมานี่!” คุณชาคริตห้ามทัพแล้วเดินนำไปที่ห้องโถงใหญ่ของบ้าน “ไปหมอก...” นลินดาพยักหน้ารับรัวเร็วแล้วเดินตามชินวุฒิอย่างว่าง่าย เพราะรู้สึกอึดอัดกับสายตาของชายหนุ่มที่เธอยังไม่รู้ทั้งชื่อและสถานะ ทุกคนนั่งพร้อมหน้ากันในห้องโถงและแน่นอนว่านลินดานั่งข้างชินวุฒิ “ไหนมันยังไงเล่ามาสิ” คุณชาคริตเปิดประเด็นอย่างไม่อ้อมค้อมเพราะอยากจะรู้สาเหตุที่ลูกชายหายไปนานนับเดือน “วันนั้นที่ผมบอกคุณแม่ว่าจะไปธุระ ผมไปดูที่ด
like
bc
ร้าวเพราะร้าย
อัปเดตเมื่อ Sep 25, 2023, 20:30
มิเชล ไมเนอร์ ยิ้มหน้าบานในขณะที่พาเพื่อนใหม่ขับรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เธออยากไปมานานแล้ว เธอขอบคุณปันดาวซ้ำมาซ้ำไปในใจอยู่หลายครั้ง เพราะถ้าหากไม่มีปันดาวเธอก็ไม่มีโอกาสเช่นนี้ “มิเชล... ฉันว่า...” พอรถจอดสนิทปันดาวก็เรียกเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่สบายใจ มิเชลจึงรีบเบี่ยงเบนความสนใจทันที “อย่าคิดมากน่า... มาเถอะเชื่อฉัน” “อืม...” คนชวนยิ้มกว้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า จากนั้นจึงพากันเข้าไปด้านในซึ่งเป็นส่วนของคาสิโน มิเชลแลกชิปพร้อมกับสอนให้ปันดาวเล่นพนันวงล้อแบบง่าย ๆ เพียงครู่เดียวสีหน้ากังวลของปันดาวก็ดีขึ้น เพราะดูเหมือนโชคจะเข้าข้างเธอไม่ว่าจะแทงอะไรก็ถูก ทำให้มิเชลรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย “เย่!!” “ถูกอีกแล้ว!” สองสาวกรี๊ดลั่นเมื่อวงล้อหมุนมาหยุดตรงที่พวกเธอวางชิปไว้ “ดวงดีจังดาว!” “เธอลองวางบ้างสิมิเชล” “แทงอะไรดีนะคราวนี้” ปากพูดกับเพื่อนแต่สายตาของมิเชลกลับมองสำรวจรอบกาย เพราะหวังว่าจะได้พบใครบางคนที่ทำให้เธอมาที่นี่ “ว้าย!!” เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเพื่อนทำให้มิเชลหันกลับมามองทันที “อะไรดาว! เป็นอะไร!” มิเชลถามด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ ปันดาวก็ร้องออกมา “แกจับก้นฉัน!” ปันดาวไม่ได้ตอบคำถามของมิเชล แต่เธอหันกลับไปผลักอกของผู้ชายที่อยู่ใกล้ตัวพร้อมตวาดใส่ด้วยความโกรธ “แล้วไง... อยากได้เงินเล่นเยอะ ๆ ไหมล่ะ ฉันให้เธอได้นะ” “ฉันไม่สนเงินของแก!” เพียะ!! ปันดาวฟาดฝ่ามือลงที่ซีกแก้มของมันเต็มแรง และนั่นก็เป็นการจุดไฟโทสะของอีกฝ่ายให้ลุกโชน “อีเลว!” “แกสิเลว! ขอโทษเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้!” มิเชลออกโรงปกป้องเพื่อนอย่างกล้าหาญเพราะเธอเป็นคนพาปันดาวมาที่นี่ แต่กลับถูกชายคนนั้นยื่นมือมาจับหน้าอกโดยไม่ได้ตั้งตัว “กรี๊ดดด!!!” “แก!” สองสาวโผเข้าหาตัวต้นเหตุแล้วช่วยกันตบตีอีกฝ่ายแบบไม่เลือกที่ แต่แรงของเธอสองคนก็ยังสู้ผู้ชายตัวใหญ่ไม่ได้อยู่ดี “โอ๊ย!” มิเชลถูกมันผลักออกจนล้มลงไปกองบนพื้น เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ของคาสิโนเดินเข้ามา “จับอีสารเลวสองตัวนี่เดี๋ยวนี้!” ผู้ชายหน้าด้านใช้สิทธิ์ของลูกค้าประจำสั่งเจ้าหน้าที่ของคาสิโน เป็นจังหวะเดียวกับที่ปันดาวพยุงมิเชลให้ยืนขึ้น “ใครกล้าแตะ มิเชล ไมเนอร์ ก็เข้ามา!!” นามสกุลที่เธอประกาศกร้าวออกไปทำให้คนชั่วถึงกับผงะ ทั้ง ๆ ที่ปกติจะไม่ชอบบอกกับใครว่าเธอคือคนของตระกูลไมเนอร์ แต่ตอนนี้เธอต้องทำเพราะนามสกุลจะช่วยปกป้องเธอและเพื่อน “มิเชล!” เธอหันตามเสียงหนัก ๆ ที่แสนจะคุ้นเคยแล้วจึงพบว่าเป็น ‘เขา’ คนที่เธออยากเจอมากที่สุด “อาลูซ!!” ถึงแม้จะรู้ว่าการมาที่นี่มีโอกาสที่จะได้พบกับเขา แต่เมื่อได้พบจริง ๆ หัวใจของเธอก็เต้นแรงจนผิดจังหวะ ทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจจนทำตัวไม่ถูก “มีอะไรกัน!” “ไอ้สารเลวนี่มันจับก้นเพื่อนหนู แล้วมันก็จับนมหนูด้วยค่ะ!” ดวงตาของลูเซียโน่วาววับก่อนจะหันไปหาผู้ชายที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันนัก “ชีวิตแกจบสิ้นแล้วล่ะ เพราะแกแตะต้องหลานสาวคนเดียวของไคโร!” คนผิดถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น ในหน้าถอดสีจนดูน่าเวทนา เพราะในลาสเวกัสใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าตระกูลไมเนอร์มีหลานสาวเพียงคนเดียวที่เป็นศูนย์รวมความรักของทุกคน ครั้งแรกที่มิเชลแนะนำตัวเขาไม่เชื่อแต่กับลูเซียโน่ที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จักดีในฐานะผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง มันรู้ดีว่าจะไม่เชื่อไม่ได้ “ผมขอโทษ! ขอโทษจริง ๆ ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นหลานสาวของไคโร!” เพียะ!! มือเล็กของปันดาวฟาดลงที่ซีกแก้มข้างเดิมของผู้ชายสารเลวอีกครั้ง ในใจเดือดปุด ๆ กับคำพูดน่ารังเกียจของมัน “ต่อให้ไม่ใช่หลานของไคโรแกก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้! แกไม่มีสิทธิ์ลวนลามผู้หญิงคนไหนโดยที่เขาไม่เต็มใจทั้งนั้น การกระทำของแกมันคือการกระทำของคนสารเลว รู้ไว้ด้วย!” “ผมขอโทษ! ขอโทษจริง ๆ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว!” มิเชลและปันดาวมองหน้ากันเชิงปรึกษาก่อนที่ปันดาวจะพยักหน้าน้อย ๆ “ไสหัวไป!” มิเชลตวาดไล่คนที่โค้งคำนับพวกเธอเสียงดังลั่น เมื่อตัดสินใจว่าจะให้ทุกอย่างจบลงเพียงเท่านี้ “อาลูซคะ!” เธอเรียกลูเซียโน่เมื่อเห็นเขาทำท่าจะเดินออกไปหลังเหตุการณ์สงบ “มีอะไร” เธอรู้สึกจุกในใจเมื่อเขาถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา ซ้ำดวงตาก็ยังไร้แววเอ็นดูเหมือนเคย “หนู... ขอคุยด้วยหน่อยค่ะ” “เอาสิ” ลูเซียโน่ทำท่าลังเลอยู่สักครู่ก็พยักหน้าตกลง ทำเอามิเชลถึงกับลอบถอนใจเพราะกลัวเหลือเกินว่าเขาจะปฏิเสธ คำพูดมากมายที่ซักซ้อมอยู่ทุกวันเธอกลับพูดมันไม่ออกเมื่อมายืนตรงหน้าเขา ดวงตากลมสุกใสจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของลูเซียโน่ พลางคิดไปถึงวันที่เขายังอ่อนโยนกับเธอ “อามีเวลาไม่มากหรอกนะมิเชล” เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นนิดหน่อยที่เขายังเรียกแทนตัวเองด้วยสรรพนามเดิม ไม่ได้ห่างเหินเหมือนสายตาและท่าทางที่แสดงออก “หนู... คิดถึงอาลูซค่ะ...” พอได้พูดประโยคแรกออกไปน้ำตาก็รื้นขึ้นจนดวงตาแดงก่ำ ลำคอตีบตันจนพูดอะไรต่อไม่ออก “จะมาคิดถึงอาทำไม ในเมื่อมิเชลก็รู้เต็มอกว่าตอนนี้อะไร ๆ มันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว” “แต่หนูกับอาไคโรเป็นคนละคนกันนะคะ หนูยัง... รักอาลูซเหมือนเดิม” เธอบอกรักลูเซียโน่มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อย แต่ครั้งนี้มันแตกต่างจากเดิม เพราะสองแก้มอิ่มร้อนผ่าวเกิดความเขินอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “รักเหรอ...” “ค่ะ” มิเชลรวบรวมความกล้าแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ก่อนที่จะพูดในสิ่งที่อยากพูดมานาน “หนูรักอาลูซ... รักแบบที่ผู้หญิงคนหนึ่งรักผู้ชาย” “มิเชล...” ลูเซียโน่เรียกชื่อเธอเสียงแผ่วเพราะคาดไม่ถึงว่าจู่ ๆ เธอจะมาบอกรักเขาเช่นนี้ “หนูรักอาลูซมานานแล้วค่ะ ตอนเด็ก ๆ หนูคิดว่าหนูรักอาเพราะความใจดี รักเพราะอาตามใจหนู แต่พอหนูอายุสิบห้าหนูถึงรู้ว่ามันไม่ใช่” เธอสารภาพทุกอย่างกับลูเซียโน่และย้อนนึกถึงวันที่เธอรู้ใจตัวเอง วันนั้นลูเซียโน่มาหาไคโรที่บ้านแต่ไคโรออกไปข้างนอก เขาจึงนอนรอที่โซฟาและหลับไป เธอจำได้ว่าเดินเข้าไปนั่งที่พื้นข้างโซฟาแล้วจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างหลงใหล ก่อนจะโน้มตัวจุมพิตกลีบปากหยักของคนหลับแผ่วเบา เธอทำทุกอย่างราวกับคนละเมอ แต่เมื่อผละอ
like
bc
รอยรักร้าย
อัปเดตเมื่อ Aug 24, 2023, 06:45
เพราะปันดาวถูกใช้เป็นเครื่องมือในเกมแค้น ไคโรจึงฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แววตาเปี่ยมรักแปรเปลี่ยนเป็นชิงชังจากคนรักกลับกลายเป็นศัตรู ยัดเยียดความทุกข์ทรมานให้เธออย่างไร้เมตตา...
