ลวงใจ...1
“ฮึก...”
ตอนนี้ช่อแก้วไม่รู้หรอกว่าภาคินรู้สึกกับเธอเช่นไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรักที่เคยมียังหลงเหลืออยู่ในใจเขาบ้างหรือเปล่า เธอรู้เพียงว่าเธออยากกอดเขา อยากซบหน้ากับอกกว้างซึ่งเป็นที่พักพิงด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ
ช่อแก้วสะอึกสะอื้นในขณะที่ก้าวเท้าเข้าหาเขา แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้แตะต้องส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกำยำ ภาคินกลับก้าวถอยหลังราวกับรังเกียจ
“นาย...”
“สรุปใครคะพี่ภาค พี่รู้จักด้วยเหรอคะ”
ปนิดาเอ่ยถามในขณะที่เปิดประตูรถลงมายืนข้างคู่หมั้น
ภาคินมองใบหน้านองน้ำตาของคนที่เขาเคยบอกรักเช้าเย็นด้วยความอึดอัดใจเป็นที่สุด
“ที่นี่คนเต็มแล้วเรายังไม่รับคนงานเพิ่ม”
คำพูดและการกระทำของเขาสร้างความเจ็บปวดให้กับช่อแก้วอย่างแสนสาหัส หัวใจถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเมื่อเขาแสดงออกว่าเธอคือคนแปลกหน้า
“อ้อ...มาสมัครงาน”
ช่อแก้วสะอื้นรุนแรงแล้วจึงยกมือวางทาบที่หน้าท้องเพราะรู้สึกเจ็บ ตอนนั้นเองที่ภาคินสังเกตเห็นว่าเธอกำลังตั้งครรภ์
“นายจำแก้วไม่ได้เหรอคะ..ฮึก...หรือว่านายเป็นอะไร! นาย...”
“พอ! ฉันไม่ได้เป็นอะไรเพียงแต่ฉันจำเธอไม่ได้จจริงๆตอนนี้นึกออกแล้วล่ะ”
“สรุปยังไงคะพี่ภาค”
“เธอชื่อช่อแก้ว พ่อเธอเป็นคนงานในเหมืองแต่ตอนนี้พ่อเธอป่วยทำงานไม่ได้ พี่ก็เลยว่าจะจ้างให้เธอมาเป็นแม่บ้านอยู่ที่นี่”
คำพูดนั้นทำให้ช่อแก้วรู้ได้ทันทีว่าภาคินไม่ใช่สามีคนเดิมของเธออีกแล้ว เขากำลังโกหกและปิดบังสถานะของเธอจากผู้หญิงคนนั้น
“ทำไมนาย...”
“ไปพาพ่อเธอมาขึ้นรถจะได้เข้าบ้านพร้อมกัน เปิดประตูแล้วเข้าบ้านเถอะนิดพี่เริ่มร้อนแล้ว”
เขาสั่งเสียงเข้มแล้วตัดบทด้วยการขึ้นรถไป ช่อแก้วจึงต้องรีบวิ่งกลับไปจูงบิดามาขึ้นรถอย่างไม่มีทางเลือก
“เธอมาทำอะไรที่นี่ฮะ!”
ประตูรถยังไม่ทันปิดสนิทภาคินก็เกรี้ยวกราดใส่เธออย่างคนที่กำลังโกรธจัด
ประโยคแรกที่เขาพูดกับเธอทำให้ช่อแก้วนั่งอึ้งเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้ควรรู้สึกอย่างไร ไม่รู้แม้กระทั่งควรตอบคำถามนั้นหรือเปล่าด้วยซ้ำ
“เธอกำลังทำให้ทุกอย่างมันวุ่นวายรู้หรือเปล่า!”
“แก้วไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ แก้วแค่มาตามหานาย...นายหายไปนานไม่ยอมส่งข่าว ตอนนี้ชาวบ้านพากันนินทาเรื่องที่แก้วท้อง เขาพูดกันว่า...”
หญิงสาวพยายามอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เธอต้องเดินทางมาถึงที่นี่ แต่ใบหน้าที่แสดงถึงความเกรี้ยวกราดไม่พอใจของภาคินกลับไม่คลายลง ทำให้คนมองเริ่มใจเสียเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ยินดีกับการมาเยือนของเธอ
“พอเถอะ!”
ชายหนุ่มพารถจอดสนิทแล้วลงจากรถอย่างเร่งรีบ
“ตามมาทางนี้!”
เขาก้าวยาวๆเดินนำเธอแต่ช่อแก้วที่อุ้มท้องห้าเดือนอีกทั้งยังต้องจูงพ่อเดินไม่ทันใจเขา จนภาคินต้องคว้าข้อมือเล็กแล้วฉุดให้เธอเดินตาม โดยไม่ได้ใส่ใจเลยว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่
“เธอฟังฉันนะแก้ว...”
เขาหยุดเดินแล้วพูดกับเธอเมื่อพาเข้ามาที่ห้องครัวหลังบ้าน
“เธอรอฉันตรงนี้...รอที่นี่ อย่าพูดกับใคร อย่าออกไปให้ใครเห็น ถึงเวลาฉันจะกลับมารับเข้าใจมั้ย”
“นายจะไปไหนคะ!”
ช่อแก้วรีบผวาเข้าเกาะแขนเมื่อได้ยินอย่างนั้น กลัวเหลือเกินว่าจะถูกเขาทอดทิ้งเอาอีกครั้ง
“ฉันมีเรื่องสำคัญต้องทำ รอฉันตรงนี้...”
“นายยังไม่ได้บอกพ่อแม่เรื่องแก้วใช่มั้ย ถึงพาแก้วออกไปตอนนี้ไม่ได้”
“เดี๋ยวฉันมาอธิบายให้ฟัง อยู่ตรงนี้อย่าไปไหนก็พอ”
“แต่...”
“อย่าทำให้ฉันต้องวุ่นวายไปมากกว่านี้แก้ว!”
เธอหุบปากฉับเมื่อเขาตวาดใส่เสียงดัง แล้วจึงจูงมือบิดาไปนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ใกล้ที่สุด ในอกปวดระบมจนสุดบรรยาย กับการกระทำของสามีที่เธอทั้งรักทั้งเทิดทูน
ภาคินออกไปไม่นานก็มีแม่บ้านวัยกลางคนเดินเข้ามา และสิ่งที่ทำให้ช่อแก้วใจชื้นคือเธอได้รับรอยยิ้มจากแม่บ้านคนนั้น
“ไงละหนู คุณภาคบอกให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อน อยากได้อะไรมั้ย”
“หนูขอน้ำเปล่าให้พ่อหนูได้มั้ยจ๊ะ”
“ได้สิทำไมจะไม่ได้”
แม่บ้านคนนั้นหายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมเหยือกและแก้วน้ำสองใบ
“ป้าชื่อวรรณานะ เรียกป้าวรรณก็ได้ ว่าเเต่เป็นอะไรถึงร้องไห้ตาปูดตาบวม”
ช่อแก้วส่ายหน้าพร้อมน้ำตาที่ไหลมาอีกระรอก แต่เธอกลับไม่ยอมปริปากเล่าเรื่องราวใดๆ เพราะกลัวว่าจะไม่ถูกใจภาคินและอาจทำให้เขาโกรธมากกว่าเดิม
“อะๆ ไม่เล่าก็ไม่เล่า”
“ป้าจ๊ะ”
“ว่าไง”
“นายไปไหนจ๊ะ อีกนานมั้ยถึงจะมารับหนู”
“เรียกนาย...มาจากเหมืองที่จันล่ะสิเนี่ย คุณภาคเธอมีแขกกว่าจะกลับมาจัดการเรื่องหนูคงอีกพักใหญ่ เวลาคุณนิดมาส่วนมากก็จะคุยกันจนมืดค่ำ”
“คุณนิด...”
ช่อแก้วทวนคำแล้วนึกไปถึงหญิงสาวที่เธอเจอเมื่อครู่
“ใช่ คุณนิดคู่หมั้นคุณภาค จะแต่งงานกันในอีกเดือนสองเดือนนี่แหละ”
คำว่าแต่งงานทำให้ดวงตาคู่สวยของช่อแก้วเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึงแล้วจึงถามย้ำให้แน่ใจอีกครั้ง
“ป้าหมายถึง...นายกำลังจะแต่งงานกับคนที่ชื่อคุณนิดหรอ...”
