
มาเฟียหนุ่มวันไนท์กับสาวในผับที่เชียงราย เธออาศัยในบ้านสวนซ่อมซ่อ เขาจึงคิดว่าเธอจน เสนอเงินหนึ่งแสนแลกกับการเป็นคู่นอน เธอนึกสนุกจึงแกล้งรับข้อเสนอของเขาทั้งที่เธอเองก็ ‘เป็นลูกสาวมาเฟีย’ ไม่ใช่ไก่กา
******
แนะนำตัวละคร
แอชตัน อชิรวิชญ์ สเบอร์ตัน
มาเฟียหนุ่มวัย 24 ปี
เด็ดขาด จริงจัง ไม่มีแฟน ไม่คบใคร ไม่มีความรัก แข็ง กระด้าง เย็นชา
ลูกครึ่ง ไทย ,จีน - อังกฤษ
เรียนจบจากมหาวิทยาลัยในเมืองลอนดอน
เป็นมาเฟียหมื่นล้านทรงอิทธิพลอาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
เพราะเบื่อกับชีวิตที่เสี่ยงอันตรายจึงหนีมาอยู่ในเมืองเล็กๆทางภาคเหนือของประเทศไทย ‘จังหวัดเชียงราย’
งานที่เขาทำสามารถสั่งการทางไกลได้เพราะฉะนั้นจึงอยู่ที่นี่มาเป็นเวลา 2 ปีแล้วนับตั้งแต่เรียนจบ
บีน่า บราลิน เบอริอันต์
ลูกสาวมาเฟียวัย 22 ปี
ฉลาด หลักแหลม อ่อนโยน ดูแลตัวเองได้
ลูกครึ่ง ไทย - อเมริกัน
เรียนจบจากมหาวิทยาลัยในเมืองนิวยอร์ค
เธออ่อนไหว แม้จะดูแข็งแกร่งแต่ภายในช่างอ่อนแอ โดนคนรักที่คบมาสี่ปีนอกใจจึงหอบกระเป๋าขออนุญาตพ่อแม่ไปพักใจที่เมืองไทย เธอเลือกไปเมืองเล็กๆที่จังหวัดเชียงรายบ้านเก่าของคุณตาคุณยายที่ปัจจุบันไม่มีใครอาศัยอยู่แล้ว
และทำให้พบกับเขา
ผู้ชายแสนอันตราย...อชิรวิชญ์
****
“นี่กระเป๋าเงินของคุณค่ะ พอดีว่ามันตกอยู่”
กระเป๋าเงินถูกวางลงที่หน้าโต๊ะกระจกสีดำ แอชตันจากที่จะยกเหล้ากระดกขึ้นจิบก็เงยหน้ามองเธอ ใบหน้าสวยหวานซึ่งดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอสวมเสื้อแขนยาวสีขาวกับกระโปรงทรงเอสีดำพร้อมกับรองเท้าแตะสีครีม การแต่งตัวก็ดูเรียบร้อยเกินกว่าจะมาเที่ยวผับได้ เธอสวยจนโดดเด่น...แอชตันเริ่มรู้สึกสนใจอย่างบอกไม่ถูก
“เธอคือใคร?”
บีน่าได้ยินแบบนั้นก็คิ้วกระตุกนิดนึงด้วยความโมโห เดินชนเธอเองเมื่อกี้แท้ๆแต่กลับไม่สังเกตุเห็นเลยรึไงนะ
“ผู้หญิงที่คุณชนจนล้มเมื่อกี้นี้ไงคะ”
คนตัวเล็กไม่อยากพูดให้มากความเพราะไม่ได้อยากคุยกับคนมารยาททรามคนนี้สักเท่าไหร่ เธอหันหลังจะเดินกลับลงไปที่ชั้นหนึ่งเพราะรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่วีไอพีเมมเบอร์อะไรนั่น เธอมาที่นี่ครั้งแรกที่ที่เธอควรอยู่คงจะเป็นโต๊ะด้านล่างมากกว่า
“เดี๋ยวสิ!”
ดวงตาคู่คมจ้องมองแผ่นหลังบางนั้นแล้วรีบเรียกเอาไว้...น่าแปลก ปกติเขาไม่เคยสนใจใครเป็นพิเศษอย่างนี้มาก่อน มีแต่คนเข้าหาไม่เคยเข้าหาใคร
“มีอะไรคะ?” ใบหน้าสวยหันกลับไปแล้วเอ่ยถาม เรียวปากสวยได้รูปอวบอิ่มสีเชอร์รี่ ผมสีน้ำตาลประกายแดง ใบหน้าลูกครึ่งอเมริกันไทยเสริมให้เธอดูสวยโดดเด่น...เธอรู้สึกแปลกประหลาดใจ
“ขอบคุณที่เก็บกระเป๋าตังค์ให้ เพื่อเป็นการตอบแทนมานั่งด้วยกันก่อนสิ”
“เอ๋ ?” บีน่าเอียงคอไม่เข้าใจเล็กน้อย เมื่อกี้ยังมารยาททรามกับเธออยู่เลย แต่นี่ทำมาเป็นแกล้งคุยดีด้วย
“ถือว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจ คืนนี้ฉันเลี้ยงเอง”
เขาพูดเสียงเรียบพร้อมกับยกแก้วโชว์ บีน่าเองหรี่ตามองเขาอย่างไม่ไว้ใจ เธอจะไว้ใจผู้ชายต่างบ้านต่างเมืองได้อย่างไรกันล่ะ...แม้ว่าเขาจะหน้าตาหล่อมากแถมร่างกายก็สูงใหญ่ ดูแล้วน่าจะสูงราวร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรได้ ตัวบีน่าเองสูงแค่ร้อยหกสิบห้าเซนติเมตรเท่านั้นเมื่อยืนคู่กับเขาเธอก็เหมือนมนุษย์แคระ
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณสำหรับน้ำใจ”
ทำท่าจะหันเดินออกไปไม่มองหน้าคนตัวใหญ่อีกแต่นั่นก็ทำให้แอชตันรู้สึกขัดใจเพราะไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธเขามาก่อน
“บอกให้นั่งก็นั่งสิ จะดื้อทำไม ?”
********
จะว่าไปผู้ชายคนนี้ก็มีมุมน่ารักเหมือนกันนะเนี่ย
แต่อย่าเชียวนะบีน่า...แกอย่าหลงรักผู้ชายคนนี้เชียว สถานะที่เขาเสนอให้คือคู่นอนไม่ใช่อย่างอื่น
เขาทำดีด้วยนิดหน่อยอย่าคิดหวั่นไหว
ถึงรักกันก็เป็นไปไม่ได้ พ่อไม่มีทางยอมรับผู้ชายคนนี้อย่างแน่นอน
เธอมันเป็นลูกสาวมาเฟีย ไร้ซึ่งอิสระ...จะรักใครก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จงตัดใจจากเรื่องของความรักซะเถอะบีน่า
ผู้ชายคนนี้ก็เป็นแค่คู่นอน...อย่าหวั่นไหว
*****
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
“เชี่ยเอ๊ย แล้วจะทำยังไงดีวะเนี่ย ตาย พวกเราตายโหงแน่”
บอดี้การ์ดหนึ่งในเจ็ดคนทำหน้าราวกับว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่จะมีชีวิตอยู่ ราวกับว่าโลกจะแตกอย่างไรอย่างนั้น
“เฮ้ยใจเย็นไอ้ดิม บางทีคุณหนูอาจจะไปเดินเล่นในเมืองก็ได้เว้ย”
“เดินเล่นในเมืองอะไรมึงวะเจฟ พาสปอร์ตก็หายกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ก็ไม่อยู่”
“เบาะแสเดียวที่มีคือ...คุณบีน่าส่งข้อความมาบอกกูว่าไปเที่ยวกับเพื่อนที่ต่างประเทศไม่ต้องเป็นห่วง”
“แล้วเราจะทำยังไงดีวะไอ้เจสัน?”
คนเดียวที่ได้รับข้อความจากบีน่าก็คือเจสันบอดี้การ์ดคู่ใจ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้พวกเขาทั้งเจ็ดคนอุ่นใจ
“หรือคุณหนูจะถูกลักพาตัววะ?”
“โอ้มายก๊อดด~ แบบนั้นพวกเราตาย มาลุ้นกันดีกว่าว่าหัวหรือนิ้วตีนจะหายก่อนกัน”
“ไอ้สัสนี่! มึงก็ตั้งสติหน่อยสิวะ”
ท่ามกลางการถกเถียงของบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดคนแย่งกันพูดอย่างวุ่นวายพร้อมกับเดินหาตัวคุณหนูของตระกูลกันให้ควั่กภายในบ้านสวน เจสันกลับยืนนิ่งแล้วใช้ความคิดอย่างหนักพร้อมกับกำโทรศัพท์ในมือเอาไว้แน่น จะตามหาคุณหนูอย่างไรดี? นั่นคือสิ่งที่เขาคิด
หวังว่านิ้วตีนกูจะอยู่ครบนะ...

