Episode 1
"สวัสดีค่ะคุณแม่ หนูเพิ่งมาถึงขนส่งค่ะ ใช่ค่ะ เพิ่งลงจากรถ ตอนนี้กำลังจะไปเรียกแท็กซี่ค่ะ"
"แล้วนี่ลูกจะไปที่บริษัททันไหม เข้าทำงานวันนี้วันแรกไม่ใช่หรือไง"
"หนูว่าจะฝากสัมภาระไว้ที่หมอชิตก่อนน่ะค่ะ แล้วค่อยกลับมาเอาตอนเลิกงาน เดี๋ยวหนูจะหาที่อาบน้ำก่อนแล้วจะได้เข้าไปที่บริษัทเลย"
"ถ้าเลิกงานแล้วอย่าลืมโทรไปตามเบอร์ที่แม่ส่งไปให้ด้วยล่ะลูก"
"ได้ค่ะคุณแม่ งั้นหนูขอไปเตรียมตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไปเข้าทำงานไม่ทัน เริ่มงานวันนี้วันแรกด้วยค่ะ"
"ยังไงแม่ก็ขอให้ทำงานเป็นไปด้วยความราบรื่น ตั้งใจเข้านะลูก พอไปยื่นใบสมัครงานเสร็จแล้วอย่าลืมโทรไปตามเบอร์ที่แม่ส่งให้ในไลน์ด้วยล่ะ แม่ขออวยพรให้การทำงานวันแรกผ่านไปด้วยดีนะ แม่เป็นกำลังใจให้"
"ขอบคุณมากค่ะคุณแม่ งั้นหนูขอวางสายก่อนนะคะ"
ข้าวหอมรีบอาบน้ำที่จุดบริการอาบน้ำอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เอาสัมภาระไปฝากไว้ที่จุดรับฝากกระเป๋าแล้ว เธอก็รีบไปเรียกแท็กซี่เพื่อไปยังบริษัทนำเข้ารถยนต์ที่เธอต้องไปยื่นใบสมัครเพื่อยืนยันการเป็นพนักงานในวันนี้
ข้าวหอมเงยหน้ามองตึกสูงด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะสูดหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง แล้วเดินเข้าไปที่ประชาสัมพันธ์พร้อมกับถือแก้วกาแฟที่แวะซื้อข้างทางก่อนจะเข้ามาที่นี่ จากนั้นก็เข้าไปสอบถามเรื่องที่เธอเข้ามาทำงานที่นี่วันแรก
"สวัสดีค่ะ ฉันเป็นพนักงานใหม่ที่จะมายื่นใบเอกสารรายงานตัวแล้วเริ่มทำงานวันนี้วันแรกน่ะค่ะ"
"ใช่พนักงานที่จะมาทำในแผนกการตลาดหรือเปล่า"
"ใช่ค่ะ"
"งั้นไปที่ฝ่ายบุคคลนะ ขึ้นลิฟต์ตรงนั้นแล้วกดไปที่ชั้นห้า แล้วเดี๋ยวฝ่ายบุคคลจะจัดการทุกอย่างให้เอง"
"ขอบคุณมากนะคะ" ข้าวหอมยกมือไหว้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ก่อนที่จะเดินไปกดลิฟต์ตามที่สาวสวยคนนั้นบอก
ข้าวหอมกอดเอกสารแนบอกด้วยความตื่นเต้น เป็นครั้งแรกที่เธอได้ออกมาอยู่ไกลบ้านแบบนี้หลังจากเรียนจบได้สองปี แล้วเป็นครั้งแรกที่เธอได้มาเหยียบที่เมืองหลวงของประเทศ จังหวัดที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดที่ทุกจังหวัดต่างก็มารวมตัวกันที่นี่เพื่อหางานทำ ซึ่งสภาพแวดล้อมก็ต่างจากบ้านของเธอที่อยู่ต่างจังหวัดอย่างสิ้นเชิง
พอลิฟต์เคลื่อนไปถึงที่หมาย ข้าวหอมก็รีบเดินออกจากลิฟต์ด้วยความรีบเร่ง เธอที่ไม่ทันระวังตัวก็ปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ราวกับกำแพงสุดแกร่ง แก้วกาแฟที่เธอถืออยู่ก็หกใส่ชุดสูทหรูอย่างจัง
"แย่แน่ ๆ เด็กคนนั้นโดนไล่ออกแน่ ๆ" พนักงานที่อยู่ชั้นห้าต่างก็พากันหันไปตามเสียงแก้วพลาสติกที่ตกลงพื้นจนน้ำแข็งและกาแฟหกกระจาย พร้อมกับสีหน้าเกรี้ยวกราดของคนตัวสูงที่ทำสีหน้าถมึงทึงด้วยความไม่พอใจ
"ขะ...ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบเช็ดให้เดี๋ยวนี้เลยนะคะ" ข้าวหอมรีบยกมือไหว้คนตรงหน้าอัตโนมัติก่อนจะรีบคว้าผ้าเช็ดหน้าที่กระเป๋าออกไปเช็ดให้อย่างรวดเร็ว
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน! แล้วเอาผ้าสกปรก ๆ ของเธอออกจากชุดของฉันเดี๋ยวนี้!" มือหนาปัดมือเล็กออกไปอย่างไม่ไยดีจนผ้าเช็ดหน้าร่วงลงบนพื้น
"ขอโทษจริง ๆ นะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ"
"ออกไป! ออกไปจากบริษัทของฉันเดี๋ยวนี้!"
"เอ๊ะ? ออกไปหรือคะ แต่ว่าฉันเพิ่งจะเริ่มเข้ามาทำงานวันนี้เป็นวันแรกเองนะคะ"
"ฉันไล่เธอออก!"
"มะ...ไม่นะคะ ฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะ จะให้ฉันทำอะไรก็ได้แต่อย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ ฉันตั้งใจและคาดหวังที่จะได้ทำงานที่นี่มากเลย อย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ ขอร้องล่ะค่ะ"
"ออกไป! คนที่บังอาจมาทำให้ฉันตกอยู่ในสภาพนี้มันต้องโดนไล่ออกสถานเดียวเท่านั้น!"
"เดี๋ยวฉันขอชดใช้ให้ได้ไหมคะ จะให้ฉันทำยังไงก็ได้แต่อย่าไล่ฉันออกเลยค่ะ นะคะ"
"ชดใช้หรือ? ได้สิ งั้นเธอก็ชดใช้มา ชุดฉันราคาแสนห้า จ่ายมาสิ! ถ้าเธอเอาเงินทั้งหมดมากองให้ฉันในตอนนี้ได้ ฉันอาจจะยอมให้เธอทำงานที่นี่ต่อก็ได้นะ แต่อย่างเธอจะมีปัญญาหามาได้หรือเปล่า ดูจากสภาพแล้วคงไม่มีเงินหรอกมั้ง"
"แสนเลยหรือคะ ฉะ...ฉัน..."
"ชุดสูทของฉันราคาเกือบสองแสน นี่ยังไม่รวมรองเท้าและเนกไทที่เปียกเลอะไปด้วยคราบกาแฟราคาถูก ๆ ของเธอเลยนะ เอาล่ะ เธอจะออกไปดี ๆ หรือจะให้ฉันเรียกรปภ.มาลากตัวเธอออกไป"
"เอ่อ...แต่ว่า"
"เธอเป็นเด็กที่จะมาทำงานวันนี้วันแรกสินะ รีบออกไปเถอะ เธอทำเรื่องใหญ่โตตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงานเลย บอสเป็นคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบมากนะ มาวันแรกก็ซุ่มซ่ามแบบนี้ไม่โดนไล่ออกก็แปลกแล้วล่ะ งั้นก็รีบออกไปเถอะ เดี๋ยวถ้าเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาแล้วบอสโมโหมากกว่านี้ เธอไม่ได้โดนแค่นี้หรอกนะ"
"อะไรกัน" ข้าวหอมเดินไปที่ลิฟต์ตามแรงของพนักงานในบริษัทแล้วแอบกลั้นความเสียใจเอาไว้ เพราะเธอคาดหวังที่จะได้ทำงานที่นี่มาก แถมครอบครัวที่อยู่ต่างจังหวัดก็ยังคาดหวังอยากจะเห็นความสำเร็จของเธอที่จะได้ทำงานที่ตัวเองชอบ ถึงทางบ้านจะไม่ได้กดดันว่าเธอต้องทำให้สำเร็จ แต่เธอก็ไม่อยากทำให้ครอบครัวผิดหวังเลย แล้วแบบนี้เธอจะกล้าบอกเรื่องที่โดนไล่ออกกับครอบครัวได้ยังไง
ข้าวหอมเดินคอตกออกจากบริษัทส่งออกรถยนต์ เพียงเพราะความไม่ระวังตัวของเธอจึงทำให้เธอต้องตกงานทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มงานเลยด้วยซ้ำ
"ชีวิตในวัยยี่สิบสี่ปีของเรามีอุปสรรคมากเหลือเกินนะ แล้วนี่เราจะทำยังไงต่อไปดีล่ะ"
ตั้งแต่เรียนจบมาสองปี เธอก็อยู่ช่วยครอบครัวทำธุรกิจสวนผลไม้ที่เป็นธุรกิจของครอบครัว แต่ไม่นานนี้จู่ ๆ มารดาของเธอก็บอกว่าเธอควรจะได้ทำงานที่ดีกว่านี้ ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาอย่างเต็มที่ ไม่ต้องมานั่งทำงานตากแดดตากลม ถึงเธอจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ครอบครัวก็อยากจะเห็นความสำเร็จของเธอมากกว่าที่จะให้เธอต้องไปมีชีวิตที่ลำบากเหมือนอย่างท่านทั้งสอง
ข้าวหอมเดินออกจากบริษัทเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก เธออยากจะร้องไห้แต่ก็อายผู้คนที่เดินผ่านไปมาเหลือเกิน ข้าวหอมเหลือบไปเห็นสวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทมากนัก ก็เลยแวะเข้าไปนั่งที่ม้านั่งตรงที่ไม่ค่อยมีคนเดินพลุกพล่านมากนัก แล้วก้มหน้าร้องไห้อยู่คนเดียวแบบนั้น
เธอคิดไม่ออกเลยว่าจะต้องทำยังไงต่อไป หลังจากที่ร้องไห้จนพอใจแล้ว เธอก็รีบกลับมาตั้งสติอีกครั้ง เธอจะอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้ตอนนี้เธอจะไม่ได้ทำงานที่นั่นอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ยังมีบริษัทอีกมากมายที่อาจจะเปิดรับสมัครพนักงานอยู่ ถึงจะไม่ได้ทำงานตามสายที่เรียนมาก็ต้องทำไปก่อน เพราะตอนนี้เธอจะต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น ถ้ามัวแต่มานั่งร้องไห้อ่อนแออยู่แบบนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรอยู่ดี
"จริงสิ เราต้องโทรไปหาคนที่คุณแม่ทิ้งเบอร์ไว้ให้นี่นา" ข้าวหอมรีบหยิบกระดาษโน้ตออกมาด้วยความรีบเร่งเพราะอาจจะเป็นเรื่องสำคัญก็ได้
"สวัสดีค่ะ"
"สวัสดีค่ะ พอดีคุณแม่บอกให้โทรหาเบอร์นี้น่ะค่ะ" ปลายสายครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะร้องอ๋อออกมาทันที
"หนูคือลูกสาวของเกษมสินะ พอดีป้าเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนของพ่อหนูน่ะจ้า แล้วหนูรู้เรื่องแต่งงานแล้วใช่ไหม"
"แต่งงาน? เอ่อ...แต่งงานอะไรหรือคะคุณป้า หนูไม่เข้าใจน่ะค่ะ"
"เอ...นี่พ่อของหนูยังไม่ได้บอกหนูสินะ"
"เปล่านี่คะ ไม่เห็นคุณพ่อกับคุณแม่บอกอะไรหนูเลยนะคะ แค่บอกว่าให้โทรมาเบอร์นี้เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ น่ะค่ะ"
"ตอนนี้หนูอยู่ที่ไหนล่ะลูก ป้าจะได้ให้คนไปรับ"
"ขอโทษที่ต้องเสียมารยาทถามนะคะ แต่ทำไมคุณป้าถึงจะต้องให้คนมารับหนูด้วยล่ะคะ"
"เดี๋ยวมาที่นี่ก็รู้เองแหละลูก ที่หนูถามคงจะกลัวสินะว่าป้าเป็นใคร ก็ไม่แปลกหรอกที่จะถามแบบนี้ งั้นป้าจะบอกให้ก็ได้ ป้าน่ะรู้จักหนูและเห็นหนูมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะจ้า เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวป้าหรอก หนูไม่ต้องกลัวนะ แต่ถ้าหนูไม่มั่นใจก็ลองโทรหาพ่อหนูก่อนก็ได้ แล้วถามว่าป้ากานดาคือใครน่ะ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณแม่ให้เบอร์หนูมาแล้ว ก็แสดงว่าคงไม่ผิดคนหรอกค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ แต่หนูต้องไปที่หมอชิตก่อนน่ะค่ะ เพราะพอดีสัมภาระยังอยู่ที่นั่นอยู่เลย"
"งั้นเดี๋ยวป้าส่งคนไปรับที่หมอชิตนะลูก ถ้าถึงหมอชิตแล้วก็ติดต่อป้ากลับด้วยล่ะ"
"ได้ค่ะ สวัสดีค่ะ" ข้าวหอมยังรู้สึกค้างคาใจอย่างบอกไม่ถูก เรื่องแต่งงานที่เธอได้ยินเมื่อกี้มันคืออะไร ระหว่างที่ข้าวหอมกำลังเรียกแท็กซี่เพื่อไปเอาสัมภาระ เธอก็ต่อสายไปหามารดาของเธอด้วย เพื่อจะโทรไปถามเรื่องที่ยังค้างคาใจเธออยู่
***ฝากกดติดตามจะได้ไม่พลาดเรื่องใหม่ ฝากกดหัวใจ คอมเม้นท์ให้ไรท์ด้วยนะคะ***