บทนำ
ณ ประเทศไทย
ภายในตรอกซอยเล็กๆ แห่งหนึ่งของใจกลางเมืองกรุงที่ยิ่งใหญ่ มีชายร่างสูงโปร่งกำลังยืนพิงผนังกำแพงสูบบุหรี่ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
สองมือหนาของเขาพึ่งจะผ่านการฆ่าคนมาหมาดๆ งานของเราไม่ใช่งานสะอาดแต่หากบอกว่าเป็นงานสกปรกก็ไม่ถูกหมดซะทีเดียว
“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!!!” เสียงเด็กสาวที่ร้องขอความช่วยเหลือมาแต่ไกลไม่ได้ทำให้นัยน์ตาคมกริบตวัดไปสนใจเลยแม้แต่นิดเดียว
เขาทำราวกับว่าเธอคนนั้นอยู่อีกโลกกับเขา แต่ใครจะเป็นจะตายแล้วยังไง มนุษย์ทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย ไม่มีใครอยู่ได้เป็นร้อยๆ ปีหรอก
“คุณคะ ช่วยฉันด้วย ช่วยด้วย!!!” เธอคนนั้นวิ่งมาจนถึงตัวของเขา สองมือเล็กยกขึ้นเขย่าแขนแกร่งด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง ไม่ว่ายังไงผู้ชายตรงหน้าก็คงยื่นมือเข้ามาช่วยเธออย่างแน่นอน
พรึบ!! ใบหน้าหล่อเหลาเจ้าของนัยน์ตาคมกริบสีฟ้าเหลือบมองเธอเพียงเล็กน้อยก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปาก เขาสบัดแขนแกร่งออกจากมือของเธออย่างไม่ไยดีก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เธอหน้าถอดสีออกมา
“โทษทีนะสาวน้อย ตอนนี้ฉันไม่ได้รับงาน อยู่ในช่วงพักผ่อนน่ะ วิ่งไปข้างหน้าสิเผื่อมีคนใจดีช่วย”
“คะ คุณ!!” เธอถึงกับพูดไม่ออก สองขาเรียวก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย ถ้าหากเขาไม่ช่วยเธอต้องไม่รอดแน่ๆ
“นั่นไง มันอยู่นั่น อย่าหนีนะ มานี่!!!” ทางด้านหลังที่เธอวิ่งมามีชายฉกรรจ์ตามมาถึงห้าคน
“ดะ ได้โปรด!! ช่วยฉันด้วย ขอร้อง ช่วยฉันด้วยเถอะ” เธอยกมือประนมไว้ระหว่างอก แต่ถึงจะอ้อนวอนยังไงคนตรงหน้าของเธอก็ไม่คิดจะทำอะไรนอกจากส่งยิ้มยียวนกวนบาทามาให้
“ขอร้องละ คุณอยากได้อะไรฉันจะให้คุณทุกอย่างเลย ได้โปรดช่วยฉันด้วย”
“อย่าเสียเวลาเลย ฉันบอกแล้วไงว่าอยู่ในช่วงพักผ่อน” เขาพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างหน้าตาเฉย ใครจะเป็นเดือดเป็นร้อนแล้วยังไง แม้เอาเงินมาแลกในตอนนี้เขาก็ไม่เอาหรอก เพราะงานที่เขาพึ่งจะทำมาสามารถใช้ชีวิตหรูหราเที่ยวเล่นได้อีกเป็นปีๆ เลย
“คุณ!! คุณมันไอ้คนใจร้าย”
“ใจร้ายเหรอ?” ใบหน้าหล่อเลิกคิ้วถามกลับอย่างสนใจ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีคนด่าเขาว่าใจร้ายเพราะปกติแล้ว…
“ไม่สิ คุณมันคนไร้หัวใจต่างหาก ฉัน…ฉันจะจำหน้าคุณไว้” ดวงตากลมโตมองสบกับนัยน์ตาคมกริบสีฟ้าของเขาก่อนจะหันปลายเท้าที่เปลือยเปล่าไปข้างหน้าเพื่อออกตัววิ่งหนีอีกครั้ง
“เห๊อะ จำเหรอ? ก็หวังว่าเธอจะรอดกลับมาเจอฉันอีกครั้งนะคนสวย” พูดจบมือหนาจึงทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วเดินสวนกับพวกที่ไล่ตามเธอไป
3 วันต่อมา
ณ เมืองซิอูดัดฮัวเรส
“งานนี้เป็นงานใหญ่ เราจะแบ่งออกเป็นสามทีม อัลฟ่าจะเป็นทีมบุกเข้าไปช่วยตัวประกัน ส่วนบราโว่ซุ่มรอจัดการพวกที่อยู่ข้างนอก อย่าลืมเรามีเวลาแค่30 นาทีเท่านั้น พอได้ของมาแล้วให้ไปรวมกันที่ชาร์ลี”
“รับทราบ”
“เซียร่านำทีมบราโว่ รู้ใช่ไหมค่าจ้างในงานนี้สูงถึงห้าสิบล้านถ้าเกิดพลาดเราจบเห่แน่ ส่วนคุณ กว่าจะโผล่หัวกลับมาได้นะไปนำทีมอัลฟ่าซะ” จบประโยคของชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าคอยหางานเสี่ยงอันตรายรายได้สูงมาให้คนในทีม ทุกคนจึงพากันลุกขึ้นเพื่อไปเตรียมตัวในการเริ่มงาน
“เดี๋ยวนะ ของคืออะไร?” หนุ่มหล่อใบหน้าคมคายนัยน์ตาคมกริบแต่ถูกซ่อนปิดด้วยแว่นกันแดดสีดำที่เขาใส่เอ่ยถามออกไปท่ามกลางความวุ่นวายของคนอื่นที่กำลังเตรียมตัว เพราะเขามาช้าจึงไม่รู้ว่าของที่ต้องไปชิงมาในงานนี้คืออะไรกันแน่ คนเหรอ? หรือเพชรที่มีมูลค่าหลายพันล้าน เอกสารลับทางการหรืออะไร?
“คนครับเพื่อน” นิลกาฬเจ้าของฉายาพระรามผู้หล่อเหล่าอดีตเจ้าพ่อค้าอาวุธเถื่อนที่ผันตัวมาเป็นทหารรับจ้างเอ่ยตอบ
“อ่อ ที่แท้ก็คน ผู้หญิงหรือผู้ชาย”
“หึ ถ้านายมาให้ไวกว่านี้คงไม่ต้องมีคำถามมากมายแบบนี้แน่” เซียร่าอดีตนักฆ่าของแก๊งยากูซ่าเอ่ยขึ้นบ้าง
“ฟังนะคุณทศกัณฐ์งานของเราคือไปชิงตัวจานิส วินสันมาให้ได้ เธอคือลูกสาวมาเฟียขาใหญ่ในอิตาลีที่ถูกแก๊งคู่อริของพ่อจับตัวไป เดิมทีเธออาศัยอยู่กับแม่ที่เมืองไทย แต่สุดท้ายพวกนั้นก็หาตัวเธอจนเจอ” ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าอธิบายรายละเอียดของงานให้กับคนมาช้าอย่างทศกัณฐ์ฟังอีกครั้ง
“ผมบอกแล้วนะว่าผมไม่ชอบฉายาที่ไอ้บ้านิลกาฬตั้งให้ แต่เดี๋ยวนะพ่อเป็นมาเฟียขาใหญ่ แล้วทำไมมาจ้างทหารรับจ้างอย่างเราให้ทำงานแทนละ ส่งคนไปจัดการกับแก๊งคู่อริเองไม่ง่ายกว่าเหรอ ต้องจ่าย 50 ล้านเลยนะ” ทุกคนมองหน้ากันแต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา จะว่าไปก็จริงอย่างที่เขาพูด ทำไมพ่อของผู้หญิงคนนั้นไม่ส่งลูกน้องไปช่วยลูกตัวเอง หรือกลัวแก๊งคู่อริมากงั้นเหรอ
“จะอะไรก็ช่าง เราแค่ทำงานของเรา” ผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งเงียบอยู่มุมห้องมานานเอ่ยขึ้นบ้าง เธอเป็นคนเงียบๆ ไม่สุสิงกับใครนานๆ ทุกคนจะได้ยินเสียงของเธอครั้ง
“เฮ้ย!! แม่คนสวย สมกับเป็นพลซุ่มยิงจริงๆ ฉันนึกว่าเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้วซะอีก” วาโยที่เป็นคนในทีมหันไปแซวเธอเล็กน้อย ใครจะไปคิดว่าทหารรับจ้างในทีมนี้จะมีแต่คนหน้าตาดีราวกับเบ้าหน้าฟ้าประทานโดยเฉพาะนักฆ่ากับพลซุ่มยิงสาวที่มีใบหน้าสวยจนทุกคนที่ได้เห็นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสวยสังหาร
“เอาละ พอๆ ไปเตรียมตัวซะ” สิ้นคำสั่งหัวหน้าใหญ่ทุกคนต่างพากันแยกย้ายในที่สุด
“ได้ข่าวว่าไปรับงานเดี่ยวที่ไทยมา เป็นไงบ้างวะ” เรย์เดินมาถามชายหนุ่มเจ้าของฉายาทศกัณฐ์ในขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมตัวอยู่
“ก็ไม่เท่าไหร่ แค่งานง่ายๆ ตามหาคนแล้วก็จัดการคนเลวๆ คนหนึ่งเท่านั้น” ใบหน้าหล่อหันไปตอบเพื่อนยิ้มๆ ปกติเขามักจะรับงานเดี่ยวมากกว่าทำงานเป็นทีมกับคนอื่น แม้ว่าหลายคนจะไม่ค่อยชอบใจในตัวเขาเท่าไหร่ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของเขาซะหน่อย