bc

แมวข้า ใครก็อย่าอาจหาญมาแตะต้อง

book_age12+
179
ติดตาม
1K
อ่าน
เดินทางข้ามเวลา
สลับร่าง
แน่วแน่
กล้าหาญ
มนุษย์แมว
หวาน
ฉลาด
witty
gorgeous
naive
like
intro-logo
คำนิยม

ใครๆ ก็ย้อนเวลามาเป็นคุณหนู ไฉนเธอจึงย้อนเวลามาเป็นแมวเล่า!!

หลี่หยางอยู่เหนือเรือนร่างของเธอ ใช้สองแขนคร่อมตัวเธอไว้ กักขังไม่ให้หนีไปทางใด

ถิงถิงกะพริบตา ภาพอันพร่าพรายด้วยแสงสีชมพูกลับคืนสู่ปกติ มีเพียงใจเท่านั้นที่ยังคงระริกไหว

“คิดยั่วยวนข้า?” เขาถามเสียงแหบพร่า แววตาดุดันจริงจัง ยามมองสบคล้ายดั่งถูกดึงลงสู่หุบเหวลึก

“เป็นท่านเองที่...ที่...จูบข้า” เธอพูดเสียงอุบอิบ “หาใช่ข้าเป็นคนเริ่ม”

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่ 1
“14.5 mm” ถิงถิงเพ่งมองเจ้าหนอนตัวอวบอ้วนบนจอคอมพิวเตอร์เป็นรอบที่สาม มือข้างหนึ่งขยับเมาส์ เพื่อลากเส้นตรงวัดความยาวของลำตัว หนอนเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ทางกองพิสูจน์หลักฐานเก็บมาจากซากศพที่พบเมื่อวันก่อน ได้ยินว่าศพนั้นเป็นผู้หญิงลอยตามน้ำมา ศพถูกพบริมตลิ่งหากจากที่นี่ประมาณ 8 ไมล์ “ระยะที่สาม...ใช่ไหมคะอาจารย์” ถิงถิงหันไปถามคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง “อืม…” คนผู้นี้อายุน่าจะล่วงเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว สวมแว่นหนาเตอะ ท่าทางภูมิฐาน เขาขยับแว่นเล็กน้อย แล้วพูดว่า “แน่ใจว่าเป็นระยะที่สาม?” ถิงถิงคลิกเม้าส์ เปลี่ยนจากลำตัวเป็นส่วนท้ายของเจ้าหนอนตัวนั้น “รูหายใจมีร่องสามอัน รูปร่างชัดเจน น่าจะเป็นแมลงวันหัวเขียวและอยู่ในระยะที่สามค่ะ” ผู้เป็นอาจารย์พยักหน้า เดินไปยังซิงก์น้ำล้างมือแล้วค่อยดึงผ้าปิดปากออก “PMI*ล่ะ” “ปกติจะมีการวางไข่ภายใน 1 ชั่วโมง ก่อนจะเข้าสู่หนอนระยะที่หนึ่ง ภายใน 23 ชั่วโมง หนอนระยะที่สอง ภายใน 27 ชั่วโมง หนอนระยะที่สามภายใน 22 ชั่วโมง” ถิงถิงคิดพลางคำนวณพลาง ไม่นานก็ได้คำตอบ “ผู้หญิงคนนี้น่าจะเสียชีวิตอย่างน้อยสามวันค่ะ” อาจารย์เช็ดมือเรียบร้อยจึงเดินไปที่โต๊ะทำงาน คว้ากระเป๋าเอกสารกับโทรศัพท์แล้วค่อยเดินออกจากห้อง ก่อนก้าวเท้าออกไปยังตะโกนสั่งตามหลังว่า “ส่งรายงานเคสนี้อย่างละเอียดให้ผมภายในสองวัน” สองวัน! ถิงถิงแทบอยากยกมือก่ายหน้าผาก กว่าจะได้ผลตรวจดีเอ็นเอก็สองวันเข้าไปแล้ว นี่หมายความว่าพอได้ผลมาแล้วก็ต้องรีบเขียนรายงานให้เสร็จภายไม่กี่ชั่วโมงใช่ไหม อาจารย์กะจะไม่ให้เธอได้พักผ่อนนอนหลับบ้างหรืออย่างไร ในมือเธอตอนนี้มีเคสที่ต้องรายงานตั้งสิบเคส ข้อมูลตีกันให้วุ่นไปหมดแล้ว! ถิงถิงถอนหายใจเฮือก เดินคอตกไปที่โต๊ะทำงาน ตอนแรกคิดจะนั่งทานต่อแต่พอเหลือบมองนาฬิกาข้อมือพบว่าใกล้ค่ำแล้วจึงตัดสินใจเก็บหนังสือและเอกสารที่จำเป็นยัดใส่กระเป๋าเป้เพื่อนำกลับไปทำที่อพาร์ตเม้นต์ ไม่กี่อึดใจถิงถิงก็ขี่จักรยานออกจากลานจอดรถ อ้อมไปยังด้านหน้าของตัวตึกที่มีป้ายขนาดใหญ่ติดไว้ว่า ‘สถาบันนิติวิทยาศาสตร์’ ขับไปตามถนนลาดยางที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่เมื่อเดือนที่แล้ว จากตรงนี้ไปถึงอพาร์ตเม้นต์ที่หล่อนพักโดยไม่แวะที่ใดใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที ทว่าวันนี้ถิงถิงกลับออกนอกเส้นทางโดยเลี้ยวไปทางซ้ายตรงทางแยกแรกแทนที่จะตรงไป จากทางแยกนี้ตรงไปอีกร้อยกว่าเมตรจึงสวนหย่อมเล็กๆ ริมแม่น้ำสายหนึ่ง ถิงถิงมักจะไปนั่งเล่นอยู่ตรงนั้น แม้เงียบเหงา แม้เดียวดาย หากสายลมที่พัดมาปะทะใบหน้าให้ความรู้สึกเสมอเสมือนอ้อมกอดของบิดาและมารดาที่เธอไม่ได้สัมผัสมาหลายปี ท่านทั้งสองจากไปเพราะอุบัติเหตุรถคว่ำ ไม่ทันได้ส่งโรงพยาบาล ท่านทั้งสองก็สิ้นใจเสียแล้ว เดิมทีบ้านเกิดของถิงถิงอยู่ที่หลายปิน แต่พอบิดามารดาเสียชีวิต เธอจึงต้องย้ายไปอยู่กับญาติที่ไป่เซ่อ อยู่ในความดูแลของน้าสาวเกือบหนึ่งปีเต็ม ครั้นสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่หนานหนิงได้ เธอจึงย้ายไปอยู่ที่หนานหนิง เรียนจนจบมหาวิทยาลัยก็ทำงานที่นี่เลย กลับไปเยี่ยมผู้เป็นน้าเพียงปีละครั้ง ถิงถิงเรียนจบทางด้านกีฏวิทยาและเรียนต่อด้านนิติกีฏวิทยาอีกหนึ่งปี จากนั้นจึงเข้ามาทำงานที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์แห่งนี้ ปีนี้เป็นปีแรก นับว่าเป็นปีที่ราบรื่นไม่น้อย เพื่อนร่วมงานให้ความเป็นมิตรและสนิทสนมกับเธอดี เพียงแต่ทุกคนอายุมากกว่าเธอ ห้าปีบ้าง สิบปีบ้าง ยี่สิบปีก็มี ถิงถิงจึงให้ความเคารพและเกรงใจมากกว่าจะตีสนิทแบบเพื่อน ถิงถิงจูงจักรยานมาตามทางเดินหินที่คดเคี้ยว สุดปลายทางคือม้านั่งหินอ่อนริมน้ำใต้ต้นอวี้หลาน ถิงถิงอิงจักรยานไว้กับต้นอวี้หลานที่กำลังออกดอกสะพรั่ง ฤดูหนาวเพิ่งผ่านพ้นไป สายลมที่เคยเย็นเยียบจนทำให้กายสะท้านเริ่มอบอุ่นขึ้น ยามมองดอกอวี้หลานที่กำลังเบ่งบาน หัวใจของเธอจะอบอุ่นละม้ายได้รับจุมพิตจากมารดา เบื้องหน้า แสงสีส้มของดวงตะวันกระทบกับผิวน้ำ เกิดเป็นความงามแปลกตา ถิงถิงนั่งมองอย่างเพลิดเพลิน กระทั่งสายตาสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง กลมๆ เล็กๆ สีเงิน ตอนแรกเธอคิดว่าเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง แต่พอมองใกล้ๆ และหยิบมันขึ้นมา จึงพบว่ามันเป็นเพียงกระพรวนสองอันเท่านั้น เสียงกรุ๊งกริ๊งของมันดังสะท้อนก้องอย่างประหลาด ถิงถิงชูสิ่งที่อยู่ในมือระดับสายตา ยามลมพัด มันแกว่งไกวส่งเสียงไม่หยุด กรุ๊งกริ๊ง...กรุ๊งกริ๊ง... เธอเริ่มรู้สึกว่าเสียงนั้นดังค่อยๆ เบาลงๆ จนเสมือนดังมาจากที่ไกลแสนไกล ตัวของเธอเบาสบายราวกับกำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศ ฝัน...เธอกำลังฝันงั้นหรือ แท้จริงแล้วเธอเพียงเผลอหลับไปใช่หรือไม่ ตูม! จู่ๆ ร่างของเธอก็ร่วงลงสู่แม่น้ำอย่างไม่ปี่มีขลุ่ย ดิ่งลงไป ดิ่งลงไป...ถิงถิงไม่ทรมาน ไม่ตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด เธอเพียงหลับตาอย่างนิ่งสงบ ราวกับสิ่งที่เผชิญอยู่เป็นเพียงความฝันเท่านั้น เฮือก! ถิงถิงสะดุ้งตื่น หายใจหอบแรง ยามหายใจเข้าเธอสูดลมหายใจเข้าไปจนเต็มปอดาวกับเพิ่งค้นพบว่าการหายใจควรทำเช่นไร ยามหายใจออกเธอพ่นลมหายใจแรงดั่งเหน็ดเหนื่อยกับการวิ่งหลายไมล์ เกิดอะไร... ภาพที่เห็นในคลองจักษุ ไม่ใช่ภาพที่คุ้นเคย เธอควรจะเห็นเพดานสีขาว กับหลอดไฟนีออนสีขาวสว่างตา ไยภาพที่เห็นในตอนนี้จึงเป็นท้องฟ้าสีคราม มีปุยเมฆลอยระเรื่อยอยู่ประปราย แล้วก็ต้นไม้ใหญ่ กับใบหญ้าที่มีน้ำค้างเกาะพราว เธอกะพริบตาปริบ ลองหันไปอีกทาง สิ่งที่เห็นไม่ใช่ตู้หนังสือสูงจดเพดานแต่ยังคงเป็นท้องฟ้ากับต้นไม้ใบหญ้า เกิดอะไรขึ้น เธอไม่ได้นอนที่ห้องหรอกหรือ จำได้ว่าเมื่อวานเธอนั่งอยู่ริมแม่น้ำ เอ๋...หรือเธอเผลอหลับไป ท่าทางการนอนก็ประหลาด เธอกำลังนอนท่าไหนอยู่นะ ตะแคงหรือ? ถิงถิงพยายามขยับตัวแต่รู้สึกติดๆ ขัดๆ อย่างน่าประหลาด ยิ่งหันมองซ้ายขวาก็ยิ่งแปลกใจ ภาพในคลองจักษุพร่ามัวเกินไป เธอมองเห็นไม่ชัดราวกับมีอะไรขวางการมองเห็น ถิงถิงขมวดคิ้ว คิดยกมือขยี้ตา ทว่าวินาทีที่เห็นมือตัวเอง ใจของเธอพลันกระตุกวูบ นีมัน...มือใคร ใช่มือของเธอแน่หรือ... เธอหลับตา แล้วลืมตาใหม่ หลับตาอีกครั้ง แล้วลืมใหม่ ไม่ว่ากี่ครั้ง สิ่งที่เห็นยังเหมือนเดิม...อุ้งมือน้อยๆ ที่มีขนสีขาวปกคลุม แล้วยังเล็บที่แหลมคมนั้นอีกเล่า นี่ย่อมไม่ใช่มือของมนุษย์! เฮ้ย!!! เสียงอุทานที่คุ้นเคย บัดนี้ยามเปล่งออกมากลับกลายเป็นเสียง ‘เมี้ยว’ เสียแล้ว เมี้ยว? ถิงถิงไม่แน่ใจ ลองเปล่งเสียงอีกครั้ง “เมี้ยวๆ” คราวนี้ชัดแล้ว...ชัดเจนแจ่มแจ้งจนถิงถิงแทบอยากร้องไห้ นี่เธอกลายเป็นแมวไปแล้วงั้นหรือ! ไม่…ไม่จริง มันต้องเป็นความฝัน เธอต้องยังฝันอยู่แน่ๆ ถิงถิงพ่นลมหายใจแรง คิ้วขมวดหมวดจนเป็นปม เธอยังคงพิจารณามือตัวเองต่อไป เวลาผ่านไปชั่วครู่ ไม่มีทีท่าว่าตัวเองจะตื่น เธอจึงอยากตบหน้าตัวเองให้ตื่นจากฝัน วินาทีที่กำลังเงื้อมมือ ปรากฏเสียงฝีเท้าสับสน ถิงถิงรีบขยับตัว พยายามจะลุกขึ้นยืน ต้องใช้เวลาพักหนึ่งกว่าจะยืนสำเร็จ หนำซ้ำยังเป็นการยืนของสัตว์สี่ขา หาใช่มนุษย์ไม่! อา...ถิงถิงเอ๋ย ตื่นเสียที! แกจะฝันอีกนานแค่ไหน ห๊ะ! เธอนึกอยากตบหน้าตัวเองจริงๆ แต่ยืนเช่นนี้ จะยกขายังทำไม่ได้ หรือเธอควรกลับไปนอนแล้วใช้ขาหน้าตบตัวเองสักสิบครั้ง? “ต้องไปถึงหนานจิงก่อนพลบค่ำ” เสียงห้าวต่ำทรงอำนาจดังขึ้น เธอเหลียวมอง เห็นคนสองคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ชุดที่พวกเขาสวม ทำให้เธออยากขยี้ตาซ้ำๆ นี่ไม่ใช่ชุดโบราณแบบที่เห็นในซีรีส์กำลังภายในหรอกหรือ เธอเพ่งมอง มองแล้วมองอีก มองจนภาพที่พร่ามัวชัดเจนขึ้น ชัดเลย! ไม่ได้ตาฝาด ไม่ได้คิดไปเอง แต่ผู้ชายตรงหน้า...สองคน...สวมชุดโบราณจริงๆ! ถิงถิงครางลึกในอก ได้แต่คร่ำครวญ...นี่มันฝันบ้าฝันบออะไรวะเนี่ย!! *Postmortem interval estimation (PMI) ระยะเวลาการเสียชีวิต  

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.8K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.7K
bc

เมียลับอุ้มรัก

read
82.7K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.1K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.8K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.5K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook