บุษบา
เกี่ยวกับquote
นามปากกา บุษบา สายดราม่าโรมานซ์นะคะ❤
นักเขียนมือใหม่ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ❤
ทักทายกันเข้ามาได้ค่ะ?
เมียที่สามีไม่ต้องการอัปเดตเมื่อ Feb 16, 2025, 10:54
เขาพยายามกีดกันผู้หญิงอย่างเธอไม่ให้เข้าใกล้น้องชาย แต่สุดท้ายกลับได้เธอเป็นเมียซะเอง เมียที่สามีไม่ต้องการอย่างเธอจึงต้องอยู่อย่างทุกข์ตรมตามที่เขาพิพากษา
like
บ่วงร้อยรักอัปเดตเมื่อ Jan 31, 2025, 08:06
'หมิงหมิง' หรือนิศากรเป็นหญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงามราวนางสวรรค์ เธอถูกจองตัวให้เป็นเจ้าสาวของ 'ซานเชซ'ตั้งแต่ยังเด็กทำให้เธอรักและศรัทธาเขาอย่างมาก ตอนแรกซานเชซก็รักและดูแลเธอดีแต่เมื่อรู้ว่าเธอจะมาเป็นเจ้าสาวของเขาความรักความเอ็นดูก็เปลี่ยนเป็นเกลียดชังทันที
"หมิงรักเฮียซานนะคะ"
"แต่ฉันไม่ได้รักเธอยัยเด็กใจแตก! "
"แต่ยังเราก็ต้องแต่งงานกัน! "
"ไม่มีวันหรอกนิศากร! ฉันมีคนที่ฉันรักอยู่แล้วซึ่งไม่ใช่เธอ! "
ชายหนุ่มเดินไปอย่างไม่ใยดีคนที่นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ที่พื้นเลยสักนิด ในสายตาเขาเธอก็เป็นเพียงเด็กใจแตกที่วิ่งตามเขาอย่างหน้าไม่อาย
like
กว่าจะรักอัปเดตเมื่อ Jan 31, 2025, 07:54
วาดจันทร์ เป็นเด็กสาวที่ยังเดียงสานักหัวใจของเธอบอบบางเพราะต้องทนทุกข์แอบรักคนที่เขาเดลียดเธอ
สาวน้อยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าไปทำอะไรให้เขา เขาจึงเกลียดเธอมากมายอย่างนี้ แต่เธอไม่รู้หรอกว่าเขาทำไปเพื่อปกป้องตัวเองจากความรัก
like
ดวงใจภักดิ์อัปเดตเมื่อ Jan 17, 2025, 20:07
ปานน้ำผึ้ง เด็กหญิงวัยสิบขวบถูกอุปการะโดย ราฟาเอล เกรเวอร์ นักธุรกิจหนุ่มที่มีฉายาพ่อมดทางการเงินเพราะว่าเขาทำธุรกิจไฟแนนซ์เชียลและธนาคารที่มีสาขาไปทั่วโลก แต่นับวันเธอยิ่งเติบโตและสวยสะพรั่งดั่งดอกไม้แรกแย้มที่มีกลิ่นหอมชวนให้ดอมดมแต่เธอกลับเป็นของต้องห้ามสำหรับเขาเมื่อพ่อแม่เขายื่นคำขาดว่าห้ามรู้สึกเกินสถานะพี่น้องเท่านั้น"คุณราฟ... ฮึก...""เป็นอะไรไปฮันนี่!.. ร้องไห้ทำไม""คุณแม่... ฮึก... จะให้ฮันนี่แต่งงาน""อะไรนะ!"เขาจะยอมปล่อยเธอที่ฟูมฟักมาด้วยสองมือให้คนอื่นเชยชมได้หรือไม่ เพราะเพียงได้ยินใจเขาก็เจ็บราวถูกควักออกจากอก....ไปติดตามกันค่ะ
like
ดวงใจในมือมารอัปเดตเมื่อ Jan 17, 2025, 19:42
เขาคือสามีของเธอคือพ่อของลูกเธอ แต่เขากลับไม่ยอมรับและกลั่นแกล้งสารพัดเพราะคิดว่าเธอเป็นสิแปดมงกุฏ
like
บำเรอรักซาตานอัปเดตเมื่อ Jan 17, 2025, 07:12
สาวน้อยแสนสวยจะทำอย่างไร เมื่อความสวยสดใสของเธอไปถูกตาต้องใจนักธุรกิจหนุ่มหล่อรูปงามราวเทพบุตร ราม เกีรยติขจรกุล วัยสามสิบสี่ปี คนอย่างเขาไม่เคยถูกปฎิเสธ เขารู้จักแต่ชัยชนะเสมอเขาต้องสมหวังในทุกสิ่งที่เขาต้องการไม่เว้นแม้กระทั่ง มินตรา ใจรักษ์ สาวน้อยอาภัพที่มีรูปร่างหน้าตางดงามราวนางสวรรค์ เมื่อเธอกล้าปฏิเสธคนอย่างเขา เขาจะทำให้เธอเจ็บปวดอย่างสาหัส
like
โซ่บำเรออัปเดตเมื่อ Dec 22, 2024, 21:51
เขาเกลียดเธอ แค้นเธอ แต่ในขณะเดียวกันก็ลุ่มหลงเธอจนถอนตัวไม่ได้ ชวินจึงต้องจองจำแสนดีเอาไว้ด้วยโซ่เส้นหนึ่งที่ไม่มีวันปลดออก และทำให้เธอตายทั้งเป็นเพราะถูกไฟแค้นแผดเผาจนมอดไหม้
ใบหน้าที่นองน้ำตาของแสนดีไม่ทำให้เขารู้สึกสงสารแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่เธอทำมันส่งผลร้ายแรงเกินอภัย
"ฮึก...ฮือๆ..."
เธอไม่ตัดพ้อต่อว่าใดๆเพียงส่งเสียงสะอื้นคร่ำควรญเพราะเจ็บปวดเกินกว่าจะเก็บเอาไว้
"ฮึก..."
มือบางที่สั่นเทากอบเส้นผมบนพื้นขึ้นมากอดอย่างทะนุถนอม ก่อนจะยกขึ้นลูบศีรษะของตัวเองที่ตอนนี้ถูกตัดผมจนสั้นกุดด้วยหัวใจที่แตกสลาย
"ความเสียใจของเธอมันเทียบไม่ได้เลยกับที่ยัยวีได้รับ และฉันจะทำให้เธอเรียกร้องหาความตายด้วยตัวเอง!"
คำพูดที่ไร้เยื่อไยและแววตาอาฆาตของคนพูดบาดลึกลงในหัวใจที่บอบช้ำจนโทรมเลือด แสนดีก้มหน้าลงแล้วสะอื้นจนบ่าบอบบางสั่นสะท้าน คำถามเดียวในใจตอนนี้คือ...
เมื่อไหร่ความทรมานนี้จะสิ้นสุดลงเสียที...
like
ฝากรักเมียชั่วคราวอัปเดตเมื่อ Nov 25, 2024, 19:32
คิ้วเรียวสวยแบบที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยใบมีดโกนขมวดมุ่นหลังจากวางสายมารดา เสียงสะอื้นคร่ำครวญและคำพูดตัดพ้อของผู้ให้กำเนิดยังดังก้องอยู่ในหู มิ่งกมลถอนใจเป็นรอบที่ร้อยแต่ก็ยังไม่คลายความรู้สึกหนักอึ้งในใจลง
like
อุ้มรักแสนชังอัปเดตเมื่อ Oct 27, 2024, 20:16
เด็กสาววัยสิบแปดปีสาละวนอยู่หน้าเตาอบขนม ใบหน้าหวานละมุนมีเหงื่อซึมเพราะความร้อนแต่กลีบปากอิ่มกลับมีรอยยิ้มไม่จาง ทุกครั้งที่นึกถึงประโยคคำพูดของพ่อหัวใจดวงน้อยก็จะยิ่งพองโต
‘คุณเหมเขาสั่งคุกกี้รสเนยสิบกล่อง เขาบอกว่าลูกทำอร่อยมาก’
พระพายหัดทำขนมมาตั้งแต่เด็กเพราะมันคือความชอบ ก่อนจะยึดเป็นอาชีพเมื่อมั่นใจในฝีมือของตัวเอง เด็กสาวรู้สึกเขินอายแต่ก็ต้องยอมรับ ว่าที่ผ่านมามีหลายคนชมว่าเธอทำขนมอร่อย แต่คำชมของใครก็ไม่สามารถทำให้หัวใจของเธอพองโตได้เท่ากับคำชมของเหมันต์
“ทำอะไรน่ะหอมฟุ้งไปทั่วบ้านเชียว”
คุณพายัพเดินเข้ามาทักทายลูกสาวถึงในห้องครัว จึงถูกทักทายกลับด้วยการสวมกอดบิดาเอาไว้
“วันนี้พ่อกลับไวจังค่ะ”
“งานไม่ยุ่งน่ะลูก แล้วนี่ทำอะไรล่ะ”
“อบคุ้กกี้ค่ะ พรุ่งนี้จะได้ฝากพ่อเอาไปให้คุณเหม”
“พ่อเพิ่งบอกเมื่อวานก็ทำแล้วเหรอ คุณเหมเขาไม่ได้รีบหรอกลูก”
“หนูไม่อยากให้เขารอนานค่ะ เขามีน้ำใจอุดหนุนหนูก็เกรงใจแย่แล้ว”
คุณพายัพยิ้มด้วยความภาคภูมิใจเมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาว
“ความเกรงใจคือสมบัติของผู้ดี พ่อดีใจนะที่หนูเติบโตมาอย่างงดงาม ทั้งๆที่พ่อแทบจะไม่มีเวลาสั่งสอนอะไรหนูเลย”
“พ่ออะ จู่ๆก็มาดราม่าซะงั้น ไม่เอานะคะไม่พูดอะไรแบบนี้ ไปอาบน้ำเลยค่ะหนูจะเตรียมข้าวไว้ให้”
“อืม...”
คุณพายัพส่งยิ้มแล้วเดินออกจากห้องครัวเงียบๆ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะไม่อยากแสดงความรู้สึกทางลบต่อหน้าลูก ชีวิตของพ่อเลี้ยงเดี่ยววัยกว่าห้าสิบมีเบื้องหลังที่แสนขมขื่น อดีตคือความทรงจำเลวร้ายที่หวนนึกทีไรก็ยังสามารถทิ่มแทงใจได้เสมอ
พระพายมองตามหลังบิดาด้วยดวงตาแสนเศร้า เพราะเธอไม่จำเป็นต้องทำตัวสดใสเมื่ออยู่ลำพัง ที่ต้องเหลือกันแค่สองพ่อลูกก็เพราะมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น และเหตุการณ์นั้นก็ทำให้เธอสูญเสียพี่ชายไป แม่ที่ไม่อาจยอมรับความสูญเสียกล่าวโทษเธอ ก่อนจะเลือกเดินออกจากคำว่าครอบครัว
ถึงแม้ตอนนั้นเธอจะมีอายุเพียงเก้าขวบ แต่เธอก็ยังคงจดจำทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องราวแต่ทุกความรู้สึกยังคงชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวด เสียใจ หรือแม้กระทั่งอาวรณ์
“ไม่ไปได้มั้ยนิสา...”
นั่นคือคำพูดของพ่อที่เธอจำได้ดี ว่ามันแฝงเอาไว้ด้วยความรู้สึกรวดร้าวเหลือประมาณ
พ่อรักแม่มาก...
พ่อรักแม่ที่สุด...
แต่แม่ไม่ต้องการพ่อและยิ่งไม่ต้องการลูกสาวอย่างเธอ ซึ่งหากจะพูดว่าครอบครัวพังลงเพราะเธอก็คงจะไม่ผิดนัก และที่พ่อยังอยู่ตรงนี้ก็เพราะต้องดูและลูกสาวที่แม่ไม่รักคนนี้
เฮ้อ...
เด็กสาวถอนใจแรงๆแล้วสลัดความคิดมืดมัวทิ้งไป ก่อนจะเริ่มหยิบจับเตรียมอาหารมื้อค่ำสำหรับบิดา เอาสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องที่กำลังทำ ไม่ปล่อยตัวเองจมอยู่กับเรื่องราวในอดีต เพราะนั่นเท่ากับการทำร้ายตัวเองแบบไม่จบสิ้น
ทุกครั้งที่สองพ่อลูกอยู่ด้วยกันพระพายจะเป็นฝ่ายชวนคุยเจื้อยแจ้วไม่ให้บิดารู้สึกเหงา เธอมักจะสรรหาเรื่องต่างๆมาเล่าให้ท่านขบขันอยู่เสมอ
“อร่อยมั้ยคะ...”
เธอถามขณะที่ตักผัดเปรี้ยวหวานใส่จานให้บิดา
“อื้ม...รสชาติดี ฝีมือทำกับข้าวพัฒนาขึ้นนะเนี่ย”
“หนูทำได้ดีแค่ไม่กี่อย่างค่ะ แต่ทุกอย่างที่ทำได้เป็นของโปรดพ่อนะคะ”
“ขอบใจลูก”
“พ่อคะ...”
“หืม...”
“เอ่อ...คุกกี้ของหนูไม่เสร็จค่ะ พรุ่งนี้แพ็คแล้วหนูจะเอาไปส่งที่บริษัทได้มั้ยคะ”
“ไม่ต้องหรอกลูก คุณเหมบอกแล้วว่าไม่ได้รีบร้อน เอาไว้ทำเสร็จค่อยฝากพ่อไปก็ได้”
“แต่หนูอยากให้ลูกค้าได้กินแบบสดๆใหม่ๆค่ะ แทบจะไม่อยากให้ข้ามวันเลยด้วยซ้ำ”
คุณพายัพชะงักมือที่กำลังตักข้าวใส่ปากแล้วมองลูกสาว
“เฉพาะลูกค้าคนนี้หรือเปล่าที่ใส่ใจเป็นพิเศษน่ะ”
“กะ...ก็คุณเหมเขาเป็นเจ้านายพ่อนี่คะ หนูก็อยากให้เขาพอใจ”
พระพายถึงกับลอบถอนใจที่ตัวเองพูดได้จนจบประโยคโดยไม่ได้แสดงพิรุธอะไรออกมา
“พ่อรู้ว่าหนูห่วงพ่อ พ่อขอบใจมากๆนะพาย แต่เอาจริงๆพ่อไม่อยากให้หนูกังวลถึงแต่พ่อจนบางครั้งลืมนึกถึงตัวเอง”
“ก็หนูรักพ่อนี่คะ”
คุณพายัพส่งยิ้มอ่อนโยนก่อนจะตักข้าวกินต่อ
“พรุ่งนี้ถ้าหนูจะเอาขนมไปส่งก็โทรหาพ่อก่อน พ่อจะได้ลงมารับข้างล่าง ดีเหมือนกันหนูจะได้ไปขอบคุณคุณเหมด้วย อุตส่าห์ช่วยอุดหนุนมาตั้งหลายครั้งแล้ว”
หัวใจของเด็กสาวเต้นกระหน่ำอยู่ในอกเมื่อรู้ว่าพรุ่งนี้จะได้เจอเขา โชคดีที่บิดาสนใจอาหารตรงหน้าจึงไม่ได้เห็นความเขินอายของเธอ ไม่เช่นนั้นท่านคงจะเดาออกว่าลูกสาวคนนี้แอบชอบเจ้านายของพ่อ
ผู้ชาย...ที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น
เมื่อหลายเดือนก่อนเธอยังคงเป็นนักเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง วันนั้นเป็นวันสุดท้ายของการไปโรงเรียนซึ่งเลิกเร็วกว่าทุกวัน แต่พระพายยังไม่ได้กลับบ้านพร้อมคนอื่น เพราะบิดาลืมเซ็นเอกสารสำคัญให้เธอ
“ฮัลโหลพ่อคะ พ่อลืมเซ็นใบขอทุนให้หนู”
เนื่องด้วยเป็นทุนเรียนต่างประเทศจึงจำเป็นต้องให้ผู้ปกครองเซ็นยินยอม มันจึงมีความสำคัญมากพอที่จะทำให้พระพายกล้าโทรรบกวนบิดาในเวลางานของท่าน
“เหรอลูก...เอ่อ...เดี๋ยวพ่อโทรกลับนะ”
สายถูกตัดไปไม่นานบิดาก็โทรกลับมา พร้อมบอกว่าจะเข้ามาเซ็นให้พร้อมรับเธอกลับไปด้วยกัน
วันนั้นบิดาพาเหมันต์ผู้เป็นเจ้านายออกไปพบคนสำคัญข้างนอก จึงขออนุญาตเขาแวะเข้ามาทำธุระที่โรงเรียน ซึ่งเหมันต์ก็ไม่ขัดข้องแล้วยังใจดีให้เธอติดรถกลับไปด้วย
ตอนแรกเธอไม่ได้รู้สึกประหม่ามากมายนัก แต่พอต้องนั่งใกล้เขาที่เบาะหลังของรถเบนซ์คันหรู ร่างเล็กในชุดนักเรียนก็รู้สึกเหมือนถูกบีบ เธอซุกตัวอยู่ที่ประตูจนเหมันต์หัวเราะเบาๆ
“หึ หึ หึ ดูสิคุณพายัพ ลูกสาวคุณกลัวผมเหมือนหนูกลัวแมวเลย”
ทั้งๆที่ปกติทั้งแสบทั้งซนแต่พออยู่ใกล้เขากลลับรู้สึกเหมือนถูกอำนาจบางอย่างข่มไว้
“หึ หึ พาย สวัสดีคุณเหมหรือยังลูก”
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดี นั่งตามสบายเถอะ”
“ค่ะ”
“เรียนจบแล้วเหรอ...”
“ค่ะ”
“เดี๋ยวส่งผมแล้วกลับบ้านได้เลยนะคุณพายัพ พาลูกสาวไปฉลองสักหน่อย”
“ขอบคุณครับ”
“แล้วนั่นตะกร้าอะไร”
เขาถามพลางมองมาที่ตะกร้าบนตักของเธอ
“คุกกี้ค่ะ หนูทำมาแจกเพื่อนๆวันจบ”
“ทำเองหรอ”
“ค่ะ ปกติทำขายค่ะ แต่ขายเล็กๆน้อยๆพอเป็นค่าขนม”
เพราะเขาให้ค
like
แค่เมียแต่งอัปเดตเมื่อ Sep 24, 2024, 06:38
บรรยากาศภายในไนต์คลับสุดหรูในเวลาใกล้เที่ยงคืนดูคึกคักกว่าตอนหัวค่ำเพราะนักดื่มทั้งหลายมีปริมาณดีกรีที่มากขึ้น
“กูถามจริงเถอะไอ้ตรัยทำไมมึงกับเมียตอนนี้ยังเหมือนเดิมอยู่อีกหรอวะ เธอไม่มีอะไรที่พอจะดึงดูดแกให้อยู่ติดบ้านบ้างเลยหรือไง”
นาทีถามเพื่อนรักด้วยความคลางแคลงใจเพราะถึงตรัยคุณจะแต่งงานแล้วแต่ก็ยังทำตัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
“แล้วทำไมมึงถึงคิดว่าเหมือนเดิมวะ แต่งงานมาสามปีกว่ากูอาจจะรักเมียแน่นแฟ้นขึ้นมั่งแล้วก็ได้”
“เฮอะ! มึงอย่ามาตลก! ถ้าเป็นแบบนั้นมึงจะออกมาดื่มเกือบทุกคืนหรอ แถมยังลากกูออกมาด้วยจนแอนจะขอถอนหมั้นกูแล้วเนี่ย!”
“ถอนหมั้นทำไมวะคู่หมั้นมึงนี่งี่เง่าฉิบหาย แค่ออกมาดื่มไม่ได้ไปเอากะใครสักหน่อย!”
“ก็กูแทบไม่มีเวลาให้เขาเลย กลางวันก็งานกลางคืนก็มึงเนี่ย! แหม...มาว่าแฟนกูงี่เง่าผู้หญิงที่ไหนเขาก็เป็นแบบนี้ปะวะ เห็นจะมีก็แต่เมียมึงนั่นแหละที่ไม่ตามหึงตามหวง ถ้าไม่ใช่เพราะมีความอดทนสูง ก็คงจะเป็นเพราะเขาไม่ไยดีมึง แต่กูว่าอย่างหลังมากกว่าคนถูกคลุมถุงชนอยู่กันมานานขนาดนี้กูก็ทึ่งละ”
“มึงพูดเรื่องอื่นเหอะ พูดถึงเรื่องนี้แล้วกูหงุดหงิดว่ะ”
“หึ หึ หึ”
ในขณะที่ตรัยคุณกำลังดื่มอย่างสนุกสนานพริมรดาก็กำลังนั่งปาดน้ำตามองลูกชายที่นอนซมอยู่บนเตียงด้วยความสงสาร
เธอแต่งงานกับตรัยคุณมากว่าสามปีแล้วซึ่งเป็นสามปีที่เธอรู้สึกอ้างว้างมากที่สุด เธอมีสามีแต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยว ในใจเหน็บหนาวเพราะไม่เคยได้สัมผัสความอบอุ่นใดๆ ในสายตาของเขาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ยังคงมองเธอเช่นเดิม นั่นคือเฉยเมยไร้ความรักใคร่หรือเกลียดชัง ทำราวกับคนแปลกหน้า พริมรดาจึงไม่ค่อยได้สบตาสามีบ่อยนักเพราะเห็นแล้วทำให้ใจเจ็บทุกครั้งไป
“อือ...”
