
เมื่อพ่อแม่บุญธรรมเสียชีวิตไป'พิมพ์ดาว'ต้องอาศัยอยู่กับพี่ชายบุญธรรมอย่าง'อัศวิน'ที่พึ่งกลับมาจากอเมริกา ใครเล่าจะคิดว่าพี่ชายใจร้ายคนนี้จะกลายมาเป็นสามีบนเตียงของเธอเพียงชั่วข้ามคืนเพราะความเมา
*******
พิมพ์ดาว อัครวิน อายุ 20 ปี
อัศวิน อัครวิน อายุ 27 ปี
พิมพ์ดาวเป็นเพียงสาวใช้ในบ้านที่แม่ของอัศวินรับเลี้ยงดู เขาไม่ชอบขี้หน้าเธอนัก ทั้งเรียบร้อย ใสซื่อ แต่กลับขี้ดื้อและหัวรั้น
ใครจะไปคิดว่าหลังจากคุยงานกับลูกค้าเสร็จ
ผู้หญิงที่ลูกน้องจัดหามาให้และนอนอยู่ในโรงแรมหรูจะคือพิมพ์ดาว! น้องสาวบุญธรรมของเขาเอง
"พิมพ์ดาว! เธอมานอนข้างฉันได้ยังไง"
"อ๊ะ พะ พี่วิน! เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ!?"
"ฉันสิต้องถามเธอ"
"กรี๊ดดด เสื้อผ้าหนูไปไหน"
"เหี้ยอะไรวะเนี่ย"
"พี่วิน! เมื่อคืนเราทำอะไรกัน!"
"เมื่อคืนเหรอ...เอากันมั้ง"
"กรี๊ดดดด"
******
“ขอบคุณนะคะคริสต์ที่มาส่ง”
ร่างบางในชุดนักศึกษายิ้มหวานแล้วปิดประตูรถก่อนจะเดินเข้าคฤหาสน์หลังโต
คริสต์ขับรถออกไป ส่วนพิมพ์ดาวก็เดินเข้าคฤหาสน์โดยใช้ประตูรั้วเล็กซึ่งเป็นประตูสำหรับคนเดินเข้าออกและอยู่ติดกับป้อมยาม
“ไปไหนมา?”
“เฮือกกก”
พิมพ์ดาวถึงกับสะดุ้งตัวโยนเมื่อคนที่ยืนอยู่ข้างป้อมยามคืออัศวิน พี่ชายของเธอซึ่งตอนนี้เป็นประมุขใหญ่ขิงตระกูลอัครวิน
“ฉันถามว่าเธอไปไหนมา?”
ใบหน้าคมคร้ามขมวดคิ้วมุ่น น้ำเสียงเข้มกดต่ำด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของพิมพ์ดาว
อาการแบบนี้มันเหมือนกับคนที่ทำอะไรผิดมา
“คะ คือ พิมพ์ พิมพ์กลับมืดเลยค่ะ พอดีทำงานกับเพื่อน..”
พิมพ์ดาวพูดเสียงเบาราวกับจะขาดหายไปพร้อมกับอากาศ
เธอกลัวว่าอัศวินจะดุ ไม่อยากทำให้พี่ชายคนนี้ผิดหวังในตัวเธอ แต่เส้นทางการเป็นนักแสดงมันสำคัญสำหรับพิมพ์ดาวมากจริงๆ
“เพื่อนผู้ชาย?”
“เอ่อ ค่ะ”
จำใจรับคำอย่างปฏิเสธไม่ได้เพราะหลักฐานมันคาตา
“ทำอะไรอย่าให้มันประเจิดประเจ้อนักล่ะพิมพ์ดาว เธอหัดคิดถึงหน้าพ่อหน้าแม่บ้างนะ”
คนตัวสูงกว่าซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชายกำลังบ่นดุน้องสาว พิมพ์ดาวทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับไม่อาจเถียงอะไรได้
“ค่ะพี่วิน พิมพ์จะตระหนักไว้เสมอ”
“คิดให้ได้อย่างที่พูดล่ะ อย่าสักแต่ว่ารับคำ”
********
“พี่วิน! เมื่อคืนเราทำอะไรกัน!”
“เมื่อคืนเหรอ…เอากันมั้ง”
“กรี๊ดดดดดด”
เมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้นจากพี่ชายพิมพ์ดาวก็ถึงกับต้องกรี๊ดลั่นออกมา
“โอย อย่าพึ่งกรี๊ดได้ปะวะพิมพ์ดาว ฉันก็พยายามนึกอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
เขาหันไปดุยัยน้องสาวตัวแสบที่ร้องโวยวายตีโพยตีพาย
“ฮึกๆ ฮืออ”
เมื่อโดนดุบวกกับสถานการณ์ที่แสนจะกดดัน พิมพ์ดาวทนไม่ไหวปล่อยโฮออกมา นั่นทำเอาอัศวินเครียดหนักกว่าเดิม
“อย่าร้องไห้ดิวะ แม่ง”
อัศวินลุกขึ้นจากที่นอนเลิกผ้าห่มออก แต่สิ่งที่ติดฝังลึกอยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาวของโรงแรมก็คือเลือด
เลือดที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่องของน้องสาววัยยี่สิบปีที่เขาเห็นมาตั้งแต่เล็ก
“ฮึกๆ ฮืออ”
พิมพ์ดาวเห็นคราบเลือดนั่นก็ยิ่งร้องไห้ไม่หยุด เธอเสียครั้งแรกให้กับพี่ชายของเธอ…อัศวิน
พี่ชายที่แสนจะใจร้าย แต่เธอก็รักเขามาก
เขาเองก็ตกใจไม่ต่างกันที่เห็นคราบเลือดนั่นเปื้อน อัศวินหันไปมองหน้าพิมพ์ดาวเพียงแว้บนึงก่อนจะรีบลุกจากเตียงหยิบเสื้อผ้าเสื้อผ่อนที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาถือแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างไม่ใยดี
ทิ้งให้พิมพ์ดาวนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนเตียงเพียงคนเดียว ไม่รู้ว่าอัศวินรู้สึกยังไงกับเธอ
หลังจากเขาอาบน้ำสวมเสื้อผ้าเสร็จก็เดินออกมาแล้วเดินเข้ามาหาพิมพ์ดาว
“ฉันจะไปทำงาน เธอมีเงินกลับบ้านมั้ย?”
“ฮึกๆ”
พิมพ์ดาวสะอึกสะอื้นแล้วส่ายหัวไปมา ไม่รู้ว่ากระเป๋าเงินอยู่ตรงไหนเหมือนกัน
อัศวินได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับลอบถอนหายใจออกมา เขาหยิบกระเป๋าตังค์หนังใบหรูราคาแพงสีดำขึ้นมาแล้วส่งแบงคืสีเทาให้เธอห้าใบ
“เอาไปนั่งแท็กซี่กลับบ้าน แล้วเรื่องของเรา…เธอห้ามบอกใครเด็ดขาด”
อัศวินขู่เสียงแข็ง เขาไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกญาติผู้ใหญ่ที่ชอบแวะมาหาและคุณป้าอ่อน คุณแม่บ้านเก่าแก่ของตระกูล
พิมพ์ดาวได้แต่นั่งร้องไห้อยู่บนเตียงมองคราบเลือดแห่งความบริสุทธิ์ที่ได้เสียมันไปแลกมากับเงินห้าพันบาทที่พี่ชายบุญธรรมของเธอทิ้งเอาไว้ให้
“ฮึกๆ ฮืออ”
พิมพ์ดาวปล่อยน้ำตาให้ไหลรินแล้วกอดเข่าตัวเองอยู่บนเตียงเพียงคนเดียว
อัศวินไปแล้ว…เขาออกไปแล้ว