“ใช่สิ ถ้าหนูได้เห็นคุณนิดนะจะต้องคิดเหมือนป้า กิ่งทองใบหยกแท้ๆเชียว”
ช่อแก้วเพิ่งได้รู้ในนาทีนั้นเองว่าที่เขาพาเธอมาซ่อนไว้ที่หลังบ้านไม่ใช่เพราะหลบจากสายตาพ่อแม่เขา แต่เป็นเพราะภาคินกำลังปิดบังตัวตนของเธอจากผู้หญิงคนนั้น และที่เขาเงียบหายไปตลอดสี่เดือนก็เพราะกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว เขาไม่ต้องการเมียที่ไร้ราคาอย่างเธออีกแล้ว
( @ เหมืองพลอยจังหวัดจันทบุรี )
ภาคินยืนหน้ายุ่งอยู่ข้างรถเบนซ์คันหรูของตัวเอง เพราะตอนนี้ล้อรถด้านหลังจมอยู่ในแอ่งโคลน ที่ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไหร่ก็ไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้ ยิ่งเร่งเครื่องล้อที่หมุนฟรีก็ยิ่งทำให้แอ่งโคลนลึกลงเรื่อยๆ
“บ้าชิบ!”
ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสียพลางใช้มือเสยผมดกหนาจนยุ่งเหยิง ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่าถนนทางเข้าหมู่บ้านทุรกันดารขนาดไหน แต่เป็นเพราะความรีบร้อนจึงไม่มีเวลาได้กลับไปเปลี่ยนรถให้เหมาะกับการใช้งาน
“โธ่เว้ย!!”
เสียงสบถดังขึ้นอีกระลอกเมื่อโทรศัพท์ไม่อาจใช้งาน เนื่องจากที่ตรงนี้เป็นจุดอับสัญญาณ นั่นยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้กับภาคินเป็นเท่าตัว
และเมื่อไม่อาจเคลื่อนรถได้รวมทั้งไม่สามารถติดต่อคนงานให้มาช่วย ชายหนุ่มจึงต้องพึ่งสองขาของตัวเองเพื่อไปยังจุดหมาย ในขณะที่ก้าวเดินใบหน้าหล่อเหลาก็งอง้ำ โกรธทั้งความกันดาร โกรธทั้งมารดาที่เร่งเร้าให้เขามาที่นี่แทนบิดาที่ป่วยกระทันหัน จนไม่ได้ตระเตรียมอะไรให้ดีเสียก่อน
เสียงรถมอเตอร์ไซค์ที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้ภาคินเหลียวมองอย่างมีความหวัง ว่าบางทีเขาอาจจะไม่ต้องเดินย่ำเท้าไปที่เหมือง ซึ่งถ้าวัดระยะทางก็อีกหลายกิโลกว่าจะเดินไปถึงก็คงมืดค่ำ
“เฮ้! จอดหน่อย! จอด!”
เขารีบโบกมือเมื่อหญิงสาวที่เป็นคนขี่ไม่มีทีท่าว่าจะชะลอความเร็ว ซ้ำเมื่อใกล้ถึงตัวเขาเธอก็เหมือนจะยิ่งเร่งเครื่องให้เร็วขึ้นราวกับจะหนีอีกด้วย
“จอด!”
“ว้าย!!”
ช่อแก้วเบรกกระทันหันเมื่อชายหนุ่มร่างกำยำกระโดดขวางหน้ารถเธอ ทำให้รถเสียหลักแต่ยังโชคดีที่เขาเข้ามาช่วยพยุงได้ทัน ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องลงไปนอนกองบนพื้นถนนอย่างไม่ต้องสงสัย
“ฉะ...ฉันยืนได้แล้วค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยเตือนเมื่อมือหนายังทาบอยู่กับแผ่นหลังบอบบางของเธอ
“อะ...เอ่อ เธอไม่เจ็บใช่มั้ย”
“ไม่ค่ะ”
ภาคินถอยออกมองหญิงสาวที่ยังคงคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าอยู่ตรงหน้า ใบหน้าหมดจดของเธอดูงดงามแบบหญิงสาวชาวบ้านทั่วไป อาจจะโดดเด่นกว่าด้วยเครื่องหน้าที่สวยหวานลงตัว แต่ล้วนแล้วคือความงามโดยธรรมชาติไร้การแต่งเติม ดวงตาคู่สวยหวานซึ้งเพราะแพขนตางอนยาวทำให้ภาคินเผลอจ้องอยู่นานหลายนาที
“คุณมีอะไรถึงมาดักหน้ารถฉัน”
“ฉันจะขอติดรถเธอเข้าหมู่บ้านไปด้วยน่ะ หรือไม่ฉันจ้างเธอก็ได้ช่วยไปส่งฉันที่เหมืองที”
ช่อแก้วมีสีหน้าลำบากใจจนเห็นได้ชัดแล้วจึงเสนอทางออกอย่างอื่น
“รถที่ติดหล่มอยู่ตรงนั้นของคุณเหรอ”
“ใช่ ฉันถึงจะขออาศัยไปกับเธอด้วย”
“เอ่อ...งั้นให้ฉันไปตามคนมาช่วยดีกว่ามั้ย”
“ทำไมล่ะ หรือว่าเธอกลัวที่จะให้ฉันติดรถไปด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันขี่ให้เธอนั่งก็ได้นะ ถึงรถเธอมันจะ...”
ภาคินกวาดตามองรถคันเก่าที่แทบจะมีสภาพไม่ต่างจากเศษเหล็กอย่างประเมิน
“เก่าไปนิด แต่ฉันว่าฉันขี่ได้”
“ฉันไม่ได้กลัวคุณหรอก เพียงแต่คิดว่ามัน...เอ่อ...คงดูไม่เหมาะ”
“หืม...”
ชายหนุ่มทำเสียงแปลกใจในลำคอเพราะคาดไม่ถึงว่ายุคสมัยนี้แล้วจะยังมีคนที่ดูหวงเนื้อหวงตัวแบบนี้อยู่
“คุณรอตรงนี้นะ ฉันจะไปตามคนมาช่วย ว่าแต่คุณจะให้ฉันบอกพวกเขาว่าอะไร”
ภาคินไม่ตอบคำถามนั้นแต่กลับคร่อมรถซ้อนเธอหน้าตาเฉยจนช่อแก้วรีบลงจากรถด้วยความตกใจ
“คุณทำอะไรน่ะ!”
“เธออย่ามาคิดเล็กคิดน้อยนักเลยรีบๆขึ้นมาซ้อนจะได้ไปกันสักที”
หญิงสาวส่ายหน้าพร้อมมองอย่างหวาดระแวงจนภาคินนึกขบขัน
“ถ้าเธอไม่ขึ้นก็รอตรงนี้แล้วกันฉันยืมรถหน่อย”
ว่าแล้วเขาก็จัดการกระทืบคันสตาร์ทเพื่อติดเครื่อง ช่อแก้วจึงตัดสินใจซ้อนรถเขาเพราะกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอไว้ตรงนั้นจริงๆเนื่องจากตอนนี้ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว
“ก็แค่เนี้ย”
สายตาของช่อแก้วจับจ้องแผ่นหลังกว้างในเสื้อเชิ้ตด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เพราะคนแปลกหน้าคนนี้ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใบหน้าร้อนวูบเป็นพักๆนึกกังวลถึงสภาพหน้าผมของตัวเอง ทั้งๆที่ปกติแล้วไม่เคยใส่ใจในเรื่องนี้เลย
“บ้านเธออยู่ตรงไหน”
“อยู่ท้ายเหมืองค่ะ”
“ท้ายเหมืองเขาให้แต่คนงานอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“พ่อของฉันทำงานในเหมืองค่ะ”
“อ้อ...”
ช่อแก้วนั่งตัวเกร็งไม่พูดอะไรต่อทั้งๆที่ในใจอยากจะถามว่าเขาเป็นใครมาจากไหน และดูเหมือนภาคินจะรู้ว่าเธอกังวลจึงขยันเบรกกระทันหันจนอกนุ่มๆกระแทกแผ่นหลังเขาบ่อยครั้ง ยิ่งเธอลนลานถอยออกเขาก็ยิ่งชอบใจที่ได้แกล้ง
ไม่นานมอเตอร์ไซค์คันเก่าก็วิ่งเข้าหมู่บ้าน และภาคินคือจุดเด่นที่ทำให้หลายคนมองตามหลัง ด้วยความสงสัยเพราะไม่มีใครเคยเห็นเขามาก่อน ที่สำคัญคือเขามากับช่อแก้วหญิงสาวที่ใครๆก็รู้ดีว่าเป็นของต้องห้ามสำหรับผู้ชายคนอื่น เพราะเธอถูกประชาลูกชายกำนันศรหมายตาเอาไว้ตั้งแต่แตกเนื้อสาว
( วันต่อมา )
ภาคินเดินสำรวจรอบเหมืองตั้งแต่เช้าตรู่เพราะต้องการสร้างความคุ้นเคยกับสถานที่และคนงาน ความจริงแล้วตัวเขาเองก็คลุกคลีอยู่กับงานเหมืองมาพอสมควร เพียงแต่หลักๆเป็นเหมืองที่ต่างประเทศ ที่ตอนนี้มีอาซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆของพ่อดูแลอยู่ ส่วนเขาที่ต้องมาดูเหมืองที่นี่ก็เพราะบิดาเกิดบาดเจ็บจากการลื่นล้ม ส่งผลให้กระดูกขาร้าวไม่อาจเดินเหินได้ปกติไปช่วงหนึ่งจึงต้องมารับหน้าที่แทนโดยปริยาย
“นายเหมืองครับ! นายเหมือง!”
“ว่าไง...”
“ผมบอกคนงานให้รวมตัวกันแล้วนะครับ เดี๋ยวจะได้ประกาศบอกทุกคนเรื่องที่นายเหมืองจะเข้ามาดูแลที่นี่แทนนายเหมืองใหญ่”
สุวัฒน์หัวหน้าคนงานรีบเข้ามารายงานเมื่อเห็นเจ้านายเดินสำรวจ
“ไม่ต้องหรอก ผมคิดว่าไม่จำเป็นสักเท่าไหร่ วานคุณช่วยบอกแทนด้วยแล้วกันนะ บอกพวกเขาว่าผมมาดูแลแทนนายเหมืองคนเก่าแค่ชั่วคราว แต่ไม่ต้องบอกว่าผมเป็นลูกของคุณพ่อหรอก ผมไม่อยากให้ใครมาคอยเกรงใจ ส่วนคนเก่าแก่ที่รู้อยู่แล้วก็ช่างผมไม่ได้ปิด”
“จะดีเหรอครับ”
“ดีสิ จะได้ทำงานร่วมกับพวกเขาสนุกหน่อย”
“ครับๆเอาแบบนั้นก็ได้ แล้วนี่นายจะไปไหนครับ”
“จะไปดูท้ายเหมืองสักหน่อย ไปไม่นานหรอกเดี๋ยวกลับมา”
“ครับนาย”
ภาคินเดินตรงไปยังท้ายเหมืองแต่แล่วก็ต้องแปลกใจเมื่อบ้านพักคนงานที่เคยมีหลายหลังในอดีต ตอนนี้น้อยลงไปกว่าครึ่ง
“ลุงๆ ทำไมเดี๋ยวนี้บ้านคนงานน้อยจังล่ะ”
ชายวัยกลางคนที่กำลังหิ้วถังน้ำหยุดเดินเมื่อได้ยินคำถาม
“เดี๋ยวนี้เขาขยับขยายไปอยู่ในหมู่บ้านกันซะเยอะครับ”
“ลุงจำผมได้มั้ยเนี่ย”
“จำได้ครับ นายน้อยภาคินใช่มั้ย”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แสดงว่าลุงยังไม่แก่นะเนี่ยความจำยังดี แต่เดี๋ยวเข้าเหมืองเรียกนายเหมืองก็พอครับ”
“ครับๆ ได้ครับ”
พอผละจากคนงานชายหนุ่มก็เริ่มสำรวจบ้านพักทีละหลัง เพื่อมองหาหญิงสาวคนเมื่อวานที่ช่วยเหลือเขา เธอไม่ได้บอกแม้กระทั่งชื่อ แต่บอกว่าพักอยู่ท้ายเหมืองทำให้ภาคินรู้ว่าเธอต้องเป็นลูกหลานคนงาน
“อยู่ไหนของเธอนะ”
กรี๊ดดด!!
ในขณะที่เขากำลังมองหาเธอเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นทางลำธารตีนเขา ชายหนุ่มจึงก้าวเร็วๆไปทางต้นเสียงตามสัญชาตญาณ
“ปล่อยฉันนะ! ปล่อย!”
ช่อแก้วดิ้นรนสุดกำลังเมื่อถูกคุกคาม แต่แรงอันน้อยนิดของเธอไม่มากพอที่จะทำให้ตัวเองหลุดออกจากพันธนาการ ยิ่งดิ้นมากเท่าไหร่เรี่ยวแรงที่มีก็ยิ่งหดหายมากเท่านั้น
“ปล่อย! ฮือๆ...ปล่อยฉัน!”
“จะมาดีดดิ้นทำไม! เมื่อวานซ้อนท้ายผู้ชายหน้าระรื่น ฉันอุตส่าห์พยายามใจเย็นกับเธอแล้วนะ แต่ดูเหมื่อเธอจะไม่พอใจ!”
“ปล่อยฉัน!...ฮือๆ...”
เสียงสะอื้นเริ่มดังขึ้นเมื่อเธอหมดเรี่ยวแรงต่อต้าน ช่อแก้วทั้งรังเกียจและขยะแขยงสัมผัสของมัน แต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะขัดขืน ยิ่งรู้ว่าตัวเองกำลังจะหมดทางหนีน้ำตาก็ยิ่งทะลักทลายราวกับห่าฝน
“ทีกับฉันหวงตัว! แต่ไอ้สารเลวเมื่อวานกอดเอวมันแน่นฉันจะไม่ใจดีกับเธออีกแล้วแก้ว!”
“ไอ้สารเลวที่พูดถึงใช่ฉันหรือเปล่า”
คำถามจากบุคคลที่สามทำให้คนใจชั่วหยุดการกระทำในขณะที่ช่อแก้วยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อเห็นเขา
“นี่ไม่ใช่เรื่องของมึงอย่ามาเสือก!”
“ก่อนจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องของฉันถามผู้หญิงก่อนดีกว่าว่าเต็มใจหรือเปล่า”
“นายเหมืองช่วยฉันด้วย!”
“ปล่อยเธอซะถ้าไม่อยากมีปัญหา”
“มึงคงไม่รู้ว่ากูคือลูกชายของกำนันศร ที่คุมพื้นที่แล้วก็ชาวบ้านแถวนี้ทั้งหมด!”
“ต่อให้พ่อมึงเป็นนายกมึงก็ต้องปล่อยเธอซะ!”
เมื่ออีกฝ่ายไม่รู้จักคำว่าสุภาพชนภาคินจึงไม่คิดจะรักษามารยาทอีกต่อไป และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายขึงขังเอาจริงประชาก็ยอมปล่อยช่อแก้วให้เป็นอิสระ เพราะกำนันศรสั่งนักสั่งหนาว่าจะมีเรื่องกับใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่คนในเหมืองพลอย เพราะอีกฝ่ายมีเงินและอำนาจที่มากกว่าบิดาเขาหลายเท่า
“เธอเป็นอะไรหรือเปล่า...”
“เปล่าค่ะ ขอบคุณนายมากๆที่ช่วยฉัน”
เธอกล่าวขอบคุณทั้งที่ใบหน้ายังนองน้ำตา
“เธอรู้แล้วเหรอว่าฉัน...”
“ค่ะ เมื่อวานลุงปุ่นบอกว่าคนที่ฉันพามาส่งคือนายเหมืองคนใหม่”
“อ้อ...ฉันชื่อภาคินนะ เธอล่ะ”
“ฉันชื่อช่อแก้วค่ะ”
“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ ทำไมเรียกตัวเองแก่แดดจัง”
“งั้นเรียกแก้วแล้วกัน แก้วอายุสิบเก้าค่ะนาย...ต่อไปนี้ถ้านายมีอะไรให้แก้วทำเรียกใช้แก้วได้นะ ให้ค่าจ้างนิดๆหน่อยๆก็พอ ปกติแก้วทำงานรับจ้างทั่วไป ส่วนใหญ่คนในหมู่บ้านจะจ้าง”
“อืม...ว่าแต่เธอน่ะ ถ้ารู้ตัวว่าไม่ค่อยปลอดภัยก็อย่าไปไหนมาไหนคนเดียว”
“จ้ะ ปกติมีน้องๆไปเป็นเพื่อนแต่วันนี้ไม่รู้ไปเล่นไหนกันหมด”
“เอาเถอะ นี่จะกลับหรือยัง...เดินกับไปพร้อมกันมั้ย”
“ค่ะนาย”
ช่อแก้วรีบเก็บผ้าใส่ตระกร้าหวายแล้วเดินตามร่างสูงไป ถึงแม้เขาจะเป็นผู้ชายแต่ก็ไม่ได้น่ากลัวเหมือนกับประชาที่รังแกเธอ