
แต่งงานแบบคลุมถุงชนโดยที่ผู้ใหญ่จัดหาให้ จะให้ฉันรักเธอลงได้ยังไง
.......
"อ๊ะ! จะ...เจ็บ!"
อัยย์วาก็รู้สึกตกใจสุดขีด แต่ในความตกใจก็มีน้อยกว่าความเจ็บปวดที่ได้รับ เพราะแขนเรียวของเธอก็ถูกมือแกร่งบีบแน่นจนแทบน้ำตาเล็ด
"เธอจะมาโอดโอยอะไรไม่ทราบ วันนี้ทั้งวันเธอมัวแต่ทำอะไรอยู่ แค่แก้วใบเดียวเธอก็ยังไม่ล้างเลย คิดจะมาอยู่ที่นี่เฉย ๆ หรือยังไง"
"ฉะ...ฉันขอโทษค่ะคุณเดร็ก แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างคะ ถ้าจะให้ฉันทำอะไรก็บอกมาได้เลยค่ะ"
มือแกร่งก็คลายออกจากต้นแขนของอัยย์วา โดยที่ได้ฝากรอยมือไว้บนแขนอย่างเด่นชัด เพราะอัยย์วามีผิวที่ขาวใสกว่าคนทั่วไป ซึ่งเป็นแบบฉบับของสาวภาคเหนือส่วนใหญ่ที่มักจะมีผิวขาวใสเป็นส่วนมาก เวลาที่โดนอะไรนิดหน่อยก็มักจะทำให้เกิดรอยได้ง่าย ที่ต้นแขนของอัยย์วาก็ปรากฏรอยมือของเดร็กอย่างชัดเจน
"เรื่องแค่นี้จะต้องให้ฉันบอกทุกเรื่องเลยหรือไง คิดเองทำเองไม่ได้เลยว่างั้น? อ้อ...จริงสินะ เธอมันเป็นลูกคุณหนูนี่นา คงจะเกิดมาบนกองเงินกองทอง มีแต่คนคอยปรนนิบัติอยู่ตลอดเวลาสินะ ถึงได้ทำอะไรไม่เป็นแบบนี้ แต่ขอโทษด้วย ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ อย่ามาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของ ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นแค่ผู้อาศัย อย่าคิดว่าฉันจะมาคอยนั่งเอาใจคนที่ทำอะไรไม่เป็นแบบเธอนะ"
"เดี๋ยวฉันจะไปจัดการที่ครัวตอนนี้เลยค่ะ"
"มันไม่ใช่แค่ครัวอย่างเดียวหรอกนะ อยู่เฉย ๆ ทั้งวันทำไมไม่ทำความสะอาดบ้านด้วย ฉันไม่ชอบความสกปรกเข้าใจหรือเปล่า ถ้าคิดจะมาอยู่เฉย ๆ อย่างสุขสบายที่นี่ล่ะก็ ฝันไปเถอะ! ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ เพราะฉะนั้นก็หัดทำตัวให้มี
ประโยชน์ซะบ้างนะ"
อัยย์วารู้สึกจุกอยู่ในใจจนพูดอะไรไม่ออก ก่อนจะพยักหน้ารับคำแล้วเดินเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว
เพล๊ง!
เสียงวัตถุบางอย่างแตกกระทบกับพื้นเสียงดังจนได้ยินไปถึงในห้องรับแขก สีหน้าของอัยย์วาก็ซีดเผือดทันที หลังจากที่พลาดทำของตกแตกเสียหาย ร่างสูงของเดร็กก็โผล่เข้าไปในครัวห้องด้วยสีหน้าไม่พอใจ ส่วนอัยย์วาก็ยืนตัวสั่นเพราะทำอะไรไม่ถูก
"กะ...แก้วมันลื่นหลุดมือฉันน่ะค่ะคุณเดร็ก"
"แค่ให้ล้างแก้วใบเดียว เธอก็ยังทำมันตกแตกอีก นี่ฉันถามจริง ๆ เถอะ เธอเคยทำอะไรเป็นบ้างหรือเปล่า" อัยย์วาก็รีบส่ายหน้ายอมรับเพราะเธอไม่เคยทำอะไรจริง ๆ แม้แต่ล้างจานสักใบเธอก็ยังไม่เคยแตะเลยด้วยซ้ำ
"ฉันไม่เคยทำเลยค่ะ แต่ฉันเคยเห็นแม่บ้านทำอยู่ ก็พอจะรู้บ้างว่าต้องล้างยังไง แต่มันดันลื่นหลุดมือไปน่ะค่ะ"
"ฉันก็อุตส่าห์จะไม่อะไรกับเธอแล้วนะ แต่ทำอะไรไม่เป็นเลยนี่มันจะเกินไปไหม ครอบครัวฉันก็ไม่ใช่ระดับไก่กาหรอกนะ แต่ฉันก็ยังทำทุกอย่างเองได้เลย แค่ล้างแก้วใบเดียวก็ยังทำแตก นี่ฉันควรจะต้องรู้สึกยังไงกับเธอดี"
"ฉันขอโทษค่ะ แล้วฉันจะชดใช้ให้นะคะ"
"มันไม่ได้เกี่ยวหรอกว่าเธอควรจะชดใช้หรือเปล่า ถึงฉันจะไม่ได้คาดหวังให้เธอมาทำอะไรให้ก็ตาม แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะเป็นถึงขนาดนี้ แค่การล้างแก้วล้างจานมันก็เป็นเรื่องพื้น ๆ ไหม ขนาดเด็กอนุบาลยังทำได้เลย แต่แค่นี้เธอยังทำไม่ได้ แล้วเรื่องทำความสะอาดบ้าน เรื่องซักผ้าล่ะ คงยิ่งแล้วใหญ่เลยสินะ"
"ขอโทษค่ะ ต่อไปฉันจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ส่วนเรื่องทำงานบ้านกับซักผ้า ฉันยอมรับว่าไม่เคยทำจริง ๆ แต่ฉันก็จะพยายามเรียนรู้และทำให้ได้ค่ะ"
"ถามจริง ๆ นะ อยากได้เงินถึงขนาดต้องยอมหมั้นเพื่อจับผู้ชายเลยงั้นหรือ? เพราะไม่เคยลำบากก็เลยอยากหาทางลัดเพื่อให้ได้เงินงั้นสินะ ลูกคุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างแบบเธอ ยังจะกล้าแต่งงานออกเรือนกับผู้ชายอีก สามีภรรยามันก็ต้องส่งเสริมกันและกันสิ แต่นี่อะไร...ขนาดฉันก็ยังทำงานบ้านเป็นเลย เธอเป็นผู้หญิงแท้ ๆ ไม่อายบ้างเลยหรือไงเนี่ย"
อัยย์วาพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดกำลัง เพราะทุกประโยคที่คนตรงหน้าพูดมันคือเรื่องจริงทุกอย่าง อัยย์วาไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาเพราะกลัวน้ำตาจะไหล จึงได้แต่ยืนฟังนิ่ง ๆ โดยเก็บซ่อนความรู้สึกเสียงไว้ให้มากที่สุด
"มาอาศัยอยู่ที่บ้านของคนอื่นแล้วยังสร้างความเดือดร้อนให้อีก ต่อไปก็อย่าให้ฉันเจอแบบนี้อีกแล้วกัน อ้อ...อย่าลืมเก็บกวาดให้สะอาดด้วย"
"ค่ะ"
...
ทั้งสองคนก็นั่งรับประทานอาหารบนโต๊ะไปเงียบ ๆ โดยที่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยสักคำ ส่วนอัยย์วาก็รู้สึกทรมานทุกครั้งเวลาอยู่บนโต๊ะอาหาร เพราะเธอไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเผ็ดจัดได้ จึงได้แต่ยกแก้วน้ำดื่มตามอยู่ตลอดจนเดร็กรู้สึกรำคาญใจ
"จะกินข้าวหรือกินน้ำก็เลือกเอาสักอย่างสิ ทำอะไรหลายสิ่งวุ่นวายน่ารำคาญจริง ๆ เลย"
"กับข้าวมันเผ็ดมากเลยค่ะ ขนาดทานน้อยก็ยังเผ็ดมาก ถ้าฉันอยากจะขอปรับให้มันเผ็ดน้อยลงกว่านี้จะได้ไหมคะ"
"ทำไมฉันจะต้องปรับในสิ่งที่ตัวเองชอบด้วย แล้วอีกอย่างนะ นั่นมันไม่ใช่ปัญหาของฉัน ถ้าเธอจะอยู่ที่นี่ก็อย่าเรื่องมาก ที่นี่ไม่มีคนที่จะคอยนั่งทำอะไรตามใจเธอหรอกนะ ทำเป็นกินเผ็ดไม่ได้ แล้วตอนเช้าไม่เรียกว่ากินหรือไง ดัดจริตน่ารำคาญจริง ๆ ฉันเคยบอกแล้วนี่ ถ้าไม่ไหวก็กลับเชียงใหม่ไปซะ อย่ามาทำตัวเป็นภาระให้กับฉัน"
อัยย์วาแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อได้ยินคำว่า ตัวภาระ ทุกประโยคที่เขาเอ่ยออกมาเธอก็พอจะรับฟังได้ แต่ประโยคสุดท้ายก็ทำให้น้ำตาไหลออกมาทันที
"ฉันพูดแค่นี้ก็ร้องไห้ซะงั้น แล้วฉันพูดอะไรผิด จะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องครอบครัวฉันสินะ จะไปฟ้องว่าฉันรังแกเธองั้นหรือเปล่า"
"ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะร้องไห้นะคะ แต่น้ำตามันไหลออกมาเอง"
"จะกินหรือจะร้องไห้ก็เลือกเอาสักอย่าง เห็นหน้าเธอทีไรก็ไม่เจริญอาหารสักที กลับจากถ่ายละครมาก็โคตรจะเหนื่อย กลับมาแล้วก็ยังมาเจออะไรที่บั่นทอนจิตใจอีก รู้ตัวบ้างก็ดีนะว่าเธอมันตัวปัญหาและสร้างภาระให้ฉันมากแค่ไหน"
ร่างสูงก็วางช้อนส้อมกระทบกับจานเสียงดัง ก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องด้วยความหงุดหงิดใจ ส่วนอัยย์วาก็น้ำตาไหลไม่หยุด เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะทำให้เจ้าของบ้านไม่พอใจมากขนาดนี้
ใบหน้าใสของอัยย์วาแดงก่ำ ดวงตากลมโตแดงช้ำด้วยความเสียใจ ก่อนจะกุมท้องแล้วร้องไห้ เพราะรู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วนเพราะรับประทานอาหารที่มีรสจัดเกินไป

