bc

ดวงใจวาดิม

book_age18+
1.0K
ติดตาม
2.5K
อ่าน
วันไนท์สแตนด์
จบสุข
เกรียน
มาเฟีย
หวาน
ชายจีบหญิง
ปิ๊งรักวัยเด็ก
โหดร้าย
like
intro-logo
คำนิยม

เขามองเธอด้วยแววตาเยียบเย็นไร้ซึ่งความรักใคร่อาทรอย่างที่เคยมี ทำเอาเลอาหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ"เธออยากไปที่ไหนก็ไปส่งเธอที่นั่น อยากจะไปหาพี่ชายเธอกานาซก็จะช่วยไปส่งให้ ครั้งนี้ฉันจะถือซะว่าฉันมันโง่เอง แต่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก! แม้แต่เงาของเธอฉันก็ไม่อยากเฉียดใกล้!""วาดิม...""แล้วถ้าจะให้ดีอย่าใช้ปากสกปรกของเธอเรียกชื่อฉันอีก!"เลอาหลุดสะอื้นเพราะไม่อาจเก็บงำความเสียใจเอาไว้ได้ ในตอนแรกที่ตัดสินใจทำแบบนี้เธอรู้อยู่แล้วว่าวาดิมจะต้องโกรธและเกลียดเธอ แต่พอเห็นแววตาชิงชังของเขาหัวใจของเธอมันก็เจ็บจนแทบทนไม่ไหว"ฉัน...""ออกไป!"❌️ กราบเรียนนักอ่านที่เคารพทุกท่าน นิยายเรื่องดวงใจวาดิม เป็นนิยายแนวที่ไรท์ไม่เคยเขียนมาก่อน แต่อยากจะลองเปลี่ยนแนวดูบ้าง หากใครมีคำแนะนำติชมส่งเข้ามาได้ในทุกๆช่องทางนะคะ

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ดวงใจวาดิม1
(กรุงโรม ประเทศอิตาลี) ตึก! ตึก! ตึก! 'เลอา' หรือ ดารกา เงยหน้าขึ้นจากการจัดช่อดอกไม้เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่วิ่งลงบันไดมาอย่างรีบร้อน "พี่! พี่เลอา!" "มีมี่พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าวิ่ง รู้มั้ยเธออาจจะตกลงมาคอหักตายได้นะ!" "ตกบันไดตายก็ดีน่ะสิจะได้เป็นผีเฝ้าบ้าน แฮ่!!" มีมี่เด็กสาวลูกครึ่งไทย-อิตาลี แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกพี่สาวอย่างซุกซน จนเลอาต้องส่ายหน้าน้อยๆอย่างระอากับความแสบของน้อง "มีอะไรถึงต้องรีบขนาดนี้ด้วย" หญิงสาวพูดกับน้องในขณะที่มือหยิบจับดอกไม้อย่างคล่องแคล่ว "ก็ลืมว่าเปิดเรียนต้องทำโมบายไปส่งอาจารย์ เพื่อนส่งข้อความมาถามว่าเสร็จหรือยังเลยนึกขึ้นได้" "แล้ว?" คิ้วเรียวเลิกขึ้นเป็นคำถามเด็กสาวจึงรีบขยับเข้ามากอดแขนพี่อย่างออดอ้อน "พี่ก็ต้องช่วยน้องทำน่ะสิ เพราะพี่คงไม่ปล่อยให้น้องทำเองหรอกใช่มั้ย" "มาๆพี่ช่วยก็ได้ ของอยู่ไหนล่ะ" มีมี่วิ่งปรู๊ดไปหลังบ้านก่อนจะหยิบถุงอุปกรณ์การทำโมบายมายื่นให้พี่สาว "เตรียมไว้ครบยังกล้าลืมอีก" "แฮะๆ ก็คนมันลืมอะ" "ไม่ต้องมายิ้มเลย" "ยิ้มสิ ยิ้มให้พี่สาวสุดที่รัก พี่เลอาคือเจ้าหญิง เอ้ย! ไม่ใช่สิพี่คือนางฟ้าของน้อง เป็นดวงดาวที่ส่องสว่างให้มีมี่คนนี้" ดารดา อิ่มเอม หญิงสาววัยยี่สิบสามปีผู้มีนิสัยเข้มแข็ง ขยันและอดทนสวนทางกับใบหน้าหวานละมุนสไตล์คุณหนู เธอเป็นนักศึกษาปีสี่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง โง่แล้วยังอยากจะเรียน! เธอยังจำคำพูดของแม่เลี้ยงในวันที่เธอขอค่าเทอมส่วนหนึ่งจากบิดาได้ขึ้นใจ ชื่อ ดารกา แปลว่า ดวงดาว เธอได้ชื่อนี้เพราะบิดาอยากให้เธอเป็นอย่างนั้น ส่วนชื่อเล่น เลอา ความหมายคือเจ้าหญิง มารดาตั้งให้เธอเพราะเธอคือลูกสาวคนแรกที่มารดารอคอย จึงอยากให้เธอเกิดมาเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยๆของครอบครัว หึ! บางครั้งหญิงสาวก็อดที่จะยิ้มขื่นไม่ได้เวลามีใครถามถึงชื่อเธอ และก็มีบางครั้งที่เธอนึกถึงแล้วหัวเราะทั้งน้ำตา เพราะตอนนี้เธอไม่ได้ถูกใครเห็นว่าเป็นดาว รวมทั้งไม่ได้เป็นเจ้าหญิงของใคร แต่กลายเป็นเด็กบ้านแตกที่ถูกทิ้งให้อยู่กับป้าและลุงเขย มาเป็นส่วนเกินในครอบครัวของคนอื่นเพราะผู้ให้กำเนิดทั้งสองไม่ต้องการ "ยิ้มอะไรอะพี่" "ทำไมยิ้มไม่ได้เหรอ" "ได้ แต่พี่ยิ้มแปลกๆอะ" "ไม่ยิ้มก็ได้ หัวเราะแทนละกัน ฮะ ฮะ ฮะ" "พอเลย หยุดขำแล้วช่วยคิดทีว่าจะทำแบบไหนดี พี่ต้องออกแบบให้สวยๆนะ ฉันคุยไว้เยอะว่ามีพี่สาวเก่ง" มีมี่ออดอ้อนให้พี่ช่วยทำโมบายและเลอาก็รู้ดีว่าถูกน้องหลอกใช้แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเต็มใจช่วยอยู่ดี "ปากหวานหลอกใช้พี่" "จ้า..." มีมี่เป็นลูกสาวของลุงทอมและป้าวิภาที่รับดูแลเธอมาตั้งแต่พ่อแม่แยกทางกัน ตอนนี้มีมี่เรียนอยู่ไฮสคูลและกำลังจะขึ้นเป็นนักศึกษาปีหนึ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า "จบเทอมนี้ก็จะได้เป็นนักศึกษาแล้วตื่นเต้นจังพี่" "ตื่นเต้นทำไมก็แค่เปลี่ยนที่เรียนใหม่" "แหม...ก็คนมันไม่เคยนี่ ตอนพี่เข้ามหาลัยไม่ตื่นเต้นเลยหรือไง" "หึ! เครียด!" "เครียดเรื่องไรอะ" "เครียดหาเงินไง" "อ้อ...เหมือนโทมัส เกิดใกล้เคียงกันเรียนไม่เก่งเหมือนกัน พี่สองคนน่าสงสารเนอะ" มีมี่กล่าวถึงโทมัสพี่ชายแท้ๆของเธอซึ่มมีอายุมากกว่าเลอาเพียงหนึ่งปี "ปากดีนัก เจาะเองละกันไอ้กระป๋องเนี่ย!" "โอ๋ๆๆๆ ล้อเล่นน่า" เลอาส่งค้อนให้น้องแล้วจึงพยายามทำงานตรงหน้าต่อไป ถึงแม้มีมี่จะไม่ใช่น้องแท้ๆแต่การได้เติบโตมาด้วยกันก็ทำให้รักกันแน่นแฟ้น "ถ้าขึ้นมหาลัยวิก็ต้องมองหางานพิเศษทำแล้ว ถ้าไปทำในที่ที่มีรุ่นพี่ทำเขาจะเอ็นดูเราใช่มั้ย" "ไม่" "ทำไมละ เด็กเฟรชชี่ปีหนึ่งน่ารักออกก็ต้องมีแต่รุ่นพี่เอ็นดูสิ" "ไม่หรอก..." เลอาตอบสั้นๆโดยที่มือและตายังคงจดจ่ออยู่กับงานในมือ "แล้วส่วนใหญ่เด็กมหหาลัยทำงานที่ไหนกันล่ะพี่" "งานเด็กเสิร์ฟ ขายของในห้าง พนักงานขาย เยอะแยะหลายงาน" "แล้วพี่ว่าฉันเหมาะกับงานไรดีอะ" "ขายของในห้าง" "ทำไมละพี่" "เพราะมันเป็นงานกลางวัน" "แต่พี่ราเชลพี่สาวจีเซลที่เรียนรุ่นเดียวกับพี่เขาบอกว่าทำงานกลางคืนได้เงินเยอะ เป็นพนักงานต้อนรับในคลับเงินเดือนหลายหมื่นเลยนะ แบบนี้ทำกลางคืนไม่ดีเหรอ" "ไม่ดี เพราะงานง่ายเงินดีไม่มีอยู่จริง" "มี เพราะพี่สาวจีเซลรวยมากใช้แต่ของแพงๆ จีเซลบอกว่าพี่เขาได้เงินเดือนเยอะ" ปึง! เลอาวางกรรไกรลงบนโต๊ะแรงๆก่อนจะหันมองน้องอย่างจริงจัง "ได้เงินเยอะก็ต้องเอาอะไรที่มีค่าของเราไปแลก มันไม่มีหรอกนะที่จะทำแค่นั้นแล้วได้เงินเยอะได้เงินง่าย ไอ้เงินที่พี่สาวเพื่อนเธอได้มาเขาแลกด้วยอะไรที่มากกว่าแรง เพราะฉะนั้นถ้าเขามาชวนห้ามไปยุ่งเด็ดขาด" "พี่...พี่คิดมากไปหรือเปล่า ทำไมพี่มองโลกในแง่ร้ายจัง" หญิงสาวเหยียดยิ้มขมขื่นแล้วหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต เรื่องราวที่เปลี่ยนเด็กสาวคนนึงไปอย่างสิ้นเชิง เลอาในอดีตเคยอ่อนต่อโลกและมองทุกอย่างสวยงาม จนได้รู้ว่าโลกแห่งความเป็นจริงมันโหดร้ายแค่ไหน เธอจึงเลือกที่จะละทิ้งความเชื่อเดิมๆไปจนหมด เหลือเพียงเลอาที่เข้มแข็งและสู้ชีวิตคนนี้ "แกไม่น่าถามคำถามนี้กับพี่เลยนะ เพราะแกก็น่าจะรู้ดีว่าทำไมพี่ถึงมองโลกแบบนี้" "ขอโทษนะ พี่ยังไม่ลืมเขาอีกเหรอ" "ไม่ลืมหรอก พี่จะลืมได้ยังไง" "เพราะรักเขาเหรอ" มีมี่ถามอย่างใคร่รู้และเลอาก็ส่ายหน้าน้อยๆแทนคำตอบ "ไม่ใช่เพราะรัก แต่เพราะเขาเป็นคนสอนให้พี่รู้จักโลกมากขึ้นเท่านั้น" "ตัวจริงเขาหล่อมากใช่มั้ยพี่" "ไม่รู้สิ พี่จำหน้าเขาไม่ได้แล้ว" "เหรอ...ช่างเถอะๆ งั้นมาทำโมบายให้เสร็จเถอะพี่" เลอาบอกปัดเพราะไม่ต้องการพูดถึงเขาอีก และน้องสาวก็รู้ดีว่าพี่โกหกเพราะอึดอัดใจจึงไม่ซักไซ้ต่อ แต่ถึงจะไม่อยากกล่าวถึงในใจมันก็ยังอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องราวในอดีต เด็กสาววัยสิบแปดปีเดินออกจากบ้านด้วยความมุ่งมั่น เป้าหมายคือคาสิโนขนาดใหญ่ แต่เมื่อไปถึงเธอกลับเดินวกไปวนมาเพราะไม่คุ้นเคยกับสถานที่ จนสุดท้ายต้องตัดสินใจถามบอดีการ์ดร่างใหญ่ ซึ่งยืนประจำอยู่ตรงจุดต่าง ๆ ทั่วตึก “เอ่อ... ขอโทษนะคะ ฉันจะพบคุณ ‘วาดิม’ ได้ที่ไหนคะ” บอดีการ์ดหน้าดุมีประกายตาแปลกใจที่เด็กสาวหน้าใสถามถึงชื่อของวาดิม “สาวน้อย เธอหมายถึง วาดิม มัตเตโอ งั้นเหรอ” “ใช่ค่ะ! ใช่! ฉันจะพบเขาได้ที่ไหนคะ!” เลอาบอกอย่างกระตือรือร้นเพราะเธอหอบความหวังมาเต็มเปี่ยม “ถ้าเธอไม่มีธุระสำคัญจริง ๆ คงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพบหรอก แต่ถ้า...” เด็กสาวหน้าร้อนวูบเมื่ออีกฝ่ายกวาดตามองทั่วร่างเล็กราวกับกำลังประเมิณราคา “ถ้าธุระเรื่องการเสนอตัวก็ไปดักรอที่ลานจอดรถได้ ตอนนี้ใกล้เวลาที่คุณวาดิมจะกลับแล้วล่ะ” “ขอบคุณ” เธอกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่ห้วนขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่คิดจะแก้ไขสิ่งที่การ์ดเข้าใจผิด สองเท้าเล็กรีบก้าวเร็ว ๆ ไปยังลานจอดรถเพราะเธอมีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องทำ “แล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าคนไหน” เลอาตั้งคำถามกับตัวเองในขณะที่พยายามกวาดตามองไปรอบ ๆ บริเวณ เธอรู้ว่ามันเป็นการกระทำที่โง่งมมาก ๆ ที่มาหาคนคนหนึ่งที่รู้จักเพียงแค่ชื่อ เพียงเพราะอยากร้องขอความเห็นใจจากเขา ในขณะที่ในใจกำลังว้าวุ่นเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังใกล้เข้ามา เลอาจึงหันมองแล้วพบชายใส่สูทดำเกือบสิบคนกำลังเดินผ่านมาตรงที่เธอยืน แต่สิ่งที่ทำให้เลอามีความหวังคือร่างสูงสง่าของผู้ชายที่เดินอยู่ตรงกลาง ที่เพียงเเค่เห็นในระยะไกลก็ยังดูโดดเด่นน่าเกรงขามจนเธอลอบกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ใช่ไหม! ใช่เขาไหม! ในใจร้องถามอยู่หลายครั้งแต่เลอาเองก็ไม่รู้คำตอบ ก่อนที่สาวน้อยจะคิดวิธีหนึ่งขึ้นมาได้ “คุณวาดิมคะ!!” เลอาตะโกนสุดเสียงเพื่อดูปฏิกิริยาของเขา ถึงแม้วิธีนี้จะดูโง่งมแต่เธอก็ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่า พอเห็นเหล่าบอดีการ์หยุดเดินร่างเล็กก็วิ่งเข้าไปหา เธอข่มความกลัวเอาไว้อย่างสุดความสามารถเพื่อเงยหน้าขึ้นมองเขา “ฉันอยากคุยกับคุณวาดิมค่ะ” เธอพูดพร้อมมองตรงไปที่ชายหนุ่มซึ่งโดดเด่นกว่าใคร ทั้งที่ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าใช่เขาหรือเปล่า “คุณวาดิมครับ” บอดีการ์ดคนสนิทรีบเรียกเพื่อเตือนเมื่อเจ้านายทำท่าจะเดินออกจากวงล้อมไปหาเด็กสาว “ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรหรอก” ในที่สุดเขาก็หยุดยืนตรงหน้าเธอ แต่เลอากลับเป็นฝ่ายพูดไม่ออก ดวงตาคมดุที่มองจ้องมาทำให้เด็กสาวไม่อาจซ่อนความตื่นกลัวเอาไว้ได้ ไอสังหารและความดุดันน่ากลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ทำเอาเด็กสาวแทบจะร้องไห้ออกมา “มีอะไรกับฉันสาวน้อย” “คะ... คือ...” “อย่าทำฉันเสียเวลา ถ้าไม่พูดก็หลบไป!” เลอาตัวสั่นใจสั่นเมื่อถูกวาดิมตวาดใส่ หากเรื่องที่มาไม่ได้สลักสำคัญเธอคงวิ่งหนีไปแล้ว แต่เพราะความจำเป็นบางอย่างทำให้เธอไม่อาจทำอย่างนั้นได้ “คือ... ฉันอยากมา... เอ่อ... พูดกับคุณเรื่องโฉนดค่ะ” “โฉนด? ตัวแค่นี้มีที่ดินมาเสนอขายเหรอเราน่ะ” “ไม่ค่ะ คือ... ฉันเป็นหลานสาวของลุงมอริส เจ้าของร้านอาหารที่ถนน.....” เธอบอกชื่อและที่ตั้งของร้านอาหารโดยละเอียดวาดิมจึงพยักหน้า “แล้วยังไง ถ้าจะมาไถ่ถอนเหรอ ฉันว่าฉันบอกลุงเธอไปชัดเจนแล้วนะว่าถ้ายึดแล้วจะไม่มีการไถ่ถอน” “ไม่ได้นะคะ! คุณจะยึดที่ตรงนั้นไม่ได้!” “หืม...” วาดิมย่นคิ้วอย่างไม่ชอบใจเมื่อเด็กสาวเสียงดังใส่เขา และดูเหมือนเลอาจะรู้ตัวว่าเผลอทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ จึงรีบกล่าวขอโทษเสียงสั่น “หนู... เอ่อ... หนูขอโทษนะคะ...” “ไปเสีย เอาเป็นว่าฉันไม่ถือสาเด็กก็แล้วกัน” “หนูไม่เด็กแล้วค่ะ หนูอายุสิบแปดแล้ว หนูโตแล้ว และโตพอที่จะพูดกับคุณเรื่องที่ดิน” เลอาบอกแข็งขันเพราะกลัวว่าเขาจะไม่เจรจาด้วย ชายหนุ่มจึงหยุดมองเธออย่างพิจารณาอีกครั้ง “อืม... ไม่เด็กแล้วจริง ๆ ด้วย” วาดิมมองเด็กสาวด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่ในดวงตามีประกายขบขัน เลอาไม่รู้เลยว่าการที่พูดแทนตัวเองว่า ‘หนู’ มันแสดงถึงความเดียงสา และถ้าเขาเดาไม่ผิดคำว่า ‘ฉัน’ ในตอนแรกเธอฝืนพูดเพื่อให้ตัวเองดูโตขึ้นเท่านั้น “แต่เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอก เพราะไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ฉันก็ไม่ต้องการคุยด้วย” “ได้โปรดเถอะค่ะคุณวาดิม กรุณาหนูด้วย” ชายหนุ่มยืนนิ่งแล้วรู้สึกว่าตัวเองทำผิดอย่างมหันต์ที่เผลอสบดวงตากลมโตของเด็กสาวเข้า เพราะแววตาสิ้นหวังระคนอ้อนวอนคู่นั้น ทำให้หัวใจของวาดิมบีบรัดรุนแรง “งั้นเธอไปกับฉัน มันคงไม่เหมาะที่จะคุยที่นี่” “ไป... ไปไหนคะ” “จะคุยไหมล่ะ” “คุยค่ะ!” “คุยก็ตามมา” วาดิมบอกสั้น ๆ แล้วเดินต่อไม่ปล่อยเวลาให้เลอาได้หยุดคิด เท้าเล็กซอยถี่ ๆ เพื่อไล่ตามเขาให้ทัน เพียงครู่เดียวทั้งเธอและเขาก็ตกอยู่ในวงล้อมของบอดีการ์ด ทำให้เด็กสาวใจเต้นแรงเพราะความประหม่า แต่ก็ยังคงก้าวตามร่างสูงสง่าไปด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ภายในห้องโถงที่กว้างขวางและหรูหรา วาดิมนั่งกอดอกอยู่บนโซฟาตัวนุ่ม ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าหวานจิ้มลิ้มไม่วางตา “ไหน... พูดมาสิว่าต้องการอะไร” “คือ... หนูอยากให้คุณเห็นใจครอบครัวเราค่ะ ที่ดินตรงนั้นเป็นทั้งที่อยู่และที่ทำมาหากิน ถ้าถูกคุณยึดไปพวกเราคง...” เพียงแค่คิดน้ำตาแห่งความอดสูก็รื้นขึ้นคลอหน่วยจนชายหนุ่มรู้สึกไม่ชอบใจที่เห็นมัน “อย่าร้องไห้ ฉันไม่ชอบ” “คะ... ค่ะ” ขนตางอนยาวกระพือขึ้นลงถี่ ๆ เมื่อเขาบอกอย่างนั้น ตอนนี้ไม่ว่าวาดิมต้องการอะไรเธอก็พร้อมจะทำทันที ขอเพียงเขามอบความเห็นใจให้เธอบ้างเท่านั้น “เอาเถอะ ถึงฉันจะอยากได้ที่ตรงนั้นมาก แต่เห็นกับที่เธอดั้นด้นมา ฉันจะให้เธอไถ่ถอนก็แล้วกัน” เลอากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอเมื่อเขาพูดถึงการไถ่ถอน เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวเธอมีเพียงค่าแท็กซี่ขากลับเท่านั้น “คือ... หนู... ไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกค่ะ” พอได้ยินประโยคนั้นคิ้วหนาที่พาดเฉียงดวงตาคมดุก็ย่นเข้าหาจนแทบจะชนกัน “แล้วที่บอกว่าจะมาขอความเห็นใจหมายความว่าไง เธอคงไม่คิดว่าฉันจะใจดีถึงขนาดยกที่คืนให้เธอฟรี ๆ หรอกนะ!” วาดิมกล่าวเสียงขรึมแววตาแสดงออกถึงความไม่พอใจจนเลอาสั่นกลัว “คื... คือ... หนูอยากขอให้คุณยืดเวลาให้ครอบครัวหนู หระ... หรือไม่ก็ยอมให้หนูผ่อนจนกว่าจะหมด” “หึ!” วาดิมยกยิ้มคล้ายขบขัน แต่ในความรู้สึกของเด็กสาวคือรอยยิ้มเหยียดหยันเสียมากกว่า ทำเอาความอายที่มียิ่งเพิ่มขึ้นตามลำดับ “เธอได้คุยกับลุงเธอบ้างหรือเปล่าก่อนจะมาหาฉัน เธอรู้ไหมสาวน้อยว่าเงินที่ลุงเธอเอาไปมันมากแค่ไหน พูดตรง ๆ เลยนะ...” ชายหนุ่มมองจ้องดวงตากลมโตที่แดงก่ำของเด็กสาว พยายามเหลือเกินที่จะหักใจจากความสงสารแล้ววางเฉย “ที่ฉันยอมจ่ายเงินให้ลุงเธอมากกว่าราคาจริงของที่ดิน เพราะฉันอยากได้ที่ตรงนั้นมาก และคำนวณไว้แต่แรกแล้วว่าลุงเธอไม่มีปัญญาหาเงินมาคืนฉันได้แน่ ๆ” “แต่ที่ดินตรงนั้นมันสำคัญสำหรับพวกเรามากนะคะ ถ้าคุณจะกรุ...” “ฉันเป็นนักธุรกิจ หรืออีกอย่างที่คนอื่นเรียกว่ามาเฟีย ฉันไม่เมตตา ไม่กรุณาและไม่สงสาร อีกอย่าง... ถ้าที่ดินนั่นสำคัญกับครอบครัวของเธอจริง ๆ ทำไมลุงเธอถึงกล้าเอามาค้ำประกันเพื่อเอาเงินไปถลุงในบ่อนล่ะ ที่สำคัญเลยนะ... ลุงเธอไม่พยายามที่จะเข้ามาคุยกับฉันด้วยซ้ำ แต่ส่งเด็กอย่างเธอมาอ้อนวอนมันไม่ทุเรศไปหน่อยเหรอ!” “เขาไม่ได้ส่งหนูมาค่ะ แต่หนูมาเอง ขอร้องเถอะนะคะคุณวาดิม” เลอาขยับลงมานั่งคุกเข่าบนพื้นพนมมือทั้งสองข้างกุมไว้ที่หน้าตัก ดวงตากลมที่มีน้ำเอ่อคลอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาราวกับเหยื่อที่หมดทางหนีอย่างไรอย่างนั้น “ถ้าเธอไม่มีเงินมาไถ่ถอนก็กลับไปเถอะ” ใช้เวลาอยู่นานพอควรกว่าที่วาดิมจะพูดประโยคนั้นออกมาได้ เพราะดวงตาใส ๆ คู่นั้นทำให้เขารู้สึกกดดันจนพูดแทบไม่ออก “เห็นใจหนูด้วยเถอะค่ะ หนูจะไม่เรียนต่อ จะเป็นลูกน้องคอยรับใช้ จะทำงานให้คุณจนกว่าคุณจะพอใจเลยก็ได้” “ขนาดนั้นเชียว” ใบหน้าหวานรีบพยักขึ้นลงเมื่อได้ยินคำถาม “งั้น...” วาดิมใช้มือลูบปลายคางที่เขียวครึ้มเพราะตอเคราของตัวเองราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง ในขณะเดียวกันดวงตากลมแป๋วก็จ้องมองชายหนุ่มอย่างรอคอย “ไม่ดีกว่า เธอยังเด็กเกินไป กลับไปเถอะ” “หนูไม่เด็กแล้วนะคะ หนูอายุสิบแปดไปเมื่อเดือนก่อน คุณพูดมาเถอะค่ะว่าจะให้หนูทำอะไร!” เด็กสาวรีบบอกอย่างกระตือรือร้นเพราะคิดว่าวาดิมคงอยากหาคนรับใช้ส่วนตัวสักคน โดยที่ไม่รู้เลยว่าเธอกำลังจะกลายเป็นชิ้นเนื้อแสนโอชาสำหรับเจ้าป่าอย่างเขา “ทำได้ทุกอย่างจริง ๆ เหรอ” “ค่ะ ทุกอย่างเลย ขอแค่คุณพูดมา หนูเป็นคนขยันมาก ๆ เลยนะคะ” “บอกตรง ๆ นะสาวน้อย ฉันเห็นใจเธอนะ แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ ฉันเสียที่ดินคืนให้เธอฉันก็ต้องได้ในสิ่งที่คุ้มค่ากลับคืนมา” “หนูเข้าใจค่ะ แต่ตอนนี้หนูไม่มีเงิน หนูถึงบอกไงคะว่ายินดีทำงานทุกอย่างที่คุณต้องการเลย” “ไม่หรอก... เธอไม่ต้องทำอย่างนั้น แค่...” วาดิมเว้นจังหวะการพูด เลอาจึงจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่มีประกายแห่งความหวัง “นอนกับฉัน คืนนี้” น้ำตาเม็ดโตกลิ้งผ่านแก้มนวลโดยไม่ต้องใช้เวลาในการบีบเค้น เพราะคำพูดที่กระแทกใจเธออย่างรุนแรงทำให้เด็กสาวทั้งเจ็บทั้งอายในเวลาเดียวกัน “เธอกลับไปเถอะ แล้วอย่ามาที่นี่อีก” วาดิมบอกกับเธอแล้วลุกยืนเต็มความสูง แต่ในขณะที่กำลังจะก้าวเดินมือหนาก็ถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน “หนู...” เธอเก็บกลืนก้อนความเสียใจและข่มความอายเอาไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด ก่อนจะพูดในสิ่งที่วาดิมอยากได้ยินเหลือเกิน “หนูจะนอนกับคุณคืนนี้ค่ะ!”

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.3K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.8K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook