
เขาดีกับคนทั้งโลก ยกเว้น "เธอ"
...
เพี๊ยะ!
มือเล็กออกแรงและสาดฝ่ามือใส่ใบหน้าใสของเยลลี่เต็มแรง จนเยลลี่หน้าหันไปตามแรงตบของเจ้าของรถคันนั้น
เยลลี่รู้สึกถึงความเจ็บและชาจากฝ่ามือของผู้หญิงเจ้าของรถหรู พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่อบอวลอยู่เต็มปาก เยลลี่รีบยกมือไหว้และก้มศีรษะขอโทษทันทีเพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องชุลมุนนี้ทั้งหมด
"ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ ฉันแค่จะหลบลูกแมวที่วิ่งออกมาบนถนน ก็เลยเบรกกะทันหันและเสียหลักไป ขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะ"
เยลลี่มองดูรถหรูที่ด้านหน้าของรถยุบลงไปมาก ก่อนจะมีบุรุษพยาบาลนำคนขับออกจากรถแล้วพาคนเจ็บขึ้นรถฉุกเฉินไปเพราะได้รับบาดเจ็บหนัก ใบหน้าใสสลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด
"เดี๋ยวเธอต้องเคลียร์กับฉันที่นี่ห้ามหนีไปไหนล่ะ เธอคงรู้นะว่ามูลค่าความเสียหายมันมากมายแค่ไหน เรื่องรถมันไม่ได้สำคัญเลย แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเธอเป็นต้นเหตุทำให้พวกเราต้องเสียงานที่สำคัญไป เธอจะรับผิดชอบยังไงกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เดี๋ยวได้รู้กัน!"
ผู้หญิงใบหน้าสวยเดินกลับไปที่รถอีกครั้ง แล้วเดินไปหาผู้ชายที่นั่งมาด้วยอีกคนที่กู้ภัยพาออกมาจากรถ ร่างสูงใหญ่เจ้าของใบหน้าคมหล่อเหลา กำลังก้มหน้าคุยกับผู้หญิงร่างเล็กคนนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ใบหน้าของชายคนนั้น เยลลี่รู้สึกคุ้นมาก ๆ แต่นึกไม่ออกว่าเธอเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน แต่พอนึกได้อีกครั้ง เธอคงไม่มีทางที่จะรู้จักกับผู้ชายแบบนั้นแน่ ๆ เพราะดูจากลักษณะภายนอกและการแต่งตัวแล้ว เธอกับเขาไม่น่าจะเคยรู้จักกันได้เลย แถมผู้ชายคนนั้นยังมีเสน่ห์ดึงดูดบางอย่างที่ดึงดูดสายตาเธอ รอบตัวของเขาเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้
"เดี๋ยวกำลังจะให้คนแถวนี้เรียกวินมอเตอร์ไซต์ให้ คิดว่าน่าจะไปถึงที่งานทันนะเกรย์ ตะกี้ฉันให้คนปิดข่าวเรื่องอุบัติเหตุแล้วล่ะ ตอนนี้ถ้าให้คนเอารถยนต์มารับก็คงไปถึงที่งานไม่ทันแน่ เห็นว่าถนนเส้นหลักที่จะไปที่นั่นรถก็ติดมาก แล้วตอนนี้สภาพร่างกายนายไหวหรือเปล่า"
"ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่เป็นอะไรมาก แต่พอเดินลงจากรถเท่านั้นแหละ เพิ่งรู้สึกได้ว่าข้อเท้าน่าจะไม่ไหว คิดว่ายังไงก็คงไปเล่นคอนเสิร์ตไม่ได้แล้วล่ะ เพราะแค่ยืนอยู่เฉย ๆ ตอนนี้ก็เต็มกลืนแล้ว"
"แย่ล่ะสิ แล้วนี่จะเอายังไงต่อดีล่ะ ถ้าไม่มีนักร้อง แล้วคอนเสิร์ตมันจะเริ่มได้ยังไง นายต้องเดินต้องวิ่งไปทั่วเวทีใหญ่เลยนะ เพราะยัยหน้าจืดคนนั้นเลยที่ทำให้เราวุ่นวายกันหมด อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาแล้วเนี่ย ไม่ทันแล้วสินะ"
"ตอนนี้เอาเป็นว่าเรียกประกันให้มาจัดการรถก่อน แล้วโทรบอกเจ้าพวกนั้นถึงสถานการณ์ในตอนนี้ด้วย ส่วนเราก็ไปที่งานกันก่อนเถอะ อ้อ...แล้วอย่าลืมลากตัวยัยนั่นมากับเราด้วยล่ะ ยัยผู้หญิงตัวซวยคนนั้นที่ทำให้งานคอนเสิร์ตของฉันต้องพังไม่เป็นท่าแบบนี้น่ะ"
...
"จะทำยังไงดีนะ เงินก้อนนี้ต้องเก็บไว้เป็นค่าเทอมของแยมเทอมหน้าด้วยสิ แล้วเราก็ไม่มีรายได้ด้วย เงินเก็บที่มีก็แทบจะไม่เหลือ ยังไงก็ต้องลองขอดูแล้วล่ะนะเยลลี่ ไม่มีอะไรจะต้องเสียแล้วนี่นา ตอนนี้ต้องเป็นห่วงยายก่อน ถึงจะต้องโดนดุก็ต้องยอมล่ะนะ"
ก่อนที่จะออกไปทำงานตามตารางเหมือนทุกวัน เยลลี่ก็ยืนมองคนตัวสูงที่กำลังสวมรองเท้าอยู่ทางด้านหลังของเขา พอร่างแกร่งสวมรองเท้าเสร็จ เยลลี่ก็รีบกลั้นใจเรียกคนตรงหน้าทันที
"คุณเกรย์คะ!" เยลลี่เรียกชื่อของเกรย์เสียงดังอย่างลืมตัว ก่อนจะคว้าแขนแกร่งไปตามสัญชาตญาณเพื่อให้เขาหยุด พอเห็นสีหน้าไม่พอใจของคนใบหน้าหล่อเหลาแล้ว เยลลี่ก็รีบปล่อยมือออกอย่างรวดเร็ว
"มีอะไร! เรียกเสียงดังอยู่ได้!"
"เอ่อ...คือว่าฉันอยากจะขอรบกวนเวลาคุณเกรย์นิดหน่อยได้ไหมคะ พอดีมีเรื่องที่อยากจะคุยด้วยน่ะค่ะ"
"เวลานี้เนี่ยนะ!"
"ค่ะ…แค่นิดเดียวจริง ๆ นะคะ ขอร้องล่ะค่ะ"
"มีอะไรก็ว่ามา เธอรู้หรือเปล่าว่าเวลาของฉันทุกนาทีมีค่าแค่ไหน ไม่ได้มีไว้ให้เธอมาถามนี่ถามนั่นได้ตลอดหรอกนะ"
"คือว่า...เอ่อ...คือถ้าฉันอยากจะขอเบิกเงินเดือนแรกทั้งหมดหนึ่งแสนบาทก่อนได้ไหมคะ ฉันมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินก่อนนั้นจริง ๆ ค่ะ นะคะคุณเกรย์ แค่เดือนเดียวเท่านั้นจริง ๆ นะคะ แล้วฉันจะไม่ขออะไรจากคุณอีกเลย"
"อะไรนะ! ขอเบิกเงิน? ขนาดนี้แล้วเธอยังจะหน้าด้านขอเงินอีกงั้นหรือ? เธอลืมขอตกลงไปแล้วหรือไง ฉันให้เธอทำงานฟรีไม่โดยไม่จ่ายค่าแรง ฉันจำได้ว่าเคยบอกเธอไปชัดเจนแล้วนะ แล้วนี่มันอะไรกัน! ทำไมเธอถึงได้หน้าด้านมาขอขนาดนี้"
"ฉันมีความจำเป็นจริง ๆ ค่ะ ฉันสัญญาว่าฉันจะรบกวนแค่เดือนนี้เดือนเดียวก็พอ นะคะคุณเกรย์ ฉันขอร้องนะคะ ฉันจำเป็นต้องมีเงินก้อนนั้นจริง ๆ จะให้ฉันกราบคุณก็ได้นะคะ"
"เธอจะเป็นยังไงจะเดือดร้อนอะไรมันก็เรื่องของเธอสิ ทำไมฉันจะต้องมารับรู้ด้วย ทำงานยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ยังจะกล้ามาขอเงินเดือนจากฉันหน้าด้าน ๆ อีก แล้วเธอมีสิทธิ์ต่อรองอะไรด้วยหรือไง รู้สถานะของตัวเองในตอนนี้ดีหรือเปล่าว่าเธออยู่ที่นี่ในฐานะอะไรน่ะ!"
"ฉันทราบดีค่ะว่าไม่ควรที่จะมาต่อรองอะไรกับคุณเลยด้วยซ้ำ ฉันสัญญาจริง ๆ ค่ะว่าฉันจะไม่ขออะไรคุณอีกแล้ว ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวจริง ๆ นะคะ"
"ถ้าเธอยังจะมาพูดเรื่องไร้สาระให้ฉันได้ยินอีกล่ะก็ เธอก็ไปนอนที่คุกได้เลย จะบอกให้ก็ได้นะว่า…ฉันไม่ให้! เงินแค่แสนเดียวสำหรับฉันมันเล็กน้อยมาก แค่แสนเดียวยังไม่พอซื้อรองเท้าข้างเดียวเลยด้วยซ้ำ ความจริงฉันจะให้เธอไปเลยก็ได้ แต่ที่ฉันไม่ให้เพราะฉันเกลียดเธอไง สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับฉันอย่าคิดว่าฉันจะลืมไปง่าย ๆ ล่ะ ฉันก็กำลังคิดบัญชีกับเธออยู่นี่แหละ เอาให้เธอทุรนทุราย ทรมานไปแบบนี้แหละคือความสุขของฉันล่ะ แค่นี้เธอเข้าใจแล้วหรือยัง ว่าฉันไม่ให้!"
เยลลี่น้ำตาคลอกับคำพูดที่เปล่งออกมาจากปากของคนตรงหน้า ก่อนจะกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไม่ให้น้ำตาไหล ก่อนจะมองมือหนาที่ผลักประตูออกไป แล้วเธอก็รีบสูดหายใจให้เข้าลึก ๆ ให้ใจเย็นลง ก่อนจะเดินตามเขาออกจากห้องไป ตอนนี้เธอก็ทำได้เพียงแค่นี้เท่านั้น

