bc

แฟนเก่าอันธพาล

book_age18+
994
ติดตาม
3.1K
อ่าน
ครอบครัว
จบสุข
โอกาสครั้งที่สอง
หวาน
ชายจีบหญิง
มัธยมปลาย
like
intro-logo
คำนิยม

บทนำ

สามปีก่อนหน้านี้

"ถ้าเลิกตีรันฟันแทงกันไม่ได้เราสองคนก็เลิกกันเถอะ"

ปกป้องหันมามองต้นทางของเสียงในขณะที่มือกำหมัดแน่นจนแขนสั่นเทิ้ม

"เลือกมาแล้วกัน ว่าป้องจะเอายังไง ระหว่าง นิน กับไปหาเรื่องชกต่อยกับคนอื่น" ญาณินปาดน้ำตาออกจากพวงแก้มแดงก่ำ นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริง ๆ ที่เธอจะขอร้องเขาขณะที่ปกป้องยังปิดปากเงียบกริบ "หยุดนะ ถ้าป้องเดินออกไปแม้แต่ก้าวเดียว เราสองคนเลิกกัน"

"ขอโทษนะ.." ปกป้องหันหลังเดินออกมาจากห้องพักทันทีโดยไม่หันกลับไปมองคนรักอีก ญาณินทรุดนั่งลงกับพื้นร้องไห้โฮด้วยความเสียใจที่ไม่อาจรั้งแฟนหนุ่มให้อยู่กับตัวเองได้

"นายมันเห็นแก่ตัว.. ไอ้คนเลว!"

ปัจจุบัน

"ไอ้เชี่ย.. แป๊บ ๆ ขึ้นดอย แป๊บ ๆ ลงดอย มึงไปสร้างบ้านอยู่บนดอนเถอะเชื่อกู" ธันวาขมวดคิ้วว่าให้เพื่อนรักขณะที่ตัวเองยืนพิงประตูรถยนต์สูบบุหรี่อย่างสบายเฉิบ ปกป้องกลอกตาไปมาแล้วสะพายกระเป๋าสัมภาระที่เตรียมมาจากบ้านขึ้นหลัง

"บ่นกูจัง"

"ไม่ใช่แค่กูที่บ่น เพื่อนแม่งทุกคนอะบ่นมึงด้วย"

"เข้าใจกูหน่อยดิ ก็ชวนแล้วไม่ไปกันเองหนิ"

"โห.. นี่ตอนไปออกค่ายอาสายังไม่กันดารพอเหรอวะ นี่บนดอยมีไฟไหม?"

"ไม่"

"ก็นั่นน่ะสิ แล้วยังจะพาพวกกูไปลำบากอีก แต่บนดอยไม่มีญาณินนะโว้ย.."

"ก็ถ้ามีมันก็ดีสิ ถ้าบนดอยมีเธอกูจะไม่ลงมาเลย"

"ถุย! พอตอนนี้ปากดี แล้วตอนนั้นทำไมไม่พูดแบบนี้บ้างวะ นี่ก็เลิกกันมาไม่รู้กี่ปีละ ยัง… ไม่ลืมเขาอีก มึงนี่มันสุดยอดจริง ๆ ว่ะเพื่อน"

"นี่มึงตั้งใจมาซ้ำเติมกูหรือตั้งใจมาส่งกู?"

"เออ.. ขอโทษละกัน งั้นแยกกันตรงนี้นะ อีกสองอาทิตย์เจอกัน"

"อืม ขับรถดี ๆ"

"ครับท่าน อยากได้อะไรก็ส่งจดหมายมานะ ชาติหน้าเดียวกูส่งของที่อยากได้ไปให้"

"ไอ้เวร.." ปกป้องส่ายหน้าอย่างยิ้ม ๆ แล้วโบกมือให้เพื่อนรัก มือหนากระชับสายเป้สัมภาระแล้วเดินลัดเลาะตามเส้นทางเรียบแนวเขาเพื่อไปขึ้นรถกับชาวบ้านที่จะขึ้นดอยอีกที

"อ้าว... สวัสดีครับคุณปกป้อง"

"สวัสดีครับผู้ใหญ่"

"ไม่ได้เจอกันตั้งหลายสัปดาห์เลยนะครับ แล้วนี่มาคนเดียวอีกแล้ว?" ปกป้องหันไปมองทางด้านหลังก่อนจะยิ้มให้พ่อผู้ใหญ่บ้าน

"ก็ตามนั้นแหละครับ มาคนเดียวเหมือนเดิม"

"เมื่อไหร่จะพาแฟนมาขึ้นดอยบ้างเนี่ย"

"ฮึฮึ.. คงอีกหลายปีครับ" ปกป้องตอบอย่างยิ้มแย้ม แล้วเอาเป้สัมภาระไปใส่ท้ายรถกระบะที่จะใช้เป็นพาหนะขึ้นไปยังหมู่บ้านที่อยู่บนเขา ซึ่งหนทางที่จะไปมันไม่ได้ราบรื่นสักเท่าไหร่ รถยนต์จึงถูกดัดแปลงมาเพื่อใช้งานในด้านนี้โดยเฉพาะ เมื่อถึงเวลาผู้ใหญ่บ้านก็พาปกป้องขับรถออกมาจากจุดนั้น

"เออครูป้องครับ"

"ครับ"

"ผมกับลูกบ้านเนี่ยช่วยกันออกความคิดเห็น และลงมติกันว่าจะเปิดรับสมัครครูอาสาอีกครั้งครับ พอดีช่วงนี้ครูอาสาที่ทางการส่งมาก็ขาดแคลนมาก ไม่ค่อยมีคนอยากมาเท่าไหร่"

"ดีเลยครับ ช่วงนี้ก็ใกล้สอบกันแล้วด้วย"

"ใช่ครับ ๆ พวกผมเลยให้ทางการเดินเรื่องให้ แล้วก็เอาใบปลิวไปแปะตามเสาไฟฟ้าในตัวเมือง แล้วก็โพสต์ลงโซเชียลด้วย" พ่อผู้ใหญ่บ้านขำอย่างขบขันเมื่อนึกถึงภาพใบปลิวที่ติดตามเสาไฟในเมือง "ผมหวังว่าจะมีคนเดินมาเห็น ไม่ก็มีคนในโซเชียลเห็นบ้างนะครับ สงสารเด็ก ๆ มัน"

ปกป้องก็ขอให้เป็นแบบนั้น หมู่บ้านที่ผู้ใหญ่อยู่ไม่ค่อยมีความเจริญเข้าถึง ทุกวันนี้เด็ก ๆ และคนในหมู่บ้านยังต้องเดินลงเขาเพื่อเข้าไปทำธุระในเมืองอยู่เลย แถมไฟฟ้าก็เข้าไม่ถึงอีก จำได้ว่าเขาเคยของบกับทางการไปแล้ว แต่ก็หายเงียบเพราะค่าใช้จ่ายในการนำไฟฟ้าเข้าหมู่บ้านต้องใช้เงินจำนวนมากเลยทีเดียว

"ว่าแต่ว่าเพื่อนครูป้องไม่มาด้วยเหรอครับ คุณดิน คุณโชน คุณปินแล้วก็คุณธันวา อ้อ! คุณขุนเขาด้วย" ปกป้องยิ้มให้ผู้ใหญ่

"พวกนั้นไม่ว่างมาหรอกครับผู้ใหญ่ เดี๋ยวนี้ทำงานกันหมดแล้ว อีกอย่างปรินเพื่อนผมก็ไม่อยากให้มันมาหรอกเพราะขาไม่ค่อยดี"

"อ๋อ.. หวังว่าสักวันจะเห็นทั้งหกคนอยู่รวมกันอีกนะครับ พวกคุณปกป้องนี่น่ารักกันทุกคนเลย"

"ครับ น่ารักแล้วก็น่าถีบในเวลาเดียวกัน" ผู้ใหญ่กับปกป้องหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่เขาจะเปิดกระจกรถแล้วยื่นหน้าออกไปรับลมในช่วงสายของวัน การเดินทางที่แสนเดียวดายกลับพาให้เขามาพบกับความสุขที่หาที่เมืองกรุงไม่ได้

หลายชั่วโมงที่รถกระบะของผู้ใหญ่ถูกใช้งานอย่างหนัก เพราะวันนี้ต้องขนเสบียงและสัมภาระอีกหลายอย่างขึ้นหมู่บ้านด้วย

"ผู้ใหญ่ครับ แล้วครูอาสาคนก่อนทำไมเขาไม่กลับมาแล้ว"

"อ๋อ ครูมายเหรอครับ"

"ใช่ครับ"

"เห็นว่าทะเลาะกับครอบครัวน่ะครับ ครอบครัวไม่เข้าใจที่ลูกมาทนลำบากอยู่ที่นี่ เลยไม่ให้ลูกสาวมาอีก"

"อ๋อ.. เฮ้อ~ อย่างว่านะครับ ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกมาลำบากหรอก(พ่อแม่ผมก็เหมือนกัน..)" ปกป้องพูดในใจแล้วเปิดโทรศัพท์ถ่ายรูปเก็บไว้ เพราะเลยจุดนี้ไปสัญญาณก็ไม่มีแล้ว เขาต้องรีบรายงานเพื่อนรักและรายงานพ่อแม่ก่อนที่โทรศัพท์มือถือเครื่องหลายหมื่นบาทมันจะมีหน้าที่แค่เปิดเพลงและถ่ายรูปแค่นั้น พอแบตหมดก็เป็นแค่ซากเครื่องมือสื่อสารที่ไร้ประโยชน์

ณ คาเฟ่แห่งหนึ่ง

"สั่งอะไรหน่อยไหม นั่งทำหน้าหงอยมาจะครึ่งชั่วโมงแล้วนะนิน" ญาณินกลอกตาไปมาแล้วชี้ไปที่เมนูน้ำหวานของทางร้านอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก

"รู้สึกเบื่อ ๆ น่ะ พักนี้รู้สึกว่าใช้ชีวิตแบบสะเปะสะปะมาก ไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์เลย"

"ถามจริง?" เพื่อนสนิททำหน้ามึนงงกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ในนาทีต่อมาญาณินก็ยิ้มหน้าบานราวกับคนไร้สติ ผิดกับเมื่อครู่ที่ทำหน้าหงอยมาก

"เราไปทำประโยชน์ให้คนอื่นดีไหม"

"แบบไหน"

"ก็… ไม่รู้อะ" เธอถอนหายใจยาว ๆ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเล่น เลื่อนหน้าจอไปเรื่อย ๆ จนเจอกับโพสต์หนึ่ง "อ้อม! แกดูนี่ดิ" เธอกวักมือเรียกเพื่อนให้มาดูโพสต์ในโทรศัพท์

"เอาจริงดิ"

"น่าสนนะ เราก็เรียนจบแล้ว พอมีความรู้อยู่บ้าง.. ฉันว่าเป็นครูอาสาก็ไม่น่าเสียหายอะไร"

"แต่แกจะลากฉันไปลำบากไม่ได้นะยัยนิน"

"ไม่อยากไปเหรอ" ญาณินทำหน้าเศร้า "ไม่ไปเป็นเพื่อนกันหน่อยเหรอ" เธอเขย่าแขนเพื่อนสาวเร่า ๆ เป็นการอ้อนวอนเพื่อน

"ไม่ต้องมาอ้อนเลย"

"นะ.. นะเพื่อนคนสวย นะอ้อมนะ ๆ"

"โอ๊ย! อย่ามาส่งสายตาแบบนั้นให้ฉันนะ"

"นะอ้อมนะ~"

"ไม่! ไป!"

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทนำ
บทนำ สามปีก่อนหน้านี้ "ถ้าเลิกตีรันฟันแทงกันไม่ได้เราสองคนก็เลิกกันเถอะ" ปกป้องหันมามองต้นทางของเสียงในขณะที่มือกำหมัดแน่นจนแขนสั่นเทิ้ม "เลือกมาแล้วกัน ว่าป้องจะเอายังไง ระหว่าง นิน กับไปหาเรื่องชกต่อยกับคนอื่น" ญาณินปาดน้ำตาออกจากพวงแก้มแดงก่ำ นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริง ๆ ที่เธอจะขอร้องเขาขณะที่ปกป้องยังปิดปากเงียบกริบ "หยุดนะ ถ้าป้องเดินออกไปแม้แต่ก้าวเดียว เราสองคนเลิกกัน" "ขอโทษนะ.." ปกป้องหันหลังเดินออกมาจากห้องพักทันทีโดยไม่หันกลับไปมองคนรักอีก ญาณินทรุดนั่งลงกับพื้นร้องไห้โฮด้วยความเสียใจที่ไม่อาจรั้งแฟนหนุ่มให้อยู่กับตัวเองได้ "นายมันเห็นแก่ตัว.. ไอ้คนเลว!" ปัจจุบัน "ไอ้เชี่ย.. แป๊บ ๆ ขึ้นดอย แป๊บ ๆ ลงดอย มึงไปสร้างบ้านอยู่บนดอนเถอะเชื่อกู" ธันวาขมวดคิ้วว่าให้เพื่อนรักขณะที่ตัวเองยืนพิงประตูรถยนต์สูบบุหรี่อย่างสบายเฉิบ ปกป้องกลอกตาไปมาแล้วสะพายกระเป๋าสัมภาระที่เตรียมมาจากบ้านขึ้นหลัง "บ่นกูจัง" "ไม่ใช่แค่กูที่บ่น เพื่อนแม่งทุกคนอะบ่นมึงด้วย" "เข้าใจกูหน่อยดิ ก็ชวนแล้วไม่ไปกันเองหนิ" "โห.. นี่ตอนไปออกค่ายอาสายังไม่กันดารพอเหรอวะ นี่บนดอยมีไฟไหม?" "ไม่" "ก็นั่นน่ะสิ แล้วยังจะพาพวกกูไปลำบากอีก แต่บนดอยไม่มีญาณินนะโว้ย.." "ก็ถ้ามีมันก็ดีสิ ถ้าบนดอยมีเธอกูจะไม่ลงมาเลย"  "ถุย! พอตอนนี้ปากดี แล้วตอนนั้นทำไมไม่พูดแบบนี้บ้างวะ นี่ก็เลิกกันมาไม่รู้กี่ปีละ ยัง… ไม่ลืมเขาอีก มึงนี่มันสุดยอดจริง ๆ ว่ะเพื่อน" "นี่มึงตั้งใจมาซ้ำเติมกูหรือตั้งใจมาส่งกู?" "เออ.. ขอโทษละกัน งั้นแยกกันตรงนี้นะ อีกสองอาทิตย์เจอกัน" "อืม ขับรถดี ๆ" "ครับท่าน อยากได้อะไรก็ส่งจดหมายมานะ ชาติหน้าเดียวกูส่งของที่อยากได้ไปให้" "ไอ้เวร.." ปกป้องส่ายหน้าอย่างยิ้ม ๆ แล้วโบกมือให้เพื่อนรัก มือหนากระชับสายเป้สัมภาระแล้วเดินลัดเลาะตามเส้นทางเรียบแนวเขาเพื่อไปขึ้นรถกับชาวบ้านที่จะขึ้นดอยอีกที "อ้าว... สวัสดีครับคุณปกป้อง"  "สวัสดีครับผู้ใหญ่" "ไม่ได้เจอกันตั้งหลายสัปดาห์เลยนะครับ แล้วนี่มาคนเดียวอีกแล้ว?" ปกป้องหันไปมองทางด้านหลังก่อนจะยิ้มให้พ่อผู้ใหญ่บ้าน "ก็ตามนั้นแหละครับ มาคนเดียวเหมือนเดิม" "เมื่อไหร่จะพาแฟนมาขึ้นดอยบ้างเนี่ย" "ฮึฮึ.. คงอีกหลายปีครับ" ปกป้องตอบอย่างยิ้มแย้ม แล้วเอาเป้สัมภาระไปใส่ท้ายรถกระบะที่จะใช้เป็นพาหนะขึ้นไปยังหมู่บ้านที่อยู่บนเขา ซึ่งหนทางที่จะไปมันไม่ได้ราบรื่นสักเท่าไหร่ รถยนต์จึงถูกดัดแปลงมาเพื่อใช้งานในด้านนี้โดยเฉพาะ เมื่อถึงเวลาผู้ใหญ่บ้านก็พาปกป้องขับรถออกมาจากจุดนั้น "เออครูป้องครับ" "ครับ" "ผมกับลูกบ้านเนี่ยช่วยกันออกความคิดเห็น และลงมติกันว่าจะเปิดรับสมัครครูอาสาอีกครั้งครับ พอดีช่วงนี้ครูอาสาที่ทางการส่งมาก็ขาดแคลนมาก ไม่ค่อยมีคนอยากมาเท่าไหร่" "ดีเลยครับ ช่วงนี้ก็ใกล้สอบกันแล้วด้วย" "ใช่ครับ ๆ พวกผมเลยให้ทางการเดินเรื่องให้ แล้วก็เอาใบปลิวไปแปะตามเสาไฟฟ้าในตัวเมือง แล้วก็โพสต์ลงโซเชียลด้วย" พ่อผู้ใหญ่บ้านขำอย่างขบขันเมื่อนึกถึงภาพใบปลิวที่ติดตามเสาไฟในเมือง "ผมหวังว่าจะมีคนเดินมาเห็น ไม่ก็มีคนในโซเชียลเห็นบ้างนะครับ สงสารเด็ก ๆ มัน" ปกป้องก็ขอให้เป็นแบบนั้น หมู่บ้านที่ผู้ใหญ่อยู่ไม่ค่อยมีความเจริญเข้าถึง ทุกวันนี้เด็ก ๆ และคนในหมู่บ้านยังต้องเดินลงเขาเพื่อเข้าไปทำธุระในเมืองอยู่เลย แถมไฟฟ้าก็เข้าไม่ถึงอีก จำได้ว่าเขาเคยของบกับทางการไปแล้ว แต่ก็หายเงียบเพราะค่าใช้จ่ายในการนำไฟฟ้าเข้าหมู่บ้านต้องใช้เงินจำนวนมากเลยทีเดียว "ว่าแต่ว่าเพื่อนครูป้องไม่มาด้วยเหรอครับ คุณดิน คุณโชน คุณปินแล้วก็คุณธันวา อ้อ! คุณขุนเขาด้วย" ปกป้องยิ้มให้ผู้ใหญ่ "พวกนั้นไม่ว่างมาหรอกครับผู้ใหญ่ เดี๋ยวนี้ทำงานกันหมดแล้ว อีกอย่างปรินเพื่อนผมก็ไม่อยากให้มันมาหรอกเพราะขาไม่ค่อยดี" "อ๋อ.. หวังว่าสักวันจะเห็นทั้งหกคนอยู่รวมกันอีกนะครับ พวกคุณปกป้องนี่น่ารักกันทุกคนเลย" "ครับ น่ารักแล้วก็น่าถีบในเวลาเดียวกัน" ผู้ใหญ่กับปกป้องหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่เขาจะเปิดกระจกรถแล้วยื่นหน้าออกไปรับลมในช่วงสายของวัน การเดินทางที่แสนเดียวดายกลับพาให้เขามาพบกับความสุขที่หาที่เมืองกรุงไม่ได้ หลายชั่วโมงที่รถกระบะของผู้ใหญ่ถูกใช้งานอย่างหนัก เพราะวันนี้ต้องขนเสบียงและสัมภาระอีกหลายอย่างขึ้นหมู่บ้านด้วย "ผู้ใหญ่ครับ แล้วครูอาสาคนก่อนทำไมเขาไม่กลับมาแล้ว" "อ๋อ ครูมายเหรอครับ" "ใช่ครับ" "เห็นว่าทะเลาะกับครอบครัวน่ะครับ ครอบครัวไม่เข้าใจที่ลูกมาทนลำบากอยู่ที่นี่ เลยไม่ให้ลูกสาวมาอีก" "อ๋อ.. เฮ้อ~ อย่างว่านะครับ ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกมาลำบากหรอก(พ่อแม่ผมก็เหมือนกัน..)" ปกป้องพูดในใจแล้วเปิดโทรศัพท์ถ่ายรูปเก็บไว้ เพราะเลยจุดนี้ไปสัญญาณก็ไม่มีแล้ว เขาต้องรีบรายงานเพื่อนรักและรายงานพ่อแม่ก่อนที่โทรศัพท์มือถือเครื่องหลายหมื่นบาทมันจะมีหน้าที่แค่เปิดเพลงและถ่ายรูปแค่นั้น พอแบตหมดก็เป็นแค่ซากเครื่องมือสื่อสารที่ไร้ประโยชน์ ณ คาเฟ่แห่งหนึ่ง "สั่งอะไรหน่อยไหม นั่งทำหน้าหงอยมาจะครึ่งชั่วโมงแล้วนะนิน" ญาณินกลอกตาไปมาแล้วชี้ไปที่เมนูน้ำหวานของทางร้านอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก "รู้สึกเบื่อ ๆ น่ะ พักนี้รู้สึกว่าใช้ชีวิตแบบสะเปะสะปะมาก ไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์เลย" "ถามจริง?" เพื่อนสนิททำหน้ามึนงงกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ในนาทีต่อมาญาณินก็ยิ้มหน้าบานราวกับคนไร้สติ ผิดกับเมื่อครู่ที่ทำหน้าหงอยมาก "เราไปทำประโยชน์ให้คนอื่นดีไหม" "แบบไหน" "ก็… ไม่รู้อะ" เธอถอนหายใจยาว ๆ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเล่น เลื่อนหน้าจอไปเรื่อย ๆ จนเจอกับโพสต์หนึ่ง "อ้อม! แกดูนี่ดิ" เธอกวักมือเรียกเพื่อนให้มาดูโพสต์ในโทรศัพท์ "เอาจริงดิ" "น่าสนนะ เราก็เรียนจบแล้ว พอมีความรู้อยู่บ้าง.. ฉันว่าเป็นครูอาสาก็ไม่น่าเสียหายอะไร" "แต่แกจะลากฉันไปลำบากไม่ได้นะยัยนิน" "ไม่อยากไปเหรอ" ญาณินทำหน้าเศร้า "ไม่ไปเป็นเพื่อนกันหน่อยเหรอ" เธอเขย่าแขนเพื่อนสาวเร่า ๆ เป็นการอ้อนวอนเพื่อน "ไม่ต้องมาอ้อนเลย" "นะ.. นะเพื่อนคนสวย นะอ้อมนะ ๆ" "โอ๊ย! อย่ามาส่งสายตาแบบนั้นให้ฉันนะ" "นะอ้อมนะ~" "ไม่! ไป!" เพื่อนสาวปฏิเสธเสียงแข็ง หลายวันต่อมา "ที่รักมาถ่ายรูปกันหน่อย" ญาณินเดินเข้าไปหาอ้อมที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ศาลารอรถประจำทางที่นัดหมายกับรถที่พาขึ้นดอยไว้ "สุดท้ายแล้ว.." อ้อมถอนหายใจยาว ๆ แล้วคลี่ยิ้มหวานถ่ายรูปกับเพื่อนรัก "ส่งให้แม่ดูแล้วนะ จะได้ไม่ต้องห่วง" "จ้ะ.. แล้วนี่รถจะมาตอนไหนเนี่ย ใครไปบ้าง" "อีกยี่สิบนาที" "แล้วไปกันกี่คนเหรอ" "สอง" "ผับผ่า! สองคน แกกับฉันเหรอ" "ใช่จ้ะ" "ยัยนิน!" ญาณินยิ้มหวานจนตาหยีแล้วเดินเข้าไปกอดเพื่อนไว้ "ไม่ต้องมาอ้อน" อ้อมผลักตัวญาณินออก "เอาน่า… เดี๋ยวนินจะดูแลอ้อมเองนะ" "ให้ตายสิ" อ้อมยกมือขึ้นมากุมขมับแล้วหันไปมองรถตู้ที่กำลังแล่นมาทางนี้ "นั่นรถมาแล้วใช่ไหม"  "ใช่ ๆ" "เฮ้อ~ เห็นแบบนี้แล้วก็นึกถึงสมัยก่อนนะ" "…" ญาณินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะคลี่ยิ้มหวาน "พอนึกถึงเรื่องราวในสมัยก่อนนี่เงียบเหมือนไก่ป่วยเลยนะ" อ้อมเบ้ปากใส่เพื่อนอย่างนึกหมั่นไส้ "ความทรงจำที่สลัดออกจากหัวไม่ได้สิ" "แล้วถ้าแกสามารถย้อนเวลากลับไปในอดีตได้ แกจะทำยังไงกับปกป้องเหรอ" "ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะรั้งความสัมพันธ์เราไว้.."

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.8K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.7K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.0K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook