bc

ทาสสวาทคนพาล

book_age18+
363
ติดตาม
1K
อ่าน
แนวดาร์ก
ดราม่า
like
intro-logo
คำนิยม

เขาและเธอมีชะตาชีวิตที่ไม่ต่างกันปริมรดารู้สึกราวกับว่าตัวเองฝันไปที่จู่ๆเขาก็สารภาพว่าอยากปกป้องดูแลเธอ แต่แล้วจากหวานก็กลายเป็นขมขื่นเมื่ออดีตที่เจ็บปวดทำให้เขาเลือกที่จะเชื่อคนอื่นแล้วหันมาร้ายกับเธอ ปริมรดาจะทำอย่างไรเมื่อเทพบุตรของเธอกลายเป็นคนพาล ที่จ้องแต่จะเหยียบย่ำหัวใจของเธอให้แหลกละเอียด

"ไม่ตรวจก็ตามใจ...แต่ถ้าในอนาคตผลตรวจออกมาว่าเด็กเป็นลูกฉันเธอจะไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเด็กเลย ฉันจะไม่ยอมให้เธอได้แตะต้องหรือแม้กระทั่งได้เห็น และอย่าคิดว่าเป็นแค่คำขู่เพราะฉันทำแน่!"

"คุณทำอย่างนั้นไม่ได้นะเราตกลงกันแล้ว!"

"ใช่...แต่เราตกลงกันว่าถ้าเธอยอมตรวจมันจะเป็นแบบนั้น แต่นี่เธอโยกโย้ฉันก็ไม่จำเป็นต้องทำตามนั้นแล้วนี่ เอายังไงล่ะ...จะยอมหรือเปล่า ถ้าเธอยอมตรวจแล้วผลออกมาว่าเด็กเป็นลูกฉัน ฉันก็จะทำตามที่เธอต้องการ แต่ถ้าเด็กไม่ใช่ลูกฉัน...ฉันจะปล่อยเธอไป"

ปริมรดาน้ำตารินอาบสองแก้มเพราะรู้สึกอัดอั้นในอก เธอเงยหน้าขึ้นมองโรเรนโซ่อย่างเกลียดชังเป็นครั้งแรก ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกหวิวในอกไม่น้อย

"ที่ผ่านมาไม่ว่าคุณจะทำกับปริมยังไงปริมก็พอที่จะอภัยได้ ปริมพยายามเข้าใจว่าอดีตที่เจ็บปวดทำให้คุณหวาดระแวงและไม่เชื่อใครง่ายๆ แต่วันนี้คุณบีบบังคับปริมโดยเอาความปลอดภัยของลูกมาเป็นเดิมพัน ใจคุณมันดำเกินไปแล้วโรเรนโซ่!"

ชายหนุ่มสะอึกเมื่อเธอต่อว่าแล้วมองเขาอย่างชิงชัง แต่ก็ยังไม่ลดละและไม่เลิกล้มความตั้งใจ

"ใช่! ฉันมันใจดำ เธอเลือกเอาแล้วกันว่าจะเลือกทางไหน!"

"จำเอาไว้นะโรเรนโซ่ หากลูกของปริมเป็นอะไรไปปริมจะไม่มีวันให้อภัยคุณเลย!"

ชายหนุ่มเจ็บแปล๊บในใจเมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของเธอ แต่ในใจก็เฝ้าภาวนาขอให้เธอและลูกปลอดภัย นอกเหนือจากนั้นคือขอให้ผลออกมาว่าเด็กเป็นลูกของเขา

