บทที่ 1 เมื่อสบตา
“เมียรักของข้า ไม่ว่าเจ้าจักอยู่ที่ใด พี่ก็จักตามเจ้ากลับมาครองคู่เคียงข้างกายให้จงได้”
เสียงทุ้มดังกึกก้องไปทั่วบัลลังก์ที่แห้งเหี่ยวพร้อมกับแทรกซึมเข้าไปยังโซนประสาทการรับรู้ของผู้ที่ถวิลหาจนทำให้ผู้ที่หลับไหลตื่นขึ้นมาพร้อมเหงื่อโทรมกายและความตื่นกลัวตกใจระหวาดระแวงสุดขีด องค์สุลต่านหนุ่มรูปงามยืนมองใบหน้าของผู้อันเป็นที่รักผ่านกระจกเวทมนตร์ด้วยความโหยหาอาลัยอาวรณ์ ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปสักอีกกี่ปี ไม่ว่าสุดดวงใจจักไปอยู่ภพภูมิใด หรือมีสภาพร่างกายที่ผิดแปลกไปจากเดิม เขาก็ยังเฝ้าคอยมองและรอคอย จนเมื่อใกล้ถึงเวลาที่จะได้เคียงคู่กันอีกในไม่ช้า 'พี่จักรีบไปรับเจ้ากลับคืนมาเคียงคู่อยู่ข้างกันเป็นยอดดวงใจ...สุลตาน่า'
กริ้งๆ เสียงเครื่องแต่งนางรำที่สั่นไหวไปมาในขณะที่กำลังร่ายระบำควบคู่ไปกับเสียงดนตรีซึ่งบรรเลงบทเพลงอันรื่นรมย์ ในงานเลี้ยงพิธีอภิเษกขององค์สุลต่านและสุลตาน่าที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่จนล่ำลือไปทั่วทุกอาณาจักร ผู้คนมากมายต่างหลั่งไหลเดินทางมาแสดงความยินดีพร้อมร่วมงานเลี้ยงฉลองตามประกาศขององค์สุลต่าน เวลาผ่านไปจนพลบค่ำ งานเลี้ยงกำลังกำลังครื้นเคร่งและการเข้าห้องหอก็กำลังจะเริ่มขึ้น ภายในห้องหอที่ประดับประดาอย่างบรรจงวิจิตรงามตาพร้อมกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วของเครื่องหอมและดอกไม้นานาชนิด ทำให้สุลต่านหนุ่มอดกลั้นเฝ้ารอภรรยาอันเป็นที่รักแทบจะไม่ไหว จนเมื่อหญิงสาวกายขาวผ่องรูปร่างสะโอดสะองอ้อนแอ้นอรชร ใบหน้ารูปไข่หวานหยดบวกกับริมฝีปากแดงกระจับรับกับจมูกทรงหยดน้ำและดวงตาเปร่งประกายระยิบระยับที่คอยชำเลืองมองเขาตลอดเวลา เดินย่างก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าด้วยเสื้อผ้าอันน้อยชิ้นแถมยังโปร่งบางจนเห็นเนื้อใน สุลต่านหนุ่มนั่งมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างตกตะลึงก่อนสัญชาตญาณการสืบพันธุ์จะเริ่มทำงานจนมันนูนขึ้นมาดันผ้าคลุมที่สวมใส
“ฝ่าบาท….คือ….อ๊ะ!”
ร่างขาวเนียนถูกดึงลงไปนั่งเกยตัก ก่อนจะถูกจู่โจมซุกไซร้ลงไปที่ซอกคอหอมกรุ่นจนแดงระเรื่อ รวมทั้งหน้าอกกลมโตก็ถูกบีบขย้ำจนเสียวสะท้านไปพร้อมๆกัน
“ฝ่าบาท…ฝ่าบาท อ่าาา หม่อนฉัน…อื้อออ”
“เมียข้า…อย่ากลัว ข้ารักเจ้า รักเจ้าเหลือเกิน”
ถ้อยคำบอกรักพร้อมบทรักที่สุดแสนจะตราตรึง กำลังบรรเลงโหมกระหน่ำบนแท่นบรรทมแทบลุกไหม้ เลือดสีแดงสดที่ไหลออกมาจากช่องกำเนิดซึ่งแสดงถึงความบริสุทธิ์ของหญิงสาวเมื่อถูกพรากพรหมจรรย์ไปครั้งแรก ช่างเป็นของขวัญอันล้ำค่าที่ปลุกความกระสันอยากตีตราจองร่างอันบริสุทธิ์นี้ที่มีเขาแต่เพียงผู้เดียวที่ได้ครอบครอง ร่างกายกำยำกระแทกกระทั้นเข้าใส่ช่องทางเเคบที่ตอดรัดท่อนกายหนาใหญ่จนเสียววูบวาบ ปากหนาพร่ำดูดดื่มหน้าอกกลมโตจนเกิดรอยสีกุหลาบเป็นจุด มือทั้งสองข้างประสานสอดเกี่ยวฝ่ามือเรียวนิ่มบีบรัดเเน่นเมื่อขยับถูกจุดเสียวกระสัน ก่อนที่ใบหน้าของสุลต่านหนุ่มจะเงยมองใครอีกคนที่สบประสานสายตามองมาทางเขาพอดี
เฮือกกก!
ชายหนุ่มวัยเบญจเพสสะดุ้งตื่นทันทีเมื่อเห็นแววตาอันร้อนแรงของคนในความฝันที่มันชัดเจนจนเหมือนความจริง เขานั่งเหนื่อยหอบปาดเหงื่อที่ไหลข้างขมับออกอย่างลวกๆ รู้สึกแปลกประหลาดกับความฝันที่เสมือนกับตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในนั้น แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรฟุ้งซ่านสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นช่วงเวลาที่เข็มสั้นหยุดเดินอยู่ที่เลข 9 ของเช้าวันใหม่
“เชี่ย! 9 โมง โอ้ยยย ตายๆๆ”
ชายหนึ่งลุกพรวดจากเตียงเดินตรงดิ่งไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่แขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าแล้วหายเข้าห้องน้ำไปเกือบ 5 นาที ก่อนจะวิ่งตัวเปียกมาแต่งตัวใส่เสื้อผ้าแล้วหยิบกระเป๋าสะพายข้างคู่ใจพร้อมกุญแจรถยนต์วิ่งหัวเปียกไปสตาร์ทรถขับออกไปยังสำนักงานที่อยู่ห่างจากคอนโดซึ่งต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงถ้ารถไม่ติดถึงจะถึงที่หมาย แต่ถ้ารถติดก็คงต้องนั่งไหว้ขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้มีแต่ไฟเขียวไปตลอดทาง
“คุณแสนรัก”
กึก…เมื่อก้าวเข้ามาในสำนักงานได้ไม่ถึงสามก้าว เสียงของหัวหน้าสาวก็ดังลั่นเรียกชื่อเขาทันที เธอยืนเท้าสะเอวหน้าหงิกหน้างอรอเทศนาการมาทำงานสายของเขาอย่างจงใจ
“เชิญตามดิฉันเข้ามาในห้องด้วยค่ะ”
“ครับ หัวหน้า”
แสนรัก ชายหนุ่มร่างเล็ก ผิวขาว ส่วนสูงเพียง 169 เดินหน้าจ๋อยตามหัวหน้าเข้าในห้องทำงาน แล้วนั่งลงที่เก้าอีกตามคำอนุญาต
“เชิญนั่งค่ะ”
“ครับ”
ชายหนุ่มนั่งก้มหน้าเม้มปากมือประสานกันไว้แน่น รอรับฟังคำติเตียนที่กำลังจะเกิดขึ้นจากพี่สาวแท้ๆที่ช่างไม่ปราณีแม้แต่น้องชายสุดที่รักอย่างแสนรักเลยสักนิดเดียว
“รัก ทำไมวันมาสาย”
“คือ…เออ รักนอนไม่ค่อยหลับอะพี่ดี ช่วงนี้หลับไม่ค่อยสนิทเลย ชอบฝันแปลกๆ”
พี่สาวหรี่ตามองหน้าน้องชายอย่างจับผิด แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่มีพิรุธอะไรเท่าที่สังเกต
“แน่ใจนะรัก”
“ครับ…รักขอโทษนะครับพี่ดี นี้เป็นความผิดครั้งแรกเอง ก่อนหน้านั้นรักไม่เคยสายเลยนะ มาก่อนเวลาตลอด…พี่ก็รู้”
“รู้ แต่เรากับพี่เป็นลูกเจ้าของบริษัท เราจะมาสายกว่าลูกมันดูไม่ดี เราควรจะเป็นแบบอย่างให้เขา ถึงแม้ว่าตอนนี้รักจะเป็นแค่พนักงานฝึกหัด ต่อไปรักก็ต้องขึ้นมาบริหารงานเหมือนกับพี่ เพราะฉะนั้นพี่ก็เลยต้องเข้มงวดกับเรามากกว่าคนอื่น รักเข้าใจใช่ไหม”
“ครับ รักเข้าใจครับพี่แสนดี”
“ดีมาก วันนี้พี่แค่ตักเตือน ถ้ามีครั้งต่อไปพี่คงต้องหักเงินเดือนตามกฎนะ”
“ครับ หัวหน้า”
พี่สาวยิ้มให้น้องชายตัวเล็กของเธอที่เพิ่งเรียนจบกลับมาจากอเมริกาได้ไม่ถึงเดือน ก่อนจะนั่งเปิดเอกสารดูรายละเอียดแฟ้มงานที่เลขานำมาให้เซ็นต์อย่างเคร่งเครียด
“เฮ้อ…นึกว่าจะไม่รอดแล้ว”
“อ้าวรัก”
“พี่วิน!”
ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่หัวหน้าคนงานที่รักกำลังเรียนรู้และฝึกงานด้วยจนทั้งคู่สนิทกันไปแล้ว
“เป็นอะไร หน้าแห้งเลยเรา”
“รักมาสายอะพี่ เลยถูกเรียกไปอบรม”
“แล้ว…ถูกดุเยอะเลยเหรอ เรามาสายแค่ครั้งเดียวหนิ”
“งืออ ก็ถูกดุนิดๆหน่อยๆ มันรู้สึกแย่อะพี่ ดูเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบเลย”
“หึ…ช่างเถอะ อย่าคิดมาก ไปทำงานได้แล้ว”
ชายหนุ่งที่ตัวสูงกว่าขยับเข้ามาใกล้คนหน้าจ๋อยแล้วขยี้กลุ่มผมนุ่มจนยุ่งเหยิงด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะดันหลังคนตัวเล็กเห็นเดินไปยังห้องทำงานที่ทุกคนต่างกำลังเตรียมอุปกรณ์อยู่