
บรรยากาศภายในไนต์คลับสุดหรูในเวลาใกล้เที่ยงคืนดูคึกคักกว่าตอนหัวค่ำเพราะนักดื่มทั้งหลายมีปริมาณดีกรีที่มากขึ้น
“กูถามจริงเถอะไอ้ตรัยทำไมมึงกับเมียตอนนี้ยังเหมือนเดิมอยู่อีกหรอวะ เธอไม่มีอะไรที่พอจะดึงดูดแกให้อยู่ติดบ้านบ้างเลยหรือไง”
นาทีถามเพื่อนรักด้วยความคลางแคลงใจเพราะถึงตรัยคุณจะแต่งงานแล้วแต่ก็ยังทำตัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
“แล้วทำไมมึงถึงคิดว่าเหมือนเดิมวะ แต่งงานมาสามปีกว่ากูอาจจะรักเมียแน่นแฟ้นขึ้นมั่งแล้วก็ได้”
“เฮอะ! มึงอย่ามาตลก! ถ้าเป็นแบบนั้นมึงจะออกมาดื่มเกือบทุกคืนหรอ แถมยังลากกูออกมาด้วยจนแอนจะขอถอนหมั้นกูแล้วเนี่ย!”
“ถอนหมั้นทำไมวะคู่หมั้นมึงนี่งี่เง่าฉิบหาย แค่ออกมาดื่มไม่ได้ไปเอากะใครสักหน่อย!”
“ก็กูแทบไม่มีเวลาให้เขาเลย กลางวันก็งานกลางคืนก็มึงเนี่ย! แหม...มาว่าแฟนกูงี่เง่าผู้หญิงที่ไหนเขาก็เป็นแบบนี้ปะวะ เห็นจะมีก็แต่เมียมึงนั่นแหละที่ไม่ตามหึงตามหวง ถ้าไม่ใช่เพราะมีความอดทนสูง ก็คงจะเป็นเพราะเขาไม่ไยดีมึง แต่กูว่าอย่างหลังมากกว่าคนถูกคลุมถุงชนอยู่กันมานานขนาดนี้กูก็ทึ่งละ”
“มึงพูดเรื่องอื่นเหอะ พูดถึงเรื่องนี้แล้วกูหงุดหงิดว่ะ”
“หึ หึ หึ”
ในขณะที่ตรัยคุณกำลังดื่มอย่างสนุกสนานพริมรดาก็กำลังนั่งปาดน้ำตามองลูกชายที่นอนซมอยู่บนเตียงด้วยความสงสาร
เธอแต่งงานกับตรัยคุณมากว่าสามปีแล้วซึ่งเป็นสามปีที่เธอรู้สึกอ้างว้างมากที่สุด เธอมีสามีแต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยว ในใจเหน็บหนาวเพราะไม่เคยได้สัมผัสความอบอุ่นใดๆ ในสายตาของเขาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ยังคงมองเธอเช่นเดิม นั่นคือเฉยเมยไร้ความรักใคร่หรือเกลียดชัง ทำราวกับคนแปลกหน้า พริมรดาจึงไม่ค่อยได้สบตาสามีบ่อยนักเพราะเห็นแล้วทำให้ใจเจ็บทุกครั้งไป
“อือ...”
เสียงครางเบาๆของลูกบีบหัวใจคนเป็นแม่จนต้องปาดน้ำตาทิ้งอีกระลอก มือบางวางทาบแก้มที่มีไอร้อนจากพิษไข้เบาๆ
“ปูว่าพาน้องตุลย์ไปโรงพยาบาลดีกว่ามั้ยคะ”
“เมื่อบ่ายเพิ่งไปมาเอง พริมว่าเรารออีกสักหน่อยเถอะพี่ปู เพิ่งกินยาไปอีกเดี๋ยวไข้คงลด”
“คุณพริมกลัวจะถูกคุณผู้หญิงต่อว่าเหรอคะ”
พริมรดาอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งๆที่ส่วนหนึ่งคือความจริง
“พริมว่าอีกเดี๋ยวไข้คงลด ถ้าไม่ลดพริมจะให้พี่ปูไปตามลุงชม”
“ได้ค่ะ”
พริมรดาหันมองลูกชายส่วนมืออีกข้างก็ลูบวนที่หน้าท้องนูนอย่างทะนุถนอม นึกถึงเรื่องราวก่อนที่เธอและเขาจะแต่งงานกัน
พื้นเพเธอเป็นคนจังหวัดจันทบุรีพ่อแม่ประกอบอาชีพชาวสวนผลไม้ซึ่งหลักๆคือลำไยและทุเรียน พ่อของเธอและพ่อของตรัยคุณเป็นเพื่อนรักที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเด็ก พอโตขึ้นก็อยากจะให้สองครอบครัวเกี่ยวดองด้วยการให้ลูกๆแต่งงานกัน
ถึงแม้ตรัยคุณจะไม่ได้แสดงความรังเกียจหรือต่อต้านแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยินดีรับเธอเป็นภรรยา วันแรกเขามองเธอยังไงวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง อีกความหนักใจของพริมรดาก็คือแม่สามีที่ดูเหมือนจะรังเกียจลูกสะใภ้ด้วยหลายสาเหตุ ทำให้ชีวิตของพริมรดาในคฤหาสน์ปิติภิรมย์หลังนี้ไม่ราบรื่นเท่าไหร่นัก
“คุณพริมจะไม่โทรบอกคุณตรัยหน่อยเหรอคะว่าน้องตุลย์ไม่สบาย”
“พี่ปูคิดว่าควรบอกเหรอ”
หญิงสาวย้อนถามเสียงเศร้าเพราะครั้งหนึ่งเธอเคยตื่นตกใจที่ลูกเป็นไข้ตัวร้อนจัดจนทำอะไรไม่ถูก เธอเลือกที่จะโทรบอกพ่อของลูกเป็นคนแรกแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือถ้อยคำตำหนิและบั่นทอนว่าเธอเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง ทำให้พริมรดารู้ได้โดยไม่ต้องบอกว่าเธอจะต้องผ่านทุกปัญหาไปได้ด้วยตัวเอง
“เฮ้อ...แบบนี้อยู่ลำพังกับลูกไม่ดีกว่าเหรอคะ”
พริมรดายิ้มเศร้าพร้อมน้ำตาที่รื้นขึ้นเพราะถูกจี้ใจดำ
“อยู่แบบนี้ดีแล้วค่ะ อย่างน้อยๆน้องตุลย์ก็มีพ่อ”
ความจริงแล้วที่เธออดและทนมาจากหลายสาเหตุ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถพูดกับใครได้เลยแม้แต่คนที่ไว้ใจที่สุดอย่างพ่อแม่
“คุณพริมไปนอนเถอะค่ะ ท้องแก่แล้วร่างกายจะอ่อนแอ ถ้าอดนอนอาจจะติดไข้ง่าย”
“เดี๋ยวให้น้องตุลย์ไข้ลดก่อนพริมถึงไปค่ะ”
พริมรดาบอกอย่างนั้นด้วยรู้ดีว่าถึงนอนก็คงหลับไม่ลงเพราะห่วงลูก ซึ่งปูก็เข้าใจดีว่าลูกเป็นยิ่งกว่าดวงใจของผู้หญิงที่แสนจะอาภัพคนนี้
เสียงโยนข้าวของดังมาจากห้องข้างๆทำให้พริมรดาที่เผลอหลับไปกับลูกสะดุ้งตื่น เธอรู้ว่าเสียงนั้นเกิดจากความตั้งใจของสามี ทุกครั้งที่เขากลับมาไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนหากเธอไม่ได้อยู่ที่ห้องเขาก็จะทำเช่นนี้ เพื่อทำให้เธอรู้ว่าเขากลับมาแล้วและเธอต้องรีบไปหา
“คุณตรัยมาแล้วค่ะ”
หญิงสาวพยักหน้าแล้วยื่นมือไปอังหน้าผากลูกชายเพื่อวัดอุณหภูมิอีกครั้ง เมื่อพบว่าไข้ลดลงมากก็คลี่ยิ้มบางๆด้วยความโล่งใจ
“ตัวเย็นแล้ว ฝากน้องตุลย์ด้วยนะคะพี่ปู”
“ไปเถอะค่ะไม่ต้องห่วงทางนี้”
“ขอบคุณค่ะ”
พริมรดาค่อยๆประคองร่างอุ้ยอ้ายลุกไปยังประตูห้องที่เชื่อมติดกันเพื่อดูแลสามี
“พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะพริมไม่ได้ยินเสียงเลย”
“ไปผสมน้ำอุ่นไปพี่เหนียวตัว”
“ค่ะๆ พี่รอสักครู่นะคะ”
หญิงสาวรีบพาร่างอุ้ยอ้ายเดินเข้าห้องน้ำเพื่อผสมน้ำอุ่นให้สามีแช่ตัวอย่างที่เขาชอบ โดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังถูกเขามองตามด้วยความหงุดหงิด เดี๋ยวนี้เขาดื่มทุกวันและกลับดึกดื่นทุกคืนก็เพราะภรรยาที่ท้องแก่ไม่สามารถทำหน้าที่บนเตียงได้ ตรัยคุณที่มีความต้องการเต็มเปี่ยมจึงต้องพาตัวเองออกไปอยู่ให้ห่างเพื่อลดความงุ่นง่านลง
“เรียบร้อยแล้วนะคะ”
“ดึกป่านนี้ทำไมถึงยังอยู่ห้องโน้น”
“น้องตุลย์ไม่สบายค่ะพี่ตรัยพริมเลยอยู่ดูลูก”
ชายหนุ่มชะงักนิดหนึ่งแต่ครู่เดียวก็กลับเป็นปกติ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สร้างความรู้สึกหดหู่ให้พริมรดาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หากตรัยคุณเอ่ยถามถึงลูกสักคำเธอคงไม่รู้สึกเช่นนี้ แต่เขาไม่ถามซ้ำยังเฉยเมยไม่ทุกข์ร้อนจนเธอนึกเวทนาลูก
หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆข่มน้ำตาให้ไหลย้อนกลับก่อนจะย่อตัวลงเก็บทั้งเสื้อผ้าและถุงเท้าที่กระจายอยู่บนพื้น ในสายตาของตรัยคุณเธอไม่ใช่เมีย แต่เป็นเพียงคนรับใช้ส่วนตัวที่สามารถทำได้ทุกอย่างตามที่เขาต้องการ ซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรือถนอมความรู้สึก เพราะต่อให้เขาทำยังไงเธอก็ต้องอดทน
“เธอควรชินได้แล้วพริม”
เธอกระซิบบอกตัว