like
bc
ซาตานไร้หัวใจ
อัปเดตเมื่อ Aug 22, 2023, 07:53
เด็ก​สาวกำพร้าทั้งสองคนเป็นเด็กอาภัพที่พ่อแม่ไม่ต้องการเธอถูกเลี้ยงและเติบโต​ที่บ้านเด็กกำพร้า​ ชีวิตของพวกเธอนั้นน่าสงสารยิ่งขึ้นเมื่อต้องพบเจอกับเขาทั้งสองคน​ ซาตานในคราบเทพบุตร....
like
bc
ลวงใจ
อัปเดตเมื่อ Jul 24, 2023, 03:01
เพราะเห็นว่าเธอใสซื่อและรักเขามากกว่าสิ่งใด ภาคินจึงคิดที่จะสร้างโลกสองใบ โดยที่ช่อแก้วต้องอยู่ในโลกใบที่เป็นความลับ..."ฮึก..."ตอนนี้ช่อแก้วไม่รู้หรอกว่าภาคินรู้สึกกับเธอเช่นไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรักที่เคยมียังหลงเหลืออยู่ในใจเขาบ้างหรือเปล่า เธอรู้เพียงว่าเธออยากกอดเขา อยากซบหน้ากับอกกว้างซึ่งเป็นที่พักพิงด้วยความคิดถึงสุดหัวใจช่อแก้วสะอึกสะอื้นในขณะที่ก้าวเท้าเข้าหาเขา แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้แตะต้องส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกำยำ ภาคินกลับก้าวถอยหลังราวกับรังเกียจ "นาย...""สรุปใครคะพี่ภาค พี่รู้จักด้วยเหรอคะ"ปนิดาเอ่ยถามในขณะที่เปิดประตูรถลงมายืนข้างคู่หมั้นภาคินมองใบหน้านองน้ำตาของคนที่เขาเคยบอกรักเช้าเย็นด้วยความอึดอัดใจเป็นที่สุด"ที่นี่คนเต็มแล้วเรายังไม่รับคนงานเพิ่ม"คำพูดและการกระทำของเขาสร้างความเจ็บปวดให้กับช่อแก้วอย่างแสนสาหัส หัวใจถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเมื่อเขาแสดงออกว่าเธอคือคนแปลกหน้า"อ้อ...มาสมัครงาน"ช่อแก้วสะอื้นรุนแรงแล้วจึงยกมือวางทาบที่หน้าท้องเพราะรู้สึกเจ็บ ตอนนั้นเองที่ภาคินสังเกตเห็นว่าเธอกำลังตั้งครรภ์"นายจำแก้วไม่ได้เหรอคะ..ฮึก...หรือว่านายเป็นอะไร! นาย...""พอ! ฉันไม่ได้เป็นอะไรเพียงแต่ฉันจำเธอไม่ได้จริงๆ ตอนนี้นึกออกแล้วล่ะ""สรุปยังไงคะพี่ภาค""เธอชื่อช่อแก้ว พ่อเธอเป็นคนงานในเหมืองแต่ตอนนี้พ่อเธอป่วยทำงานไม่ได้ พี่ก็เลยว่าจะจ้างให้เธอมาเป็นแม่บ้านอยู่ที่นี่"คำพูดนั้นทำให้ช่อแก้วรู้ได้ทันทีว่าภาคินไม่ใช่สามีคนเดิมของเธออีกแล้ว เขากำลังโกหกและปิดบังสถานะของเธอจากผู้หญิงคนนั้น "ทำไมนาย...""ไปพาพ่อเธอมาขึ้นรถจะได้เข้าบ้านพร้อมกัน เปิดประตูแล้วเข้าบ้านเถอะนิดพี่เริ่มร้อนแล้ว"เขาสั่งเสียงเข้มแล้วตัดบทด้วยการขึ้นรถไป ช่อแก้วจึงต้องรีบวิ่งกลับไปจูงบิดามาขึ้นรถอย่างไม่มีทางเลือก"เธอมาทำอะไรที่นี่ฮะ!"ประตูรถยังไม่ทันปิดสนิทภาคินก็เกรี้ยวกราดใส่เธออย่างคนที่กำลังโกรธจัดประโยคแรกที่เขาพูดกับเธอทำให้ช่อแก้วยืนอึ้งเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้ควรรู้สึกอย่างไร ไม่รู้แม้กระทั่งควรตอบคำถามนั้นหรือเปล่าด้วยซ้ำ"เธอกำลังทำให้ทุกอย่างมันวุ่นวายรู้หรือเปล่า!""แก้วไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ แก้วแค่มาตามหานาย...นายหายไปนานไม่ยอมส่งข่าว ตอนนี้ชาวบ้านพากันนินทาเรื่องที่แก้วท้อง เขาพูดกันว่า..."หญิงสาวพยายามอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เธอต้องเดินทางมาถึงที่นี่ แต่ใบหน้าที่แสดงถึงความเกรี้ยวกราดไม่พอใจของภาคินกลับไม่คลายลง ทำให้คนมองเริ่มใจเสียเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ยินดีกับการมาเยือนของเธอ"พอเถอะ!"ชายหนุ่มพารถจอดสนิทแล้วลงจากรถอย่างเร่งรีบ"ตามมาทางนี้!"เขาก้าวยาวๆเดินนำเธอแต่ช่อแก้วที่อุ้มท้องห้าเดือนอีกทั้งยังต้องจูงพ่อเดินไม่ทันใจเขา จนภาคินต้องคว้าข้อมือเล็กแล้วฉุดให้เธอเดินตาม โดยไม่ได้ใส่ใจเลยว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่"เธอฟังฉันนะแก้ว..."เขาหยุดเดินแล้วพูดกับเธอเมื่อพาเข้ามาที่ห้องครัวหลังบ้าน"เธอรอฉันตรงนี้...รอที่นี่ อย่าพูดกับใคร อย่าออกไปให้ใครเห็น ถึงเวลาฉันจะกลับมารับเข้าใจมั้ย""นายจะไปไหนคะ!"ช่อแก้วรีบผวาเข้าเกาะแขนเมื่อได้ยินอย่างนั้น กลัวเหลือเกินว่าจะถูกเขาทอดทิ้งเอาอีกครั้ง"ฉันมีเรื่องสำคัญต้องทำ รอฉันตรงนี้...""นายยังไม่ได้บอกพ่อแม่เรื่องแก้วใช่มั้ย ถึงพาแก้วออกไปตอนนี้ไม่ได้""เดี๋ยวฉันมาอธิบายให้ฟัง อยู่ตรงนี้อย่าไปไหนก็พอ""แต่...""อย่าทำให้ฉันต้องวุ่นวายไปมากกว่านี้แก้ว!"เธอหุบปากฉับเมื่อเขาตวาดใส่เสียงดัง แล้วจึงจูงมือบิดาไปนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ใกล้ที่สุด ในอกปวดระบมจนสุดบรรยาย กับการกระทำของสามีที่เธอทั้งรักทั้งเทิดทูลภาคินออกไปไม่นานก็มีแม่บ้านวัยกลางคนเดินเข้ามา และสิ่งที่ทำให้ช่อแก้วใจชื้นคือเธอได้รับรอยยิ้มจากแม่บ้านคนนั้น"ไงละหนู คุณภาคบอกให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อน อยากได้อะไรมั้ย""หนูขอน้ำเปล่าให้พ่อหนูได้มั้ยจ๊ะ""ได้สิทำไมจะไม่ได้"แม่บ้านคนนั้นหายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมเหยือกและแก้วน้ำสองใบ"ป้าชื่อวรรณานะ เรียกป้าวรรณก็ได้ ว่าเเต่เป็นอะไรถึงร้องไห้ตาปูดตาบวม"ช่อแก้วส่ายหน้าพร้อมน้ำตาที่ไหลมาอีกระรอก แต่เธอกลับไม่ยอมปริปากเล่าเรื่องราวใดๆ เพราะกลัวว่าจะไม่ถูกใจภาคินและอาจทำให้เขาโกรธมากกว่าเดิม"อะๆ ไม่เล่าก็ไม่เล่า""ป้าจ๊ะ""ว่าไง""นายไปไหนจ๊ะ อีกนานมั้ยถึงจะมารับหนู""เรียกนาย...มาจากเหมืองที่จันล่ะสิเนี่ย คุณภาคเธอมีแขกกว่าจะกลับมาจัดการเรื่องหนูคงอีกพักใหญ่ เวลาคุณนิดมาส่วนมากก็จะคุยกันจนมืดค่ำ""คุณนิด..."ช่อแก้วทวนคำแล้วนึกไปถึงหญิงสาวที่เธอเจอเมื่อครู่"ใช่ คุณนิดคู่หมั้นคุณภาค จะแต่งงานกันในอีกสองเดือนนี่แหละ"คำว่าแต่งงานทำให้ดวงตาคู่สวยของช่แก้วเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึงแล้วจึงถามย้ำให้แน่ใจอีกครั้ง"ป้าหมายถึง...นายกำลังจะแต่งงานกับคนที่ชื่อคุณนิดหรอ...""ใช่สิ ถ้าหนูได้เห็นคุณนิดนะจะต้องคิดเหมือนป้า กิ่งทองใบหยกแท้ๆเชียว"ช่อแก้วเพิ่งได้รู้ในนาทีนั้นเองว่าที่เขาพาเธอมาซ่อนไว้ที่หลังบ้านไม่ใช่เพราะหลบจากสายตาพ่อแม่เขา แต่เป็นเพราะเขากำลังปิดบังตัวตนของเธอจากผู้หญิงคนนั้น และที่เขาเงียบหายไปตลอดสี่เดือนก็เพราะกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว เขาไม่ต้องการเมียที่ไร้ราคาอย่างเธออีกแล้ว
like
bc
โซ่การุณย์
อัปเดตเมื่อ Jul 24, 2023, 02:49
เธอปล่อยให้ท้อง...เพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณแต่พ่อของลูก...กลับคิดว่าเธอต้องการจะจับเขาเพราะความอยากได้อยากมีปานชีวาและลูกจึงเป็นยิ่งกว่าเศษขยะในสายตาเขา...ปานชีวา หรือมะยม หญิงสาววัยยี่สิบปี เธอถูกคุณย่าประภาอุปการะคุณมาตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยความที่เป็นเด็กบ้านแตกไม่มีใครต้องการ ทำให้เธอพยายามที่จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนพระคุณของคุณย่าศรา หรือ เสือ ชายหนุ่มอายุสามสิบปี เขาเป็นหลานชายคนเดียวของคุณย่าประภา เป็นคนเคร่งขรึมเด็ดขาดและจริงจังในทุกๆเรื่องศราให้ความเอ็นดูกับเด็กหญิงที่คุณย่ารับอุปการะมาตลอด เพราะรู้สึกเห็นใจและสงสารในโชคชะตาของเธอ แต่ในที่สุดความเอ็นดูก็แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง เมื่อเขารู้ธาตุแท้ว่าความจริงแล้วเธอมันไม่ได้น่าสงสารเลยสักนิด แต่ป็นผู้หญิงหน้าด้านและทะเยอทะยานจนน่ารังเกียจและความทะเยอทะยานของเธอก็ทำให้เขาสูญเสียคนรักไป ศราจึงพยายามทำทุกทางให้เธอได้รับความเจ็บปวดอย่างสาสม!"ลงไป!"เขาออกคำสั่งแล้วจ้องเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ"ฉันบอกให้ลงไป!""แต่ฝน...""แค่น้ำฝนทำอะไรคนหน้าด้านอย่างเธอไม่ได้หรอก! รู้ไว้ซะว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะเธอ! ลงไป!"ก้อนสะอื้นวิ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอจนเจ็บร้าว กระบอกตาร้อนผ่าวเมื่อเขาไล่อย่างไม่ไยดี และเธอก็เลือกที่จะเปิดประตูลงจากรถไปโดยไม่อ้อนวอน"ฮึก...ฮึก..."ปานชีวามองตามท้ายรถคันหรูที่ขับออกไปด้วยหัวใจที่เจ็บปวด ยกสองแขนขึ้นกอดตัวเองท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ ครืนนน ครืนนน เปรี้ยง!!!กรี๊ดดดด!!!เธอทรุดนั่งลงตรงนั้นแล้วกรีดร้องสุดเสียงแล้วยกสองมือขึ้นปิดหู ทั้งหวาดกลัวทั้งตกใจจนตัวเนื้อสั่น นึกเสียใจที่ไม่เอ่ยปากอ้อนวอนเขา"ฮือๆ....ฮึก"การที่ศราทอดทิ้งเธอมันเหมือนกับหอกดาบที่ทะลวงซ้ำตรงแผลเก่า ไม่ว่าจะเป็นวันนี้หรือวันวานเธอก็ยังคงเป็นชีวิตไร้ค่าที่ไม่มีใครต้องการ ไม่มีแม้แต่คนที่คอยห่วงใยหรือใส่ใจดวงตาแดงก่ำมองไปยังพ่อของลูกด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรง ก่อนจะยกมือขึ้นกุมหน้าท้องนูนที่ปวดแปลบ"ในท้องนี่ก็ลูกคุณนะคะ คุณกล้าพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง!""ทำไมฉันจะพูดไม่ได้ในเมื่อมันคือชีวิตที่ฉันไม่เคยต้องการ!"เขาตะคอกใส่ด้วยแรงโทสะโดยไม่ทันสังเกตุเลือดสีแดงสดที่เริ่มไหลลงตามเรียวขาของเธอ"เด็กคนนี้มันก็จะเป็นเหมือนเธอ! เหมือนแม่ของมัน! เกิดมาเป็นตัวปัญหาที่ไม่มีใครต้องการ!"ปานชีวายืนอึ้งเมื่อได้ยินคำนั้นจากปากเขา ที่ผ่านมาศราทำร้ายจิตใจเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ทำให้เธอเจ็บปวดได้เท่าครั้งนี้
like
bc
ดวงใจวาดิม
อัปเดตเมื่อ May 19, 2023, 04:20
เขามองเธอด้วยแววตาเยียบเย็นไร้ซึ่งความรักใคร่อาทรอย่างที่เคยมี ทำเอาเลอาหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ"เธออยากไปที่ไหนก็ไปส่งเธอที่นั่น อยากจะไปหาพี่ชายเธอกานาซก็จะช่วยไปส่งให้ ครั้งนี้ฉันจะถือซะว่าฉันมันโง่เอง แต่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก! แม้แต่เงาของเธอฉันก็ไม่อยากเฉียดใกล้!""วาดิม...""แล้วถ้าจะให้ดีอย่าใช้ปากสกปรกของเธอเรียกชื่อฉันอีก!"เลอาหลุดสะอื้นเพราะไม่อาจเก็บงำความเสียใจเอาไว้ได้ ในตอนแรกที่ตัดสินใจทำแบบนี้เธอรู้อยู่แล้วว่าวาดิมจะต้องโกรธและเกลียดเธอ แต่พอเห็นแววตาชิงชังของเขาหัวใจของเธอมันก็เจ็บจนแทบทนไม่ไหว"ฉัน...""ออกไป!"❌️ กราบเรียนนักอ่านที่เคารพทุกท่าน นิยายเรื่องดวงใจวาดิม เป็นนิยายแนวที่ไรท์ไม่เคยเขียนมาก่อน แต่อยากจะลองเปลี่ยนแนวดูบ้าง หากใครมีคำแนะนำติชมส่งเข้ามาได้ในทุกๆช่องทางนะคะ
like
bc
ใคร่เพียงคุณ
อัปเดตเมื่อ May 17, 2023, 05:37
เพราะเขาคือผู้กุมความลับที่สามารถดับอนาคตของเธอได้ อันดาจึงต้องยอมขึ้นเตียงกับเขาเพื่อรักษาความลับนั้นไว้ แต่เรื่องมันไม่จบแค่นั้นเพราะยิ่งได้เขาก็ยิ่งใคร่จนไม่ยอมปล่อยมือ...📌มาติดตามเอาใจช่วยกันนะคะ
like
bc
พ่ายรักเมียเด็ก
อัปเดตเมื่อ Mar 17, 2023, 08:12
เธอทำให้เขาเกือบต้องเปลี่ยนคำนำหน้าจากนายเป็น 'นักโทษชาย' ด้วยข้อหาที่ฟังดูแล้วน่าหัวเราะเยาะที่สุดหากใครรู้เข้า เขาทั้งแค้นทั้งเสียหน้าจึงหยิบยื่นแต่ความเจ็บปวดทรมานให้เธอเพื่อบรรเทาความแค้น!!!!!!!!!
like
bc
รานทรวง
อัปเดตเมื่อ Mar 17, 2023, 07:38
เธอยอมเป็นของเล่นเป็นผู้หญิงในความลับของเจ้านายหนุ่ม เพราะหวังว่าสักวันเขาจะเห็นความสำคัญของเธอบ้าง แต่สุดท้ายเธอก็ยอมตัดใจแล้วเดินจากมาเมื่อเขาเลือกที่จะแต่งงานทั้งๆที่รู้ว่าเธอท้อง..."คุณหนึ่งจะเอายังไงคะ"เขาตวัดตามองเมื่อเธอตั้งคำถามพร้อมบอกเสียงกระด้าง"จะเอายังไงได้ล่ะ พรุ่งนี้แสนไปยื่นใบลาออกซะ แล้วต่อไปนี้ก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เดี๋ยวผมจะหาบ้านชานเมืองสักหลังแล้วให้แสนย้ายไปอยู่ที่นั่น""คะ...แค่นั้นเหรอคะ""แค่นั้น? หมายความว่าอะไรกัน""แล้ว...เรื่องการแต่งงานของคุณ...""เรื่องแต่งงานมาเกี่ยวอะไร นี่แสนคงไม่คิดว่าผมจะยกเลิกงานแต่งงานเพราะว่าแสนท้องหรอกนะ เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลย"เธอเจ็บร้าวไปทั้งลำคอเมื่อได้ยินคำพูดของผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ ผู้ชาย...ที่เป็นพ่อของลูกเธอ"แล้วลูกล่ะคะ ถ้าคุณแต่งงานลูกจะเป็นยังไง""ต่อให้ผมแต่งงานอีกสิบครั้งร้อยครั้งเขาก็คือลูกผม เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรต้องห่วง เพียงแต่คงเปิดเผยให้คนอื่นรู้ไม่ได้เท่านั้น"เวคินกล่าวเสียงเครียดไม่แพ้ใบหน้า เขามัวแต่กังวลจนลืมสังเกตว่าแววตาของแสนรักเริ่มเปลี่ยนไป"หมายความว่า...เราสองแม่ลูกต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆไปตลอดชีวิตงั้นเหรอคะ""ทำไมต้องถามแบบนี้ด้วย เราตกลงกันตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ""ค่ะ แสนผิดเองที่ถามโง่ๆ แต่ถึงอย่างนั้นแสนก็อยากจะถามคุณอีกอยู่ดี ว่านอกจากอยู่แบบหลบๆซ่อนๆแล้วยังมีวิธีอื่นอีกมั้ย""ถ้าไม่ยอมที่จะอยู่เงียบๆ ก็รอจนคลอดแล้วยกเด็กให้เป็นลูกของผมกับนัดธิดา เขาจะได้ทุกอย่างตามสิทธิ์ของเขา ผมสามารถสร้างข่าวได้อยู่แล้วว่านัดธิดาท้อง"เขาบอกอย่างนั้นเพราะมั่นใจเหลือเกินว่านัดธิดาซึ่งกำลังจะกลายเป็นภรรยาอย่างถูกต้องจะไม่ปฏิเสธ"ถ้าจะทำอย่างนั้นแสนยอมทำแท้งซะดีกว่าค่ะ!"แสนรักเริ่มขึ้นเสียงเพราะความเจ็บปวดผิดหวังท่วมท้นอยู่ในอกดวงตาแดงก่ำจ้องมองเวคินไม่ยอมหลบ"ก็เอาสิ! ดีเหมือนกันจะได้จบปัญหา!"❌️ นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการที่เพ้อเจ้อของไรท์ หากใครไม่ชอบดราม่า พระเอกเลว เลื่อนผ่านได้นะคะ❌️ สำหรับใครที่จะติดตามอ่านฟรีไรท์จะอัพทุกวันไม่เกินสองทุ่มจนจบเรื่องค่ะ🙏 ขอบคุณทุกๆกำลังใจทุกๆการติดตามนะคะ
like
bc
เมียก้นครัว
อัปเดตเมื่อ Feb 11, 2023, 19:11
เพราะอยากชิมความสาวของทอฝันที่เป็นเพียงสาวใช้ในบ้าน แม็กเวลล์จึงใช้เสน่ห์เล่กลล่อลวงให้เธอติดกับ และหญิงสาวที่ใสซื่อบริสุทธิ์ก็ตกหลุมพรางเข้าอย่างจัง มอบทั้งความสาวและหัวใจให้เขาไปอย่างง่ายดาย... เพราะอยากชิมความสาวของทอฝันที่เป็นเพียงสาวใช้ในบ้าน แม็กเวลล์จึงใช้เสน่ห์เล่กลล่อลวงให้เธอติดกับ และหญิงสาวที่ใสซื่อบริสุทธิ์ก็ตกหลุมพรางเข้าอย่างจัง มอบทั้งความสาวและหัวใจให้เขาไปอย่างง่ายดาย... แม็กซ์เวลมองทอฝันที่นั่งหน้าซีดอยู่บนพื้นพรมด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนที่จะทรุดนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่มช้าๆ "มีอะไรกันเหรอครับแม่" "แม็กซ์...รันยาบอกว่าลูกทำหนูฝันท้อง" ท้อง! คำสั้นๆที่ทำให้แม็กซ์เวลรู้สึกคล้ายถูกไฟช๊อตจนชาไปทั้งร่าง เพราะไม่เคยนึกถึงเรื่องพวกนี้มาก่อนและการตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องที่เขาเตรียมรับมือ "เธอท้องเหรอทอฝัน" ในขณะที่พูดดวงตาคู่คมจับจ้องใบหน้าหวานอย่างคาดคั้นโดยไม่แคร์สายตาใคร "...ฮึก...ค่ะ ฝันท้อง" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาแล้วพยายามที่จะค้นหาแววตาของความยินดี แต่จนแล้วจนรอดเธอก็พบแต่ความเย็นชาดุดัน "แม็กซ์...เรื่องนี้มันยังไงกันพูดมาให้ชัดๆสิ หนูฝันบอกว่าเธอกับลูกรักกัน และก็คบหากันมาสักพักแล้วจริงหรือเปล่า" "ทอฝัน..." "คะ..." เธอมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างมีความหวัง ถึงแม้จะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง แต่เธอก็ยังหวังลึกๆว่าแม็กซ์เวลจะจับจูงปกป้องเธอ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องพังทลายเพียงเพราะคำพูดประโยคเดียว "ฉันบอกเมื่อไหร่ว่ารักเธอ เท่าที่จำได้ฉันไม่เคยพูดเลยสักครั้งนะ และทุกครั้งที่เรานอนด้วยกันฉันก็ตอบแทนเธอด้วยข้าวของราคาแพงที่เธอไม่มีปัญญาซื้อเอง...ไม่ใช่หรอกเหรอ" เหมือนฟ้าถล่มลงตรงหน้าของทอฝันอย่างไร้อย่างนั้น ทุดคำพูดเสียดแทงหัวใจเธอจนเกิดบาดแผลฉกรรจ์ "คุณแม็กซ์..." น้ำเสียงที่เรียกเขาแผ่วและสั่นคล้ายคนที่กำลังใกล้ขาดใจ หากพูดว่าตอนนี้เธอเจ็บปวดจนแทบเสียสติก็คงไม่เกินจริง เพราะไม่ใช่เพียงแต่คำพูดที่ทำร้ายเธอแต่แววตาที่แสดงถึงความรังเกียจนั่นก็ด้วย
like
bc
โซ่เดียงสา
อัปเดตเมื่อ Dec 15, 2022, 03:41
พราวนภาตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของมาร์โค่เพราะเขาคิดว่าเธอคือของขวัญที่พี่ชายส่งมา หญิงสาวเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้เพราะอายเกินกว่าจะบอกใคร แต่สุดท้ายก็จำใจต้องรื้อฟื้นเรื่องที่พยายามลืมเลือน...เพราะเธอท้อง!!
like
bc
แค่คุณ...
อัปเดตเมื่อ Dec 11, 2022, 20:08
เธอปฏิเสธที่จะรับเงินซึ่งเขาบอกว่าเป็นค่าความสาวของเธอ แล้วเรียกร้องความรับผิดชอบจากเขาเป็นทะเบียนสมรส แต่กว่าจะรู้ว่าตัดสินใจผิดพลาดหัวใจของเธอก็แหลกละเอียดเพราะถูกเหยียบย่ำจากคนที่ได้ชื่อว่า...สามี
like
bc
ทาสปรารถนา
อัปเดตเมื่อ Oct 25, 2022, 02:36
เธอเห็นเขาเป็นพรหมลิขิต แต่เขากลับมองเธอเป็นเพียงของเล่นที่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน เส้นทางความรักงดงามที่เธอวาดหวังจึงพังทลาย เธอจึงตัดสินใจจากเขามาโดยไม่รู้ตัวว่าเธอพาทายาทของเขาติดท้องมาด้วย!! พิพิมเป็นนักศึกษาปีสี่ที่มองโลกสวยงาม แต่เมื่อวันหนึ่งเธอถูกแฟนหนุ่มทิ้งไป เหตุผลที่เขาบอกกับเธอคือเขาค้นพบว่าตัวเองชอบไม้ป่าเดียวกัน!! เธอเจ็บแสนเจ็บและระบายความเจ็บด้วยการออกไปปาร์ตี้ แล้วเธอก็ได้พบกับเขา 'มาร์คัส' ชายหนุ่มลูกครึ่งเยอรมันอิตาลี ผู้มีใบหน้างดงามราวรูปสลักอีกทั้งร่างกายกำยำล่ำสัน ทำเอาพิพิมเกิดความคิดแผลงๆ หลังจากค่ำคืนเร่าร้อนเธอก็คิดมาตลอดว่าเขาคือพรมลิขิต และทุ่มเทใจให้เขาไปจนหมดโดยไม่คิดเหลือเผื่อความผิดหวัง แต่แล้วเธอก็ต้องรู้สึกเหมือนถูกตีแสกหน้า เมื่อรู้ความจริงว่าเขามองเธอเป็นแค่ของเล่น เป็นนักศึกษาไซด์ไลน์ที่มีไว้บำบัดอารมณ์ใคร่เท่านั้น แต่อะไรก็ไม่แย่ไปกว่าการที่พิพิมรับรู้ว่าเธอกำลังมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น ผู้ชายที่เธอคิดว่าเป็นพรมลิขิตเขามีคู่หมั้นแล้ว!! เธอจึงตัดใจและเดินออกมาจากผู้ชายเห็นแก่ตัว โดยไม่รู้ว่ามีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขากำลังก่อกำเนิดในตัวเธอ!! พิพิมเก็บความลับนี้ไว้โดยไม่บอกเขา แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกเมื่อเขาพบเธอและลูกโดยบังเอิญ การต่อสู้ระหว่างเขาและเธอจึงเริ่มขึ้น โดยมีเด็กหญิงดวงฤทัยหรือน้องของขวัญเป็นเดิมพัน!!
like
bc
กรงปรารถนา
อัปเดตเมื่อ Oct 25, 2022, 02:32
เขาขังเธอเอาไว้ในกรงปรารถนา...เพื่อปลดเปลื้องอารมณ์ใคร่... เขาคิดว่าความสุขสบายที่เขามอบให้นั้นเพียงพอที่จะทำให้เธอมีความสุข... โดยที่ไม่รู้เลยว่านกตัวน้อยๆอย่างเธอกำลังจะเฉาตายเพราะขาดรัก... พัชมนยินยอมเป็นนกน้อยในกรงทองของคีรินด้วยความเต็มใจ เธอคิดเพียงอยากฉุดครอบครัวและทุกคนที่เธอรักให้พ้นจากความแร้นแค้น โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังพาตัวเองเข้าสู่เส้นทางอันตราย ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควรหลงใหลใฝ่ฝันในตัวเขา แต่ยิ่งอยู่ยิ่งใกล้ชิดนานวันหัวใจของเธอก็ถูกเขาครอบครองจนเต็มพื้นที่ ...
like
bc
อ้อนรักคุณอามาเฟีย
อัปเดตเมื่อ Oct 25, 2022, 02:26
เธอคือสาวน้อยที่กำลังไร้ที่พึ่ง เขารีบอาสาเป็นผู้ปกครองให้เธอ เธอซาบซึ้งน้ำใจของเขาแต่เธอไม่คิดเลยว่าเธอจะต้องตอบแทนเขาด้วยร่างกาย "ทำไมถึงไม่ไปโรงเรียน" คาร์ลอสถามเด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาด้วยน้ำเสียงเข้มจัด บอกได้ดีถึงอารมณ์ที่กำลังครุกรุ่น พุดกรองมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังบูดบึ้ง เธอมองเขาอย่างไม่เกรงกลัวเหมือนครั้งก่อนๆ ";เพราะหนูไม่อยากจ่ายค่าเทอมด้วยร่างกาย เหมือนที่จ่ายค่าเช่าบ้านให้คุณ!" คาร์ลอสสะอึกอึ้งพูดไม่ออก บอดี้การ์ดที่ยืนเรียงรายอยู่ก้มหน้าต่ำทันที เขามองเธออย่างคาดโทษและหาวิธีปราบพยศเธออยู่ในใจ
like
bc
บงการรัก
อัปเดตเมื่อ Oct 25, 2022, 02:21
เพียงฟ้า บำรุงทรัพย์ สาวน้อยวัยสิบเก้าปี ผู้เป็นเจ้าของใบหน้างดงามพิลาสล้ำ และรูปร่างเย้ายวนทรมานใจชาย เธอติดตามพี่สาวไปอยู่บ้านหลังใหม่ของพี่เขย ทั้งๆที่รู้ดีว่าญาติของพี่เขยรังเกียจเธอและพี่สาว เธออยู่อย่างเจียมตัวแต่ก็ถูกสายตาคมคู่หนึ่งมองอย่างรังเกียจอยู่เสมอ เขาคือ แดนสรวง อัครไพศาลกิจ พี่ชายคนเดียวของพี่เขยเธอ แต่แล้ววันหนึ่งความสาวของเธอก็ถูกเขาพรากไป และยัดเยียดตำแหน่งสาวไซด์ไลน์ให้กับเธอ "ฮึก...ฮึก..." เสียงสะอื้นของสาวน้อยที่เขาขย้ำเธอจนยับย่อยคามือดังอยู่ตลอด แต่ไม่สามารถเรียกความสงสารจากแดนสรวงได้เลย เขาเพียงปลายตามองแผ่นหลังเปลือยที่สั่นสะท้าน ผิวขาวผ่องตัดกับรอยจูบที่เขาทิ้งไว้ทั่วแผ่นหลังของเธอ ทำให้เขามองอย่างพอใจ "จะร้องไปทำไม พรมจรรย์ที่เธอถนอมไว้ก็เพื่อขายให้ใครสักคนอยู่แล้ว ขายให้ฉันน่ะฉันจ่ายไม่อั้นนะ แต่ถ้าหวังว่าฉันจะเอาเธอขึ้นมาเป็นเมีย เหมือนกับที่น้องชายโง่ๆของฉันยกย่องพี่สาวเธอล่ะก็เลิกฝันไปได้เลย ฉันไปก่อนเลิกฟูมฟายแล้วก็ไปรับเช็คที่ฉันได้เลย" เพียงฟ้าไม่ตอบโต้อะไร แต่เธอขบริมฝีปากแน่นจนได้รู้รสของเลือด มือเธอกำผ้าห่มเอาไว้แน่นอย่างคั่งแค้น เธอได้แต่นึกในใจว่าต้องมีสักวันที่เธอจะทำให้เขาคุกเข่าขอโทษเธอให้ได้!
like
bc
ทาสสวาทคนพาล
อัปเดตเมื่อ Oct 25, 2022, 02:15
เขาและเธอมีชะตาชีวิตที่ไม่ต่างกันปริมรดารู้สึกราวกับว่าตัวเองฝันไปที่จู่ๆเขาก็สารภาพว่าอยากปกป้องดูแลเธอ แต่แล้วจากหวานก็กลายเป็นขมขื่นเมื่ออดีตที่เจ็บปวดทำให้เขาเลือกที่จะเชื่อคนอื่นแล้วหันมาร้ายกับเธอ ปริมรดาจะทำอย่างไรเมื่อเทพบุตรของเธอกลายเป็นคนพาล ที่จ้องแต่จะเหยียบย่ำหัวใจของเธอให้แหลกละเอียด "ไม่ตรวจก็ตามใจ...แต่ถ้าในอนาคตผลตรวจออกมาว่าเด็กเป็นลูกฉันเธอจะไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเด็กเลย ฉันจะไม่ยอมให้เธอได้แตะต้องหรือแม้กระทั่งได้เห็น และอย่าคิดว่าเป็นแค่คำขู่เพราะฉันทำแน่!" "คุณทำอย่างนั้นไม่ได้นะเราตกลงกันแล้ว!" "ใช่...แต่เราตกลงกันว่าถ้าเธอยอมตรวจมันจะเป็นแบบนั้น แต่นี่เธอโยกโย้ฉันก็ไม่จำเป็นต้องทำตามนั้นแล้วนี่ เอายังไงล่ะ...จะยอมหรือเปล่า ถ้าเธอยอมตรวจแล้วผลออกมาว่าเด็กเป็นลูกฉัน ฉันก็จะทำตามที่เธอต้องการ แต่ถ้าเด็กไม่ใช่ลูกฉัน...ฉันจะปล่อยเธอไป" ปริมรดาน้ำตารินอาบสองแก้มเพราะรู้สึกอัดอั้นในอก เธอเงยหน้าขึ้นมองโรเรนโซ่อย่างเกลียดชังเป็นครั้งแรก ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกหวิวในอกไม่น้อย "ที่ผ่านมาไม่ว่าคุณจะทำกับปริมยังไงปริมก็พอที่จะอภัยได้ ปริมพยายามเข้าใจว่าอดีตที่เจ็บปวดทำให้คุณหวาดระแวงและไม่เชื่อใครง่ายๆ แต่วันนี้คุณบีบบังคับปริมโดยเอาความปลอดภัยของลูกมาเป็นเดิมพัน ใจคุณมันดำเกินไปแล้วโรเรนโซ่!" ชายหนุ่มสะอึกเมื่อเธอต่อว่าแล้วมองเขาอย่างชิงชัง แต่ก็ยังไม่ลดละและไม่เลิกล้มความตั้งใจ "ใช่! ฉันมันใจดำ เธอเลือกเอาแล้วกันว่าจะเลือกทางไหน!" "จำเอาไว้นะโรเรนโซ่ หากลูกของปริมเป็นอะไรไปปริมจะไม่มีวันให้อภัยคุณเลย!" ชายหนุ่มเจ็บแปล๊บในใจเมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของเธอ แต่ในใจก็เฝ้าภาวนาขอให้เธอและลูกปลอดภัย นอกเหนือจากนั้นคือขอให้ผลออกมาว่าเด็กเป็นลูกของเขา
like
bc
วิวาห์อสูร
อัปเดตเมื่อ Oct 24, 2022, 23:28
เพราะ​เป็นห่วงลูกสาวคนเดียว อารดา​ เกีรยติ​ไพศาล... คุณ​ภวัตที่กำลังจะจากโลกนี้ไปจึงจำต้องโกหกว่าเขาติดหนี้ก้อนใหญ่​และให้ลูกสาวแต่งงานกับลูกชายของเพื่อนรักเพื่อชดใช้... เขา..นิโคลัส​ กาซีเย่.. เจ้าพ่อนักธุรกิจ​เหมืองเพชร​ที่ถูกบิดาบีบบังคับให้รับเธอเป็​นภรรยา​เนื่องจากเธอเป็นลูกสาวของเพื่อนรักท่าน​ เขาเกลียดทั้งเธอและต้องการต่อต้านพ่อเขาทางอ้อมเธอจึงต้องตกเป็นดั่งเชลยของเขาแทนที่จะเป็นเจ้าสาว!!! "เอ่อ... ถ้าคุณ​ไม่สบายใจ.. เรา.. แยกห้องกันดีมั้ยคะ" "ไม่!!.. ถึงฉันจะเกลียดเธอ! แต่ฉันก็จะหลับหูหลับตาเอาเธอ!.. ให้มันคุ้ม​ค่ากับที่เธออยากได้ฉันเป็นผัว!" อารดามองเขาผ่านม่านน้ำตาด้วยความหวาดกลัว​ เธอจะทนรับความเกลียดชังนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน!! ... เกลียดชัง... แต่โหยหา.... .. ไม่อยากมองหน้า.... แต่ลุ่มหลง....
like
bc
มลทินมาร
อัปเดตเมื่อ Oct 24, 2022, 23:18
เธอพลีกายให้เขาเพื่อแลกกับชีวิตของบิดา แต่เรื่องมันไม่จบลงง่ายๆเมื่อเขาดันติดใจรสสวาทที่แสนพิสุทธิ์ของเธอ ชีวิตของอาริสาจึงไม่สงบสุขอีกต่อไปเพราะต้องคอยหลีกหนีจากเงื้อมมือของคนหื่นอย่างเขา!! อาริสา​ เรืองภักดี​ หญิงสาวอายุสิบเก้า​ปีอดีตคุณ​หนู​ผู้เพียบพร้อม​ต้องหนีหนี้พนันก้อนใหญ่​พร้อมบิดา​ เนื่องจากคุณ​การัณย์​หลงผิดติดการพนันจึงทำให้หมดเนื้อหมดตัวและถูกตามล่าเอาชีวิตจึงพาลูกสาวคนเดียว​หนีมาไกลถึงอิตาลี​ แต่ด้วยความอยากได้เงินและสงสารลูกจึงตัดสินใจ​พลาดเพราะ​รับงานบางอย่างทำให้ชีวิตของลูกสาวต้องย่ำแย่กว่าที่เคยเป็น "ฉันไม่เรียกตำรวจหรอกเพราะ​ฉันกำลังจะฆ่าพวกมันซะ!" ดวงตากลมโตฉายแววหวาดหวั่น​ทันทีเธอรีบพูดกับเขาทันที "ถ้าอย่างนั้นฆ่าฉันได้มั้ย! ฆ่าฉันแทนเขา!"
like
bc
บ่วงรักจำเลย
อัปเดตเมื่อ Oct 7, 2022, 18:29
ตฤณภพถูกตาต้องใจเธอตั้งแต่แรกเห็นจนอยากจะได้เธอมาครอบครอง แต่นอกจากเธอจะไม่สนใจเขาแล้วเธอยังทำกับเขาอย่างเจ็บแสบ ด้วยการผลักเข้าเข้าคุกเพราะความเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวของเธอ เขาต้องกลายเป็นนักโทษ!! ตกเป็นฆาตกรเลือดเย็นในสายตาของคนอื่น!! สี่ปีที่เขาใช้คำนำหน้าว่านักโทษชายเพราะพยานเท็จอย่างเธอ ตฤณภพจึงวางแผนเอาคืนเธอชนิดที่เรียกได้ว่ายิ่งกว่าสาสม! เพราะเขาจะทำให้เธอตกนรกทั้งเป็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า!! "มันเป็นแค่สัตว์นะ...ฮึก...มันไม่รู้อะไรด้วยเลย...ฮือๆ..." เธอบอกแล้วสะอื้นให้จนตัวโยนเมื่อนึกถึงเจ้ากระรอกน้อยที่คอยคลายเหงา และเป็นเพื่อนรักของเธอมานานแรมเดือน "ฉันไม่สนว่ามันจะเป็นคนหรือสัตว์...เพราะอะไรก็ตามที่เป็นความสุขของเธอฉันจะกำจัดมันให้สิ้นซาก!" "คุณ...ฮึก...เกลียดฉันมากขนาดนี้เชียวเหรอ" "ใช่! ฉันเกลียดเธอมากกว่าอะไรทั้งหมด! ทั้งเกลียดทั้งขยะแขยง! แต่ฉันจะไม่ทำร้ายเธอให้เลือดสกปรกเปื้อนมือหรอกนะ ฉันจะฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น...เธอจะต้องสูญสิ้นความสุขสงบไปชั่วชีวิต แม้แต่ความเป็นคนที่เธอมีฉันก็จะทำลายมันด้วยมือฉันเอง ฉันจะทำให้เธอมีชีวิตอยู่อย่างเจ็บปวด ทุกลมหายใจเข้าออกของเธอจะมีแต่ความทุกข์ระทม เธอจะต้องชดใช้ให้ฉันอย่างสาสม!" เขาประกาศกร้าวแล้วจ้องมองมาที่เธอด้วยความอาฆาตแค้น... ... อุ่นรัก...ต้องใช้ชีวิตอยู่อยู่กับความรู้สึกผิดถึงสี่ปีเต็ม สี่ปี...ที่เธอไม่เคยหลับอย่างมีความสุข ... สี่ปี...ที่เธอไม่เคยสุขใจอย่างแท้จริง... เธอยังจำแววตาคู่นั้นได้ติดตา...ยังจำความโกรธแค้นที่เขาส่งมาทางแววตาได้ไม่เคยลืม เป็นเพราะเธอต้องเลือกระหว่างชีวิตของยายกับความถูกต้อง...และแน่นอนเธอเลือกชีวิตของยาย เธอจึงต้องถูกความรู้สึกผิดกัดกินจิตวิญญาณอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อเขาได้รับอิสระและเรียกร้องให้เธอชดใช้ อุ่นรักก็ไม่รอช้าที่จะสนองความต้องการนั้น ด้วยการยินยอมให้เขาผลักเธอลงนรกขุมที่ลึกที่สุดเพื่อชดใช้ความผิดของตัวเอง ... เขาหยุดยืนตรงหน้าประตูเพื่อรอฟังเรื่องที่เธอบอกว่าอยากจะพูด ในขณะที่อุ่นรักส่งยิ้มเขินๆให้เขาพร้อมกับแก้มอิ่มที่แดงก่ำ "คือ...มันอาจจะช้านะคะแต่อุ่นรอจนมั่นใจแล้วถึงบอก วันนี้อุ่นอยากบอกให้คุณรู้ไว้ว่า...อุ่นรักคุณค่ะ ตอนนี้คุณคือโลกทั้งใบของอุ่น" "ฉันเองก็มีเรื่องจะบอกเธอเหมือนกัน..." "ค่ะ..." "ที่ผ่านมาระหว่างเรา...มันแค่เรื่องโกหก!!" ❌ คำเตือน!! นิยายเรื่องนี้มีฉาก 18+ ไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน ❌ อาจมีเนื้อหาที่รุนแรงและไม่เหมาะสม กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน ❌ นิยายเรื่องนี้สำหรับไรท์คิดว่าค่อนข้างดราม่ารุนแรงใครสายหวานกรุณากดผ่าน ❌ เรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง ไม่ได้สนับสนุนความรุนแรงแต่อย่างใด ❌ ใครไม่ชอบพระเอกใจดำกรุณาเลื่อนผ่านเพื่อความไม่ดราม่านะคะ ❌จบแบบสุขนิยมค่ะ❌
like
bc
โซ่รักนางบำเรอ
อัปเดตเมื่อ Sep 26, 2022, 12:00
นิรมลคือเด็กหญิงใจสู้ที่อาศัยอยู่ในสลัมกลางกรุง โชคชะตาพาให้เธอมาพบกับ ซาบิต ชายหนุ่มหล่อเหลาที่มีทั้งเงินและอำนาจล้นมือ เขาช่วยเธอจากเงื้อมมือของพ่อเลี้ยงใจอำมหิต เพราะสงสารเด็กน้อยที่มีดวงตากลมสุกใสสะดุดตา แต่แล้วเจตนาบริสุทธิ์ของเขาก็ต้องแปรเปลี่ยน เมื่อเธอเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่สวยสะพรั่ง ในตอนแรกที่เขาเห็นเธออีกครั้งในรอบสี่ปี เขาเพ้อเจ้อจินตนาการไปว่าเธอเป็นนางจากสรวงสวรรค์ เขาใช้ความเจ้าเล่ห์และอำนาจในมือทำให้เธอตกเป็นหนึ่งในนางบำเรอของเขา เขาลุ่มหลงแต่ก็เผลอทำร้ายเธออย่างไม่น่าให้อภัย จึงเป็นเหตุให้นิรมลอ้อนวอนขออิสระ เขาอยากจะยื้อเธอเอาไว้แต่ก็ไม่สามารถทำได้จึงจำใจคืนอิสระให้กับเธอ โดยที่ต่างคนต่างไม่รู้ว่ามีโซ่รักกำเนิดในท้องเธอ โซ่ที่จะพันธนาการให้ทั้งเขาและเธอไม่สามารถแยกจากกันได้อีก ปึก!! นิรมลถูกผลักลงบนพื้นริมสระในส่วนของฮาเร็ม ซาบิตยกมือข้างหนึ่งเท้าเอวส่วนอีกข้างเสยผมจนยับยุ่ง "ทำไมเธอต้องสร้างปัญหาด้วย!" "หนูเหรอคะสร้างปัญหา..." เธอถามเสียงแผ่วจนแทบจะกลายเป็นเสียงคราง "ใช่สิ! แค่คำว่าขอโทษทำไมเธอถึงไม่ยอมพูด!" "หนูไม่พูด ถ้าคุณคิดจะตบหนูอีกก็ได้แต่หนูจะไม่พูด" "ตบอีกเหรอ! เธอคิดว่าฉันอยากทำร้ายเธองั้นเหรอ...เปล่าเลย แต่ที่ฉันต้องทำเพราะทั้งพ่อฉันทั้..." "พอ! หนูไม่อยากรู้ว่าทำไมคุณต้องทำ หนูรู้แค่คุณตบหนูเพราะคำโกหกของผู้หญิงคนนั้น!" "มันจะเกินไปแล้วนิรมล! เธอเป็นแค่นางในฮาเร็มไม่มีสิทธิ์จะมาหึงหวงฉันจนขาดสติแบบนั้น!" "หึงหวงเหรอ...หนูเหรอคะหึงหวงคุณ" "หรือไม่ใช่ล่ะ ถ้าไม่ได้เกิดจากความหึงหวงแล้วเรื่องอะไรที่เธอต้องไปป่าวประกาศว่าเป็นคนโปรดของฉัน แล้วทำไมเธอต้องทำร้ายเฟรย่าเพียงเพราะเธอบอกว่าเป็นว่าที่ภรรยาของฉัน!" "คุณก็เชื่อเธอเหรอคะ..." นิรมลเอ่ยถามแล้วใช้หลังมือเช็ดเลือดกำดาวที่ยังไหลไม่หยุด และซาบิตก็ทันเห็นภาพนั้นพอดีมันทำให้เขาสะเทือนใจไม่น้อย
like
bc
เมียเชลย
อัปเดตเมื่อ Sep 26, 2022, 11:31
หัวใจของเอวิตาถูกเหยียบย่ำจนแหลกลาญ เมื่อลูกที่เป็นตัวแทนความรักสำหรับเธอ กลับกลายเป็นตราบาปและสิ่งที่ผิดพลาดสำหรับเขา!! "ฉันจะไม่บังคับให้เธอกำจัดมันหรอกนะ แต่ฉันก็คงจะทำใจรักมันไม่ได้!!" เอวิตาจ้องมองคนพูดด้วยแววตาเจ็บปวดและคาดไม่ถึง หากเธอไม่ได้ยินกับหูก็คงจะเชื่อไม่ลงว่านี่คือคำพูดของคนที่กำลังจะเป็นพ่อคน "คุณไม่รักก็ไม่เป็นไร...แต่ขอเถอะอย่ามาเรียกลูกหนูว่ามัน! คุณทำร้ายหนูหนูไม่เคยว่า แต่ถ้าคุณมาทำร้ายลูกของหนูไม่ว่าจะการกระทำหรือคำพูดหนูไม่ยอมแน่!!" เด็กสาวโต้ตอบอย่างไม่ลดละเพราะสัญชาติญาณความเป็นแม่ทำให้เธอละทิ้งความอ่อนแอเพื่อปกป้องชีวิต น้อยๆ "ฉันไม่จำเป็นต้องพูดถึงไอ้ก้อนเลือดนั่นด้วยถ้อยคำที่สวยหรู เพราะสำหรับฉันมันไม่ใช่ความรักแต่มันคือตราบาป มันคือความผิดพลาดที่เกิดจากความใคร่ของฉันเท่านั้น!!" คำพูดที่ฟังดูไร้เยื่อใยของเขามันไม่ต่างอะไรกับคมมีด ที่กรีดลงมาบนใจคนฟังจนกลายเป็นแผลเหวอะหวะยับเยิน เอวิตาจ้องมองใบหน้าที่ไร้วี่แววสำนึกผิดของเขา ด้วยแววตาที่เจ็บปวดและผิดหวังอย่างที่สุด "คุณมันเลือดเย็นเหลือเกินคุณรพ คุณจดจำให้ดีเถอะว่าวันนี้คุณพูดอะไรออกมา" .... เอวิตาซึบซาบและดื่มด่ำกับความสุขได้ไม่นาน วิมานสีชมพูของเธอก็ถล่มลงตรงหน้า เมื่อเขาถอนแกนกายออกแล้วมองเธอด้วยแววตาเหยียดหยัน "ปากก็บอกว่าไม่ได้ยั่วฉัน แต่พอเอาเข้าจริงก็อ้าขาให้ฉันแบบเต็มอกเต็มใจ นี่ถ้าฉันไม่ได้เป็นคนแรกของเธอฉันคงคิดว่าเธอน่ะเป็นโสเภณีแน่ๆ เด้งสู้ถึงขนาดว่ามืออาชีพยังอายเลยล่ะ" คำพูดและแววตาของเขามันทำให้ใบหน้าหวานของเอวิตาชาดิก เธอมองเขาอย่างตกตะลึงระคนกับความอับอาย เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะมีวาจาที่เชือดเฉือนใจคนฟังได้ถึงเพียงนี้ เคารพลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าของตัวเองมาสวมใส่ แต่ปากเขาก็ยังพูดพลางมองมาที่เธอเป็นระยะ "มองทำไม...ฉันพูดจริงนะ ถ้าวันไหนฉันหมดสนุกหรือเอาคืนเธอจนพอใจแล้ว เธอจะไปประกอบอาชีพขายบริการฉันว่าเธอรุ่งแน่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงหัวเราะอย่างสะใจดังลั่นทั่วบริเวณเมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดลงทุกขณะของเธอ เขาทิ้งสายตามองเธออย่างดูแคลนแล้วเดินจากไปอย่างไม่ใยดี หัวใจของเด็กสาวแตกสลายไม่มีชิ้นดีเมื่อเขาทำราวกับเธอเป็นเพียงเศษขยะชิ้นหนึ่ง ความรักที่เธอเคยมีให้เขาอย่างท่วมท้นสั่นคลอน เมื่อฉากจบมันไม่ได้สวยงามหรือหอมหวานอย่างที่เคยฝันเอาไว้
like
bc
รอยรักคนเลว
อัปเดตเมื่อ Sep 26, 2022, 11:02
ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นนางบำเรอของเขาแต่เธอกลับลืมเลือน... แดนเทพพยายามสร้างความทรงจำใหม่ที่สวยงามให้กับเธอ... แต่มันจะเป็นอย่างไรเมื่อเธอเกิดจำได้ว่า...เขาขายเธอให้กับผู้ชายคนอื่นอย่างเลือดเย็น!!! "อย่าทำเลย...ฮึก...ได้โปรดอย่าขายน้ำเลยนะคะ...ฮึก..." ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ไม่มีวี่แววว่าจะสงสารเด็กสาวที่กำลังยกมือไหว้อ้อนวอนเขาเลยแม้แต่น้อย "ไหนลองบอกมาสิว่าเหตุผลอะไรที่ฉันไม่ควรขายเธอ" "น้ำ...ฮึก...น้ำท้อง!" เขาอึ้งไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำตอบก่อนที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น "ฮ่า ฮ่า ฮ่า เธอคิดว่าพูดแบบนี้แล้วฉันจะสงสารเหรอ! ขอโทษนะพอดีฉันไม่ได้โง่!" "น้ำไม่ได้หลอกนะคะ...ฮึก...น้ำท้องจริงๆ...ฮือๆ...ขอร้อง...ขอร้องล่ะ..." เธอยกมือไหว้เขาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสงสารแต่ไม่ใช่สำหรับแดนเทพเพราะเขาไม่ได้มีความรู้สึกนั้นเลย เพราะเขามั่นใจเกินร้อยว่าสิ่งที่เธอพูดคือเรื่องหลอกลวง "ดีสิ! ท้องก็ดี! ฉันจะได้ให้พวกไอ้แก่ตัณหากลับพวกนั้นต่อแขนต่อขาให้ลูกเธอไง!" "โฮๆ..." เด็กสาวปล่อยโฮเมื่อได้ยินคำพูดที่แสนจะเลือดเย็นของเขา ดวงตากลมโตมองใบหน้าคมด้วยความสิ้นหวังจนหัวใจเขากระตุกไปนิด ... "ไง...เมื่อคืนสนุกสุดเหวี่ยงเลยมั้ย สามต่อหนึ่งยังไหวเธอนี่เด็ดจริงๆ" นิศาชลน้ำตาเอ่อแล้วพยายามที่จะนึกถึงค่ำคืนที่ผ่านมา แต่มันก็รางเลือนเสียจนประติดประต่อเรื่องราวไม่ได้ ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือตัวเองตกอยู่ในวงล้อมของผู้ชายหลายคน แล้วแต่ละคนก็ผลักเธอไปมาอย่างสนุกสนาน "คุณ...ฮึก..." เธอก้มมองตัวเองที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำแล้วถึงกับน้ำตาร่วงเพราะความอดสู เมื่อขยับขาก็รู้สึกเจ็บระบมที่กลางกายเป็นหลักฐานที่บอกได้ว่าเธอถูกกระทำอย่างไรบ้าง "เป็นไง...สนุกมั้ย ถ้าจำไม่ได้อยากดูคลิปก็ได้นะ พอดีฉันถ่ายเอาไว้น่ะ ว่าไง...อยากดูมั้ย" เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงเยาะหยันดวงตาคู่คมฉายแววสะใจอย่างเปิดเผยในขณะที่นิศาชลนิ่งอึ้งคล้ายกับคนกำลังช็อค แต่เพียงไม่นานเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนราวกับใจกำลังจะขาดก็ดังขึ้น "กรี๊ดดดดดดด....ฮือๆ...กรี๊ดดดดดดด!!" เด็กสาวกรีดร้องราวกับคนเสียสติแล้วลุกวิ่งออกจากห้องไปโดยที่แดนเทพไม่ทันได้ตั้งตัว สองเท้าเปล่าบอบบางวิ่งออกจากโรงแรมอย่างไม่รู้ทิศทาง ถึงแม้บนถนนจะร้อนระอุแต่เธอก็ย่ำไปราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว สิ่งเดียวที่เธอรู้ตอนนี้คือไม่สามารถทนมองหน้าคนเลือดเย็นอย่างแดนเทพได้อีกต่อไป เขาคือความเจ็บปวดที่เธอต้องหนีไปให้ไกลที่สุด "น้ำ! น้ำหยุด! ฉันโกหก! ฉันแค่โกหก!" เขาวิ่งไล่หลังแล้วตะโกนบอกเมื่อเธอทำเหมือนคนที่กำลังสติแตก แต่เมื่อเธอหันมองแล้วเห็นว่าเขาวิ่งตามไม่ลดละเธอก็ตัดสินใจวิ่งข้ามถนนเพราะความหวาดกลัว "นั้ำ!!!" โครมมม!! ... "เรา...เป็นสามีภรรยากันจริงเหรอคะ" "จริงสิ...เรารักกันมาเลยนะ" "งั้นเหรอคะ..." "ทำไมล่ะ...เธอไม่เชื่อเหรอ" "ไม่ใช่ไม่เชื่อนะคะ แต่ฉันรู้สึกว่าฉัน...กลัวคุณ เวลามองหน้าคุณนานๆในใจฉันมันรู้สึกเจ็บปวด มันหดหู่ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ" เธอบอกกับเขาตามความเป็นจริงจนแดนเทพที่กำลังเปลี่ยนผ้าอนามัยให้เธอชะงักมือ "เธอคงจะแปลกหน้า...แต่อีกสักพักก็จะคุ้นไปเอง" "ค่ะ แล้วทำไมฉันเป็นประจำเดือนมากจังคะ เลือดออกเยอะแบบนี้น่ากลัวจัง บางทีฉันก็รู้สึกว่าฉันปวดท้องมากเป็นพักๆด้วย" แดนเทพถึงกับน้ำตาร่วงเมื่อเธอถามคำถามนี้กับเขา เขาเกลียดตัวเองจนอยากที่จะตายหนีความละอายที่เขาก่อ "คุณร้องไห้ทำไมคะ..." ชายหนุ่มส่ายหน้าทั้งๆที่น้ำตายังคงไหลไม่หยุด เขาจะกล้าบอกเธอได้ยังไงว่าเลือดที่ไหลไม่ใช่เพราะเธอมีรอบเดือน เขาจะกล้าบอกได้ยังไงว่าความจริงแล้วเกิดเรื่องอะไรระหว่างเขาและเธอ ตอนนี้ชายหนุ่มได้แต่ภาวนาขอให้เธอลืมอดีตไปอย่างถาวร เพื่อที่เขาจะได้สร้างความทรงจำใหม่ที่มีแต่ความสุขและสวยงามให้กับเธอ ? นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18+? ❌มีฉากร่วมเพศและคำพูดที่ไม่เหมาะสม❌ โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านด้วยนะคะ
like
bc
ห่วง...บำเรอ
อัปเดตเมื่อ Sep 26, 2022, 10:20
เธอพาตัวเองไปเร่ขายสาวและได้เขาเป็นลูกค้าคนแรก ด้วยความที่เขาติดใจจึงซื้อตัวเธอเป็นนางบำเรอผูกขาด พอนานวันเธอก็เผลอใจไปรักเขา พร้อมกับที่เขาพบหญิงสาวในแบบที่เขาต้องการและเลือกมาเป็นภรรยาซึ่งไม่ใช่เธอ! "เมท้องค่ะ!" "ฮะ! เธอว่าอะไรนะ!" "เมท้องค่ะคุณสิงห์" เธอย้ำคำตอบให้เขาได้ยินชัดๆ เหมราชถึงกับตะลึงงันเมื่อได้ยินอย่างนั้น เขามองเธอด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง ก่อนที่แววตาคมจะแปรเปลี่ยนเป็นไฟโทสะเพราะความโกรธจัด "แพศยา!! ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะใช้วิธีที่น่ารังเกียจแบบนี้!" ชายหนุ่มก่นด่าโดยไม่สนใจว่าคำพูดของเขาจะสร้างบาดแผลให้กับเธอ เมริสากลืนก้อนความขมขื่นลงคอแล้วเอ่ยถามเสียงสั่น "หมายความว่ายังไงคะ" "หมายความว่าฉันบอกแต่แรกแล้วว่าไม่ต้องการเด็ก แล้วเธอก็กินยาคุมมาตลอดทำไมถึงท้องได้!" "ตอนที่มอสเสียเมลืมกินยาอยู่หลายวัน เมคิดว่า..." "พอเลย! เธอมันรอบจัดกว่าที่ฉันคิดมากนักเมริสา!" "ค่ะ เรื่องนี้เมผิดเอง และที่เมมาบอกคุณก็เพราะคุณมีส่วนทำให้เขาเกิดมาเท่านั้น" เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นเพราะอยากจะพูดกับเขาให้รู้เรื่อง น้ำตาที่เอ่อไหลถูกมือบางปาดออกครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ไม่มีทีท่าจะแห้งเหือด "แต่ฉันไม่ต้องการมัน! ฉันไม่ได้อยากให้มันเกิด!" "แล้วคุณจะเอายังไงคะ" เมริสาล้วงมือลงไปในกระเป๋าแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมากดโดยไม่ให้เขาเห็น ก่อนที่จะเงยหน้าเปื้อนน้ำตามองเขา "ว่ายังไงคะคุณสิงห์...ในเมื่อคุณไม่ต้องการลูกคุณจะให้เมทำยังไง" "ฉันกำลังจะหมั้นเม...กำลังจะหมั้นกับผู้หญิงที่เพียบพร้อมอย่างลินิน แต่วิธีสกปรกของเธอมันทำให้ชีวิตฉันมีปัญหา เธอคิดว่าฉันควรทำยังไงกับไอ้เด็กที่เธอคิดจะใช้เป็นเครื่องมือในการจับฉันดีล่ะ ฉันบอกไว้ตรงนี้เลยนะต่อให้เธอท้องเธอก็จะไม่ได้เป็นเมียฉันแน่!" "ค่ะ เมรู้ดี และเมก็อยากให้คุณเข้าใจซะใหม่นะคะ เมมาบอกคุณก็เพราะอยากรู้ว่าคุณจะทำยังไง ในเมื่อคุณเองก็มีส่วน เมไม่เคยคิดจะใช้ลูกเป็นเครื่องมืออย่างที่คุณว่า" "ดี! งั้นก็กำจัดมันซะ!"
like
bc
รักในรอยทราย
อัปเดตเมื่อ Sep 26, 2022, 09:54
หนูนิด หรือนิศราหญิงสาวชาวไทยที่มีความงามตราตรึงใจ ซากีฟ หนุ่มทะเลทรายที่ครบเครื่องไม่ว่าจะเป็นความหล่อหรือความรวย เขาตามจีบเธอหวังได้ครอบครองร่างกายที่แสนเย้ายวน แต่เมื่อยิ่งใกล้ยิ่งรู้จักความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป เขาอยากจะได้ทั้งตัวและหัวใจของเธอ เขาใช้ทั้งลูกอ้อนและความจริงใจพิชิตใจเธอจนเธอยอมรับเขาเป็นสามีในทะเบียน แต่เรื่องมันไม่ได้สวยงามเหมือนอย่างที่เธอวาดฝันเอาไว้ เมื่อวันหนึ่งสามีขาดการติดต่อนิศราจึงดั้นด้นไปหาเขา และพบว่าเขากำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น เขาเป็นสามีของเธอตามกฏหมาย...แต่เข้าพิธีแต่งงานยิ่งใหญ่กับผู้หญิงอีกคน แล้วเธอจะต้องตกอยู่ในฐานะอะไร... "ผมรักคุณ" เธอยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อในหูมีเสียงทุ้มของเขาดังก้องอยู่ตลอดเวลา หากตอนนี้เธอจะถามเขาว่าคำว่ารักที่ผ่านมาเป็นเพียงคำโกหกหรือไม่ก็คงจะสายเกินไปเสียแล้ว "ฮึก...ฮึก..." เสียงสะอื้นดังแผ่วๆเมื่อเธอไม่อาจจะอดทนแบกรับความชอกช้ำเอาไว้ได้ ตอนนี้นิศราถูกทรมานทั้งกายและใจจนอยากที่จะตายเสียให้พ้น เท้าเล็กๆที่ย่ำไปบนพื้นทรายเริ่มพุพองเพราะถูกทรายร้อนๆลวก เพราะความร้อนแบบสุดขีดทำให้ร่างกายที่ถูกทรมานมาถึงสามวันเต็มทานทนต่อไปไม่ไหว "แม่ขอโทษ...ที่...ฮึก...ที่แม่ปกป้องหนูไม่ได้...ฮึก..." เธอกระซิบเสียงแผ่วเมื่อรู้สึกปวดที่ท้องน้อยเป็นระยะ นิศราเป็นเจ้าของร่างกายและหัวใจที่บอบช้ำเธอจึงรู้ดีว่ากำลังจะหมดแรง หญิงสาวเดินต่อได้อีกไม่กี่ก้าวก็ก้าวขาต่อไปไม่ออก เมื่อเชือกตึงร่างบางจึงล้มลงบนผืนทรายที่ร้อนจัด ก่อนจะถูกอูฐลากไปอย่างน่าเวทนา "ร้อนเหลือเกิน...ฮึก...ทรมานเหลือเกิน......" เธอพร่ำเพ้อเพราะความทรมานอย่างแสนสาหัส ภาพรางเลือนที่เธอพยายามเพ่งมอง คือแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เธอรักสุดหัวใจ เขา...ผู้ที่เคยเป็นสามี และเวลานี้ก็กำลังจะกลายเป็นมัจจุราชคร่าชีวิตของเธอ
like