เรื่องราวโดย ฅนหลังเขา
author-avatar

ฅนหลังเขา

เกี่ยวกับquote
สวัสดีค่ะ นักอ่านทุกคน ไรท์ขอฝากนามปากกา “ฅนหลังเขา” ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ ฝากติดตามผลงานด้วยน้าาา ไรท์เพิ่งจะมาลงนิยายที่ดรีมค่า *พันธนาการร้ายพ่ายรัก/หัวใจไร้เงารักLoveless/ผู้หญิงมือสอง/รอยรักมาเฟีย/น้ำตามาเฟีย* มีเล่มแล้วนะคะ ใครสายเล่มสามารถสั่งซื้อได้ที่เพจ “ฅนหลังเขา” ค่ะ
bc
ความลับร้ายนายซุป’ตาร์
อัปเดตเมื่อ Dec 29, 2025, 21:41
เมื่อก่อนฉันถนอมความรักของเรามากแค่ไหน แต่เธอกลับหายไปโดยไม่ลาสักคำ เพราะฉันอ้วน? ก็เลยไปหาผช.ที่หล่อ ดูดีกว่า พอตอนนี้ฉันดูดีขึ้นมาก็อยากกลับมาสานสัมพันธ์ คิดว่าฉันจะลดตัวลงไปคบกับคนแบบเธออีกหรือไง? ..... "เธอเป็นพนักงานทำความสะอาดก็ต้องทำเรียบร้อยอยู่แล้วสิ แล้วจะให้ฉันตรวจอีกทำไม" "นะ... นั่นสิคะ งั้นเหลืออีกสองวันจะให้ฉันมาทำในเวลาเดิมไหมคะ" "เดี๋ยวค่อยโทรไปแจ้งที่บริษัทเองก็แล้วกัน เพราะไม่รู้ว่าฉันจะว่างช่วงไหน แต่เธอบอกว่าให้เรียกได้หลังสี่โมงเย็นใช่ไหมล่ะ งั้นดึก ๆ ก็คงได้สินะ" "ถ้าเป็นหลังสี่โมงก็ได้ตลอดค่ะ พอดีว่าฉันเลิกงานประจำสี่โมงพอดี ถ้าหลังจากนั้นก็สามารถเรียกได้เลยนะคะ เอาที่คุณทรอยด์สะดวกค่ะ" "แล้วจะยืนบื้ออยู่ทำไมอีก ทำความสะอาดจบแล้วก็รีบไปสักทีสิ" "เอ่อ...ขอโทษนะคะ คือฉันเพิ่งรู้ว่าคุณทรอยด์เป็นแฟนกับคุณเพียงฟ้า แต่ไม่เห็นออกข่าวเลยนะคะว่าพวกคุณสองคนเป็นแฟนกัน ฉันก็แค่อยากจะแสดงความยินดีด้วยน่ะค่ะ คุณเพียงฟ้าเป็นดารานางแบบชื่อดัง แถมยังสวยมาก ๆ ด้วย เหมาะสมกับคุณทรอยด์มากเลยล่ะค่ะ" น้ำใจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้ำตาของตัวเองกำลังไหล เมื่อรู้ว่าผู้ชายที่เป็นรักแรกของเธอมีคนในหัวใจแล้ว แถมยังเหมาะสมกันมาก ๆ อีกด้วย "หึ! ร้องไห้? ร้องทำไมไม่ทราบ" "ต้องขอโทษด้วยนะคะ คือว่าฉันไม่รู้ตัวเลยค่ะว่าน้ำตาไหล แต่น่าจะไม่ใช่น้ำตาหรอกค่ะเพราะว่าฉันไม่ได้ร้องไห้จริง ๆ นะคะ" "เธอไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าฉันกับยัยนั่นมีความสัมพันธ์กันยังไง จะเป็นแฟนหรือไม่ มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอนี่ แต่ความสัมพันธ์แบบนี้ มันก็ยังดีกว่าความรักครั้งแรกห่วย ๆ ตอนที่คบกับเธอเมื่อตอนนั้นอีกนะ ไม่สิ ฉันพูดผิดสินะ จะบอกว่าเป็นรักแรกก็คงไม่ได้ มันเป็นแค่ความรักในวัยเด็กที่ห่วยแตก ฉันไม่นับว่ามันเป็นรักแรกหรอกนะ" "ขะ...ขอโทษ" น้ำใจก็รีบก้มหน้าลงทันที เพราะเธอรับรู้ได้ว่าน้ำตาของเธอกำลังจะไหลออกมาอีกแล้ว "ขอโทษที่ตอนนั้นหายไปนะ ขอโทษที่ตอนนั้นเราไม่ได้คุยอะไรกันเลย เรื่องที่ฉันหายไปเมื่อตอนนั้น ถ้ามันจะทำให้คุณรู้สึกโกรธแค้น ถ้านั่นมันเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเย็นชากับฉัน ฉันก็จะขอยินยอมและรับมันเอาไว้ค่ะ แต่ให้ฉันได้อธิบายได้ไหมคะคุณทรอยด์" "หยุด! เธอคิดว่าเรื่องของเธอมันสำคัญถึงขนาดที่จะทำให้ฉันเสียเวลาฟังเลยหรือไง คิดว่าตัวเองเป็นใคร คิดจะมาแก้ตัวทำไมตอนนี้ นี่มันผ่านมาสิบเอ็ดปีแล้วนะ จะมาอธิบายหาพระแสงอะไรอีก" "นั่นสิคะ ฉันจะเอาเรื่องเก่ามาพูดทำไม ขอโทษค่ะ" "เมื่อตอนนั้น ฉันทะนุถนอมความรักความสัมพันธ์ของเรามากแค่ไหน แต่เธอก็มาหายไปเฉย ๆ โดยไม่มีแม้แต่คำร่ำลาสักคำ ทำไม? เพราะฉันมันอ้วน ฉันมันทุเรศงั้นสินะ เธอก็เลยหนีไปหาผัวใหม่ที่หล่อกว่า ดูดีกว่า เอาเถอะ...ถึงตอนนี้พอเห็นฉันดูดีขึ้นหน่อยก็อยากจะกลับมารื้อฟื้นความสัมพันธ์เลยว่างั้น แต่บอกไว้ก่อนนะว่าอย่าใฝ่สูงให้มาก เพราะคนอย่างฉันไม่มีวันลดตัวลงไปคบกับผู้หญิงแบบเธอหรอก" "ไม่ใช่นะคะ ไม่ใช่เรื่องนั้นเลย มันไม่ใช่อย่างที่คุณเข้าใจ ตอนนี้ฉันทราบแล้วล่ะค่ะว่าเหตุผลที่คุณโกรธเคืองฉันคือเรื่องอะไร ในเมื่ออดีตมันไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ ฉันก็คงทำได้เพียงแค่ขอโทษเท่านั้น ขอโทษนะคะคุณทรอยด์" "เธอจะพูดอะไรก็พูดมาเถอะ แต่ฉันไม่ขอรับคำขอโทษอะไรจากเธอทั้งนั้น แล้วก็รีบออกไปจากที่นี่ได้แล้ว หมดหน้าที่ของเธอแล้วไม่ใช่รึไง ส่วนอีกสองวันก็มาเวลานี้แหละ ไม่ต้องให้ฉันโทรไปย้ำหรอกนะ ส่วนนี่กุญแจ ถ้าเกิดว่าเธอมา ก็เข้ามาทำความสะอาดได้เลย ฉันเบื่อที่จะต้องมาเปิดประตูให้เธอตลอดเวลาเหมือนกัน" น้ำใจก็รับกุญแจห้องของทรอยด์ไป ถึงจะแปลกใจที่เขากล้าให้กุญแจห้องกับเธอ แต่น้ำใจก็ไม่อยากจะซักถามอะไรไปมากกว่านี้ ก่อนที่จะโดนคนตรงหน้าดุมากกว่าเดิม แล้วรีบเอ่ยขอตัวกลับ "แล้วเรื่องของฉันกับเพียงฟ้าก็อย่าเอาไปป่าวประกาศบอกใครล่ะ ถ้าข่าวรู้ถึงหูนักข่าวว่าฉันอาศัยอยู่ที่นี่และมีผู้หญิงมานอนด้วย ก็คงจะไม่มีใครนอกจากเธอแล้ว เพราะถ้าเรื่องนี้มีข่าวขึ้นมาเมื่อไหร่ เธอนั่นแหละจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ!" "เข้าใจแล้วค่ะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ" น้ำใจเดินเข็นรถเข็นออกไปจากอะพาร์ตเมนต์ ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถก็มีแต่เรื่องของทรอยด์เต็มไปหมด ทั้งเรื่องที่เขามีแฟน ทั้งเรื่องที่เขาเกลียดเธอมากแค่ไหน 'คุณคงไม่รู้แน่ ๆ ว่าฉันไม่เคยลืมคุณได้เลย ทรอยด์...ความรักของเราเมื่อสิบเอ็ดปีก่อนมันไม่เคยหายไปจากใจเลยนะ ต่อให้ตอนนี้คุณจะไม่ใช่ซุป'ตาร์ชื่อดัง ถึงคุณจะเป็นผู้ชายตัวอ้วนและชอบทานของหวานแบบนั้น ฉันก็ยังรู้สึกดีกับคุณเหมือนเดิม ฉันไม่เคยลืมคุณเลยนะทรอยด์ แต่ถ้าฉันจะพูดแบบนี้ออกไป คุณก็คงไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันบอกแน่นอนเลยสินะ' มือเล็กของน้ำใจก็ประสานกันบนตัก พลางหันมองไปข้างทางด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เพื่อซ่อนน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ให้คนที่อยู่ข้างกายเห็น พนักงานขับรถในบริษัทที่เป็นคนไปรับไปส่งและช่วยขนอุปกรณ์ทำความสะอาดก็สนิทสนมกับมารดาพอสมควร น้ำใจจึงไม่อยากให้เขาเห็น เพราะถ้าเธอร้องไห้ เรื่องจะต้องถึงหูของมารดาอย่างแน่นอน 'ผู้ชายที่เป็นรักแรกและรักเดียวของฉันคงจะไม่มีวันได้เอื้อมถึงอีกแล้วสินะน้ำใจ เพราะเขาในตอนนี้มันอยู่สูงจนเกินจะเอื้อมมือไหวแล้ว นอกจากรูปร่างหน้าตาจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้ว จิตใจและหัวใจของเขาก็เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน ตอนนี้เราก็คงเหมือนเป็นคนแปลกหน้า เพราะตอนนี้เราก็ไม่รู้จักตัวตนของเขาในตอนนี้เลยด้วยซ้ำ เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันก็ชัดเจนแล้วว่าระหว่างเธอกับเขาก็คงเป็นเหมือนคนแปลกหน้ากันตลอดไปแล้วจริง ๆ'
like
bc
วิวาห์ร้ายนายซุป’ตาร์
อัปเดตเมื่อ Dec 29, 2025, 21:18
แต่งงานแบบคลุมถุงชนโดยที่ผู้ใหญ่จัดหาให้ จะให้ฉันรักเธอลงได้ยังไง ....... "อ๊ะ! จะ...เจ็บ!" อัยย์วาก็รู้สึกตกใจสุดขีด แต่ในความตกใจก็มีน้อยกว่าความเจ็บปวดที่ได้รับ เพราะแขนเรียวของเธอก็ถูกมือแกร่งบีบแน่นจนแทบน้ำตาเล็ด "เธอจะมาโอดโอยอะไรไม่ทราบ วันนี้ทั้งวันเธอมัวแต่ทำอะไรอยู่ แค่แก้วใบเดียวเธอก็ยังไม่ล้างเลย คิดจะมาอยู่ที่นี่เฉย ๆ หรือยังไง" "ฉะ...ฉันขอโทษค่ะคุณเดร็ก แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างคะ ถ้าจะให้ฉันทำอะไรก็บอกมาได้เลยค่ะ" มือแกร่งก็คลายออกจากต้นแขนของอัยย์วา โดยที่ได้ฝากรอยมือไว้บนแขนอย่างเด่นชัด เพราะอัยย์วามีผิวที่ขาวใสกว่าคนทั่วไป ซึ่งเป็นแบบฉบับของสาวภาคเหนือส่วนใหญ่ที่มักจะมีผิวขาวใสเป็นส่วนมาก เวลาที่โดนอะไรนิดหน่อยก็มักจะทำให้เกิดรอยได้ง่าย ที่ต้นแขนของอัยย์วาก็ปรากฏรอยมือของเดร็กอย่างชัดเจน "เรื่องแค่นี้จะต้องให้ฉันบอกทุกเรื่องเลยหรือไง คิดเองทำเองไม่ได้เลยว่างั้น? อ้อ...จริงสินะ เธอมันเป็นลูกคุณหนูนี่นา คงจะเกิดมาบนกองเงินกองทอง มีแต่คนคอยปรนนิบัติอยู่ตลอดเวลาสินะ ถึงได้ทำอะไรไม่เป็นแบบนี้ แต่ขอโทษด้วย ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ อย่ามาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของ ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นแค่ผู้อาศัย อย่าคิดว่าฉันจะมาคอยนั่งเอาใจคนที่ทำอะไรไม่เป็นแบบเธอนะ" "เดี๋ยวฉันจะไปจัดการที่ครัวตอนนี้เลยค่ะ" "มันไม่ใช่แค่ครัวอย่างเดียวหรอกนะ อยู่เฉย ๆ ทั้งวันทำไมไม่ทำความสะอาดบ้านด้วย ฉันไม่ชอบความสกปรกเข้าใจหรือเปล่า ถ้าคิดจะมาอยู่เฉย ๆ อย่างสุขสบายที่นี่ล่ะก็ ฝันไปเถอะ! ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ เพราะฉะนั้นก็หัดทำตัวให้มี ประโยชน์ซะบ้างนะ" อัยย์วารู้สึกจุกอยู่ในใจจนพูดอะไรไม่ออก ก่อนจะพยักหน้ารับคำแล้วเดินเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว เพล๊ง! เสียงวัตถุบางอย่างแตกกระทบกับพื้นเสียงดังจนได้ยินไปถึงในห้องรับแขก สีหน้าของอัยย์วาก็ซีดเผือดทันที หลังจากที่พลาดทำของตกแตกเสียหาย ร่างสูงของเดร็กก็โผล่เข้าไปในครัวห้องด้วยสีหน้าไม่พอใจ ส่วนอัยย์วาก็ยืนตัวสั่นเพราะทำอะไรไม่ถูก "กะ...แก้วมันลื่นหลุดมือฉันน่ะค่ะคุณเดร็ก" "แค่ให้ล้างแก้วใบเดียว เธอก็ยังทำมันตกแตกอีก นี่ฉันถามจริง ๆ เถอะ เธอเคยทำอะไรเป็นบ้างหรือเปล่า" อัยย์วาก็รีบส่ายหน้ายอมรับเพราะเธอไม่เคยทำอะไรจริง ๆ แม้แต่ล้างจานสักใบเธอก็ยังไม่เคยแตะเลยด้วยซ้ำ "ฉันไม่เคยทำเลยค่ะ แต่ฉันเคยเห็นแม่บ้านทำอยู่ ก็พอจะรู้บ้างว่าต้องล้างยังไง แต่มันดันลื่นหลุดมือไปน่ะค่ะ" "ฉันก็อุตส่าห์จะไม่อะไรกับเธอแล้วนะ แต่ทำอะไรไม่เป็นเลยนี่มันจะเกินไปไหม ครอบครัวฉันก็ไม่ใช่ระดับไก่กาหรอกนะ แต่ฉันก็ยังทำทุกอย่างเองได้เลย แค่ล้างแก้วใบเดียวก็ยังทำแตก นี่ฉันควรจะต้องรู้สึกยังไงกับเธอดี" "ฉันขอโทษค่ะ แล้วฉันจะชดใช้ให้นะคะ" "มันไม่ได้เกี่ยวหรอกว่าเธอควรจะชดใช้หรือเปล่า ถึงฉันจะไม่ได้คาดหวังให้เธอมาทำอะไรให้ก็ตาม แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะเป็นถึงขนาดนี้ แค่การล้างแก้วล้างจานมันก็เป็นเรื่องพื้น ๆ ไหม ขนาดเด็กอนุบาลยังทำได้เลย แต่แค่นี้เธอยังทำไม่ได้ แล้วเรื่องทำความสะอาดบ้าน เรื่องซักผ้าล่ะ คงยิ่งแล้วใหญ่เลยสินะ" "ขอโทษค่ะ ต่อไปฉันจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ส่วนเรื่องทำงานบ้านกับซักผ้า ฉันยอมรับว่าไม่เคยทำจริง ๆ แต่ฉันก็จะพยายามเรียนรู้และทำให้ได้ค่ะ" "ถามจริง ๆ นะ อยากได้เงินถึงขนาดต้องยอมหมั้นเพื่อจับผู้ชายเลยงั้นหรือ? เพราะไม่เคยลำบากก็เลยอยากหาทางลัดเพื่อให้ได้เงินงั้นสินะ ลูกคุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างแบบเธอ ยังจะกล้าแต่งงานออกเรือนกับผู้ชายอีก สามีภรรยามันก็ต้องส่งเสริมกันและกันสิ แต่นี่อะไร...ขนาดฉันก็ยังทำงานบ้านเป็นเลย เธอเป็นผู้หญิงแท้ ๆ ไม่อายบ้างเลยหรือไงเนี่ย" อัยย์วาพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดกำลัง เพราะทุกประโยคที่คนตรงหน้าพูดมันคือเรื่องจริงทุกอย่าง อัยย์วาไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาเพราะกลัวน้ำตาจะไหล จึงได้แต่ยืนฟังนิ่ง ๆ โดยเก็บซ่อนความรู้สึกเสียงไว้ให้มากที่สุด "มาอาศัยอยู่ที่บ้านของคนอื่นแล้วยังสร้างความเดือดร้อนให้อีก ต่อไปก็อย่าให้ฉันเจอแบบนี้อีกแล้วกัน อ้อ...อย่าลืมเก็บกวาดให้สะอาดด้วย" "ค่ะ" ... ทั้งสองคนก็นั่งรับประทานอาหารบนโต๊ะไปเงียบ ๆ โดยที่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยสักคำ ส่วนอัยย์วาก็รู้สึกทรมานทุกครั้งเวลาอยู่บนโต๊ะอาหาร เพราะเธอไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเผ็ดจัดได้ จึงได้แต่ยกแก้วน้ำดื่มตามอยู่ตลอดจนเดร็กรู้สึกรำคาญใจ "จะกินข้าวหรือกินน้ำก็เลือกเอาสักอย่างสิ ทำอะไรหลายสิ่งวุ่นวายน่ารำคาญจริง ๆ เลย" "กับข้าวมันเผ็ดมากเลยค่ะ ขนาดทานน้อยก็ยังเผ็ดมาก ถ้าฉันอยากจะขอปรับให้มันเผ็ดน้อยลงกว่านี้จะได้ไหมคะ" "ทำไมฉันจะต้องปรับในสิ่งที่ตัวเองชอบด้วย แล้วอีกอย่างนะ นั่นมันไม่ใช่ปัญหาของฉัน ถ้าเธอจะอยู่ที่นี่ก็อย่าเรื่องมาก ที่นี่ไม่มีคนที่จะคอยนั่งทำอะไรตามใจเธอหรอกนะ ทำเป็นกินเผ็ดไม่ได้ แล้วตอนเช้าไม่เรียกว่ากินหรือไง ดัดจริตน่ารำคาญจริง ๆ ฉันเคยบอกแล้วนี่ ถ้าไม่ไหวก็กลับเชียงใหม่ไปซะ อย่ามาทำตัวเป็นภาระให้กับฉัน" อัยย์วาแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อได้ยินคำว่า ตัวภาระ ทุกประโยคที่เขาเอ่ยออกมาเธอก็พอจะรับฟังได้ แต่ประโยคสุดท้ายก็ทำให้น้ำตาไหลออกมาทันที "ฉันพูดแค่นี้ก็ร้องไห้ซะงั้น แล้วฉันพูดอะไรผิด จะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องครอบครัวฉันสินะ จะไปฟ้องว่าฉันรังแกเธองั้นหรือเปล่า" "ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะร้องไห้นะคะ แต่น้ำตามันไหลออกมาเอง" "จะกินหรือจะร้องไห้ก็เลือกเอาสักอย่าง เห็นหน้าเธอทีไรก็ไม่เจริญอาหารสักที กลับจากถ่ายละครมาก็โคตรจะเหนื่อย กลับมาแล้วก็ยังมาเจออะไรที่บั่นทอนจิตใจอีก รู้ตัวบ้างก็ดีนะว่าเธอมันตัวปัญหาและสร้างภาระให้ฉันมากแค่ไหน" ร่างสูงก็วางช้อนส้อมกระทบกับจานเสียงดัง ก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องด้วยความหงุดหงิดใจ ส่วนอัยย์วาก็น้ำตาไหลไม่หยุด เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะทำให้เจ้าของบ้านไม่พอใจมากขนาดนี้ ใบหน้าใสของอัยย์วาแดงก่ำ ดวงตากลมโตแดงช้ำด้วยความเสียใจ ก่อนจะกุมท้องแล้วร้องไห้ เพราะรู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วนเพราะรับประทานอาหารที่มีรสจัดเกินไป
like
bc
แค้นรักร้ายนายซุป’ตาร์
อัปเดตเมื่อ Dec 29, 2025, 20:50
ความเจ็บปวดจากปมด้อยในอดีต ทำให้ความแค้นในใจต้องถูกชำระและเอาคืนให้สาสม ........ "ฉะ...ฉันขอโทษ" เสียงหวานเอ่ยออกมาเสียงสั่น พลางถอยร่างกายของตัวเองให้ออกห่าง แต่ก็ช้ากว่าคนตัวใหญ่ที่ไปคว้าข้อมือเล็กของทอฝันไว้ทัน "ฉันไม่รับ เพราะแค่คำขอโทษมันคงไม่สาสมกับสิ่งที่ฉันเคยได้รับ หุบปากแล้วเตรียมรับผลการกระทำของตัวเองไว้ดีกว่า เพราะสิ่งที่ฉันต้องการคือน้ำตาและความเจ็บปวดของเธอเท่านั้น!" "ฉันไม่ได้หวังว่าจะให้คุณยกโทษให้ แต่ฉันแค่อยากจะขอโทษแทนทุกคนที่เคยทำให้คุณต้องเจ็บปวดแบบนี้ ฉันรู้ดีว่าแค่คำขอโทษมันคงยังไม่มากพอที่จะชดใช้ในสิ่งที่คุณเคยเจอได้ แต่ฉันแค่อยากจะขอโทษและรู้สึกเสียใจกับการกระทำเมื่อตอนนั้นจริง ๆ" "หุบปาก! ตอนนี้ไม่มีโอกาสให้กับคนอย่างเธออีกต่อไปแล้ว ฉันเสียเวลามามากพอแล้ว กว่าจะทำให้เธอตกหลุมรักฉันได้ ฉันต้องฝืนใจจนแทบอ้วกเลยล่ะ อ้อ…แล้วก็อย่าคิดหนีด้วย ถ้าเธอต่อต้านฉันเมื่อไหร่ ฉันจะล่ามโซ่เธอไว้ทันที เอาล่ะ…ตอนนี้เธอไม่ต้องทำอะไรมาก แค่อ้าขาแล้วให้ฉันระบายอารมณ์ก็พอ" "แสดงว่าที่คุณจะทำกับฉันตอนนี้ก็เพื่อแก้แค้นใช่ไหมคะ" "ก็อย่างที่เธอเข้าใจนั่นแหละ แต่มันเกินกว่าที่ฉันคาดไว้นิดหน่อย เพราะเธอดันยังซิงนี่สิ แล้วมันก็เหมาะกับการแก้แค้นมาก เพราะฉันจะได้ย่ำยีทั้งร่างกายและจิตใจของเธอไปพร้อมกันเลยไงล่ะ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย หึ!" "ถ้าคุณเกลียดก็ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันจะไม่มารบกวนคุณอีก แล้วจะรีบย้ายออกภายในคืนนี้เลย" ทอฝันเอ่ยออกมาเสียงแผ่ว เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เธอกำลังมีความสุขมาก ๆ มีความสุขจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ แต่ตอนนี้เธอกลับกำลังรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก ตอนนี้ผลกรรมในอดีตก็ได้ตามสนองตัวเองแล้ว "คิดจะไปงั้นหรือ? พูดง่ายไปหน่อยมั้ง เพราะเธอต้องอยู่ที่นี่แล้วให้ฉันทรมานจนกว่าจะสาแก่ใจ เธอคงคิดว่าตัวเองมีทางเลือกมากงั้นสินะ เธอลองมองดูกล้องรอบ ๆ ตัวเธอสิ เรามาสนุกกันให้สุดเหวี่ยงไปเลยดีกว่า มานี่!" มือแกร่งกระชากเสื้อของทอฝันจนฉีกออกกว้าง ก่อนจะใช้สองมือเพื่อจัดการเสื้อของคนตัวเล็กออกไปให้พ้นทางได้สำเร็จ "อย่านะคะ อ๊ะ! ฉันเจ็บ ปล่อยฉันเถอะนะคะ คุณจะให้ฉันชดใช้ยังไงก็บอกมาได้เลยค่ะ แต่อย่าทำรุนแรงเลยนะคะ ฉันกลัว" "จู่ ๆ ก็เกิดกลัวอะไรขึ้นมาล่ะ ทั้ง ๆ ที่เธอก็เคยทำให้ฉันรู้สึกแบบนั้น ความเก่งหายไปไหนหมดแล้ว หรือว่าที่ผ่านมาแค่ตัวสูงกว่าก็เลยได้ใจหรือไง แล้วตอนนี้เป็นไงล่ะ ตัวแค่นี้ฉันอุ้มด้วยแขนเดียวยังไม่สะเทือนเลยด้วยซ้ำ ตัวสั่นงั้นหรือ? สั่นทำไม? ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนเธอก็เก่งนักนี่ หรือว่าเก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่าล่ะ" ทอฝันถูกร่างแกร่งกดคร่อมอยู่บนตัว ส่วนมือใหญ่ก็จับคางเล็กเพื่อบังคับให้คนตรงหน้าเผชิญหน้ากับตัวเอง "ฉันรู้ว่าเรื่องในอดีตมันไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้ แต่เรื่องในตอนนั้นฉันก็มีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้นเหมือนกันนะคะ" "เลิกพล่ามแล้วมาต่อกันเถอะ เอาล่ะ…ลุกขึ้น!" แขนเล็กถูกคนตัวใหญ่รั้งให้นั่งอยู่บนเตียง ก่อนที่ลูคจะอ้อมไปอยู่ทางด้านหลังแล้วเอาแขนโอบรอบเอวเล็กของเธอ ส่วนมือใหญ่อีกข้างก็จับข้อมือเล็กไว้ แล้วหันตัวไปทางกล้องที่อยู่ตรงปลายเตียง สีหน้าของทอฝันแตกตื่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะเธอเริ่มรู้ตัวแล้วว่าตอนนี้ตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ไหน ทั้งสภาพของตัวเองที่เสื้อผ้าขาดวิ่นจนเห็นชุดชั้นในและเนินอกอวบสวยเต็มตา "กำลังจะได้เป็นนางเอกหนังผู้ใหญ่ก็ช่วยยิ้มให้มันกว้าง ๆ หน่อยสิ" "อย่านะคะ ไม่ค่ะ…อย่าทำฉันเลยนะคะ แล้วคุณจะอัดวิดีโอทำไม" "อ้าว...ยิ้มสิ ไม่ได้ยินที่สั่งหรือไง ยิ้มเข้าสิ" มือหนาที่จับข้อมืออยู่ก็เปลี่ยนไปเชยคางเล็กที่กำลังก้มหน้าหลบจากกล้องให้เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง "มองไปที่กล้องให้เต็ม ๆ ตา ให้คนได้เห็นหน้าเธอชัด ๆ ไปเลย เอาล่ะ…ต่อไปก็ถอดชุดออกให้หมดแล้วจะได้เริ่มกันสักที" เสียงเข้มกระซิบไปที่ใบหูเล็ก ก่อนจะผละออกจากตัวของทอฝันแล้วไปจัดการถอดกางเกงของตัวเองจนไม่เหลืออะไรเลย ทอฝันรับรู้ได้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ร่างเล็กรีบลงจากเตียงโดยอัตโนมัติ แต่ก็ช้ากว่าคนตัวใหญ่ที่รวบจับตัวเธอไว้แล้วโยนลงไปบนเตียงด้วยแรงที่มากกว่า "ฉันบอกให้เธอถอดเสื้อผ้าแล้วยังจะหนีไปไหน ไหนตอนแรกบอกว่าจะยอมให้ฉันเป็นคนแรกไง ตอนนี้ทำไมถึงได้เปลี่ยนใจซะล่ะ" "ฉะ...ฉัน…ก็คุณไม่ได้คิดอะไรกับฉันนี่คะ คนที่ไม่ได้รักกันคงทำแบบนี้ไม่ได้หรอกค่ะ จริงไหมคะ" "ใสซื่อเกินไปหรือเปล่า จะหาความรักอะไรกัน ฉันนอนกับผู้หญิงสวย ๆ มาตั้งหลายคนก็ไม่เห็นต้องมีความรักอะไรเลยนี่ แค่ต่างคนต่างมีความต้องการแล้วก็ตอบสนองอารมณ์ซึ่งกันและกันก็พอแล้วไม่ใช่หรือไง แต่ฉันก็เลือกคนที่จะมานอนด้วยเหมือนกันนะ ไม่ใช่กับใครก็ได้ แต่สำหรับเธอเป็นข้อยกเว้น คนแบบเธอ…ถ้าตามปกติที่ฉันไม่รู้จัก แม้แต่หางตาฉันก็ไม่มองเลยด้วยซ้ำ แต่ที่ฉันทำตอนนี้จะเรียกว่าฝืนใจก็ได้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเองแค่นั้น" "คุณลูค..." "อย่าคิดว่าที่ฉันมาจีบเธอเพราะว่าชอบล่ะ คิดว่าคนแบบฉันที่เป็นคนมีชื่อเสียงจะมาชอบผู้หญิงหน้าตาจืด ๆ แบบเธอหรือไง เก้าเดือนมานี้ฉันก็เลี่ยนจะแย่ที่ต้องพ่นคำหวาน ๆ ให้เธอไม่เว้นแต่ละวัน แค่คิดก็อยากจะอ้วก เลิกต่อต้านขัดขืนแล้วมาเป็นที่ระบายอารมณ์ให้ฉันซะดี ๆ มานี่!" มือหนากดร่างนุ่มของทอฝันลงบนเตียงทันที ก่อนจะจัดการกับเสื้อผ้าของเธอจนเปลือยกายล่อนจ้อน ทอฝันก็ได้แต่เอามือไปปิดโน่นปิดนี่พัลวันด้วยความอาย หัวใจดวงน้อยก็เต้นระรัวจนตัวสั่น น้ำตาแห่งความกลัวก็ค่อย ๆ คลอเต็มเบ้าตาแล้วไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว
like
bc
หนี้ร้ายนายซุป’ตาร์
อัปเดตเมื่อ Dec 29, 2025, 20:11
เขาดีกับคนทั้งโลก ยกเว้น "เธอ" ... เพี๊ยะ! มือเล็กออกแรงและสาดฝ่ามือใส่ใบหน้าใสของเยลลี่เต็มแรง จนเยลลี่หน้าหันไปตามแรงตบของเจ้าของรถคันนั้น เยลลี่รู้สึกถึงความเจ็บและชาจากฝ่ามือของผู้หญิงเจ้าของรถหรู พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่อบอวลอยู่เต็มปาก เยลลี่รีบยกมือไหว้และก้มศีรษะขอโทษทันทีเพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องชุลมุนนี้ทั้งหมด "ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ ฉันแค่จะหลบลูกแมวที่วิ่งออกมาบนถนน ก็เลยเบรกกะทันหันและเสียหลักไป ขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะ" เยลลี่มองดูรถหรูที่ด้านหน้าของรถยุบลงไปมาก ก่อนจะมีบุรุษพยาบาลนำคนขับออกจากรถแล้วพาคนเจ็บขึ้นรถฉุกเฉินไปเพราะได้รับบาดเจ็บหนัก ใบหน้าใสสลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด "เดี๋ยวเธอต้องเคลียร์กับฉันที่นี่ห้ามหนีไปไหนล่ะ เธอคงรู้นะว่ามูลค่าความเสียหายมันมากมายแค่ไหน เรื่องรถมันไม่ได้สำคัญเลย แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเธอเป็นต้นเหตุทำให้พวกเราต้องเสียงานที่สำคัญไป เธอจะรับผิดชอบยังไงกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เดี๋ยวได้รู้กัน!" ผู้หญิงใบหน้าสวยเดินกลับไปที่รถอีกครั้ง แล้วเดินไปหาผู้ชายที่นั่งมาด้วยอีกคนที่กู้ภัยพาออกมาจากรถ ร่างสูงใหญ่เจ้าของใบหน้าคมหล่อเหลา กำลังก้มหน้าคุยกับผู้หญิงร่างเล็กคนนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ใบหน้าของชายคนนั้น เยลลี่รู้สึกคุ้นมาก ๆ แต่นึกไม่ออกว่าเธอเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน แต่พอนึกได้อีกครั้ง เธอคงไม่มีทางที่จะรู้จักกับผู้ชายแบบนั้นแน่ ๆ เพราะดูจากลักษณะภายนอกและการแต่งตัวแล้ว เธอกับเขาไม่น่าจะเคยรู้จักกันได้เลย แถมผู้ชายคนนั้นยังมีเสน่ห์ดึงดูดบางอย่างที่ดึงดูดสายตาเธอ รอบตัวของเขาเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้ "เดี๋ยวกำลังจะให้คนแถวนี้เรียกวินมอเตอร์ไซต์ให้ คิดว่าน่าจะไปถึงที่งานทันนะเกรย์ ตะกี้ฉันให้คนปิดข่าวเรื่องอุบัติเหตุแล้วล่ะ ตอนนี้ถ้าให้คนเอารถยนต์มารับก็คงไปถึงที่งานไม่ทันแน่ เห็นว่าถนนเส้นหลักที่จะไปที่นั่นรถก็ติดมาก แล้วตอนนี้สภาพร่างกายนายไหวหรือเปล่า" "ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่เป็นอะไรมาก แต่พอเดินลงจากรถเท่านั้นแหละ เพิ่งรู้สึกได้ว่าข้อเท้าน่าจะไม่ไหว คิดว่ายังไงก็คงไปเล่นคอนเสิร์ตไม่ได้แล้วล่ะ เพราะแค่ยืนอยู่เฉย ๆ ตอนนี้ก็เต็มกลืนแล้ว" "แย่ล่ะสิ แล้วนี่จะเอายังไงต่อดีล่ะ ถ้าไม่มีนักร้อง แล้วคอนเสิร์ตมันจะเริ่มได้ยังไง นายต้องเดินต้องวิ่งไปทั่วเวทีใหญ่เลยนะ เพราะยัยหน้าจืดคนนั้นเลยที่ทำให้เราวุ่นวายกันหมด อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาแล้วเนี่ย ไม่ทันแล้วสินะ" "ตอนนี้เอาเป็นว่าเรียกประกันให้มาจัดการรถก่อน แล้วโทรบอกเจ้าพวกนั้นถึงสถานการณ์ในตอนนี้ด้วย ส่วนเราก็ไปที่งานกันก่อนเถอะ อ้อ...แล้วอย่าลืมลากตัวยัยนั่นมากับเราด้วยล่ะ ยัยผู้หญิงตัวซวยคนนั้นที่ทำให้งานคอนเสิร์ตของฉันต้องพังไม่เป็นท่าแบบนี้น่ะ" ... "จะทำยังไงดีนะ เงินก้อนนี้ต้องเก็บไว้เป็นค่าเทอมของแยมเทอมหน้าด้วยสิ แล้วเราก็ไม่มีรายได้ด้วย เงินเก็บที่มีก็แทบจะไม่เหลือ ยังไงก็ต้องลองขอดูแล้วล่ะนะเยลลี่ ไม่มีอะไรจะต้องเสียแล้วนี่นา ตอนนี้ต้องเป็นห่วงยายก่อน ถึงจะต้องโดนดุก็ต้องยอมล่ะนะ" ก่อนที่จะออกไปทำงานตามตารางเหมือนทุกวัน เยลลี่ก็ยืนมองคนตัวสูงที่กำลังสวมรองเท้าอยู่ทางด้านหลังของเขา พอร่างแกร่งสวมรองเท้าเสร็จ เยลลี่ก็รีบกลั้นใจเรียกคนตรงหน้าทันที "คุณเกรย์คะ!" เยลลี่เรียกชื่อของเกรย์เสียงดังอย่างลืมตัว ก่อนจะคว้าแขนแกร่งไปตามสัญชาตญาณเพื่อให้เขาหยุด พอเห็นสีหน้าไม่พอใจของคนใบหน้าหล่อเหลาแล้ว เยลลี่ก็รีบปล่อยมือออกอย่างรวดเร็ว "มีอะไร! เรียกเสียงดังอยู่ได้!" "เอ่อ...คือว่าฉันอยากจะขอรบกวนเวลาคุณเกรย์นิดหน่อยได้ไหมคะ พอดีมีเรื่องที่อยากจะคุยด้วยน่ะค่ะ" "เวลานี้เนี่ยนะ!" "ค่ะ…แค่นิดเดียวจริง ๆ นะคะ ขอร้องล่ะค่ะ" "มีอะไรก็ว่ามา เธอรู้หรือเปล่าว่าเวลาของฉันทุกนาทีมีค่าแค่ไหน ไม่ได้มีไว้ให้เธอมาถามนี่ถามนั่นได้ตลอดหรอกนะ" "คือว่า...เอ่อ...คือถ้าฉันอยากจะขอเบิกเงินเดือนแรกทั้งหมดหนึ่งแสนบาทก่อนได้ไหมคะ ฉันมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินก่อนนั้นจริง ๆ ค่ะ นะคะคุณเกรย์ แค่เดือนเดียวเท่านั้นจริง ๆ นะคะ แล้วฉันจะไม่ขออะไรจากคุณอีกเลย" "อะไรนะ! ขอเบิกเงิน? ขนาดนี้แล้วเธอยังจะหน้าด้านขอเงินอีกงั้นหรือ? เธอลืมขอตกลงไปแล้วหรือไง ฉันให้เธอทำงานฟรีไม่โดยไม่จ่ายค่าแรง ฉันจำได้ว่าเคยบอกเธอไปชัดเจนแล้วนะ แล้วนี่มันอะไรกัน! ทำไมเธอถึงได้หน้าด้านมาขอขนาดนี้" "ฉันมีความจำเป็นจริง ๆ ค่ะ ฉันสัญญาว่าฉันจะรบกวนแค่เดือนนี้เดือนเดียวก็พอ นะคะคุณเกรย์ ฉันขอร้องนะคะ ฉันจำเป็นต้องมีเงินก้อนนั้นจริง ๆ จะให้ฉันกราบคุณก็ได้นะคะ" "เธอจะเป็นยังไงจะเดือดร้อนอะไรมันก็เรื่องของเธอสิ ทำไมฉันจะต้องมารับรู้ด้วย ทำงานยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ยังจะกล้ามาขอเงินเดือนจากฉันหน้าด้าน ๆ อีก แล้วเธอมีสิทธิ์ต่อรองอะไรด้วยหรือไง รู้สถานะของตัวเองในตอนนี้ดีหรือเปล่าว่าเธออยู่ที่นี่ในฐานะอะไรน่ะ!" "ฉันทราบดีค่ะว่าไม่ควรที่จะมาต่อรองอะไรกับคุณเลยด้วยซ้ำ ฉันสัญญาจริง ๆ ค่ะว่าฉันจะไม่ขออะไรคุณอีกแล้ว ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวจริง ๆ นะคะ" "ถ้าเธอยังจะมาพูดเรื่องไร้สาระให้ฉันได้ยินอีกล่ะก็ เธอก็ไปนอนที่คุกได้เลย จะบอกให้ก็ได้นะว่า…ฉันไม่ให้! เงินแค่แสนเดียวสำหรับฉันมันเล็กน้อยมาก แค่แสนเดียวยังไม่พอซื้อรองเท้าข้างเดียวเลยด้วยซ้ำ ความจริงฉันจะให้เธอไปเลยก็ได้ แต่ที่ฉันไม่ให้เพราะฉันเกลียดเธอไง สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับฉันอย่าคิดว่าฉันจะลืมไปง่าย ๆ ล่ะ ฉันก็กำลังคิดบัญชีกับเธออยู่นี่แหละ เอาให้เธอทุรนทุราย ทรมานไปแบบนี้แหละคือความสุขของฉันล่ะ แค่นี้เธอเข้าใจแล้วหรือยัง ว่าฉันไม่ให้!" เยลลี่น้ำตาคลอกับคำพูดที่เปล่งออกมาจากปากของคนตรงหน้า ก่อนจะกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไม่ให้น้ำตาไหล ก่อนจะมองมือหนาที่ผลักประตูออกไป แล้วเธอก็รีบสูดหายใจให้เข้าลึก ๆ ให้ใจเย็นลง ก่อนจะเดินตามเขาออกจากห้องไป ตอนนี้เธอก็ทำได้เพียงแค่นี้เท่านั้น
like
bc
วิวาห์(มาเฟีย)ไร้รัก
อัปเดตเมื่อ Aug 26, 2025, 19:48
“เขา” มีคนสำคัญที่รายล้อมมากมาย ส่วน “เธอ” ไม่เหลือคนสำคัญข้างกาย มีเพียงแค่เขาที่เป็นโลกทั้งใบของเธอ “ได้โปรด…อย่าใจร้ายกับฉันมากเลยนะคะ” ________ การแต่งงานแบบคลุมถึงชน มันไม่ใช่ความสุข แต่มันคือความทุกข์ของคนที่ไม่เต็มใจ พิธีสวมแหวนแต่งงานก็ได้เริ่มขึ้น ยาหยีก็รับรู้ได้ถึงความตึงเครียดของคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะพี่น้องของบิดาเรย์ที่พากันจ้องมาที่เรย์ด้วยความไม่พอใจ หลังจากที่สวมแหวนและร่วมกันถ่ายรูปรวมกับครอบครัวเสร็จ ทุกคนก็ได้ร่วมรับประทานอาหารกันพร้อมหน้า ก่อนพิธีสวมแหวนแต่งงานจะจบลง นานมากแล้วที่เธอกับเขาไม่ได้คุยกันเลย หลังจากที่เรย์กับยาหยีนั่งรถกอล์ฟโดยมีคนขับพาทั้งสองคนบ่าวสาวไปยังคฤหาสน์ของตัวเอง ยาหยีจึงเอ่ยออกมาเพื่อให้บรรยากาศที่แสนตึงเครียดได้ผ่อนคลายลงบ้าง "เราสองคนไม่ได้คุยกันนานมากแล้วนะคะ นี่ก็ผ่านมาแปดปีแล้ว คุณเรย์ไปเรียนที่ต่างประเทศตั้งนาน คงจะต้องปรับตัวกับอากาศที่เมืองไทยใหม่สินะคะ เพราะ..." "หุบปาก! พูดพร่ำอะไรอยู่ได้" "ขอโทษค่ะคุณเรย์" "อย่ามาชวนคุยเพื่อตีสนิทฉัน เพราะไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ยังน่าขยะแขยงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนนั่นแหละ" ใบหน้าหวานก็สลดลงอย่างเห็นได้ชัด พลางนั่งกุมมือแล้วก้มหน้าลงมองที่มือของตัวเองแทน หัวใจดวงน้อยเต้นแรงด้วยความรู้สึกเสียใจ ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเขาคงไม่พอใจกับการแต่งงานแบบนี้ แต่พอโดนพูดตอกกลับใส่ซึ่ง ๆ หน้าอย่างเย็นชาแบบนั้น เธอก็ทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว "ถ้าฉันไม่ถามหรือไม่ได้ขอความคิดเห็น เธอก็ไม่ต้องมาเสนอหน้าพูด อย่าคิดว่าคนอย่างฉันจะลดตัวลงมาแต่งงานกับเธอเพราะความพิศวาสล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะความต้องการของคุณปู่ ไม่มีทางที่ฉันจะลงมาคลุกคลีกับคนแบบเธอหรอกนะ แค่รู้ว่านับจากวันนี้จะต้องมานอนหายใจร่วมกับเธอก็ขยะแขยงจะแย่อยู่แล้ว" "ขอโทษจริง ๆ ค่ะ" "เดี๋ยวกลับไปถึงบ้าน ฉันยังมีเรื่องที่อยากจะคุยกับเธออยู่ เรื่องที่จะต้องบอกให้เธอรู้ก่อนที่จะมาก้าวก่ายในชีวิตฉันมากไปกว่านี้ ก่อนที่จะต้องอยู่ร่วมกัน มันต้องตกลงกันให้เรียบร้อย แล้วเธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธอะไรด้วย เพราะที่ฉันต้องลดตัวลงมาแต่งงานกับเธอมันก็มากพอแล้ว เธอก็ต้องเชื่อฟังในสิ่งที่ฉันสั่งด้วยล่ะ" "ค่ะคุณเรย์" นิสัยตอนเด็กเป็นแบบไหน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังปฏิบัติกับเธอเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ยาหยีได้แต่นั่งพะวงอยู่ในใจว่าเธอกับเขาจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้จริง ๆ หรือเปล่า ___________ ยาหยีเดินตามหลังแกร่งของเรย์โดยเว้นระยะห่างเล็กน้อย ตอนนี้ห้องของเธอกับเรย์ถูกทุบผนังออกแล้วรวมเป็นห้องเดียวกัน ซึ่งปกติแต่ละห้องก็จะกว้างขวางอยู่แล้ว แต่พอรวมสองห้องไว้เป็นห้องเดียว ก็ยิ่งทำให้พื้นที่ห้องนี้ดูกว้างขวางยิ่งกว่าเดิมมาก "จะไปไหน ใครอนุญาตให้เธอไปเข้าห้องน้ำได้ตามใจชอบกัน" "พอดีว่าฉันอยากจะอาบน้ำน่ะค่ะ" "ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าถึงห้องแล้วก็ต้องมาคุยข้อตกลงกันก่อน" "ค่ะคุณเรย์ แล้วข้อตกลงที่ว่าคืออะไรหรือคะ" "จะเรียกว่าเป็นข้อห้ามก็ได้ เอาง่าย ๆ ก็คือห้ามมายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน ห้ามแตะต้องข้าวของทุกชิ้นของฉัน ถ้าฉันไม่ถามก็ไม่ต้องพูดหรือออกความเห็น ไม่ต้องชวนคุย ไม่ต้องมาทำตัวตีสนิทด้วย ส่วนแหวนวงนี้ มันไม่จำเป็นสำหรับฉันเหมือนกัน เพราะมันไร้สาระมาก ๆ" ยาหยีไม่ได้ตกใจกับข้อตกลงที่คนตรงหน้าบอก เพราะกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เรย์ได้บอกมาทั้งหมดนี้ก็คือการห้ามมายุ่งเรื่องส่วนตัวของเขานั่นเอง แต่สิ่งที่เธอตกใจก็คือการที่เขาถอดแหวนแต่งงานแล้วเขวี้ยงทิ้งลงหน้าต่างมากกว่า "ฉันนึกข้อตกลงได้เท่านี้แหละ เอาง่าย ๆ ก็คืออย่ามาวุ่นวายกับชีวิตฉันแค่นั้นก็พอ ถ้าคิดอะไรออกอีกก็จะบอกแล้วกัน" "ค่ะคุณเรย์" ___________ แม้แต่ในวันที่เธอตั้งครรภ์ลูกของเขา ก็ยังถูกมองว่าเป็นผู้หญิงที่ไร้ค่า ไม่เคยอยู่ในสายตา ไม่เคยแม้แต่จะเหลียวแล เหมือนเป็นเพียงแค่อากาศที่ผ่านไปมาเท่านั้น "คุณหนูคะ นี่คุณหนูจะคลอดแล้วงั้นหรือคะ แย่แล้วสิแต่นี่มันจะคลอดก่อนกำหนดตั้งเกือบสัปดาห์เลยนะคะ แย่ล่ะสิ ต้องไปบอกคุณเรย์ก่อน คุณหนูอดทนไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวอยู่ตรงนี้กับสมรก่อน ป้าจะไปบอกคุณเรย์ให้พาคุณหนูไปหาหมอนะคะ" "อย่ารบกวนคุณเรย์เลยค่ะ ตอนนี้เขากำลังประชุมงานสำคัญมาก ๆ อยู่ ป้าหยดช่วยเรียกรถของที่บ้านให้หน่อยนะคะ รีบ ๆ เลยนะคะ ตอนนี้หนูจะไม่ไหวแล้ว" หยดฝนก็รีบเปิดประตูห้องนอนเข้าไปทันทีโดยที่ไม่ได้เคาะและขออนุญาตเจ้าของห้อง "นายน้อยคะ แย่แล้ว!" เรย์ที่กำลังประชุมงานกับผู้บริหารคนสำคัญอยู่ก็หันไปมองแม่บ้านคนเก่าแก่ด้วยสายตาตำหนิ ก่อนจะปิดเสียงแล้วหันไปตำหนิด้วยความไม่พอใจ "เสียมารยาทมากเกินไปแล้วนะป้า รู้หรือเปล่าว่าฉันกำลังทำอะไร อยู่ ฉันกำลังคุยงานกับผู้บริหารคนสำคัญ มาขัดจังหวะแบบนี้ได้ยังไง อยากจะโดนไล่ออกนักใช่ไหม ถึงจะเป็นคนเก่าแก่ก็ไม่เว้นหรอกนะ มันชักจะมากเกินไปแล้ว เป็นแค่แม่บ้านแท้ ๆ" "เรื่องประชุมช่างก่อนเถอะค่ะนายน้อย ตอนนี้คุณหนูยาหยีใกล้จะคลอดแล้ว ต้องรีบพาตัวไปส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเลยนะคะ ตอนนี้คุณหนูกำลังปวดท้องอย่างหนักเลย ดูเหมือนจะคลอดก่อนกำหนดด้วยนะคะ เร็วเข้าเถอะค่ะ" "วิ่งขึ้นมาหน้าตาตื่นกระหืดกระหอบแบบนี้ ฉันก็นึกว่าจะมีเรื่องสำคัญอะไร แค่จะคลอดทำไมต้องตกใจขนาดนั้น ถ้าจะคลอดก็พาไปโรงพยาบาลสิ มาบอกฉันแล้วมันจะได้อะไร ตอนนี้ฉันประชุมเรื่องสำคัญอยู่ อย่ามารบกวนเวลาทำงานของฉัน ออกไปได้แล้ว!" "แต่ว่าภรรยาของนายน้อยกำลังจะคลอดนะคะ เรื่องงานก็ช่างมันก่อนสิคะ ตอนนี้ชีวิตของคุณหนูกับลูกของนายน้อยสำคัญมากกว่าอะไรทั้งหมดนะคะ นายน้อยต้องรีบพาคุณหนูไปส่งโรงพยาบาลตอนนี้แล้วค่ะ" "นี่ป้าฟังไม่รู้เรื่องหรือไง ยัยนั่นจะคลอดก็คลอดไปสิ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน ถ้าจะคลอดก็เรียกรถไปส่งสิ แล้วจะมาบอกฉันทำไม ถ้ามาบอกฉันแล้วจะช่วยให้ทำคลอดได้หรือเปล่า ก็ไม่!"
like
bc
กักขังรักซานตานร้าย
อัปเดตเมื่อ Aug 26, 2025, 18:45
เพราะผู้หญิงคนหนึ่ง คือต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องเข้าไปอยู่ในสถานพินิจถึงสองปี จนทำให้ชีวิตวัยรุ่นของเขาต้องจบลงไป...เมื่อเวลาเลยผ่านไป เมื่อเขาได้รับอิสรภาพ เขาก็ใช้เวลาสร้างตัวเองอย่างยิ่งใหญ่ จนมีทั้งเงินและอำนาจ มันก็ถึงเวลาที่จะต้องเอาคืนอย่างสาสม เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับตัวเอง กับความผิดที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อขึ้น _________ "ฉันไม่รู้ว่าบอสจะเชื่อไหม แต่ไม่มีวันไหนเลยที่ฉันจะมีความสุข ที่ผ่านมาฉันถึงไม่เคยปฏิเสธเวลาที่บอสจะสั่งให้ทำอะไร ฉันก็ยอมทำทั้งนั้น ฉันขอโทษนะคะ ฉันรู้ว่าแค่คำขอโทษมันคงไม่เพียงพอ แต่ฉันก็อยากจะขอโทษจากใจจริง ๆ" "เธอไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะถึงเธอจะอธิบายอะไรออกมาฉันก็ไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรทั้งนั้นแหละ" "เพราะฉันรู้ดีค่ะว่าที่ผ่านมามันคงชดเชยอะไรให้กับบอสไม่ได้เลย แต่ว่าฉันก็จะพยายามชดเชยในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุด แม้ว่าฉันจะไม่ได้ทำงานอยู่ที่นี่แล้ว แต่ฉันก็จะไม่ลืมสิ่งที่ฉันเคยกระทำลงไปอย่างแน่นอน เพราะมันก็เหมือนตราบาปที่ติดตัวฉันไปตลอดชีวิตเหมือนกัน" "หึ ทำเป็นพูดดีไปเถอะ ตราบาปไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ คิดว่าฉันจะเชื่อน้ำหน้าอย่างเธอรึไง ฉันต้องอยู่ในสถานที่ไม่ต่างจากกรงขัง แทบไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน แล้วพี่ชายฉันล่ะ เกือบเจ็ดปีที่พี่ชายฉันต้องทนทุกข์อยู่ในนั้น แต่เธอกลับมีหน้ามาใช้ชีวิตเริงร่าอย่างมีความสุข ฉันเกลียดเธอจริง ๆ" ทุกคำพูดที่ได้ฟังก็ยิ่งบาดลึกลงไปในหัวใจ เหมยลี่ก็ได้แต่ยืนฟังเงียบ ๆ ด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวด ยิ่งมันออกมาจากคำพูดของคนที่เธอรักก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น เหมยลี่มองดูใบหน้าของคนที่ตัวเองรักสุดหัวใจเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เธอจะไม่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของเขาอีกไปตลอดกาล "จ้องหน้าฉันอะไรนักหนา ทำไม? ยังตัดใจจากฉันไม่ได้งั้นเหรอ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่มีทางให้ความรู้สึกรักหรืออะไรกับเธอได้หรอกนะ นอกจากคำว่าเกลียดเท่านั้น" "ปะ...เปล่าค่ะ" เหมยลี่ก็เก็บสิ่งที่อยากจะบอกเอาไว้ในใจเพียงเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่อยากจะบอกว่าเธอรักเขามากแค่ไหน อยากจะจดจำใบหน้าของเขาไว้ในความทรงจำเป็นครั้งสุดท้าย อยากจะบอกความรู้สึกของตัวเองออกไปเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก็ทำได้เพียงแค่เก็บเอาไว้เพราะกลัวว่าเขาจะเกลียดเธอมากไปกว่านี้ ________ "ชักช้าจริง!" แขนเรียวถูกกระชากอย่างแรง พลางเดินไปตามแรงฉุดของคนตัวใหญ่ที่กำลังพาเธอออกไปจากบ้านพักตากอากาศ ท้องฟ้าในยามดึกที่ไร้ซึ่งแสงดาว เพราะมีเมฆหมอกสีดำปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าจนมืดมิด เหมยลี่ก็เซถลาล้มลงไปที่พื้นทรายสีขาวสะอาดตา เพราะก้าวขาตามความเร็วของร่างสูงไม่ทัน จึงทำให้ล้มคะมำไปทั้งตัวจนร่างกายมีแต่เศษทรายเต็มไปหมด "แค่นี้ยังทำสำออยอีก จะลุกขึ้นมาได้หรือยัง เธอจะล้มอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม" "เอ่อ...นี่เราจะไปที่ไหนกันเหรอคะ แล้วทำไมถึงต้องเป็นเวลานี้ด้วย ตอนนี้มันก็ตีหนึ่งแล้วนะคะคุณมาคัส" "ฉันดูพยากรณ์อากาศล่วงหน้าไว้ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงฝนก็จะตก" "ทำไมต้องรอให้ฝนตกด้วยล่ะคะ แล้วมาอยู่ที่หาดไกล ๆ แถมยังห่างจากบ้านพักตากอากาศมากขนาดนี้ เดี๋ยวถ้าฝนตกลงมาก็จะกลับเข้าไปหลบฝนไม่ทันนะ" "เธอดูรอบ ๆ หาดทรายที่มืดมิดพวกนี้สิ ที่เธอบอกว่าเธออยากจะหนีน่ะ เธอบอกว่าอยากหนีไปจากที่นี่ใช่ไหม งั้นก็ออกไปเลยสิ ไปตอนนี้เลย ถ้าเธอออกไปได้ ฉันก็จะไม่ยุ่งวุ่นวายกับเธออีก" "เอ่อ...จริงเหรอคะ" "ฉันจะโกหกทำไมล่ะ แต่ถ้าเธอสามารถว่ายน้ำข้ามทะเลไปได้น่ะนะ อ้อ...ฉันจะบอกให้ บ้านพักตากอากาศของฉันเนี่ยมันอยู่กลางเกาะ ถ้าไม่มีเรือมารับก็กลับขึ้นฝั่งไม่ได้หรอกนะ ถ้าเธอจะไปมันก็มีแค่ทางเดียว คือเธอต้องไหว้น้ำข้ามทะเลไปเองไง" "แบบนี้ฉันก็ไปไม่ได้สิคะ" "ใช่ แต่ถ้าเธอกล้าไป ฉันก็ไม่ขัดหรอกนะ แล้วฉันก็จะไม่โกรธแค้นอะไรเธอแล้วด้วย" "แล้วฉันจะไปได้ยังไงล่ะคะ ทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตาขนาดนี้ ฉันรู้แล้วค่ะว่าไม่มีทางหนี งั้นฉันจะไม่หนีแล้วก็ได้ แต่ว่าเราจะกลับไปที่ฝั่งเมื่อไหร่เหรอคะ พอดีว่าฉันเป็นห่วงพี่สาว" "อยากกลับงั้นเหรอ งั้นก็นั่งตากฝนก่อนสิ เดี๋ยวสักพักฝนก็จะตกลงมาแล้ว ถ้าเธอยอมนั่งตากฝนอยู่ที่นี่จนถึงเช้า บางทีฉันอาจจะใจอ่อนยอมให้เธอกลับไปหาพี่สาวก็ได้ บางทีน่ะนะ" "ไม่ไหวหรอกค่ะ ฉันจะทำแบบนั้นได้ยังไงคะ จะให้ฉันตากฝนทั้งคืนเนี่ยนะ ทำไมล่ะคะ ทำไมคุณถึงอยากให้ฉันตากฝน นี่คุณเกลียดฉันแค่ไหนกัน จะต้องเหยียบย่ำกันให้จมดินเลยเหรอคะ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันไปทำอะไรให้คุณน่ะ" "ถ้าอยากรู้นักฉันจะบอกให้ก็ได้ เผื่อสมองปลาทองอย่างเธอจะได้จำเรื่องที่ตัวเองเคยก่อเรื่องเลว ๆ ได้บ้าง" มาคัสก็หยิบรูปถ่ายของตัวเองเมื่อหกปีก่อนปาใส่หน้าของเหมยลี่ ส่วนเหมยลี่ก็รีบถือมามองดูด้วยความไม่เข้าใจ "นี่รูปของคุณเหรอคะ แล้วคุณเอามาให้ฉันดูทำไมคะ" "ขนาดนี้แล้วยังจำไม่ได้อีกเหรอ ความจริงแล้วฉันก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากขนาดนั้นสักหน่อยนี่ เธอจะแกล้งไขสือไปอีกนานแค่ไหนกัน มันผ่านมาแค่หกปีเองนะ" "คือฉันงงไปหมดแล้วค่ะ แต่ถ้าเมื่อหกปีก่อน ถ้าฉันจำคุณไม่ได้ก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะเคยเห็นฉันในตอนนั้นก็จริง แต่ฉันคงจำใครไม่ได้หรอกค่ะ" "นี่ไง เธอกำลังเลี่ยงอยู่นี่ไง สันดานชั่วช้า คิดจะหดหัวและไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองก่อไว้ไปอีกนานแค่ไหน แต่กลับลอยหน้าลอยตาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นเนี่ยนะ" "คือว่าฉันไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร แต่ว่าเมื่อหกปีก่อน ฉันคงไม่เคยเจอคุณแน่นอนค่ะ ฉันมั่นใจ" "โห...มั่นใจซะด้วยสิ แบบนี้ก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอคงจะไม่มีจิตสำนึกเลยสินะ ถ้าแบบนี้ล่ะ เธอจะจำได้แล้วรึยัง" มาคัสดึงหนังสือพิมพ์เมื่อหกปีก่อนออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะโยนใส่หน้าของเหมยลี่ เหมยลี่จึงรีบกางดูก่อนจะเห็นข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ในวันนี้เมื่อหกปีก่อน ซึ่งวันนี้และเดือนนี้ก็เป็นวันที่ตรงกับข่าวเมื่อหกปีที่แล้วพอดี
like
bc
คู่หมั้นที่เขาไม่รัก
อัปเดตเมื่อ Aug 26, 2025, 17:56
ในใจของเขาคงไม่เหลือพื้นที่ว่างให้กับใคร นอกจากภรรยาที่จากเขาไปเพียงเท่านั้น จากสถานะลูกหนี้ สู่คู่หมั้นที่เขาไม่ต้องการ ______ "สวัสดีค่ะคุณกรณ์" เธอเคยมาที่นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกประหม่าและตื่นเต้นอยู่ดี เพราะครั้งแรกเธอมาที่นี่ในฐานะลูกหนี้ แต่ตอนนี้เธอมาที่นี่ในฐานะคู่หมั้นของเขา "ไม่ต้องสวัสดีอะไรทั้งนั้นแหละ เพราะฉันไม่อยากเสวนาอะไรกับเธอ" "ฉันรู้นะคะว่าคุณไม่พอใจเรื่องที่เราต้องหมั้นกัน ฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะ คือตอนแรกฉันไม่รู้จริง ๆ นะคะว่าลูกชายของคุณนายจะเป็นคุณกรณ์" "หัวหมอดีนะ เอาเงินแม่ฉันมาใช้หนี้ฉัน แถมฉันต้องมารับผิดชอบชีวิตของเธออีก เธอมีแต่ได้กับได้เลยนะ" "คือว่า..." "ได้ข่าวว่าเพิ่งจะอายุยี่สิบเองไม่ใช่รึไง ทำไมถึงรีบหาผัวซะแล้วล่ะ" อันดาก็พูดอะไรไม่ออกเพราะรู้สึกจุกอกกับคำพูดของคนตรงหน้า ถ้าเธอเลือกได้ เธอเองก็ไม่อยากอยู่อย่างไร้ความหวังแบบนี้เหมือนกัน "ซึม? แค่นี้ทำซึม แล้วที่ฉันพูดมันผิดรึเปล่าล่ะ อายุยี่สิบก็เพิ่งเรียนมหาลัยปีสองเองนะ แต่เธอดันอยากหาผัวแล้วซะงั้น" "ขอโทษค่ะ" อันดาก็ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะถึงอธิบายไปคนตรงหน้าก็คงไม่ได้สนใจชีวิตของเธออยู่แล้ว "การศึกษาก็ไม่มี เธอคิดว่าเธอจะคู่ควรกับฉันจริง ๆ งั้นเหรอ แค่แม่ฉันถูกใจหน่อยก็อย่าคิดว่าจะได้ทุกอย่างจากฉันไปนะ" "ฉันขอโทษจริง ๆ นะคะคุณกรณ์ ฉันทราบดีค่ะว่าฉันไม่เหมาะสมและคู่ควรกับคุณเลย ฉันรู้สถานะตัวเองดีค่ะ ฉันแค่อยากจะตอบแทนคุณนายให้ช่วยเมตตาและใช้หนี้ให้ ด้วยการดูแลหนูพราวให้ดีที่สุดแค่นั้นจริง ๆ" "เธอก็พูดดีนี่ หวังว่าจะทำได้อย่างที่ปากพูดจริง ๆ นะ บอกไว้ก่อนว่าอย่ามาคาดหวังว่าฉันจะทำอะไรให้เธอเหมือนคนในครอบครัวก็แล้วกัน เพราะฉันไม่มีวันยอมรับว่าเธอเป็นคู่หมั้นของฉันหรอก ที่ฉันทำก็แค่อยากทำให้แม่สบายใจเท่านั้น" "ฉันทราบดีค่ะคุณกรณ์ ฉันรู้ตัวเองดีว่าฉันเป็นใครมาจากไหน ฉันไม่ใฝ่สูงที่จะไปเดินเคียงข้างคุณกรณ์หรอกนะคะ แต่ฉันแค่อยากจะตอบแทนคุณนายที่ช่วยเหลือฉันด้วยการดูแลหนูพราวให้ดีที่สุด ถ้าเกิดว่าฉันสามารถดูแลได้เทียบเท่ากับเงินที่คุณนายช่วยฉันแล้ว ฉันจะออกไปจากชีวิตของคุณทันทีเลยนะคะ" "ขอให้จริงอย่างที่พูดเถอะ บอกไว้ก่อนนะว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะมาแทนที่เมียของฉันได้ เพราะคนที่ฉันรักมีแค่เมียฉันคนเดียวเท่านั้น คนอย่างเธออย่าหวังว่าฉันจะไปสนใจ เธออย่าฝันหวานว่าจะได้เป็นเมียฉันออกหน้าออกตาเลย เธอคิดผิดแล้วล่ะ" "ฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อะไรจากคุณกรณ์หรือคุณนายเลย ฉันพูดจริง ๆ นะคะคุณกรณ์ ฉันสัญญาค่ะว่าถ้าฉันดูแลหนูพราวได้เท่ากับเงินที่คุณนายช่วยเหลือจนครบแล้ว ฉันจะรีบออกไปจากที่นี่ทันทีเลยค่ะ" "ก็ขอให้ทำได้อย่างที่พูดแล้วกัน ที่นี่มีห้องที่ว่างอยู่สามห้อง เธอจะนอนห้องไหนก็ไปเลือกเอา แค่อย่าเข้าไปยุ่งในห้องส่วนตัวของฉันก็พอ" "ได้ค่ะคุณกรณ์" "บอกไว้ก่อนนะว่าอย่ามาวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของฉัน เธออยากจะเลี้ยงเด็กหรือจะทำอะไรก็ทำไปเลย แค่อย่ามาวุ่นวายกับชีวิตฉันก็พอ อ้อ...แม่ฉันสั่งมาว่าให้เธอบันทึกเบอร์ของฉันไว้ด้วย นามบัตรฉันก็วางอยู่ที่ห้องรับแขก ฉันบอกให้เธอมีไว้แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะต้องโทรหาฉันนะ จำไว้ด้วยถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญก็อย่าโทรมาเด็ดขาด" "ค่ะคุณกรณ์" "แล้วห้องที่ชั้นบนเป็นพื้นที่ส่วนตัวของฉัน นอกจากห้องของลูกแล้ว ห้องอื่น ๆ และพื้นที่อื่น ๆ ชั้นบน เธอห้ามเข้าไปยุ่งวุ่นวายเด็ดขาด เธอจะขึ้นไปที่ชั้นสองได้ก็เนื่องจากไปที่ห้องของลูกเท่านั้น เข้าใจนะ" "ค่ะคุณกรณ์ แล้วมีอะไรที่จะบอกฉันอีกไหมคะ ถ้าไม่มีแล้วฉันจะได้พาหนูพราวไปนอนค่ะ เห็นคุณนายบอกว่าห้องของหนูพราวจะมีชื่อติดไว้ใช่ไหมคะ" "ตอนนี้ฉันยังคิดไม่ออกว่าจะบอกอะไรเธออีก ถ้าคิดออกแล้วค่อยอีกที ห้องของลูกก็อยู่ข้างบนนั่นแหละ เธอขึ้นไปดูก็เห็นเอง แล้วจำไว้ด้วยว่าห้ามเข้าห้องอื่นเด็ดขาด นอกจากห้องของเด็กเท่านั้น" "ได้ค่ะคุณกรณ์" อันดาก็เดินขึ้นบันไดไปชั้นสองของเพนต์เฮาส์หรู โดยที่ค่อย ๆ ก้าวเดินขึ้นไปอย่างช้า ๆ เพราะยังมีเด็กน้อยในวัยเจ็ดเดือนที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของเธอด้วย อันดาก็แอบถอนหายใจเบา ๆ เมื่อผ่านพ้นสถานการณ์ที่อึดอัดใจออกมาได้ ก่อนจะมองคนตัวเล็กในอ้อมแขนแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะคงจะมีแค่คนตรงหน้าคนนี้เท่านั้น ที่จะโอบกอดหัวใจที่แสนอ้างว้างของเธอได้ในตอนนี้ ________ ในเพนต์เฮาส์หรูที่กว้างขวาง มีแต่สิ่งที่อำนวยความสะดวกมากมาย แต่บรรยากาศกลับดูอ้างว้างและเปล่าเปลี่ยวหัวใจ ราวกับว่าเขาและเธออยู่กันคนละโลก ...ไม่เคยได้พูดคุย หรือแม้แต่สบตากัน แม้แต่ตัวอันดาเองก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยทักอะไรกับคู่หมั้นอีก เพราะกลัวว่าจะโดนตอกกลับด้วยคำพูดที่ทำร้ายจิตใจ ซึ่งเขาก็ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองเธอกับบุตรสาวของตัวเองด้วยซ้ำ อันดาอุ้มพราวมุกเข้าไปในเพนต์เฮาส์ หลังจากไปรับพราวมุกที่คฤหาสน์ของตระกูลเวธกาวิโรจน์หลังเลิกงานเหมือนปกติทุกวัน ซึ่งก็บังเอิญประชันหน้ากับเจ้าของห้องที่กำลังถือกุญแจรถหรูออกไปพอดี "เดี๋ยวสามทุ่มเพื่อนของฉันจะมาดื่มที่ห้อง เธอก็อย่ามาทำตัวเกะกะและอยู่ให้รกสายตาฉันก็แล้วกัน" "ได้ค่ะ" หลังจากที่ร่างสูงเดินออกจากห้องไปแล้ว อันดาก็เดินเข้าไปนั่งบนโซฟาในห้องรับแขก ก่อนจะมองดูพราวมุกที่กำลังจ้องมองเธอตาแป๋ว "เราก็อยู่ที่นี่มาตั้งสองอาทิตย์แล้ว หลังจากวันนั้นก็เพิ่งได้คุยกับคุณกรณ์วันนี้เอง นี่คุณกรณ์ไม่คิดจะถามไถ่ถึงลูกบ้างเลยหรือไงนะ ทั้ง ๆ ที่หนูพราวน่ารักขนาดนี้แท้ ๆ" อันดาก็น้ำตาซึมด้วยความสงสารคนตรงหน้าจับใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับที่แก้มยุ้ยที่กำลังมองตาแป๋วมาที่เธอด้วยความสงสัย "ถึงแม้ว่าน้าจะไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของหนู แต่น้าสัญญาว่าตราบใดที่น้ายังอยู่ที่นี่ น้าจะดูแลหนูให้ดีที่สุด และจะให้ความรักความอบอุ่นกับหนูให้มากที่สุดเลยนะคะคนเก่ง น้าจะมอบแต่ความสุขให้หนู เพื่อให้หนูได้เติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพ เป็นคนที่สดใสและมีแต่รอยยิ้มนะคะคนเก่ง"
like
bc
รังสิมันตุ์ไร้ใจ
อัปเดตเมื่อ Aug 26, 2025, 04:12
เพราะเพื่อนสนิทพลาดตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วจะเอาเด็กออก แต่เพลงขวัญได้ขอร้องไว้ให้คลอดเด็กออกมาแล้วเธอจะเป็นคนรับเลี้ยงเอง ...แต่การจะเลี้ยงเด็กสักคนมันไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยความไม่รู้ว่าการเลี้ยงเด็กหนึ่งชีวิตต้องมีค่าใช่จ่ายมากแค่ไหน แถมเพลงขวัญก็ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่อีกด้วย ชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่ไม่มีใคร เธอไม่อยากให้เด็กคนนี้ต้องมีชะตาชีวิตเหมือนตัวเอง เพลงขวัญจึงตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้วไปทำงานในไร่แห่งหนึ่ง ______________ "พ่อเลี้ยงคะ คือว่าฉันมีเรื่องอยากจะรบกวนน่ะค่ะ" ตอนนี้เพลงขวัญไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เพราะนี่คือที่พึ่งสุดท้ายที่เธอยังพอมีความหวังอยู่ มีความหวังว่าเขาจะเมตตาเธอบ้าง ไม่มีคำว่า "ศักดิ์ศรี" นอกจากเงินเท่านั้น เพราะมันจะช่วยทำให้บุตรสาวของเธอสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้ "มีอะไรถึงได้มาในเวลานี้ ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญเธอเจอดีแน่" "คือว่าฉันอยากจะขอยืมเงินพ่อเลี้ยงได้ไหมคะ" "ฮะ! ยืมเงิน? นี่เธอขอเข้ามาพบฉันตอนตีหนึ่งเพื่อจะมาขอยืมเงินเนี่ยนะ คิดว่าฉันเป็นธนาคารหรือไง ถึงได้จะมายืมเงินกันง่าย ๆ แบบนี้" "คือฉันมีความจำเป็นต้องใช้เงินค่ะ แล้วฉันก็คิดไม่ออกเลยว่าฉันจะไปหาเงินมาจากที่ไหน ฉันคิดว่าพ่อเลี้ยงเป็นเจ้านาย คิดว่าพ่อเลี้ยงน่าจะเมตตาคนงานอย่างฉัน แล้วค่อยหักจากเงินเดือนได้ไหมคะ" "นี่เธอคิดว่าฉันจะใจดี บอกเธอว่าเอาไปสิ แล้วยื่นเงินให้เธอได้ง่าย ๆ อย่างงั้นเหรอ" "คือฉันมีความจำเป็นจริง ๆ นะคะ" "เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะใจดีให้ลูกน้องยืมเงินได้ง่าย ๆ อย่างงั้นเหรอ เธอบอกว่าเธอต้องการเงินอย่างงั้นสินะ ได้สิ แต่ถ้าเธอต้องการเงิน มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน" "ขะ...ข้อแลกเปลี่ยนอะไรเหรอคะ" "แล้วเธอคิดว่าตัวเธอเองมีอะไรที่จะเป็นหลักค้ำประกันได้บ้างล่ะ เงินแปดหมื่นบาทที่เธอจะยืมน่ะ" "คือฉันไม่มีของมีค่าอะไรที่จะมาเป็นหลักค้ำประกันได้หรอกนะคะพ่อเลี้ยง" "ก็นั่นไง ถ้ารู้ตัวว่าตัวเองไม่มี แล้วเธอจะมายืมฉันทำไมล่ะ" "ฉันขอร้องนะคะ ถ้าฉันไม่มีเงินก้อนนั้นไป ฉันจะต้องแย่แน่ ๆ แล้วพ่อเลี้ยงอยากจะได้อะไรเป็นสิ่งค้ำประกันเหรอคะ ถ้าเกิดว่ามันไม่เกินความสามารถของฉัน ฉันก็จะทำให้แน่นอน" "ขนาดตัวเธอเองยังไม่รู้เลยว่าเธอจะเอาอะไรให้ แล้วเธอจะให้ฉันเรียกร้องอะไรจากตัวเธอได้ล่ะ" "แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าฉันจะให้อะไรพ่อเลี้ยงเพื่อเป็นหลักประกันดี แต่ฉันต้องการเงินจริง ๆ นะคะ พ่อเลี้ยงให้ฉันยืมเถอะค่ะ จะให้ฉันทำโอทีหรือจะให้ทำงานล่วงเวลาก็ได้ แล้วก็หักเงินเดือนไปเลยก็ได้ค่ะ" "ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ให้ยืม แต่ถ้าเธออยากจะได้เงินมากขนาดนั้น ฉันจะเอาให้เธอก็ได้" รังสิมันตุ์ก็เดินไปที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะเขียนเช็คเงินสดจำนวนแปดหมื่นบาทให้ "คะ?" เพลงขวัญก็งงไม่น้อยเพราะบทจะให้เขาก็เอาเช็คยื่นให้เธอง่าย ๆ เพลงขวัญก็ไม่ลังเลที่จะรับ เพราะว่าเงินก้อนนี้มันสามารถช่วยชีวิตบุตรสาวของเธอให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ "ขอบคุณมากนะคะพ่อเลี้ยง เงินที่ใช้หนี้สามารถหักจากเงินเดือนของ...อ๊ะ!" ร่างสูงก็เดินเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ส่วนเพลงขวัญก็รีบถอยหนีโดยอัตโนมัติเช่นกัน แต่ถอยไปเพียงแค่ไม่กี่ก้าว ร่างเล็กก็ไปชนกับโต๊ะทำงานของเขา จนไร้หนทางที่จะถอยหนีต่อไปแล้ว "ใครบอกว่าฉันจะหักเธอจากเงินเดือน เธอเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือไง ว่าจะให้ฉันเลือกเองว่าจะเอาอะไรเป็นหลักประกันดี เพราะเธอบอกว่าไม่รู้ว่าจะให้อะไรไม่ใช่เหรอ" "ก็ใช่ค่ะ แต่ว่าพ่อเลี้ยงไม่ได้ให้ฉันยืมหรอกเหรอคะ" "ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ชอบให้ใครยืมเงิน ถ้าจะให้ก็คือให้ แต่ก็อย่างว่าแหละ มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน งั้นก็ตามฉันมาที่ห้องด้วย" "มะ...หมายถึงห้องไหนคะ" "ก็ห้องนอนไง เธอก็ไม่น่าจะใช่ผู้หญิงที่ใสซื่อนะ เพราะเธอก็ผ่านการมีลูกมาแล้วนี่ ไม่ต้องมาแกล้งทำตัวใสซื่อใส่ฉันหรอก เพราะมันไม่เนียน" "พ่อเลี้ยงหมายถึงเรื่องบนเตียงเหรอคะ" "ก็รู้นี่ งั้นก็ตามมาสิ" "ค่ะ" เพลงขวัญไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเดินตามไปเท่านั้น ตอนนี้เธอไม่ได้ห่วงว่าตัวเองจะต้องเจอกับอะไรอีกแล้ว เพราะบุตรสาวตัวน้อยที่กำลังนอนผ่าตัดอยู่ที่ห้องไอซียูในตอนนี้สำคัญมากกว่าอะไรทั้งหมด ไม่รู้ว่าของขวัญจะเจ็บปวดหรือร้องไห้อยู่หรือเปล่า ซึ่งต่อให้เธอจะต้องทำอะไรเพื่อแลกกับเงินก็ต้องทำเท่านั้น "เอาล่ะ เพื่อแลกกับเงินแปดหมื่นก้อนนั้น เธอก็นอนกับฉันหนึ่งคืนแล้วกัน เอาจริง ๆ ฉันก็แอบผิดหวังนิดหน่อยนะ นึกว่าเธอจะเล่นตัวมากกว่านี้ซะอีก แต่นี่ก็เดินตามเข้าห้องผู้ชายมาง่าย ๆ แบบนี้ เธอคงจะโหยหาเงินมากเลยสินะ" "ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ให้เงินกับฉัน เพราะเงินนี้มันสำคัญมากจริง ๆ ต่อให้คุณจะให้ฉันทำอะไร ฉันก็ต้องทำค่ะ เพราะว่าฉันต้องการเงินก้อนนี้มาก" "งั้นก็ไม่ต้องพูดพร่ำอะไรละ รีบขึ้นไปบนเตียงสิ หึ! ชักช้าไม่ทันใจเอาซะเลยนะเธอเนี่ย" รังสิมันตุ์ก็เดินเข้าไปใกล้ร่างเล็ก ก่อนจะรั้งท้ายทอยและประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มอย่างแนบแน่น พลางออกแรงกดริมฝีปากของตัวเองอย่างดุดันขึ้นทีละน้อย "อึก...อื้อ..." เพลงขวัญรีบสูดออกซิเจนเข้าไปทันที เมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ ก่อนจะหัวใจเต้นแรงขึ้น เมื่อคนที่มีพละกำลังมากกว่า กำลังอุ้มเธอขึ้นไปที่เตียงอย่างง่ายดาย "เอาล่ะ ค่าเงินแปดหมื่นบาทที่ฉันให้ เธอจะตอบแทนฉันได้แค่ไหนกันล่ะ เรื่องบนเตียงแค่นี้เธอคงไม่ติดหรอกจริงไหม สามีก็เคยมีแล้วนี่ แถมยังมีลูกโตแล้วด้วย แค่นอนด้วยกันครั้งเดียวคงไม่มีอะไรติดค้างต่อกันแล้ว" "ค่ะ" "งั้นก็เริ่มสิ เฮ้อ...ชักช้าจริง ๆ เลยนะ งั้นฉันจัดการเอง" เพลงขวัญก็ถูกผลักลงเตียงหรูอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างสูงจะขึ้นไปคร่อมตัวเธอไว้ หลังจากที่ร่างสูงปลดหัวเข็มขัดในขณะที่กำลังคร่อมตัวเธออยู่ เพลงขวัญก็ตัวสั่นจนแทบเก็บอาการไม่ได้ เมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เธอนึกไม่ออกเลยว่ามันจะสามารถเข้ามาในตัวเธอได้ยังไง “ไม่ต้องสะดีดสะดิ้งทำตัวเหมือนไม่เคยหรอก ลูกก็มีแล้วไม่ใช่หรือไง ยังจะแกล้งตบตาฉันทำไมอีก อยากได้เงินก็ให้ไปแล้วไง คืนนี้ก็ต้องทำให้ฉันพอใจด้วยล่ะ มีลีลาเท่าไหร่ก็ใส่มาให้หมด”
like
bc
เมียคุณราล์ฟ
อัปเดตเมื่อ Aug 25, 2025, 22:58
ฉันอยากให้เธอพูดว่า "ต้องการฉัน" เหมือนอย่างที่ฉัน "ต้องการเธอ" #รักต่างวัย #เด็กในอุปการะ #เมียเด็ก __________________________________ เมื่อ 12 ปีก่อน ราล์ฟในวัย 22 ปี เขาได้รับอุกปาระเด็กสาวคนหนึ่งในวัย 7 ปี ของมูลนิธิแห่งหนึ่ง ซึ่งเพียงแค่เห็นรูปถ่ายก็ทำให้เขาตัดสินใจที่จะอุปการะทันที เพราะความสงสารและอยากจะสนับสนุนให้เด็กคนนั้นได้มีอนาคตที่สดใส ซึ่งผู้อุปการะและเด็กในอุปการะสามารถพูดคุยกันผ่านทางจดหมายเท่านั้น จนผ่านไป 12 ปี ความรู้สึกผูกพันก็ก่อเกิดขึ้นมาในใจของเขาโดยไม่รู้ตัว ________________ สายตาคมของราล์ฟก็จ้องมองไปยังร่างเล็กที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไปแทบไม่วางตา ความรู้สึกผูกพันที่ก่อเกิดขึ้นในหัวใจตั้งแต่ตอนที่เด็กคนนี้ค่อย ๆ เติบโตขึ้น เขามักจะใจจดจ่อรอจดหมายแทบทุกเดือนจนกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตไปแล้ว เขารู้สึกผูกพันจนไม่สามารถมองผู้หญิงคนไหนได้อีก ถึงแม้ว่าทางครอบครัว มักจะหาผู้หญิงที่ชาติตระกูลดี โปรไฟล์หรูหราและสวยหยาดฟ้ามากแค่ไหน แต่แปลกที่ใจของเขากลับไม่สนใจใครเลย แล้วยังคงบ่ายเบี่ยงที่จะคบหาดูใจกับคนที่ครอบครัวหาให้อยู่เสมอ ทั้ง ๆ ที่วันนี้...เขาตั้งใจจะมาช่วยเหลือ โดยที่จะให้ผู้ติดตามเป็นคนจัดการเรื่องราวทุกอย่างเองแท้ ๆ เขามาที่นี่ก็เพื่อจะมาดูให้แน่ใจ ว่าผู้ติดตามจะทำตามที่สั่งได้สำเร็จหรือเปล่า โดยที่ตั้งใจว่าจะไม่เปิดเผยตัวตนว่าตัวเองเป็นใครเด็ดขาด แต่ตอนนี้เขากลับเปลี่ยนใจอยากจะทำทุกอย่างด้วยตัวเองขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ที่ผ่านมาเขาคิดมาตลอดว่าใจของตัวเองอาจสับสน เพราะไม่มีทางที่เขาจะไปชอบคนที่ตัวเองอุปการะอยู่ ใจของเขาอาจจะแค่รู้สึกผูกพันกับคนที่ตัวเองส่งเสียมาก็ได้ แต่หลังจากที่ได้เห็นเจ้าของใบหน้าใสที่เขาเฝ้ารอคอยอ่านจดหมายมาตลอดสิบกว่าปี เขาก็เริ่มมั่นใจแล้วว่า...มันไม่ใช่ความสับสนอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้...หัวใจของเขากำลังตื่นเต้นและเต้นแรง ราวกับตัวเองกำลังกลับไปเป็นเด็กหนุ่มที่กำลังจีบสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน ________________ "งั้นก็ไปกันเถอะ จากนี้ไปก็จงลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ซะ แล้วก็มาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับฉัน" มาลินที่ได้ยินคำพูดของผู้มีพระคุณก็แอบปาดน้ำตาที่ไหลออกมาทันที ถึงคำพูดที่เอ่ยออกมาจะเป็นแค่คำพูดที่แสนธรรมดา แต่สำหรับหัวใจของเธอที่กำลังเคว้งคว้างในตอนนี้ ก็ทำให้มาลินน้ำตาไหลออกมาด้วยความซึ้งใจ 'เขาไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ คำพูดเพียงสั้น ๆ แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกมีพลังบวกอยู่เสมอ นี่คือคุณราล์ฟที่เธอเคยคุยกันผ่านจดหมายมาตลอดสิบสองปีจริง ๆ ด้วย' ________________ "งั้นคุณราล์ฟก็มานอนที่เตียงด้วยกันเถอะค่ะ" "ฮะ?" "เอ่อ...หนูหมายถึงมานอนคุยกันที่เตียงก็จะได้ไม่เมื่อยไงคะ ไหน ๆ คืนนี้เราก็จะไม่นอนกันแล้ว" "งั้นเธอก็นอนรอไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวฉันอาบน้ำก่อน" "ค่ะ" มาลินก็รับคำด้วยดวงตาเป็นประกาย เพราะเธอมีคำถามมากมายเหลือเกินที่อยากจะถามผู้มีพระคุณมาตลอด สิบสองปีที่ได้แต่คุยกันผ่านทางจดหมาย วันนี้ความฝันที่เธออยากจะมีโอกาสได้คุยกับผู้มีพระคุณก็ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้ว ราล์ฟก็เดินเข้าไปในห้องห้องน้ำด้วยอารมณ์ปั่นป่วนไม่น้อย เพราะใครจะคิดว่าคนที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดจะชวนขึ้นเตียงด้วยท่าทีไร้เดียงสาแบบนั้น ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าคำเชิญชวนของเธอไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงอะไร เพราะเธอก็คงอยากจะชวนเขาพูดคุยบนเตียงจริง ๆ แต่เธอจะรู้หรือเปล่าว่าการชวนขึ้นเตียงแบบนี้มันหมายถึงอะไร
like
bc
ใคร่รักต้องห้าม Forbidden Love
อัปเดตเมื่อ Oct 11, 2023, 17:17
พี่ต้องเป็นของผมเพียงคนเดียว(พี่น้องไม่แท้) ⚠️  TRIGGER WARNING ⚠️ เป็นเรื่องราวความรักระหว่างพี่น้อง ( ไม่แท้ ) / รักต้องห้าม /แอบรักข้างเดียว / มีการลักหลับ / การวางยา / บังคับขืนใจ / ไม่สมยอม / มีการใช้คำไม่สุภาพ - หยาบคาย (เช่นการสนทนาระหว่างเพื่อนพระเอกจะมีคำว่า กู มึง ) / คลั่ง / มีการบรรยายความสัมพันธ์ทางเพศที่ชัดเจน / กักขังหน่วงเหนี่ยว / ตัวละครมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและไม่ควรลอกเลียนแบบ นิยายเกิดจากจินตนาการของไรท์เท่านั้น ไม่ได้สนับสนุนหรือเห็นชอบกับการกระทำของตัวละครทั้งสิ้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและเสพเนื้อหาเพื่อความสนุกเท่านั้นนะคะ เสพเนื้อหาอย่างมีสติกันด้วยนะคะทุกคนนนน 📛โปรย เพราะเขามีพี่สาวเป็นจุดหมาย จึงทำให้อยากจะเติบโตมาเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่ง “"ปกป้องคนที่ผมรัก?" "ใช่แล้ว เมื่อเราโตขึ้น เราก็มีคนที่จะต้องอยู่เคียงข้างเราตลอดไป คนที่เราจะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยเหมือนคุณพ่อกับคุณแม่ของเราไงคะ" "คนที่จะต้องปกป้อง? งั้นถ้าผมโตขึ้น พี่เป็นเจ้าสาวของผมได้ไหมครับ เพราะผมอยากปกป้องพี่ ผมเคยเห็นในทีวี เวลาผู้ชายขอแต่งงานก็จะคุกเข่าสวมแหวน แต่รอผมโตแล้วหาเงินเองได้ ผมจะขอพี่แต่งงานได้ไหมครับ" “ความรัก” ที่ไม่สามารถบอกกับใครได้ แม้แต่คนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิท แต่เมื่อโตขึ้น…ความคิดที่อยากจะครอบครองพี่สาวให้เป็นผู้หญิงของเขาเพียงคนเดียวก็เริ่มต้นขึ้น ความเจ้าเล่ห์ แผนสูงและเอาแต่ใจ เขาทำทุกอย่างเพื่อต้อนเหยื่อให้จนมุม ยิ่งเธอหนี เขาก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อไล่ต้อนเธอเข้ามาอยู่ในกับดักของเขาให้ได้ แม้ว่าจะต้องทำให้คนที่เขารักเสียน้ำตาก็ตาม "นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย เราอยู่ที่ไหน แล้วนี่เป็นห้องของใครกันล่ะ" ฮันนี่พยายามคิดย้อนไปเหตุการณ์เมื่อก่อนหน้านี้ ก่อนจะนึกออกแล้วเผลอเรียกชื่อน้องชายออกมา "ทิกเกอร์..." "ครับ พี่กำลังเรียกผมอยู่หรือครับ" "ทิกเกอร์? ที่นี่ที่ไหนล่ะ ทำไมถึงพาพี่มาที่นี่" ฮันนี่มองน้องชายที่ยืนกอดอกอยู่ปลายเตียงด้วยสายตาระแวง ตอนนี้เธอไม่กล้าไว้ใจน้องชายตรงหน้าได้สนิทใจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะพฤติกรรมที่แสดงกับเธอที่ผ่านมาทำให้เธอระแวงไปหมด "รังรักของเราสองคนไงครับ" "รังรัก? พูดบ้าอะไรเนี่ยทิกเกอร์ พี่ขอตัวนะ แล้วนี่กี่โมงกี่ยามแล้วล่ะเนี่ย โทรศัพท์พี่อยู่ที่ไหน" "โทรศัพท์ของพี่ก็อยู่ที่ผมไงครับ" "เอาคืนมานะทิกเกอร์ พี่จะกลับแล้ว" "ก็บอกอยู่นะครับว่านี่คือรังรักของเรา พี่จะให้ผมปล่อยพี่ไปได้ยังไงล่ะครับ" "อย่ามาล้อเล่นนะทิกเกอร์ ปล่อยนะ!" ทิกเกอร์รวบตัวพี่สาวเข้ามากอดทันที ก่อนจะประกบจูบแล้วสอดลิ้นหนาเข้าไปทันทีอย่างหนักหน่วงจนน้ำลายไหลเลอะไปถึงคาง ฮันนี่ไร้ทางหนีเพราะถูกแขนแกร่งของน้องชายรวบไว้เต็ม ๆ แต่ก็ยังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะได้หลุดพ้นจากพันธนาการที่แข็งแกร่งนี้ไปให้ได้ "ผมคิดถึงพี่ขนาดไหนรู้บ้างหรือเปล่าครับ" ฮันนี่ไม่รู้ตัวเลยว่าถูกควบคุมโดยไร้หนทางหนีแล้ว เพราะข้อมือเธอทั้งสองข้างได้ถูกตรึงกับหัวเตียงหรูโดยใช้กุญแจมือเกี่ยวไปที่ข้อมือทั้งสองข้าง "ทิกเกอร์! ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยพี่เดี๋ยวนี้เลยนะ พี่กลัว" มือแกร่งของทิกเกอร์จับไปที่คางเล็กแล้วยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ "พี่รู้หรือเปล่าว่าผมอดทนให้พี่ใช้ชีวิตอย่างอิสระมาตลอด ทั้ง ๆ ที่ผมจะไล่ต้อนให้พี่มาอยู่กับผมก็ได้ แต่ว่าผมกลับคิดผิด เพราะพี่ออกไปอยู่โลกภายนอกคนเดียวไม่ได้หรอกครับ คนหัวอ่อนไม่ทันคนแบบพี่จะอยู่ตัวคนเดียวได้ยังไง ตัวก็เล็กแค่นี้ ผมแค่ออกแรงผลักนิดเดียวพี่ก็ต้านแรงผมไม่ได้แล้ว ถ้าไปเจอผู้ชายเจ้าเล่ห์อีกพี่จะเป็นยังไง" "พูดอะไรน่ะทิกเกอร์ พี่โตแล้วนะ แล้วพี่ก็ดูแลตัวเองได้ อย่าพูดเหมือนพี่เป็นเด็ก ๆ สิ" "ครับ พี่ไม่ได้เด็กแล้วผมรู้" ใบหน้าหล่อเหลาจ้องไปที่เนินอกอวบสวยในชุดทำงานของพี่สาวอย่างเปิดเผย จนฮันนี่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอาย "หยุดจ้องพี่ด้วยสายตาแบบนั้นสักทีนะทิกเกอร์ ทำไมถึงต้องทำแบบนี้ด้วย" "ถ้าพี่ดูแลตัวเองพี่ได้จริง ๆ ทำไมถึงปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นมาจูบพี่ได้ล่ะครับ" "นะ...นี่ทิกเกอร์รู้ได้ไงน่ะ รู้ได้ยังไงว่าพี่โดนจู...เอ่อ..." "แล้วนี่หรือครับที่บอกว่าดูแลตัวเองได้ รู้หรือเปล่าว่าพี่ทำให้ผมหงุดหงิด ตั้งแต่เส้นผมยันปลายเล็บของพี่มันต้องเป็นของผม" นิ้วเรียวยาวค่อย ๆ ลูบที่ศีรษะอย่างเบามือ ก่อนจะค่อย ๆ แกะกระดุมเสื้อออกช้า ๆ
like
bc
เพื่อเธอ ( ลูก ) คนเดียวเท่านั้น
อัปเดตเมื่อ Sep 9, 2023, 22:39
***อยู่ด้วยกันโดยไร้ซึ่งความรักเพราะความต้องการของผู้ใหญ่ แต่เขาก็มีเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว เมื่อเธอพลาด ”ตั้งครรภ์” กับคนไร้หัวใจ เธอก็ต้องเดินออกไปจากตรงนั้น พร้อมกับหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เป็นสายเลือดเขา***
like
bc
รอยรักมาเฟีย
อัปเดตเมื่อ May 22, 2023, 01:05
**หัวใจที่สุมด้วยไฟแค้นของมาเฟียหนุ่ม เขาแก้แค้นเธอที่ทำลายชีวิตน้องสาวที่เขารัก ด้วยการย่ำยีศักดิ์ศรีของผู้หญิงอย่างเลือดเย็น โดยไม่รู้เลยว่า…เธอได้หอบสายเลือดตัวน้อย ๆ กับหัวใจที่บอบช้ำของเธอไปด้วย**
like
bc
พันธนาการร้ายพ่ายรัก
อัปเดตเมื่อ Apr 28, 2023, 01:14
****เธอเพิ่งจะเข้าใจ…ว่าการใช้ชีวิตคู่ มันไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยาย “แค่อุ้มท้องลูกให้ฉัน อย่าหลงตัวเองว่าฉันจะพิศวาสเธอล่ะ”****"ภูผา" ผู้ชายที่ชอบความสมบูรณ์แบบ แต่เป็นคนรักสนุกและไม่ชอบผูกมัดกับใคร เป็นลูกชายคนเดียวของผู้บริหารบริษัทนำเข้ารถยนต์ที่กำลังเตรียมตัวขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารสืบทอดต่อจากบิดา แต่ถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงที่มารดาหาให้ เพราะมารดาอยากให้ลูกชายเลิกทำตัวรักสนุกและมีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝาสักที"ข้าวหอม" หญิงสาวผู้มองโลกในแง่ดีแต่ไม่เคยมีความรักแบบหนุ่มสาวมาก่อน เธอจำใจต้องยอมรับข้อเสนอเรื่องการแต่งงานเพราะอยากช่วยเหลือครอบครัวที่ธุรกิจสวนผลไม้กำลังเข้าขั้นวิกฤตเพราะพิษของเศรษฐกิจ เธอคิดมาตลอดว่าการแต่งงานคือความสุขที่สุดในชีวิตของผู้หญิง แต่สิ่งที่เธอได้สัมผัสคือ...
like
bc
ผู้หญิงมือสอง
อัปเดตเมื่อ Apr 25, 2023, 22:18
"แม่เลี้ยงเดี่ยว" ไม่ว่าจะเกิดขึ้นด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่สำหรับ "ลูกไม้" ที่ตั้งครรภ์กับคนที่เธอรักสุดหัวใจ แต่เขากลับเลือก "อนาคต" ที่กำลังจะสดใสและตัดทิ้ง "ลูก" ที่คิดว่าอาจจะเป็นอุปสรรคต่อหน้าที่การงานของเขา แม้จะต้องผิดหวังในตัวคนรักมากแค่ไหน แต่หนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดมา เธอก็ไม่สามารถทิ้งไปได้"ผู้หญิงมือสอง" จะมีสักกี่คนบนโลกใบนี้ที่จะได้เจอรักที่แท้จริงและยอมรับความผิดพลาดในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง จะมีสักกี่คนที่จะโชคดีที่เจอผู้ชายและครอบครัวที่จะยอมรับและรักลูกที่ไม่ใช่สายเลือดของตัวเองได้
like
bc
หัวใจไร้เงารัก Loveless
อัปเดตเมื่อ Apr 16, 2023, 22:18
*** อยากได้ใบทะเบียนนักไม่ใช่หรือไง ก็เอาสิ! ฉันจดให้ แต่อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากฉัน โดยเฉพาะหัวใจ!***เม็ดพลอยจึงเดินอ้อมไปที่เตียงอีกฝั่งเพื่อขึ้นนอน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเข้มพูด"ใครบอกว่าฉันจะให้เธอนอนที่เตียงนี้!""ขะ...ขอโทษค่ะ" ร่างเล็กรีบดีดตัวลงจากเตียงทันที เพราะเธอไม่อยากทำให้คนตรงหน้าไม่พอใจ"มานี่!"เม็ดพลอยรีบเดินไปยืนตรงหน้าเขาตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว"ค่ะคุณธาม มีอะไรหรือเปล่าคะ ถ้าเป็นเรื่องที่เม็ดพลอยจะไปนอนบนเตียงต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ งั้นเม็ดพลอยขอหมอนหนึ่งใบนะคะ""ยังไม่อนุญาตให้นอนบนเตียงก็จริง แต่เป็นตอนที่เธอจะต้องทำหน้าที่เมียจนกว่าฉันจะพอใจ มานี่!"มือแกร่งขว้าต้นแขนเล็กแล้วกระชากตัวเธอลงไปนอนบนเตียงเต็มแรง"อ๊ะ!" แรงมหาศาลของคนตัวสูงที่เหวี่ยงตัวเธอลงเตียงอย่างเต็มแรง ทำให้เม็ดพลอยเสียการทรงตัวจนศีรษะเล็กเกือบกระแทกกับของเตียงหรูคนตัวใหญ่ก็ก้าวขึ้นมาบนเตียงอย่างรวดเร็ว จนเม็ดพลอยต้องขยับตัวหนีจนแผ่นหลังสัมผัสกับหัวเตียงใบหน้าเล็กทำสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด เธอสั่นกลัวจนแทบควบคุมอารมณ์ไม่ไหว แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่เขาไม่เห็นหน้าในตอนนี้ของเธอ ไม่อย่างนั้นเขาคงจะคิดว่าเธอกำลังแสดงอยู่อีกแน่ ๆ"ได้เงินฉันไปสามสิบล้านให้แม่หน้าเลือดของเธอถลุงเล่น แล้วคิดว่าจะได้อยู่ที่นี่อย่างสุขสบายหรือไง!""ขอโทษจริง ๆ ค่ะ""ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมผู้หญิงอย่างเธอถึงได้ตัดอนาคตตัวเอง โดยการเลือกมาแต่งงานกับผู้ชายพิการทางสายตาแบบฉัน แต่ว่าตราบใดที่เธออยู่ที่นี่ จำไว้ว่าเธอจะไม่ได้รับความสุขและความเห็นใจจากใครทั้งนั้น เพราะฉันจะทำให้เธอเป็นคนเอ่ยปากขอออกไปจากที่นี่เอง""เม็ดพลอยขอโทษนะคะที่ทำให้คุณต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ แต่ว่าตราบใดที่เม็ดพลอยยังอยู่ที่นี่ เม็ดพลอยสัญญาว่าจะทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุดค่ะ จะไม่ทำตัวให้เป็นภาระของคุณธามอย่างแน่นอน ขอแค่คุณอย่าไล่เม็ดพลอยออกไปจากที่นี่เลยนะคะ""เลิกพูดและทำตัวเป็นนางเอกได้ละ มานี่!" มือหนาผลักไหล่เล็กลงบนเตียงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้มือดึงชุดนอนผ้าลื่นของคนใต้ร่างจนกระดุมหลุดกระจายไม่ถึงนาทีเม็ดพลอยก็อยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่า สีหน้าและแววตาตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก แต่ก็พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้สั่น เพราะกลัวคนตัวสูงจะเอ็ดเอาอีก"ผู้หญิงแบบเธอไม่มีค่าพอที่จะฉันจะแตะต้องตัวเลยด้วยซ้ำ นี่ฉันอุตส่าห์ลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับผู้หญิงชั้นต่ำแบบเธอเลยนะ เอาเป็นว่าฉันจะหลับหูหลับตาทำเพื่อให้มันคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปเอง อย่าได้คิดเข้าข้างตัวเองว่าฉันจะพิสวาสเธอล่ะ"
like
bc
น้ำตามาเฟีย
อัปเดตเมื่อ Apr 13, 2023, 05:23
***เธอต้องการเงิน ส่วนเขา ต้องการความสุขทางกาย***เมื่อข้อตกลงสิ้นสุด หน้าที่บนเตียงของเธอก็จบลง แต่เธอกลับได้ของแถมที่ไม่คาดคิดติดตัวมาด้วย เป็นของแถมที่มีชีวิต ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาและเธอ***
like