รักแรกพบ
ภายในคฤหาสน์สีขาวทองราวกับวังแห่งตระกูลรามบดินทร์ แขกเหรื่อต่างมาร่วมงานมงคลกันอย่างหนาแน่น จนพื้นที่เกือบสี่ไร่ดูคับแคบ
ลงทันที วันนี้เป็นวันฉลองมงคลสมรสของลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าสัววิชัย รามบดินทร์ นามว่า ภาคิณ รามบดินทร์ กับสาวน้อยซิ
นเดอเรลล่า ไม่มีที่มา แต่เจ้าสัวพึงพอใจในตัวลูกสะใภ้หนักหนา รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าทักทายแขกเหรื่ออย่างมีความสุข ขัดกับใบหน้า
มืดครึ้มของเจ้าบ่าว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึง ดวงตาคมกริบราวกับดวงตาเหยี่ยว ลุกวาววับ ตอบกลับแขก เวลาได้ฟังคำอวยพร ให้
มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง จนถึงแขกคนสุดท้าย ใบหน้าเจ้าบ่าวถึงได้เปลี่ยนสีขึ้นมาบ้าง เมื่อเห็นท่าทางซังกะตาย หมดเรี่ยวแรง ของ
ใครบางคนกำลังเดินตรงมา เขาเหลือบมองใบหน้าเจ้าสาวที่นั่งเคียงข้างตน พลางยิ้มเยาะ
“ไงผัวเก่าเธอเป็นซากศพเดินมาโน่นแล้ว” แก่นจันทน์ เงยหน้าขึ้น มองว่าเขาพูดกับเธอหรือเปล่า ก่อนจะมองตามสายตาเขา
“พี่ขอให้จันทน์ มีความสุขมากๆ นะครับ” สุริยนกดข่มความเจ็บปวดในใจลง เมื่อเห็นหญิงสาวที่เขาแอบรัก นั่งเคียงข้างกับลูกพี่ ลูก น้อง
รอรับน้ำสังข์และคำอวยพรจากแขกเหรื่อมาร่วมยินดี
“ขอบคุณค่ะ พี่ซัน” แก่นจันทน์ยิ้มบางเบาให้กับชายที่เธอนับถือเขาเป็นพี่ชายมาตลอด สุริยนจ้องมองรอยยิ้มนั้นอย่างเลื่อนลอย
“สนใจกูบ้าง กูเจ้าบ่าวนะ” เสียงห้าวเอ่ยแทรก ทำให้นายแพทย์หนุ่มหันมามองอย่างหมั่นไส้
“โทษทีว่ะ มองมาแต่ไกล กูนึกว่าพระราหู” คำตอบของสุริยน ทำให้เจ้าสาว ที่เดิมทีมีแต่ใบหน้าหวานเศร้า หลุดยิ้มอย่างง่ายดาย แต่เจ้า
บ่าวกลับหน้าตึงมากขึ้น
“มึงยังกล้ามานะ ไอ้หมอ” ภาคิณมองอีกฝ่ายอย่างเย้ยหยัน เขากับสุริยนแม้จะเป็นทั้งญาติทั้งเพื่อน แต่นิสัยแตกต่างกันมาก จนบางทีเขา
ก็อดหมั่นไส้กับท่างสุภาพอ่อนน้อมของอีกฝ่าย เจอกันทีไรก็หาเรื่องแขวะกันตลอด
“เป็นกูเมียเก่าหนีไปแต่งงานอย่างนี้ กูคงไม่มาให้อับอายใครหรอก” แก่นจันทน์ใบหน้าซีดเผือดลง โชคดีว่าสุริยนเป็นแขกคนสุดท้าย
ที่มารดน้ำสังข์ รอบ ๆ ตัว แขกเหรื่อเริ่มเบาบาง และต่างก็ยืนพูดคุยกัน ไม่มีใครรู้ตัวสักนิด ว่าตรงตั่งรดน้ำสังข์กำลังเกิดสงครามน้ำลาย
“เมียเก่ากู ก็ได้เกียรติเป็นเมียใหม่มึงไง ทำไมกูจะไม่ยินดี” สุริยนตอบกลับอย่างเหลืออด ไม่ว่าเขาจะเพียรบอกมันกี่ครั้งว่า เขากับ
แก่นจันทน์คบหากันอย่างบริสุทธิ์ทั้งใจทั้งกาย มันก็ยังปิดหูปิดตา เชื่อแต่ความคิดตัวเอง ภาคิณดวงตาวาวโรจน์จ้องมองอีกฝ่าย
“ไอ้ซัน!” ภาคิณกระชากสายมงคลออกจากศีรษะ อย่างโมโหก่อนจะลุกขึ้นก้าวยาวๆ จากไป
“พี่ขอโทษนะจันทน์”เขาหันไปหาหญิงสาว เมื่อคิดได้ว่า อาจทำให้หญิงสาวเสียหาย แก่นจันทน์ยิ้มให้นายแพทย์หนุ่ม
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ซัน” ต่อให้เธอร่วงจากฟ้าลงสู่มือเขา เขาก็เห็นเธอต่ำต้อย ไม่คู่ควรกับเขาอยู่ดี เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงที่พ่อเขาพาเข้า
บ้าน ท่ามกลางผู้หญิงมากมายของเจ้าสัว ที่ผลัดหน้ากันเข้ามาปรนนิบัติท่าน มีเธอเพียงคนเดียวที่ได้อยู่ประจำในบ้านหลังใหญ่ ในฐานะ
ที่ใครก็กังขา
ณ โรงพยาบาลรัฐบาลขนาดใหญ่ วันหยุดยังมีผู้คนมาขอใช้บริการคลินิกพิเศษกันอย่างหนาแน่น ทางเดินคับแคบมีคนเดินสวน
ทางกันตลอดแนวทางเชื่อมตึก ร่างสูงใหญ่ราวกับชาว ต่างชาติมีเป้ใบใหญ่สะพายข้างหลัง ใบหน้าขาวจัดมีเหงื่อไหลซึมจนเปียกชุ่มไหล
ไปตามลำคอใหญ่แข็งแกร่ง เขากำลังหงุดหงิดและร้อนจัด ดวงตาคมใหญ่ลุกวาวอย่างดีใจ เมื่อเหลือบมองเห็นซุ้มร้านค้าเล็ก ๆ ข้างหน้า
ก่อนจะรีบสาวเท้ายาว ๆ ตรงเข้าไป
มือใหญ่ชะงัก เมื่อขวดน้ำเปล่าเย็นจัดขวดสุดท้ายในตู้แช่น้ำแข็ง ถูกมือเล็กเรียวหยิบฉวยไปต่อหน้าต่อตา ภาคิณเหลือบมองอย่างตก
ตะลึง ที่เมืองไทยไม่รู้จักการต่อคิวหรืออย่างไร เขามองตามร่างเล็กบางในชุดนักศึกษา ที่เดินไปจ่ายเงินหน้าเคาน์เตอร์หน้าตาเฉย
“เท่าไหร่ครับ” แก่นจันทน์ชะงัก เหลือบมองชายข้างตัวตาโต เขาประสาทดีไหมเนี่ย นี่มันขวดน้ำของเธอ หญิงสาวหน้ามุ่น คิ้วขมวด
“นี่มันขวดน้ำฉัน คุณอยากได้ไปหยิบขวดใหม่ในตู้แช่นะคะ”หญิงสาวเอ่ยอย่างไม่พอใจ พลางคว้าเอาเงินทอนใส่กระเป๋าเหรียญใบเล็ก
แต่มือใหญ่กลับคว้าขวดน้ำไปเปิดฝา พลางยกกระดก ขึ้นดื่มอย่างหิวกระหายไม่สนใจหลอดที่พนักงานขายหยิบมาวางสักนิด แก่นจันทน์
อ้าปากค้างตกตะลึง มองผู้ชายไม่มีมารยาท หญิงสาวเม้มปากแน่น เมื่อเขาลดมือลง สบตาเธออย่างท้าทาย พลางล้วงกระเป๋ากางเกง
ค้นหาเงินซักครู่ ก็หยิบธนบัติสีม่วงวางบนเคาน์เตอร์คิดเงินหนัก ๆ
“ปัง!” เสียงฝ่ามือฟาดบนเคาน์เตอร์ ทำให้แก่นจันทน์สะดุ้ง ก้าวถอยหลังอัตโนมัติ พนักงานขายใบหน้าซีดเผือด
“เป็นนักศึกษาอยู่ไม่ใช่หรือ รู้จักไหมคำนี้ รอคิว” แก่นจันทน์อ้าปากค้าง มองตามแผ่นหลังกว้างใหญ่ ที่พูดจบก็ก้าวยาว ๆ จากไป ไม่
สนใจแม้แต่เงินทอนของตัวเอง
ภาคิณยืนกอดอกฟังเพลงอย่างเพลิดเพลิน ณ ลานกว้างใต้ตึกมีบรรดาเหล่านักศึกษาจิตอาสา มาให้ความสุนทรีอารมณ์สนุกสนาน
แก่ผู้ป่วยและญาติ เสียงขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ผสมผสานกับดนตรีแจ๊ส บ้างก็สลับเป็นเพลงสุนทราภรณ์ กับเพลงร่วมสมัยแบบ อคูสติก
ตามแต่จะมีใครเรียกร้อง ทำให้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความทุกข์ของคนไข้กับญาติมิตรดูผ่อนคลายลง
ภาคิณจ้องมองริมฝีปากบางใสสีระเรื่อของสาวน้อยขับร้องไปตามจังหวะ อย่างไม่อยากเชื่อสายตา สาวน้อยคนที่แย่งขวดน้ำตน
ความโมโหทำให้เขามองข้ามสิ่งสวยงามไปได้ยังไง ภาคิณนึกขันตัวเอง เขาเหลือบมองร้านรวงรอบ ๆ ตัว จนสะดุดเข้ากับร้านขาย
กระเช้าของเยี่ยม ภายในร้านยังมีช่อดอกไม้เล็กใหญ่ วางกระจายรอลูกค้าอุดหนุน ชายหนุ่มไม่รอช้า ก้าวยาว ๆ เข้าไปอย่างใจนึก
เสียงปรบมือรัวเร็วทันที ที่เสียงหวานขับร้องเพลงจบลง ทันใดก็มีเสียงฮือฮา ผสมเสียงผิวปากวี้ดวิวของนักดนตรีภายในวง ทำให้
บรรยากาศดูครึกครื้น สนุกสนานมากขึ้น
แก่นจันทน์ ยืนตัวชานิ่ง เมื่อเห็นว่าใครยื่นช่อดอกไม้ให้เธอ เสียงแซวล้อเลียน ทำให้เธอรู้ตัว ใบหน้าหวานแดงจัด เมื่อเขาพยักหน้าให้
เธอรับช่อดอกไม้ แก่นจันทน์ยื่นมือไปรับ เมื่อเห็นหลายสายตาเริ่มหันมามองอย่างสนใจ
“ขอบคุณค่ะ”เธอเอ่ยขอบคุณเสียงเบา ชายหนุ่มที่ดูไม่ออกว่าเป็นลูกครึ่งหรือไม่ แต่ร่างกายใหญ่โตแตกต่างจากหนุ่มไทยชัดเจนภาคิณ
ยิ้มรับ เขาเหน็บพาดแว่นตาดำยี่ห้อหรูบนศีรษะ อย่างไม่สนใจว่ามันจะเสียสมดุลหรือไม่ ทำให้เห็นจมูกโด่งรั้นชัน รับกับดวงตายาวกว้าง
คิ้วเข้มหนาได้รูป เขาหล่อคมคายมากทีเดียว หญิงสาวยอมรับ สาวน้อยใจเต้นแรง ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้รับช่อดอกไม้จากผู้ชาย แต่ไม่
เคยมีครั้งไหนที่ทำให้ใจเธอสั่นได้เท่าครั้งนี้
ภาคิณลอบยิ้มบนมุมปาก ใบหน้าแดงซ่านกับการหลบตาเขาอย่างเขินอายของหญิงสาว ทำให้เสือผู้หญิงอย่างเขาอ่านอีกฝ่ายได้ไม่ยาก
รุกอีกหน่อยคงได้กิน ไม่ว่าอย่างไรหญิงไทยก็มีเสน่ห์กว่าชนชาติใดในโลกที่เขาผ่านมาจริง ๆ
“มาร้องเพลงที่นี่ทุกวันไหมครับ” แก่นจันทน์ละมือจากการเก็บ ไวโอลีน เธอเพิ่งสังเกตว่าเขาไม่มีกระเป๋าใบใหญ่บนแผ่นหลังกว้างนั่น
แล้ว
“ไม่ค่ะ เฉพาะวันหยุด” น้ำเสียงไพเราะจริง ๆ ภาคิณคิด
“เสียดายจัง ผมอยากฟังเสียงคุณทุกวัน” แก่นจันทน์แอบยิ้มขำ ผู้ชายทุกคนจะมีสูตรจีบสาวสูตรเดียวกันหรือยังไง ผมอยากเห็นหน้าคุณ
ทุกวัน ผมอยากได้ยินเสียงคุณทุกวัน แล้วอะไรอีกนะ ผมอยากบอกกูดไนท์คุณทุกคืน ใบหน้าแดงเพราะต้องกลั้นยิ้มของหญิงสาวทำให้
หัวใจภาคิณกระตุกวูบ น่ารักแหะ เขามองรอยยิ้มเพลิน จนไม่ทันมองว่าอีกฝ่ายเก็บอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว
“เดี๋ยวสิคุณ” ภาคิณรีบก้าวไปขวางหน้า
“คุณลืม”เขายื่นช่อดอกไม้ให้เธอ แต่คราวนี้หญิงสาวไม่ยื่นมือออกไปรับ
“คุณไม่รู้หรือคะ พวกเราเป็นจิตอาสา ไม่ว่าจะสิ่งของหรือเงิน หรือแม้กระทั่งอาหารที่ได้รับขณะอยู่บนเวที เราจะมอบให้แก่โรงพยาบาล
ทั้งหมดค่ะ” แก่นจันทน์ชี้นิ้วไปยังกลุ่มรุ่นพี่ ที่กำลังรวบรวมเงินและสิ่งของ จดบัญชีไว้เพื่อนำไปมอบให้กับมูลนิธิของโรงพยาบาล ภาคิณ
หน้าเหวอมีกฎนี้ด้วยหรือ เขามองดอกไม้ในมืออย่างเสียดาย
“ถ้าคุณไม่เสียดาย ร่วมทำบุญกับพวกเราได้นะคะ” แก่นจันทน์ยิ้มหวานให้เขาอย่างลองเชิง
“ได้สิ ทำบุญร่วมกับคนสวย จิตใจดี นี่มันบุญเก่าของผมเลยนะ”ภาคิณตอบรับอย่างยินดี ไม่วายเอ่ยชมอีกฝ่ายอย่างคนเจ้าชู้ แก่นจันทน์
ยิ้มเย็น ก่อนเดินนำชายหนุ่มไปยังโต๊ะบริจาค
“พี่ ๆ คะ คุณ..”หญิงสาวชะงัก ก่อนหันมามองชายหนุ่ม
“ต่อครับ ต่อ ภาคิณ” ภาคิณจ้องมองดวงตาหวานใสของอีกฝ่าย ราวกับจะตอกย้ำชื่อเขาให้ประทับถึงก้นบึ้งหัวใจ
“ค่ะ คุณภาคิณ เขาอยากร่วมบริจาค”เธอหันไปหารุ่นพี่ ไม่นานก็มีรุ่นพี่อีกสองสามคน เข้ามารุมชายหนุ่ม แนะนำโครงการของมูลนิธิ
มากมาย แก่นจันทน์ค่อย ๆ ก้าวถอยหลัง เมื่อเห็นคิ้วเข้มหนาได้รูปค่อย ๆ ย่นเข้าหากัน ไม่นานเธอก็หันหลังเดินจากไป