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ทาสสวาทคนพาล1
โรเรนโซ่ บาดินี่ นักธุรกิจสีเทาผู้โด่งดังในอิตาลีและอีกหลายๆประเทศที่เขาไปลงทุน ชายหนุ่มสายเลือดอิตาลีแท้ๆวัยสามสิบห้าปี เขามีรูปร่างกำยำใหญ่โตและสง่าน่าเกรงขามอีกทั้งใบหน้าก็ยังหล่อเหลาราวกับรูปสลักของเทพกรีกโบราณ ในสายตาของคนอื่นชีวิตของเขาดูน่าอิจฉายิ่งนัก แต่ใครเล่าจะรู้ว่าแท้จริงในใจเขามันอ้างว้างเดียวดายมากแค่ไหน "คุณรอซครับ มีสายจากคุณรัซเซลติดต่อมานะครับ" บอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งผู้จัดการกล่าวรายงานทันทีเมื่อเจ้านายเรียกเข้าพบ "แล้วนายถามหรือเปล่าล่ะเลโนว่าเขามีธุระอะไร" "ครับ...ท่านอยากเชิญคุณทานอาหารค่ำที่คฤหาสน์ 'บาดินี่' ครับ" "หึ...ทานมื้อค่ำงั้นเหรอ" กลีบปากหยักสวยได้รูปยกยิ้มเหยียดหยันเมื่อรู้ว่าคุณรัซเซลผู้เป็นบิดาโทรมาเชิญเขาทานมื้อค่ำ "ครับ...แล้ว..." "ไปสิ! พ่อฉันอุตส่าห์โทรมาชวนทั้งที" "ครับ" เลโนพยักหน้ารับแล้วจึงเดินออกไปจากห้องทำงาน โรเรนโซ่จึงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงานสีดำตัวใหญ่ ที่หุ้มหนังแท้บุนวมอย่างดี ท่าทางของเขาเหมือนกับกำลังผ่อนคลาย แต่นัยน์ตาคู่คมสีสนิมนั้นดูหม่นลงเมื่อย้อนนึกถึงอดีต เขาเป็นบุตรชายคนโตของคุณรัซเซล เขาควรจะเป็นผู้สืบทอดกิจการส่งออก และการค้าทางเรือของตระกูลบาดินี่ในฐานะบุตรชายคนโต แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้นเพราะเขาถูกคนเป็นย่าตั้งแง่รังเกียจ เพียงเพราะเขาเป็นลูกชายที่เกิดจากสะใภ้ที่ทั้งจนและต่ำชั้น เรื่องราวมันยิ่งแย่ลงเมื่อมารดาเขาเสียชีวิต และบิดาก็แต่งงานใหม่กับผู้หญิงที่ย่าเขาเป็นคนเลือก เมื่อแม่เลี้ยงเขาให้กำเนิดบุตรชายซึ่งเป็นน้องของเขา ก็ดูเหมือนโรเรนโซ่จะหมดความหมายกับตระกูลบาดินี่โดยปริยาย บิดาที่เคยเป็นที่พึ่งพิงก็ดูห่างเหิน จนเขามีอายุได้ยี่สิบห้าปีเต็มก็ตัดสินใจออกจากคฤหาสน์บาดินี่ แล้วพยายามสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยความมุ่งมั่นและอยากเอาชนะ จนสุดท้ายเขาก็ประสบความสำเร็จอย่างเกินคาด กับธุรกิจสีเทาอย่างคาสิโนและไนท์คลับ รวมทั้งธุรกิจโรงแรมที่เพิ่งเปิดใหม่แต่ก็ทำกำไรให้เขาอย่างมหาศาล วันนี้ที่บิดาติดต่อมาหาเขาไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคุณรัซเซลพยายามโทรติดต่อและไถ่ถามทุกข์สุขเขาอยู่เสมอ แต่เป็นเพราะฝังใจที่บิดาทำห่างเหินโรเรนโซ่จึงพยายามปิดกั้นตัวเอง แต่วันนี้ที่เขารับปากจะกลับไปเยือนคฤหาสน์บาดินี่ เพราะเขารู้ดีว่าบิดามีบางอย่างต้องการพูดกับเขา ซึ่งเขาเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องใด ... ในห้องโถงของคฤหาสน์บาดินี่คุณรัซเซลกำลังนั่งหน้าบูดบึ้งเมื่อภรรยารวมถึงมารดา ไม่โอนอ่อนผ่อนตามในสิ่งที่เขาพยายามโน้มน้าว "ฉันคงทำตามที่คุณบอกไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าจะให้ฉันทำเฉยๆไปก็คงจะได้ แต่ถ้าจะให้ปั้นหน้าพะเน้าพะนอลูกชายคนเก่งของคุณฉันคงทำไม่ได้!" คุณโอลิเวียพูดเสียงสะบัดพร้อมใบหน้าที่เชิดขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง "ผมไม่ได้ให้คุณทำถึงขนาดนั้น แค่อย่าแสดงอาการอะไรให้มันน่าเกลียดก็พอ" "เฮอะ! มันก็แค่ไอ้คนจองหองคนนึงเท่านั้น จะต้อนรับขับสู้อะไรมันถึงขนาดนั้น!" คุณโรซาลินกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจด้วยความที่ไม่ชอบหลานชายคนโตมาแต่ไหนแต่ไร และคำกล่าวนั้นก็ทำให้คุณรัซเซลเกือบที่จะหมดความอดทน "ทั้งโอลิเวียและแม่ฟังผมให้ชัดๆนะ รอซเป็นลูกชายของผมและผมต้องการที่จะต้อนรับเขาอย่างดีที่สุด ทุกคนที่นี่ต่างรู้ถึงเหตุผลที่ผมเชิญเขามาที่นี่ ถ้าอยากที่อยู่คฤหาสน์หลังนี้ อยากที่จะเข้าสังคมแบบไม่อายใครก็จงเงียบปากซะ! แต่ถ้าไม่แคร์ที่บ้านจะโดนยึดไม่แคร์สายตาดูถูกของใคร วันนี้ที่ตารอซมาก็เชิญแสดงความรังเกียจกันให้เต็มที่!" คุณรัซเซลตวาดลั่นแล้วเดินออกไปทันที ทิ้งให้คุณโอลิเวียและคุณโรซาลินนั่งอึ้งอยู่ตรงนั้น รวมถึงปริมรดาสาวน้อยชาวไทยที่นั่งฟังอย่างสงบด้วยอีกคน "อะ...เอ่อ แล้ววันนี้คุณป้าจะให้ปริมทำอาหารอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ" คุณโอลิเวียมองค้อนหญิงสาวซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานอย่างพาลๆ ปริมรดาคือลูกติดของน้องเขยเธอที่ถูกส่งมาอยู่ด้วยตั้งแต่ยังเล็ก เพราะน้องสาวของเธอต้องการให้สามีหรือบิดาของปริมรดา สนใจแต่ลูกที่เกิดใหม่กับตนเท่านั้น "ทำสิ! ไม่ได้ยินหรือไงว่าถ้าไม่ต้อนรับมันให้ดีจะไม่มีที่ซุกหัวนอนน่ะ!" พูดจบคุณโอลิเวียก็ลุกเดินออกไปอีกคนด้วยความหงุดหงิด ปริมรดาก็ก้มหน้าไม่ตอบโต้จนคุณโรซาลินต้องเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ป้าเขาแค่หงุดหงิดน่ะ ปริมก็จัดอาหารให้พิเศษหน่อยนะลูก" "ค่ะ คุณย่า" คุณโรซารินแย้มยิ้มแล้วยกมือเหี่ยวย่นลูบผมนุ่มของหญิงสาวอย่างเอ็นดู เพราะปริมรดาเป็นคนน่ารักและมีกิริยานุ่มนวลจึงทำให้คุณโรซาลินถูกใจนักหนา เธอมาอยู่ที่นี่ตอนอายุเพียงเจ็ดขวบ จึงเท่ากับว่าเธอเติบโตขึ้นที่นี่และตอนนี้ก็ยังมีสถานะ เป็คู่หมั้นของลูคัสหลานชายสุดที่รักของนางอีกด้วย ปกติคุณโรซาลินเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่างชอบเหยียดชนชั้น แต่ที่ยอมรับปริมรดาเป็นว่าที่หลานสะใภ้เพราะรักหลานชาย อย่างลูคัสมาก อะไรที่ลูคัสต้องการคนเป็นย่าไม่เคยที่จะขัดใจเลยสักครั้ง และปริมรดาถึงแม้จะไม่ได้ร่ำรวยแต่คุณโรซาลินก็เลี้ยงมาเอง จึงยอมให้หมั้นหมายกับหลานชายตามที่ลูคัสต้องการ ปริมรดาคนสตูเนื้อในหม้อด้วยดวงตาเหม่อลอย เธอกำลังนึกถึงใบหน้าที่หล่อเหลาดิบเถื่อนของโรเรนโซ่ เธอจำได้ดีว่าเธอมาอยู่ที่นี่ตอนอายุเจ็ดขวบ เธอมักแอบร้องไห้คนเดียวที่สวนหลังคฤหาสน์ เพราะคิดถึงมารดาที่ตายจากและบิดาที่ทอดทิ้งเธอ โรเรนโซ่ในวัยสิบเจ็ดปีมักเข้ามาปลอบโยนเธอเสมอ จนเธอรู้สึกว่าสนิทใจและชอบพูดคุยกับเขา แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเธอเล่นกับลูคัสที่มากวัยกว่าเธอสี่ปี และเริ่มสนิทสนมตามประสาเด็กที่มีรุ่นราวคราวเดียวกัน ตั้งแต่นั้นโรเรนโซ่ก็เมินเฉยใส่เธออีกทั้งยังตวาดไล่ยามที่เธอเข้าใกล้ เขาน่ากลัวและมีอารมณ์ที่รุนแรงจนไม่มีใครอยากสุงสิงด้วย โรเรนโซ่ใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสนี้ราวกับตัวคนเดียว เขาไม่ร่วมโต๊ะไม่พูดคุยหรือสนิทสนมกับใครในบ้านจนในที่สุด ปริมรดาก็จำได้ว่าเขาเก็บกระเป๋าออกจากบ้านในวันหนึ่ง ตอนนั้นเธอมีอายุสิบห้าปีและแอบมองดูเขาเดินออกไปเงียบๆ โดยที่ไม่กล้าเข้าไปทักถามเพราะทุกครั้งที่เธอพูดด้วย ก็จะถูกเขาตวาดใส่หรือไล่ตะเพิดเสียงดัง จนทำให้เธอเข็ดขยาดไม่กล้าไปยุ่งวุ่นวายกับเขาอีก และตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่เคยพบเขาอีกเลย เพียงแต่ได้เห็นเขาผ่านหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร ในฐานะชายหนุ่มผู้โด่งดังของอิตาลี่ช่วงสองสามปีหลังเท่านั้น "คุณปริม...คุณปริมคะ!" "อ้ะ!...จ้ะ...ป้ามาเรีย" "สตูว์นั่นได้ที่แล้วมังคะ" แม่บ้านวัยกลางคนเอ่ยเตือนเมื่อเห็นว่าปริมรดาเหม่อลอย ปริมรดาถูกเลี้ยงเป็นเจ้านายกึ่งคนรับใช้ในบ้าน หญิงสาวรักการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจจึงรับหน้าที่แม่ครัวประจำบ้าน เพราะทุกคนก็ต่างติดใจในฝีมือการทำอาหารของเธอ "อ่อ...จ้ะ ขอบคุณที่เตือนพอดีคิดอะไรเพลินไปหน่อย" "ค่ะ วันนี้มีแขกพิเศษเหรอคะถึงเตรียมอาหารมากขนาดนี้" ปริมรดาส่งยิ้มให้กับนางมาเรียแล้วจึงอธิบายเพิ่มเติม "ค่ะ ปริมลืมบอกเลยว่าวันนี้ต้องเตรียมพิเศษเพราะคุณลุงบอกว่าคุณรอซจะมาทานมื้อค่ำที่นี่" "คุณรอซ...คุณโรเซนโซ่น่ะเหรอคะ" "ใช่จ้ะ" ปริมรดายิ้มขบขันเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของนางมาเรีย จนอดที่จะเอ่ยแซวไม่ได้ "ตกใจอะไรขนาดนั้นคะ คุณรอซก็เป็นบาดินี่คนนึงแค่จะมาทานมื้อค่ำ ป้ามาเรียต้องทำหน้าตกใจขนาดนี้เลยเหรอ" "ก็...ค่ะ งั้นเดี๋ยวป้ามานะคะ" นางมาเรียบอกแล้วรีบประคองร่างท้วมของตัวเองเดินออก ไปทางหลังห้องครัวอย่างรวดเร็ว ปริมรดาจึงส่ายหน้ายิ้มๆเพราะรู้ดีว่านางมาเรีย คงจะรีบนำข่าวไปขยายกับบรรดาแม่บ้านอย่างแน่นอน ... เมื่อถึงเวลามื้อค่ำบรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็ดูตึงเครียดขึ้นทุกขณะ เพราะเวลาล่วงเลยมากว่าครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่ปรากฎร่างสง่ากำยำของโรเซนโซ่ "นี่! จะเอายังไง ถ้าลูกชายคนเก่งของแกไม่มาฉันก็ไม่ต้องกินกันหรือยังไง!" คุณโรซาลินพูดเสียงดังอย่างไม่พอใจ ลูคัสจึงกล่าวเสริมด้วยความรู้สึกที่ไม่แตกต่างจากผู้เป็นย่า "ใช่ครับ! นี่ผมกลับจากทำงานมาเหนื่อยๆทำไมต้องมาหิ้วท้องรอคนไม่รู้จักมารยาท ไม่รู้จักรักษาเวลาอย่างนั้นด้วย!" คุณรัซเซลหันมองลูกชายด้วยดวงตาวาววับแล้วเค้นเสียงใส่ชนิดที่ว่าลูคัสไม่กล้าที่จะพูดต่อ "แกเหรอทำงานเหนื่อย! แกทำงานเหนื่อยหรือไปทำอะไรเหนื่อยกันแน่! อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าสถานการณ์ย่ำแย่ที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นเพราะอะไร!" ลูคัสหลบตาผู้เป็นบิดาแต่ก็ยังทำท่าทีฮึดฮัดตามประสาคนที่ถูกเอาใจมาตลอด "แล้วสรุปจะเอายังไงคะ นี่มันเลยเวลามาครึ่งชั่วโมงแล้วนะ" คุณโอลิเวียเอ่ยถามสามีด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ที่เธอไม่กล้าแหวใส่ก็เพราะกลัวสามีจะอารมณ์เสีย และไปลงกับลูกชายที่เป็นตัวต้นเหตุ ให้เกิดสถานการณ์การเงินง่อนแง่นในตอนนี้ "เอาล่ะ...ผมจะลองติดต่อรอซดูอีกที" "ผมมาแล้วครับ..." น้ำเสียงทุ้มติดกระด้างดังขึ้นพร้อมร่างสูงของโรเรนโซ่ที่เดินเข้ามา ทุกคนในโต๊ะอาหารต่างจับจ้องไปที่เขาและทุกคนก็เห็นเหมือนกันว่า ตอนนี้โรเรนโซ่ดูสง่างามและมีอำนาจน่าเกรงขามกว่าเมื่อก่อนมากนัก "อะ...อ่า...นั่งเลยลูก มานั่งตรงนี้ข้างพ่อเลย" คุณรัซเซลเชื้อเชิญลูกชายอย่างกระตือรือร้น จนทุกคนต่างพากันมองด้วยความไม่พอใจ "ขอบคุณนะครับพ่อที่ให้ความสำคัญกับผมถึงขนาดนี้" ปากเขาบอกขอบคุณแต่นัยน์ตากลับฉายแววเยาะหยันจนคุณรัซเซลถึงกับสะอึก ชายสูงวัยกวาดตามองลูกชายที่ออกจากบ้านไปเป็นสิบปีด้วยความภาคภูมิใจ เพราะไม่ว่าโรเรนโซ่จะมองว่าเขาเป็นพ่อที่ย่ำแย่เพียงใด เขาก็ยังคงรักลูกชายไม่เปลี่ยนแปลง "จะกินได้หรือยัง! หรือต้องให้คนแก่อย่างฉันนั่งคอยต่อไป" "อ้อ...นี่รอผมเหรอครับเนี่ย โอ...ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่ทั้งคุณย่าและคุณโอลิเวียรอรับประทานมื้อค่ำพร้อมผม" "รอซ...นั่งเถอะลูก" คุณรัซเซลรีบบอกเพราะกลัวว่ามารดารวมถึงภรรยาจะโต้ตอบจนเสียเรื่อง โรเซนโซ่เหลือบตามองปริมรดาที่นั่งตรงข้ามแล้วทรุดนั่งบนเก้าอี้ ส่วนหญิงสาวเมื่อรู้ว่าเขามองก็รีบหลบตาวูบ ราวกับว่าตัวเองกระทำความผิดบางอย่างแล้วกลัวเขาจะจับได้อย่างไรอย่างนั้น "มาเถอะๆ วันนี้วันดีจริงที่พวกเราจะได้กินข้าวพร้อมหน้า เอาๆลงมือเลย" ทุกคนลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้าโดยไม่มีเสียงพูดคุย โรเรนโซ่ที่ตั้งใจว่าจะกินเป็นพิธีก็เกิดติดใจสตูว์เนื้อขึ้นมา และตักซ้ำๆหลายครั้งจนคนเป็นบิดาสังเกตเห็นจึงบอกอย่างเอาใจ "ชอบสตูว์เนื้อเหรอลูก ปริมรดามีฝีมือในการทำอาหารมาก ถ้าลูกชอบสตูว์เนื้อที่เธอทำพ่อจะให้ปริมห่อให้ลูกเอากลับไปด้วย" โรเรนโซ่วางช้อนในมือลงทันทีพร้อมจ้องมองไปที่คนทำ จนปริมรดาแทบกลืนอาหารลงคอไม่ได้ เพราะสายตาดุดันที่จ้องมองเธอ "ผมอิ่มแล้วครับ ขอบคุณทุกคนมากที่ต้อนรับนะครับวันนี้ผมขอตัวก่อน" "เดี๋ยวสิรอซ!" คุณรัซเซลรีบร้องห้ามเพราะการที่เรียกลูกชายมาในวันนี้ ก็เพราะต้องการพูดธุระสำคัญบางอย่าง "มีอะไรอีกล่ะครับ ก็คุณพ่อชวนผมมากินมื้อค่ำที่บ้าน ตอนนี้ผมกินเสร็จผมก็จะกลับ เอ...หรือว่าคุณพ่อมีธุระอย่างอื่นกับผมล่ะครับ" "อะ....คือพ่อ...มีธุระจะคุยด้วยน่ะ ถ้าลูกอิ่มแล้วเราไปที่ห้องทำงานพ่อกันเถอะ" "ไม่จำเป็นหรอกครับ พูดตรงนี้เลยดีกว่า" "แต่..." คุณรัซเซลอึกอักเพราะไม่ต้องการอ้อนวอนลูกชายต่อหน้าใครถึงแม้จะเป็นคนในครอบครัวก็ตาม "คือ..." "ไม่ต้องอายหรอกครับ มันคงไม่เสียศักดิ์ศรีมากนักหรอกที่คุณพ่อจะขอความช่วยเหลือจากผม เพราะผมก็ยินดีที่จะยื่นมือเข้าช่วยคุณย่าจะได้ไม่ต้องอายใครตอนแก่ ที่ตระกูลเก่าแก่อย่างบาดินี่ต้องมาล้มละลายในตอนนี้" โรเรนโซ่บอกออกมาอย่างสะใจพร้อมจ้องมองใบหน้าที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่นของผู้เป็นย่า ผู้หญิงที่แสดงความรังเกียจทั้งเขาและมารดาจนโรเรนโซ่ฝังใจ และคิดเสมอว่าสักวันเขาจะต้องยิ่งใหญ่เหนือตระกูลที่ย่าเขาภูมิใจ เพราะคุณโรซาลินพูดเสมอว่าเขาทำให้เลือดผู้ดีของบาดินี่ต้องแปดเปื้อน "เอ่อ...นี่ลูกรู้แล...." "รู้สิครับทำไมผมจะไม่รู้ และผมก็ยังรู้ด้วยว่าการเงินที่ง่อนแง่นของบริษัทเกิดจากอะไร" คราวนี้ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มจ้องไปยังน้องชายต่างมารดาอย่างลูคัส ทำเอาอีกฝ่ายวางหน้าไม่ถูกเพราะความร้อนตัว "แกอย่ามาทำรู้ดีไปหน่อยเลย! แกมันก็แค่คนนอกแต่บังเอิญได้ใช้นามสกุลของเราเท่านั้น!" คุณโรซาลินตอบโต้อย่างเจ็บแสบแต่ก็ไม่ได้ทำให้โรเรนโซ่สะทกสะท้าน แต่เป็นคุณรัซเซลเสียอีกที่เป็นเดือดเป็นร้อน เพราะกลัวว่าลูกชายจะโกรธจนไม่ยอมช่วย "คุณแม่! เราคุยกันแล้วนะครับ! รอซ...พ่อ..." โรเรนโซ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วจึงกวาดตามองทุกคนที่นั่งอยู่ด้วยแววตาสมเพชเวทนา เพราะรู้ดีว่าที่วันนี้เขาไม่ถูกรุมจิกกัดเพราะคนที่นี่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา ไม่ใช่อยากต้อนรับเขาด้วยความจริงใจ "เอาเป็นว่าผมรู้ว่าคุณพ่อต้องการความช่วยเหลือ ผมรู้ว่าคุณพ่อต้องการเงินของผมไปอุดรอยรั่วในบริษัท ซึ่งผมมีมากพอที่จะช่วยเหลือได้ อีกทั้งยังเต็มใจที่จะแนะนำทางออกดีๆให้บริษัทกลับมารุ่งเรือง เพียงแต่..." "แต่อะไรลูก..." "ผมก็มีสิ่งที่ต้องการให้คนในคฤหาสน์บาดินี่แลกเปลี่ยน" "อะไรล่ะลูก...บอกพ่อสิว่าลูกต้องการอะไร" โรเรนโซ่ตวัดตาคมมองใบหน้าหวานของปริมรดา ก่อนที่จะประกาศออกมาอย่างชัดเจน "ผมต้องการให้ปริมรดาไปอยู่กับผมในฐานะผู้หญิงของผมครับ!" ดวงตากลมโตของหญิงสาวเบิกกว้างพร้อมริมฝีปากที่เผยอค้างอย่างตกตะลึง ในขณะที่ลูคัสลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว "ไม่มีทาง! อย่าฝันไปหน่อยเลย!" ลูคัสประกาศกร้าวพร้อมมองหน้าพี่ชายต่างมารดาด้วยแววตาเอาเรื่อง "แกอย่านึกว่าแกมีเงินอยู่คนเดียวถึงได้มายื่นข้อเสนอทุเรศๆแบบนี้ ฉันไม่มีวันยกปริมรดาที่ฉันเลี้ยงมากับมือให้เป็นนางบำเรอของแกเด็ดขาด!" คุณโรซาลินพูดเสียงดังอย่างโกรธจัด แต่นอกจากจะไม่ทำให้ชายหนุ่มสลดแล้ว ยังยิ้มเยาะออกมาด้วยความสะใจ "เพราะผมรู้ว่าคุณย่ารักและเอ็นดูปริมรดาไงครับ และผมก็รู้ว่าปริมรดาเป็นที่รักของหลานชายคนโปรดของคุณย่า ได้ข่าวว่าหมั้นหมายกันแล้วนี่ครับ นี่แหละเหตุผลที่ผมต้องการตัวปริมรดามาสนองความใคร่!" โรเรนโซ่บอกจุดประสงค์ของตัวเองอย่างไม่ปิดบัง และไม่สนใจใบหน้าที่ซีดเผือดของปริมรดาแม้แต่น้อย หญิงสาวมองใบหน้าคมของเขาเต็มตาเป็นครั้งแรก และก็พบว่าเขาก็มองจ้องเธออย่างดุดันน่ากลัว "แกฝันไปเถอะ!!" "ได้สิครับ งั้นผมขอกลับไปนอนฝันที่บ้านก็แล้วกัน แต่บอกเอาไว้ก่อนเลยว่าถ้าไม่ได้อย่างที่ผมต้องการ ผมก็จะไม่มีวันหยิบยื่นความช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น!" เขาบอกอย่างไม่ยี่หระแล้วเดินออกจากห้องอาหารไป ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองตามไปด้วยหลากหลายความรู้สึก "แกเห็นมั้ย! แกเห็นหรือยังว่าไอ้นอกคอกนั่นมันผยองแค่ไหน!" คุณโรซาลินหันไปขึ้นเสียงใส่ลูกชายอย่างโกรธจัด คุณรัซเซลจึงหันมองมารดาพร้อมทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ เขารู้ดีและรู้มาตลอด ว่าโรเซนโซ่มีชีวิตวัยเด็กที่เจ็บปวดเพราะมารดาและภรรยาของเขา ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวเขาเองที่จำต้องทำตัวห่างเหินกับลูก เพราะคิดว่าจะเป็นสิ่งที่ปกป้องเขาได้ แต่คุณรัซเซลก็ไม่คิดมาก่อนว่าลูกชายจะผูกใจเจ็บ และโต้ตอบผู้เป็นย่าของเขาด้วยวิธีนี้ "ผมไม่ยอมหรอกนะครับ ทุกคนรู้ดีว่าผมรักปริมมากแค่ไหน ผมไม่ยอมยกปริมให้ไปเป็นของเล่นของไอ้รอซแน่!" ลูคัสโวยวายออกมาเป็นคนถัดไปในขณะที่ปริมรดานั่งนิ่ง เพราะยังคงอึ้งกับข้อเสนอที่โรเซนโซ่พูดก่อนจากไป เธอรู้มาตลอดว่าเขาเปลี่ยนจากเอ็นดูมาเป็นไม่ชอบเธอ ซึ่งเธอก็ไม่รู้สาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร แต่ก็นึกไม่ถึงว่าเขาจะถึงขั้นเกลียดเธอถึงขนาดใช้เธอเป็นเครื่องมือ ในการแก้แค้นเอาคืนครอบครัวของเขาเอง โดยที่ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของเธอเลยแม้แต่น้อย "เอาเถอะๆ อย่าเพิ่งโวยวายกันไปเลยฉันยังมีทางออกทางอื่นอยู่" "ทางไหนคะ" คุณโอลิเวียรีบถามด้วยความตื่นเต้นทันทีเพราะกลัวเหลือเกินว่าหากแก้ปัญหาไม่ได้ ความสุขสบายที่เคยได้รับก็จะกลายเป็นแค่อดีต "คุณลองติดต่อหาญาติพี่น้องคุณได้มั้ยโอลิเวีย ลองขอความช่วยเหลือจากพวกเขาที" คุณโอลิเวียส่ายหน้าทันทีโดยที่ไม่คิดซ้ำแล้วจึงพูดปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย "ไม่เด็ดขาดค่ะ ฉันจะไม่ยอมให้พี่น้องคนไหนมาดูถูกฉันหรือรับรู้ว่าฉันกำลังตกอับอย่างแน่นอน!" คุณโอลิเวียบอกพร้อมกับเชิดใบหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่งตามนิสัย นั่นเพราะต้องการให้สามีรับรู้ว่าตนจะไม่มีทางบากหน้าไปหยิบยืมเงินพี่น้องคนไหนอย่างเด็ดขาด "แต่ตอนนี้เรากำลังแย่นะคุณ หากคุณไม่ลองแล้วจะเอาทางรอดมาจากไหน" "คุณก็มีเพื่อนเยอะแยะนี่คะ ทำไมไม่ลองถามไถ่ดูล่ะ" "คุณคิดว่าผมไม่ทำอย่างนั้นเหรอ...คุณคิดว่าผมนิ่งดูดายหรือไง เปล่าเลย...ผมลองแล้วแต่จำนวนเงินมันไม่ใช่น้อยเลยไม่มีใครกล้าที่จะให้เรายืม หรือคุณจะให้ผมไปอ้อนวอนคนอื่นๆที่ไม่สนิทด้วยล่ะ เอาให้รู้กันทั้งวงสังคมว่าบ้านเราถังแตก!" "ไม่ได้นะ!" "ไม่ได้แล้วจะทำยังไง! ในเมื่อคุณไม่คิดจะช่วยกัน!" "ก็...ส่งยายปริมให้ลูกชายคนเก่งของคุณไปสิ แลกกับที่มันจะให้เงินเราไม่อั้น" "คุณแม่!" "คุณป้า!" "โอลิเวีย!" ทั้งลูคัสปริมรดาและคุณโรซาลินอุทานออกมาพร้อมๆกัน ต่างคนต่างตกใจกับความคิดของนางจนอึ้งไปถนัด

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.8K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.1K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.7K
bc

เมียลับอุ้มรัก

read
82.7K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.8K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.5K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook