บทนำ
“อาจารย์มายัง”
วาดรักตะโกนผ่านบลูทูธมือถือแข่งกับเสียงมอเตอร์ไซค์
ที่บิดมาเกินร้อย ตอนนี้เธอสายมากกว่าสิบนาทีแล้วแม้ปลายสายจะตอบกลับว่า ‘ยัง’ ก็ไม่ได้ทำให้ความเร็วลดลง เพราะแค่เลี้ยวซ้ายอีกสามสิบเมตรข้างหน้าและเลี้ยวขวาขึ้นเนินไปอีกนิดก็ถึงตึกเรียน
“โดนแน่ ๆ อีรัก”
ทันทีที่ตั้งขาตั้งได้ก็รีบล้วงเข็มขัดนักศึกษาออกมาคาดเอวแล้ววิ่งอย่างเร็วเข้าไปในตึก ตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีว่าต้องวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นสิบสอง แทนการยืนรอลิฟต์เพียงตัวเดียวในตึก
พร้อมกับรุ่นน้องอีกกว่าสิบคน
บันไดตึกนี้เป็นอะไรที่เห็นแล้วท้อ แต่สามปีครึ่งในสถานศึกษาแห่งนี้เธอไม่เคยสาย จะมาเสียประวัติเพราะไวน์ขวดเดียวที่เมื่อคืนแข่งเพื่อนซดจนหมดภายในสามนาทีไม่ได้
ขณะที่เธอกำลังก้าวขึ้นบันได ผู้หญิงแต่งตัวดีหน้าตาสวยคนหนึ่งที่ก้มหน้าก้มตาเดินลงมาก็สะดุดเท้าตัวเองล้มลงตอนอยู่บนบันไดขั้นสุดท้ายพอดี ทำเอกสารหลุดมือปลิวว่อน เธอสะอึกด้วยความเห็นใจเมื่อเห็นคนอื่นเดินผ่านหน้าตาเฉย เธอเลยช่วยพยุงหล่อนให้ลุกขึ้น
“ขอบคุณนะคะ” หล่อนถูข้อศอกยิก ๆ เพราะเมื่อกี้
เอาศอกลงอย่างจัง
“ไม่เป็นไรค่ะ”
เธอพาหล่อนไปนั่งลงที่ม้านั่งใกล้ ๆ สายตามองสำรวจร่างกายอย่างห่วงใย ก่อนจะได้เห็นว่าส้นสูงหล่อนหักเป็นเหตุให้หล่อนเสียหลักล้ม
“เจ็บตรงไหนอีกไหมคะ” วาดรักถามอีก
อีกฝ่ายส่ายศีรษะให้ เธอจึงหันกลับไปเก็บเอกสารที่เกลื่อนพื้นพร้อมกับป้าแม่บ้านคนหนึ่ง แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับรองเท้าหนังสีดำขัดเงาวาววับ จึงช้อนสายตาขึ้นมองร่างกายกำยำงดงามภายใต้ชุดสูทสุภาพนั้นรู้สึกสั่นคลอนหัวใจและคล้ายกับจะมีไฟร้อนแรงแผดเผาอยู่ในอก
ความคิดของเธอล่องลอยและจินตนาการไปว่าเขาจะสมบูรณ์แบบเพียงใดภายใต้ชุดสูทเนื้อดีที่ห่อหุ้มร่างกายอยู่ รวมไปถึงเรื่องที่ว่าเขาจะใหญ่โตหรือเล็กจ้อยสักแค่ไหนเมื่อเปลือยเปล่า
ต่อหน้าเธอ
วาดรักคิดว่าความคิดลึกซึ้งแบบนี้มันเข้ามาในเซลล์สมอง
ก็ตั้งแต่ตอนที่เริ่มอ่านนิยายอีโรติก
แต่ไม่ว่ารูปร่างของเขาจะน่าฟัดแค่ไหน ก็ไม่ได้ทำให้เธอต้องหยุดหายใจ จนกระทั่งเขาย่อกายลงมาแล้วเห็นใบหน้าหล่อเหลือร้ายอยู่ในระดับสายตา เธอได้แต่จ้องเขาอย่างตะลึงงัน
เขาช่วยเก็บเอกสารอีกแรง...ก่อนจะเปลี่ยนมาจ้องเธอตอบ
แววตาเขาเร่าร้อนเสียยิ่งกว่าไฟราคะในอกเธอเสียอีก
ไหนจะเรียวปากหยักได้รูปที่น่าจูบแบบถวายวิญญาณให้ กับ
ไรเคราเขียวครึ้มกระชากใจนั่นอีกเล่า
เธอโดนเล่นงานจากความสง่างามของเขา จนแทบจะไม่มีแรงเสียแล้ว
หยุด !
หยุดคิดอะไรแบบนี้แล้วรีบขึ้นตึก
เธอเตือนตัวเองในใจก่อนจะยืดกายลุกขึ้นเร็ว ๆ หากก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาลุกขึ้นพอดี ทำให้ศีรษะชนกับไหล่หนาได้ เพราะเขาสูงกว่าเธอราวแปดนิ้ว แรงชนทำให้คนที่อ่อนเปลี้ยอยู่แล้วถึงกับหงายหลังก้นจ้ำเบ้า
“เป็นอะไรไหม ?”
เขาโน้มตัวลงมาอย่างสง่างาม ส่งมือให้เธอฉุดรั้ง
วาดรักวางมือลงบนมือหนา หัวใจเต้นแรงมือถูกนิ้วเขาบีบกระชับ ขนลุกขนชันซ่านเสียวในจังหวะที่เขาออกแรงดึงให้เธอลุกขึ้นไป ดวงตาสีดำขลับคู่นั้นสะกดเธอไว้จนลืมความเจ็บที่สะโพกไป
“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ”
ปากคอเธอแห้งผากเมื่อรับได้กลิ่นกายละมุนแฝงความ
เซ็กซี่เย้ายวนเต็มเปี่ยมในแบบฉบับของผู้ชาย แววตาคมกริบ
ทิ่มแทงหัวใจเธอจนมันเต้นระส่ำ
ใบหน้าแดงจัดเหมือนตอนที่เพื่อน ๆ แกล้งเปิดหนังอย่างว่าให้ดูไม่มีผิด และอดคิดไม่ได้เลยว่าถ้าได้แนบชิดกับเขามันจะให้ความรู้สึกเป็นเช่นไร
เขาน่าจะสุดยอดพอ ๆ ความหล่อเหลาแบบร้ายกาจแน่นอน เธอดูออก ความคิดนั้นทำให้วาดรักเผลอเลียริมฝีปาก เยี่ยมไปเลย...เขาเป็นผู้ชายคนแรก (นอกจากพระเอกในนิยาย)
ที่ทำให้เยื่อพรหมจรรย์ของเธอสั่นประมาณแปดริกเตอร์เห็นจะได้
“ขอบคุณนะคะ”
ใบหน้าเธอร้อนวูบวาบแม้ว่าเขาจะปล่อยมือไปแล้ว แต่เธอไม่สามารถละสายตาจากเขาได้เลยจริง ๆ
ทว่าตอนนั้นรถคันหนึ่งที่แล่นเข้ามาจอดเทียบประตูทางเข้าตึกก็ทำลายบรรยากาศ
เขาส่งเอกสารที่เก็บได้ให้เธอแล้วจากไปหารถคันนั้น
วาดรักมองตามตาละห้อย แต่โทสะกลับพุ่งจากศูนย์ถึงร้อยเมื่อได้เห็นผู้หญิงที่ต่อให้เจอกันในปรโลกก็จำได้ว่าใครกำลังเปิดประตูลงมาจากรถ
‘ลูกอีช่างแย่งนี่เอง’
วาดรักนึกไปถึงมารดาของเจ้าหล่อนแล้วอยากเบ้ปากซักสิบตลบ ไม่รู้บ้านนั้นเขาสอนลูกสอนหลานกันอย่างไรถึงได้แย่งเก่งตั้งแต่ตัวแม่ยันตัวลูก
แม่หล่อนแย่งพ่อเธอ
ส่วนหล่อนก็แย่งแฟนเธอไปอย่างหน้าด้าน ๆ เมื่อเทอมก่อน แล้วตอนนี้ยังจะมาฉกพ่อเทพบุตรของเธอไปต่อหน้าต่อตา
วาดรักได้แต่มองหล่อนกอดทักทายเขาอย่างสนิทสนมสายตาหล่อนบ่งบอกได้ว่าคิดลึกซึ้งกับเขาเพียงไร
ก่อนจะพาเขาขึ้นรถไปโดยไม่ทันสังเกตเห็นเธอด้วยซ้ำ
แล้วแววตาเสียดายของเธอก็แปรเปลี่ยนเป็นมีเลศนัย...
เทอมนี้ต้องสนุกแน่ ๆ