เสียงครางเบาๆของลูกบีบหัวใจคนเป็นแม่จนต้องปาดน้ำตาทิ้งอีกระลอก มือบางวางทาบแก้มที่มีไอร้อนจากพิษไข้เบาๆ
“ปูว่าพาน้องตุลย์ไปโรงพยาบาลดีกว่ามั้ยคะ”
“เมื่อบ่ายเพิ่งไปมาเอง พริมว่าเรารออีกสักหน่อยเถอะพี่ปู เพิ่งกินยาไปอีกเดี๋ยวไข้คงลด”
“คุณพริมกลัวจะถูกคุณผู้หญิงต่อว่าเหรอคะ”
พริมรดาอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งๆที่ส่วนหนึ่งคือความจริง
“พริมว่าอีกเดี๋ยวไข้คงลด ถ้าไม่ลดพริมจะให้พี่ปูไปตามลุงชม”
“ได้ค่ะ”
พริมรดาหันมองลูกชายส่วนมืออีกข้างก็ลูบวนที่หน้าท้องนูนอย่างทะนุถนอม นึกถึงเรื่องราวก่อนที่เธอและเขาจะแต่งงานกัน
พื้นเพเธอเป็นคนจังหวัดจันทบุรีพ่อแม่ประกอบอาชีพชาวสวนผลไม้ซึ่งหลักๆคือลำไยและทุเรียน พ่อของเธอและพ่อของตรัยคุณเป็นเพื่อนรักที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเด็ก พอโตขึ้นก็อยากจะให้สองครอบครัวเกี่ยวดองด้วยการให้ลูกๆแต่งงานกัน
ถึงแม้ตรัยคุณจะไม่ได้แสดงความรังเกียจหรือต่อต้านแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยินดีรับเธอเป็นภรรยา วันแรกเขามองเธอยังไงวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง อีกความหนักใจของพริมรดาก็คือแม่สามีที่ดูเหมือนจะรังเกียจลูกสะใภ้ด้วยหลายสาเหตุ ทำให้ชีวิตของพริมรดาในคฤหาสน์ปิติภิรมย์หลังนี้ไม่ราบรื่นเท่าไหร่นัก
“คุณพริมจะไม่โทรบอกคุณตรัยหน่อยเหรอคะว่าน้องตุลย์ไม่สบาย”
“พี่ปูคิดว่าควรบอกเหรอ”
หญิงสาวย้อนถามเสียงเศร้าเพราะครั้งหนึ่งเธอเคยตื่นตกใจที่ลูกเป็นไข้ตัวร้อนจัดจนทำอะไรไม่ถูก เธอเลือกที่จะโทรบอกพ่อของลูกเป็นคนแรกแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือถ้อยคำตำหนิและบั่นทอนว่าเธอเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง ทำให้พริมรดารู้ได้โดยไม่ต้องบอกว่าเธอจะต้องผ่านทุกปัญหาไปได้ด้วยตัวเอง
“เฮ้อ...แบบนี้อยู่ลำพังกับลูกไม่ดีกว่าเหรอคะ”
พริมรดายิ้มเศร้าพร้อมน้ำตาที่รื้นขึ้นเพราะถูกจี้ใจดำ
“อยู่แบบนี้ดีแล้วค่ะ อย่างน้อยๆน้องตุลย์ก็มีพ่อ”
ความจริงแล้วที่เธออดและทนมาจากหลายสาเหตุ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถพูดกับใครได้เลยแม้แต่คนที่ไว้ใจที่สุดอย่างพ่อแม่
“คุณพริมไปนอนเถอะค่ะ ท้องแก่แล้วร่างกายจะอ่อนแอ ถ้าอดนอนอาจจะติดไข้ง่าย”
“เดี๋ยวให้น้องตุลย์ไข้ลดก่อนพริมถึงไปค่ะ”
พริมรดาบอกอย่างนั้นด้วยรู้ดีว่าถึงนอนก็คงหลับไม่ลงเพราะห่วงลูก ซึ่งปูก็เข้าใจดีว่าลูกเป็นยิ่งกว่าดวงใจของผู้หญิงที่แสนจะอาภัพคนนี้
เสียงโยนข้าวของดังมาจากห้องข้างๆทำให้พริมรดาที่เผลอหลับไปกับลูกสะดุ้งตื่น เธอรู้ว่าเสียงนั้นเกิดจากความตั้งใจของสามี ทุกครั้งที่เขากลับมาไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนหากเธอไม่ได้อยู่ที่ห้องเขาก็จะทำเช่นนี้ เพื่อทำให้เธอรู้ว่าเขากลับมาแล้วและเธอต้องรีบไปหา
“คุณตรัยมาแล้วค่ะ”
หญิงสาวพยักหน้าแล้วยื่นมือไปอังหน้าผากลูกชายเพื่อวัดอุณหภูมิอีกครั้ง เมื่อพบว่าไข้ลดลงมากก็คลี่ยิ้มบางๆด้วยความโล่งใจ
“ตัวเย็นแล้ว ฝากน้องตุลย์ด้วยนะคะพี่ปู”
“ไปเถอะค่ะไม่ต้องห่วงทางนี้”
“ขอบคุณค่ะ”
พริมรดาค่อยๆประคองร่างอุ้ยอ้ายลุกไปยังประตูห้องที่เชื่อมติดกันเพื่อดูแลสามี
“พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะพริมไม่ได้ยินเสียงเลย”
“ไปผสมน้ำอุ่นไปพี่เหนียวตัว”
“ค่ะๆ พี่รอสักครู่นะคะ”
หญิงสาวรีบพาร่างอุ้ยอ้ายเดินเข้าห้องน้ำเพื่อผสมน้ำอุ่นให้สามีแช่ตัวอย่างที่เขาชอบ โดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังถูกเขามองตามด้วยความหงุดหงิด เดี๋ยวนี้เขาดื่มทุกวันและกลับดึกดื่นทุกคืนก็เพราะภรรยาที่ท้องแก่ไม่สามารถทำหน้าที่บนเตียงได้ ตรัยคุณที่มีความต้องการเต็มเปี่ยมจึงต้องพาตัวเองออกไปอยู่ให้ห่างเพื่อลดความงุ่นง่านลง
“เรียบร้อยแล้วนะคะ”
“ดึกป่านนี้ทำไมถึงยังอยู่ห้องโน้น”
“น้องตุลย์ไม่สบายค่ะพี่ตรัยพริมเลยอยู่ดูลูก”
ชายหนุ่มชะงักนิดหนึ่งแต่ครู่เดียวก็กลับเป็นปกติ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สร้างความรู้สึกหดหู่ให้พริมรดาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หากตรัยคุณเอ่ยถามถึงลูกสักคำเธอคงไม่รู้สึกเช่นนี้ แต่เขาไม่ถามซ้ำยังเฉยเมยไม่ทุกข์ร้อนจนเธอนึกเวทนาลูก
หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆข่มน้ำตาให้ไหลย้อนกลับก่อนจะย่อตัวลงเก็บทั้งเสื้อผ้าและถุงเท้าที่กระจายอยู่บนพื้น ในสายตาของตรัยคุณเธอไม่ใช่เมีย แต่เป็นเพียงคนรับใช้ส่วนตัวที่สามารถทำได้ทุกอย่างตามที่เขาต้องการ ซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรือถนอมความรู้สึก เพราะต่อให้เขาทำยังไงเธอก็ต้องอดทน
“เธอควรชินได้แล้วพริม”
เธอกระซิบบอกตัว
like
ใจร้าวรักอัปเดตเมื่อ Aug 23, 2024, 04:42
...พ.ศ.2536
“จะเอายังไงกับมันดีคะนาย ตอนนี้มันกลายเป็นเด็กกำพร้าสมบูรณ์แล้ว ญาติมิตรก็ไม่มีอิฉันเองก็เลี้ยงมันไม่ไหว”
ยายฟักคนงานวัยกลางคนบอกเล่าพลางมองเด็กหญิงวัยสิบห้าด้วยความเวทนา เดิมทีพ่อแม่ของเด็กหญิงก็เป็นคนงานในไร่ ‘เขมราฐ’ แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดทำให้ทั้งคู่ตายจากลูกไปทีละคน ‘มะลิ’ จึงต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า
“ไม่มีญาติเลยหรอ...”
“ค่ะ ไม่งั้นก็ต้องส่งไปสถานสงเคราะห์ แต่เด็กโตแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าเขาจะรับหรือเปล่า”
เขมราฐ สิงหเวช เอ่ยถามเสียงขรึมก่อนจะยกมือขึ้นเท้าเอว ในขณะที่เด็กหญิงมองเขาอย่างรอคำตอบ เพราะชะตาชีวิตของเธอขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา เธอขาดทั้งพ่อและแม้ย่อมต้องเคว้งคว้างเป็นธรรมดา และหากเขาตัดสินใจส่งเธอไปสถานสงเคราะห์ เธอคงยิ่งรู้สึกหดหู่มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะที่นั่นเธอไม่เคยคุ้นกับผู้คนรอบข้างเหมือนกับไร่แห่งนี้ที่เธอเติบโตมา
“อย่าส่งหนูไปสถานสงเคราะห์เลยนะนาย...ให้หนูทำงานในไร่หรือในฟาร์มก็ได้ หนูไม่เอาค่าจ้างเลยหนูขอแค่ได้อยู่ที่นี่”
เด็กหญิงวิงวอนพร้อมยกมือขึ้นประนมไหว้เพื่อร้องขอความเมตตาพอดีกับที่วนิดาเดินเข้ามาสมทบ
“ให้อยู่เป็นเพื่อนน้องได้มั้ยคะพี่เขม น้องอยากมีเพื่อน”
เขมราฐมองน้องสาวด้วยแววตาอ่อนโยน เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเขาก็เพิ่งสูญเสียทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน จึงต้องรับเอาน้องสาวมาดูแล
“น้องเหงาเหรอ...”
ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงบ่งบอกถึงความรักที่มีต่อน้องสาว
“ค่ะ เอาไว้เป็นเพื่อนคุยหรือใช้งานก็ยังดี”
“อืม...งั้นพี่ตามใจน้องก็แล้วกัน”
เพราะน้องคนกลางเสียชีวิตตั้งแต่ในท้องแม่เขมราฐจึงมีวนิดาเป็นน้องสาวเพียงคนเดียว และด้วยอายุที่ห่างกันถึงสิบสองปีก็ทำให้เขาทั้งรักและเอ็นดูเธอมาก ยิ่งมาเหลือกันแค่สองคนพี่น้องเขมราฐก็ยิ่งรักเธอมากขึ้นไปอีก
“เธออายุเท่าไหร่แล้ว”
“สิบห้าค่ะ”
“อืม...เป็นน้องฉันเกือบหนึ่งปี แล้วยังเรียนหนังสืออยู่หรือเปล่า”
“เพิ่งจบม.3ค่ะ ยังไม่ได้สมัครเข้าเรียนต่อ”
มะลิตอบพร้อมกับมองวนิดาอย่างมีความหวัง
“ให้เรียนต่อด้วยนะคะพี่เขมน้องอยากได้คนฉลาด น้องไม่ชอบคนโง่ค่ะ”
วนิดาพูดอย่างตรงไปตรงมาตามนิสัยเอาแต่ใจของเธอ
“อืม...ได้สิ เดี๋ยวฉันจะให้ป้าสอนพาเธอไปเข้าเรียน แล้วเธอก็เก็บข้าวของย้ายมาอยู่ที่ห้องแม่บ้านแล้วกัน”
“ขอบคุณนายสิมะลิ”
ยายฟักเตือนเมื่อเห็นเด็กหญิงเอาแต่นั่งอึ้ง
“ขอบคุณค่ะนาย!”
เด็กหญิงดีใจจนน้ำตารื้นที่ไม่ต้องจากไร่ที่เธอคุ้นเคยไปอยู่สถานสงเคราะห์ และตั้งแต่วันนั้นสายตาที่เธอมองเขมราฐและวนิดาก็ไม่ต่างจากสุนัขเวลามองเจ้าของ เพราะเธอถือว่าทั้งคู่เป็นผู้มีพระคุณที่ให้ชีวิตใหม่กับเธอ
ชีวิตของมะลิในบ้านหลังใหม่ถึงจะอยู่ในสถานะเด็กรับใช้แต่ก็ไม่ได้แย่เลย เพราะคุณน้องเจ้านายของเธอเห็นเธอเป็นเหมือนเพื่อน ถึงจะแบ่งแยกชนชั้นตามนิสัยเย่อหยิ่งแต่ก็หยิบยื่นหลายอย่างที่เธอไม่เคยมี
“เธออวบกว่าฉันน่าจะใส่สวยกว่า”
“แต่ชุดนี้เป็นชุดใหม่ไม่ใช่เหรอคะยังมีป้ายอยู่เลย”
“อืม...ฉันลองแล้วมันหลวมไปหน่อยจะเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ให้เธอไปใส่ดีกว่า”
“ขอบคุณค่ะคุณน้อง”
นอกจากสิ่งของแล้วนิดาก็ยังให้ความรู้กับเธอด้วย สิ่งที่วนิดาเน้นมากกว่าอย่างอื่นคือภาษาอังกฤษ ทุกๆวันมะลิจะต้องท่องคำศัพท์และพูดคุยภาษาอังกฤษสั้นๆเพื่อฝึกฝนโดยมีวนิดาเป็นคนสอน
“เดี๋ยวหนูลงไปช่วยป้าสอนเตรียมมื้อเย็นก่อนนะคะคุณน้อง”
“อืม...”
เพราะอยากตอบแทนผู้มีพระคุณมะลิจึงทำทุกอย่างที่เธอทำได้ ไม่ว่าจะถูกใครเรียกใช้เด็กหญิงก็ไม่เคยเกี่ยง
“เดี๋ยว!”
เท้าเล็กหยุดยืนที่เชิงบันไดเมื่อถูกเรียกเสียงแหลมจากแขกพิเศษของเขมราฐ
“คะคุณยุ้ย”
“นั่นชุดอะไร!”
“คุณน้องให้หนูมาค่ะ”
“โกหก! ชุดราคาแพงแบบนี้คุณน้องจะยกให้แกได้ยังไง!”
ศิริมาแผดเสียงเพราะกำลังไม่พอใจอย่างรุนแรง เนื่องจากชุดที่มะลิถือเป็นชุดที่เธอซื้อให้วนิดาเพื่อเอาใจ
“หนูไม่ได้โกหกนะคะ! คุณน้องให้หนูมาจริงๆค่ะ!”
เด็กหญิงละล่ำละลักทันทีที่ถูกกล่าวหา
“มีอะไรกันเหรอ...”
เขมราฐถอดหมวกคาวบอยออกแล้วหยุดมองทั้งสองคนด้วยแววตาเป็นคำถาม และสายตาคู่คมของเขาก็เหมือนมีพลังวิเศษ เพราะมันสามารถทำให้ในหน้าบูดบึ้งของศิริมาที่กำลังโกรธมียิ้มหวานหยดได้อย่างเหลือเชื่อ
“ว่าไง...มีอะไรกัน”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เธอไปได้แล้ว”
มะลิรีบเดินหนีเมื่ออีกฝ่ายโบกมือไล่ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ศิริมาพูดจาปรักปรำให้ร้ายเธอ
“เขมคะ...”
“อืม...”
“ยุ้ยรู้นะคะว่ามันเป็นเรื่องในบ้านเขม แต่ยุ้ยกับเขมเราก็เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกันเลยอยากเตือน”
“คุณมีอะไรคุณก็พูดมาตรงๆเถอะยุ้ย”
เขมราฐบอกเสียงขรึมตามนิสัย เพราะเขาไม่ชอบอะไรที่จุกจิกรำคาญใจ
“ก็เด็กนั่นน่ะค่ะ ยุ้ยเห็นหลายครั้งที่เอาของออกมาจากห้องของคุณน้อง”
“ยัยน้องคงให้กันน่ะ”
“บางอย่างให้บางอย่างอาจจะหยิบเอามาเฉยๆก็ได้นะคะ เด็กเหลือขอแบบนั้นไม่ควรไว้ใจมาก”
“คุณอย่าใส่ใจเลย”
“ยุ้ยห่วงค่ะ เอาจริงๆเด็กที่ขาดทุกๆอย่างแบบนั้นเวลาที่ได้อยู่ใกล้สิ่งที่ขาดแรกๆก็คงชื่นชม แต่พอนานไปอาจกลายเป็นอิจฉาอยากทำลายขึ้นมาก็ได้”
ศิริมาใส่ไฟเพราะเธอไม่ชอบมะลิตั้งแต่แรกเห็น ซึ่งเหตุผลส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะกลัวว่ามะลิจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้หญิงอีกคนของเขมราฐ
“คุณหมายความว่ายังไง”
“ก็หมายความว่าวันนี้เด็กนั่นคอยรับใช้ใกล้ชิดคุณน้อง และคุณน้องก็เมตตาหยิบยื่นอะไรๆให้ แรกๆก็รับเท่าที่ให้แต่นานวันอาจอิจฉาคิดแย่งชิง ดีไม่ดีอาจคิดไม่ซื่อกับคุณน้องก็ได้นะคะ”
เขมราฐนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งเพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับน้องสาว
“อย่าเพิ่งคิดอะไรเลวร้ายแบบนั้นเลยยุ้ย มาอยู่ที่นี่เดือนกว่ามะลิก็ขยันขันแข็งดี อีกอย่างก็ไม่ได้มีท่าทีร้ายๆอย่างที่คุณกังวลเลย”
“แต่...”
“ผมขอไปอาบน้ำก่อนนะ เหนียวตัวจะเเย่...”
“ให้ยุ้ยช่วยมั้ยคะ...”
“เอาสิ...”
ชายหนุ่มตอบรับอย่างไม่คิดลังเลเพราะไม่มีเหตุผลที่
like
ให้รักนำทางอัปเดตเมื่อ Jul 25, 2024, 07:01
ให้รักนำทาง…1
ห้องแกรนด์บอลรูมขนาดใหญ่มีผู้คนนับพันมาร่วมงานที่มีชื่อว่างาน ‘ประมูลเพชรการกุศล’ และเพราะมีคำว่าการกุศลพ่วงท้ายจึงมีนักบุญมากมายมารวมตัวกัน
เหล่าเซเลปไฮโซใจบุญตบเท้าเข้าร่วมงานการกุศลอย่าคับคั่ง!
‘ข่าววันพรุ่งนี้คงจะพาดหัวประมาณนั้น’
แต่ในความเป็นจริงเพชรน้ำหนึ่งรู้ดีว่าแต่ละคนที่มาเพราะอยากอวดประชันความมั่งมีของตัวเอง ไม่เว้นแม้กระทั่งครอบครัวของเธอก็ด้วย และถ้าหากจะถามว่าเธอชอบการใส่หน้ากากแบบนี้มั้ย เพชรน้ำหนึ่งก็คงจะขอตอบอย่างมั่นใจว่า...ชอบมาก!!!
“สวัสดีค่ะคุณป้า”
หญิงสาวส่งยิ้มหวานเกินจำเป็นเพื่อทักทายคุณหญิงอิงอรซึ่งเป็นคนดังคนหนึ่งในแวดวงไฮโซ
“อ่อ...จ้ะ สวัสดีจ้ะ มากับใครล่ะเนี่ย”
“มากับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ อยู่ทางด้านโน้นน่ะค่ะคุณป้า”
“ป้าอยากเจออยู่พอดีเลย มีเรื่องอยากจะขอโทษพ่อแม่หนูน่ะ”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ก็เรื่องที่ป้าสื่อให้ลูกชายของตระกูลทองประทานกับหนูน่ะสิ คิดไม่ถึงจริงๆว่าจะถูกปฏิเสธเอา”
เพชรน้ำหนึ่งหน้าร้อนวูบเมื่อรู้ว่าเธอถูกปฏิเสธอีกครั้ง
“ความจริงป้าก็พยายามพูดแล้วนะว่าถึงหนูจะไม่ใช่สายเลือดของแก้ววินิจแท้ๆ แต่ก็นับเป็นทายาทคนเดียว แต่ก็นั่นแหละหนู ตระกูลที่เขามั่งคั่งเพียบพร้อมเขาก็อยากจะได้ลูกสะใภ้ที่มีเลือดผู้ดีแท้ๆ แต่หนูไม่ต้องห่วงนะป้าจะมองๆหาคนใหม่ที่เหมาะสมให้ แต่อาจจะต้องลดสเปคลงหน่อย หล่อ รวย แต่เป็นพวกเศรษฐีใหม่ไม่ใช่ผู้ดีเก่าแก่”
กรี๊ดดดด!!!
หญิงสาวกรีดร้องอยู่ในใจขณะที่ฟังคำพูดของคุณหญิงที่เป็นแม่สื่อหาผู้ชายมาเกี่ยวดองกับเธอ ซึ่งแต่ละคำล้วนแล้วแต่เหมือนดูถูกมากกว่าเห็นใจ
ลดสเปคงั้นเหรอ!
เธอไม่คู่ควรอย่างนั้นเหรอ!
แล้วทุกคนจะได้รู้ว่าดูถูกเธอมากเกินไป!
เพชรน้ำหนึ่งคิดอย่างขุ่นเคืองด้วยรู้ดีว่าลึกๆแล้วคนเหล่านั้นรังเกียจเธออยู่ ถึงแม้เวลาที่พบเจอกันตามงานจะยิ้มแย้มทักทาย แต่นัยน์ตาที่มองมามันเหมือนกับกำลังด่าว่าเธอเป็นอีกาที่หลงอยู่ในฝูงหงส์ แย่ไปกว่านั้นคือแววตาที่มองเธออย่างสมเพชเวทนาซึ่งเธออยากอาเจียนทุกครั้งที่เห็น
“ลอง...”
“หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ!”
เธอพูดเสียงห้วนแล้วเดินเชิดหน้าออกไปอย่างเย่อหยิ่งโดยไม่สนใจว่าคู่สนทนาจะรู้สึกเช่นไร ด้วยรู้ดีว่าต่อให้เธอพยายามรักษามารยาทมากแค่ไหนคนพวกนั้นก็ไม่มีวันเห็นเธอดีไปได้
“เสียมารยาท! เลี้ยงดียังไงก็ยังต่ำ!”
เสียงค่อนขอดตามด้วยเสียงซุบซิบนินทาที่ดังตามหลังไม่อาจหยุดสองเท้าเล็กในรองเท้าส้นสูงคู่สวยได้ เพชรน้ำหนึ่งยังคงก้าวเดินต่อไปราวกับไม่ได้ยิน เพราะรู้ว่านั่นคือวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับคนเหล่านั้น
สถานที่ที่หญิงสาวใช้หลบมาปรับอารมณ์ให้เย็นลงคือห้องน้ำ แต่แล้วผลลับธ์กลับตรงกันข้ามเพราะไม่ว่าจะไปทางไหนก็ยังได้ยินสิ่งที่ไม่อยากได้ยินอยู่ดี
“นี่! ได้ยินที่คุณหญิงอิงอรพูดกับแม่นางมั่นนั่นมั้ย”
เสียงถามกลั้วหัวเราะบ่งบอกอารมณ์คนพูดได้เป็นอย่างดี ซึ่งโทสะของคนที่กำลังถูกกล่าวถึงก็พุ่งขึ้นเป็นริ้วๆจนต้องกำมือแน่น
“ได้ยินสิ ฉันล่ะกางหูรอฟังเลย”
“ไม่ต่างกันจ้ะ บอกตรงๆนะว่าฉันทั้งหมั่นไส้ทั้งสมเพชนาง คงจะอยากยกระดับตัวเองอีกขั้นด้วยการหาผู้ชายมีตระกูลมาแต่งงานด้วย เฮอะ! ไม่ได้เจียมเลยว่าตัวเองเป็นแค่เด็กข้างถนนที่ถูกเก็บมาเลี้ยง ครอบครัวผู้ดีที่ไหนจะอยากได้ไปเป็นสะใภ้”
“จริง! อย่างดีก็จับได้แค่ไอ้พวกปลายแถวเท่านั้นแหละ”
เพชรน้ำหนึ่งพยายามสงบอารมณ์ด้วยการนับเลขในใจช้าๆไปจนถึงหลักพัน ถึงแม้คำพูดเหยียดหยามเหล่านั้นจะเข้าหูอยู่เสมอแต่เธอไม่เคยชินชา ทุกครั้งที่ได้ยินมันทิ่มแทงใจเธอได้ซ้ำๆโดยที่ความเจ็บไม่ลดลงเลย
“เลิกพูดถึงนางเถอะฉันเวทนา มาพูดถึงคุณราชันลูกชายตระกูลรัตนเลิศดีกว่า”
“ฉันได้ยินข่าวแว่วๆมาอยู่นะว่าเขากำลังจะย้ายกลับไทยถาวร!”
น้ำเสียงตื่นเต้นของสองสาวสร้างความอยากรู้ให้กับเพชรน้ำหนึ่งจนยอมขังตัวเองไว้ในห้องน้ำต่ออีกนิด
“จริงหรอ!”
“อือ...นี่ฉันว่าจะพาตัวเองไปอาบน้ำแร่แช่น้ำนมสักหน่อย คุณราชันจะกลับเดือนหน้าคงมีเวลาพอให้ฉันทำสวยเผื่อจะได้เจอตามงานบ้าง”
“แต่เรื่องนี้ฉันคงต้องขอลงสนามด้วยนะ ถึงเราจะเป็นเพื่อนกันแต่ทำไงได้ล่ะในเมื่อผู้ชายอย่างคุณราชันมันมีน้อยอะ”
“เอาเถอะ ฉันคิดว่าฉันไม่แพ้ ถ้าจะมาลงสนามก็มาเลยแต่บอกก่อนนะว่าไม่ง่าย เพราะผู้ชายอย่างคุณราชันน่ะใครๆก็อยากได้ พวกบรรดาพ่อแม่ทั้งหลายพอรู้ว่าเขาจะกลับมาไทยก็คงเตรียมผลักเตรียมดันลูกกันยกใหญ่!”
“นั่นสิ”
ปัง!!
อุ้ย!!
เสียงประตูห้องน้ำที่ถูกเปิดอย่างแรงทำเอาสองสาวสะดุ้งโหยงและเมื่อรู้ว่าเป็นใครก็ถึงกับหน้าถอดสี
“นี่...”
หนึ่งในสองสาวถึงกับลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็นสายตาที่ไม่ต่างจากเสือสาวของเพชรน้ำหนึ่ง แต่ก็ยังแสร้งทำโมโหกลบเกลื่อน
“นี่เธอแอบฟังเหรอ! ทุเรศที่สุด!”
“ใช่! เสียมารยาท!”
“พวกเธอต่างหากที่ทั้งทุเรศทั้งเสียมารยาท! พูดนินทาคนอื่นสนุกปากในที่สาธารณะ แถมยังเพ้อเจ้อถึงผู้ชายแบบไม่อายปาก!”
หญิงสาวตอกหน้ากลับอย่างไม่ยอมแพ้ถึงแม้อีกฝ่ายจะมากกว่าก็ไม่สามารถทำให้เธอกลัวได้เลย
“ปากของฉัน! ฉันจะพูดอะไรก็ได้!”
“แต่ต้องไม่ใช่การนินทาว่าร้ายคนอื่นโดยเฉพาะฉัน! จะบอกอะไรให้นะ...”
ดวงตาคู่สวยที่ถูกกรีดอายไลน์เนอร์จนคมเฉี่ยวจิกมองสองสาวด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
“เลิกเพ้อเจ้อเถอะ คนสันดานหยาบปากสกปรกอย่างพวกเธอผู้ชายดีๆแบบนั้นเขาไม่มาเอาหรอก!”
“ก็ยังดีกว่าเด็กข้างถนนอย่างแกก็แล้วกัน! อีขยะ!”
นัยน์ตาคู่สวยลุกวาบแล้วเงื้อมือขึ้นสุดแขน เป้าหมายคือแก้มขาวๆของคนที่ลอยหน้าด่าทอเธออย่างไม่มีสลด
“น้ำหนึ่ง!”
คุณวดีรีบก้าวเร็วเข้ามารั้งแขนลูกสาวด้วยความตื่นตระหนก
“นี่มันอะไรกันลูก!”
“เปล่าค่ะ”
เธอลดมือลงข้างตัวพร้อมกับสองสาวที่รีบเดินหนีออกไปอย่างลนลาน
“มีอะไรกันอีก”
“เปล่าค่ะ”
“แม่บอกแล้วสอนแล้วนะว่าต้องอดทน ยิ่งเขามองว่าเราคนละชั้นเราต้องยิ่งพิสูจน์ให้เขาเห็น ว่าความเป็นผู้ดีมันอยู่ในกมลสันดานไม่ใช่สายเลือด”
คุณวดีบอกสอนคำเดิมที่เคยพูดเสมอเวลาที่เธอทะเลาะกับใคร ท่านพูดเช่นนี้กับเธอเสมอโดยไม่เคยถามถึงต้นสา
like
ราคีพิสุทธิ์อัปเดตเมื่อ Jun 24, 2024, 04:07
ตอนเด็กๆเธอวาดฝันว่าโตขึ้นจะได้เป็นเจ้าสาวของเขา แต่ความจริงเธอเป็นได้แค่ 'เหยื่อ' ที่เขาไม่มีวันจะรัก...
like
เมียคุณปราบอัปเดตเมื่อ May 25, 2024, 23:46
ปราบศึกมองหญิงสาวในชุดนักศึกษาอย่างพิจารณา เพราะจู่ ๆ เธอก็มาขอพบและเสนอตัวเองแลกกับโฉนดบ้านพร้อมที่ดินที่บิดาเธอเอามาจำนองไว้
“อืม...”
ชายหนุ่มยกมือลูบคางแล้วมองมาที่เธอไม่ละไปทางอื่น เขาทำราวกับอยากพูดบางอย่าง ซึ่งแววตาที่เขาใช้มองเธอมันเหมือนกับกำลังพิจารณาสินค้าชิ้นหนึ่ง ทำเอามิรินถึงกับหน้าชาแล้วชาอีก
“เธอรู้หรือเปล่าว่าพ่อเธอเอาบ้านมาจำนองไว้เท่าไหร่”
“ค่ะ หนึ่งล้านสามแสนค่ะ”
“แล้วเธอคิดว่าร่างกายของเธอมันมีค่าขนาดนั้นเลยเหรอ...”
คำถามนั้นสร้างความอับอายให้กับเธอจนใบหน้าเหมือนจะหมดความรู้สึกไปชั่วขณะ
“ว่าไงล่ะ อย่าเงียบเพราะฉันไม่ชอบพูดอยู่ฝ่ายเดียว”
น้ำเสียงเข้มขรึมแต่จริงจังของปราบศึกไม่ได้มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย หากเรื่องที่เธอต้องการมาคุยไม่ได้สลักสำคัญอะไรมิรินคงจะวิ่งหนีอายไปเสียนานแล้ว
“คะ... คือ... หนูไม่มีอย่างอื่นจะแลกเปลี่ยนค่ะ”
“ฟังนะ...”
คนตัวโตพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลายกว่าเดิม
“ถึงฉันจะขาดเซ็กซ์ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะหน้ามืดซื้อผู้หญิงด้วยเงินหลักล้าน ถึงรูปร่างหน้าตาเธอจะถูกใจฉันก็เถอะ ราคาที่เธอเสนอฉันสามารถเรียกดารานางแบบมาใช้บริการได้เลยนะ”
มิรินกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก อายแสนอายที่ต้องมาเสนอตัวให้เขาทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายแสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้องการ แต่เธอก็จำต้องข่มความอายนั้นไว้แล้วทำสิ่งที่ตั้งใจให้สำเร็จ
“แต่หนู... ยังไม่เคย... เอ่อ... ไม่เคยมีใครนะคะ”
หญิงสาวเสนอในสิ่งที่คิดว่าอาจจะทำให้เขาสนใจแต่ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบสนิท
“หนึ่งล้านนี่ค่าซิงสินะ”
มือเล็กบีบกันแน่นอยู่บนตัก ภายในอกอัดอั้นจนอยากจะร้องไห้ออกมาเพราะความกดดัน
“เอาเถอะ ฉันเห็นแก่ความพยายามของเธอ แต่คงจะยกหนี้ให้ไม่ได้หรอกนะ เพราะมองยังไงก็ไม่คุ้ม เอาเป็นว่าเธอมาหาฉันอาทิตย์ละสองครั้งแทนค่าดอกก็แล้วกัน ส่วนค่าความสาวของเธอในครั้งแรกฉันจะลดหนี้ให้ห้าแสน ถือว่าฉันใจดีสุด ๆ แล้วนะ จะรับหรือไม่รับข้อเสนอนี้ก็แล้วแต่เธอ”
“ค่ะ หนูตกลง”
มิรินตอบตกลงโดยที่ไม่เสียเวลาคิดเลยสักนาที
“ถือว่าเธอฉลาด...”
ปราบศึกกล่าวชมตรง ๆ เพราะการที่เธอตอบรับมันดีกับตัวเธอเอง หากว่ามิรินต่อรองหรืออิดออดเขาก็ไม่จำเป็นต้องเห็นใจเธออีก
“พรุ่งนี้มาหาฉันที่นี่ตอนห้าทุ่ม”
“ค่ะ”
ถึงแม้ใจจะสั่นแต่มิรินก็ยังคงรับคำหนักแน่น
“วันนี้ไปได้แล้ว...”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
เธอยกมือประนมไหว้ทั้ง ๆ ที่ในใจอยากจะใช้นิ้วจิ้มตาคนเย่อหยิ่งเสียให้บอด ปราบศึกเป็นเหมือนที่ใคร ๆ กล่าวขานเอาไว้ไม่ผิดเพี๊ยน เขาเย่อหยิ่ง ถือตัว และเคร่งขรึมไร้รอยยิ้มจนบางคนพูดเอาไว้ว่าเขาเหมือนมัจจุราชที่ไร้ความรู้สึก แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นผู้ชายที่หล่อเหลาราวกับเทพเทวดา รูปร่างกำยำบึกบึน เรียกได้ว่าไร้ที่ติ
“เดี๋ยว!”
“คะ...”
“อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร เพราะคนอื่นอาจจะส่งลูกมาล้างหนี้เหมือนที่พ่อเธอทำ”
ถึงแม้จะพยายามอดทนมาตลอดแต่สุดท้ายหญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะโต้เถียงเมื่อเขาแตะต้องบิดา
“พ่อไม่ได้ส่งหนูมาค่ะคุณกำลังเข้าใจผิด! และเรื่องนี้หนูก็อยากขอให้คุณช่วยเก็บเป็นความลับเหมือนกัน หนูไม่ต้องการให้ใครรู้โดยเฉพาะพ่อ”
ปราบศึกกดยิ้มมุมปากเมื่อเธอพูดจบ ซึ่งเป็นรอยยิ้มแรกที่เธอได้รับจากเขา แต่มันคือรอยยิ้มที่ไม่ประทับใจเอาเสียเลย เพราะมันแฝงไปด้วยความเยาะหยันและดูแคลน
“เชิญ!”
เขาผายมือไปทางประตูเมื่อเห็นว่าเธอยืนมองเขาคล้ายจะเอาเรื่อง มิรินจึงทำได้เพียงสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วเดินออกมา เพราะสถานะของเธอในตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยให้ทำอะไรมากไปกว่านั้น
น้ำตาที่เอ่อขังในดวงตากลมโตไม่ได้มาจากความเสียใจ แต่เป็นเพราะอับอายจนกลั้นมันเอาไว้ไม่ได้ มิรินเดินออกจากโรงแรมหรูโดยไม่เงยหน้ามองใคร ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครรู้ว่าเธอไปทำอะไรมา แต่เธอก็รู้สึกว่าสิ่งที่เพิ่งทำลงไปมันน่าละอายเกินทน
‘แกทำถูกแล้วมิริน’
หญิงสาวบอกตัวเองในใจ เพราะหากว่าย้อนเวลากลับไปได้เธอก็ยังคงเลือกทำเหมือนเดิม
ปราบศึก...
ชื่อของผู้ชายที่เธอต้องบำเรอเขาผุดขึ้นมาในความคิด ชื่อเสียงของเขาที่ได้ยินมาไม่ค่อยดีนัก เพราะมีข่าวลือหนาหูว่าเขาคือนักธุรกิจที่สนใจเพียงแต่ผลประโยชน์ ไม่มีความเมตตาให้กับใครทั้งสิ้น ซ้ำยังเป็นคนเย่อหยิ่งถือตัวเสียจนน่าหมั่นไส้ ซึ่งวันนี้มิรินก็ได้พิสูจน์กับตัวเองแล้วว่าสิ่งที่ได้ยินมานั้นเป็นความจริง
“มิริน...”
สองเท้าเล็กในรองเท้าคัชชูชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงเรียก ก่อนที่เธอจะรีบปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว
“ค่ะพ่อ”
“หนูไปไหนมา กลับเสียจนมืดค่ำ”
“หนู... ไปเอ่อ... หางานทำค่ะ”
ใบหน้าคุณมารุตสลดวูบเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวบอก
“ถ้าพ่อไม่โง่หนูก็คงไม่ต้องลำบากแบบนี้”
“พ่อไม่ต้องคิดอะไรแบบนั้นเลยนะคะ ความจริงหนูควรทำงานพิเศษนานแล้วด้วยซ้ำ”
มิรินบอกตามจริง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาพ่อดูแลเธออย่างดีไม่เคยปล่อยให้ลำบาก รวมทั้งไม่ยอมให้เธอทำงานพิเศษเพราะอยากให้เอาเวลาไปทุ่มเทกับการเรียน ถึงแม้บ้านเธอจะไม่ได้มีฐานะร่ำรวย แต่เงินเดือนข้าราชการครูของพ่อก็เลี้ยงเธอได้อย่างไม่ลำบาก
แต่ที่เหตุการณ์มาพลิกผันก็เพราะพ่อของเธอมีรักครั้งใหม่กับม่ายสาวคนหนึ่ง และก็ถูกอีกฝ่ายปอกลอกจนหมดเนื้อหมดตัว แม้แต่บ้านก็ยังเอาไปจำนองไว้กับปราบศึกซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดัง
“พ่ออย่าโทษตัวเองเลยค่ะ”
“ขอบใจนะที่ไม่โกรธพ่อ”
“ค่ะ แต่หนูอยากจะรู้ว่าทำไมพ่อถึงเลือกเอาที่ดินไปจำนองกับคุณปราบศึกแทนที่จะเป็นธนาคารคะ”
คุณมารุตหลบตาลูกสาวเพราะความละอายก่อนจะตอบคำถาม
“เพราะพ่อรู้ว่าเขาอยากได้ที่ตรงนี้ เขากว้านซื้อจากชาวบ้านไปแล้วหลายคน พ่อเลยเอาไปเสนอเขาในราคาที่มากกว่าธนาคารจะให้เป็นเท่าตัวและเขาก็ตกลงทันที”
“ค่ะ หนูเข้าใจแล้ว”
“มิรินไม่โกรธพ่อนะลูก...”
“ไม่ค่ะ หนูขอแค่พ่ออย่าท้อ เราจะช่วยกันไถ่ถอนมันออกมาให้ได้ เพราะที่นี่เป็นมากกว่าบ้าน ทุก ๆ ตารางนิ้วที่นี่มีความทรงจำเกี่ยวกับแม่อยู่”
“พ่อจะพยายามนะ แต่...”
“หนูจะช่วยพ่อเองค่ะ หนูทำได้”
“ตอนนี้พ่อค้างเงินดอกเขาจะสามเดือนแล้ว อีกไม่นานเขาคง...”
“เขาไม่ยึดห
like
ซากปรารถนาอัปเดตเมื่อ Apr 25, 2024, 20:12
เหมือนฝัน นิ่มอนงค์ หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้มีรูปร่างอรชร ใบหน้าที่น่ารักจิ้มลิ้มและรอยยิ้มสดใสของเธอสะกดคนมองได้ไม่ยาก ถึงแม้ตลอดชีวิตของเธอจะไม่เคยได้สัมผัสกับคำว่าสุขหรือสบาย แต่ใบหน้าเกลี้ยงเกลาก็มีรอยยิ้มอยู่เสมอ เพราะเธอถือคติที่ว่า...
‘ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอแค่ยิ้มสู้’
ถึงรูปร่างและใบหน้าของเธอจะให้ความรู้สึกอยากทะนุถนอม แต่คนที่รู้จักมักคุ้นต่างรู้ดีว่าเหมือนฝันนั้นแกร่งแค่ไหน
“พี่ฝัน ๆ”
เสียงเรียกที่ไล่ตามหลังมาทำให้สองเท้าเล็กหยุดก้าวเดินก่อนจะหันกลับมาหาน้องชาย
“อะไรเหรอกล้า”
“มีสักร้อยไหมอะ กล้าจะไปปากซอย เพื่อนชวนไปแต่กล้าไม่มีเงินเลย”
หญิงสาวมองน้องชายอยู่ครู่หนึ่งจึงล้วงหาเงินในกระเป๋ากางเกงยีนของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะค้นกระเป๋าไหนก็รวมเงินได้เพียงแปดสิบบาทเท่านั้น
“พี่มีแค่แปดสิบ กล้าเอาไปหกสิบก็แล้วกัน”
“ขอบคุณครับ...”
เหมือนฝันยิ้มบาง ๆ แล้วยัดแบงค์ยี่สิบบาทใส่กระเป๋าหลังเพื่อเอาไว้ใช้เป็นค่ารถเมล์ ถึงแม้เธอจะมีวัยไม่มากนักแต่เหมือนฝันก็เป็นเสาหลักให้ครอบครัวได้ และทำหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจเพื่อแบ่งเบาภาระของมารดา เพราะบิดาของเธอไม่มีคุณสมบัติของหัวหน้าครอบครัวเลยแม้แต่น้อย
“ฝัน! รอฉันด้วย!”
เสียงเรียกของทับทิมไม่ได้ทำให้เหมือนฝันหยุดเดินแต่เธอชะลอฝีเท้าลง
“คิดว่าจะไม่ทันเธอเสียแล้ว”
“ทันสิ เดี๋ยวนี้แกตื่นเร็วกว่าเดิมแล้วนี่”
“บอกตรง ๆ นะว่าฉันยังง่วงอยู่เลย นับถือแกจริง ๆ เลยว่ะ ขนาดทำงานสองที่ยังตื่นไปทำงานได้ทุกวัน”
“แหม... นับถงนับถืออะไรกัน งานที่ฉันทำมันไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้นสักหน่อย”
“จ้า... แม่คนแกร่งแห่งปี!”
ทับทิมค่อนขอดแต่แววตาที่มองเพื่อนมีแต่ความเห็นใจอย่างชัดเจน ตั้งแต่เล็กจนโตเธอเห็นเพื่อนทำงานมาตลอดแต่ไม่มีวันไหนเลยที่เหมือนฝันจะบ่นว่าเหนื่อย
ทั้งสองขึ้นรถเมล์ไปไม่นานก็ลงเพราะถึงที่หมาย ปากซอยแห่งหนึ่งที่เป็นดั่งสวรรค์ของคนกลางคืน สถานที่ที่สามารถเรียกได้ว่าสถานที่อโคจรอย่างแท้จริง
‘วาเลนไทน์คลับ’ คือชื่อสถานบันเทิงที่เป็นสมาชิกของถนนสายนี้ อีกทั้งยังเป็นที่ทำงานของเหมือนฝันและทับทิมอีกด้วย
“มาเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็ว ๆ วันนี้เป็นไรไม่รู้แม่งลาป่วยกันอย่างกับนัดไว้ ถ้ารู้ว่าข้ออ้างจะไล่ออกให้หมด!”
เคน หรือดนัย ผู้จัดการของวาเลนไทน์คลับบ่นอย่างหัวเสียเพราะนักร้องชายลาป่วยในวันเดียวกัน แต่ทับทิมและเหมือนฝันที่ได้ยินอย่างนั้นกลับลอบยิ้ม เพราะการที่เหลือคนไม่มากทำให้เหนื่อยขึ้นก็จริง แต่ทิปที่ได้ก็จะมากขึ้นด้วยเพราะตัวหารน้อยลง
“วันนี้สองคนสลับกันร้องนะ นักร้องชายสงสัยจะคออักเสบกันหมดแล้ว เดี๋ยวจะให้พวกมันพักอยู่บ้านยาว ๆ เลย”
“ค่ะคุณเคน”
“สู้เปล่าแก”
ทับทิมหลิ่วตาให้เพื่อนซึ่งเหมือนฝันก็รีบชูสองนิ้วทันที
“สู้ตายค่า...”
“งั้นก็...”
ลุย!!
สองสาวพูดพร้อมกันแล้วจึงเดินเข้าไปในส่วนของพนักงานด้วยท่าทางเข้มแข็ง
ภายในห้องโถงที่ถูกตกแต่งด้วยเครื่องเรือนหรูหราทันสมัย มีคุณปู่และหลานชายสุดที่รักกำลังทุ่มเถียงกันอย่างจริงจังถึงเรื่องการมีทายาทสืบสกุล ซึ่งมาวินมองว่ามันคือเรื่องที่ไร้สาระเอามาก ๆ
“เวลาของแกมันยังอีกยาวไกลฉันรู้ และก็รู้ด้วยว่าแกยังไม่อยากแต่งงานกับใคร แต่ตอนนี้แกอายุสามสิบสามแล้วนะวิน ถ้าปล่อยเวลาเนิ่นนานไปอาจจะไม่ทันการณ์เอาได้”
“ผมเพิ่งจะอายุสามสิบสามครับคุณปู่ อีกสามปีหรือห้าปีค่อยแต่งงานก็ยังทัน”
“ใช่สิ แกเพิ่งสามสิบสามแต่ฉันน่ะใกล้แปดสิบจะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้ แล้วถ้าฉันยังไม่ได้เห็นว่า ‘สุวรรณพิทักษ์’ มีคนสืบสกุลจะตายตาหลับได้ยังไง”
คนเป็นปู่ตัดพ้อเมื่อหลานชายไม่ยอมเออออด้วย
“ปู่มีพ่อแกเป็นลูกคนเดียว ส่วนพ่อแกถึงจะมีลูกหลายคนแต่ก็มีแกเป็นผู้ชายคนเดียว น้อง ๆ แกก็แต่งงานไปใช้นามสกุลผัวกันหมด ไม่ให้ฉันหวังทายาทจากแกแล้วจะให้หวังจากใคร”
“ผมเข้าใจครับในสิ่งที่คุณปู่หวัง แต่ผมยังไม่อยากทิ้งความโสดคุณปู่เข้าใจไหมครับ ผู้หญิงที่คุณปู่หาให้ไม่ใช่ไม่ดี แต่ละคนมีหน้าตาฐานะกันทั้งนั้น ติดตรงที่ผมยังอยากใช้ชีวิตโสดอยู่คุณปู่เข้าใจหรือเปล่าครับ”
“อืม... ฉันเข้าใจ”
ถึงแม้ปากจะบอกว่าเข้าใจ แต่แววตาและท่าทางของชายชราบ่งบอกถึงความผิดหวังอย่างชัดเจนจนมาวินรู้สึกไม่สบายใจ เพราะคุณปู่คือคนที่รักและเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็กจนโต จึงเป็นคนที่เขาแคร์ความรู้สึกมากที่สุดเลยก็ว่าได้
“คุณปู่อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ”
“แกไปเถอะ ฉันไม่อยากพูดอะไรแล้ว”
มาวินถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะยื่นข้อเสนอที่เขาคิดมาแล้วสักพักให้คุณปู่
“ถ้าผมมีเหลนชายให้คุณปู่แต่ไม่แต่งงานจะได้ไหมครับ”
“แกหมายความว่ายังไง”
“เรื่องนี้ผมคิดมาสักพักแล้ว ผมจะหาผู้หญิงสักคนมาอุ้มท้องลูกให้ พอคลอดก็ทางใครทางมัน แต่ลูกเป็นของผม”
“วิน... แกคิดดี ๆ นะ ปู่ไม่ต้องการเหลนที่เกิดจากผู้หญิงขายบริการ และก็ต้องไม่ใช่ผู้หญิงหน้าเงินที่จะใช้เด็กขูดรีดเราไม่จบสิ้น”
“เรื่องนั้นคุณปู่ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผู้หญิงที่จะมาเป็นแม่ของลูกผมต้องสวยและมีจิตใจที่ดีด้วย ผมไม่คว้าใครมาสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกครับ”
“แกคิดดีแล้วเหรอ”
“ผมคิดดีแล้วครับ ผมยังไม่พร้อมจะแต่งงานกับใครจริง ๆ วิธีนี้ดีที่สุดแล้วครับ”
“แต่ปู่ขอนะ เหลนปู่ต้องเกิดจากวิธีธรรมชาติไม่ใช่วิธีทางการแพทย์ เมื่อไหร่ที่แกให้เหลนชายกับปู่ได้ปู่จะไม่วุ่นวายอีกเลย และพอถึงตอนนั้นปู่ก็คงตายตาหลับ”
“คุณปู่อย่าพูดแบบนั้นสิครับ คุณปู่ยังแข็งแรงรอเหลนได้สบาย”
“แกรับปากปู่แล้วต้องทำให้ได้นะวิน อย่าพูดส่ง ๆ หลอกให้ปู่ดีใจ”
“ครับ ส่วนเรื่องแม่ของลูกผมจะดูให้ดีครับ”
“หาได้แล้วบอกปู่ด้วย เผื่อปู่จะช่วยแกดู”
ถึงแม้จะอยากได้เหลนมากแต่คุณเรวัตก็ยังกังวลเรื่องแม่ของเหลน เพราะไม่อยากให้มาวินคว้าผู้หญิงที่ไม่มีสมบัติผู้ดีติดตัวมาเป็นแม่พันธุ์
“ครับ”
มาวินส่งยิ้มให้ปู่ในขณะที่ในใจเกิดความเครียด เพราะการที่เขารับปากไปแล้วนั่นหมายถึงต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นปู่ของเขาก็จะรอคอยและทวงถาม ทำให้ความกดดันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
สถานที่ระบายความเครียดของมาวินคือคลับหรู และที่ปรึกษาจะเป็น
like
แค่เคยคุ้นอัปเดตเมื่อ Mar 26, 2024, 20:35
ชินภพมองเรือนร่างเย้ายวนของคนที่หลับใหลอยู่บนเตียงด้วยความสับสน ก่อนที่ใจจะเอนเอียงไปทางด้านมืดมากกว่า
“ลุกได้แล้ว!”
คนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งแล้วรีบลนลานลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
“หึ! นอนแก้ผ้ามาทั้งคืนเพิ่งจะนึกอายหรือไง ดัดจริต!”
ชายหนุ่มสาดวาจาเผ็ดร้อนจนคนที่กำลังดึงผ้าเช็ดตัวมาปิดเต้าตูมเต่งถึงกับหน้าร้อน
“รีบกลับห้องเธอไปได้แล้ว!”
“เอ่อ... คุณภพคะ”
“มีอะไร”
“ป่านไม่อยากทำแบบนี้แล้วค่ะ ป่านกลัวคุณลุงจะรู้”
เขาปรายตามองเธอก่อนจะบิดริมฝีปากอย่างดูแคลน
“ถ้าพ่อฉันจะรู้คงรู้ไปนานแล้วล่ะ ฉันเห็นเธอพูดแบบนี้ทุกครั้งก่อนจะออกจากห้องฉันไป แต่พออีกวันแค่ฉันพยักหน้าก็กระดิกหางวิ่งตามง่าย ๆ เพราะฉะนั้นเลิกพูดเถอะ มันไม่ช่วยให้เธอดูดีขึ้นมาหรอก”
ป่านทอทั้งเจ็บทั้งอาย แต่สิ่งที่เธอทำได้ก็แค่อดทน
“เดี๋ยว!”
คนที่กำลังจะก้าวลงจากเตียงชะงักเพราะเสียงเรียก
“คะ...”
“เดือนหน้าเธอเรียนจบแล้วนี่”
“ค่ะ”
“ฉันคงไม่ต้องพูดนะว่าเธอควรทำยังไงหลังเรียนจบ มันถึงเวลาแล้วล่ะที่เธอต้องเลิกเป็นภาระคนอื่นสักที”
กระบอกตาคนฟังร้อนผ่าวเพราะน้ำตาที่จวนเจียนจะหยด แต่ป่านทอก็กลั้นเอาไว้จนสุดกำลัง
“ป่านรู้ค่ะว่าต้องทำยังไง คุณภพไม่ต้องเป็นห่วง”
“ดี!”
ชินภพมองร่างเล็กที่เดินออกจากห้องไแด้วยสายตาที่ยากจะเข้าใจ พร้อมกับถามตัวเองว่าสิ่งที่เขากับเธอทำร่วมกันมันคือความผิดพลาดหรือตั้งใจกันแน่...
…
เด็กสาววัยสิบหกปีนั่งมองรูปของมารดาผู้ล่วงลับด้วยความอาวรณ์ ดวงตาไร้เดียงสาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง หัวใจดวงน้อย ๆ ของป่านทอถูกความอ้างว้างว้าเหว่ครอบคลุมเต็มพื้นที่เมื่อสูญเสียมารดาซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวของเธอ
“จะทำยังไงกับหนูป่านดีล่ะคะคุณท่าน เห็นแบบนี้ก็อดเวทนาไม่ได้”
นางน้อยถามผู้เป็นเจ้านายในขณะที่ดวงตาไม่ละไปจากเด็กสาว
“ฉันรับปากวิไว้แล้วว่าจะดูแลหนูป่านให้ดีที่สุด หนูป่านไม่มีใครแล้วเพราะฉะนั้นฉันคงต้องรักษาคำพูด เพราะญาติที่ยังพอเหลือก็คงไม่มีใครอยากรับภาระหรอก”
“เข้าใจแล้วค่ะ เป็นบุญของหนูป่านค่ะที่ยังมีคนให้พึ่งพิง”
“ใช่ ไร้ญาติขาดมิตรตั้งแต่ตัวเท่านี้ ถ้าไม่มีใครอ้าแขนรับคงเคว้งคว้างน่าดู”
คุณปราการพูดพลางมองเด็กสาวที่นั่งสะอื้นด้วยความเวทนา ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาใกล้ ๆ หลังจากคนทยอยออกจากศาลาจนหมด
“กลับกันเถอะหนูป่าน พรุ่งนี้ค่อยมากันใหม่”
ป่านทอถอนสะอื้นก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา ทำให้คุณปราการที่เห็นดวงตากลมแดงช้ำแล้วรู้สึกสงสารจับใจ
“ไปเถอะ”
“คุณลุง... ฮึก...”
“กลับบ้านกันเถอะ”
น้ำตาของเด็กสาวพรั่งพรูออกมาอีกระลอกในขณะที่หันไปมองยังรูปของมารดา
“แม่... ฮึก... จะเหงาไหมคะ ป่าน... ฮึก... อยากอยู่เป็นเพื่อนแม่...”
คนฟังสะเทือนใจไม่น้อยกับประโยคน่าเวทนานั้น จึงนั่งลงใกล้ ๆ แล้วลูบศีรษะเล็กอย่างปลอบโยน
“แม่ไม่เหงาหรอก กลับบ้านกันนะพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”
ป่านทอพยักหน้าแทนคำตอบเพราะก้อนสะอื้นมันจุกอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออก คุณปราการจึงส่งยิ้มบาง ๆ แล้วดึงให้เด็กสาวลุกขึ้นยืน
“ไม่ต้องกลัวนะหนูป่าน หนูยังมีลุงอยู่ทั้งคน”
น้ำเสียงนุ่มนวลที่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นจริงจังทำให้หัวใจของป่านทออุ่นวาบ ถึงแม้ว่าผู้ชายตรงหน้าจะ เป็นเพียงบิดาเลี้ยงแต่เธอก็ให้ความเคารพและนับถือ เสมือนผู้ให้กำเนิด เพราะคุณปราการมีเมตตากับเธอเสมอมา
แต่ชีวิตของป่านทอมันไม่ได้ราบรื่นอย่างนั้น เพราะถึงคุณปราการจะต้อนรับเธอ แต่ชินภพลูกชายของเขากลับแสดงความรังเกียจชัดเจน
“ไม่ใช่เด็กคนนี้ไร้ญาติขาดมิตรเสียทีเดียวนี่ครับคุณพ่อ ญาติห่าง ๆ ก็ยังมีไม่ใช่เหรอ”
ชินภพแสดงความไม่พอใจทันทีที่รู้ว่าบิดาต้องรับอุปการะป่านทอ
“มีน่ะมี แต่เป็นญาติที่ไม่เคยได้ติดต่อกันเลยใครเขาจะอยากอ้าแขนรับ”
“ก็นั่นน่ะสิครับ ขนาดญาติยังไม่เอาคุณพ่อจะรับไว้ทำไม!”
ป่านทอที่แอบฟังอยู่ถึงกับสะอึก หัวใจเธอบีบรัดทั้งเจ็บปวดและสมเพชตัวเอง
“ภพ... เมตตาน้องเถอะลูก”
“พ่อเลิกยัดเยียดเด็กคนนั้นให้เป็นน้องผมสักทีเถอะครับ ผมมีน้องสาวคนเดียวคือพลอย”
คุณปราการได้แต่ถอนใจเมื่อลูกชายยังคงมีท่าทีกระด้างกระเดื่องกับเด็กสาวผู้น่าสงสารอย่างป่านทอ
“ถึงจะเป็นญาติห่าง ๆ เขาก็คงจะรับไว้ด้วยความยินดีถ้าเรามีเงินให้ เชื่อผมเถอะครับ ให้เงินไปสักก้อนแค่นี้ก็มีคนแย่งกันไปเลี้ยงดูแล้ว”
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะภพ เราต้องคิดด้วยว่าหลังจากที่ไปแล้วจะเป็นยังไง ถ้าเขารับน้องไปเลี้ยงเพราะเห็นแก่เงิน วันหนึ่งที่น้องหมดประโยชน์เขาก็จะไม่ไยดี”
“สรุปก็คือคุณพ่อจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ได้?”
“ถือว่าพ่อขอได้ไหม แค่ให้หนูป่านได้เรียนจบหรือโตพอที่จะดูแลตัวเองก็ยังดี”
“งั้นก็แล้วแต่ครับ!”
ชินภพลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องโถงด้วยท่าทางไม่พอใจชัดเจน ก่อนจะพบเข้ากับเด็กสาวที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างประตู และมันก็ทำให้รู้โดยไม่ต้องเดาเลยว่าป่านทอได้ยินทุกอย่างหมดแล้วซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตกใจ เพราะใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของเธอมันไม่ได้น่าสงสารเลยแม้แต่น้อย
“คือ... ป่าน...”
“ไร้มารยาท!!”
เขาตำหนิที่เธอแอบฟังโดยที่เด็กสาวได้แต่ก้มหน้าเพราะเธอเสียมารยาทจริง ๆ
like
รักล้อมใจอัปเดตเมื่อ Feb 24, 2024, 21:19
วีนา นฤมาศ คือเลขาผู้ทรงประสิทธิภาพของ อิศรา ภาติยะกุล ท่านรองประธานหนุ่มรูปหล่อที่สาว ๆ ในบริษัทพากันยกให้เป็นสามีมโน เพราะมีความหล่อรวยครบเครื่องตามคุณสมบัติของชายในฝัน จะผิดแผกแตกต่างไปก็ตรงที่เขาไม่ได้รักเดียวใจเดียว ผู้หญิงที่เข้ามาพัวพันอยู่รอบตัวเขาจึงไม่ต่างจากแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ แต่ถึงจะรู้ทั้งรู้ก็ยังมีแมลงเม่าอีกเป็นฝูงที่อยากโดนไฟอย่างอิศราแผดเผา
“ฮัลโหลค่ะ… ค่ะ… ดิฉันจะจดใส่ตารางนัดให้นะคะ… ค่ะ… ได้ค่ะ”
หญิงสาววางโทรศัพท์ลงกับแป้นหลังพูดจบแล้วจดโน้ตลงในกระดาษ วีนาทำทุกอย่างด้วยความชำนาญสมกับเป็นเลขาผู้ทรงประสิทธิภาพ เธอร่วมงานกับเจ้านายหนุ่มมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาจบใหม่ ไต่เต้าจากผู้ช่วยเลขามาเป็นเลขาคนสำคัญ เพราะเธอรู้ใจเจ้านายในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวก็ล้วนแล้วแต่จัดการได้อย่างไร้ที่ติ
(12:59 น.)
ดวงตาคู่สวยที่ล้อมกรอบด้วยขนตางอนเหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะทำงานแล้วจึงลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเดินไปยังห้องน้ำ ทุกอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติเพราะเธอทำเช่นนี้อยู่เป็นประจำ
ดวงตากลมโตจ้องมองตัวเองจากเงาสะท้อนในกระจก สิ่งที่เธอเห็นตอนนี้คือหญิงสาวร่างอ้อนแอ้นในชุดสูทแบบสุภาพซึ่งเป็นชุดทำงานของเธอที่สวมใส่อยู่เป็นประจำ นอกจากดูเรียบร้อยก็ยังดูสุภาพและกระฉับกระเฉงในเวลาเดียวกัน
เธอไล่สายตาขึ้นจนถึงใบหน้าแล้วจ้องมองอยู่นานหลายนาที เธอไม่ได้หลงตัวเองแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอมีใบหน้าที่งดงามไม่แพ้ใคร เส้นผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนถูกหวีจนเรียบเก็บเป็นมวยไว้ที่ท้ายทอย หน้าผากนูนเกลี้ยง คิ้วโก่งเรียวสวยโดยไม่ต้องพึ่งใบมีดโกน ดวงตาหวานซึ้งล้อมกรอบด้วยขนตางอน จมูกโด่งสวยรับกับริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูอ่อน
ใคร ๆ ก็มองว่าเธอคือเลขาที่วางตัวได้เหมาะสม ทุกคนชื่นชมการทำงานของเธอ รวมถึงเจ้านายหนุ่มอย่างอิศราเองก็ด้วย ถึงเขาจะไม่เคยเอ่ยปากชมแต่สายตาเขาบอกเสมอว่าพึงพอใจในการทำงานของเธอ และนั่นมันควรเป็นสิ่งที่เธอยืดอกรับด้วยความภาคภูมิใจ แต่เปล่าเลย... เพราะสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่สายตาชื่นชม หากแต่เป็นสายตาแห่งความปรารถนาอย่างที่เขาใช้มองผู้หญิงคนอื่น
“แค่นี้ก็ดีมากแล้วใยบัว”
เธอฝืนยิ้มให้กับเงาของตัวเองแล้วหยิบเอาลิปสติกขึ้นมาเปิดออก จ้องมองสีแดงหม่นก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าตามเดิม แล้วหยิบเอาสีชมพูอ่อนออกมาทาที่ริมฝีปากบางของตัวเอง
เธอเป็นคนช่างสังเกตจึงเห็นอยู่เป็นประจำว่าผู้หญิงของอิศรามักทาลิปสติกสีสด จึงเลือกซื้อมาบ้างแต่ก็ไม่เคยกล้าที่จะใช้มัน
วีนามองสำรวจตัวเองอีกครั้งแล้วพลิกดูนาฬิกาที่ข้อมือบาง ก่อนจะเดินกลับออกมานั่งประจำที่ตามเดิมเพื่อรอการกลับมาของเจ้านาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาไม่เคยสนใจและไม่เคยต้องการอะไรจากเธอนอกจากผลงาน แต่เธอก็ยังเติมแป้งเติมลิปสติกทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ถึงเขาจะมองไม่เห็นความสวยความเย้ายวนของเธอ แต่วีนาก็ไม่ต้องการให้เขาเห็นว่าเธอจืดชืดจนเกินไปนัก
(13:15 น.)
อิศราเดินเข้ามาด้วยสีหน้าบูดบึ้งผิดกับตอนออกไปราวฟ้ากับเหว แต่วีนารู้ดีว่าที่เธอควรทำในตอนนี้คือเงียบ ไม่รายงาน ไม่ซักถาม ถึงแม้จะเป็นงานสำคัญแค่ไหนก็ต้องรอให้เขาเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน
ปัง!!
เสียงประตูห้องถูกกระแทกอย่างแรงตามอารมณ์ของคนปิด ใหม่ ๆ วีนาสะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินแต่ตอนนี้เธอชินเสียแล้ว
"เฮ้อ..."
หญิงสาวถอนใจแล้วมองจ้องไปที่ประตูห้องทำงานของเจ้านายหนุ่ม คนที่เธอเติมหน้ารอทั้งเช้าบ่ายแต่เขาไม่เคยชายตามอง ตอนนี้เธอได้แต่สงสัยว่าใครกันที่ทำให้เขาอารมณ์เสีย
ในขณะเดียวกันอิศราก็กำลังนั่งหงุดหงิดอยู่ภายในห้อง มื้อกลางวันเขาออกไปรับประทานอาหารกับครอบครัวตามคำชวนของมารดา แต่แล้วก็ต้องขัดเคืองใจเป็นที่สุดเพราะมารดาเอาแต่กล่าวชมลูกนอกไส้ไม่หยุด และเอาแต่ตำหนิเขาเรื่องพฤติกรรมเสเพลเสือผู้หญิง
"ขอบรั่นดี!"
เขาสั่งเสียงเข้มผ่านอินเตอร์คอม เพียงไม่กี่นาทีวีนาก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมบรั่นดีและแก้วคริสตัลใบสวย
"บรั่นดีค่ะ"
เธอวางถาดลงตรงหน้าเขาโดยไม่เอ่ยเตือนว่าให้ดื่มแต่น้อยเพราะยังมีงาน ด้วยรู้ดีว่าถึงเขาจะดูรักสนุกไม่สนโลกแต่ความจริงคืออิศราจริงจังกับเรื่องงานเสมอ
"วีนา"
"คะ..."
"คุณคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่คนเป็นแม่จะรักลูกคนอื่นมากกว่าลูกตัวเอง"
"คนอื่นฉันไม่รู้ค่ะ แต่สำหรับตัวฉันคิดว่าเป็นไปไม่ได้ค่ะ"
"แล้วมีเหตุผลอะไรล่ะ ที่จะว่าลูกตัวเองแล้วชื่นชมลูกคนอื่น"
"เอ่อ... ถ้าคุณกำลังพูดถึงคุณกอแก้ว ฉันก็คงจะบอกได้ว่าเป็นเพราะคุณกอแก้วท่านสงสารคุณวัตค่ะ ท่านคงไม่อยากให้คุณวัตรู้สึกว่าด้อยกว่าคุณ เลยพยายามที่จะถนอมน้ำใจของคุณวัตเท่านั้นเอง"
"อืม... ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย"
ชายหนุ่มใช้มือลูบตอเคราอย่างครุ่นคิด ถึงแม้ปากจะบอกไปอย่างนั้นแต่ความขุ่นมัวในใจกลับจางลง
"แต่ช่างเถอะ คุณออกไปได้... เดี๋ยว"
"คะ"
"เอาบรั่นดีออกไปด้วย ไม่อยากดื่มละ"
"ได้ค่ะ"
หญิงสาวเก็บถาดออกมาเงียบ ๆ โดยไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อ สิ่งเดียวที่เธอรู้คืออิศราพอใจในคำตอบของเธอ เป็นอีกครั้งที่เธอคลายความโกรธกรุ่นของเขาได้
หายไปไม่นานเธอก็กลับเข้ามาใหม่พร้อมแฟ้มในมือ แจ้งตารางงานให้กับเจ้านายหนุ่มฟังอย่างละเอียด
"งานเลี้ยงตอนเย็นคุณไปด้วยใช่ไหม"
"อันที่จริงไม่ใช่งานที่เป็นทางการอะไร ท่านรองไป..."
"ไปด้วยกัน เดี๋ยวผมไปรับคุณที่บ้าน"
"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเจอกันหน้างานเลย"
"ได้"
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว..."
"มี"
ชายหนุ่มหันไปหยิบนิตยสารข้างตัวมาวางลงบนโต๊ะ
"คืนนี้ขอคนนี้"
เขาพูดราวกับกำลังใช้เธอไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่วีนาไม่ได้ตกใจเพราะเธอชินเสียแล้ว
"ฉันจะลองติดต่อดูค่ะ แต่ถ้า..."
"จัดมาได้ตามเหมาะสม"
"ได้ค่ะ"
วีนาเดินออกจากห้องด้วยท่าทางปกติทั้ง ๆ ที่ในใจกำลังเจ็บปวด และมันเป็นเช่นนี้ทุกครั้งเวลาที่เขาสั่งให้เธอติดต่อคู่นอนให้
เจ็บที่เขาสนใจคนอื่น...
เจ็บที่เขามองข้ามเธอ...
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดเขาในตำแหน่งเลขาต่อไป
(19:30 น.)
(@ โรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่ง)
วีนามาถึงหน้างา
like
พิพากษารักอัปเดตเมื่อ Feb 24, 2024, 21:08
“วันนี้ดอกกุหลาบของแม่เริ่มบานแล้วนะคะ สีชมพูสวยมาก ๆ เลยล่ะค่ะ”
เสียงใสราวระฆังแก้วของหญิงสาววัยยี่สิบปีพูดกับมารดาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในสวน มือเธอจับกับมารดาพลางบีบเบา ๆ ให้ท่านรับรู้ว่าเธอยังอยู่ข้าง ๆ
“แล้วดอกบานชื่นล่ะ โรยหรือยัง”
“ยังเลยค่ะแม่ บานชื่นยังบานชื่นตาชื่นใจเหมือนเดิม”
“ฟังแล้วสดชื่นดีจริง ๆ ตอนนี้กี่โมงแล้วลูก”
“เกือบเก้าโมงเช้าค่ะ”
“อืม... ทำไมแม่ถึงรู้สึกง่วงก็ไม่รู้นะ”
“ง่วงแล้วเหรอคะ ยังเช้าอยู่เลย หรือว่าจะกินมื้อเช้าจนอิ่มไปหน่อย”
“จะเช้าหรือค่ำสำหรับแม่ไม่มีผลหรอกลูก เพราะตอนนี้สำหรับแม่เหมือนมีแต่กลางคืน”
คุณบัวรินแย้มยิ้มในขณะที่ลูกสาวน้ำตาซึม หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยความสงสารสุดหัวใจ ถึงแม้คนเป็นแม่จะไม่เคยพูดถึงความทุกข์ระทม แต่เธอเข้าใจดีว่าการที่จู่ ๆ ต้องกลายเป็นคนตาบอด ถูกขังอยู่ในความมืดนั้นรู้สึกเช่นไร
“งั้นแม่เข้าบ้านเอนหลังนะคะ หนูจะเปิดนิยายให้แม่ฟัง”
“เปิดนิยายให้ฟังงั้นเหรอ...”
“ค่ะ”
มินตา พาแม่เข้าบ้านแล้วจัดการเปิดนิยายเรื่องโปรดของมารดาให้ท่านฟัง ซึ่งเสียงของคนอ่านคือเสียงของเธอเองไม่ใช่ใครอื่น ทำเอาคุณบัวรินถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
“หนูเห็นว่าแม่ชอบอ่านเรื่องนี้ เลยอ่านแล้วอัดเสียงไว้ให้แม่ฟังค่ะ”
“ขอบใจนะลูก... ขอบใจ”
“แม่นอนเถอะค่ะ”
หญิงสาวนั่งปักลายผ้าซึ่งเป็นงานที่เธอถนัด พลางเหลือบมองมารดาเป็นระยะ ก่อนจะวางงานในมือลงหลังจากที่มารดาหลับสนิทไปแล้ว
“หนูขอโทษนะคะแม่”
เสียงสั่นเครือพึมพำเบา ๆ แล้วเดินออกจากบ้านเงียบ ๆ มารดาของเธอเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มทำให้ศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง ส่งผลให้เส้นประสาทกระทบกระเทือนจนสูญเสียการมองเห็น และทางเดียวที่จะรักษาได้ก็คือการผ่าตัดซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก และถึงแม้เธอจะอ้อนวอนผู้เป็นบิดาหลายต่อหลายครั้งให้ช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือคำปฏิเสธที่ไร้ซึ่งเยื่อใย
มินตาต้องทนเห็นมารดากลายเป็นคนตาบอดมาเป็นเวลาเกือบเดือน จนวันนี้เธอตัดสินใจที่จะไปยังคฤหาสน์หลังงามเพื่อขอร้องบิดาอีกสักครั้ง ทั้ง ๆ ที่มารดาห้ามปรามมาโดยตลอดแต่เธอก็ยังดึงดัน เพราะคาดหวังว่าบิดาจะยอมใจอ่อนช่วยเหลือ
“หนูมิน... ไปไหนล่ะ”
“คุณพ่ออยู่ไหมคะ”
“อยู่ค่ะ คุณท่านอยู่ในห้องทำงาน”
“ขอบคุณค่ะป้าแจ่ม”
หญิงสาวรวบรวมกำลังใจและหอบความหวังเต็มเปี่ยมไปหาบิดาที่ห้องทำงาน แต่แล้วเสียงพูดคุยที่ค่อนข้างดังก็ทำให้เท้าบางหยุดอยู่กับที่
“คุณราเชนทร์ดูเหมือนจะพอใจยายอ้อนนะคะ”
“หึ หึ หึ ผมก็คิดแบบนั้น คุณราเชนทร์ต้องการแม่พันธุ์ที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ยายอ้อนสวยสง่าการศึกษาก็ระดับเกียรตินิยมต่างประเทศใครจะไม่สน ลูกสาวคนนี้ถูกใจผมจริง ๆ”
“แน่ล่ะค่ะ ยายอ้อนเป็นลูกของฉันก็ต้องเก่งต้องดีเหมือนฉัน”
“ถ้าเขาเลือกยายอ้อนปัญหาการเงินของเราก็จะหมดไป”
“ฉันก็หวังจะให้มันเป็นอย่างนั้นค่ะ หรือว่าเราจะช่วยให้เขาตัดสินใจง่ายขึ้นดีคะ”
“ยังไงเหรอคุณ”
“จัดทริปเที่ยวทะเลสักทริป บางทีบรรยากาศสุดโรแมนติกอาจจะช่วยทำให้อะไร ๆ ชัดเจนขึ้นนะคะ”
“อืม... เป็นความคิดที่ดี แต่ว่าคุณราเชนทร์น่ะคงไม่ว่างง่าย ๆ ยังไงผมจะลองชวนเขาดู”
“คุณจัดการเลยนะคะ ฉันเชื่อว่ายายอ้อนนี่แหละที่จะพาครอบครัวเราพ้นวิกฤตนี้ไปได้”
“ผมก็หวังอย่างนั้น ไม่งั้นเราล้มละลายแน่”
มินตายืนลังเลไม่กล้าที่จะยกมือขึ้นเคาะประตู เพราะไม่รู้เลยว่าเรื่องที่เธอได้ยินเป็นความลับมากน้อยแค่ไหน แต่ที่จับใจความได้คือบิดาและแม่เลี้ยงของเธอกำลังอยากได้ผู้ชายคนหนึ่งมาเป็นลูกเขย และเขาคนนั้นก็ร่ำรวยมากพอที่จะเข้ามาช่วยพยุงฐานะที่คลอนแคลนของครอบครัวเธอได้
บิดาของเธอกำลังจะล้มละลาย!
นี่คือสิ่งที่มินตาเพิ่งรู้ เพราะถึงจะไปมาหาสู่อยู่บ้างแต่เธอก็ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกับบิดา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เธอตัดสินใจเคาะประตูหลังจากเสียงสนทนาเงียบลงครู่หนึ่ง ไม่นานก็ได้ยินเสียงของบิดาอนุญาตให้เข้าไปพบ โดยมีสายตามาดร้ายของคุณยุพาซึ่งเป็นแม่เลี้ยงจับจ้องอยู่ตลอด
“มีอะไรเหรอมิน”
“คือ...”
“ก็คงจะเรื่องแม่เธออีกแล้วสินะ”
คุณยุพาชิงพูดขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้ตอบคำถามใด ๆ
“พูดมาสิมิน มาหาพ่อมีเรื่องอะไร”
“คือ... เรื่องแม่ค่ะ มินสงสารแม่ค่ะ อยากให้พ่อช่วย...”
“ครั้งก่อนเราก็พูดเรื่องนี้กันไปทีหนึ่งแล้วนะมิน พ่อพูดตรง ๆ เลยแล้วกันว่าพ่อกำลังมีปัญหาอยู่ไม่สามารถช่วยแม่ของหนูได้ อย่าให้พ่อต้องพูดซ้ำเลย เพราะยิ่งพูดมันก็ยิ่งดูเหมือนพ่อเป็นคนใจร้าย”
คุณวันชัยพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงานโดยไม่สนใจใบหน้าที่ซีดเผือดของลูกเลยแม้แต่น้อย
“ค่ารักษาหลักล้านนะไม่ใช่บาทสองบาท แกคิดว่าดวงตาทั้งสองข้างของแม่แกมันมีราคามากขนาดนั้นเลยหรอ ถ้าอยากรักษาแม่แกนักก็หัดช่วยเหลือตัวเองบ้างเถอะ! อย่าทำตัวเป็นภาระคนอื่นเขานักเลย หึ! พวกปลิง!”
คุณยุพาถากถางด้วยสายตาและคำพูดชนิดที่คนฟังทั้งจุกทั้งเจ็บ เพียงแต่การมาครั้งนี้ทำให้เธอเข้าใจว่าสาเหตุที่บิดาไม่ช่วยเป็นเพราะสถานะทางการเงินที่ย่ำแย่ ไม่ใช่เพราะไร้เยื่อใยกับมารดาอย่างที่เธอเข้าใจในตอนแรก
มินตาหอบความผิดหวังกลับบ้านอีกครั้งหลังจากบิดาปฏิเสธที่จะช่วยเหลือ คนตัวเล็กก้าวลงจากรถเมล์ที่มีผู้คนเบียดเสียดด้วยท่าทางอ่อนแรง เท้าบางแทบจะก้าวไม่ออกเพราะความรู้สึกสิ้นหวัง เธอเดินฝ่าเปลวแดดที่ร้อนเปรี้ยงในเวลาเที่ยงวันอย่างไม่อนาทร เพราะมีเรื่องอื่นให้คิดกังวลอยู่ในใจ
เธอจะทำอย่างไร...
คำถามนี้ผุดขึ้นในใจซ้ำ ๆ แต่มินตาไม่สามารถให้คำตอบกับตัวเองได้
แต่ทันทีที่เหยียบย่างเข้าบ้านใบหน้าหมองเศร้าก็ถูกปรับให้สดชื่นขึ้น เพราะถึงแม้มารดาจะมองไม่เห็นแต่ก็ยังได้ยินชัดเจน มินตาเชื่อว่าเมื่อใบหน้ามีรอยยิ้มน้ำเสียงก็จะสดใสตามไปด้วย ทุกครั้งที่อยู่ใกล้มารดาเธอจึงมีรอยยิ้มเสมอถึงแม้ในใจจะทุกข์ตรมเต็มที
“มิน...”
“แม่ตื่นนานแล้วเหรอคะ”
เธอรีบเข้าไปนั่งข้าง ๆ มารดาแล้วจับมือท่านไว้
“หนูไปไหนมา”
“มิน... ไปซื้อผลไม้มาค่ะ”
“มินอย่าโกหกแม่ มินไปหาพ่อมาใช่ไหม”
มินตาตกใจไม่น้อยที่จู่ ๆ มารดาก็ถามข
like
ขอแค่เศษรักอัปเดตเมื่อ Dec 26, 2023, 04:18
เธอยอมเป็นเมียน้อยเพื่อชดใช้หนี้บุญคุณ หน้าที่ของเธอคือทำทุกวิถีทางให้อัคราชเปลี่ยนใจจากภรรยามารักเธอ แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนเธอก็ไม่เคยได้รับแม้กระทั่ง...เศษรัก
like
เลี้ยงรักอัปเดตเมื่อ Nov 26, 2023, 06:16
"ไปไหนมา"น้ำเสียงคาดคั้นและแววตาจริงจังของธนกฤตไม่มีวี่แววของคนเมาหรือขาดสติเลยเเม้แต่น้อย"ไปเที่ยวค่ะ""กับใคร""นิ่มคงไม่จำเป็นต้องบอกคุณหนึ่งทุกเรื่องมั้งคะ""ไปกับผู้ชายมาละสิถึงไม่กล้าบอก"อีกแล้ว...เขาทำเสียงเยาะหยันใส่เธออีกแล้ว"ค่ะ นิ่มไปกับผู้ชายมา"ดวงตาคมเหมือนจะมีไฟลุกโชนเมื่อเธอตอบแบบนั้น"อยากจะมีผัวจริงๆสินะ!""ค่ะ นิ่มอยากมีผัว ไม่สิ...นิ่มมีผัวแล้วต่างหาก!"เมื่อความอดทนถึงที่สุดเธอก็ไม่คิดที่จะอ่อนข้อ แม้จะรู้ว่าเขาคือผู้มีพระคุณก็ไม่อาจยอมได้อีกต่อไป"เธอไม่มีสิทธิ์นะนิโลบล เธอยังมีผัวไม่ได้ถ้าฉันไม่อนุญาต!!"📌 นิยายเรื่องนี้เกิดจาดจินตนาการของผู้แต่งทั้งหมด 📌 ทุกเหตุการณ์คือเรื่องสมมุติ🚫 มีฉากร่วมเพศที่ไม่สมยอม🚫 มีฉากทรมานสัตว์ 🥺ใครไม่ไหวเลื่อนผ่านได้ค่าาาา❤️
like
ล้อมรักสามีแสนเลวอัปเดตเมื่อ Oct 25, 2023, 19:59
ภายในห้องแกรนด์บอลรูมขนาดใหญ่คลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว ทุกคนมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าสมกับที่มาร่วมงานมงคล จะมีก็แต่คู่บ่าวสาวเท่านั้นที่ไม่มีรอยยิ้มปรากฏให้เห็นเลย
“ช่วยทำหน้าให้มันดีกว่านี้หน่อยเถอะ ฉันเองก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับเธอนักหรอกนะ!”
นลินดารีบก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่เอ่อรื้นของตัวเองเมื่อได้ยินประโยคนั้น หากเธอมีความกล้ามากพอก็คงจะถามกลับไปแล้ว ว่าถ้าหากไม่ได้ต้องการแต่งงานกับเธอเหตุใดจึงต้องป่าวประกาศว่าเธอกับเขามีอะไรกัน ซ้ำชัชวินทร์ไม่เพียงแค่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่น่าละอาย แต่เขายังพูดออกมาเองว่าต้องการแต่งงานเพื่อรับผิดชอบเธอ
“หยุดน้ำตาของเธอซะ! ถ้าเธอปล่อยให้มันไหลออกมาอย่ามาหาว่าฉันใจร้าย!”
ชัชวินทร์กดเสียงต่ำบอกกับเจ้าสาวที่ยืนเคียงข้างกัน น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมท่าทางดุดันราวกับต้องการจะฉีกเธอให้เป็นชิ้น ๆ ทุกครั้งที่มองมา มันทำให้นลินดายิ่งเกิดความสงสัยในใจ ว่าเหตุใดเขาจึงต้องการให้งานแต่งงานในวันนี้เกิดขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดนอกจากความสงสัยแล้วในใจของหญิงสาวก็มีแต่ความขมขื่น เธอต่อว่าตัวเองซ้ำ ๆ ที่ปล่อยให้เรื่องราวในคืนนั้นเกิดขึ้น...
(หลายเดือนก่อน)
(คฤหาสน์ รุ่งกิจวัฒนา)
นลินดามองคฤหาสน์หลังงามตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหันมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยแววตาซึ่งบ่งบอกถึงความคลางแคลงใจ
“ทำไมมองพี่แบบนั้นล่ะ”
ชินวุฒิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะพลางยื่นมือไปจับศีรษะเล็กโยกไปมาด้วยความเอ็นดู
“พี่ชินแน่ใจแล้วเหรอว่าความจำพี่กลับมาแล้วจริง ๆ”
“แน่ใจสิ ทำไมถามแบบนั้น”
ถึงแม้ชายหนุ่มจะยืนยันอย่างนั้นแต่นลินดาก็ยังไม่สิ้นสงสัย ความจริงแล้วที่เธอต้องถามย้ำไม่ใช่เพราะสงสัยเท่านั้น แต่ยังรู้สึกเหลือเชื่อที่อีกฝ่ายบอกว่านี่คือบ้านของเขา จริงอยู่ว่าตอนที่เธอพบเขาครั้งแรกชินวุฒิแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดูแล้วราคาน่าจะไม่ธรรมดา แต่มันก็เชื่อได้ยากเหลือเกินว่าบ้านที่ใหญ่โตงดงามราวกับวังในความคิดของเธอจะเป็นบ้านของเขา
“มีอะไรหรือเปล่า...”
“หมอกกลัวพี่จะจำผิดจำถูกน่ะจ้ะ”
“หึ หึ กลัวพี่พาเข้าผิดบ้านแล้วหน้าแตกล่ะสิ”
ชินวุฒิยิ้มขบขันเพราะรู้เท่าทันความคิดของหญิงสาว
“ไม่ต้องกังวลหรอก ที่นี่พี่อยู่มาตั้งแต่เกิดจำได้แม่นไม่ผิดแน่”
นลินดารู้ดีว่าคำพูดนั้นคือการปลอบใจให้เธอคลายกังวล และมันได้ผลเมื่อเธอเชื่อว่าที่นี่คือบ้านของเขาจริง ๆ แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกกังวลไปอีกเรื่อง ว่าถ้าหากต้องอยู่ที่นี่คงเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกินกับการปรับตัว
“คุณชิน! คุณชินจริง ๆ ด้วย!”
ความคิดของนลินดาหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงคนจากด้านใน ซึ่งตอนนี้เธอเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดเจนเพราะถูกกั้นด้วยประตูรั้วอัลลอยด์ลายดอกบัวงดงาม
“คุณชิน!”
“อะไรล่ะแมว จะเรียกฉันทำไมนัก”
ชินวุฒิรู้สึกขบขันจนอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นแม่บ้านเอาแต่เรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมา
“ก็คุณชิน... โอ๊ย! คุณชินกลับมาแล้ว!”
“แล้วนี่จะเปิดประตูให้ไหมเนี่ย”
“เปิดค่ะเปิด!”
แม่บ้านวัยกลางคนกุลีกุจอไปยังประตูเล็กแล้วเปิดออกด้วยท่าทางรีบร้อน และการกระทำนั้นก็ทำให้นลินดาโล่งใจว่าเขาไม่ได้พามาผิดบ้าน
นลินดาเดินตัวลีบตามหลังชินวุฒิ ดวงตากวาดมองรอบตัวอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่เพราะกลัวอันตราย แต่กลัวว่าหากเลินเล่ออาจเดินชนเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องเรือนอย่างใดอย่างหนึ่งเข้าจนเสียหาย เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาชดใช้ ถึงจะไม่เคยได้ใช้ ไม่เคยสัมผัส และไม่เคยครอบครอง แต่นลินดาก็พอจะเดาออกว่าราคาของมันคงจะแพงระยับจนคนหาเช้ากินค่ำไม่อาจจับต้อง
“ชิน!”
นลินดาชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงเรียกที่แสดงถึงความตื่นเต้น ก่อนที่จะเห็นหญิงสูงวัยที่ยังดูสง่างามตรงเข้ามาทางเธอและชินวุฒิ
“ลูกแม่! ชิน! ชินจริง ๆ ด้วย! ฮือ ๆ”
มือเหี่ยวย่นที่ประดับแหวนเพชรลูบคลำไปทั่วใบหน้าและเนื้อตัวของลูกชายด้วยความยินดี และสรรพนามที่อีกฝ่ายเรียกขานก็ทำให้นลินดารับรู้ว่า หญิงสูงวัยที่แต่งหน้าทำผมเหมือนคุณหญิงคุณนายในละครเป็นมารดาของเขา
“ฮือ ๆ...”
“อย่าร้องสิครับ ผมกลับมาแล้วไง”
ชินวุฒิปลอบโยนมารดาด้วยคำพูดและอ้อมกอดจนนางค่อย ๆ คลายสะอื้นลง
“ไปอยู่ไหนมา! ทำไมหายไปเป็นเดือน ๆ แบบนี้ ใจแม่จะขาดรู้ไหม!”
พอตั้งสติได้คุณวัลภาก็ตำหนิลูกชายทั้งน้ำตาที่ยังคงไหลไม่หยุดจนชินวุฒิต้องเช็ดให้อย่างอ่อนโยน
“ผมขอโทษครับแม่ แต่ผมมีเหตุผล”
“เหตุผลอะไร! ถ้าฟังไม่ขึ้นล่ะน่าดู!”
“ฟังขึ้นแน่นอนครับ”
“ชิน! ชินจริง ๆ!”
คุณชาคริตตรงเข้ามาหาลูกด้วยความตื่นเต้นยินดีไม่แพ้ภรรยาเลยสักนิด
“คุณพ่อ”
“นี่แกไปไหนมา มันเกิดอะไรขึ้น!”
“ผมจะเล่าทุกอย่างครับ แต่ก่อนอื่น...”
ชินวุฒิหันมาจับข้อมือบางของนลินดาแล้วดึงให้เธอขยับมายืนข้าง ๆ
“ผมขอแนะนำก่อน หมอก... นี่พ่อแม่ของพี่”
“สะ... สวัสดีจ้ะ...”
สองมือบางยกขึ้นประนมไหว้อย่างนอบน้อม
“พ่อครับแม่ครับ นี่นลินดา เธอชื่อเล่นว่าหมอก เธอเป็น...”
“ทำมาเป็นหายตัว ที่แท้ก็หนีไปกกอีหนูเพื่อเรียกร้องความสนใจ!”
ยังไม่ทันที่ชินวุฒิจะแนะนำจนจบก็มีเสียงค่อนขอดดังขึ้นเสียก่อน
“พูดให้ดีนะ หมอกไม่ใช่อีหนูของฉัน”
ชินวุฒิบอกเสียงขรึมในขณะที่อีกฝ่ายเบ้ปากอย่างยียวน ในขณะเดียวกันนลินดาที่ลอบมองก็กำลังลงความเห็นในใจ ว่าชายหนุ่มผู้มาใหม่น่าจะเป็นพี่หรือน้องของชินวุฒิ เพราะมีใบหน้าเกินครึ่งที่คล้ายคลึงกัน เพียงแต่อีกฝ่ายดูดุดันร้ายกาจไม่อบอุ่นเหมือนพี่ชินของเธอ
“ไม่ใช่อีหนูแล้วเป็นอะไรล่ะ เมียเหรอ!”
“ไอ้ชัช!”
“พอ! พอทั้งสองคนแล้วตามมานี่!”
คุณชาคริตห้ามทัพแล้วเดินนำไปที่ห้องโถงใหญ่ของบ้าน
“ไปหมอก...”
นลินดาพยักหน้ารับรัวเร็วแล้วเดินตามชินวุฒิอย่างว่าง่าย เพราะรู้สึกอึดอัดกับสายตาของชายหนุ่มที่เธอยังไม่รู้ทั้งชื่อและสถานะ
ทุกคนนั่งพร้อมหน้ากันในห้องโถงและแน่นอนว่านลินดานั่งข้างชินวุฒิ
“ไหนมันยังไงเล่ามาสิ”
คุณชาคริตเปิดประเด็นอย่างไม่อ้อมค้อมเพราะอยากจะรู้สาเหตุที่ลูกชายหายไปนานนับเดือน
“วันนั้นที่ผมบอกคุณแม่ว่าจะไปธุระ ผมไปดูที่ด
like
ร้าวเพราะร้ายอัปเดตเมื่อ Sep 25, 2023, 20:30
มิเชล ไมเนอร์ ยิ้มหน้าบานในขณะที่พาเพื่อนใหม่ขับรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เธออยากไปมานานแล้ว เธอขอบคุณปันดาวซ้ำมาซ้ำไปในใจอยู่หลายครั้ง เพราะถ้าหากไม่มีปันดาวเธอก็ไม่มีโอกาสเช่นนี้
“มิเชล... ฉันว่า...”
พอรถจอดสนิทปันดาวก็เรียกเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่สบายใจ มิเชลจึงรีบเบี่ยงเบนความสนใจทันที
“อย่าคิดมากน่า... มาเถอะเชื่อฉัน”
“อืม...”
คนชวนยิ้มกว้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า จากนั้นจึงพากันเข้าไปด้านในซึ่งเป็นส่วนของคาสิโน มิเชลแลกชิปพร้อมกับสอนให้ปันดาวเล่นพนันวงล้อแบบง่าย ๆ เพียงครู่เดียวสีหน้ากังวลของปันดาวก็ดีขึ้น เพราะดูเหมือนโชคจะเข้าข้างเธอไม่ว่าจะแทงอะไรก็ถูก ทำให้มิเชลรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย
“เย่!!”
“ถูกอีกแล้ว!”
สองสาวกรี๊ดลั่นเมื่อวงล้อหมุนมาหยุดตรงที่พวกเธอวางชิปไว้
“ดวงดีจังดาว!”
“เธอลองวางบ้างสิมิเชล”
“แทงอะไรดีนะคราวนี้”
ปากพูดกับเพื่อนแต่สายตาของมิเชลกลับมองสำรวจรอบกาย เพราะหวังว่าจะได้พบใครบางคนที่ทำให้เธอมาที่นี่
“ว้าย!!”
เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเพื่อนทำให้มิเชลหันกลับมามองทันที
“อะไรดาว! เป็นอะไร!”
มิเชลถามด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ ปันดาวก็ร้องออกมา
“แกจับก้นฉัน!”
ปันดาวไม่ได้ตอบคำถามของมิเชล แต่เธอหันกลับไปผลักอกของผู้ชายที่อยู่ใกล้ตัวพร้อมตวาดใส่ด้วยความโกรธ
“แล้วไง... อยากได้เงินเล่นเยอะ ๆ ไหมล่ะ ฉันให้เธอได้นะ”
“ฉันไม่สนเงินของแก!”
เพียะ!!
ปันดาวฟาดฝ่ามือลงที่ซีกแก้มของมันเต็มแรง และนั่นก็เป็นการจุดไฟโทสะของอีกฝ่ายให้ลุกโชน
“อีเลว!”
“แกสิเลว! ขอโทษเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้!”
มิเชลออกโรงปกป้องเพื่อนอย่างกล้าหาญเพราะเธอเป็นคนพาปันดาวมาที่นี่ แต่กลับถูกชายคนนั้นยื่นมือมาจับหน้าอกโดยไม่ได้ตั้งตัว
“กรี๊ดดด!!!”
“แก!”
สองสาวโผเข้าหาตัวต้นเหตุแล้วช่วยกันตบตีอีกฝ่ายแบบไม่เลือกที่ แต่แรงของเธอสองคนก็ยังสู้ผู้ชายตัวใหญ่ไม่ได้อยู่ดี
“โอ๊ย!”
มิเชลถูกมันผลักออกจนล้มลงไปกองบนพื้น เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ของคาสิโนเดินเข้ามา
“จับอีสารเลวสองตัวนี่เดี๋ยวนี้!”
ผู้ชายหน้าด้านใช้สิทธิ์ของลูกค้าประจำสั่งเจ้าหน้าที่ของคาสิโน เป็นจังหวะเดียวกับที่ปันดาวพยุงมิเชลให้ยืนขึ้น
“ใครกล้าแตะ มิเชล ไมเนอร์ ก็เข้ามา!!”
นามสกุลที่เธอประกาศกร้าวออกไปทำให้คนชั่วถึงกับผงะ ทั้ง ๆ ที่ปกติจะไม่ชอบบอกกับใครว่าเธอคือคนของตระกูลไมเนอร์ แต่ตอนนี้เธอต้องทำเพราะนามสกุลจะช่วยปกป้องเธอและเพื่อน
“มิเชล!”
เธอหันตามเสียงหนัก ๆ ที่แสนจะคุ้นเคยแล้วจึงพบว่าเป็น ‘เขา’ คนที่เธออยากเจอมากที่สุด
“อาลูซ!!”
ถึงแม้จะรู้ว่าการมาที่นี่มีโอกาสที่จะได้พบกับเขา แต่เมื่อได้พบจริง ๆ หัวใจของเธอก็เต้นแรงจนผิดจังหวะ ทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจจนทำตัวไม่ถูก
“มีอะไรกัน!”
“ไอ้สารเลวนี่มันจับก้นเพื่อนหนู แล้วมันก็จับนมหนูด้วยค่ะ!”
ดวงตาของลูเซียโน่วาววับก่อนจะหันไปหาผู้ชายที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันนัก
“ชีวิตแกจบสิ้นแล้วล่ะ เพราะแกแตะต้องหลานสาวคนเดียวของไคโร!”
คนผิดถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น ในหน้าถอดสีจนดูน่าเวทนา เพราะในลาสเวกัสใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าตระกูลไมเนอร์มีหลานสาวเพียงคนเดียวที่เป็นศูนย์รวมความรักของทุกคน ครั้งแรกที่มิเชลแนะนำตัวเขาไม่เชื่อแต่กับลูเซียโน่ที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จักดีในฐานะผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง มันรู้ดีว่าจะไม่เชื่อไม่ได้
“ผมขอโทษ! ขอโทษจริง ๆ ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นหลานสาวของไคโร!”
เพียะ!!
มือเล็กของปันดาวฟาดลงที่ซีกแก้มข้างเดิมของผู้ชายสารเลวอีกครั้ง ในใจเดือดปุด ๆ กับคำพูดน่ารังเกียจของมัน
“ต่อให้ไม่ใช่หลานของไคโรแกก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้! แกไม่มีสิทธิ์ลวนลามผู้หญิงคนไหนโดยที่เขาไม่เต็มใจทั้งนั้น การกระทำของแกมันคือการกระทำของคนสารเลว รู้ไว้ด้วย!”
“ผมขอโทษ! ขอโทษจริง ๆ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว!”
มิเชลและปันดาวมองหน้ากันเชิงปรึกษาก่อนที่ปันดาวจะพยักหน้าน้อย ๆ
“ไสหัวไป!”
มิเชลตวาดไล่คนที่โค้งคำนับพวกเธอเสียงดังลั่น เมื่อตัดสินใจว่าจะให้ทุกอย่างจบลงเพียงเท่านี้
“อาลูซคะ!”
เธอเรียกลูเซียโน่เมื่อเห็นเขาทำท่าจะเดินออกไปหลังเหตุการณ์สงบ
“มีอะไร”
เธอรู้สึกจุกในใจเมื่อเขาถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา ซ้ำดวงตาก็ยังไร้แววเอ็นดูเหมือนเคย
“หนู... ขอคุยด้วยหน่อยค่ะ”
“เอาสิ”
ลูเซียโน่ทำท่าลังเลอยู่สักครู่ก็พยักหน้าตกลง ทำเอามิเชลถึงกับลอบถอนใจเพราะกลัวเหลือเกินว่าเขาจะปฏิเสธ
คำพูดมากมายที่ซักซ้อมอยู่ทุกวันเธอกลับพูดมันไม่ออกเมื่อมายืนตรงหน้าเขา ดวงตากลมสุกใสจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของลูเซียโน่ พลางคิดไปถึงวันที่เขายังอ่อนโยนกับเธอ
“อามีเวลาไม่มากหรอกนะมิเชล”
เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นนิดหน่อยที่เขายังเรียกแทนตัวเองด้วยสรรพนามเดิม ไม่ได้ห่างเหินเหมือนสายตาและท่าทางที่แสดงออก
“หนู... คิดถึงอาลูซค่ะ...”
พอได้พูดประโยคแรกออกไปน้ำตาก็รื้นขึ้นจนดวงตาแดงก่ำ ลำคอตีบตันจนพูดอะไรต่อไม่ออก
“จะมาคิดถึงอาทำไม ในเมื่อมิเชลก็รู้เต็มอกว่าตอนนี้อะไร ๆ มันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”
“แต่หนูกับอาไคโรเป็นคนละคนกันนะคะ หนูยัง... รักอาลูซเหมือนเดิม”
เธอบอกรักลูเซียโน่มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อย แต่ครั้งนี้มันแตกต่างจากเดิม เพราะสองแก้มอิ่มร้อนผ่าวเกิดความเขินอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“รักเหรอ...”
“ค่ะ”
มิเชลรวบรวมความกล้าแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ก่อนที่จะพูดในสิ่งที่อยากพูดมานาน
“หนูรักอาลูซ... รักแบบที่ผู้หญิงคนหนึ่งรักผู้ชาย”
“มิเชล...”
ลูเซียโน่เรียกชื่อเธอเสียงแผ่วเพราะคาดไม่ถึงว่าจู่ ๆ เธอจะมาบอกรักเขาเช่นนี้
“หนูรักอาลูซมานานแล้วค่ะ ตอนเด็ก ๆ หนูคิดว่าหนูรักอาเพราะความใจดี รักเพราะอาตามใจหนู แต่พอหนูอายุสิบห้าหนูถึงรู้ว่ามันไม่ใช่”
เธอสารภาพทุกอย่างกับลูเซียโน่และย้อนนึกถึงวันที่เธอรู้ใจตัวเอง
วันนั้นลูเซียโน่มาหาไคโรที่บ้านแต่ไคโรออกไปข้างนอก เขาจึงนอนรอที่โซฟาและหลับไป เธอจำได้ว่าเดินเข้าไปนั่งที่พื้นข้างโซฟาแล้วจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างหลงใหล ก่อนจะโน้มตัวจุมพิตกลีบปากหยักของคนหลับแผ่วเบา เธอทำทุกอย่างราวกับคนละเมอ แต่เมื่อผละอ
like
รอยรักร้ายอัปเดตเมื่อ Aug 24, 2023, 06:45
เพราะปันดาวถูกใช้เป็นเครื่องมือในเกมแค้น ไคโรจึงฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แววตาเปี่ยมรักแปรเปลี่ยนเป็นชิงชังจากคนรักกลับกลายเป็นศัตรู ยัดเยียดความทุกข์ทรมานให้เธออย่างไร้เมตตา...
like
ซาตานไร้หัวใจอัปเดตเมื่อ Aug 22, 2023, 07:53
เด็กสาวกำพร้าทั้งสองคนเป็นเด็กอาภัพที่พ่อแม่ไม่ต้องการเธอถูกเลี้ยงและเติบโตที่บ้านเด็กกำพร้า ชีวิตของพวกเธอนั้นน่าสงสารยิ่งขึ้นเมื่อต้องพบเจอกับเขาทั้งสองคน ซาตานในคราบเทพบุตร....
like
ลวงใจอัปเดตเมื่อ Jul 24, 2023, 03:01
เพราะเห็นว่าเธอใสซื่อและรักเขามากกว่าสิ่งใด ภาคินจึงคิดที่จะสร้างโลกสองใบ โดยที่ช่อแก้วต้องอยู่ในโลกใบที่เป็นความลับ..."ฮึก..."ตอนนี้ช่อแก้วไม่รู้หรอกว่าภาคินรู้สึกกับเธอเช่นไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรักที่เคยมียังหลงเหลืออยู่ในใจเขาบ้างหรือเปล่า เธอรู้เพียงว่าเธออยากกอดเขา อยากซบหน้ากับอกกว้างซึ่งเป็นที่พักพิงด้วยความคิดถึงสุดหัวใจช่อแก้วสะอึกสะอื้นในขณะที่ก้าวเท้าเข้าหาเขา แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้แตะต้องส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกำยำ ภาคินกลับก้าวถอยหลังราวกับรังเกียจ "นาย...""สรุปใครคะพี่ภาค พี่รู้จักด้วยเหรอคะ"ปนิดาเอ่ยถามในขณะที่เปิดประตูรถลงมายืนข้างคู่หมั้นภาคินมองใบหน้านองน้ำตาของคนที่เขาเคยบอกรักเช้าเย็นด้วยความอึดอัดใจเป็นที่สุด"ที่นี่คนเต็มแล้วเรายังไม่รับคนงานเพิ่ม"คำพูดและการกระทำของเขาสร้างความเจ็บปวดให้กับช่อแก้วอย่างแสนสาหัส หัวใจถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเมื่อเขาแสดงออกว่าเธอคือคนแปลกหน้า"อ้อ...มาสมัครงาน"ช่อแก้วสะอื้นรุนแรงแล้วจึงยกมือวางทาบที่หน้าท้องเพราะรู้สึกเจ็บ ตอนนั้นเองที่ภาคินสังเกตเห็นว่าเธอกำลังตั้งครรภ์"นายจำแก้วไม่ได้เหรอคะ..ฮึก...หรือว่านายเป็นอะไร! นาย...""พอ! ฉันไม่ได้เป็นอะไรเพียงแต่ฉันจำเธอไม่ได้จริงๆ ตอนนี้นึกออกแล้วล่ะ""สรุปยังไงคะพี่ภาค""เธอชื่อช่อแก้ว พ่อเธอเป็นคนงานในเหมืองแต่ตอนนี้พ่อเธอป่วยทำงานไม่ได้ พี่ก็เลยว่าจะจ้างให้เธอมาเป็นแม่บ้านอยู่ที่นี่"คำพูดนั้นทำให้ช่อแก้วรู้ได้ทันทีว่าภาคินไม่ใช่สามีคนเดิมของเธออีกแล้ว เขากำลังโกหกและปิดบังสถานะของเธอจากผู้หญิงคนนั้น "ทำไมนาย...""ไปพาพ่อเธอมาขึ้นรถจะได้เข้าบ้านพร้อมกัน เปิดประตูแล้วเข้าบ้านเถอะนิดพี่เริ่มร้อนแล้ว"เขาสั่งเสียงเข้มแล้วตัดบทด้วยการขึ้นรถไป ช่อแก้วจึงต้องรีบวิ่งกลับไปจูงบิดามาขึ้นรถอย่างไม่มีทางเลือก"เธอมาทำอะไรที่นี่ฮะ!"ประตูรถยังไม่ทันปิดสนิทภาคินก็เกรี้ยวกราดใส่เธออย่างคนที่กำลังโกรธจัดประโยคแรกที่เขาพูดกับเธอทำให้ช่อแก้วยืนอึ้งเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้ควรรู้สึกอย่างไร ไม่รู้แม้กระทั่งควรตอบคำถามนั้นหรือเปล่าด้วยซ้ำ"เธอกำลังทำให้ทุกอย่างมันวุ่นวายรู้หรือเปล่า!""แก้วไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ แก้วแค่มาตามหานาย...นายหายไปนานไม่ยอมส่งข่าว ตอนนี้ชาวบ้านพากันนินทาเรื่องที่แก้วท้อง เขาพูดกันว่า..."หญิงสาวพยายามอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เธอต้องเดินทางมาถึงที่นี่ แต่ใบหน้าที่แสดงถึงความเกรี้ยวกราดไม่พอใจของภาคินกลับไม่คลายลง ทำให้คนมองเริ่มใจเสียเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ยินดีกับการมาเยือนของเธอ"พอเถอะ!"ชายหนุ่มพารถจอดสนิทแล้วลงจากรถอย่างเร่งรีบ"ตามมาทางนี้!"เขาก้าวยาวๆเดินนำเธอแต่ช่อแก้วที่อุ้มท้องห้าเดือนอีกทั้งยังต้องจูงพ่อเดินไม่ทันใจเขา จนภาคินต้องคว้าข้อมือเล็กแล้วฉุดให้เธอเดินตาม โดยไม่ได้ใส่ใจเลยว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่"เธอฟังฉันนะแก้ว..."เขาหยุดเดินแล้วพูดกับเธอเมื่อพาเข้ามาที่ห้องครัวหลังบ้าน"เธอรอฉันตรงนี้...รอที่นี่ อย่าพูดกับใคร อย่าออกไปให้ใครเห็น ถึงเวลาฉันจะกลับมารับเข้าใจมั้ย""นายจะไปไหนคะ!"ช่อแก้วรีบผวาเข้าเกาะแขนเมื่อได้ยินอย่างนั้น กลัวเหลือเกินว่าจะถูกเขาทอดทิ้งเอาอีกครั้ง"ฉันมีเรื่องสำคัญต้องทำ รอฉันตรงนี้...""นายยังไม่ได้บอกพ่อแม่เรื่องแก้วใช่มั้ย ถึงพาแก้วออกไปตอนนี้ไม่ได้""เดี๋ยวฉันมาอธิบายให้ฟัง อยู่ตรงนี้อย่าไปไหนก็พอ""แต่...""อย่าทำให้ฉันต้องวุ่นวายไปมากกว่านี้แก้ว!"เธอหุบปากฉับเมื่อเขาตวาดใส่เสียงดัง แล้วจึงจูงมือบิดาไปนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ใกล้ที่สุด ในอกปวดระบมจนสุดบรรยาย กับการกระทำของสามีที่เธอทั้งรักทั้งเทิดทูลภาคินออกไปไม่นานก็มีแม่บ้านวัยกลางคนเดินเข้ามา และสิ่งที่ทำให้ช่อแก้วใจชื้นคือเธอได้รับรอยยิ้มจากแม่บ้านคนนั้น"ไงละหนู คุณภาคบอกให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อน อยากได้อะไรมั้ย""หนูขอน้ำเปล่าให้พ่อหนูได้มั้ยจ๊ะ""ได้สิทำไมจะไม่ได้"แม่บ้านคนนั้นหายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมเหยือกและแก้วน้ำสองใบ"ป้าชื่อวรรณานะ เรียกป้าวรรณก็ได้ ว่าเเต่เป็นอะไรถึงร้องไห้ตาปูดตาบวม"ช่อแก้วส่ายหน้าพร้อมน้ำตาที่ไหลมาอีกระรอก แต่เธอกลับไม่ยอมปริปากเล่าเรื่องราวใดๆ เพราะกลัวว่าจะไม่ถูกใจภาคินและอาจทำให้เขาโกรธมากกว่าเดิม"อะๆ ไม่เล่าก็ไม่เล่า""ป้าจ๊ะ""ว่าไง""นายไปไหนจ๊ะ อีกนานมั้ยถึงจะมารับหนู""เรียกนาย...มาจากเหมืองที่จันล่ะสิเนี่ย คุณภาคเธอมีแขกกว่าจะกลับมาจัดการเรื่องหนูคงอีกพักใหญ่ เวลาคุณนิดมาส่วนมากก็จะคุยกันจนมืดค่ำ""คุณนิด..."ช่อแก้วทวนคำแล้วนึกไปถึงหญิงสาวที่เธอเจอเมื่อครู่"ใช่ คุณนิดคู่หมั้นคุณภาค จะแต่งงานกันในอีกสองเดือนนี่แหละ"คำว่าแต่งงานทำให้ดวงตาคู่สวยของช่แก้วเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึงแล้วจึงถามย้ำให้แน่ใจอีกครั้ง"ป้าหมายถึง...นายกำลังจะแต่งงานกับคนที่ชื่อคุณนิดหรอ...""ใช่สิ ถ้าหนูได้เห็นคุณนิดนะจะต้องคิดเหมือนป้า กิ่งทองใบหยกแท้ๆเชียว"ช่อแก้วเพิ่งได้รู้ในนาทีนั้นเองว่าที่เขาพาเธอมาซ่อนไว้ที่หลังบ้านไม่ใช่เพราะหลบจากสายตาพ่อแม่เขา แต่เป็นเพราะเขากำลังปิดบังตัวตนของเธอจากผู้หญิงคนนั้น และที่เขาเงียบหายไปตลอดสี่เดือนก็เพราะกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว เขาไม่ต้องการเมียที่ไร้ราคาอย่างเธออีกแล้ว
like
โซ่การุณย์อัปเดตเมื่อ Jul 24, 2023, 02:49
เธอปล่อยให้ท้อง...เพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณแต่พ่อของลูก...กลับคิดว่าเธอต้องการจะจับเขาเพราะความอยากได้อยากมีปานชีวาและลูกจึงเป็นยิ่งกว่าเศษขยะในสายตาเขา...ปานชีวา หรือมะยม หญิงสาววัยยี่สิบปี เธอถูกคุณย่าประภาอุปการะคุณมาตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยความที่เป็นเด็กบ้านแตกไม่มีใครต้องการ ทำให้เธอพยายามที่จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนพระคุณของคุณย่าศรา หรือ เสือ ชายหนุ่มอายุสามสิบปี เขาเป็นหลานชายคนเดียวของคุณย่าประภา เป็นคนเคร่งขรึมเด็ดขาดและจริงจังในทุกๆเรื่องศราให้ความเอ็นดูกับเด็กหญิงที่คุณย่ารับอุปการะมาตลอด เพราะรู้สึกเห็นใจและสงสารในโชคชะตาของเธอ แต่ในที่สุดความเอ็นดูก็แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง เมื่อเขารู้ธาตุแท้ว่าความจริงแล้วเธอมันไม่ได้น่าสงสารเลยสักนิด แต่ป็นผู้หญิงหน้าด้านและทะเยอทะยานจนน่ารังเกียจและความทะเยอทะยานของเธอก็ทำให้เขาสูญเสียคนรักไป ศราจึงพยายามทำทุกทางให้เธอได้รับความเจ็บปวดอย่างสาสม!"ลงไป!"เขาออกคำสั่งแล้วจ้องเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ"ฉันบอกให้ลงไป!""แต่ฝน...""แค่น้ำฝนทำอะไรคนหน้าด้านอย่างเธอไม่ได้หรอก! รู้ไว้ซะว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะเธอ! ลงไป!"ก้อนสะอื้นวิ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอจนเจ็บร้าว กระบอกตาร้อนผ่าวเมื่อเขาไล่อย่างไม่ไยดี และเธอก็เลือกที่จะเปิดประตูลงจากรถไปโดยไม่อ้อนวอน"ฮึก...ฮึก..."ปานชีวามองตามท้ายรถคันหรูที่ขับออกไปด้วยหัวใจที่เจ็บปวด ยกสองแขนขึ้นกอดตัวเองท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ ครืนนน ครืนนน เปรี้ยง!!!กรี๊ดดดด!!!เธอทรุดนั่งลงตรงนั้นแล้วกรีดร้องสุดเสียงแล้วยกสองมือขึ้นปิดหู ทั้งหวาดกลัวทั้งตกใจจนตัวเนื้อสั่น นึกเสียใจที่ไม่เอ่ยปากอ้อนวอนเขา"ฮือๆ....ฮึก"การที่ศราทอดทิ้งเธอมันเหมือนกับหอกดาบที่ทะลวงซ้ำตรงแผลเก่า ไม่ว่าจะเป็นวันนี้หรือวันวานเธอก็ยังคงเป็นชีวิตไร้ค่าที่ไม่มีใครต้องการ ไม่มีแม้แต่คนที่คอยห่วงใยหรือใส่ใจดวงตาแดงก่ำมองไปยังพ่อของลูกด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรง ก่อนจะยกมือขึ้นกุมหน้าท้องนูนที่ปวดแปลบ"ในท้องนี่ก็ลูกคุณนะคะ คุณกล้าพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง!""ทำไมฉันจะพูดไม่ได้ในเมื่อมันคือชีวิตที่ฉันไม่เคยต้องการ!"เขาตะคอกใส่ด้วยแรงโทสะโดยไม่ทันสังเกตุเลือดสีแดงสดที่เริ่มไหลลงตามเรียวขาของเธอ"เด็กคนนี้มันก็จะเป็นเหมือนเธอ! เหมือนแม่ของมัน! เกิดมาเป็นตัวปัญหาที่ไม่มีใครต้องการ!"ปานชีวายืนอึ้งเมื่อได้ยินคำนั้นจากปากเขา ที่ผ่านมาศราทำร้ายจิตใจเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ทำให้เธอเจ็บปวดได้เท่าครั้งนี้
like
ดวงใจวาดิมอัปเดตเมื่อ May 19, 2023, 04:20
เขามองเธอด้วยแววตาเยียบเย็นไร้ซึ่งความรักใคร่อาทรอย่างที่เคยมี ทำเอาเลอาหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ"เธออยากไปที่ไหนก็ไปส่งเธอที่นั่น อยากจะไปหาพี่ชายเธอกานาซก็จะช่วยไปส่งให้ ครั้งนี้ฉันจะถือซะว่าฉันมันโง่เอง แต่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก! แม้แต่เงาของเธอฉันก็ไม่อยากเฉียดใกล้!""วาดิม...""แล้วถ้าจะให้ดีอย่าใช้ปากสกปรกของเธอเรียกชื่อฉันอีก!"เลอาหลุดสะอื้นเพราะไม่อาจเก็บงำความเสียใจเอาไว้ได้ ในตอนแรกที่ตัดสินใจทำแบบนี้เธอรู้อยู่แล้วว่าวาดิมจะต้องโกรธและเกลียดเธอ แต่พอเห็นแววตาชิงชังของเขาหัวใจของเธอมันก็เจ็บจนแทบทนไม่ไหว"ฉัน...""ออกไป!"❌️ กราบเรียนนักอ่านที่เคารพทุกท่าน นิยายเรื่องดวงใจวาดิม เป็นนิยายแนวที่ไรท์ไม่เคยเขียนมาก่อน แต่อยากจะลองเปลี่ยนแนวดูบ้าง หากใครมีคำแนะนำติชมส่งเข้ามาได้ในทุกๆช่องทางนะคะ
like
ใคร่เพียงคุณอัปเดตเมื่อ May 17, 2023, 05:37
เพราะเขาคือผู้กุมความลับที่สามารถดับอนาคตของเธอได้ อันดาจึงต้องยอมขึ้นเตียงกับเขาเพื่อรักษาความลับนั้นไว้ แต่เรื่องมันไม่จบแค่นั้นเพราะยิ่งได้เขาก็ยิ่งใคร่จนไม่ยอมปล่อยมือ...📌มาติดตามเอาใจช่วยกันนะคะ
like
พ่ายรักเมียเด็กอัปเดตเมื่อ Mar 17, 2023, 08:12
เธอทำให้เขาเกือบต้องเปลี่ยนคำนำหน้าจากนายเป็น 'นักโทษชาย' ด้วยข้อหาที่ฟังดูแล้วน่าหัวเราะเยาะที่สุดหากใครรู้เข้า เขาทั้งแค้นทั้งเสียหน้าจึงหยิบยื่นแต่ความเจ็บปวดทรมานให้เธอเพื่อบรรเทาความแค้น!!!!!!!!!
like
รานทรวงอัปเดตเมื่อ Mar 17, 2023, 07:38
เธอยอมเป็นของเล่นเป็นผู้หญิงในความลับของเจ้านายหนุ่ม เพราะหวังว่าสักวันเขาจะเห็นความสำคัญของเธอบ้าง แต่สุดท้ายเธอก็ยอมตัดใจแล้วเดินจากมาเมื่อเขาเลือกที่จะแต่งงานทั้งๆที่รู้ว่าเธอท้อง..."คุณหนึ่งจะเอายังไงคะ"เขาตวัดตามองเมื่อเธอตั้งคำถามพร้อมบอกเสียงกระด้าง"จะเอายังไงได้ล่ะ พรุ่งนี้แสนไปยื่นใบลาออกซะ แล้วต่อไปนี้ก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เดี๋ยวผมจะหาบ้านชานเมืองสักหลังแล้วให้แสนย้ายไปอยู่ที่นั่น""คะ...แค่นั้นเหรอคะ""แค่นั้น? หมายความว่าอะไรกัน""แล้ว...เรื่องการแต่งงานของคุณ...""เรื่องแต่งงานมาเกี่ยวอะไร นี่แสนคงไม่คิดว่าผมจะยกเลิกงานแต่งงานเพราะว่าแสนท้องหรอกนะ เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลย"เธอเจ็บร้าวไปทั้งลำคอเมื่อได้ยินคำพูดของผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ ผู้ชาย...ที่เป็นพ่อของลูกเธอ"แล้วลูกล่ะคะ ถ้าคุณแต่งงานลูกจะเป็นยังไง""ต่อให้ผมแต่งงานอีกสิบครั้งร้อยครั้งเขาก็คือลูกผม เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรต้องห่วง เพียงแต่คงเปิดเผยให้คนอื่นรู้ไม่ได้เท่านั้น"เวคินกล่าวเสียงเครียดไม่แพ้ใบหน้า เขามัวแต่กังวลจนลืมสังเกตว่าแววตาของแสนรักเริ่มเปลี่ยนไป"หมายความว่า...เราสองแม่ลูกต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆไปตลอดชีวิตงั้นเหรอคะ""ทำไมต้องถามแบบนี้ด้วย เราตกลงกันตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ""ค่ะ แสนผิดเองที่ถามโง่ๆ แต่ถึงอย่างนั้นแสนก็อยากจะถามคุณอีกอยู่ดี ว่านอกจากอยู่แบบหลบๆซ่อนๆแล้วยังมีวิธีอื่นอีกมั้ย""ถ้าไม่ยอมที่จะอยู่เงียบๆ ก็รอจนคลอดแล้วยกเด็กให้เป็นลูกของผมกับนัดธิดา เขาจะได้ทุกอย่างตามสิทธิ์ของเขา ผมสามารถสร้างข่าวได้อยู่แล้วว่านัดธิดาท้อง"เขาบอกอย่างนั้นเพราะมั่นใจเหลือเกินว่านัดธิดาซึ่งกำลังจะกลายเป็นภรรยาอย่างถูกต้องจะไม่ปฏิเสธ"ถ้าจะทำอย่างนั้นแสนยอมทำแท้งซะดีกว่าค่ะ!"แสนรักเริ่มขึ้นเสียงเพราะความเจ็บปวดผิดหวังท่วมท้นอยู่ในอกดวงตาแดงก่ำจ้องมองเวคินไม่ยอมหลบ"ก็เอาสิ! ดีเหมือนกันจะได้จบปัญหา!"❌️ นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการที่เพ้อเจ้อของไรท์ หากใครไม่ชอบดราม่า พระเอกเลว เลื่อนผ่านได้นะคะ❌️ สำหรับใครที่จะติดตามอ่านฟรีไรท์จะอัพทุกวันไม่เกินสองทุ่มจนจบเรื่องค่ะ🙏 ขอบคุณทุกๆกำลังใจทุกๆการติดตามนะคะ
like
เมียก้นครัวอัปเดตเมื่อ Feb 11, 2023, 19:11
เพราะอยากชิมความสาวของทอฝันที่เป็นเพียงสาวใช้ในบ้าน แม็กเวลล์จึงใช้เสน่ห์เล่กลล่อลวงให้เธอติดกับ และหญิงสาวที่ใสซื่อบริสุทธิ์ก็ตกหลุมพรางเข้าอย่างจัง มอบทั้งความสาวและหัวใจให้เขาไปอย่างง่ายดาย...
เพราะอยากชิมความสาวของทอฝันที่เป็นเพียงสาวใช้ในบ้าน แม็กเวลล์จึงใช้เสน่ห์เล่กลล่อลวงให้เธอติดกับ และหญิงสาวที่ใสซื่อบริสุทธิ์ก็ตกหลุมพรางเข้าอย่างจัง มอบทั้งความสาวและหัวใจให้เขาไปอย่างง่ายดาย...
แม็กซ์เวลมองทอฝันที่นั่งหน้าซีดอยู่บนพื้นพรมด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนที่จะทรุดนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่มช้าๆ
"มีอะไรกันเหรอครับแม่"
"แม็กซ์...รันยาบอกว่าลูกทำหนูฝันท้อง"
ท้อง!
คำสั้นๆที่ทำให้แม็กซ์เวลรู้สึกคล้ายถูกไฟช๊อตจนชาไปทั้งร่าง เพราะไม่เคยนึกถึงเรื่องพวกนี้มาก่อนและการตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องที่เขาเตรียมรับมือ
"เธอท้องเหรอทอฝัน"
ในขณะที่พูดดวงตาคู่คมจับจ้องใบหน้าหวานอย่างคาดคั้นโดยไม่แคร์สายตาใคร
"...ฮึก...ค่ะ ฝันท้อง"
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาแล้วพยายามที่จะค้นหาแววตาของความยินดี แต่จนแล้วจนรอดเธอก็พบแต่ความเย็นชาดุดัน
"แม็กซ์...เรื่องนี้มันยังไงกันพูดมาให้ชัดๆสิ หนูฝันบอกว่าเธอกับลูกรักกัน และก็คบหากันมาสักพักแล้วจริงหรือเปล่า"
"ทอฝัน..."
"คะ..."
เธอมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างมีความหวัง ถึงแม้จะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง แต่เธอก็ยังหวังลึกๆว่าแม็กซ์เวลจะจับจูงปกป้องเธอ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องพังทลายเพียงเพราะคำพูดประโยคเดียว
"ฉันบอกเมื่อไหร่ว่ารักเธอ เท่าที่จำได้ฉันไม่เคยพูดเลยสักครั้งนะ และทุกครั้งที่เรานอนด้วยกันฉันก็ตอบแทนเธอด้วยข้าวของราคาแพงที่เธอไม่มีปัญญาซื้อเอง...ไม่ใช่หรอกเหรอ"
เหมือนฟ้าถล่มลงตรงหน้าของทอฝันอย่างไร้อย่างนั้น ทุดคำพูดเสียดแทงหัวใจเธอจนเกิดบาดแผลฉกรรจ์
"คุณแม็กซ์..."
น้ำเสียงที่เรียกเขาแผ่วและสั่นคล้ายคนที่กำลังใกล้ขาดใจ หากพูดว่าตอนนี้เธอเจ็บปวดจนแทบเสียสติก็คงไม่เกินจริง เพราะไม่ใช่เพียงแต่คำพูดที่ทำร้ายเธอแต่แววตาที่แสดงถึงความรังเกียจนั่นก็ด้วย
like
โซ่เดียงสาอัปเดตเมื่อ Dec 15, 2022, 03:41
พราวนภาตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของมาร์โค่เพราะเขาคิดว่าเธอคือของขวัญที่พี่ชายส่งมา
หญิงสาวเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้เพราะอายเกินกว่าจะบอกใคร
แต่สุดท้ายก็จำใจต้องรื้อฟื้นเรื่องที่พยายามลืมเลือน...เพราะเธอท้อง!!
like
แค่คุณ...อัปเดตเมื่อ Dec 11, 2022, 20:08
เธอปฏิเสธที่จะรับเงินซึ่งเขาบอกว่าเป็นค่าความสาวของเธอ แล้วเรียกร้องความรับผิดชอบจากเขาเป็นทะเบียนสมรส แต่กว่าจะรู้ว่าตัดสินใจผิดพลาดหัวใจของเธอก็แหลกละเอียดเพราะถูกเหยียบย่ำจากคนที่ได้ชื่อว่า...สามี
like
ทาสปรารถนาอัปเดตเมื่อ Oct 25, 2022, 02:36
เธอเห็นเขาเป็นพรหมลิขิต แต่เขากลับมองเธอเป็นเพียงของเล่นที่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน เส้นทางความรักงดงามที่เธอวาดหวังจึงพังทลาย เธอจึงตัดสินใจจากเขามาโดยไม่รู้ตัวว่าเธอพาทายาทของเขาติดท้องมาด้วย!!
พิพิมเป็นนักศึกษาปีสี่ที่มองโลกสวยงาม แต่เมื่อวันหนึ่งเธอถูกแฟนหนุ่มทิ้งไป เหตุผลที่เขาบอกกับเธอคือเขาค้นพบว่าตัวเองชอบไม้ป่าเดียวกัน!!
เธอเจ็บแสนเจ็บและระบายความเจ็บด้วยการออกไปปาร์ตี้ แล้วเธอก็ได้พบกับเขา 'มาร์คัส' ชายหนุ่มลูกครึ่งเยอรมันอิตาลี ผู้มีใบหน้างดงามราวรูปสลักอีกทั้งร่างกายกำยำล่ำสัน ทำเอาพิพิมเกิดความคิดแผลงๆ
หลังจากค่ำคืนเร่าร้อนเธอก็คิดมาตลอดว่าเขาคือพรมลิขิต และทุ่มเทใจให้เขาไปจนหมดโดยไม่คิดเหลือเผื่อความผิดหวัง
แต่แล้วเธอก็ต้องรู้สึกเหมือนถูกตีแสกหน้า เมื่อรู้ความจริงว่าเขามองเธอเป็นแค่ของเล่น เป็นนักศึกษาไซด์ไลน์ที่มีไว้บำบัดอารมณ์ใคร่เท่านั้น
แต่อะไรก็ไม่แย่ไปกว่าการที่พิพิมรับรู้ว่าเธอกำลังมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น ผู้ชายที่เธอคิดว่าเป็นพรมลิขิตเขามีคู่หมั้นแล้ว!!
เธอจึงตัดใจและเดินออกมาจากผู้ชายเห็นแก่ตัว โดยไม่รู้ว่ามีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขากำลังก่อกำเนิดในตัวเธอ!!
พิพิมเก็บความลับนี้ไว้โดยไม่บอกเขา แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกเมื่อเขาพบเธอและลูกโดยบังเอิญ การต่อสู้ระหว่างเขาและเธอจึงเริ่มขึ้น โดยมีเด็กหญิงดวงฤทัยหรือน้องของขวัญเป็นเดิมพัน!!
like
กรงปรารถนาอัปเดตเมื่อ Oct 25, 2022, 02:32
เขาขังเธอเอาไว้ในกรงปรารถนา...เพื่อปลดเปลื้องอารมณ์ใคร่...
เขาคิดว่าความสุขสบายที่เขามอบให้นั้นเพียงพอที่จะทำให้เธอมีความสุข...
โดยที่ไม่รู้เลยว่านกตัวน้อยๆอย่างเธอกำลังจะเฉาตายเพราะขาดรัก...
พัชมนยินยอมเป็นนกน้อยในกรงทองของคีรินด้วยความเต็มใจ เธอคิดเพียงอยากฉุดครอบครัวและทุกคนที่เธอรักให้พ้นจากความแร้นแค้น โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังพาตัวเองเข้าสู่เส้นทางอันตราย
ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควรหลงใหลใฝ่ฝันในตัวเขา แต่ยิ่งอยู่ยิ่งใกล้ชิดนานวันหัวใจของเธอก็ถูกเขาครอบครองจนเต็มพื้นที่ ...
like
อ้อนรักคุณอามาเฟียอัปเดตเมื่อ Oct 25, 2022, 02:26
เธอคือสาวน้อยที่กำลังไร้ที่พึ่ง เขารีบอาสาเป็นผู้ปกครองให้เธอ เธอซาบซึ้งน้ำใจของเขาแต่เธอไม่คิดเลยว่าเธอจะต้องตอบแทนเขาด้วยร่างกาย
"ทำไมถึงไม่ไปโรงเรียน"
คาร์ลอสถามเด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาด้วยน้ำเสียงเข้มจัด บอกได้ดีถึงอารมณ์ที่กำลังครุกรุ่น พุดกรองมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังบูดบึ้ง เธอมองเขาอย่างไม่เกรงกลัวเหมือนครั้งก่อนๆ
";เพราะหนูไม่อยากจ่ายค่าเทอมด้วยร่างกาย เหมือนที่จ่ายค่าเช่าบ้านให้คุณ!"
คาร์ลอสสะอึกอึ้งพูดไม่ออก บอดี้การ์ดที่ยืนเรียงรายอยู่ก้มหน้าต่ำทันที เขามองเธออย่างคาดโทษและหาวิธีปราบพยศเธออยู่ในใจ
like
บงการรักอัปเดตเมื่อ Oct 25, 2022, 02:21
เพียงฟ้า บำรุงทรัพย์ สาวน้อยวัยสิบเก้าปี ผู้เป็นเจ้าของใบหน้างดงามพิลาสล้ำ และรูปร่างเย้ายวนทรมานใจชาย เธอติดตามพี่สาวไปอยู่บ้านหลังใหม่ของพี่เขย ทั้งๆที่รู้ดีว่าญาติของพี่เขยรังเกียจเธอและพี่สาว เธออยู่อย่างเจียมตัวแต่ก็ถูกสายตาคมคู่หนึ่งมองอย่างรังเกียจอยู่เสมอ เขาคือ แดนสรวง อัครไพศาลกิจ พี่ชายคนเดียวของพี่เขยเธอ แต่แล้ววันหนึ่งความสาวของเธอก็ถูกเขาพรากไป และยัดเยียดตำแหน่งสาวไซด์ไลน์ให้กับเธอ
"ฮึก...ฮึก..."
เสียงสะอื้นของสาวน้อยที่เขาขย้ำเธอจนยับย่อยคามือดังอยู่ตลอด แต่ไม่สามารถเรียกความสงสารจากแดนสรวงได้เลย เขาเพียงปลายตามองแผ่นหลังเปลือยที่สั่นสะท้าน ผิวขาวผ่องตัดกับรอยจูบที่เขาทิ้งไว้ทั่วแผ่นหลังของเธอ ทำให้เขามองอย่างพอใจ
"จะร้องไปทำไม พรมจรรย์ที่เธอถนอมไว้ก็เพื่อขายให้ใครสักคนอยู่แล้ว ขายให้ฉันน่ะฉันจ่ายไม่อั้นนะ แต่ถ้าหวังว่าฉันจะเอาเธอขึ้นมาเป็นเมีย เหมือนกับที่น้องชายโง่ๆของฉันยกย่องพี่สาวเธอล่ะก็เลิกฝันไปได้เลย ฉันไปก่อนเลิกฟูมฟายแล้วก็ไปรับเช็คที่ฉันได้เลย"
เพียงฟ้าไม่ตอบโต้อะไร แต่เธอขบริมฝีปากแน่นจนได้รู้รสของเลือด มือเธอกำผ้าห่มเอาไว้แน่นอย่างคั่งแค้น เธอได้แต่นึกในใจว่าต้องมีสักวันที่เธอจะทำให้เขาคุกเข่าขอโทษเธอให้ได้!
like
ทาสสวาทคนพาลอัปเดตเมื่อ Oct 25, 2022, 02:15
เขาและเธอมีชะตาชีวิตที่ไม่ต่างกันปริมรดารู้สึกราวกับว่าตัวเองฝันไปที่จู่ๆเขาก็สารภาพว่าอยากปกป้องดูแลเธอ แต่แล้วจากหวานก็กลายเป็นขมขื่นเมื่ออดีตที่เจ็บปวดทำให้เขาเลือกที่จะเชื่อคนอื่นแล้วหันมาร้ายกับเธอ ปริมรดาจะทำอย่างไรเมื่อเทพบุตรของเธอกลายเป็นคนพาล ที่จ้องแต่จะเหยียบย่ำหัวใจของเธอให้แหลกละเอียด
"ไม่ตรวจก็ตามใจ...แต่ถ้าในอนาคตผลตรวจออกมาว่าเด็กเป็นลูกฉันเธอจะไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเด็กเลย ฉันจะไม่ยอมให้เธอได้แตะต้องหรือแม้กระทั่งได้เห็น และอย่าคิดว่าเป็นแค่คำขู่เพราะฉันทำแน่!"
"คุณทำอย่างนั้นไม่ได้นะเราตกลงกันแล้ว!"
"ใช่...แต่เราตกลงกันว่าถ้าเธอยอมตรวจมันจะเป็นแบบนั้น แต่นี่เธอโยกโย้ฉันก็ไม่จำเป็นต้องทำตามนั้นแล้วนี่ เอายังไงล่ะ...จะยอมหรือเปล่า ถ้าเธอยอมตรวจแล้วผลออกมาว่าเด็กเป็นลูกฉัน ฉันก็จะทำตามที่เธอต้องการ แต่ถ้าเด็กไม่ใช่ลูกฉัน...ฉันจะปล่อยเธอไป"
ปริมรดาน้ำตารินอาบสองแก้มเพราะรู้สึกอัดอั้นในอก เธอเงยหน้าขึ้นมองโรเรนโซ่อย่างเกลียดชังเป็นครั้งแรก ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกหวิวในอกไม่น้อย
"ที่ผ่านมาไม่ว่าคุณจะทำกับปริมยังไงปริมก็พอที่จะอภัยได้ ปริมพยายามเข้าใจว่าอดีตที่เจ็บปวดทำให้คุณหวาดระแวงและไม่เชื่อใครง่ายๆ แต่วันนี้คุณบีบบังคับปริมโดยเอาความปลอดภัยของลูกมาเป็นเดิมพัน ใจคุณมันดำเกินไปแล้วโรเรนโซ่!"
ชายหนุ่มสะอึกเมื่อเธอต่อว่าแล้วมองเขาอย่างชิงชัง แต่ก็ยังไม่ลดละและไม่เลิกล้มความตั้งใจ
"ใช่! ฉันมันใจดำ เธอเลือกเอาแล้วกันว่าจะเลือกทางไหน!"
"จำเอาไว้นะโรเรนโซ่ หากลูกของปริมเป็นอะไรไปปริมจะไม่มีวันให้อภัยคุณเลย!"
ชายหนุ่มเจ็บแปล๊บในใจเมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของเธอ แต่ในใจก็เฝ้าภาวนาขอให้เธอและลูกปลอดภัย นอกเหนือจากนั้นคือขอให้ผลออกมาว่าเด็กเป็นลูกของเขา
like
วิวาห์อสูรอัปเดตเมื่อ Oct 24, 2022, 23:28
เพราะเป็นห่วงลูกสาวคนเดียว อารดา เกีรยติไพศาล... คุณภวัตที่กำลังจะจากโลกนี้ไปจึงจำต้องโกหกว่าเขาติดหนี้ก้อนใหญ่และให้ลูกสาวแต่งงานกับลูกชายของเพื่อนรักเพื่อชดใช้... เขา..นิโคลัส กาซีเย่.. เจ้าพ่อนักธุรกิจเหมืองเพชรที่ถูกบิดาบีบบังคับให้รับเธอเป็นภรรยาเนื่องจากเธอเป็นลูกสาวของเพื่อนรักท่าน เขาเกลียดทั้งเธอและต้องการต่อต้านพ่อเขาทางอ้อมเธอจึงต้องตกเป็นดั่งเชลยของเขาแทนที่จะเป็นเจ้าสาว!!!
"เอ่อ... ถ้าคุณไม่สบายใจ.. เรา.. แยกห้องกันดีมั้ยคะ"
"ไม่!!.. ถึงฉันจะเกลียดเธอ! แต่ฉันก็จะหลับหูหลับตาเอาเธอ!.. ให้มันคุ้มค่ากับที่เธออยากได้ฉันเป็นผัว!"
อารดามองเขาผ่านม่านน้ำตาด้วยความหวาดกลัว เธอจะทนรับความเกลียดชังนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน!!
... เกลียดชัง... แต่โหยหา....
.. ไม่อยากมองหน้า.... แต่ลุ่มหลง....
like
มลทินมารอัปเดตเมื่อ Oct 24, 2022, 23:18
เธอพลีกายให้เขาเพื่อแลกกับชีวิตของบิดา แต่เรื่องมันไม่จบลงง่ายๆเมื่อเขาดันติดใจรสสวาทที่แสนพิสุทธิ์ของเธอ ชีวิตของอาริสาจึงไม่สงบสุขอีกต่อไปเพราะต้องคอยหลีกหนีจากเงื้อมมือของคนหื่นอย่างเขา!!
อาริสา เรืองภักดี หญิงสาวอายุสิบเก้าปีอดีตคุณหนูผู้เพียบพร้อมต้องหนีหนี้พนันก้อนใหญ่พร้อมบิดา เนื่องจากคุณการัณย์หลงผิดติดการพนันจึงทำให้หมดเนื้อหมดตัวและถูกตามล่าเอาชีวิตจึงพาลูกสาวคนเดียวหนีมาไกลถึงอิตาลี แต่ด้วยความอยากได้เงินและสงสารลูกจึงตัดสินใจพลาดเพราะรับงานบางอย่างทำให้ชีวิตของลูกสาวต้องย่ำแย่กว่าที่เคยเป็น
"ฉันไม่เรียกตำรวจหรอกเพราะฉันกำลังจะฆ่าพวกมันซะ!"
ดวงตากลมโตฉายแววหวาดหวั่นทันทีเธอรีบพูดกับเขาทันที
"ถ้าอย่างนั้นฆ่าฉันได้มั้ย! ฆ่าฉันแทนเขา!"
like
บ่วงรักจำเลยอัปเดตเมื่อ Oct 7, 2022, 18:29
ตฤณภพถูกตาต้องใจเธอตั้งแต่แรกเห็นจนอยากจะได้เธอมาครอบครอง แต่นอกจากเธอจะไม่สนใจเขาแล้วเธอยังทำกับเขาอย่างเจ็บแสบ ด้วยการผลักเข้าเข้าคุกเพราะความเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวของเธอ
เขาต้องกลายเป็นนักโทษ!!
ตกเป็นฆาตกรเลือดเย็นในสายตาของคนอื่น!!
สี่ปีที่เขาใช้คำนำหน้าว่านักโทษชายเพราะพยานเท็จอย่างเธอ ตฤณภพจึงวางแผนเอาคืนเธอชนิดที่เรียกได้ว่ายิ่งกว่าสาสม!
เพราะเขาจะทำให้เธอตกนรกทั้งเป็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า!!
"มันเป็นแค่สัตว์นะ...ฮึก...มันไม่รู้อะไรด้วยเลย...ฮือๆ..."
เธอบอกแล้วสะอื้นให้จนตัวโยนเมื่อนึกถึงเจ้ากระรอกน้อยที่คอยคลายเหงา และเป็นเพื่อนรักของเธอมานานแรมเดือน
"ฉันไม่สนว่ามันจะเป็นคนหรือสัตว์...เพราะอะไรก็ตามที่เป็นความสุขของเธอฉันจะกำจัดมันให้สิ้นซาก!"
"คุณ...ฮึก...เกลียดฉันมากขนาดนี้เชียวเหรอ"
"ใช่! ฉันเกลียดเธอมากกว่าอะไรทั้งหมด! ทั้งเกลียดทั้งขยะแขยง! แต่ฉันจะไม่ทำร้ายเธอให้เลือดสกปรกเปื้อนมือหรอกนะ ฉันจะฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น...เธอจะต้องสูญสิ้นความสุขสงบไปชั่วชีวิต แม้แต่ความเป็นคนที่เธอมีฉันก็จะทำลายมันด้วยมือฉันเอง ฉันจะทำให้เธอมีชีวิตอยู่อย่างเจ็บปวด ทุกลมหายใจเข้าออกของเธอจะมีแต่ความทุกข์ระทม เธอจะต้องชดใช้ให้ฉันอย่างสาสม!"
เขาประกาศกร้าวแล้วจ้องมองมาที่เธอด้วยความอาฆาตแค้น...
...
อุ่นรัก...ต้องใช้ชีวิตอยู่อยู่กับความรู้สึกผิดถึงสี่ปีเต็ม
สี่ปี...ที่เธอไม่เคยหลับอย่างมีความสุข ...
สี่ปี...ที่เธอไม่เคยสุขใจอย่างแท้จริง...
เธอยังจำแววตาคู่นั้นได้ติดตา...ยังจำความโกรธแค้นที่เขาส่งมาทางแววตาได้ไม่เคยลืม
เป็นเพราะเธอต้องเลือกระหว่างชีวิตของยายกับความถูกต้อง...และแน่นอนเธอเลือกชีวิตของยาย เธอจึงต้องถูกความรู้สึกผิดกัดกินจิตวิญญาณอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
เมื่อเขาได้รับอิสระและเรียกร้องให้เธอชดใช้ อุ่นรักก็ไม่รอช้าที่จะสนองความต้องการนั้น ด้วยการยินยอมให้เขาผลักเธอลงนรกขุมที่ลึกที่สุดเพื่อชดใช้ความผิดของตัวเอง
...
เขาหยุดยืนตรงหน้าประตูเพื่อรอฟังเรื่องที่เธอบอกว่าอยากจะพูด ในขณะที่อุ่นรักส่งยิ้มเขินๆให้เขาพร้อมกับแก้มอิ่มที่แดงก่ำ
"คือ...มันอาจจะช้านะคะแต่อุ่นรอจนมั่นใจแล้วถึงบอก วันนี้อุ่นอยากบอกให้คุณรู้ไว้ว่า...อุ่นรักคุณค่ะ ตอนนี้คุณคือโลกทั้งใบของอุ่น"
"ฉันเองก็มีเรื่องจะบอกเธอเหมือนกัน..."
"ค่ะ..."
"ที่ผ่านมาระหว่างเรา...มันแค่เรื่องโกหก!!"
❌ คำเตือน!! นิยายเรื่องนี้มีฉาก 18+ ไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน
❌ อาจมีเนื้อหาที่รุนแรงและไม่เหมาะสม กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
❌ นิยายเรื่องนี้สำหรับไรท์คิดว่าค่อนข้างดราม่ารุนแรงใครสายหวานกรุณากดผ่าน
❌ เรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง ไม่ได้สนับสนุนความรุนแรงแต่อย่างใด
❌ ใครไม่ชอบพระเอกใจดำกรุณาเลื่อนผ่านเพื่อความไม่ดราม่านะคะ
❌จบแบบสุขนิยมค่ะ❌
like
โซ่รักนางบำเรออัปเดตเมื่อ Sep 26, 2022, 12:00
นิรมลคือเด็กหญิงใจสู้ที่อาศัยอยู่ในสลัมกลางกรุง โชคชะตาพาให้เธอมาพบกับ ซาบิต ชายหนุ่มหล่อเหลาที่มีทั้งเงินและอำนาจล้นมือ เขาช่วยเธอจากเงื้อมมือของพ่อเลี้ยงใจอำมหิต เพราะสงสารเด็กน้อยที่มีดวงตากลมสุกใสสะดุดตา
แต่แล้วเจตนาบริสุทธิ์ของเขาก็ต้องแปรเปลี่ยน เมื่อเธอเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่สวยสะพรั่ง ในตอนแรกที่เขาเห็นเธออีกครั้งในรอบสี่ปี เขาเพ้อเจ้อจินตนาการไปว่าเธอเป็นนางจากสรวงสวรรค์
เขาใช้ความเจ้าเล่ห์และอำนาจในมือทำให้เธอตกเป็นหนึ่งในนางบำเรอของเขา เขาลุ่มหลงแต่ก็เผลอทำร้ายเธออย่างไม่น่าให้อภัย จึงเป็นเหตุให้นิรมลอ้อนวอนขออิสระ เขาอยากจะยื้อเธอเอาไว้แต่ก็ไม่สามารถทำได้จึงจำใจคืนอิสระให้กับเธอ โดยที่ต่างคนต่างไม่รู้ว่ามีโซ่รักกำเนิดในท้องเธอ โซ่ที่จะพันธนาการให้ทั้งเขาและเธอไม่สามารถแยกจากกันได้อีก
ปึก!!
นิรมลถูกผลักลงบนพื้นริมสระในส่วนของฮาเร็ม ซาบิตยกมือข้างหนึ่งเท้าเอวส่วนอีกข้างเสยผมจนยับยุ่ง
"ทำไมเธอต้องสร้างปัญหาด้วย!"
"หนูเหรอคะสร้างปัญหา..."
เธอถามเสียงแผ่วจนแทบจะกลายเป็นเสียงคราง
"ใช่สิ! แค่คำว่าขอโทษทำไมเธอถึงไม่ยอมพูด!"
"หนูไม่พูด ถ้าคุณคิดจะตบหนูอีกก็ได้แต่หนูจะไม่พูด"
"ตบอีกเหรอ! เธอคิดว่าฉันอยากทำร้ายเธองั้นเหรอ...เปล่าเลย แต่ที่ฉันต้องทำเพราะทั้งพ่อฉันทั้..."
"พอ! หนูไม่อยากรู้ว่าทำไมคุณต้องทำ หนูรู้แค่คุณตบหนูเพราะคำโกหกของผู้หญิงคนนั้น!"
"มันจะเกินไปแล้วนิรมล! เธอเป็นแค่นางในฮาเร็มไม่มีสิทธิ์จะมาหึงหวงฉันจนขาดสติแบบนั้น!"
"หึงหวงเหรอ...หนูเหรอคะหึงหวงคุณ"
"หรือไม่ใช่ล่ะ ถ้าไม่ได้เกิดจากความหึงหวงแล้วเรื่องอะไรที่เธอต้องไปป่าวประกาศว่าเป็นคนโปรดของฉัน แล้วทำไมเธอต้องทำร้ายเฟรย่าเพียงเพราะเธอบอกว่าเป็นว่าที่ภรรยาของฉัน!"
"คุณก็เชื่อเธอเหรอคะ..."
นิรมลเอ่ยถามแล้วใช้หลังมือเช็ดเลือดกำดาวที่ยังไหลไม่หยุด และซาบิตก็ทันเห็นภาพนั้นพอดีมันทำให้เขาสะเทือนใจไม่น้อย
like
เมียเชลยอัปเดตเมื่อ Sep 26, 2022, 11:31
หัวใจของเอวิตาถูกเหยียบย่ำจนแหลกลาญ เมื่อลูกที่เป็นตัวแทนความรักสำหรับเธอ กลับกลายเป็นตราบาปและสิ่งที่ผิดพลาดสำหรับเขา!!
"ฉันจะไม่บังคับให้เธอกำจัดมันหรอกนะ แต่ฉันก็คงจะทำใจรักมันไม่ได้!!"
เอวิตาจ้องมองคนพูดด้วยแววตาเจ็บปวดและคาดไม่ถึง หากเธอไม่ได้ยินกับหูก็คงจะเชื่อไม่ลงว่านี่คือคำพูดของคนที่กำลังจะเป็นพ่อคน
"คุณไม่รักก็ไม่เป็นไร...แต่ขอเถอะอย่ามาเรียกลูกหนูว่ามัน! คุณทำร้ายหนูหนูไม่เคยว่า แต่ถ้าคุณมาทำร้ายลูกของหนูไม่ว่าจะการกระทำหรือคำพูดหนูไม่ยอมแน่!!"
เด็กสาวโต้ตอบอย่างไม่ลดละเพราะสัญชาติญาณความเป็นแม่ทำให้เธอละทิ้งความอ่อนแอเพื่อปกป้องชีวิต น้อยๆ
"ฉันไม่จำเป็นต้องพูดถึงไอ้ก้อนเลือดนั่นด้วยถ้อยคำที่สวยหรู เพราะสำหรับฉันมันไม่ใช่ความรักแต่มันคือตราบาป มันคือความผิดพลาดที่เกิดจากความใคร่ของฉันเท่านั้น!!"
คำพูดที่ฟังดูไร้เยื่อใยของเขามันไม่ต่างอะไรกับคมมีด ที่กรีดลงมาบนใจคนฟังจนกลายเป็นแผลเหวอะหวะยับเยิน เอวิตาจ้องมองใบหน้าที่ไร้วี่แววสำนึกผิดของเขา ด้วยแววตาที่เจ็บปวดและผิดหวังอย่างที่สุด
"คุณมันเลือดเย็นเหลือเกินคุณรพ คุณจดจำให้ดีเถอะว่าวันนี้คุณพูดอะไรออกมา"
....
เอวิตาซึบซาบและดื่มด่ำกับความสุขได้ไม่นาน วิมานสีชมพูของเธอก็ถล่มลงตรงหน้า เมื่อเขาถอนแกนกายออกแล้วมองเธอด้วยแววตาเหยียดหยัน
"ปากก็บอกว่าไม่ได้ยั่วฉัน แต่พอเอาเข้าจริงก็อ้าขาให้ฉันแบบเต็มอกเต็มใจ นี่ถ้าฉันไม่ได้เป็นคนแรกของเธอฉันคงคิดว่าเธอน่ะเป็นโสเภณีแน่ๆ เด้งสู้ถึงขนาดว่ามืออาชีพยังอายเลยล่ะ"
คำพูดและแววตาของเขามันทำให้ใบหน้าหวานของเอวิตาชาดิก เธอมองเขาอย่างตกตะลึงระคนกับความอับอาย เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะมีวาจาที่เชือดเฉือนใจคนฟังได้ถึงเพียงนี้
เคารพลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าของตัวเองมาสวมใส่ แต่ปากเขาก็ยังพูดพลางมองมาที่เธอเป็นระยะ
"มองทำไม...ฉันพูดจริงนะ ถ้าวันไหนฉันหมดสนุกหรือเอาคืนเธอจนพอใจแล้ว เธอจะไปประกอบอาชีพขายบริการฉันว่าเธอรุ่งแน่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
เสียงหัวเราะอย่างสะใจดังลั่นทั่วบริเวณเมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดลงทุกขณะของเธอ เขาทิ้งสายตามองเธออย่างดูแคลนแล้วเดินจากไปอย่างไม่ใยดี
หัวใจของเด็กสาวแตกสลายไม่มีชิ้นดีเมื่อเขาทำราวกับเธอเป็นเพียงเศษขยะชิ้นหนึ่ง ความรักที่เธอเคยมีให้เขาอย่างท่วมท้นสั่นคลอน เมื่อฉากจบมันไม่ได้สวยงามหรือหอมหวานอย่างที่เคยฝันเอาไว้
like
รอยรักคนเลวอัปเดตเมื่อ Sep 26, 2022, 11:02
ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นนางบำเรอของเขาแต่เธอกลับลืมเลือน...
แดนเทพพยายามสร้างความทรงจำใหม่ที่สวยงามให้กับเธอ...
แต่มันจะเป็นอย่างไรเมื่อเธอเกิดจำได้ว่า...เขาขายเธอให้กับผู้ชายคนอื่นอย่างเลือดเย็น!!!
"อย่าทำเลย...ฮึก...ได้โปรดอย่าขายน้ำเลยนะคะ...ฮึก..."
ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ไม่มีวี่แววว่าจะสงสารเด็กสาวที่กำลังยกมือไหว้อ้อนวอนเขาเลยแม้แต่น้อย
"ไหนลองบอกมาสิว่าเหตุผลอะไรที่ฉันไม่ควรขายเธอ"
"น้ำ...ฮึก...น้ำท้อง!"
เขาอึ้งไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำตอบก่อนที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เธอคิดว่าพูดแบบนี้แล้วฉันจะสงสารเหรอ! ขอโทษนะพอดีฉันไม่ได้โง่!"
"น้ำไม่ได้หลอกนะคะ...ฮึก...น้ำท้องจริงๆ...ฮือๆ...ขอร้อง...ขอร้องล่ะ..."
เธอยกมือไหว้เขาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสงสารแต่ไม่ใช่สำหรับแดนเทพเพราะเขาไม่ได้มีความรู้สึกนั้นเลย เพราะเขามั่นใจเกินร้อยว่าสิ่งที่เธอพูดคือเรื่องหลอกลวง
"ดีสิ! ท้องก็ดี! ฉันจะได้ให้พวกไอ้แก่ตัณหากลับพวกนั้นต่อแขนต่อขาให้ลูกเธอไง!"
"โฮๆ..."
เด็กสาวปล่อยโฮเมื่อได้ยินคำพูดที่แสนจะเลือดเย็นของเขา ดวงตากลมโตมองใบหน้าคมด้วยความสิ้นหวังจนหัวใจเขากระตุกไปนิด
...
"ไง...เมื่อคืนสนุกสุดเหวี่ยงเลยมั้ย สามต่อหนึ่งยังไหวเธอนี่เด็ดจริงๆ"
นิศาชลน้ำตาเอ่อแล้วพยายามที่จะนึกถึงค่ำคืนที่ผ่านมา แต่มันก็รางเลือนเสียจนประติดประต่อเรื่องราวไม่ได้ ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือตัวเองตกอยู่ในวงล้อมของผู้ชายหลายคน แล้วแต่ละคนก็ผลักเธอไปมาอย่างสนุกสนาน
"คุณ...ฮึก..."
เธอก้มมองตัวเองที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำแล้วถึงกับน้ำตาร่วงเพราะความอดสู เมื่อขยับขาก็รู้สึกเจ็บระบมที่กลางกายเป็นหลักฐานที่บอกได้ว่าเธอถูกกระทำอย่างไรบ้าง
"เป็นไง...สนุกมั้ย ถ้าจำไม่ได้อยากดูคลิปก็ได้นะ พอดีฉันถ่ายเอาไว้น่ะ ว่าไง...อยากดูมั้ย"
เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงเยาะหยันดวงตาคู่คมฉายแววสะใจอย่างเปิดเผยในขณะที่นิศาชลนิ่งอึ้งคล้ายกับคนกำลังช็อค แต่เพียงไม่นานเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนราวกับใจกำลังจะขาดก็ดังขึ้น
"กรี๊ดดดดดดด....ฮือๆ...กรี๊ดดดดดดด!!"
เด็กสาวกรีดร้องราวกับคนเสียสติแล้วลุกวิ่งออกจากห้องไปโดยที่แดนเทพไม่ทันได้ตั้งตัว
สองเท้าเปล่าบอบบางวิ่งออกจากโรงแรมอย่างไม่รู้ทิศทาง ถึงแม้บนถนนจะร้อนระอุแต่เธอก็ย่ำไปราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว สิ่งเดียวที่เธอรู้ตอนนี้คือไม่สามารถทนมองหน้าคนเลือดเย็นอย่างแดนเทพได้อีกต่อไป เขาคือความเจ็บปวดที่เธอต้องหนีไปให้ไกลที่สุด
"น้ำ! น้ำหยุด! ฉันโกหก! ฉันแค่โกหก!"
เขาวิ่งไล่หลังแล้วตะโกนบอกเมื่อเธอทำเหมือนคนที่กำลังสติแตก แต่เมื่อเธอหันมองแล้วเห็นว่าเขาวิ่งตามไม่ลดละเธอก็ตัดสินใจวิ่งข้ามถนนเพราะความหวาดกลัว
"นั้ำ!!!"
โครมมม!!
...
"เรา...เป็นสามีภรรยากันจริงเหรอคะ"
"จริงสิ...เรารักกันมาเลยนะ"
"งั้นเหรอคะ..."
"ทำไมล่ะ...เธอไม่เชื่อเหรอ"
"ไม่ใช่ไม่เชื่อนะคะ แต่ฉันรู้สึกว่าฉัน...กลัวคุณ เวลามองหน้าคุณนานๆในใจฉันมันรู้สึกเจ็บปวด มันหดหู่ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ"
เธอบอกกับเขาตามความเป็นจริงจนแดนเทพที่กำลังเปลี่ยนผ้าอนามัยให้เธอชะงักมือ
"เธอคงจะแปลกหน้า...แต่อีกสักพักก็จะคุ้นไปเอง"
"ค่ะ แล้วทำไมฉันเป็นประจำเดือนมากจังคะ เลือดออกเยอะแบบนี้น่ากลัวจัง บางทีฉันก็รู้สึกว่าฉันปวดท้องมากเป็นพักๆด้วย"
แดนเทพถึงกับน้ำตาร่วงเมื่อเธอถามคำถามนี้กับเขา เขาเกลียดตัวเองจนอยากที่จะตายหนีความละอายที่เขาก่อ
"คุณร้องไห้ทำไมคะ..."
ชายหนุ่มส่ายหน้าทั้งๆที่น้ำตายังคงไหลไม่หยุด เขาจะกล้าบอกเธอได้ยังไงว่าเลือดที่ไหลไม่ใช่เพราะเธอมีรอบเดือน เขาจะกล้าบอกได้ยังไงว่าความจริงแล้วเกิดเรื่องอะไรระหว่างเขาและเธอ ตอนนี้ชายหนุ่มได้แต่ภาวนาขอให้เธอลืมอดีตไปอย่างถาวร เพื่อที่เขาจะได้สร้างความทรงจำใหม่ที่มีแต่ความสุขและสวยงามให้กับเธอ
? นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18+?
❌มีฉากร่วมเพศและคำพูดที่ไม่เหมาะสม❌
โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านด้วยนะคะ
like
ห่วง...บำเรออัปเดตเมื่อ Sep 26, 2022, 10:20
เธอพาตัวเองไปเร่ขายสาวและได้เขาเป็นลูกค้าคนแรก ด้วยความที่เขาติดใจจึงซื้อตัวเธอเป็นนางบำเรอผูกขาด พอนานวันเธอก็เผลอใจไปรักเขา พร้อมกับที่เขาพบหญิงสาวในแบบที่เขาต้องการและเลือกมาเป็นภรรยาซึ่งไม่ใช่เธอ!
"เมท้องค่ะ!"
"ฮะ! เธอว่าอะไรนะ!"
"เมท้องค่ะคุณสิงห์"
เธอย้ำคำตอบให้เขาได้ยินชัดๆ เหมราชถึงกับตะลึงงันเมื่อได้ยินอย่างนั้น เขามองเธอด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง ก่อนที่แววตาคมจะแปรเปลี่ยนเป็นไฟโทสะเพราะความโกรธจัด
"แพศยา!! ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะใช้วิธีที่น่ารังเกียจแบบนี้!"
ชายหนุ่มก่นด่าโดยไม่สนใจว่าคำพูดของเขาจะสร้างบาดแผลให้กับเธอ เมริสากลืนก้อนความขมขื่นลงคอแล้วเอ่ยถามเสียงสั่น
"หมายความว่ายังไงคะ"
"หมายความว่าฉันบอกแต่แรกแล้วว่าไม่ต้องการเด็ก แล้วเธอก็กินยาคุมมาตลอดทำไมถึงท้องได้!"
"ตอนที่มอสเสียเมลืมกินยาอยู่หลายวัน เมคิดว่า..."
"พอเลย! เธอมันรอบจัดกว่าที่ฉันคิดมากนักเมริสา!"
"ค่ะ เรื่องนี้เมผิดเอง และที่เมมาบอกคุณก็เพราะคุณมีส่วนทำให้เขาเกิดมาเท่านั้น"
เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นเพราะอยากจะพูดกับเขาให้รู้เรื่อง น้ำตาที่เอ่อไหลถูกมือบางปาดออกครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ไม่มีทีท่าจะแห้งเหือด
"แต่ฉันไม่ต้องการมัน! ฉันไม่ได้อยากให้มันเกิด!"
"แล้วคุณจะเอายังไงคะ"
เมริสาล้วงมือลงไปในกระเป๋าแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมากดโดยไม่ให้เขาเห็น ก่อนที่จะเงยหน้าเปื้อนน้ำตามองเขา
"ว่ายังไงคะคุณสิงห์...ในเมื่อคุณไม่ต้องการลูกคุณจะให้เมทำยังไง"
"ฉันกำลังจะหมั้นเม...กำลังจะหมั้นกับผู้หญิงที่เพียบพร้อมอย่างลินิน แต่วิธีสกปรกของเธอมันทำให้ชีวิตฉันมีปัญหา เธอคิดว่าฉันควรทำยังไงกับไอ้เด็กที่เธอคิดจะใช้เป็นเครื่องมือในการจับฉันดีล่ะ ฉันบอกไว้ตรงนี้เลยนะต่อให้เธอท้องเธอก็จะไม่ได้เป็นเมียฉันแน่!"
"ค่ะ เมรู้ดี และเมก็อยากให้คุณเข้าใจซะใหม่นะคะ เมมาบอกคุณก็เพราะอยากรู้ว่าคุณจะทำยังไง ในเมื่อคุณเองก็มีส่วน เมไม่เคยคิดจะใช้ลูกเป็นเครื่องมืออย่างที่คุณว่า"
"ดี! งั้นก็กำจัดมันซะ!"
like
รักในรอยทรายอัปเดตเมื่อ Sep 26, 2022, 09:54
หนูนิด หรือนิศราหญิงสาวชาวไทยที่มีความงามตราตรึงใจ ซากีฟ หนุ่มทะเลทรายที่ครบเครื่องไม่ว่าจะเป็นความหล่อหรือความรวย เขาตามจีบเธอหวังได้ครอบครองร่างกายที่แสนเย้ายวน แต่เมื่อยิ่งใกล้ยิ่งรู้จักความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป เขาอยากจะได้ทั้งตัวและหัวใจของเธอ เขาใช้ทั้งลูกอ้อนและความจริงใจพิชิตใจเธอจนเธอยอมรับเขาเป็นสามีในทะเบียน
แต่เรื่องมันไม่ได้สวยงามเหมือนอย่างที่เธอวาดฝันเอาไว้ เมื่อวันหนึ่งสามีขาดการติดต่อนิศราจึงดั้นด้นไปหาเขา และพบว่าเขากำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น
เขาเป็นสามีของเธอตามกฏหมาย...แต่เข้าพิธีแต่งงานยิ่งใหญ่กับผู้หญิงอีกคน แล้วเธอจะต้องตกอยู่ในฐานะอะไร...
"ผมรักคุณ"
เธอยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อในหูมีเสียงทุ้มของเขาดังก้องอยู่ตลอดเวลา หากตอนนี้เธอจะถามเขาว่าคำว่ารักที่ผ่านมาเป็นเพียงคำโกหกหรือไม่ก็คงจะสายเกินไปเสียแล้ว
"ฮึก...ฮึก..."
เสียงสะอื้นดังแผ่วๆเมื่อเธอไม่อาจจะอดทนแบกรับความชอกช้ำเอาไว้ได้ ตอนนี้นิศราถูกทรมานทั้งกายและใจจนอยากที่จะตายเสียให้พ้น เท้าเล็กๆที่ย่ำไปบนพื้นทรายเริ่มพุพองเพราะถูกทรายร้อนๆลวก เพราะความร้อนแบบสุดขีดทำให้ร่างกายที่ถูกทรมานมาถึงสามวันเต็มทานทนต่อไปไม่ไหว
"แม่ขอโทษ...ที่...ฮึก...ที่แม่ปกป้องหนูไม่ได้...ฮึก..."
เธอกระซิบเสียงแผ่วเมื่อรู้สึกปวดที่ท้องน้อยเป็นระยะ นิศราเป็นเจ้าของร่างกายและหัวใจที่บอบช้ำเธอจึงรู้ดีว่ากำลังจะหมดแรง
หญิงสาวเดินต่อได้อีกไม่กี่ก้าวก็ก้าวขาต่อไปไม่ออก เมื่อเชือกตึงร่างบางจึงล้มลงบนผืนทรายที่ร้อนจัด ก่อนจะถูกอูฐลากไปอย่างน่าเวทนา
"ร้อนเหลือเกิน...ฮึก...ทรมานเหลือเกิน......"
เธอพร่ำเพ้อเพราะความทรมานอย่างแสนสาหัส ภาพรางเลือนที่เธอพยายามเพ่งมอง คือแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เธอรักสุดหัวใจ เขา...ผู้ที่เคยเป็นสามี และเวลานี้ก็กำลังจะกลายเป็นมัจจุราชคร่าชีวิตของเธอ
like