bc

อุ้มรักแสนชัง

book_age18+
402
ติดตาม
2.6K
อ่าน
จบสุข
หนีตอนตั้งครรภ์
ผู้สืบทอด
like
intro-logo
คำนิยม

เด็กสาววัยสิบแปดปีสาละวนอยู่หน้าเตาอบขนม ใบหน้าหวานละมุนมีเหงื่อซึมเพราะความร้อนแต่กลีบปากอิ่มกลับมีรอยยิ้มไม่จาง ทุกครั้งที่นึกถึงประโยคคำพูดของพ่อหัวใจดวงน้อยก็จะยิ่งพองโต

‘คุณเหมเขาสั่งคุกกี้รสเนยสิบกล่อง เขาบอกว่าลูกทำอร่อยมาก’

พระพายหัดทำขนมมาตั้งแต่เด็กเพราะมันคือความชอบ ก่อนจะยึดเป็นอาชีพเมื่อมั่นใจในฝีมือของตัวเอง เด็กสาวรู้สึกเขินอายแต่ก็ต้องยอมรับ ว่าที่ผ่านมามีหลายคนชมว่าเธอทำขนมอร่อย แต่คำชมของใครก็ไม่สามารถทำให้หัวใจของเธอพองโตได้เท่ากับคำชมของเหมันต์

“ทำอะไรน่ะหอมฟุ้งไปทั่วบ้านเชียว”

คุณพายัพเดินเข้ามาทักทายลูกสาวถึงในห้องครัว จึงถูกทักทายกลับด้วยการสวมกอดบิดาเอาไว้

“วันนี้พ่อกลับไวจังค่ะ”

“งานไม่ยุ่งน่ะลูก แล้วนี่ทำอะไรล่ะ”

“อบคุ้กกี้ค่ะ พรุ่งนี้จะได้ฝากพ่อเอาไปให้คุณเหม”

“พ่อเพิ่งบอกเมื่อวานก็ทำแล้วเหรอ คุณเหมเขาไม่ได้รีบหรอกลูก”

“หนูไม่อยากให้เขารอนานค่ะ เขามีน้ำใจอุดหนุนหนูก็เกรงใจแย่แล้ว”

คุณพายัพยิ้มด้วยความภาคภูมิใจเมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาว

“ความเกรงใจคือสมบัติของผู้ดี พ่อดีใจนะที่หนูเติบโตมาอย่างงดงาม ทั้งๆที่พ่อแทบจะไม่มีเวลาสั่งสอนอะไรหนูเลย”

“พ่ออะ จู่ๆก็มาดราม่าซะงั้น ไม่เอานะคะไม่พูดอะไรแบบนี้ ไปอาบน้ำเลยค่ะหนูจะเตรียมข้าวไว้ให้”

“อืม...”

คุณพายัพส่งยิ้มแล้วเดินออกจากห้องครัวเงียบๆ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะไม่อยากแสดงความรู้สึกทางลบต่อหน้าลูก ชีวิตของพ่อเลี้ยงเดี่ยววัยกว่าห้าสิบมีเบื้องหลังที่แสนขมขื่น อดีตคือความทรงจำเลวร้ายที่หวนนึกทีไรก็ยังสามารถทิ่มแทงใจได้เสมอ

พระพายมองตามหลังบิดาด้วยดวงตาแสนเศร้า เพราะเธอไม่จำเป็นต้องทำตัวสดใสเมื่ออยู่ลำพัง ที่ต้องเหลือกันแค่สองพ่อลูกก็เพราะมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น และเหตุการณ์นั้นก็ทำให้เธอสูญเสียพี่ชายไป แม่ที่ไม่อาจยอมรับความสูญเสียกล่าวโทษเธอ ก่อนจะเลือกเดินออกจากคำว่าครอบครัว

ถึงแม้ตอนนั้นเธอจะมีอายุเพียงเก้าขวบ แต่เธอก็ยังคงจดจำทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องราวแต่ทุกความรู้สึกยังคงชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวด เสียใจ หรือแม้กระทั่งอาวรณ์

“ไม่ไปได้มั้ยนิสา...”

นั่นคือคำพูดของพ่อที่เธอจำได้ดี ว่ามันแฝงเอาไว้ด้วยความรู้สึกรวดร้าวเหลือประมาณ

พ่อรักแม่มาก...

พ่อรักแม่ที่สุด...

แต่แม่ไม่ต้องการพ่อและยิ่งไม่ต้องการลูกสาวอย่างเธอ ซึ่งหากจะพูดว่าครอบครัวพังลงเพราะเธอก็คงจะไม่ผิดนัก และที่พ่อยังอยู่ตรงนี้ก็เพราะต้องดูและลูกสาวที่แม่ไม่รักคนนี้

เฮ้อ...

เด็กสาวถอนใจแรงๆแล้วสลัดความคิดมืดมัวทิ้งไป ก่อนจะเริ่มหยิบจับเตรียมอาหารมื้อค่ำสำหรับบิดา เอาสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องที่กำลังทำ ไม่ปล่อยตัวเองจมอยู่กับเรื่องราวในอดีต เพราะนั่นเท่ากับการทำร้ายตัวเองแบบไม่จบสิ้น

ทุกครั้งที่สองพ่อลูกอยู่ด้วยกันพระพายจะเป็นฝ่ายชวนคุยเจื้อยแจ้วไม่ให้บิดารู้สึกเหงา เธอมักจะสรรหาเรื่องต่างๆมาเล่าให้ท่านขบขันอยู่เสมอ

“อร่อยมั้ยคะ...”

เธอถามขณะที่ตักผัดเปรี้ยวหวานใส่จานให้บิดา

“อื้ม...รสชาติดี ฝีมือทำกับข้าวพัฒนาขึ้นนะเนี่ย”

“หนูทำได้ดีแค่ไม่กี่อย่างค่ะ แต่ทุกอย่างที่ทำได้เป็นของโปรดพ่อนะคะ”

“ขอบใจลูก”

“พ่อคะ...”

“หืม...”

“เอ่อ...คุกกี้ของหนูไม่เสร็จค่ะ พรุ่งนี้แพ็คแล้วหนูจะเอาไปส่งที่บริษัทได้มั้ยคะ”

“ไม่ต้องหรอกลูก คุณเหมบอกแล้วว่าไม่ได้รีบร้อน เอาไว้ทำเสร็จค่อยฝากพ่อไปก็ได้”

“แต่หนูอยากให้ลูกค้าได้กินแบบสดๆใหม่ๆค่ะ แทบจะไม่อยากให้ข้ามวันเลยด้วยซ้ำ”

คุณพายัพชะงักมือที่กำลังตักข้าวใส่ปากแล้วมองลูกสาว

“เฉพาะลูกค้าคนนี้หรือเปล่าที่ใส่ใจเป็นพิเศษน่ะ”

“กะ...ก็คุณเหมเขาเป็นเจ้านายพ่อนี่คะ หนูก็อยากให้เขาพอใจ”

พระพายถึงกับลอบถอนใจที่ตัวเองพูดได้จนจบประโยคโดยไม่ได้แสดงพิรุธอะไรออกมา

“พ่อรู้ว่าหนูห่วงพ่อ พ่อขอบใจมากๆนะพาย แต่เอาจริงๆพ่อไม่อยากให้หนูกังวลถึงแต่พ่อจนบางครั้งลืมนึกถึงตัวเอง”

“ก็หนูรักพ่อนี่คะ”

คุณพายัพส่งยิ้มอ่อนโยนก่อนจะตักข้าวกินต่อ

“พรุ่งนี้ถ้าหนูจะเอาขนมไปส่งก็โทรหาพ่อก่อน พ่อจะได้ลงมารับข้างล่าง ดีเหมือนกันหนูจะได้ไปขอบคุณคุณเหมด้วย อุตส่าห์ช่วยอุดหนุนมาตั้งหลายครั้งแล้ว”

หัวใจของเด็กสาวเต้นกระหน่ำอยู่ในอกเมื่อรู้ว่าพรุ่งนี้จะได้เจอเขา โชคดีที่บิดาสนใจอาหารตรงหน้าจึงไม่ได้เห็นความเขินอายของเธอ ไม่เช่นนั้นท่านคงจะเดาออกว่าลูกสาวคนนี้แอบชอบเจ้านายของพ่อ

ผู้ชาย...ที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น

เมื่อหลายเดือนก่อนเธอยังคงเป็นนักเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง วันนั้นเป็นวันสุดท้ายของการไปโรงเรียนซึ่งเลิกเร็วกว่าทุกวัน แต่พระพายยังไม่ได้กลับบ้านพร้อมคนอื่น เพราะบิดาลืมเซ็นเอกสารสำคัญให้เธอ

“ฮัลโหลพ่อคะ พ่อลืมเซ็นใบขอทุนให้หนู”

เนื่องด้วยเป็นทุนเรียนต่างประเทศจึงจำเป็นต้องให้ผู้ปกครองเซ็นยินยอม มันจึงมีความสำคัญมากพอที่จะทำให้พระพายกล้าโทรรบกวนบิดาในเวลางานของท่าน

“เหรอลูก...เอ่อ...เดี๋ยวพ่อโทรกลับนะ”

สายถูกตัดไปไม่นานบิดาก็โทรกลับมา พร้อมบอกว่าจะเข้ามาเซ็นให้พร้อมรับเธอกลับไปด้วยกัน

วันนั้นบิดาพาเหมันต์ผู้เป็นเจ้านายออกไปพบคนสำคัญข้างนอก จึงขออนุญาตเขาแวะเข้ามาทำธุระที่โรงเรียน ซึ่งเหมันต์ก็ไม่ขัดข้องแล้วยังใจดีให้เธอติดรถกลับไปด้วย

ตอนแรกเธอไม่ได้รู้สึกประหม่ามากมายนัก แต่พอต้องนั่งใกล้เขาที่เบาะหลังของรถเบนซ์คันหรู ร่างเล็กในชุดนักเรียนก็รู้สึกเหมือนถูกบีบ เธอซุกตัวอยู่ที่ประตูจนเหมันต์หัวเราะเบาๆ

“หึ หึ หึ ดูสิคุณพายัพ ลูกสาวคุณกลัวผมเหมือนหนูกลัวแมวเลย”

ทั้งๆที่ปกติทั้งแสบทั้งซนแต่พออยู่ใกล้เขากลลับรู้สึกเหมือนถูกอำนาจบางอย่างข่มไว้

“หึ หึ พาย สวัสดีคุณเหมหรือยังลูก”

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดี นั่งตามสบายเถอะ”

“ค่ะ”

“เรียนจบแล้วเหรอ...”

“ค่ะ”

“เดี๋ยวส่งผมแล้วกลับบ้านได้เลยนะคุณพายัพ พาลูกสาวไปฉลองสักหน่อย”

“ขอบคุณครับ”

“แล้วนั่นตะกร้าอะไร”

เขาถามพลางมองมาที่ตะกร้าบนตักของเธอ

“คุกกี้ค่ะ หนูทำมาแจกเพื่อนๆวันจบ”

“ทำเองหรอ”

“ค่ะ ปกติทำขายค่ะ แต่ขายเล็กๆน้อยๆพอเป็นค่าขนม”

เพราะเขาให้ค

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่ 1
เด็กสาววัยสิบแปดปีสาละวนอยู่หน้าเตาอบขนม ใบหน้าหวานละมุนมีเหงื่อซึมเพราะความร้อนแต่กลีบปากอิ่มกลับมีรอยยิ้มไม่จาง ทุกครั้งที่นึกถึงประโยคคำพูดของพ่อหัวใจดวงน้อยก็จะยิ่งพองโต ‘คุณเหมเขาสั่งคุกกี้รสเนยสิบกล่อง เขาบอกว่าลูกทำอร่อยมาก’ พระพายหัดทำขนมมาตั้งแต่เด็กเพราะมันคือความชอบ ก่อนจะยึดเป็นอาชีพเมื่อมั่นใจในฝีมือของตัวเอง เด็กสาวรู้สึกเขินอายแต่ก็ต้องยอมรับ ว่าที่ผ่านมามีหลายคนชมว่าเธอทำขนมอร่อย แต่คำชมของใครก็ไม่สามารถทำให้หัวใจของเธอพองโตได้เท่ากับคำชมของเหมันต์ “ทำอะไรน่ะหอมฟุ้งไปทั่วบ้านเชียว” คุณพายัพเดินเข้ามาทักทายลูกสาวถึงในห้องครัว จึงถูกทักทายกลับด้วยการสวมกอดบิดาเอาไว้ “วันนี้พ่อกลับไวจังค่ะ” “งานไม่ยุ่งน่ะลูก แล้วนี่ทำอะไรล่ะ” “อบคุ้กกี้ค่ะ พรุ่งนี้จะได้ฝากพ่อเอาไปให้คุณเหม” “พ่อเพิ่งบอกเมื่อวานก็ทำแล้วเหรอ คุณเหมเขาไม่ได้รีบหรอกลูก” “หนูไม่อยากให้เขารอนานค่ะ เขามีน้ำใจอุดหนุนหนูก็เกรงใจแย่แล้ว” คุณพายัพยิ้มด้วยความภาคภูมิใจเมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาว “ความเกรงใจคือสมบัติของผู้ดี พ่อดีใจนะที่หนูเติบโตมาอย่างงดงาม ทั้งๆที่พ่อแทบจะไม่มีเวลาสั่งสอนอะไรหนูเลย” “พ่ออะ จู่ๆก็มาดราม่าซะงั้น ไม่เอานะคะไม่พูดอะไรแบบนี้ ไปอาบน้ำเลยค่ะหนูจะเตรียมข้าวไว้ให้” “อืม...” คุณพายัพส่งยิ้มแล้วเดินออกจากห้องครัวเงียบๆ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะไม่อยากแสดงความรู้สึกทางลบต่อหน้าลูก ชีวิตของพ่อเลี้ยงเดี่ยววัยกว่าห้าสิบมีเบื้องหลังที่แสนขมขื่น อดีตคือความทรงจำเลวร้ายที่หวนนึกทีไรก็ยังสามารถทิ่มแทงใจได้เสมอ พระพายมองตามหลังบิดาด้วยดวงตาแสนเศร้า เพราะเธอไม่จำเป็นต้องทำตัวสดใสเมื่ออยู่ลำพัง ที่ต้องเหลือกันแค่สองพ่อลูกก็เพราะมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น และเหตุการณ์นั้นก็ทำให้เธอสูญเสียพี่ชายไป แม่ที่ไม่อาจยอมรับความสูญเสียกล่าวโทษเธอ ก่อนจะเลือกเดินออกจากคำว่าครอบครัว ถึงแม้ตอนนั้นเธอจะมีอายุเพียงเก้าขวบ แต่เธอก็ยังคงจดจำทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องราวแต่ทุกความรู้สึกยังคงชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวด เสียใจ หรือแม้กระทั่งอาวรณ์ “ไม่ไปได้มั้ยนิสา...” นั่นคือคำพูดของพ่อที่เธอจำได้ดี ว่ามันแฝงเอาไว้ด้วยความรู้สึกรวดร้าวเหลือประมาณ พ่อรักแม่มาก... พ่อรักแม่ที่สุด... แต่แม่ไม่ต้องการพ่อและยิ่งไม่ต้องการลูกสาวอย่างเธอ ซึ่งหากจะพูดว่าครอบครัวพังลงเพราะเธอก็คงจะไม่ผิดนัก และที่พ่อยังอยู่ตรงนี้ก็เพราะต้องดูและลูกสาวที่แม่ไม่รักคนนี้ เฮ้อ... เด็กสาวถอนใจแรงๆแล้วสลัดความคิดมืดมัวทิ้งไป ก่อนจะเริ่มหยิบจับเตรียมอาหารมื้อค่ำสำหรับบิดา เอาสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องที่กำลังทำ ไม่ปล่อยตัวเองจมอยู่กับเรื่องราวในอดีต เพราะนั่นเท่ากับการทำร้ายตัวเองแบบไม่จบสิ้น ทุกครั้งที่สองพ่อลูกอยู่ด้วยกันพระพายจะเป็นฝ่ายชวนคุยเจื้อยแจ้วไม่ให้บิดารู้สึกเหงา เธอมักจะสรรหาเรื่องต่างๆมาเล่าให้ท่านขบขันอยู่เสมอ “อร่อยมั้ยคะ...” เธอถามขณะที่ตักผัดเปรี้ยวหวานใส่จานให้บิดา “อื้ม...รสชาติดี ฝีมือทำกับข้าวพัฒนาขึ้นนะเนี่ย” “หนูทำได้ดีแค่ไม่กี่อย่างค่ะ แต่ทุกอย่างที่ทำได้เป็นของโปรดพ่อนะคะ” “ขอบใจลูก” “พ่อคะ...” “หืม...” “เอ่อ...คุกกี้ของหนูไม่เสร็จค่ะ พรุ่งนี้แพ็คแล้วหนูจะเอาไปส่งที่บริษัทได้มั้ยคะ” “ไม่ต้องหรอกลูก คุณเหมบอกแล้วว่าไม่ได้รีบร้อน เอาไว้ทำเสร็จค่อยฝากพ่อไปก็ได้” “แต่หนูอยากให้ลูกค้าได้กินแบบสดๆใหม่ๆค่ะ แทบจะไม่อยากให้ข้ามวันเลยด้วยซ้ำ” คุณพายัพชะงักมือที่กำลังตักข้าวใส่ปากแล้วมองลูกสาว “เฉพาะลูกค้าคนนี้หรือเปล่าที่ใส่ใจเป็นพิเศษน่ะ” “กะ...ก็คุณเหมเขาเป็นเจ้านายพ่อนี่คะ หนูก็อยากให้เขาพอใจ” พระพายถึงกับลอบถอนใจที่ตัวเองพูดได้จนจบประโยคโดยไม่ได้แสดงพิรุธอะไรออกมา “พ่อรู้ว่าหนูห่วงพ่อ พ่อขอบใจมากๆนะพาย แต่เอาจริงๆพ่อไม่อยากให้หนูกังวลถึงแต่พ่อจนบางครั้งลืมนึกถึงตัวเอง” “ก็หนูรักพ่อนี่คะ” คุณพายัพส่งยิ้มอ่อนโยนก่อนจะตักข้าวกินต่อ “พรุ่งนี้ถ้าหนูจะเอาขนมไปส่งก็โทรหาพ่อก่อน พ่อจะได้ลงมารับข้างล่าง ดีเหมือนกันหนูจะได้ไปขอบคุณคุณเหมด้วย อุตส่าห์ช่วยอุดหนุนมาตั้งหลายครั้งแล้ว” หัวใจของเด็กสาวเต้นกระหน่ำอยู่ในอกเมื่อรู้ว่าพรุ่งนี้จะได้เจอเขา โชคดีที่บิดาสนใจอาหารตรงหน้าจึงไม่ได้เห็นความเขินอายของเธอ ไม่เช่นนั้นท่านคงจะเดาออกว่าลูกสาวคนนี้แอบชอบเจ้านายของพ่อ ผู้ชาย...ที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น เมื่อหลายเดือนก่อนเธอยังคงเป็นนักเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง วันนั้นเป็นวันสุดท้ายของการไปโรงเรียนซึ่งเลิกเร็วกว่าทุกวัน แต่พระพายยังไม่ได้กลับบ้านพร้อมคนอื่น เพราะบิดาลืมเซ็นเอกสารสำคัญให้เธอ “ฮัลโหลพ่อคะ พ่อลืมเซ็นใบขอทุนให้หนู” เนื่องด้วยเป็นทุนเรียนต่างประเทศจึงจำเป็นต้องให้ผู้ปกครองเซ็นยินยอม มันจึงมีความสำคัญมากพอที่จะทำให้พระพายกล้าโทรรบกวนบิดาในเวลางานของท่าน “เหรอลูก...เอ่อ...เดี๋ยวพ่อโทรกลับนะ” สายถูกตัดไปไม่นานบิดาก็โทรกลับมา พร้อมบอกว่าจะเข้ามาเซ็นให้พร้อมรับเธอกลับไปด้วยกัน วันนั้นบิดาพาเหมันต์ผู้เป็นเจ้านายออกไปพบคนสำคัญข้างนอก จึงขออนุญาตเขาแวะเข้ามาทำธุระที่โรงเรียน ซึ่งเหมันต์ก็ไม่ขัดข้องแล้วยังใจดีให้เธอติดรถกลับไปด้วย ตอนแรกเธอไม่ได้รู้สึกประหม่ามากมายนัก แต่พอต้องนั่งใกล้เขาที่เบาะหลังของรถเบนซ์คันหรู ร่างเล็กในชุดนักเรียนก็รู้สึกเหมือนถูกบีบ เธอซุกตัวอยู่ที่ประตูจนเหมันต์หัวเราะเบาๆ “หึ หึ หึ ดูสิคุณพายัพ ลูกสาวคุณกลัวผมเหมือนหนูกลัวแมวเลย” ทั้งๆที่ปกติทั้งแสบทั้งซนแต่พออยู่ใกล้เขากลลับรู้สึกเหมือนถูกอำนาจบางอย่างข่มไว้ “หึ หึ พาย สวัสดีคุณเหมหรือยังลูก” “สวัสดีค่ะ” “สวัสดี นั่งตามสบายเถอะ” “ค่ะ” “เรียนจบแล้วเหรอ...” “ค่ะ” “เดี๋ยวส่งผมแล้วกลับบ้านได้เลยนะคุณพายัพ พาลูกสาวไปฉลองสักหน่อย” “ขอบคุณครับ” “แล้วนั่นตะกร้าอะไร” เขาถามพลางมองมาที่ตะกร้าบนตักของเธอ “คุกกี้ค่ะ หนูทำมาแจกเพื่อนๆวันจบ” “ทำเองหรอ” “ค่ะ ปกติทำขายค่ะ แต่ขายเล็กๆน้อยๆพอเป็นค่าขนม” เพราะเขาให้ความสนใจในสิ่งที่เธอชอบพระพายก็กล้าที่จะพูดคุยมากกว่าเดิม “ไหนลองเอามาชิมหน่อยสิ” “เอ่อ...” ในขณะที่เด็กสาวลังเลมือหนาก็เอื้อมมาหยิบห่อคุกกี้ไปเปิดหน้าตาเฉย “อื้ม...อร่อยนี่ ที่เหลือเอามาสิฉันจะซื้อ” หัวใจของเด็กสาวเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก คำชมจากเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวจะลอยได้ “อันนี้หนูตั้งใจทำมาแจก ถ้าคุณเหมชอบเอาไปเถอะค่ะ” เขาพยักหน้าแล้วหยิบตะกร้าไปจากเธอ ก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์หนังแท้ออกมา “นี่ให้เป็นกำลังใจคนเก่ง ต่อไปถ้ามีอะไรขาดเหลือให้คุณพายัพมาแจ้งฉันได้เลย และไอ้ที่ว่าขอทุนเรียนต่างประเทศน่ะถ้าไม่ได้ก็อย่าคิดมาก อยากไปจริงๆฉันจะสนับสนุนเธอเอง” พระพายมองธนบัตรปึกใหญ่แต่ก็ไม่กล้ารับเอามา จนบิดาต้องเป็นฝ่ายพูดแทน “ไม่เป็นไรครับคุณเหม ทำแบบนั้นผม...” “มีเด็กหลายคนนะที่ผมกับพ่อสนับสนุน คุณอย่าเกรงใจเลย เพราะถ้าผมได้สนับสนุนลูกคุณคงจะรู้สึกเหมือนได้ตอบแทนการทำงานของคุณ ถือว่าเป็นโบนัสนะคุณพายัพ” “งั้น...ผมก็ขอบคุณมากๆครับ ขอบคุณคุณเหมสิพาย” “ขอบคุณค่ะ” ตั้งแต่วันนั้นเธอก็ตกหลุมรักเขาโดยไม่ทันได้ระวังตัว เหมันต์หล่อเหลา ใจดี และทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก พระพายมาถึงบริษัทในตอนสายพร้อมถุงผ้าใบใหญ่ บิดาให้พนักงานสาวคนหนึ่งลงมารับเธอ ซึ่งอีกฝ่ายก็แสดงท่างทางนอบน้อมจนเธอรู้สึกเกรงใจ นั่นอาจเป็นเพราะบิดาของเธอเป็นเลขาคนสำคัญของประธานบริษัท ที่ได้รับความไว้วางใจมายาวนานทุกคนจึงให้เกียรติในระดับหนึ่ง “พ่อคะ” คุณพายัพลุกขึ้นทันทีที่เห็นลูกสาวเดินเข้ามาหา “มาลูกพ่อจะพาไปหาคุณเหม ขอบใจมากนะรัญญา” “ค่ะ” หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำอยู่ในอกเมื่อรู้ว่ากำลังจะได้เจอเขา ความรู้สึกประหม่าเกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ฝ่ามือบางที่ชื้นเหงื่อกำถุงผ้าแน่น ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เข้ามา” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นเร่งให้จังหวะหัวใจเต้นถี่กว่าเดิม เด็กสาวพยายามปรับสีหน้าให้ดูปกติที่สุด เพราะไม่ต้องการให้ใครรับรู้ว่าคิดอะไร “ไง...เอาขนมมาส่งเองเลยเหรอ” “ค่ะ สวัสดีค่ะคุณเหม” “นั่งสิ อยากคุยด้วยพอดี” “งั้นคุณเหมคุยกับพายไปก่อนนะครับ พอดีผมต้องไปรอรับเอกสารจากฝ่ายการตลาด” “อืม...” คนตัวเล็กนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามเขา และฉวยโอกาสที่เหมันต์กำลังสนใจเอกสารจ้องมองใบหน้าหล่อเหลา พลางสูดกลิ่นหอมสะอาดของคนตรงหน้า แล้วก็นึกละอายที่ทำตัวราวกับเด็กใจแตก “เสร็จละ...” ชายหนุ่มปิดแฟ้มแล้วเงยหน้าขึ้นมองเธอ ทำเอาพระพายถึงกับสะดุ้งเพราะหลบตาไม่ทัน “เลิกทำท่าทางกลัวฉันแบบนั้นสักที ฉันไม่เคยใจร้ายกับเธอเลยนะ” “หนู...ไม่ได้กลัวค่ะ” “ไหนเรามาคุยกันหน่อย เห็นพ่อเธอบอกว่าเธอไม่ได้ทุนที่ขอไป” “ค่ะ เพื่อนหนูได้ไป” “เสียใจหรือเปล่า” “ไม่ค่ะ เขาเหมาะสมกว่าค่ะ เขาเรียนเก่งและมีความสามารถมากกว่าหนูจริงๆ” “อืม...ดี” เหมันต์รู้สึกชอบใจกับคำตอบนั้น เพราะมันแสดงให้เห็นว่าคนตรงหน้ารู้จักยอมรับความจริง ไม่ใช่เอาแต่โทษคนอื่นเวลาไม่ได้ดั่งใจหวัง “แต่ฉันเคยบอกเธอไปแล้วนี่ ว่าถ้าอยากไปจริงๆ ฉันจะสนับสนุนเรื่องนี้เอง เธอไม่ได้ทุนพ่อเธอก็ไม่เคยบอกอะไรเลยถ้าฉันไม่ถามก็คงจะไม่รู้” “หนูกับพ่อไม่อยากรบกวนคุณค่ะ อีกอย่างหนูมาคิดดูแล้วถ้าหนูไปอยู่ที่อังกฤษพ่อก็ต้องอยู่คนเดียว หนูไม่อยากทิ้งพ่อไปค่ะ” “แล้ววางแผนเรียนต่อที่นี่สินะ” “ค่ะ หนูได้มหาลัยแล้ว จะเปิดอีกไม่กี่วันแล้วค่ะ” “อืม...ถึงจะเป็นที่ไหนฉันก็จะสนับสนุน แล้วก็ห้ามปฏิเสธด้วย เพราะฉันอยากตอบแทนการทำงานที่ดีเยี่ยมมาตลอดของพ่อเธอ” “ค่ะ หนูขอบคุณมากค่ะ” “เรียนคณะอะไรล่ะ” “บริหารค่ะ” “หืม...นึกว่าเธอจะเรียนพวกคหกรรมซะอีก เห็นว่าชอบทำขนม” “ชอบค่ะ แต่ก็แค่ขนม อย่างอื่นไม่ชอบค่ะ” เธอสามารถตอบเขาได้อย่างไม่เคอะเขิน ความประหม่าลดลงจนแทบไม่เหลือ เพราะเหมันต์วางตัวเหมือนญาติสนิทไม่ได้สูงส่งแบ่งแยกแต่อย่างใด “ตั้งใจเรียนนะพระพาย ไม่แน่อนาคตจะได้มาเป็นเลขาให้ฉันแทนพ่อเธอ” “ค่ะ หนูจะตั้งใจเรียนค่ะ” “ดี...คุณพายัพเป็นเลขาที่ดีที่สุดของพ่อฉัน และก็เป็นเลขาที่ดีที่สุดของฉันด้วย ฉันคิดว่าเธอเองก็ต้องเก่งไม่แพ้เขาแน่นอน” “ขอบคุณค่ะคุณเหมหนูจะตั้งใจเรียนค่ะ แล้วจะมาเป็นเลขาให้คุณนะคะ” คุยกันอีกหลายประโยคพระพายจึงกลับออกมาจากห้องทำงาน หัวใจของเธอพองโตจนคับอกทั้งๆที่เหมันต์ไม่ได้พูดคำหวานหู หรือแสดงออกว่าชอบพอเธอเลยสักนิด แต่เพียงแค่เขาใจดีด้วยก็สามารถทำให้เด็กสาวริรักเก็บไปเพ้อได้ พระพายเข้าเรียนมหาวิทยาลัยโดยมีเหมันต์เป็นคนสนับสนุนค่าเล่าเรียนให้ ถึงคุณพายัพจะเกรงใจแต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะเจ้านายมีความตั้งใจจริง ทั้งเหมันต์และพ่อของเขาเป็นเจ้านายที่ดี ครั้งแรกที่เขาเจอคุณวสันต์นั้นเพิ่งจะเรียนจบใหม่ เรื่องบังเอิญทำให้ทั้งสองได้รู้จักกัน พออีกฝ่ายรู้ว่าเขายังไม่มีงานทำก็เสนอตำแหน่งผู้ช่วยให้ ซึ่งตอนแรกคุณพายัพไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะมีบริษัทใหญ่โตขนาดนี้ พอนานวันจากผู้ช่วยก็ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในตำแหน่งเลขา จนคุณวสันต์ส่งต่อตำแหน่งประธานให้กับลูกชายอย่างเหมันต์ เขาก็ยังคงดำรงตำแหน่งเลขาเพราะเขาคือคนที่คุณวสันต์ไว้วางใจมากที่สุด “พ่อขา...” พระพายเรียกบิดาเสียงหวานจนคนถูกเรียกยิ้มอย่างรู้ทัน “จะขออะไรอีกล่ะ จะไปเที่ยวไหนกับเพื่อน หรือจะ...” “เปล่าเลยค่ะ โน โน โน หนูแค่จะบอกว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของหนู หนูจะไปช่วยงานเล็กๆน้อยๆที่บริษัทกับพ่อได้มั้ยคะ” ด้วยพระพายและคุณพายัพต่างก็ถือเหมันต์เป็นผู้มีพระคุณ เวลาที่ลูกสาวว่างจากการเรียนจึงให้เข้าไปช่วยงานเท่าที่จะทำได้ โดยที่คุณพายัพไม่เคยรู้เลยว่าลูกมีความปรารถนาอื่นแอบแฝง “ช่วงนี้พ่อไม่ค่อยได้เข้าบริษัทหรอกลูก งานที่บริษัทตอนนี้คุณเหมเคลียร์จนหมดแล้ว” “งานไม่ยุ่งแล้วทำไมพ่อกลับมืดทุกวันละคะ” “ก็ช่วงนี้มีงานอื่นน่ะสิ พ่อว่าจะบอกหนูอยู่เหมือนกันว่าอีกสามเดือนคุณเหมจะแต่งงานแล้ว” สิ่งที่บิดาบอกเล่าเปรียบได้กับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางศีรษะทั้งๆที่ไร้เมฆไร้ฝน หัวใจที่เคยพองโตห่อเหี่ยวอย่างกระทันหัน “ตะ...แต่งงานหรอ” “อื้ม...แต่งงาน ช่วงนี้พ่อเลยต้องยุ่งหน่อย เพราะคุณเหมให้พ่อจัดการหลายเรื่องแทน” คุณพายัพพูดโดยที่ไม่ละสายตาไปจากการถ่ายทอดสดฟุตบอลจึงไม่ได้เห็นว่าขณะนี้ใบหน้าของลูกสาวซีดเผือด “พ่อไม่เห็นเคยบอกหนูเลยว่าคุณเหมมีแฟน” “ก็มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรนี่” มันสำคัญสำหรับหนู! พระพายตะโกนก้องในใจกระบอกตาร้อนผ่าวเพราะน้ำตากำลังจะหยดไหล ก้อนสะอื้นที่วิ่งขึ้นมาจุกตรงลำคอทำให้เธอเจ็บร้าวแต่ก็ต้องฝืนกลืนมันลงไป “อีกอย่างพ่อไม่บอกหนูก็น่าจะรู้ คุณเหมเพียบพร้อมแบบนั้นจะเป็นโสดได้ยังไง” “เธอ...เป็นใครคะ” “ใคร? เจ้าสาวของคุณเหมเหรอ” คำว่า ‘เจ้าสาวของคุณเหม’ กรีดเฉือนหัวใจคนฟังจนเลือดท่วมในอก เธอแอบรักเขามานานนับปีและกำลังอกหักทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มเลยด้วยซ้ำ พระพายวาดฝันว่าถึงวันที่เรียนจบ เธอจะบอกความรู้สึกของตัวเองให้บิดารับรู้และจะเดินหน้าทำตามหัวใจตัวเอง โดยไม่เคยมีสักเสี้ยวนาทีที่ฉุกคิดเลยว่าเหมันต์เป็นคนที่มีเจ้าของแล้ว “ชื่อคุณมิ้งค์ เธอรักกับคุณเหมมาตั้งแต่เด็กแต่เธอเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยชอบออกงานหรือเข้าสังคม เลยไม่ค่อยมีคนรู้ว่าเขาเป็นแฟนกัน” “เธอสวยมากมั้ยคะ” “สวยสิ สวยมากเลยพ่อเคยเห็นอยู่สองสามครั้ง บ้านเธอทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหา กิ่งทองใบหยกแท้ๆเลยล่ะ” คำพูดของพ่อที่กล่าวถึงเจ้าสาวของเหมันต์มีความชื่นชมอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาคนที่กำลังอกหักปวดใจเป็นสองเท่า และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตัวเองต้อยต่ำไม่คู่ควรโดยสิ้นเชิง “หนู...ขึ้นห้องก่อนนะคะ” เธอพูดเสียงเครือแล้วรีบลุกขึ้นก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาประจานตัวเธอเอง “อืม...พ่อดูบอลจบก็จะขึ้นนอนแล้ว” พระพายหอบหัวใจที่พังยับกลับขึ้นห้องของตัวเอง เธอซุกตัวใต้ผ้านวมผืนหนาแล้วสะอึกสะอื้นด้วยความเจ็บปวด ความรักครั้งแรกของเธอจบลงแล้ว และเธอได้รู้จักรสชาติของการอกหักอย่างลึกซึ้ง โดยที่เหมันต์ไม่เคยรับรู้เลยด้วยซ้ำว่าใครคนหนึ่งกำลังคร่ำครวญร่ำไห้เพราะมีเขาเป็นสาเหตุ 3เดือนต่อมา... รักของเธอเกิดขึ้นแต่ไม่เคยจบลงเพราะพระพายยังคงเก็บมันไว้ในใจ หลังจากที่คิดมาแล้วหลายตลบเธอจึงเข้าใจว่าไม่ควรเลยที่จะเสียใจ เพราะเธอไม่ได้ถูกเขาปฏิเสธหรือไม่เห็นค่าแต่เหมันต์ไม่เคยรับรู้ ตอนนี้เขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารัก กำลังจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นสิ่งที่เธอควรทำคือยินดีกับรักครั้งนี้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องหยุดรักเขา เพียงแต่ต้องคอยเตือนตัวเองไม่ให้ถลำลึกไปเท่านั้น “ชุดนี้เหมาะกับหนูมาก วันนี้ต้องเดินใกล้ๆพ่อไว้นะห้ามห่าง” “ทำไมคะ” “ก็เดี๋ยวหนุ่มๆมาจีบน่ะสิ” “หืม...พ่อหวงหนูด้วยเหรอคะเนี่ย” “หวงสิ พ่อมีลูกสาวคนเดียวนะ” พระพายยิ้มหวานแล้วเข้าไปกอดแขนบิดาอย่างออดอ้อนก่อนที่ทั้งคู่จะขึ้นรถไปยังโรงแรมที่จัดงาน พอมาถึงงานพระพายก็ทึ่งและแอบอิจฉาเจ้าสาวอยู่ในใจเพราะงานแต่งงานนี้ถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่ ดอกไม้สีขาวนานาชนิดที่ใช้ตกแต่งส่งกลิ่นหอมจางๆ บรรยากาศเหมือนได้เดินอยู่บนสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น “งานใหญ่มากเลยนะพ่อ” หญิงสาวกระซิบเบาๆในขณะเดินเข้ามาที่หน้างาน “งานแต่งลูกชายคนโตตระกูล ‘วรกิจวานิชย์’ จะเป็นงานเล็กๆไปได้ยังไงล่ะลูก” ข้อมูลที่พระพายค้นหาด้วยตัวเองคือเหมันต์คือนักธุรกิจและลงทุนมือทอง ตระกูลของเขามีธุรกิจในมือหลายอย่าง หลักๆคือธุรกิจน้ำเมาอันดับหนึ่งของประเทศและนำเข้ารถซูปเปอร์คาร์ เมื่อนึกถึงเรื่องนี้แล้วเธอจึงรู้สึกว่างานแต่งที่อลังการในวันนี้ถูกจัดให้สมฐานะ ดวงตากลมโตมองสำรวจไปทั่วจนหยุดยืนตรงหน้าบ่าวสาวไม่รู้ตัว ตอนนี้เธอได้เห็นหน้าเจ้าสาวของเหมันต์เต็มตา แล้วก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าพวกเขาเหมาะสมราวกับเจ้าหญิงและเจ้าชายในเทพนิยาย “สวัสดีค่ะคุณเหม สวัสดีค่ะคุณ...” “มิ้งค์จ้ะ” “สวัสดีค่ะคุณมิ้งค์” “จ้ะ” “นี่แหละมิ้งค์ลูกสาวคุณพายัพ เจ้าของคุกกี้ที่คุณชอบ” “ว้าว...ลูกสาวคุณพายัพน่ารักมากเลยค่ะ เหมือนตุ๊กตาเลยทำขนมก็เก่ง พี่กินคุ้กกี้หนูไม่เคยเบื่อเลยรู้มั้ย” น้ำเสียงนุ่มนวลและรอยยิ้มอ่อนโยนของคนตรงหน้า ทำให้พระพายรู้ว่าเหตุใดเหมันต์ถึงเลือกเธอเป็นเจ้าสาว “ขอบคุณค่ะ” “แต่ตุ๊กตาตัวนี้แสบมากนะครับ ไม่ได้น่ารักหรือน่าทะนุถนอมเลยมีแต่น่าตี” คุณพายัพบอกยิ้มๆเพราะรู้จักนิสัยของลูกเป็นอย่างดี ซึ่งพระพายก็จะแสดงนิสัยเหล่านั้นเฉพาะคนสนิท “ไม่เชื่อได้มั้ยคะเนี่ย น่ารักแบบนี้จะแสบได้ยังไง ดีใจนะเนี่ยที่วันนี้ได้เจอกัน” “หนูก็ดีใจค่ะที่คุณชอบคุกกี้ของหนู” ถึงแม้จะรู้สึกใจฝ่อบ้างที่รู้ว่าคุกกี้ที่เหมันต์สั่งเขาไม่ได้กินเอง แต่พระพายก็ยังสามารถซ่อนความรู้สึกของตัวเองได้เป็นอย่างดี “เดี๋ยวมิ้งค์ก็ได้เจอบ่อย เพราะนี่คืออนาคตเลขาของผม” “หืม...เหมาะมากจริงๆค่ะ ต้องเก่งเหมือนคุณพายัพแน่ๆ” “ขอบคุณครับคุณมิ้งค์” “เรียนปีไหนแล้วจ๊ะ” “ปีสองแล้วค่ะ” “อีกนิดก็จะจบแล้ว สู้ๆนะคะอนาคตเลขาท่านประธาน” “ขอบคุณค่ะคุณมิ้งค์” “เรียกพี่ก็ได้จ้ะ พี่อยากมีน้องสาวน่ารักเหมือนตุ๊กตา” หลังจากทักทายบ่าวสาวพอสมควรสองพ่อลูกก็ถูกเชิญเข้ามาในงาน ซึ่งคุณพายัพก็เหมือนจะมีคนรู้จักไม่น้อยจึงมีแขกคนอื่นแวะเวียนมาไม่ขาด พระพายจึงฉวยโอกาสที่บิดากำลังพูดคุยเดินเลี่ยงออกมา เธอเดินมาหยุดอยู่มุมหนึ่งที่สามารถมองเห็นคู่บ่าวสาวได้ แล้วลอบมองรอยยิ้มของทั้งคู่ด้วยแววตาหม่นเศร้า ใบหน้าหล่อเหลาของเหมันต์มีรอยยิ้มอยู่ตลอด บ่งบอกถึงความสุขที่เขาได้รับ แขนข้างหนึ่งของเขาโอบเอวเจ้าสาวคนสวยอย่างต้องการแสดงทั้งความรักและการเป็นเจ้าของ น่าแปลกเหลือเกินที่ในใจของพระพายไร้ซึ่งความริษยา เธอแอบมองพวกเขาอยู่ไกลๆด้วยสายตาชื่นชม “มีความสุขมากๆนะคะ หนูยินดีกับพวกคุณด้วย” พระพายกระซิบอวยพรให้คู่บ่าวสาว ถึงแม้ว่าความรักของเธอจะไม่สมหวัง แต่การที่ได้เห็นคนที่รักมีความสุขก็อดที่จะสุขตามไม่ได้ สิ่งที่เธอหวังก็คืออยากให้เขาสุขเช่นนี้ตลอดไป

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.4K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.8K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook