bc

แค่เมียแต่ง

book_age18+
1.1K
ติดตาม
5.7K
อ่าน
แต่งงานตามสัญญา
ผู้สืบทอด
ดราม่า
like
intro-logo
คำนิยม

บรรยากาศภายในไนต์คลับสุดหรูในเวลาใกล้เที่ยงคืนดูคึกคักกว่าตอนหัวค่ำเพราะนักดื่มทั้งหลายมีปริมาณดีกรีที่มากขึ้น

“กูถามจริงเถอะไอ้ตรัยทำไมมึงกับเมียตอนนี้ยังเหมือนเดิมอยู่อีกหรอวะ เธอไม่มีอะไรที่พอจะดึงดูดแกให้อยู่ติดบ้านบ้างเลยหรือไง”

นาทีถามเพื่อนรักด้วยความคลางแคลงใจเพราะถึงตรัยคุณจะแต่งงานแล้วแต่ก็ยังทำตัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

“แล้วทำไมมึงถึงคิดว่าเหมือนเดิมวะ แต่งงานมาสามปีกว่ากูอาจจะรักเมียแน่นแฟ้นขึ้นมั่งแล้วก็ได้”

“เฮอะ! มึงอย่ามาตลก! ถ้าเป็นแบบนั้นมึงจะออกมาดื่มเกือบทุกคืนหรอ แถมยังลากกูออกมาด้วยจนแอนจะขอถอนหมั้นกูแล้วเนี่ย!”

“ถอนหมั้นทำไมวะคู่หมั้นมึงนี่งี่เง่าฉิบหาย แค่ออกมาดื่มไม่ได้ไปเอากะใครสักหน่อย!”

“ก็กูแทบไม่มีเวลาให้เขาเลย กลางวันก็งานกลางคืนก็มึงเนี่ย! แหม...มาว่าแฟนกูงี่เง่าผู้หญิงที่ไหนเขาก็เป็นแบบนี้ปะวะ เห็นจะมีก็แต่เมียมึงนั่นแหละที่ไม่ตามหึงตามหวง ถ้าไม่ใช่เพราะมีความอดทนสูง ก็คงจะเป็นเพราะเขาไม่ไยดีมึง แต่กูว่าอย่างหลังมากกว่าคนถูกคลุมถุงชนอยู่กันมานานขนาดนี้กูก็ทึ่งละ”

“มึงพูดเรื่องอื่นเหอะ พูดถึงเรื่องนี้แล้วกูหงุดหงิดว่ะ”

“หึ หึ หึ”

ในขณะที่ตรัยคุณกำลังดื่มอย่างสนุกสนานพริมรดาก็กำลังนั่งปาดน้ำตามองลูกชายที่นอนซมอยู่บนเตียงด้วยความสงสาร

เธอแต่งงานกับตรัยคุณมากว่าสามปีแล้วซึ่งเป็นสามปีที่เธอรู้สึกอ้างว้างมากที่สุด เธอมีสามีแต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยว ในใจเหน็บหนาวเพราะไม่เคยได้สัมผัสความอบอุ่นใดๆ ในสายตาของเขาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ยังคงมองเธอเช่นเดิม นั่นคือเฉยเมยไร้ความรักใคร่หรือเกลียดชัง ทำราวกับคนแปลกหน้า พริมรดาจึงไม่ค่อยได้สบตาสามีบ่อยนักเพราะเห็นแล้วทำให้ใจเจ็บทุกครั้งไป

“อือ...”

เสียงครางเบาๆของลูกบีบหัวใจคนเป็นแม่จนต้องปาดน้ำตาทิ้งอีกระลอก มือบางวางทาบแก้มที่มีไอร้อนจากพิษไข้เบาๆ

“ปูว่าพาน้องตุลย์ไปโรงพยาบาลดีกว่ามั้ยคะ”

“เมื่อบ่ายเพิ่งไปมาเอง พริมว่าเรารออีกสักหน่อยเถอะพี่ปู เพิ่งกินยาไปอีกเดี๋ยวไข้คงลด”

“คุณพริมกลัวจะถูกคุณผู้หญิงต่อว่าเหรอคะ”

พริมรดาอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งๆที่ส่วนหนึ่งคือความจริง

“พริมว่าอีกเดี๋ยวไข้คงลด ถ้าไม่ลดพริมจะให้พี่ปูไปตามลุงชม”

“ได้ค่ะ”

พริมรดาหันมองลูกชายส่วนมืออีกข้างก็ลูบวนที่หน้าท้องนูนอย่างทะนุถนอม นึกถึงเรื่องราวก่อนที่เธอและเขาจะแต่งงานกัน

พื้นเพเธอเป็นคนจังหวัดจันทบุรีพ่อแม่ประกอบอาชีพชาวสวนผลไม้ซึ่งหลักๆคือลำไยและทุเรียน พ่อของเธอและพ่อของตรัยคุณเป็นเพื่อนรักที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเด็ก พอโตขึ้นก็อยากจะให้สองครอบครัวเกี่ยวดองด้วยการให้ลูกๆแต่งงานกัน

ถึงแม้ตรัยคุณจะไม่ได้แสดงความรังเกียจหรือต่อต้านแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยินดีรับเธอเป็นภรรยา วันแรกเขามองเธอยังไงวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง อีกความหนักใจของพริมรดาก็คือแม่สามีที่ดูเหมือนจะรังเกียจลูกสะใภ้ด้วยหลายสาเหตุ ทำให้ชีวิตของพริมรดาในคฤหาสน์ปิติภิรมย์หลังนี้ไม่ราบรื่นเท่าไหร่นัก

“คุณพริมจะไม่โทรบอกคุณตรัยหน่อยเหรอคะว่าน้องตุลย์ไม่สบาย”

“พี่ปูคิดว่าควรบอกเหรอ”

หญิงสาวย้อนถามเสียงเศร้าเพราะครั้งหนึ่งเธอเคยตื่นตกใจที่ลูกเป็นไข้ตัวร้อนจัดจนทำอะไรไม่ถูก เธอเลือกที่จะโทรบอกพ่อของลูกเป็นคนแรกแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือถ้อยคำตำหนิและบั่นทอนว่าเธอเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง ทำให้พริมรดารู้ได้โดยไม่ต้องบอกว่าเธอจะต้องผ่านทุกปัญหาไปได้ด้วยตัวเอง

“เฮ้อ...แบบนี้อยู่ลำพังกับลูกไม่ดีกว่าเหรอคะ”

พริมรดายิ้มเศร้าพร้อมน้ำตาที่รื้นขึ้นเพราะถูกจี้ใจดำ

“อยู่แบบนี้ดีแล้วค่ะ อย่างน้อยๆน้องตุลย์ก็มีพ่อ”

ความจริงแล้วที่เธออดและทนมาจากหลายสาเหตุ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถพูดกับใครได้เลยแม้แต่คนที่ไว้ใจที่สุดอย่างพ่อแม่

“คุณพริมไปนอนเถอะค่ะ ท้องแก่แล้วร่างกายจะอ่อนแอ ถ้าอดนอนอาจจะติดไข้ง่าย”

“เดี๋ยวให้น้องตุลย์ไข้ลดก่อนพริมถึงไปค่ะ”

พริมรดาบอกอย่างนั้นด้วยรู้ดีว่าถึงนอนก็คงหลับไม่ลงเพราะห่วงลูก ซึ่งปูก็เข้าใจดีว่าลูกเป็นยิ่งกว่าดวงใจของผู้หญิงที่แสนจะอาภัพคนนี้

เสียงโยนข้าวของดังมาจากห้องข้างๆทำให้พริมรดาที่เผลอหลับไปกับลูกสะดุ้งตื่น เธอรู้ว่าเสียงนั้นเกิดจากความตั้งใจของสามี ทุกครั้งที่เขากลับมาไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนหากเธอไม่ได้อยู่ที่ห้องเขาก็จะทำเช่นนี้ เพื่อทำให้เธอรู้ว่าเขากลับมาแล้วและเธอต้องรีบไปหา

“คุณตรัยมาแล้วค่ะ”

หญิงสาวพยักหน้าแล้วยื่นมือไปอังหน้าผากลูกชายเพื่อวัดอุณหภูมิอีกครั้ง เมื่อพบว่าไข้ลดลงมากก็คลี่ยิ้มบางๆด้วยความโล่งใจ

“ตัวเย็นแล้ว ฝากน้องตุลย์ด้วยนะคะพี่ปู”

“ไปเถอะค่ะไม่ต้องห่วงทางนี้”

“ขอบคุณค่ะ”

พริมรดาค่อยๆประคองร่างอุ้ยอ้ายลุกไปยังประตูห้องที่เชื่อมติดกันเพื่อดูแลสามี

“พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะพริมไม่ได้ยินเสียงเลย”

“ไปผสมน้ำอุ่นไปพี่เหนียวตัว”

“ค่ะๆ พี่รอสักครู่นะคะ”

หญิงสาวรีบพาร่างอุ้ยอ้ายเดินเข้าห้องน้ำเพื่อผสมน้ำอุ่นให้สามีแช่ตัวอย่างที่เขาชอบ โดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังถูกเขามองตามด้วยความหงุดหงิด เดี๋ยวนี้เขาดื่มทุกวันและกลับดึกดื่นทุกคืนก็เพราะภรรยาที่ท้องแก่ไม่สามารถทำหน้าที่บนเตียงได้ ตรัยคุณที่มีความต้องการเต็มเปี่ยมจึงต้องพาตัวเองออกไปอยู่ให้ห่างเพื่อลดความงุ่นง่านลง

“เรียบร้อยแล้วนะคะ”

“ดึกป่านนี้ทำไมถึงยังอยู่ห้องโน้น”

“น้องตุลย์ไม่สบายค่ะพี่ตรัยพริมเลยอยู่ดูลูก”

ชายหนุ่มชะงักนิดหนึ่งแต่ครู่เดียวก็กลับเป็นปกติ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สร้างความรู้สึกหดหู่ให้พริมรดาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หากตรัยคุณเอ่ยถามถึงลูกสักคำเธอคงไม่รู้สึกเช่นนี้ แต่เขาไม่ถามซ้ำยังเฉยเมยไม่ทุกข์ร้อนจนเธอนึกเวทนาลูก

หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆข่มน้ำตาให้ไหลย้อนกลับก่อนจะย่อตัวลงเก็บทั้งเสื้อผ้าและถุงเท้าที่กระจายอยู่บนพื้น ในสายตาของตรัยคุณเธอไม่ใช่เมีย แต่เป็นเพียงคนรับใช้ส่วนตัวที่สามารถทำได้ทุกอย่างตามที่เขาต้องการ ซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรือถนอมความรู้สึก เพราะต่อให้เขาทำยังไงเธอก็ต้องอดทน

“เธอควรชินได้แล้วพริม”

เธอกระซิบบอกตัว

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่1
บรรยากาศภายในไนต์คลับสุดหรูในเวลาใกล้เที่ยงคืนดูคึกคักกว่าตอนหัวค่ำเพราะนักดื่มทั้งหลายมีปริมาณดีกรีที่มากขึ้น “กูถามจริงเถอะไอ้ตรัยทำไมมึงกับเมียตอนนี้ยังเหมือนเดิมอยู่อีกหรอวะ เธอไม่มีอะไรที่พอจะดึงดูดแกให้อยู่ติดบ้านบ้างเลยหรือไง” นาทีถามเพื่อนรักด้วยความคลางแคลงใจเพราะถึงตรัยคุณจะแต่งงานแล้วแต่ก็ยังทำตัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง “แล้วทำไมมึงถึงคิดว่าเหมือนเดิมวะ แต่งงานมาสามปีกว่ากูอาจจะรักเมียแน่นแฟ้นขึ้นมั่งแล้วก็ได้” “เฮอะ! มึงอย่ามาตลก! ถ้าเป็นแบบนั้นมึงจะออกมาดื่มเกือบทุกคืนหรอ แถมยังลากกูออกมาด้วยจนแอนจะขอถอนหมั้นกูแล้วเนี่ย!” “ถอนหมั้นทำไมวะคู่หมั้นมึงนี่งี่เง่าฉิบหาย แค่ออกมาดื่มไม่ได้ไปเอากะใครสักหน่อย!” “ก็กูแทบไม่มีเวลาให้เขาเลย กลางวันก็งานกลางคืนก็มึงเนี่ย! แหม...มาว่าแฟนกูงี่เง่าผู้หญิงที่ไหนเขาก็เป็นแบบนี้ปะวะ เห็นจะมีก็แต่เมียมึงนั่นแหละที่ไม่ตามหึงตามหวง ถ้าไม่ใช่เพราะมีความอดทนสูง ก็คงจะเป็นเพราะเขาไม่ไยดีมึง แต่กูว่าอย่างหลังมากกว่าคนถูกคลุมถุงชนอยู่กันมานานขนาดนี้กูก็ทึ่งละ” “มึงพูดเรื่องอื่นเหอะ พูดถึงเรื่องนี้แล้วกูหงุดหงิดว่ะ” “หึ หึ หึ” ในขณะที่ตรัยคุณกำลังดื่มอย่างสนุกสนานพริมรดาก็กำลังนั่งปาดน้ำตามองลูกชายที่นอนซมอยู่บนเตียงด้วยความสงสาร เธอแต่งงานกับตรัยคุณมากว่าสามปีแล้วซึ่งเป็นสามปีที่เธอรู้สึกอ้างว้างมากที่สุด เธอมีสามีแต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยว ในใจเหน็บหนาวเพราะไม่เคยได้สัมผัสความอบอุ่นใดๆ ในสายตาของเขาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ยังคงมองเธอเช่นเดิม นั่นคือเฉยเมยไร้ความรักใคร่หรือเกลียดชัง ทำราวกับคนแปลกหน้า พริมรดาจึงไม่ค่อยได้สบตาสามีบ่อยนักเพราะเห็นแล้วทำให้ใจเจ็บทุกครั้งไป “อือ...” เสียงครางเบาๆของลูกบีบหัวใจคนเป็นแม่จนต้องปาดน้ำตาทิ้งอีกระลอก มือบางวางทาบแก้มที่มีไอร้อนจากพิษไข้เบาๆ “ปูว่าพาน้องตุลย์ไปโรงพยาบาลดีกว่ามั้ยคะ” “เมื่อบ่ายเพิ่งไปมาเอง พริมว่าเรารออีกสักหน่อยเถอะพี่ปู เพิ่งกินยาไปอีกเดี๋ยวไข้คงลด” “คุณพริมกลัวจะถูกคุณผู้หญิงต่อว่าเหรอคะ” พริมรดาอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งๆที่ส่วนหนึ่งคือความจริง “พริมว่าอีกเดี๋ยวไข้คงลด ถ้าไม่ลดพริมจะให้พี่ปูไปตามลุงชม” “ได้ค่ะ” พริมรดาหันมองลูกชายส่วนมืออีกข้างก็ลูบวนที่หน้าท้องนูนอย่างทะนุถนอม นึกถึงเรื่องราวก่อนที่เธอและเขาจะแต่งงานกัน พื้นเพเธอเป็นคนจังหวัดจันทบุรีพ่อแม่ประกอบอาชีพชาวสวนผลไม้ซึ่งหลักๆคือลำไยและทุเรียน พ่อของเธอและพ่อของตรัยคุณเป็นเพื่อนรักที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเด็ก พอโตขึ้นก็อยากจะให้สองครอบครัวเกี่ยวดองด้วยการให้ลูกๆแต่งงานกัน ถึงแม้ตรัยคุณจะไม่ได้แสดงความรังเกียจหรือต่อต้านแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยินดีรับเธอเป็นภรรยา วันแรกเขามองเธอยังไงวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง อีกความหนักใจของพริมรดาก็คือแม่สามีที่ดูเหมือนจะรังเกียจลูกสะใภ้ด้วยหลายสาเหตุ ทำให้ชีวิตของพริมรดาในคฤหาสน์ปิติภิรมย์หลังนี้ไม่ราบรื่นเท่าไหร่นัก “คุณพริมจะไม่โทรบอกคุณตรัยหน่อยเหรอคะว่าน้องตุลย์ไม่สบาย” “พี่ปูคิดว่าควรบอกเหรอ” หญิงสาวย้อนถามเสียงเศร้าเพราะครั้งหนึ่งเธอเคยตื่นตกใจที่ลูกเป็นไข้ตัวร้อนจัดจนทำอะไรไม่ถูก เธอเลือกที่จะโทรบอกพ่อของลูกเป็นคนแรกแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือถ้อยคำตำหนิและบั่นทอนว่าเธอเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง ทำให้พริมรดารู้ได้โดยไม่ต้องบอกว่าเธอจะต้องผ่านทุกปัญหาไปได้ด้วยตัวเอง “เฮ้อ...แบบนี้อยู่ลำพังกับลูกไม่ดีกว่าเหรอคะ” พริมรดายิ้มเศร้าพร้อมน้ำตาที่รื้นขึ้นเพราะถูกจี้ใจดำ “อยู่แบบนี้ดีแล้วค่ะ อย่างน้อยๆน้องตุลย์ก็มีพ่อ” ความจริงแล้วที่เธออดและทนมาจากหลายสาเหตุ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถพูดกับใครได้เลยแม้แต่คนที่ไว้ใจที่สุดอย่างพ่อแม่ “คุณพริมไปนอนเถอะค่ะ ท้องแก่แล้วร่างกายจะอ่อนแอ ถ้าอดนอนอาจจะติดไข้ง่าย” “เดี๋ยวให้น้องตุลย์ไข้ลดก่อนพริมถึงไปค่ะ” พริมรดาบอกอย่างนั้นด้วยรู้ดีว่าถึงนอนก็คงหลับไม่ลงเพราะห่วงลูก ซึ่งปูก็เข้าใจดีว่าลูกเป็นยิ่งกว่าดวงใจของผู้หญิงที่แสนจะอาภัพคนนี้ เสียงโยนข้าวของดังมาจากห้องข้างๆทำให้พริมรดาที่เผลอหลับไปกับลูกสะดุ้งตื่น เธอรู้ว่าเสียงนั้นเกิดจากความตั้งใจของสามี ทุกครั้งที่เขากลับมาไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนหากเธอไม่ได้อยู่ที่ห้องเขาก็จะทำเช่นนี้ เพื่อทำให้เธอรู้ว่าเขากลับมาแล้วและเธอต้องรีบไปหา “คุณตรัยมาแล้วค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าแล้วยื่นมือไปอังหน้าผากลูกชายเพื่อวัดอุณหภูมิอีกครั้ง เมื่อพบว่าไข้ลดลงมากก็คลี่ยิ้มบางๆด้วยความโล่งใจ “ตัวเย็นแล้ว ฝากน้องตุลย์ด้วยนะคะพี่ปู” “ไปเถอะค่ะไม่ต้องห่วงทางนี้” “ขอบคุณค่ะ” พริมรดาค่อยๆประคองร่างอุ้ยอ้ายลุกไปยังประตูห้องที่เชื่อมติดกันเพื่อดูแลสามี “พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะพริมไม่ได้ยินเสียงเลย” “ไปผสมน้ำอุ่นไปพี่เหนียวตัว” “ค่ะๆ พี่รอสักครู่นะคะ” หญิงสาวรีบพาร่างอุ้ยอ้ายเดินเข้าห้องน้ำเพื่อผสมน้ำอุ่นให้สามีแช่ตัวอย่างที่เขาชอบ โดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังถูกเขามองตามด้วยความหงุดหงิด เดี๋ยวนี้เขาดื่มทุกวันและกลับดึกดื่นทุกคืนก็เพราะภรรยาที่ท้องแก่ไม่สามารถทำหน้าที่บนเตียงได้ ตรัยคุณที่มีความต้องการเต็มเปี่ยมจึงต้องพาตัวเองออกไปอยู่ให้ห่างเพื่อลดความงุ่นง่านลง “เรียบร้อยแล้วนะคะ” “ดึกป่านนี้ทำไมถึงยังอยู่ห้องโน้น” “น้องตุลย์ไม่สบายค่ะพี่ตรัยพริมเลยอยู่ดูลูก” ชายหนุ่มชะงักนิดหนึ่งแต่ครู่เดียวก็กลับเป็นปกติ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สร้างความรู้สึกหดหู่ให้พริมรดาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หากตรัยคุณเอ่ยถามถึงลูกสักคำเธอคงไม่รู้สึกเช่นนี้ แต่เขาไม่ถามซ้ำยังเฉยเมยไม่ทุกข์ร้อนจนเธอนึกเวทนาลูก หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆข่มน้ำตาให้ไหลย้อนกลับก่อนจะย่อตัวลงเก็บทั้งเสื้อผ้าและถุงเท้าที่กระจายอยู่บนพื้น ในสายตาของตรัยคุณเธอไม่ใช่เมีย แต่เป็นเพียงคนรับใช้ส่วนตัวที่สามารถทำได้ทุกอย่างตามที่เขาต้องการ ซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรือถนอมความรู้สึก เพราะต่อให้เขาทำยังไงเธอก็ต้องอดทน “เธอควรชินได้แล้วพริม” เธอกระซิบบอกตัวเองเบาๆในขณะที่กำลังแขวนชุดนอนไว้รอสามี หลังจากนั้นก็เดินออกไปนั่งรอที่เตียงเพราะมีเรื่องอยากพูดกับเขา ใช้เวลานานพอสมควรกว่าตรัยคุณจะกลับเข้ามาที่ห้องนอน เขาสวมเพียงกางเกงนอนขายาวโดยไม่สนใจเสื้อเข้าชุดที่เธอเตรียมไว้ ซึ่งมันเป็นอย่างนี้ทุกคืนแต่เธอก็ยังเตรียมให้เขา “พี่ตรัยคะ...” “อืม...” “พรุ่งนี้พริมมีนัดตรวจครรภ์กับคุณหมอ พริมอยา...” “พี่ไม่ว่าง” เขาตอบปฏิเสธทั้งๆที่เธอยังพูดไม่ทันจบประโยคเลยด้วยซ้ำ สร้างความน้อยใจให้กับหญิงสาวจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “เปล่าค่ะ พริมไม่ได้จะให้พี่ไปแค่จะขอติดรถไปด้วยเพราะยังไงพี่ก็ต้องผ่านโรงพยาบาล” “ปกติก็ให้ลุงชมไปส่งนี่” “พรุ่งนี้ลุงชมไปวัดกับคุณแม่แต่เช้าค่ะ...ถ้าพี่ตรัยไม่สะดวก...” “ไปด้วยกันก็ได้ มีธุระแค่นี้ใช่มั้ย” ท่าทางที่รับปากเหมือนเสียมิได้ของสามีทำเอาพริมรดาเจ็บร้าวไปทั้งลำคอ แต่สิ่งที่เธอทำได้ก็คือนิ่งเงียบและอดทนเท่านั้น ตลอดเวลากว่าสามปีที่อยู่ร่วมกันในฐานะสามีภรรยาสิ่งที่เธอได้รับจากเขาคือความเย็นชา ซึ่งพริมรดาหวังมาตลอดว่าวันหนึ่งมันอาจดีขึ้นจนแม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังหวัง ทั้งๆที่มันดูเลือนลางก็ตามที ดวงตาแดงก่ำนอนมองแผ่นหลังของสามีผ่านม่านน้ำตา แล้วหวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเย็นชาใส่เธอมาจนถึงทุกวันนี้ 3 ปีก่อน... “พ่อพี่จะให้พี่แต่งงานกับเรา” เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงและสีหน้าราบเรียบราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศในขณะที่พริมรดาแก้มแดงเพราะความเขินอาย “ค่ะ พ่อพริมบอกพริมแล้ว” “เราว่าไง...ขัดข้องหรือเปล่า ถ้าคบหากับใครหรือชอบพอกับใคร ก็ควรบอกผู้ใหญ่ไปตามตรงนะ” “ไม่ค่ะ พริมไม่มีใคร แล้วพี่ตรัยละคะ...” เธอตั้งคำถามทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าตรัยคุณเพิ่งเลิกรากับแฟนสาวดีกรีนางแบบชื่อดังที่คบหากันมานาน “พี่ไม่ได้ปฏิเสธเพราะพี่ไม่ได้มีใคร” “ค่ะ...” “ที่พี่ถามเราตรงๆเพราะจะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง” “ไม่มีแน่นอนค่ะ” พริมรดารีบยืนยันเพราะกลัวว่าตรัยคุณจะไม่ตกลงตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ เธอรู้จักเขามาตั้งแต่จำความได้และแอบรักตรัยคุณมาตั้งแต่เริ่มเป็นสาว รักทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่เคยมองเธอเป็นอย่างอื่นนอกจากคนรู้จัก ใช่...คนรู้จัก เขาให้เธอเป็นได้แค่นั้นตรัยคุณไม่หยิบยื่นแม้กระทั่งความเป็นพี่น้องให้กับเธอ ถึงแม้บิดาของเขาจะพยายามทำให้เขาสนใจเอ็นดูเธอก็ตาม “ก็ดี...” พริมรดาก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มยินดีเอาไว้เพราะกลัวว่ามันจะออกนอกหน้าเกินไป ทั้งๆที่ความเป็นจริงเธออยากจะตะโกนออกมาดังๆว่าเธอกำลังจะได้เป็นเจ้าสาวของตรัยคุณผู้ชายที่เธอแอบหลงรักมานานนับสิบปี แต่ความปลื้มปริ่มยินดีอยู่กับเธอได้ไม่นาน เพราะหลังจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเรียบร้อย ตรัยคุณกลับมาขอให้เธอบอกกับทุกคนว่าขอยกเลิกงานแต่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่าแฟนสาวที่เลิกราไปหยิบยื่นโอกาสให้เขาได้แก้ตัว “นะพริม...ทำเพื่อพี่ได้มั้ย” คนฟังกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก เพราะคำขอร้องจากเขาเป็นสิ่งที่เธอไม่อาจให้ได้ “มันจะเป็นไปได้ยังไงคะพี่ตรัย งานแต่งของเราอาทิตย์หน้าแล้วนะคะ” เธอเอ่ยค้านเสียงเบาหวิวจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ หัวใจสั่นระรัวอยากจะร้องไห้ออกมาเต็มที “พี่รู้พริม...พี่รู้ พี่ถึงต้องให้พริมเป็นฝ่ายไปบอกทุกคนว่ายกเลิกไง เพราะถ้าพี่เป็นฝ่ายยกเลิกพริมก็จะเสียหน้า และพ่อพี่ก็คงไม่ยอมง่ายๆ” “แล้วทำไมพี่ตรัยถึงไม่ปฏิเสธตั้งแต่แรกคะ” “ก็ตอนนั้นพี่คิดไม่ถึงว่ากิ่งเขาจะให้โอกาสพี่ เขาบอกกับพี่ว่าพอรู้ข่าวว่าพี่จะแต่งเขาก็รู้ใจตัวเองว่าไม่อยากเสียพี่ไป เลยจะให้โอกาสพี่ได้แก้ตัวอีกครั้งนึง” “พี่ก็เลยจะมายกเลิกงานแต่งเพื่อกลับไปเป็นแฟนที่ดีของเขางั้นเหรอคะ” วูบหนึ่งเธอเห็นความละอายใจที่ฉายอยู่ในดวงตาของเขา แต่มันก็แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น “มันอาจจะฟังดูเห็นแก่ตัวนะ แต่พี่อยากจะให้พริมทำเพื่อตัวพริมเองด้วย คนเราไม่รักกันถ้าแต่งงานกันไปคงหาความสุขได้ยาก” ตอนนั้นความเจ็บปวดมันจุกอยู่ในอกจนเธอพูดอะไรไม่ออก หัวใจแหลกละเอียดเหมือนถูกเขาเหยียบซ้ำแล้วซ้ำอีก “ขอโทษนะคะพี่ตรัยแต่พริมคงทำให้พี่ไม่ได้ ถ้าพี่อยากยกเลิกงานแต่งพี่ก็บอกกับคุณลุงเองเถอะค่ะ” “ทำไมล่ะพริม พริมเองก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับพี่นักหรอกพี่รู้ พริมไม่ได้รักพี่ทำไมพริมไม่ปฏิ...” “พริมไม่ยกเลิกเพราะพริมรักพี่ค่ะ!” เธอพูดแทรกตั้งแต่เขายังพูดไม่จบประโยคทำเอาตรัยคุณถึงกับอึ้ง “พริมอยากแต่งงานกับพี่เพราะพริมรักพี่ แต่ถ้าพี่ไม่อยากแต่งพี่ต้องไปบอกคุณลุงแล้วขอยกเลิกเองค่ะ!” การตัดสินใจของเธอในวันนั้นส่งผลให้เธอเป็นภรรยาที่ถูกเมินในวันนี้ ภายนอกเธออาจจะดูมีความสุขและปกติดีทุกอย่าง แต่ใครเลยจะรู้ว่าหัวใจเธอถูกเขาทารุณจนตายซ้ำๆมาแล้วกี่ครั้ง 07:50 น. ช่วงเวลาก่อนแปดโมงในกรุงเทพฯถือเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน การจราจรติดขัดจนถนนทั้งสายแทบจะขยับไม่ได้ส่งผลให้คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยหลายคนหงุดหงิดรวมทั้งตรัยคุณเองก็ด้วย “บ้าเอ้ย! จะติดอะไรกันนักหนาวะ!” ชายหนุ่มบ่นพลางพลิกดูนาฬกาเรือนหรูที่ข้อมือด้วยท่าทางหงุดหงิด “พี่ตรัยรีบเหรอคะ” “พี่มีประชุมเก้าโมงเช้า นี่ถ้าเราออกจากบ้านเร็วกว่านี้สักครึ่งชั่วโมงรถก็คงจะไม่ติด” “พริมต้องป้อนยาลูกเองค่ะเพราะน้องตุลย์งอแงมาก ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้พี่เสียเวลา” “แค่ป้อนยาใช้พี่เลี้ยงก็ได้มั้ง รู้ทั้งรู้ว่ามีธุระสำคัญก็ไม่ควรไปเสียเวลากับเรื่องไร้สาระนี่นา” พริมรดาถึงกับสะอึกเมื่อได้ยินคำว่าไร้สาระจากปากของคนที่ได้ชื่อว่าสามี เธอจะไม่รู้สึกอะไรเลยหากเด็กที่ป่วยไม่ใช่ลูกชายของเขา “เวลาแกป่วยแกไม่ค่อยเอาใครค่ะ ถ้าวันนี้พริมไม่ได้มีนัดกับคุณหมอก็คงไม่ทิ้งลูกมา” “ทำไมต้องขนาดนั้นด้วยล่ะ การที่เราจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลลูกก็เพราะต้องการมีเวลาที่มากขึ้นไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องพูดคำว่าทิ้งเหมือนกับทำความผิดอะไรด้วย” “แม่เลี้ยงกับคนอื่นเลี้ยงมันไม่เหมือนกันนะคะ ลูกต้องการ...” “ก็เพราะคิดแบบนี้ไงน้องตุลย์ถึงงอแงแบบนั้น จะใครเลี้ยงก็โตมาได้ทั้งนั้นแหละ บางทีการที่ไม่มีแม่ตามใจอาจจะทำให้ลูกโตมาแบบเข้มแข็งกว่าเดิมก็ได้” พริมรดาปิดปากเงียบไม่โต้เถียงใดๆอีกเพราะรู้ว่ามันมีแต่จะทำให้ความรู้สึกของเธอถูกบั่นทอน “พี่สายแล้วเธอลงตรงนี้แล้วเดินเข้าไปเองแล้วกัน” “คะ...” “ทำไมต้องทำเป็นตกอกตกใจด้วยโรงพยาบาลก็อยู่แค่นี้” หญิงสาวเบนสายตามองโรงพยาบาลที่อยู่ห่างจากถนนราวสองร้อยเมตรอย่างคาดไม่ถึงว่าเขาจะปล่อยให้เธอเดินเข้าไปจริงๆ “ลงไปสิรถกำลังติดอยู่เดี๋ยวไฟเขียวครั้งหน้าจอดไม่ได้ก็ต้องยูเทิร์นให้เสียเวลาอีก!” “แต่พริมท้องใหญ่แล้วนะคะ พริมน่าจะเดินไม่ไหว” เธอพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ไม่ใช่เพราะอยากเรียกร้องให้สามีเห็นใจ แต่เป็นเพราะเธอรู้ดีว่าร่างกายไม่เอื้ออำนวย “เธอท้องนะไม่ได้พิการจะอะไรนักหนา! ท้องโตแต่ขาก็ยังอยู่ครบทั้งสองข้างทำไมจะเดินไม่ไหวล่ะ รีบลงไปไฟจะเขียวแล้ว...” “…” “เร็วสิ!” ตรัยคุณเร่งเร้าจนพริมรดาทำอะไรไม่ได้นอกจากรีบหอบกระเป๋าใบโตลงจากรถคันหรูทั้งๆที่หัวใจถูกกรีดจนเลือดท่วม ภาพรถที่ขับออกไปพร่าเลือนเพราะน้ำตาที่เอ่อขัง หากเธอตัวคนเดียวก็คงจะเข้าใจได้ว่าเขาเร่งรีบ แต่ตอนนี้ในท้องเธอมีเด็กอีกหนึ่งคน อายุครรภ์เจ็ดเดือนมากพอที่จะทำให้พริมรดากลายเป็นผู้หญิงที่อ่อนแอกว่าเดิม “...ฮึก...” หญิงสาวถอนสะอื้นแล้วใช้มือลูบวนที่หน้าท้องนูนคล้ายกำลังปลอบโยนลูก ก่อนจะก้าวไปยังโรงพยาบาลทั้งๆที่น้ำตายังไม่ยอมหยุดไหล เธอรู้มาตลอดว่าตรัยคุณไม่ไยดีเมียที่ไม่ต้องการอย่างเธอแต่ก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะใจดำได้ถึงเพียงนี้

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.4K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.8K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook