เรื่องราวโดย ปลาทองส่องแสง
author-avatar

ปลาทองส่องแสง

เกี่ยวกับquote
สวัสดีรีดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านนะคะ ไรท์มี 2 นามปากกา คือ 1. ปลาทองส่องแสง แต่งนิยายแนวโรมานซ์ , โรแมนติก , ดราม่า 2. ผักบุ้งตาโต แต่งนิยายแนววัยรุ่น ,รักวัยว้าวุ่น ฝากติดตามนิยายของคุณไรท์หน่อยน๊า อัพจนจบทุกเรื่องไม่มีเทแน่นอนค่ะ ^-^
bc
สถานะคู่หมั้นที่คุณเกลียด
อัปเดตเมื่อ Jan 20, 2026, 02:29
รักเขาข้างเดียวเป็นเวลาสิบกว่าปี !! จากเพื่อนสนิทต้องกลายมาเป็นคู่หมั้น แต่คนที่เขารักนั้นไม่ใช่เธอ เธอเปรียบเสมือนของตายที่ไม่มีวันจากไปไหน แต่กลับกลายเป็นว่าเธอหายไปจากชีวิตพร้อมหอบลูกในท้องไปด้วย “จะยังไงก็ไม่มีวันรัก” **** แนะนำตัวละคร วีรัน วิรันดำรงกุล (พระเอก) อายุ 26 ปี นาริน ชมลวรวรรณ (นางเอก) อายุ 26 ปี จากเพื่อนสนิทต้องกลายมาเป็นคู่หมั้น "จืดชืดแบบนี้ ไม่ใช่สเปคกู" **** จากคนปากดีสู่คนที่ไม่เหลืออะไรเลย เมื่อเธอเลือกเดินจากไปพร้อมกับลูกในท้อง ‘วีรัน’ ที่เคยเป็นเพื่อนสนิทซึ่งเธอแอบรัก ‘นาริน’ เพื่อนสนิทที่ถูกจับหมั้นหมายแล้วเขาเกลียด สำหรับวีรันแล้ว เขามองนารินเป็นได้เพียงเพื่อนจริงๆ ไม่อาจก้าวล้ำเกินไปกว่านั้น เพราะหัวใจของวีรัน... อยู่ที่ดาหลา เพื่อนสนิทของนาริน สาวใช้ในตระกูลชมลวรวรรณที่แสนยิ่งใหญ่ แต่เขากลับต้องแต่งงานกับนารินซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กจากตระกูลนี้ **** เขาควรรักนารินที่เป็นคู่หมั้น แต่กลับไม่ใช่ คนที่วีรันรักคือ 'ดาหลา' เพื่อนสนิทของนารินซึ่งเป็นคู่หมั้นของเขา “ฉันพยายามแล้วนาริน ฉันพยายามจะลืมดาหลา แต่ฉันทำไม่ได้” วีรันเว้นเสียง ก่อนจะพูดต่ออย่างหนักใจ “ต่อให้เราแต่งงานกัน ฉันก็ไม่มีวันรักเธอได้แบบที่เธอควรได้รับ” เสียงสะอื้นดังขึ้นในห้องที่ควรเป็นห้องแห่งความรักแต่มันกลับเป็นห้องของ ความจริงอันเจ็บปวด “แล้วเราจะอยู่กันไปแบบนี้เหรอ?” นารินถามเสียงสั่น “ถ้าเธอถาม ฉันก็คงต้องตอบว่า...ใช่” นารินหลับตาพริ้ม ปล่อยน้ำตาไหลรินอาบลงแก้ม ความทุกข์ระทมนี้...อยากให้มันหายไปเหลือเกิน คู่หมั้นของตัวเองกำลังแอบรักเพื่อนสนิทที่สุดของเธอ... **** เพื่อนสนิทที่ในอดีตเขาไม่เคยคิดสนใจ ในตอนนี้กลับกลายเป็นคู่หมั้นที่นอนเปลือยกายร่ำร้องเรียกชื่อของเขาอยู่ไม่หยุดตลอดทั้งคืน “วะ.. วี วี! แรงเกินไปแล้ว” เสียงหวานร้องครวญครางดังระงม ภายในห้องดังกึกก้องจนสะท้อนได้ยินไปยังข้างนอก น้ำหนึ่งและใจดี สาวใช้รุ่นราวคราวเดียวกันสองคนเอาหูแนบประตูห้องนอนของผู้เป็นนายพร้อมกับหันมายิ้มให้กัน “คิก ๆ ในที่สุดนายหญิงของคฤหาสน์เราก็ตกเป็นเมียของคุณผู้ชายอย่างเต็มรูปแบบสักทีทั้งทางพฤตินัยและนิตินัย” น้ำหนึ่งว่า ลุ้นกับคู่นี้มานา...กับอีแค่จะเป็นผัวเมียกันต้องทำให้เป็นเรื่องยากเรื่องเย็นเสียจริง “ผู้ดีนี่ก็รักกันยากเนอะ ลองเป็นพวกเราสิ อยู่ด้วยกันในห้องหน่อยเดียวเท่านั้นแหละ...เครื่องก็ติดแล้ว คิกๆ” ใจดีเองก็ขำออกมาเบา ๆ ทั้งสองยังคงแอบฟังเสียงครวญครางที่ระงมออกมาจากภายในห้องนอนของวีรัน “เห็นทีพรุ่งนี้คงต้องไปรายงานคุณหญิงพิยดา อีกไม่นานอาจจะได้อุ้มหลาน” น้ำหนึ่งว่า ใจดีพยักหน้าเห็นด้วย “แบบนี้หนทางการมีงานแต่งคงอยู่อีกไม่ไกล... จะได้เป็นนายหญิงอย่างเต็มตัวแล้วสินะคุณนาริน ชมลวรวรรณ” ใจดีพูดเพ้อฝัน “ไม่จ้ะ อีกหน่อยต้องเรียกว่าคุณนาริน วิรันดำรงกุล จะกลายเป็นคนของตระกูลวิรันดำรงกุลอย่างเต็มตัวแล้ว” แม้จะชอบนินทาเจ้านายเป็นชีวิตจิตใจ แต่เมื่อเห็นทั้งคู่เข้ากันได้ดีสาวใช้ก็รู้สึกยินดีด้วยเพราะหลังจากนี้คงจะมีแต่ความร่มเย็นในคฤหาสน์ ไม่ต้องเครียดเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา จะได้กลายเป็นคู่รักกันจริง ๆ ไม่ใช่เพียงการแต่งงานในนามเพื่อรักษาผลประโยชน์ระหว่างตระกูล แต่ความเป็นจริงสำหรับนารินนั้น... เสียตัวให้เขาแล้ว... แต่เขาก็ยังไม่รักเธออยู่ดี **** พยายามเอาใจวีรันทุกอย่าง เขาคือคู่หมั้นที่เธอรัก แต่เขากลับไม่เคยรักเธอ คนที่เขารักคือ 'ดาหลา' เพื่อนสนิทของเธอเอง “วันนี้มีแต่ของโปรดวีเลยนะ เอ่อ แล้วที่รินทักไปเห็นข้อความหรือเปล่า” เธอนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามวีรัน อาหารถูกจัดเสิร์ฟ ข้าวก็ถูกจัดใส่จาน “เห็นแล้ว ไม่อยากไป” วีรันตอบเสียงทุ้มดูไม่ใส่ใจ ยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นมาจิบให้โล่งคอ ก็ใช่ว่าจะหลงรักดาหลาเสียจนโงหัวไม่ขึ้น เพียงแต่รู้สึกเหมือนสิ่งที่หมายตาไว้ถูกแย่งไป วีรันไม่ค่อยอยากไปเจอหน้าชนินทร์สักเท่าไหร่ “ที่ไม่ไปนี่คือยังหึงดาหลาจากพี่นินทร์อยู่รึไง บอกว่าให้ตัดใจได้แล้ว เขาสองคนกำลังสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกันนะวี” ไม่รักเธอก็ยังพอทน แต่หากวีรันคิดจะไปขัดขวางหรือทำอะไรกับความรักของพี่ชายเธอและเพื่อนสนิท นารินไม่เห็นด้วย “ก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรกับพวกนั้นสักหน่อย ทำไมเธอต้องย้ำด้วยว่าสองคนนั้นกำลังจะสร้างครอบครัวด้วยกัน ดีใจนักรึไงที่เห็นฉันเจ็บปวด” นารินถึงกับสะอึกไปเมื่อได้ยินคำว่าเจ็บปวดออกมาจากปากของเขา เขาเจ็บปวดกับการที่ดาหลาต้องตกเป็นของผู้ชายคนอื่น แล้วคิดว่าเธอไม่เจ็บปวดหรือไงกับการที่ต้องเห็นว่าที่คู่หมั้นของตัวเองแอบรักเพื่อนสนิทที่นารินเองก็รักมาก เธอกล้ำกลืนก้อนสะอื้นเอาไว้ในอกไม่ให้มันพรั่งพรูร้องไห้ออกมาดูน่าสมเพช “มันไม่ใช่แบบนั้นนะวี รินไม่เคยสะใจกับความเสียใจของวีเลยสักครั้ง ไม่แม้แต่จะคิด” เธอจะคิดอย่างนั้นกับชายอันเป็นที่รักได้อย่างไรกัน มีแต่ความห่วงใยเท่านั้นที่นารินจะมอบให้กับวีรันได้ “งั้นก็เลิกพูดเรื่องสองคนนั้นให้ฟังได้แล้ว ฉันไม่อยากได้ยินอีก” “อืม เข้าใจแล้วล่ะ ถ้าวีไม่อยากได้ยินเรื่องของสองคนนี้รินก็จะไม่พูดอีก” ที่สำคัญ รินคงมีโอกาสพูดกับวีได้อีกไม่นานนักหรอก นารินคิดในใจพร้อมกับหลับตาพริ้ม ไม่คิดจะบอกหรือเอ่ยคำร่ำลากับวีรันสักนิด เพราะรู้ว่ามันคงไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับเขา **** เพราะความยโสโอหังจึงทำให้นารินต้องหนีจากเขาไป...เธอไปไกลถึงฝรั่งเศส พร้อมกับทิ้งจดหมายลาเอาไว้ให้วีรันหนึ่งฉบับ เขาถึงกับต้องหลั่งน้ำตาเมื่อได้อ่านมัน ถ้าวีได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้วถึงตอนนี้รินก็คงไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ต้องตกใจที่ไม่เห็นของสักชิ้นของรินอยู่ในห้องแห่งนี้ รินขอคืนมันให้กับวี ทุกสิ่งที่รินทำให้วีไม่พอใจรินขอโทษนะ จะไม่ทำให้วีต้องลำบากใจอีกแล้วกับเรื่องของเรา ผู้ใหญ่ก็ไม่อาจจะบังคับเราสองคนได้อีกเพราะรินจะขอเป็นฝ่ายถอนตัวออกมาเอง ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมาที่มอบให้กับริน ขอเก็บทุกอย่างไว้เป็นความทรงจำดี ๆ ระหว่างเราสองคน อย่าเกลียดรินเลยนะวี...รินขอโทษจริง ๆ ที่เข้ามาเป็นภาระ ที่เข้ามาเป็นตัวขัดขวางชีวิตของวี
like
bc
หลงเสน่ห์ยัยเด็กเฉิ่ม
อัปเดตเมื่อ Jul 12, 2025, 12:25
“ให้กูชอบยัยเฉิ่มนั่น ให้กูแดกข้าวหมายังดีซะกว่า” เพื่อนไม่เชื่อ งั้นเขาเสริมให้อีก “กูบอกแล้วไง ว่าถ้าให้ชอบยัยเฉิ่มนั่นกูยอมแดกข้าวหมา จูบหมาโชว์ด้วยเลยก็ได้” ***** แนะนำตัวละคร มินนี่ มินธิรา จิรสุข อายุ 20 ปี เรียน ปี 2 สังคมศาสตร์ เฉิ่ม ซน โลกสวย นี่คือคำนิยามในตัวของมินนี่ เวกัส วีรพงษ์กุลศักดิ์ อายุ 22 ปี เรียน ปี4 คณะวิศวะ สาขาเครื่องกล ปากร้าย หยิ่ง เปราะบาง นี่คือคำนิยามในตัวเวกัส ***** เมื่อเวกัสพระเอกจอมมารร้าย ต้องมาเจอกับ มินนี่ นางเอกสุดเฉิ่ม ความป่วน มันส์ ฮา จึงเกิดขึ้น ณ ที่นี้ มหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเค ***** “ให้กูชอบยัยเฉิ่มนั่น ให้กูแดกข้าวหมายังดีซะกว่า” เพื่อนไม่เชื่อ งั้นเขาเสริมให้อีก “กูบอกแล้วไง ว่าถ้าให้ชอบยัยเฉิ่มนั่นกูยอมแดกข้าวหมา จูบหมาโชว์ด้วยเลยก็ได้” ส่วนเธอนั้นถูกสบประมาทว่า 'เฉิ่ม' “ก็เฉิ่มจริงนี่หว่า เฉิ่มอย่างนี้ผู้ชายที่ไหนจะมองวะ กระโปรงก็ใส่ยาวเท่าตาตุ่มเป็นแม่ชี” “พูดแบบนี้ ถ้าฉันควงรุ่นพี่ตัวท็อปของมหาวิทยาลัยจะว่ายังไง” “โอ้ย ฮ่าๆ ขำฉิบหาย ถ้าได้ก็เอาเลยครับเพื่อน แก๊งค์ วิศวะไง จับให้ได้สักคนสิเพื่อน” เพื่อนชายคนสนิทสบประมาทไม่เลิก “ผู้ชายวิศวะงั้นเหรอ? เหอะ คอยดูเดี๋ยวฉันจะควงเล่นสักวันละคนเลย ถ้าได้ควงรุ่นพี่วิศวะขึ้นมาแกจะให้อะไรฉันฮะติณ?” ****** “กูเห็นนะเว้ย มึงคุยกับยัยเด็กเฉิ่มใส่แว่นที่เรียนอยู่คณะสังคมอ่ะ น้องมันถามมึงว่าหน้าเป็นอะไร” เม่นว่าอย่างนั้น “หรือว่าน้องจะชอบมึงวะ” เคนเองก็แปลกใจ “แล้วมึงอ่ะชอบน้องป่ะ? แต่ยัยมินนี่เฉิ่มจะตาย” ซีเคพูดพร้อมกับเบ้ปาก เขาเองมีโอกาสได้คุยกับมินนี่มากที่สุดก็ตอนที่ไปทริปด้วยกันตอนช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้สนิทอะไร “พวกมึงนี่...ต้องให้กูพูดอีกกี่รอบ ไม่ใช่สเป็คกูเลยแม่ชีแบบนั้น” “แม่ชีอะไรจะนมใหญ่เบอร์นั้นวะ” แน่นอนว่าคนหื่นอย่างซีเคมองทะลุปุโปร่งไปยันไส้ใน แม้จะหลบซ่อนด้วยเสื้อนักศึกษาตัวหลวมโคร่งก็ตาม “ไอ้ซีเค ทะลึ่งละมึง!” เวกัสตวาดใส่ซีเค ไม่รู้ทำไมเลือดในกายถึงพุ่งพล่าน เขาไม่ชอบให้ใครพูดถึงยัยเด็กเฉิ่มแบบนั้น “อะไรมึงวะ ก็ไหนว่าไม่ชอบ...” เม่นเองก็งงยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ “ไม่ได้ชอบเว้ย ไปๆ แยกย้าย” เวกัสพูดพร้อมกับโบกมือแล้วเดินจากไป วันนี้เพื่อนพูดไม่เข้าหู ไม่ใช่ไม่พอใจเรื่องพ่อ แต่ไม่พอใจเรื่องที่พูดถึงนมยัยเฉิ่ม เขายังไม่เคยสังเกตเลย ไอ้ซีเคมันเอาตาไปมองตอนไหนวะ แล้วสรุป...ใหญ่จริงป่ะวะ? เวรเอ๊ย กูคิดอะไรอยู่เนี่ย ผมส่ายหัวสลัดความคิดบ้าๆทิ้ง ****** “เป็นอะไรไป ทำหน้าเศร้า” “ปละ เปล่าค่ะ...” จะให้พูดออกไปได้อย่างไรล่ะว่ารู้สึกถึงความไม่เหมาะสมกันของเราสองคน มีแต่ฉันที่คิดไปเองฝ่ายเดียว พี่เวกัสเขาไม่ได้คิดอะไรด้วยสักหน่อย “เธอก็สวยในแบบของเธอมินนี่” เหมือนเขาอ่านเท่าทันความคิดของฉัน ดวงตากลมโตเบิกโพลงมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ สรุปพี่เขาคิดยังไงกับฉันกันแน่นะ “อะ เอ่อ...” ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ หน้าของเขาก็เข้ามาใกล้เรื่อยๆ ลมหายใจของฉันติดขัด มันแน่นไปหมด ริมฝีปากของเขาประกบลงที่ริมฝีปากบางของฉันอย่างแผ่วเบา มือของฉันที่ประสานวางไว้ตรงหน้าตักบนกระโปรงพลีทตัวยาวกำเนื้อผ้าสากนั้นเอาไว้แน่น ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งอณู รู้สึกถึงความร้อนที่เขาส่งผ่านมาให้ ทั้งร้อน ทั้งหวานเคล้าคลอกันไปในเวลาเดียวกัน จูบร้ายๆนั่นบดขยี้ลงมารุนแรงขึ้นกว่าเดิม ฉันหลับตาพริ้ม มือแกร่งของผู้ชายอายุยี่สิบสองอยู่ไม่สุข เขายกขึ้นมาจับเข้าที่ไหล่ ไล้ลงมาต้นแขน จนเลื่อนมาที่กระดุมเม็ดบน “อื้ม~” ลิ้นเราสองคนพัลวัลตักตวงความหวานจากกันและกัน กระดุมเม็ดแรก...ถูกแกะออกโดยมือเดียว กระดุมเม็ดที่สอง...ถูกแกะออกตามมา กระดุมเม็ดที่สาม...แกะมันอีกครั้ง กระเม็ดเม็ดที่สี่...บราเซียตัวจิ๋วสีขาวออกมาปรากฎแก่สายตา แม้ภายในรถจะมืดแต่ก็มีแสงไฟจากเสาไฟด้านนอกสาดส่องเข้ามา เสียงเพลงจากรถยังคงถูกเปิด เพลงวัยรุ่นคลั่งรัก จังหวะเนิบนาบ แอร์เย็นจากๆหน้ารถปะทะเข้าที่ผิวหนังของเราสองคน มือแกร่งข้างขวา หลังจากปลดกระดุมเม็ดที่สี่ก็เลื่อนขึ้นมาแตะที่ลำคอและหู ส่วนมือด้านซ้ายบีบไหล่ฉันเอาไว้แน่น หน้าของเราไม่ผละออกจากกันเลยสักนิด... เป็นจูบที่ดุเดือดและยาวนาน เขายอมถอนริมฝีปากออกจากปากบาง ไล้ลงมาที่ลำคอระหง เลื่อนลงมาจนถึงเนินอกอวบอิ่ม มือข้างขวาเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยของฉันเอาไว้ รอยจูบจากปากอุ่นประทับเข้าที่เนินอก จากตอนแรกที่โดนแอร์สาดเข้าจนเนื้อนวลเย็นเฉียบ เป็นอุณหภูมิที่เปลี่ยนอย่างฉับพลันจนฉันสะดุ้งเฮือกตกใจได้สติ “อ๊ะ พ พี่เวกัสคะ! อื้ม แฮ่กๆ” ฉันเรียกชื่อเขาให้ได้สติแล้วรีบผละตัวออกจากเขา ก่อนที่จะถลำลึกไปมากกว่านี้ ฉันต้องหยุดตัวเอง! เขาเหมือนได้สติเมื่อได้ยินเสียงของฉัน รีบผละริมฝีปากออกจากอกแล้วเสมองออกไปที่กระจกด้านนอกฝั่งตัวเอง ส่วนฉันก็รีบยกมือขึ้นติดกระดุมเสื้อนักศึกษาที่ล่วงเลยมาจนถึงกระดุมเม็ดที่สี่...เขาเกือบเห็นหน่มน้มของฉันซะแล้ว ดีนะเห็นแค่เนินอก...อายจัง หน้าของฉันแดงซ่าน ไม่รู้ว่าอารมณ์มันพาเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง ต่างคนต่างไม่มีใครหยุดกันเลย...โชคดีที่จิตสำนึกสุดท้ายยังบอกฉันว่าเราไม่สมควรที่จะทำมัน เราไม่ได้เป็นอะไรกัน... หลังจากฉันจัดการติดกระดุมให้กับตัวเองได้เสร็จเรียบร้อยพี่เวกัสก็หันมา ดวงตาดุดันของจอมมารร้ายคู่นั้นจ้องมองฉันอย่างไร้ความรู้สึก จนฉันเองก็คาดเดาไม่ได้ว่าพี่แกรู้สึกอะไร ฉันจ้องหน้าพี่เขาไม่หลบสายตา ดวงตากลมโตแสดงให้เห็นถึงการตั้งคำถามลอดผ่านแว่นตาแสนเฉิ่มเชย “โทษทีนะมินนี่...กลับกันเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่งที่หอ” “ค่ะ...” มีคำถามอยู่ภายในใจเป็นล้านคำแต่ไม่กล้าถามออกไปซักคำ พี่เขาเองก็ไม่ได้บอกว่าเราเป็นอะไรกัน ไม่มีชื่อเรียกความสัมพันธ์ของเราอย่างชัดเจน รู้เพียงแต่ว่า...เขาขโมยจูบแรกของฉันไปแล้ว
like
bc
เผลอใจรักเจ้าพ่อวิศวะ
อัปเดตเมื่อ Apr 22, 2025, 10:57
วิศวะเครื่องกลคนนี้ซ่อมได้ทุกอย่าง…ยกเว้นหัวใจที่เต้นแรงทุกครั้งเวลาเจอเธอ สาวน้อยอินฟลูเอ็นเซอร์ปี1 ที่ทำให้ชีวิตเขาปั่นป่วนยิ่งกว่าเฟืองเครื่องยนต์! เปลี่ยนหนุ่มเย็นชาให้หันมาคลั่งรัก(พี่ปี3น้องปี1) ****** แนะนำตัวละคร เบย์แบด บรรพวิชญ์ สิริไชยกุลมงคล ปี 3 วิศวะเครื่องกล ลูกชายเจ้าของมหาวิทยาลัย ฉายา ‘เจ้าพ่อวิศวะ’ , ‘เจ้าชายน้ำแข็ง’ เย็นชา พูดน้อย แต่ถ้าได้คลั่งรักแล้วล่ะก็...อยู่ในโหมดอ้อนเป็นแมวแน่นอน วาวา วันวิวาห์ อมรสิริ ปี 1 นิเทศศาสตร์ สาขาการสื่อสารมวลชน น่ารัก สดใส หลงตัวเอง สวยมาก เป็นดาวในกลุ่มเพื่อน ***** บังเอิญเจอรุ่นพี่วิศวะสุดหล่อ เพราะกล้องคู่ใจเจ้ากรรมสำหรับถ่าย Vlog หล่นกระแทกโดนกันชนรถซูเปอร์คาคันดำวาวสุดหรูของเขาเข้า! อินฟลูสาวฝึกหัดวัยสิบเก้าอย่าง วาวา จึงต้องตกกระไดพลอยโจร ไปถ่ายคลิปวิดีโอโปรโมตคณะวิศวะให้กับรุ่นพี่เจ้าของรถ แลกกับการไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายที่แพงหูฉี่! ใครจะไปคิด ว่าความใกล้ชิดจะทำให้เธอเผลอใจแอบรักรุ่นพี่หน้าหล่อแสนเย็นชาคนนี้เข้าอย่างจัง “ตกหลุมรักเขาไปได้ยังไงกันนะวาวา วันหนึ่งพี่เขาพูดซักกี่คำกันเชียว พูดน้อยเหมือนกลัวดอกพิกุลจะหลุดออกจากปาก!” ***** ‘เบย์แบดน่ะเหรอ? เขาเก่งนะ แต่ไม่ค่อยยุ่งกับใครเลย’ ‘ก็เขาเป็นลูกเจ้าของมหาวิทยาลัยนี่ ทุกคนเลยเกรงใจเขาไปหมด’ ‘เขาดูเหมือนไม่แคร์อะไร แต่จริง ๆ เขาช่วยคนอื่นเยอะเลยนะ’ ‘หล่อมาก เปิดวาร์ปที’ มันจริงอย่างที่มินนี่พูด “ลูกเจ้าของมหาวิทยาลัย?” สงสัยจังเลย...ฉันตัดสินใจ เปิดอินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม และพบข่าวเก่าเกี่ยวกับครอบครัวของพี่เบย์แบด มีภาพเขาในวัยเด็กกับพ่อแม่ที่ยิ้มแย้มในงานเปิดตัวโครงการใหญ่ของมหาวิทยาลัย “นี่พี่เขาเป็นลูกชายเจ้าของมหาวิทยาลัยจริง ๆ เหรอ?” ฉันพึมพำด้วยความตกใจ ไม่เห็นพี่เขาเคยพูดถึงเรื่องนี้เลย แต่ก็อย่างว่าแหละนะ จะไปคาดหวังอะไรล่ะ ขนาดคุยด้วยปกติยังไม่ค่อยจะคุยกันเลย นี่มันก็เรื่องส่วนตัว แต่รวยขนาดนี้จะมาอยากเก็บค่าทำสีรถจากฉันทำไมเนี่ย ตาบ้าเอ๊ย! ***** “รถพี่นี่มันเล็กจริงเลยนะคะ แพงซะเปล่า” “หืม?” พี่เบย์ชะงักไปนิดนึง เขาหันมามองหน้าฉัน “ซื้อกระบะดีกว่าอีกนะคะ ขนของได้ด้วย คันนี้น่าจะแพงมากแถมยังไร้ประโยชนอีกต่างหาก” พี่เบย์ขมวดคิ้วมุ่น “นี่เธอกำลังเปรียบเทียบซูเปอร์คาร์กับรถกระบะ?” ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เบย์แบดไม่เคยเจอใครกล้าสบประมาทเขาแบบนี้มาก่อน แถมรถคันนี้ก็ถอยมาแพงมาด้วย ภาษีแพงหูดับ แต่สาวดันชอบกระบะ งงสิครับ “ใช่ค่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก พี่รวยขนาดนี้คงไม่จำเป็นต้องเอารถกระบะไปเข็นของเพื่อค้าขายที่ไหนหรอกค่ะ” ฉันพูดแล้วยิ้มอย่างจริงใจ พี่เบย์เงียบนิ่งไปแต่ยังคงขับรถต่อ ต่อมาไม่นาน “สงสัยว่าเธอจะชอบกระบะสินะ..” เขาพึมพำแล้วคิดเองเออเอง มือหนายกขึ้นกดโทรศัพท์หาเลขาที่คอยช่วยดูแล ‘ฮัลโหล ว่าไงครับคุณเบย์’ “ลุงกรณ์ช่วยผมที ผมอยากออกรถคันใหม่” ‘แต่คุณเบย์เพิ่งจะออกคันสีดำไปนะครับ ซูเปอร์คาร์คันสีแดงก็ยังจอดทิ้งอยู่ที่บ้านไม่มีใครใช้’ รถที่บ้านเยอะจนไม่รู้จะเยอะยังไงแล้ว ทั้งรถยุโรป รถซูเปอร์คาร์ ไหนจะรถตู้อีก “ไปศูนย์รถญี่ปุ่น เลือกระบะเท่ๆมาให้ผมคันนึง” “ฮะ?” ลุงกรณ์ได้แต่นิ่งไป...คุณชายของเขาจะขับรถกระบะ? อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย.. ที่คฤหาสน์หลังใหญ่มีรถมากมายก็จริงแต่ไม่มีคันไหนซักคันที่เป็นกระบะ หลังจากสั่งงานเสร็จก็วางโทรศัพท์ลง หน้าหล่อแต่แสนจะเย็นชา ใบหน้านิ่งที่ใครต่างก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้ม... จู่ๆรอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้า เธอทำให้เจ้าชายน้ำแข็งอย่างเขายิ้มเป็น..น้องวาวาปีหนึ่ง ****** “ไม่เห็นวาวาจะตื่นเต้นเลย...อุตส่าห์ออกรถกระบะมารับแท้ๆ” ไม่เข้าใจเลย ก็ไหนบอกว่าชอบรถกระบะไงวะ ยังคงครุ่นคิดกับตัวเอง เกิดมาชีวิตนี้ไม่เคยกังวลอะไรขนาดนี้มาก่อน “หรือว่า...มันอาจจะยังเท่เตะตาไม่พอ?” เขาได้ข้อสรุปละ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อหาลุงเลขาที่คอยดูแลอยู่ตลอด “ลุงกรณ์ กระบะที่มันเท่กว่านี้มีไหม” ‘ฮะ เท่งั้นเหรอครับ?’ ลุงกรณ์ที่กำลังขับรถอยู่ถึงกับผงะไปเมื่อคุณชายน้อยของตระกูลโทรมาบอกว่ารถกระบะที่ซื้อไปมันยังเท่ไม่พอ “อืม ไหนบอกว่าโหลดต่ำมันเท่ไง” เขาเองก็ไม่ใช่คนเล่นรถกระบะ ไม่รู้หรอกว่าทำยังไงจะให้เตะตาสาว ‘งั้น...คุณเบย์ต้องการแบบไหนล่ะครับ’ ไอ้เขามันก็แก่แล้ว คงจะไม่ทันเทรนด์หนุ่มๆหรอก “ขอเป็นรถแบบ..หลานลุงกรณ์แล้วกัน” ‘แบบไอ้โด่งนั่นน่ะเหรอครับ’ ไอ้โด่งที่ลุงกรณ์หมายถึงคือหลานชายวัย 20 เป็นวัยกำลังเริ่มทำงานแถมยังมีรถกระบะแต่งซิ่งเท่ๆ ทั้งยังติดสติกเกอร์อีก “นั่นแหละ เอาแบบนั้นแหละลุงกรณ์ พรุ่งนี้เข้ามารับรถไปจัดการด้วยนะครับ” ‘อ่า ได้ครับคุณเบย์’ ลุงกรณ์ขับรถอยู่ถึงกับยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ แต่ก็จำใจต้องทำตามคำสั่งของเจ้านาย ลูกชายของนายใหญ่เขาเอง กระบะแต่งซิ่งเป็นคำตอบสุดท้าย บางทีวาวาอาจจะชอบแบบนั้นก็ได้... ใบหน้าหล่อหยักยิ้มกับความคิดที่แสนจะชาญฉลาดนี้ รอบหน้าถ้าได้ขับมาส่งเธอที่หอหญิงคงได้กรี๊ดระเบิดแน่
like
bc
สาวโรงงานยั่วรัก
อัปเดตเมื่อ Mar 12, 2025, 07:51
‘ชลิตา’ จากนางงามเดินสายกลับกลายมาเป็นสาวโรงงานฝ่ายผลิต เพราะความสวยจนเตะตาทำให้ท่านประธาน ‘แม็คคา’ เสนอให้เธอมาเป็นผู้หญิงของท่านแลกกับค่าตอบแทนที่เธอพอใจ เพราะความเป็นอยู่ที่ลำบากทำให้เธอตกลงปลงใจ ใครเล่าจะรู้ว่าจุดเริ่มต้นนี้จะทำให้เธอพบกับเซ็กส์อันดุเดือดของท่านประธานสุดหล่อ เขาเก็บกดแล้วเอามาลงที่เธอจนหมดเรี่ยวหมดแรง ต่อหน้าดูดี สุภาพบุรุษ ใครเล่าจะคิดว่าบนเตียงจะกลายเป็นซาตานสุดร้ายกาจที่มอบความหฤหรรษ์ให้กับสาวน้อยชลิตาในทุกค่ำคืน ******* แม็คคา อินทรารัตนา อายุ 30 ปี อาชีพ : ประธานบริษัทแม็คคาอินทรารัตนาผลิตและส่งออกเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ ชลิตา มีสุขดี อายุ 22 ปี อาชีพ : สาวโรงงานฝ่ายผลิต อดีตนางงามเดินสาย ****** "สนใจรายได้พิเศษมั้ย? อายุเท่าไรเหรอสาวน้อย" เขายิ้มกริ่มเมื่อเห็นท่าทางของชลิตา ทั้งสวย ทั้งเด็ก รูปร่างอวบอัดน่าฟัดไปทั้งตัว "เอ่อ ยี่สิบสองค่ะ รายได้พิเศษคือยังไงเหรอคะ?" ชลิตาดูจะสนใจไม่น้อยกับคำนี้ยิ่งทำให้เขาพอใจ หวังว่าเธอจะยอมรับข้อเสนอนี้ไปง่ายๆ "มาเป็นผู้หญิงของฉันสิ" ทั้งปกรณ์และชลิตาเองตกใจไม่แพ้กันกับสิ่งที่ท่านประธานพูดออกมา "อะ เอ่อ คือ...ท่านประธานหมายถึงอะไรเหรอคะ" แม้จะพอเข้าใจแต่ก็ไม่กล้าพอ เข้ามาทำงานได้เพียงสามวันจะให้เธอเป็นผู้หญิงของท่านประธานแล้วเหรอ "มาหาฉันทุกครั้งที่ฉันต้องการ ที่ไหน เมื่อไรก็ได้" "เอ่อ..." "ทั้งคอนโด ทั้งรถ...ทุกอย่างจะเป็นของเธอ" "คือ..." "แต่ห้ามบอกใครเรื่องนี้ จะต้องไม่มีใครรู้ ในโรงงานเธอจะเป็นเพียงพนักงานคนหนึ่งเท่านั้น" "...." "และที่สำคัญ...ห้ามท้อง" "คือ...แล้ว ฉันจะได้เงินมั้ยคะ" ถึงแม้จะกลัว แต่ก็ทำใจสู้ ฟังดูแล้วแต่ละอย่างที่เขาให้เธอมันไม่น้อยเลย คงต่อชีวิตครอบครัวเธอไปได้ "แน่นอนสิ ฉันเสนอเดือนละห้าหมื่น พอมั้ย?" "หะ ห้าหมื่น" ถึงจะไม่ได้มากมายอะไรสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเธอมันเยอะมากถ้าเทียบกับการที่ต้องยืนขาแข็งทำงานฝ่ายผลิต "พร้อมกับคอนโดเงินสดเป็นชื่อเธอ รถเงินสดเป็นชื่อเธอ เอามั้ยสาวน้อย?" "ฉัน...ตกลงค่ะ" แม้ใครจะว่าง่ายหรืออะไรเธอขอไม่สนใจ สิ่งเดียวที่เธอจะสนใจคือครอบครัวและคนข้างหลังที่รอเธออยู่เท่านั้น ในเมื่องานอื่นเงินมันช้า ชลิตาก็จะขอเอาตัวเข้าแลก ****** "ขอให้เรื่องของเรามันเป็นความลับ" ชลิตารู้สึกเสียใจ เธอกลัวเหลือเกิน กลัวว่าตัวเองจะรู้สึกกับเขาเกินกว่าคำว่าลูกจ้างนายจ้าง ไม่รู้ว่าจิตใจเธอจะแข็งแกร่งได้มากเพียงไหน "ค่ะ ทุกอย่างจะเป็นความลับ" เธอยิ้มแล้วตอบ เพื่อครอบครัว เพื่อแม่และน้องสาว แม้ในอนาคตจะต้องเจ็บเธอก็ยอม เธอมันก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง มีผู้ชายเข้าหาและดีด้วยรวมถึงยังมีสัมพันธ์ทางกายซึ่งตัวเธอเองไม่เคยมีมาก่อน จะไม่ให้รักไม่ให้ชอบเลยมันก็คงจะยาก ชลิตารู้ว่าในอนาคตมันจะหักห้ามใจได้ยาก แต่เธอต้องทำ "พูดง่ายๆแบบนี้สิค่อยน่ารักหน่อย" "ค่ะ ท่านประธานสั่งอะไรฉันจะทำตามทุกอย่าง" "ดีมากสาวน้อย พรุ่งนี้ตอนเย็นเดี๋ยวฉันให้ปกรณ์มันพาไปฉีดยาคุม" ****** "ท่านครับ!" ปกรณ์เปิดประตูเข้ามาเสียงดังแล้วรีบเดินมาหาท่านประธานแม็คคาที่นั่งถือปากกาอย่างใจลอย "ว่าไง" "ตอนนี้เจอเบาะแสของคุณชลิตาแล้วครับ" ปกรณ์จำต้องสุภาพกับชลิตามากขึ้นเพราะตัวเขาเองก็รู้สึกผิดที่เป็นส่วนหนึ่งของการทำร้ายเธอ หากเขาละเอียดรอบครอบกว่านี้ลิคาก็คงไม่โดนใส่ร้าย "ที่ไหน! เธออยู่ที่ไหน!?!" "เธอไปทำงานกับบริษัทท่องเที่ยวแห่งหนึ่งครับ แล้วก็ย้ายไปเช่าบ้านแถวนั้นอยู่แถบชานเมือง" "พาฉันไปหาเธอ!" แม็คคาทิ้งปากกาลงบนโต๊ะจนกลิ้งหลุนๆอย่างไม่ใยดี มือหนาเอื้อมไปหยิบเสื้อสูทตัวแพงมาถือไว้แล้วเดินตามปกรณ์ที่นำเขาออกมา ปกรณ์สั่งงานใบข้าวเอาไว้และบอกว่าจะพาท่านประธานไปหาเพื่อนของเธอ ใบข้าวดีใจเหลือเกินที่ท่านประธานจะไปตามเพื่อนของเธอกลับมา @บริษัทท่องเที่ยว "เจอกันพรุ่งนี้นะลิตา" "ค่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะคะ^^" ชลิตาบอกลาเพื่อนร่วมงาน ตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานแล้ว เธอเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านพร้อมกับจะแวะซื้อของที่ตลาดเจ้าประจำ ร่างเล็กเดินมาจนถึงป้ายรถเมล์ "อ๊ะ!!" เธอตกใจเมื่อมีมือของชายคนหนึ่งกระชากข้อมือของเธอจนเธอหันไปชนเข้ากับแผงอกล่ำ "ท่าน...." ดวงหน้าหวานเงยหน้ามองเขาช้าๆ...รูปร่างแบบนี้ ความสูงขนาดนี้ ผิวพรรณ จมูก ดวงตา เขาจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากท่านประธานแม็คคา..พ่อของลูกในท้อง "ลิตา!" ร่างสูงรีบพุ่งตรงมาหาเธอในทันที "ท่านมาได้ยังไงคะ?" เธอเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ฉันตามหาเธอนานมากนะลิตา เธอหายไปรู้มั้ยว่าฉันเป็นห่วงเธอขนาดไหน" เขารีบพูดแล้วจะปรี่เข้ามาจับเนื้อตัวเธอ แต่ชลิตากลับปัดมือของเขาทิ้งและถอยหลังออกมา ดวงตากลมโตจ้องมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ "ละ ลิตา ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ?" เขาถามด้วยความงุนงง ท่าทีของเธอเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน "ไม่ว่าตาจะพร่ำพูดไปเท่าไรท่านก็ไม่เคยฟัง แล้ววันนี้จะมาตามหาตาให้มันได้อะไรคะ!" พูดจบลิตาก็รีบเดินไปขึ้นแท็กซี่ ปกติเธอจะกลับรถเมล์แต่เพราะอยากรีบหนีเขาในวันนี้จึงขึ้นแท็กซี่ แม็คคาไม่กล้าดึงรั้งเธอเอาไว้เพราะรู้ว่าเธอท้องอยู่ เขารีบขึ้นรถแล้วให้ปกรณ์ตามแท็กซี่คันนั้นไป
like
bc
Condition Love เงื่อนไขลับรุ่นพี่วิศวะ
อัปเดตเมื่อ Feb 26, 2025, 19:03
เมื่อกอบัวเผลอเมาเพราะพิษเหล้าที่ดื่มเป็นครั้งแรกจึงได้วันไนท์สแตนด์กับรุ่นพี่วิศวะหน้าหล่อซึ่งเป็นเจ้าของห้องคอนโดที่เธออาศัยอยู่ "มีครั้งแรกแล้ว พี่ขอมีครั้งต่อไปด้วยได้มั้ย?" **** แนะนำตัวละคร กอบัว อายุ 19 ปี นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 ด้วยสถานะทางครอบครัวที่เรียกได้ว่าติดลบส่งผลให้กอบัวต้องทำงานทุกอย่างเพื่อส่งตัวเองเรียน สิ่งเดียวที่มีเหนือกว่าใครๆคือหน้าตา สวย น่ารัก โดดเด่น หากไม่นับเรื่องหน้าตา เธอก็คงแทบไม่มีอะไรดีเลยในสังคมค่านิยมความรวยในปัจจุบัน แต่สวยมาก ก็มักโดนรังแกเมื่อเธอไม่รู้จักสู้คน อ่อนแอ อ่อนหวาน และท้ายที่สุดผู้หญิงใสซื่ออย่างเธอก็มักตกเป็นเหยื่อ โดยไม่รู้ตัว... นิสัย : อ่อนหวาน ร่าเริง ยิ้มง่าย ใจดี แกมม่า อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า คนอย่างเขาไม่เคยได้รับความรักที่แท้จริง ไม่เคยมีใครรักเขาที่ตัวตนภายใน คนที่เข้าหาส่วนใหญ่เป็นเพราะผลประโยชน์ ผู้หญิงหน้าเงิน และมักจะมีแต่พวกทำดีหวังผลเท่านั้นที่เข้ามาในชีวิต พอรักใครสักคนเข้าก็มักจะเจ็บช้ำ ไม่สมหวัง สุดท้ายเขาจึงกลายเป็นคนที่ไม่เชื่อในความรัก จะทำอะไรมักจะต้องมี 'เงื่อนไข' และ 'ผลประโยชน์' นิสัยภายนอก : ร่าเริง แจ่มใส เฟรนด์ลี่ ขี้เล่น นิสัยลึกๆตัวตนที่แท้จริง : จริงจังกับชีวิต กลัวความไม่สมบูรณ์แบบ กลัวความรัก กลัวโดนหลอก ****** "พี่แกมม่า...พี่อยู่ตั้งปีสี่แล้วไม่มีหอดีๆแนะนำเลยจริงๆเหรอคะ เพื่อนหนูกำลังลำบากนะ จะอ่านหนังสือกลางคืนก็ไม่ได้ ของก็โดนขโมยจนไม่มีตังมากินข้าวเลยนะบางวัน" "หอราคานั้นกับค่าครองชีพแถวนี้มันไม่มีหรอกไดอาน่า เอางี้ พี่เองก็อยู่ปีสี่แล้ว...มาอยู่คอนโดพี่ก่อนมั้ยล่ะ" "O_O" นี่คือสีหน้าของฉันกับไดอาน่า ช็อคสิคะรออะไร ให้ไปอยู่คอนโดผู้ชายเนี่ยนะ! บ้า! บ้าไปแล้วแน่ๆ "เอ่อ พี่ไม่ได้หมายถึงแบบนั้นนะ คือคอนโดพี่อะมีสองห้อง แล้วเดี๋ยวเรียนจบก็คงไม่ได้อยู่แล้วคงจะต้องกลับไปอยู่บ้าน" "อ๋อออ" เราสองคนอุทานออกมาพร้อมกัน "แล้วพี่คิดราคายังไงคะ" ฉันลองถาม ดูจะเป็นข้อเสนอที่ดีมากๆเพราะคอนโดก็คงจะดูดีและอยู่สะดวกสบาย อย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่กับพวกรูมเมทที่ชอบขโมยของนะ "พี่ให้อยู่ฟรีเลยจนกว่าเราจะเรียนจบ แต่ต้องเก็บกวาดทำความสะอาดให้พี่นะ บางช่วงอาจมีเอาเพื่อนๆไปปาร์ตี้บ้าง เพื่อนๆพี่ก็พวกพี่ชายไดอาน่านั่นแหละ" "อ๋อ แต่แบบนี้มันจะเป็นการรบกวนพี่เกินไปนะคะ กอบัวไม่กล้าหรอก^^" ฉันยิ้มๆอยากจะปฏิเสธ ยิ่งเขาดีกับฉันขนาดนี้ฉันก็ยิ่งเกรงใจไม่กล้ารบกวน "ลองคิดดูก่อนก็ได้นะ พี่ไม่ได้ให้เราอยู่ฟรีๆหรอกน่า ถือซะว่าประหยัดค่าแม่บ้านไปได้เยอะ ไม่ต้องเกรงใจหรอก" "ไปเถอะนะกอบัว ดีกว่ามาอยู่หอพักที่มีแต่ขี้ขโมยแบบนั้น" "อืมมม...งั้นก็ได้ หนูขอไปอาศัยอยู่ด้วยนะคะพี่แกมม่า" ****** "อื้อ เริ่มหนาว ขอกอด.." ร่างของเราสองคนแนบชิดกันมากยิ่งขึ้น เธอดึงตัวผมเข้าไปกอดเอาไว้แน่น บอกตามตรงนะ...เริ่มจะไม่ไหวแล้วว่ะ ตอนแรกผมไม่ได้คิดอะไรกับกอบัวเกินไปกว่าคำว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง ที่ยอมให้เธอมาอยู่ด้วยเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนไดอาน่าคนพิเศษของไอ้เฮิร์ตซ์เพื่อนรักผม แต่ตอนนี้...ร่างเล็กกอดผมเอาไว้แน่น ลมหายใจอุ่นๆหาดใจรดต้นคอผมอย่างรวยริน โทษนะกอบัว พี่ก็ผู้ชาย มีเลือด มีเนื้อ แถมยังเมาๆมึนๆคุมสติไม่ค่อยอยู่อีก ผมไม่รอช้ารีบช้อนตัวอุ้มคนตัวเล็กเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง "อื้อ อยากกอด" ผมวางเธอลงบนเตียงขนาดคิงไซส์ กอบัวโอบคอผมให้ก้มลงไปหาเธอ "อยากให้อยู่ใกล้ๆเหรอ" "อื้อ อยากกอดให้นานกว่านี้" เอาวะ เป็นไงเป็นกันวะไอ้แกม กูก็ควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วโว้ย! ******* "บางทีพี่แม่งก็สงสัย เธอซื่อหรือบื้อหรืออะไรกันแน่วะ" "พี่แกมม่าว่าหนูอีกแล้วนะคะ" ฉันยู่จมูกนิดๆใส่เขา ทำไมชอบว่าฉันนักนะ ไม่เหมือนวันแรกที่เจอกันเลย เขาเป็นสุภาพบุรุษกว่านี้ตั้งเยอะ! "อย่าเชื่อใจใครง่ายๆ จำคำพี่เอาไว้" เขาพูดด้วยสีหน้าและท่าทางที่ดูจริงจัง อยากจะบอกว่าเขานั่นแหละไม่น่าเชื่อถือที่สุดแล้ว "ค่ะ ขอบคุณนะคะที่สอนหนู" ฉันตอบออกไปแล้วยิ้มแห้งๆ เอาเถอะ ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเราสองคนมันพิลึกไปมากกว่านี้ ยังต้องอยู่ห้องร่วมกันอีกเป็นเทอมกว่าพี่เขาจะเรียนจบ "จำด้วยล่ะที่สอนน่ะ ไม่ใช่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ออกหูหมาทะลุหูแมว" ทำไมต้องทำเหมือนฉันเป็นเด็กตัวเล็กๆที่ไม่รู้เรื่องด้วยอะไรด้วยเนี่ย โอ๊ย! ฉันโตแล้วนะคะ อายุก็ตั้งสิบเก้าปีแล้ว "ทำไมต้องทำเหมือนหนูเป็นเด็กๆ หนูโตแล้ว" "ก็ชอบทำตัวเป็นเด็ก เธอมันซื่อตามไม่ทันคน แล้วที่โตแล้วนี่ตรงไหนที่โต ไม่ใช่โตแต่ตัวนะ" พี่แกมม่าพูดแล้วหรี่ตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ชักจะทำให้กอบัวคนนี้โมโหแล้วนะพี่แกมม่า! "ก็โตพอที่จะนอนกับพี่ได้แล้ว แบบนี้เรียกว่าโตรึยังคะ?"
like
bc
คืนวันไนท์ลูกสาวมาเฟีย
อัปเดตเมื่อ Feb 24, 2025, 06:24
มาเฟียหนุ่มวันไนท์กับสาวในผับที่เชียงราย เธออาศัยในบ้านสวนซ่อมซ่อ เขาจึงคิดว่าเธอจน เสนอเงินหนึ่งแสนแลกกับการเป็นคู่นอน เธอนึกสนุกจึงแกล้งรับข้อเสนอของเขาทั้งที่เธอเองก็ ‘เป็นลูกสาวมาเฟีย’ ไม่ใช่ไก่กา ****** แนะนำตัวละคร แอชตัน อชิรวิชญ์ สเบอร์ตัน มาเฟียหนุ่มวัย 24 ปี เด็ดขาด จริงจัง ไม่มีแฟน ไม่คบใคร ไม่มีความรัก แข็ง กระด้าง เย็นชา ลูกครึ่ง ไทย ,จีน - อังกฤษ เรียนจบจากมหาวิทยาลัยในเมืองลอนดอน เป็นมาเฟียหมื่นล้านทรงอิทธิพลอาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เพราะเบื่อกับชีวิตที่เสี่ยงอันตรายจึงหนีมาอยู่ในเมืองเล็กๆทางภาคเหนือของประเทศไทย ‘จังหวัดเชียงราย’ งานที่เขาทำสามารถสั่งการทางไกลได้เพราะฉะนั้นจึงอยู่ที่นี่มาเป็นเวลา 2 ปีแล้วนับตั้งแต่เรียนจบ บีน่า บราลิน เบอริอันต์ ลูกสาวมาเฟียวัย 22 ปี ฉลาด หลักแหลม อ่อนโยน ดูแลตัวเองได้ ลูกครึ่ง ไทย - อเมริกัน เรียนจบจากมหาวิทยาลัยในเมืองนิวยอร์ค เธออ่อนไหว แม้จะดูแข็งแกร่งแต่ภายในช่างอ่อนแอ โดนคนรักที่คบมาสี่ปีนอกใจจึงหอบกระเป๋าขออนุญาตพ่อแม่ไปพักใจที่เมืองไทย เธอเลือกไปเมืองเล็กๆที่จังหวัดเชียงรายบ้านเก่าของคุณตาคุณยายที่ปัจจุบันไม่มีใครอาศัยอยู่แล้ว และทำให้พบกับเขา ผู้ชายแสนอันตราย...อชิรวิชญ์ **** “นี่กระเป๋าเงินของคุณค่ะ พอดีว่ามันตกอยู่” กระเป๋าเงินถูกวางลงที่หน้าโต๊ะกระจกสีดำ แอชตันจากที่จะยกเหล้ากระดกขึ้นจิบก็เงยหน้ามองเธอ ใบหน้าสวยหวานซึ่งดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอสวมเสื้อแขนยาวสีขาวกับกระโปรงทรงเอสีดำพร้อมกับรองเท้าแตะสีครีม การแต่งตัวก็ดูเรียบร้อยเกินกว่าจะมาเที่ยวผับได้ เธอสวยจนโดดเด่น...แอชตันเริ่มรู้สึกสนใจอย่างบอกไม่ถูก “เธอคือใคร?” บีน่าได้ยินแบบนั้นก็คิ้วกระตุกนิดนึงด้วยความโมโห เดินชนเธอเองเมื่อกี้แท้ๆแต่กลับไม่สังเกตุเห็นเลยรึไงนะ “ผู้หญิงที่คุณชนจนล้มเมื่อกี้นี้ไงคะ” คนตัวเล็กไม่อยากพูดให้มากความเพราะไม่ได้อยากคุยกับคนมารยาททรามคนนี้สักเท่าไหร่ เธอหันหลังจะเดินกลับลงไปที่ชั้นหนึ่งเพราะรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่วีไอพีเมมเบอร์อะไรนั่น เธอมาที่นี่ครั้งแรกที่ที่เธอควรอยู่คงจะเป็นโต๊ะด้านล่างมากกว่า “เดี๋ยวสิ!” ดวงตาคู่คมจ้องมองแผ่นหลังบางนั้นแล้วรีบเรียกเอาไว้...น่าแปลก ปกติเขาไม่เคยสนใจใครเป็นพิเศษอย่างนี้มาก่อน มีแต่คนเข้าหาไม่เคยเข้าหาใคร “มีอะไรคะ?” ใบหน้าสวยหันกลับไปแล้วเอ่ยถาม เรียวปากสวยได้รูปอวบอิ่มสีเชอร์รี่ ผมสีน้ำตาลประกายแดง ใบหน้าลูกครึ่งอเมริกันไทยเสริมให้เธอดูสวยโดดเด่น...เธอรู้สึกแปลกประหลาดใจ “ขอบคุณที่เก็บกระเป๋าตังค์ให้ เพื่อเป็นการตอบแทนมานั่งด้วยกันก่อนสิ” “เอ๋ ?” บีน่าเอียงคอไม่เข้าใจเล็กน้อย เมื่อกี้ยังมารยาททรามกับเธออยู่เลย แต่นี่ทำมาเป็นแกล้งคุยดีด้วย “ถือว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจ คืนนี้ฉันเลี้ยงเอง” เขาพูดเสียงเรียบพร้อมกับยกแก้วโชว์ บีน่าเองหรี่ตามองเขาอย่างไม่ไว้ใจ เธอจะไว้ใจผู้ชายต่างบ้านต่างเมืองได้อย่างไรกันล่ะ...แม้ว่าเขาจะหน้าตาหล่อมากแถมร่างกายก็สูงใหญ่ ดูแล้วน่าจะสูงราวร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรได้ ตัวบีน่าเองสูงแค่ร้อยหกสิบห้าเซนติเมตรเท่านั้นเมื่อยืนคู่กับเขาเธอก็เหมือนมนุษย์แคระ “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณสำหรับน้ำใจ” ทำท่าจะหันเดินออกไปไม่มองหน้าคนตัวใหญ่อีกแต่นั่นก็ทำให้แอชตันรู้สึกขัดใจเพราะไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธเขามาก่อน “บอกให้นั่งก็นั่งสิ จะดื้อทำไม ?” ******** จะว่าไปผู้ชายคนนี้ก็มีมุมน่ารักเหมือนกันนะเนี่ย แต่อย่าเชียวนะบีน่า...แกอย่าหลงรักผู้ชายคนนี้เชียว สถานะที่เขาเสนอให้คือคู่นอนไม่ใช่อย่างอื่น เขาทำดีด้วยนิดหน่อยอย่าคิดหวั่นไหว ถึงรักกันก็เป็นไปไม่ได้ พ่อไม่มีทางยอมรับผู้ชายคนนี้อย่างแน่นอน เธอมันเป็นลูกสาวมาเฟีย ไร้ซึ่งอิสระ...จะรักใครก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จงตัดใจจากเรื่องของความรักซะเถอะบีน่า ผู้ชายคนนี้ก็เป็นแค่คู่นอน...อย่าหวั่นไหว ***** หนึ่งสัปดาห์ต่อมา “เชี่ยเอ๊ย แล้วจะทำยังไงดีวะเนี่ย ตาย พวกเราตายโหงแน่” บอดี้การ์ดหนึ่งในเจ็ดคนทำหน้าราวกับว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่จะมีชีวิตอยู่ ราวกับว่าโลกจะแตกอย่างไรอย่างนั้น “เฮ้ยใจเย็นไอ้ดิม บางทีคุณหนูอาจจะไปเดินเล่นในเมืองก็ได้เว้ย” “เดินเล่นในเมืองอะไรมึงวะเจฟ พาสปอร์ตก็หายกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ก็ไม่อยู่” “เบาะแสเดียวที่มีคือ...คุณบีน่าส่งข้อความมาบอกกูว่าไปเที่ยวกับเพื่อนที่ต่างประเทศไม่ต้องเป็นห่วง” “แล้วเราจะทำยังไงดีวะไอ้เจสัน?” คนเดียวที่ได้รับข้อความจากบีน่าก็คือเจสันบอดี้การ์ดคู่ใจ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้พวกเขาทั้งเจ็ดคนอุ่นใจ “หรือคุณหนูจะถูกลักพาตัววะ?” “โอ้มายก๊อดด~ แบบนั้นพวกเราตาย มาลุ้นกันดีกว่าว่าหัวหรือนิ้วตีนจะหายก่อนกัน” “ไอ้สัสนี่! มึงก็ตั้งสติหน่อยสิวะ” ท่ามกลางการถกเถียงของบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดคนแย่งกันพูดอย่างวุ่นวายพร้อมกับเดินหาตัวคุณหนูของตระกูลกันให้ควั่กภายในบ้านสวน เจสันกลับยืนนิ่งแล้วใช้ความคิดอย่างหนักพร้อมกับกำโทรศัพท์ในมือเอาไว้แน่น จะตามหาคุณหนูอย่างไรดี? นั่นคือสิ่งที่เขาคิด หวังว่านิ้วตีนกูจะอยู่ครบนะ...
like
bc
เผลอพลาดไปวันไนท์แสตนด์
อัปเดตเมื่อ Feb 20, 2025, 13:43
เมื่อไอวานักร้องสาวคนดังพลาดไปมีอะไรกับชายแปลกหน้า หลังจากนั้นได้รู้ว่าผู้ชายที่เธอมีอะไรด้วยเป็นลูกชายเจ้าของร้านทองในต่างจังหวัด แม้จะรวย...แต่ไอวาก็ไม่ชอบ สิ่งที่รู้ต่อมาคือผู้ชายคนนี้เป็นแฟนเก่าของคนที่เธอเกลียด! **** พระเอก,นางเอก เป็นตัวร้ายจากเรื่องอดีตรักฝังใจนายซาตาน ********* อ่านเรื่องนี้เรื่องเดียวก็รู้เรื่องได้ค่ะ เนื้อเรื่องไม่ต่อกันนะ **** แนะนำตัวละคร อคิณ รริดาไนย อายุ 26 ปี ลูกชายคนเดียวของตระกูลร่ำรวยในต่างจังหวัด พ่อใหญ่ในตำบล มีแต่คนนับหน้าถือตา และกิจการของบ้านที่ขยายไปทั่วจังหวัดก็คือร้านทองและร้านค้าส่ง "เป็นนักร้องอยู่ดีๆ กลายมาเป็นเมียไอ้บ้านอกคนนี้ได้ไง?" "หุบปาก! ไอ้บ้านนอก!" ไอวา อิศริยา อายุ 24 ปี ลูกสาวคนเดียวของบ้านอิศริยา ฐานะร่ำรวย เป็นหุ้นส่วนใหญ่ของค่ายเพลงดังอย่าง'อาร์ดับบลิวกรุ๊ป' เธอเป็นนักร้องชื่อดัง มีชื่อในวงการว่า 'ไอวา อาร์ดับบลิว' "พาพวกบ้านนอกของนายออกไปซะ ฉันไม่อยากเจอ!" "จะมาเจอดีๆ รึจะให้ผมยกขันหมากไปขอ :)?" "อย่าเชียวนะ! แล้วก็เลิกใส่ทองเส้นใหญ่นั่นสักที ไม่ชอบ!" "ทำไม? เผลอๆแพงกว่าเพชรกับมุกที่คุณใส่อยู่ซะอีกนะ" "อย่ามาเทียบชั้นกัน เรามันคนละชั้น!" ***** เพียงแค่ไอวาไปออกงานอีเว้นต์ที่ต่างจังหวัดแล้วเข้าโรงแรมผิดห้อง ทำให้กลายเป็นความผิดพลาดอย่างรุนแรง เมื่อเธอเผลอไปวันไนท์แสตนด์กับหนุ่มหน้าหล่อ แถมเขายังเป็นแฟนเก่าของคนรักของคู่หมั้นเธออีกต่างหาก แล้วแบบนี้จะไม่ให้ยิ่งเกลียดได้ยังไงกัน **** "เลิกยุ่งกับฉันสักทีไอ้บ้านนอก!" "คำก็บ้านนอก สองคำก็บ้านนอก เดี๋ยวก็จับทำเมียแม่งเลย" "กรี๊ดๆๆๆ ไอ้บ้าๆๆ" "ถ้ายังไม่หยุดกรี๊ด ผมจะทำมันจริงๆ" "ฉันเกลียดนาย เกลียดไอ้ทองเส้นใหญ่ๆที่คอนั่นด้วย บ้านนอกสิ้นดี!" "เทสไม่ดีแต่มีตัง เหยียดผมไว้เยอะระวังตัวเถอะนะ จะได้เป็นสะใภ้ร้านทอง" "ดูปากฉันนะ ฉันจะไม่มีวันใส่ทอง! ระดับฉันใส่แต่เพขร พลอย มุก เท่านั้นจ้ะ!" **** "กรี๊ดดดดดดด! ไอ้โรคจิต! แกเป็นใครเนี่ย!?" เสียงไอวาโวยวายลั่นพร้อมกับทุบตีเนื้อตัวของอคิณ เขาได้ยินแบบนั้นก็ขยับตัวแล้วยกมือขึ้นมาอุดหู "โอย อะไรวะ โวยวายทำไมเนี่ย รำคาญ!" อคิณแม้จะรำคาญแต่ก็ลุกไม่ขึ้นเพราะเมื่อคืนเมาหนักมาก แถมยังจัดสาวสวยคนนี้ซะจนช้ำไปทั่วทั้งตัว "กรี๊ดดดด! แล้วแบบนี้ฉันจะไปทำงานได้ยังไงเนี่ย!" ไอวาโวยวายลั่นแล้วหยิบหมอนขึ้นมาทุบตีคนตัวใหญ่ที่นอนอยู่ข้างกาย วันนี้เธอต้องไปออกรายการร้องเพลงซะด้วยสิ ขืนไปสภาพนี้ได้เป็นข่าวแน่ เนื้อตัวมีแต่รอยจ้ำแดง "โอ๊ย! โวยวายอะไรนักหนาวะน้อง เงินพี่ก็จ่าย!" เมื่อได้ยินเสียงโวยวายบวกกับโดนทุบตีขนาดนั้นก็ทำให้อคิณต้องฝืนใจตื่นขึ้นแม้จะง่วงขนาดไหนก็ตาม แต่เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วก็พบว่าสาวที่อยู่ข้างกายและเอาหมอนทุบตีเขานั้นหน้าคุ้นๆ เหมือนกับนักร้องที่มาร้องในห้างเมื่อวาน "เอ๊ะ เธอนี่..หน้าคุ้นๆ บอกไม่ถูก หน้าเหมือน เอ่อ ชื่ออะไรนะ ไอยรา อาร์ดับบลิวอะไรสักอย่าง" อคิณทำหน้าครุ่นคิด แต่ยิ่งได้ยินแบบนั้นไอวาก็ยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่ "ไอยราบ้านแกสิ! ฉันชื่อไอวาย่ะ!" "อ้าวเฮ้ย พูดแบบนี้ก็สวยสิครับน้อง เล่นถึงโคตรถึงบ้านกันแบบนี้" อคิณโมโหกระชากข้อมือเรียวเล็กจนร่างเธอเข้ามาชิดใกล้ "นี่แกเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง!?" ไอวามองเรือนร่างตัวเองที่เปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่มสีขาวผืนหนาของโรงแรมก็ถึงกับต้องกัดเม้มปากตัวเองเอาไว้แน่น "เข้ามาได้ยังไงงั้นเหรอ แหกตาดูสิครับน้อง นี่มันห้องพี่ เจ็ดหนึ่งสี่" อคิณมั่นใจมากว่าเขาไม่ได้เข้าห้องผิด ไอวาตาเบิกโพลงโตเมื่อได้ยินแบบนั้น "จะ เจ็ดหนึ่งสามสิ จะเจ็ดหนึ่งสี่ได้ยังไง" ดวงตากลมโตทำตาปริบๆ "ไม่เชื่อก็เชิญออกไปดูเลขที่หน้าห้อง อ้อ อย่าลืมแต่งเนื้อแต่งตัวให้ดีล่ะ เดี๋ยวคนข้างนอกเห็นเข้าแล้วจะเรื่องใหญ่ กำลังดังเลยนี่" **** “ผมรู้ว่าคืนนั้นเราเมากันมาก และเราทั้งคู่ต่างก็จำอะไรไม่ได้” “…” “แต่ผมรู้สึกผิดนะที่ทำมันลงไป” “…” “ขอโทษนะไอวา..” คำพูดขอโทษจากก้นบึ้งความรู้สึกทำเอาไอวาใจสั่น ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกใจเต้นแรงขนาดนี้… บรรยากาศมืดๆ ลมเย็นๆและเสียงฝนตกสนั่นหวั่นไหว ไอวาเงยหน้าขึ้นแล้วสบตาอคิณท่ามกลางความมืด “ความจริง…ฉันก็ไม่ได้โกรธอะไรแล้วล่ะ” ไม่ได้รู้สึกโกรธเรื่องในคืนนั้นแล้ว แต่ที่โมโหก็คงจะเป็นเรื่องที่อคิณเป็นแฟนเก่าของชวนฝัน ทำไมเธอต้องใช้ผู้ชายต่อจากชวนฝันด้วยล่ะ? “มันคงจะดีกว่านี้ ถ้าคืนนั้นเราทำมันด้วยความเต็มใจ” น้ำเสียงแหบแห้งของอคิณเอ่ยออกมาพร้อมกับมองดวงหน้าสวยของไอวาอย่างลึกซึ้ง “…” ไอวาเงียบแล้วจ้องมองดวงตาคมคู่นั้นของอคิณ “คุณคิดเหมือนกันมั้ย?” คำถามนี้ทำเอาหัวใจสาวน้อยถึงกับสั่น “งั้นคืนนี้…เรามาลองทำแบบเต็มใจกันดูมั้ยล่ะ”
like
bc
Pregnant Mafia บำเรอรักมาเฟียตาบอด
อัปเดตเมื่อ Feb 17, 2025, 04:43
เมื่อเธอต้องเข้ามาดูแลมาเฟียตาบอดเพื่อแลกกับหนี้ก้อนโตของพ่อ ความมืดมนที่มองไม่เห็นและความใกล้ชิดทำให้ความสัมพันธ์บนเตียงของเธอและเขาเกิดขึ้นในทุกค่ำคืนเพื่อระบายความเปลี่ยวเหงาและอดีตที่แสนเจ็บปวด **** จากสาวไทยนักเรียนนอกทำงานบริษัทการเงิน ต้องกลายมาเป็นผู้ดูแลคุณมาเฟียตาบอดที่ประสบอุบัติเหตุจากการลอบยิงของคู่อริ ความรักอันแสนอบอุ่นกำลังจะก่อเกิดขึ้นในไม่ช้า **** เอมี่ เอมิกา อายุ 25 ปี เรียนจบมาได้สามปีก็ต้องมาใช้หนี้แทนพ่อด้วยการเข้ามาดูแลมาเฟียตาบอดที่พลาดพลั้งเกิดอุบัติเหตุจากการต่อสู้กับคู่อริ “คุณไบรอัน ตาคุณมองไม่เห็นแต่ทำไมรุนแรงได้ขนาดนี้คะ?” จากที่ต้องมาดูแลแค่เรื่องภายนอกเลยเถิดมาถึงเรื่องบนเตียง ใครจะไปคิดว่าเขาจะใช้เธอเป็นเครื่องมือระบายความใคร่บนเตียงในทุกยามค่ำคืน ไบรอัน บรมภูมิ เบอริอันต์ อายุ 25 ปี มาเฟียทรงอิทธิพลในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา “ถึงตาจะมองไม่เห็น แต่ฉันก็สัมผัสได้ว่าร่างกายเธอมีส่วนเว้าโค้งแค่ไหน” “อะไรของคุณ...ฉันมีหน้าที่แค่ดูแลคุณยามกลางวันก็เท่านั้น” “ออกจากงานที่เธอทำซะแล้วมาบำเรอฉันทั้งวันทั้งคืน” ***** “ค่ะพ่อ มีอะไรรึเปล่าคะโทรมาหาหนูแต่เช้าเลย” “เอมี่...จำได้ไหมที่พ่อเคยไปยืมเงินสามีของเพียงฟ้า เพื่อนลูกสมัยเด็กน่ะ” เอมิกาขมวดคิ้วมุ่น เธอพอจะจำได้อยู่กับเหตุการณ์ที่พ่อเล่าให้ฟัง เพียงฟ้าเป็นลูกสาวของเพื่อนห่างๆ ของคุณพ่อ เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจู่จู่พ่อถึงคิดจะไปยืมเงินสามีของเพียงฟ้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมาเฟียแถมมีอำนาจมืดในนิวยอร์คอีก “จำได้ค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะพ่อ” เอ่ยถามไปด้วยความคับข้องใจ ไม่เข้าใจว่าพ่อมาบอกเธอเรื่องนี้ทำไม ร่างเล็กนั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับมองไปนอกหน้าต่างด้วยจิตใจอันหวิวไหว “เขาต้องการให้ลูกไปทำงานดูแลผู้ป่วยในช่วงเช้าจนถึงเย็น” “อะไรนะคะ...ไม่ได้หรอกค่ะพ่อ พ่อก็รู้ว่าช่วงเช้าหนูทำงานอยู่ที่บริษัทการเงินจะไปดูแลคนป่วยได้ยังไงกัน” “เอมี่...ลาออกได้ไหมลูก” “อะไรนะคะพ่อ! นี่มันเป็นบริษัทที่เป็นรายได้หลักของหนูเลยนะคะ ถึงตอนนี้จะรับงานเป็นแม่บ้านช่วงกลางคืนแต่ถ้าขาดรายได้ช่วงกลางวันไปหนูจะพอส่งพ่อได้ยังไงไหนจะค่าใช้จ่ายที่นี่อีก” “พ่อจะกลับมาใช้เงินอย่างประหยัดที่บ้านสวน เงินที่ลูกส่งให้แต่ละเดือนมันเพียงพอที่พ่อจะใช้ชีวิต แต่ถ้าเอมี่ไม่ไปทำงานกับคนบ้านนั้น สามีของเพียงฟ้าอาจจะเอาพ่อถึงตายเลย” ***** “ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ...ฉันจะดูแลคุณไบรอันให้ดีที่สุดค่ะ” ฝากฝังกันเป็นที่เรียบร้อยเจเรมี่ก็ออกไปด้านนอกเพื่อทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดเฝ้าประตูต่อไป ส่วนเอมิกาก็หยิบเก้าอี้มานั่งข้างเตียงเผื่อว่าเขาต้องการอะไรเป็นพิเศษ “ไม่ต้องใกล้ขนาดนี้ก็ได้” น้ำเสียงแหบเอ่ยออกมาจากปากสากหนาของชายหนุ่มหน้าฝรั่งที่นั่งอยู่บนเตียงทำเอาเอมิกาตกใจ “เอ่อ คุณมองไม่เห็นไม่ใช่เหรอคะ...” เอ่ยถามออกไปทั้งที่ไม่รู้ว่าจะเสียมารยาทรึเปล่า แต่มันเป็นความสงสัยจริงๆ ว่ารู้ได้ไงว่าเธอมาอยู่ใกล้ทั้งที่ตามองไม่เห็น “สัมผัสด้วยเสียง...กับกลิ่น” “เอ๋...เอ่อ ดีจังเลยนะคะ” เพราะไม่รู้ว่าจะตอบอะไรถึงพูดออกไปแบบนั้น แต่รับรู้ได้เลยว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ สัมผัสไวกว่าคนทั่วไปอย่างแน่นอน “...” แล้วทั้งห้องก็เต็มไปด้วยความเงียบเช่นเคย เธอถอยเก้าอี้ออกมาให้ห่างกว่าเดิม อย่างน้อยก็จะไม่ทำให้เขาต้องลำบากใจ เธอแจ้งกับบอดี้การ์ดเอาไว้แล้วว่าจะดูแลเขาได้ถึงแค่หกโมงเย็นเพราะหลังจากนั้นต้องขึ้นรถเมล์ไปทำงานที่คฤหาสน์ของลูคัสอีก สาวไทยตัวเล็กทำงานกับมาเฟียทั้งสองบ้านโดยไม่รู้เลยว่าทั้งคู่เป็นอริที่แสนจะเกลียดชังกันมากแค่ไหน “หิวน้ำมั้ยคะ?” เห็นเขานั่งเงียบจ้องหน้าต่างอยู่นานจึงเอ่ยถามเพราะกลัวจะเบื่อ ยังไงก็ขึ้นชื่อว่ามาดูแลก็คงต้องดูแลทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ “ไม่...” ไบรอันตอบปัด ไม่ต้องการอะไรทั้งนั้นกับชีวิตในตอนนี้ **** “งั้นฉันขอขัดค่ะ ฉันเป็นแค่ผู้ดูแลของคุณจะให้ฉันมาดูคุณแก้ผ้าอาบน้ำได้ยังไง” “เวลาไปโรงพยาบาล พวกพยาบาลก็ถอดเสื้อผ้าเปลี่ยนชุดให้ทั้งนั้นไม่เห็นจะมีใครคิดอะไร นี่เธอกำลังคิดทะลึ่งอะไรอยู่กันแน่เอมิกา?” “คิดทะลึ่ง? ฉันเนี่ยนะคะ! ไม่มีทางคิดอย่างนั้นหรอก” เถียงขาดใจเมื่อโดนคนตัวสูงตำหนิกล่าวหาอย่างนั้น เธอเนี่ยนะจะมาทะลึ่งอยากมองของลับของเขา “งั้นก็ถอดออกสิ....ถอดชุดนอนของฉันออก แล้วมานวดตัวให้ฉันด้วย” “!?”
like
bc
Bad Mafia! เมียรักมาเฟียเลว
อัปเดตเมื่อ Feb 12, 2025, 16:34
ไข่หวาน ภิรมฤกษ์ อายุ 20 ปี เด็กสาวเรียบร้อยในวันนั้น...สู่เด็กสาวแสนซ่านในวันนี้ "โตขึ้นไข่จะเป็นเมียพี่กันต์" วลีเด็ดออกจากปากเล็กของเด็กหญิงวัยแปดขวบ เด็กหญิงไข่หวาน จากตระกูลภิรมฤกษ์ ตระกูลผู้ดีเก่าแก่ เวลาผ่านไปแต่ใจของเธอนั้นไม่รู้สึกเปลี่ยน ใจของเด็กหญิงไข่หวาน ยังมีแต่พี่กันต์ พี่ชายหล่อเท่ที่คฤหาสน์หลังโตซึ่งไม่ไกลจากคฤหาสน์ของเธอ เขาทั้งดุ ทั้งเลว ใครต่างก็รู้กันว่าคฤหาสน์นฤบดินทราชไม่น่าเกี่ยวข้องด้วย เพราะที่นั่นเต็มไปด้วยความลึกลับ ซ่อนเร้น รวมทั้งธุรกิจมืดทั้งหลายที่ไม่น่าข้องเกี่ยว โลกันต์ นฤบดินทราช อายุ 26 ปี หล่อ ร้าย เลว สามคำนิยามในตัวของเขา 'โลกันต์' ชายหนุ่มหน้าฝรั่งแต่ชื่อไทย นามสกุลไทย พ่อเป็นไทย แม่เป็นอะไรไม่ทราบ สิ่งเดียวที่ช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจที่แสนจะแร้นแค้นของหนุ่มหน้ามนต์คนหน้าโหดนามว่าโลกันต์ได้ก็คือ 'เสียงเล็กอันแสนเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงไข่หวาน' แต่ใครเล่าจะรู้ว่าจากเด็กหญิง จะกลายเป็น สาวสวย อวบ อิ่ม เด้ง สเป็คโลกันต์ "เด็กอย่างเธอคงไร้เดียงสาเกินกว่าจะรับไหว:)" ****** "เหอะ! พาผู้หญิงเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้าเลยนะพี่กันต์!" หญิงสาวในชุดนักศึกษารัดรูป สวมกระโปรงทรงเอรัดติ้ว เธอมองพี่ชายข้างบ้านอยู่จากหน้าต่างห้องของตัวเอง แม้จะไม่พอใจแต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ ครั้งหนึ่งเธอและเขาเคยสนิทกัน แต่เพราะธุรกิจของตระกูลนฤบดินทราชเริ่มจะชัดเจนมากขึ้นว่าเข้าใกล้สีเทาค่อนไปทางดำ พ่อและแม่ของเธอจึงห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก แต่ไข่หวานลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลผู้ดีเก่ามีหรือจะฟัง ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ...เธออยากจะหลับนอนกับพี่ชายคนนี้เป็นอย่างที่สุด! ******* "นายครับ! มีผู้บุกรุก!" เสียงประตูห้องทำงานถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับเสียงของ ป้อง ลูกน้องคนสนิทของเขา "ใคร?" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถาม จากรอยยิ้มในตอนแรกเปลี่ยนเป็นหน้านิ่ง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "นี่ครับ" ป้องส่งไอแพดให้โลกันต์ ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในไอแพดแสดงให้เห็นหญิงสาวคนสวยในชุดนักศึกษารัดติ้วกำลังแอบลักลอบเข้ามาที่ประตูด้านหลังคฤหาสน์ เป็นประตูลับที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก และแน่นอนว่า ไข่หวานรู้จักประตูนั้นเพราะเขาพาเธอเข้ามาเล่นด้วยบ่อยๆตอนเด็ก แต่ตั้งแต่โตมาก็ไม่เคยคุยกันอีกเลย เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะว่าธุรกิจสีเทาของตระกูลเขามันไม่ถูกตาต้องใจพวกตระกูลผู้ดีเก่าในแวดวงไฮโซไงล่ะ "ทำบ้าอะไร" จากตอนแรกที่ได้ยินว่ามีผู้บุกรุก เขาคิดว่าเป็นพวกศัตรูทางธุรกิจและจะจัดการมันให้สิ้นซากไป แต่นี่อะไร? ผู้บุกรุกกลับกลายเป็นยัยน้องสาวข้างบ้านที่ทำตัวไม่รู้จักโต สายตาคมไล้จ้องไปทั่วทั้งเรือนร่างงามที่กำลังเยื้องย่างกายเข้าสู่คฤหาสน์ ตั้งแต่เมื่อไรกันนะที่ไข่หวานสาวน้อยวัยแปดขวบกลายมาเป็นสาวสวยสะพรั่งวัยแรกแย้มแบบนี้ บอกตามตรงว่าถูกใจโลกันต์ยิ่งนัก หุ่นแบบนี้ นมแบบนี้ เอวแบบนี้ สะโพกแบบนี้ สเป็คกูชัดๆ โลกันต์คิดในใจ "เอายังไงดีล่ะครับนาย เธอจะเข้ามาในนี้แล้ว" ดินเอ่ยถามเมื่อเห็นผู้เป็นเจ้านายจ้องมองผู้หญิงคนนั้นแต่ไม่ได้ตอบรับหรือมีคำสั่งอะไร "พวกมึงไม่ต้อง กูจัดการเอง:)" ****** "รักมากจนจะยอมเป็นเมียพี่เลยเหรอ?" เขาถามพร้อมกับแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่อยากจะเชื่อ คุณหนูไข่หวานจากตระกูลภิรมฤกษ์ซึ่งเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วมาตั้งแต่บรรพบุรุษ บัดนี้จะยอมให้เขาได้เชยชมร่างกายของตัวเองได้ง่ายๆ แบบนี้โลกันต์จะปล่อยไปได้ยังไงล่ะ จริงมั้ย? "ยอมค่ะ ไข่อยากเป็นเมียพี่ อยากโดนแบบที่พี่ทำกับผู้หญิงคนอื่นๆ" "นี่ถึงขนาดแอบดูพี่ทำเรื่องแบบนั้นเลยเหรอ เป็นเด็กใครสอนให้ทะลึ่ง" มือหนาของโลกันต์ลูบไล้หน้านวลเนียนของสาวสวยในวัยยี่สิบปี "แล้วไข่ต้องทำยังไงถึงจะได้เป็นเมียพี่?" สาวน้อยยังไม่ลดละความพยายาม ดูเหมือนเธออยากจะทำเรื่องอย่างว่ากับเขาเต็มที โลกันต์คิดในใจ "ถอดเสื้อผ้าออกสิ" เสียงทุ้มนิ่งเอ่ยบอกออกมาแบบนั้น ร่างเล็กของสาวน้อยถึงกับผงะ ดูท่าเขาคิดจริงจังจะทำแบบนั้นแล้วจริงๆสินะ พร้อมรึยังไข่หวาน? เธอพร้อมที่จะตกเป็นเมียของพี่กันต์ทางพฤตินัยรึยัง? คนตัวเล็กได้แต่ครุ่นคิดถามตัวเองอยู่ในใจ "ค่ะ ไข่จะถอดมันออกให้หมด"
like
bc
อดีตรักฝังใจนายซาตาน
อัปเดตเมื่อ Feb 11, 2025, 05:40
เมื่ออดีตแฟนหนุ่มที่เคบคบสมัยเรียนมหาวิทยาลัยและเลิกรากันไป ได้เวียนกลับมาเจอเธออีกครั้ง จากนักศึกษาจนๆกลับกลายเป็นประธานบริษัทหนุ่มผู้ร่ำรวย และเหตุผลที่เลิกรากันไปก็เพราะ 'ความจน' ******** อดีตอันแสนหวาน กับความทรงจำที่หอมหวน ต้องกลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่อ ‘ชวนฝัน’ บอกเลิก ‘ราวิน’ แฟนหนุ่มที่รักมากแต่เขานั้นจน เพราะต้องการนำเงินไปรักษาโรคมะเร็งของแม่ ‘ชวนฝัน’ จำใจคบหากับ ‘อคิณ’ และอคิณเป็น(อดีต)เพื่อนรักของราวิน จากเพื่อนรัก จึงกลายเป็น คู่แค้น ****** ชวนฝัน ใจฤดี อายุ 26 ปี เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในบริษัทเอกชนเล็กๆที่ไม่ตรงสาย ปัจจุบันทำงานเป็นผู้จัดการวงบอยแบนด์ชื่อดังจากบริษัทของราวิน ราวิน นฤภูวนิล อายุ 26 ปี เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ปัจจุบันเป็นประธานบริษัทอาร์ดับบลิวกรุ๊ป ความฝันและแพชชั่นที่อยากจะเป็นนักร้องได้หมดลงเมื่อเลิกกับชวนฝัน เขาจึงผันตัวมาอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักร้องชื่อดังหลายๆคน **** 8 ปีก่อนหน้านี้ "โอ๊ยยย" ชวนฝันในวัยสิบเก้าปีได้ล้มลงไปกับพื้นเมื่อข้อเท้าของเธอพลิกขณะกำลังแข่งกีฬาภายในคณะ "ฝัน เป็นอะไรรึเปล่า!" มีนาเพื่อนสนิทรีบเข้ามาพยุงเมื่อเห็นเพื่อนล้มลงไปขณะกำลังจะกระโดดตีลูกวอลเล่ต์ "เจ็บมากเลยมีนา" เธอจับข้อเท้าที่บวมแดง "แย่จัง มีใครว่างๆอยู่บ้างมั้ย อ๊ะ วินๆ!" ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการแข่งกีฬาและเสิร์ฟน้ำ จะมีก็แต่'ราวิน' หนุ่มหน้านิ่งผู้ที่แทบไม่เข้าร่วมกิจกรรมใดๆของคณะนิเทศศาสตร์ที่พวกเธอเรียนกันอยู่ "มีอะไร?" ราวินถามน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ไหวติงกับสิ่งตรงหน้าที่เกิดขึ้น "ชวนฝันล้มขาน่าจะพลิกน่ะ ช่วยพาไปห้องพยาบาลหน่อยได้มั้ย" มีนารีบพูดเพราะเธอจะต้องลงแข่งต่อแล้ว "คนอื่นไม่ว่างรึไง" เขาตอบแบบไม่สบอารมณ์ ที่จริงวันนี้ก็ไม่ได้อยากจะมาด้วยซ้ำหากเพื่อนสนิทอย่าง 'อคิณ' ไม่ลากเขามา "ก็ไม่ว่างน่ะสิ ช่วยหน่อยเถอะน่า" แม้ราวินจะหล่อลากไส้สักเพียงใดแต่เพื่อนร่วมคณะก็ไม่ไหวหวั่นเพราะรู้กิตติศัพท์ดี หล่อ หยิ่ง ร้าย ปากหมา แถมบรมจน! ราวินจำใจต้องอุ้มชวนฝันเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน ดวงหน้าสวยขึ้นรอยริ้วแดงเมื่อถูกอุ้มเข้าแบบนั้น เขาอุ้มเธอมาจนถึงห้องพยายาลและรอจนเจ้าหน้าที่ทำแผลเสร็จ "เป็นอะไรหน้าแดง ไม่สบายรึไง?" เขาเองยอมรับเลยว่าชวนฝันสวยและโดดเด่นมาก เห็นใกล้ๆแบบนี้ยิ่งสวย "เอ่อ ปละ เปล่าหรอก ขอบคุณนะวิน.." "อืม ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะ" "ขอบคุณนะที่พาเรามา" ใครๆก็รู้กันว่าราวินไม่ใช่คนที่ขอความช่วยเหลือได้ง่ายๆ หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ... ****** 4 ปีต่อมา ทั้งคู่เรียนจบกันมาได้หนึ่งปี ชวนฝันสมัครงานแถวๆมหาวิทยาลัยเพราะอยู่ใกล้บ้าน เธอทำงานไม่ตรงสาย เป็นเพียงพนักงานตัวเล็กๆในบริษัทเอกชนเล็กๆแห่งหนึ่ง เงินเดือนแตะอยู่หมื่นสอง ราวินยังคงตามล่าฝันอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน... เขาร้องเพลงและเล่นกีต้าร์อยู่ที่ร้านเหล้าร้านเดิม หอเดิม และยังอัดเสียงลงยูทูป ทั้งยังแต่งเพลงใหม่ๆเรื่อยๆ...แต่มันก็ยังไม่ดังไม่ปังสักเพลง ณ บ้านของชวนฝัน "แม่!" ชวนฝันตกใจเมื่อเข้ามาในบ้านก็พบกับแม่ของเธอยืนกอดอกมองหน้าเธออยู่อย่างนั้น วันนี้เป็นดั่งเช่นทุกวันคือราวินขี่มอไซค์คันเก่ามาส่งเธอ "นี่แกยังไม่เลิกกับไอ้เด็กนั่นอีกเหรอ?" แม่ของชวนฝันไม่พอใจ "แม่คะ! ราวินเป็นแฟนหนูนะ ทำไมแม่พูดแบบนั้น" ชวนฝันไม่พอใจที่แม่ของเธอต่อว่าราวิน แม้เขาจะเป็นยังไงแต่ก็ดูแลเธออย่างดี...ตลอดระยะเวลาที่เป็นแฟนกันมาเขาไม่เคยล่วงเกินเธอเลยสักครั้ง มากสุดแค่จูบ "ต่อไปนี้ฉันขอให้แกเลิกคบกับมันได้แล้ว แกโตแล้วนะฝัน หัดมองถึงอนาคตบ้างสิ!" "ไม่ค่ะ! หนูรักวิน.." ชวนฝันเถียงทำเอาผู้เป็นแม่ถึงกับปวดใจ เธอส่งลูกจนเรียนจบมาด้วยตัวคนเดียว หวังว่าลูกสาวจะมีหน้าที่การงานที่ดี มีสามีดีๆ แต่กลับไม่เป็นอย่างหวัง... "นังลูกบ้า โอ๊ยย!" ผู้เป็นแม่ล้มพับลงไปกับพื้นทำเอาชวนฝันอึ้ง "แม่! แม่!! แม่คะ!!!" ****** "ฝันโทรมาเหรอ เป็นอะไรรึเปล่า วินพึ่งถึงห้อง" 'วิน...ฝันรักวินมากนะ' "ฝันเป็นอะไร ทำไมเสียงเป็นแบบนั้น" ราวินร้อนใจเมื่อแฟนสาวน้ำเสียงไม่ดีนัก 'ไม่เป็นไรหรอก วิน...เล่นกีต้าร์ร้องเพลงให้ฝันฟังหน่อยสิ เหมือนเมื่อก่อนที่วินชอบเล่นไง' ชวนฝันเอ่ยออกมาน้ำเสียงเศร้า ราวินไม่เข้าใจนักแต่ก็ทำตามที่แฟนสาวบอกแม้ว่าเขาจะเหนื่อยมากก็ตามในตอนนี้ "งั้นเราเล่นเพลงประจำของเราให้ฝันฟังนะ" ราวินเอ่ยออกไปก่อนจะหยิบกีต้าร์มาถือไว้บนเตียงแล้วเปิดลำโพงโทรศัพท์วางไว้ข้างๆ 'ฮึกๆ ฮือออ' เพียงได้ยินเสียงของแฟนหนุ่มแบบนั้นก็ทำเอาชวนฝันถึงกับร้องไห้ออกมาไม่หยุด เธอแอบมาคุยโทรศัพท์กับเขาที่ด้านนอกห้องผู้ป่วยเพราะแม่ของเธอกำลังพักผ่อน ชวนฝันรักราวินมาก ไม่คิดอยากจะเลิกกับเขาเลยแม้จะต้องลำบากแค่ไหน...แต่แล้ววันนี้มันก็ต้องมาถึง สภาวะแวดล้อมต่างๆมันบีบคั้นเธอ "ฝันเป็นอะไร!?! วินจะรีบไปหาเดี๋ยวนี้เลย" ราวินเมื่อเห็นท่าไม่ดีเขารีบวางกีต้าร์สีดำเก่าๆตัวนั้นลงแล้วลุกขึ้นเตรียมไปหยิบกุญแจรถมอไซค์โครงกระดูกเก่าๆราคาต่ำหมื่น 'ฮึกๆ วิน..ฮึก เราเลิกกันเถอะนะ ฮึกๆ' ****** "ท่านประธานครับ เรซูเม่รับสมัครผู้จัดการวงไอบีมาแล้วนะครับ" ธานีส่งแฟ้มเอกสารของเหล่าผู้สมัครให้ราวินได้เลือก ราวิน นฤภูวนิลในวัยยี่สิบหกปี เขาเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนเยอะมากๆ ทั้งความเงียบขรึม ดุดัน จริงจังกับอนาคต...ไม่ใช่ราวินคนก่อนเลยสักนิด เปิดไปได้หน้าสองหน้า ดวงตาเฉี่ยวเรียวก็หยุดอยู่ที่หญิงสาวคนหนึ่ง...รูปของเธอในเรซูเม่ยิ่งตอกย้ำจิตใจในอดีตของราวิน นางสาวชวนฝัน ใจฤดี อายุยี่สิบหกปี สถานะสมรส : โสด "ผู้จัดการวงเราเอาเฉพาะคนโสดไม่มีพันธะทั้งในทะเบียนสมรสและในชีวิตจริงใช่มั้ยธานี?" เขาเอ่ยถามธานี "ครับท่าน" "หึ น่าสนใจ" รอยยิ้มร้ายปรากฎขึ้นบนใบหน้าของราวิน
like
bc
สัมพันธ์สวาทพี่ชายคนโปรด
อัปเดตเมื่อ Jan 24, 2025, 00:03
เมื่อพ่อแม่บุญธรรมเสียชีวิตไป'พิมพ์ดาว'ต้องอาศัยอยู่กับพี่ชายบุญธรรมอย่าง'อัศวิน'ที่พึ่งกลับมาจากอเมริกา ใครเล่าจะคิดว่าพี่ชายใจร้ายคนนี้จะกลายมาเป็นสามีบนเตียงของเธอเพียงชั่วข้ามคืนเพราะความเมา ******* พิมพ์ดาว อัครวิน อายุ 20 ปี อัศวิน อัครวิน อายุ 27 ปี พิมพ์ดาวเป็นเพียงสาวใช้ในบ้านที่แม่ของอัศวินรับเลี้ยงดู เขาไม่ชอบขี้หน้าเธอนัก ทั้งเรียบร้อย ใสซื่อ แต่กลับขี้ดื้อและหัวรั้น ใครจะไปคิดว่าหลังจากคุยงานกับลูกค้าเสร็จ ผู้หญิงที่ลูกน้องจัดหามาให้และนอนอยู่ในโรงแรมหรูจะคือพิมพ์ดาว! น้องสาวบุญธรรมของเขาเอง "พิมพ์ดาว! เธอมานอนข้างฉันได้ยังไง" "อ๊ะ พะ พี่วิน! เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ!?" "ฉันสิต้องถามเธอ" "กรี๊ดดด เสื้อผ้าหนูไปไหน" "เหี้ยอะไรวะเนี่ย" "พี่วิน! เมื่อคืนเราทำอะไรกัน!" "เมื่อคืนเหรอ...เอากันมั้ง" "กรี๊ดดดด" ****** “ขอบคุณนะคะคริสต์ที่มาส่ง” ร่างบางในชุดนักศึกษายิ้มหวานแล้วปิดประตูรถก่อนจะเดินเข้าคฤหาสน์หลังโต คริสต์ขับรถออกไป ส่วนพิมพ์ดาวก็เดินเข้าคฤหาสน์โดยใช้ประตูรั้วเล็กซึ่งเป็นประตูสำหรับคนเดินเข้าออกและอยู่ติดกับป้อมยาม “ไปไหนมา?” “เฮือกกก” พิมพ์ดาวถึงกับสะดุ้งตัวโยนเมื่อคนที่ยืนอยู่ข้างป้อมยามคืออัศวิน พี่ชายของเธอซึ่งตอนนี้เป็นประมุขใหญ่ขิงตระกูลอัครวิน “ฉันถามว่าเธอไปไหนมา?” ใบหน้าคมคร้ามขมวดคิ้วมุ่น น้ำเสียงเข้มกดต่ำด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของพิมพ์ดาว อาการแบบนี้มันเหมือนกับคนที่ทำอะไรผิดมา “คะ คือ พิมพ์ พิมพ์กลับมืดเลยค่ะ พอดีทำงานกับเพื่อน..” พิมพ์ดาวพูดเสียงเบาราวกับจะขาดหายไปพร้อมกับอากาศ เธอกลัวว่าอัศวินจะดุ ไม่อยากทำให้พี่ชายคนนี้ผิดหวังในตัวเธอ แต่เส้นทางการเป็นนักแสดงมันสำคัญสำหรับพิมพ์ดาวมากจริงๆ “เพื่อนผู้ชาย?” “เอ่อ ค่ะ” จำใจรับคำอย่างปฏิเสธไม่ได้เพราะหลักฐานมันคาตา “ทำอะไรอย่าให้มันประเจิดประเจ้อนักล่ะพิมพ์ดาว เธอหัดคิดถึงหน้าพ่อหน้าแม่บ้างนะ” คนตัวสูงกว่าซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชายกำลังบ่นดุน้องสาว พิมพ์ดาวทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับไม่อาจเถียงอะไรได้ “ค่ะพี่วิน พิมพ์จะตระหนักไว้เสมอ” “คิดให้ได้อย่างที่พูดล่ะ อย่าสักแต่ว่ารับคำ” ******** “พี่วิน! เมื่อคืนเราทำอะไรกัน!” “เมื่อคืนเหรอ…เอากันมั้ง” “กรี๊ดดดดดด” เมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้นจากพี่ชายพิมพ์ดาวก็ถึงกับต้องกรี๊ดลั่นออกมา “โอย อย่าพึ่งกรี๊ดได้ปะวะพิมพ์ดาว ฉันก็พยายามนึกอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” เขาหันไปดุยัยน้องสาวตัวแสบที่ร้องโวยวายตีโพยตีพาย “ฮึกๆ ฮืออ” เมื่อโดนดุบวกกับสถานการณ์ที่แสนจะกดดัน พิมพ์ดาวทนไม่ไหวปล่อยโฮออกมา นั่นทำเอาอัศวินเครียดหนักกว่าเดิม “อย่าร้องไห้ดิวะ แม่ง” อัศวินลุกขึ้นจากที่นอนเลิกผ้าห่มออก แต่สิ่งที่ติดฝังลึกอยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาวของโรงแรมก็คือเลือด เลือดที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่องของน้องสาววัยยี่สิบปีที่เขาเห็นมาตั้งแต่เล็ก “ฮึกๆ ฮืออ” พิมพ์ดาวเห็นคราบเลือดนั่นก็ยิ่งร้องไห้ไม่หยุด เธอเสียครั้งแรกให้กับพี่ชายของเธอ…อัศวิน พี่ชายที่แสนจะใจร้าย แต่เธอก็รักเขามาก เขาเองก็ตกใจไม่ต่างกันที่เห็นคราบเลือดนั่นเปื้อน อัศวินหันไปมองหน้าพิมพ์ดาวเพียงแว้บนึงก่อนจะรีบลุกจากเตียงหยิบเสื้อผ้าเสื้อผ่อนที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาถือแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างไม่ใยดี ทิ้งให้พิมพ์ดาวนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนเตียงเพียงคนเดียว ไม่รู้ว่าอัศวินรู้สึกยังไงกับเธอ หลังจากเขาอาบน้ำสวมเสื้อผ้าเสร็จก็เดินออกมาแล้วเดินเข้ามาหาพิมพ์ดาว “ฉันจะไปทำงาน เธอมีเงินกลับบ้านมั้ย?” “ฮึกๆ” พิมพ์ดาวสะอึกสะอื้นแล้วส่ายหัวไปมา ไม่รู้ว่ากระเป๋าเงินอยู่ตรงไหนเหมือนกัน อัศวินได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับลอบถอนหายใจออกมา เขาหยิบกระเป๋าตังค์หนังใบหรูราคาแพงสีดำขึ้นมาแล้วส่งแบงคืสีเทาให้เธอห้าใบ “เอาไปนั่งแท็กซี่กลับบ้าน แล้วเรื่องของเรา…เธอห้ามบอกใครเด็ดขาด” อัศวินขู่เสียงแข็ง เขาไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกญาติผู้ใหญ่ที่ชอบแวะมาหาและคุณป้าอ่อน คุณแม่บ้านเก่าแก่ของตระกูล พิมพ์ดาวได้แต่นั่งร้องไห้อยู่บนเตียงมองคราบเลือดแห่งความบริสุทธิ์ที่ได้เสียมันไปแลกมากับเงินห้าพันบาทที่พี่ชายบุญธรรมของเธอทิ้งเอาไว้ให้ “ฮึกๆ ฮืออ” พิมพ์ดาวปล่อยน้ำตาให้ไหลรินแล้วกอดเข่าตัวเองอยู่บนเตียงเพียงคนเดียว อัศวินไปแล้ว…เขาออกไปแล้ว
like
bc
Pregnant Mafia แค้นรักตั้งท้องให้มาเฟีย
อัปเดตเมื่อ Jan 1, 2025, 16:54
เธอถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแฟนกับน้องชายทั้งยังขโมยเครื่องเพชรประจำตระกูลไปโดยที่ปล่อยให้น้องชายของเขาโดนคู่อริยิง มาเฟียอย่างเขาจึงต้องกำราบและปรับหนี้เธออย่างสาสมไม่รับเป็นเงินแต่ต้องจ่ายด้วยร่างกาย นิยายแนวมาเฟียพระเอกโหด Brixton Borriphat Berian บริกซ์ตั้น บริภัทร เบอริอันต์ อายุ 30 ปี พระเอก โหด ดุ รักน้องชาย สุดท้ายกลายเป็นโบ้ค่ะ เขาเข้าใจผิดว่าเธอเป็นแฟนของน้องชาย ไบรอัน บรมภูมิ เบอริอันต์ ในวันที่น้องชายสุดที่รักโดนยิงผู้หญิงซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนกลับหายตัวไปพร้อมกับขโมยเครื่องเพชรชุดเล็กประจำตระกูล “หาตัวมันให้เจอ ไม่จับเป็น ก็จับตาย!“ เพียงฟ้า อัครวิน อายุ 22 ปี นางเอก น่ารัก ซน เอาแต่ใจ ลูกคุณหนู เธอถูกเพื่อนสนิทชักชวนให้ไปเดทเป็นเพื่อนบ่อยๆเนื่องจากเพื่อนของเธอเกร็งเวลาจะต้องเข้าไปในสถานที่ของสังคมไฮโซ สังคมเพื่อนในมหาวิทยาลัยจึงเข้าใจผิดคิดว่าเพียงฟ้ากำลังคบกับไบรอันซึ่งแท้จริงแล้วมันไม่ใช่เลย “หนูไม่ได้ทำ... หนูไม่ได้เป็นแฟนกับไบรอัน” “เลิกตอแหล” “ถ้าคุณไม่เชื่อลองถามเพื่อนๆดูก็ได้ค่ะ” “เลิกโกหกและจงก้มหน้ายอมรับใช้หนี้ของเธอซะ” “คุณอยากได้เท่าไหร่เหรอคะ หนูจะโทรบอกพ่อที่ไทยให้” “ยังกล้าคิดอีกเหรอว่าจะปล่อยให้กลับไทยได้ง่ายๆ” “คุณหมายความว่ายังไง...” “อยู่รับใช้กรรมของเธอที่นี่ รับใช้จนกว่าฉันจะพอใจ!” ********** “ผู้หญิงคนนี้ใช่ไหมว่ะ” บริกซ์ตั้นโชว์รูปเพียงฟ้าในกระดาษให้กับลูกน้องคนแรกที่ชื่อว่าเจมส์ได้ดู “ถ้าจากที่ได้ข่าวมาก็น่าจะเป็นเธอคนนี้ครับ” “ผู้หญิงคนนี้อยู่ในเหตุการณ์แต่ว่าหายไป...” “ครับนาย” “ตามล่าหามันมันให้เจอ! ไม่จับเป็น! ก็ต้องจับตาย” ใบหน้าหล่อขมวดคิ้วมุ่นแล้วสั่งลูกน้องเสียงดัง เขาต้องตามคืนเพชรประจำตะกูลชุดเล็กนี้กลับมาให้ได้ บริกซ์ตั้นมองรูปภาพในกระดาษใบนั้นอย่างคับแค้นใจ ผู้หญิงคนนี้รู้ว่าน้องเขาโดนยิงจนอาการหนักเข้าไอซียูแต่กลับหนีเอาตัวรอดไปพร้อมกับเครื่องเพชรประจำตระกูลชุดเล็ก เห็นแก่เงิน! น่ารังเกียจ! นี่คือสิ่งที่บริกซ์ตั้นตั้งแง่กับเพียงฟ้าทั้งที่ยังไม่เคยเจอหน้าเลยสักครั้งเดียว ********** “บอกว่าผู้ชายคนนั้นขโมยไป แต่เธอกลับรู้จักชื่อมันราวกับคนที่รู้จักกันดี” “ไม่ใช่นะคะ...หนูไม่ได้รู้จักผู้ชายคนนั้น” “ไม่รู้จักมันแต่รู้ว่ามันชื่อลูคัสซะด้วย” เขามองเธอยังจับผิดและแน่นอนว่าคนอย่างบริกซ์ตั้นไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอน “คุณไม่เข้าใจสิ่งที่หนูพูดบ้างเลย! ก็บอกว่าไม่รู้จักไงคะ!” จากตอนแรกเศร้าร้องไห้เจียนตายตอนนี้เริ่มโมโหพี่ชายของไบรอันที่ไม่ยอมฟังเธอเอาซะเลย “ถ้าบอกว่ามันขโมยไปฉันไม่เชื่อ แต่ถ้าบอกว่าเธอขายเครื่องเพชรนั้นให้กับมันฉันอาจจะเชื่อ” “ไม่นะคะ...” “บอกมาว่ามันให้เท่าไหร่ กี่ดอล?” “ไม่นะคะ! หนูโดนขโมยไปจริงๆ” “ฉันถามว่ามันให้เธอกี่ดอล!!” “ว้าย!” เขาผลักร่างเล็กให้ล้มลงไปนั่งพับเทียบกับพื้น ขาเล็กกระแทกเสียดสีเข้ากับพื้นจนเป็นรอยแดง “บอกความจริงมาถ้าไม่อยากตาย...” บริกซ์ตั้นคว้ากระบอกปืนพกสั้นขึ้นมาแล้วจ่อเข้าไปที่หัวของเพียงฟ้า ตอนนี้เธออยากจะบ้าตายซะจริงๆ อยู่นิวยอร์คมาตั้งสี่ปีไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ แต่พอกำลังจะกลับไทยดันเจอแต่พวกมาเฟียท้องถิ่น ปืนของเขาจ่อเข้าที่หัวของเธอ ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยเห็นปืนจริงก็ตอนนี้นี่แหละ “คะ คุณคะ อย่าทำหนูเลยนะคะ...หนูขอร้อง” มือเล็กยกขึ้นไหว้กลางอกในใจพลางคิดถึงหน้าพ่อหน้าแม่ที่รออยู่ที่ไทย “หึ ก็ได้! งั้นเธอก็ต้องทำงานใช้หนี้เพราะเธอทำเครื่องเพชรกล่องนั้นหายไป จะพยายามเชื่อแล้วกันว่าถูกมันขโมยไป!” บริกซ์ตั้นเอากระบอกปืนมาเสียบไว้ที่เข็มขัดข้างกางเกงที่ยอมปล่อยเธอเพราะเขาคิดสนุกในใจ หากยิงให้เธอตายไปซะก็คงจะจบง่ายไป...มันน่าจะมีวิธีทรมานคนเห็นแก่เงินและน่ารังเกียจอย่างเธอได้มากกว่านี้ “หนูไม่ได้ทำ... หนูไม่ได้เป็นแฟนกับไบรอัน” “เลิกตอแหล” “ถ้าพี่ไม่เชื่อลองถามเพื่อนๆดูก็ได้ค่ะ” “เลิกโกหกและจงก้มหน้ายอมรับใช้หนี้ของเธอซะ” “คุณอยากได้เท่าไหร่เหรอคะ หนูจะโทรบอกพ่อที่ไทยให้” “ยังกล้าคิดอีกเหรอว่าจะปล่อยให้กลับไทยได้ง่ายๆ” “ คุณหมายความว่ายังไง...” “อยู่รับใช้กรรมของเธอที่นี่ รับใช้จนกว่าฉันจะพอใจ!” “ไม่ค่ะ!” “งั้นก็เลือกเอา จะใช้หนี้และมีชีวิตอยู่หรืออยาก จะลาไปยมโลกก็แล้วแต่”
like