bc

หนี้ร้ายนายซุป’ตาร์

book_age16+
403
ติดตาม
3.7K
อ่าน
คู่ต่างขั้ว
เย่อหยิ่ง
คนใช้แรงงาน
ดราม่า
ชายจีบหญิง
วิทยาลัย
ปิ๊งรักวัยเด็ก
assistant
actor
like
intro-logo
คำนิยม

เขาดีกับคนทั้งโลก ยกเว้น "เธอ"

...

เพี๊ยะ!

มือเล็กออกแรงและสาดฝ่ามือใส่ใบหน้าใสของเยลลี่เต็มแรง จนเยลลี่หน้าหันไปตามแรงตบของเจ้าของรถคันนั้น

เยลลี่รู้สึกถึงความเจ็บและชาจากฝ่ามือของผู้หญิงเจ้าของรถหรู พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่อบอวลอยู่เต็มปาก เยลลี่รีบยกมือไหว้และก้มศีรษะขอโทษทันทีเพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องชุลมุนนี้ทั้งหมด

"ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ ฉันแค่จะหลบลูกแมวที่วิ่งออกมาบนถนน ก็เลยเบรกกะทันหันและเสียหลักไป ขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะ"

เยลลี่มองดูรถหรูที่ด้านหน้าของรถยุบลงไปมาก ก่อนจะมีบุรุษพยาบาลนำคนขับออกจากรถแล้วพาคนเจ็บขึ้นรถฉุกเฉินไปเพราะได้รับบาดเจ็บหนัก ใบหน้าใสสลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด

"เดี๋ยวเธอต้องเคลียร์กับฉันที่นี่ห้ามหนีไปไหนล่ะ เธอคงรู้นะว่ามูลค่าความเสียหายมันมากมายแค่ไหน เรื่องรถมันไม่ได้สำคัญเลย แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเธอเป็นต้นเหตุทำให้พวกเราต้องเสียงานที่สำคัญไป เธอจะรับผิดชอบยังไงกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เดี๋ยวได้รู้กัน!"

ผู้หญิงใบหน้าสวยเดินกลับไปที่รถอีกครั้ง แล้วเดินไปหาผู้ชายที่นั่งมาด้วยอีกคนที่กู้ภัยพาออกมาจากรถ ร่างสูงใหญ่เจ้าของใบหน้าคมหล่อเหลา กำลังก้มหน้าคุยกับผู้หญิงร่างเล็กคนนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ใบหน้าของชายคนนั้น เยลลี่รู้สึกคุ้นมาก ๆ แต่นึกไม่ออกว่าเธอเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน แต่พอนึกได้อีกครั้ง เธอคงไม่มีทางที่จะรู้จักกับผู้ชายแบบนั้นแน่ ๆ เพราะดูจากลักษณะภายนอกและการแต่งตัวแล้ว เธอกับเขาไม่น่าจะเคยรู้จักกันได้เลย แถมผู้ชายคนนั้นยังมีเสน่ห์ดึงดูดบางอย่างที่ดึงดูดสายตาเธอ รอบตัวของเขาเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้

"เดี๋ยวกำลังจะให้คนแถวนี้เรียกวินมอเตอร์ไซต์ให้ คิดว่าน่าจะไปถึงที่งานทันนะเกรย์ ตะกี้ฉันให้คนปิดข่าวเรื่องอุบัติเหตุแล้วล่ะ ตอนนี้ถ้าให้คนเอารถยนต์มารับก็คงไปถึงที่งานไม่ทันแน่ เห็นว่าถนนเส้นหลักที่จะไปที่นั่นรถก็ติดมาก แล้วตอนนี้สภาพร่างกายนายไหวหรือเปล่า"

"ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่เป็นอะไรมาก แต่พอเดินลงจากรถเท่านั้นแหละ เพิ่งรู้สึกได้ว่าข้อเท้าน่าจะไม่ไหว คิดว่ายังไงก็คงไปเล่นคอนเสิร์ตไม่ได้แล้วล่ะ เพราะแค่ยืนอยู่เฉย ๆ ตอนนี้ก็เต็มกลืนแล้ว"

"แย่ล่ะสิ แล้วนี่จะเอายังไงต่อดีล่ะ ถ้าไม่มีนักร้อง แล้วคอนเสิร์ตมันจะเริ่มได้ยังไง นายต้องเดินต้องวิ่งไปทั่วเวทีใหญ่เลยนะ เพราะยัยหน้าจืดคนนั้นเลยที่ทำให้เราวุ่นวายกันหมด อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาแล้วเนี่ย ไม่ทันแล้วสินะ"

"ตอนนี้เอาเป็นว่าเรียกประกันให้มาจัดการรถก่อน แล้วโทรบอกเจ้าพวกนั้นถึงสถานการณ์ในตอนนี้ด้วย ส่วนเราก็ไปที่งานกันก่อนเถอะ อ้อ...แล้วอย่าลืมลากตัวยัยนั่นมากับเราด้วยล่ะ ยัยผู้หญิงตัวซวยคนนั้นที่ทำให้งานคอนเสิร์ตของฉันต้องพังไม่เป็นท่าแบบนี้น่ะ"

...

"จะทำยังไงดีนะ เงินก้อนนี้ต้องเก็บไว้เป็นค่าเทอมของแยมเทอมหน้าด้วยสิ แล้วเราก็ไม่มีรายได้ด้วย เงินเก็บที่มีก็แทบจะไม่เหลือ ยังไงก็ต้องลองขอดูแล้วล่ะนะเยลลี่ ไม่มีอะไรจะต้องเสียแล้วนี่นา ตอนนี้ต้องเป็นห่วงยายก่อน ถึงจะต้องโดนดุก็ต้องยอมล่ะนะ"

ก่อนที่จะออกไปทำงานตามตารางเหมือนทุกวัน เยลลี่ก็ยืนมองคนตัวสูงที่กำลังสวมรองเท้าอยู่ทางด้านหลังของเขา พอร่างแกร่งสวมรองเท้าเสร็จ เยลลี่ก็รีบกลั้นใจเรียกคนตรงหน้าทันที

"คุณเกรย์คะ!" เยลลี่เรียกชื่อของเกรย์เสียงดังอย่างลืมตัว ก่อนจะคว้าแขนแกร่งไปตามสัญชาตญาณเพื่อให้เขาหยุด พอเห็นสีหน้าไม่พอใจของคนใบหน้าหล่อเหลาแล้ว เยลลี่ก็รีบปล่อยมือออกอย่างรวดเร็ว

"มีอะไร! เรียกเสียงดังอยู่ได้!"

"เอ่อ...คือว่าฉันอยากจะขอรบกวนเวลาคุณเกรย์นิดหน่อยได้ไหมคะ พอดีมีเรื่องที่อยากจะคุยด้วยน่ะค่ะ"

"เวลานี้เนี่ยนะ!"

"ค่ะ…แค่นิดเดียวจริง ๆ นะคะ ขอร้องล่ะค่ะ"

"มีอะไรก็ว่ามา เธอรู้หรือเปล่าว่าเวลาของฉันทุกนาทีมีค่าแค่ไหน ไม่ได้มีไว้ให้เธอมาถามนี่ถามนั่นได้ตลอดหรอกนะ"

"คือว่า...เอ่อ...คือถ้าฉันอยากจะขอเบิกเงินเดือนแรกทั้งหมดหนึ่งแสนบาทก่อนได้ไหมคะ ฉันมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินก่อนนั้นจริง ๆ ค่ะ นะคะคุณเกรย์ แค่เดือนเดียวเท่านั้นจริง ๆ นะคะ แล้วฉันจะไม่ขออะไรจากคุณอีกเลย"

"อะไรนะ! ขอเบิกเงิน? ขนาดนี้แล้วเธอยังจะหน้าด้านขอเงินอีกงั้นหรือ? เธอลืมขอตกลงไปแล้วหรือไง ฉันให้เธอทำงานฟรีไม่โดยไม่จ่ายค่าแรง ฉันจำได้ว่าเคยบอกเธอไปชัดเจนแล้วนะ แล้วนี่มันอะไรกัน! ทำไมเธอถึงได้หน้าด้านมาขอขนาดนี้"

"ฉันมีความจำเป็นจริง ๆ ค่ะ ฉันสัญญาว่าฉันจะรบกวนแค่เดือนนี้เดือนเดียวก็พอ นะคะคุณเกรย์ ฉันขอร้องนะคะ ฉันจำเป็นต้องมีเงินก้อนนั้นจริง ๆ จะให้ฉันกราบคุณก็ได้นะคะ"

"เธอจะเป็นยังไงจะเดือดร้อนอะไรมันก็เรื่องของเธอสิ ทำไมฉันจะต้องมารับรู้ด้วย ทำงานยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ยังจะกล้ามาขอเงินเดือนจากฉันหน้าด้าน ๆ อีก แล้วเธอมีสิทธิ์ต่อรองอะไรด้วยหรือไง รู้สถานะของตัวเองในตอนนี้ดีหรือเปล่าว่าเธออยู่ที่นี่ในฐานะอะไรน่ะ!"

"ฉันทราบดีค่ะว่าไม่ควรที่จะมาต่อรองอะไรกับคุณเลยด้วยซ้ำ ฉันสัญญาจริง ๆ ค่ะว่าฉันจะไม่ขออะไรคุณอีกแล้ว ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวจริง ๆ นะคะ"

"ถ้าเธอยังจะมาพูดเรื่องไร้สาระให้ฉันได้ยินอีกล่ะก็ เธอก็ไปนอนที่คุกได้เลย จะบอกให้ก็ได้นะว่า…ฉันไม่ให้! เงินแค่แสนเดียวสำหรับฉันมันเล็กน้อยมาก แค่แสนเดียวยังไม่พอซื้อรองเท้าข้างเดียวเลยด้วยซ้ำ ความจริงฉันจะให้เธอไปเลยก็ได้ แต่ที่ฉันไม่ให้เพราะฉันเกลียดเธอไง สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับฉันอย่าคิดว่าฉันจะลืมไปง่าย ๆ ล่ะ ฉันก็กำลังคิดบัญชีกับเธออยู่นี่แหละ เอาให้เธอทุรนทุราย ทรมานไปแบบนี้แหละคือความสุขของฉันล่ะ แค่นี้เธอเข้าใจแล้วหรือยัง ว่าฉันไม่ให้!"

เยลลี่น้ำตาคลอกับคำพูดที่เปล่งออกมาจากปากของคนตรงหน้า ก่อนจะกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไม่ให้น้ำตาไหล ก่อนจะมองมือหนาที่ผลักประตูออกไป แล้วเธอก็รีบสูดหายใจให้เข้าลึก ๆ ให้ใจเย็นลง ก่อนจะเดินตามเขาออกจากห้องไป ตอนนี้เธอก็ทำได้เพียงแค่นี้เท่านั้น

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
1 | ผู้หญิงตัวซวย
บนถนนในเมืองหลวงของประเทศไทย ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดในช่วงค่ำ ร่างเล็กของหญิงสาวในชุดพนักงานบริษัทกับรถจักรยานยนต์สีชมพูหวานคู่ใจก็ค่อย ๆ ขับลัดเลาะไปตามช่องว่างเล็ก ๆ ของรถยนต์ที่มีช่องให้แทรกได้เพียงเล็กน้อย แล้วไปจอดรวมกับรถจักรยานยนต์คันอื่น ๆ ที่จอดรออยู่ใกล้ ๆ ทางม้าลายระหว่างรอสัญญาณไฟเขียว "เยลลี่…เธออยู่ไหนแล้วเนี่ย ถ้าช้ากว่านี้เดี๋ยวก็เข้าเยี่ยมไม่ทันหรอก" "ตอนนี้ติดไฟแดงก่อนถึงหน้าโรงพยาบาลน่ะ รถติดมาก ไม่รู้ว่าติดอะไร ปกติก็ไม่เคยเห็นติดขนาดนี้นะ" "มีคอนเสิร์ตน่ะสิ ตรงนี้เป็นทางผ่านรถก็ต้องติดอยู่แล้วล่ะ นี่เธอไม่ติดตามข่าวสารบ้างเลยหรือไง " "ฉันไม่ค่อยรู้หรอก เพราะไม่ค่อยได้เล่นโซเชียลเท่าไหร่ งั้นแค่นี้ก่อนนะขวัญ เดี๋ยวฉันค่อยโทรหาตอนที่ไปถึงอีกทีนะ เพราะไม่อยากคุยตอนที่ยังอยู่บนถนนมันอันตรายเกินไป เดี๋ยวฉันคงจะไปทางลัดแหละ เพราะถ้าไปทางหลักคงไม่ถึงง่าย ๆ แน่ อ้อ...ฉันทำอาหารมาเผื่อเธอด้วย เดี๋ยวรอทานพร้อมกันนะ" "ฉันก็หิวจนไส้กิ่วแล้วเหมือนกันเนี่ย แต่ยายของเธอยังหลับอยู่เลยนะ" "เดี๋ยวจะรีบไปนะ ฝากดูแลยายก่อนนะขวัญ ขอบใจมากที่คอยเป็นธุระให้ตลอดเลย งั้นฉันขอวางสายก่อนนะ" เยลลี่รีบเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าลงตามเดิม ก่อนจะมองไปที่สัญญาณไฟจราจรอย่างใจจดใจจ่อ ตอนนี้ในใจของเธอกำลังนึกถึง ยายของตัวเองที่ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมานานแล้ว เพราะอาการป่วยจึงต้องได้รับการดูแลจากหมออย่างใกล้ชิดเท่านั้น เสียงบีบแตรรถยนต์จากด้านหลังดังขึ้นถี่ ๆ จนเยลลี่ที่กำลังนึกอะไรเพลิน ๆ ก็สะดุ้งตกใจเสียงแตรที่เสียงดังไม่ขาดสาย เยลลี่เห็นสัญญาณไฟสีเขียวก็รู้ได้ทันทีว่าตัวเองกำลังพลาด ทำให้รถยนต์ที่รออยู่ด้านหลังไม่ได้ออกตัวสักที เพราะรถจักรยานยนต์จำนวนมากที่จอดอยู่เมื่อสักครู่ได้ขับไปข้างหน้ากันหมดแล้ว เยลลี่รีบหันไปก้มศีรษะให้รถยนต์หรูคันที่อยู่ข้างหลังทันทีเพื่อขอโทษ ก่อนจะรีบบิดรถแล้วเลี้ยวไปยังซอยเล็กซึ่งเป็นทางลัดไปยังถนนใหญ่ของอีกฝั่งทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดในช่วงเวลานี้ เอี๊ยด...โครม! "โอ๊ย..." ลูกแมวกระโดดออกมาตัดหน้ารถของเยลลี่อย่างกะทันหัน เธอรีบเบรกรถอย่างรวดเร็วเพื่อหลบลูกแมวตัวเล็ก จนทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลงไปทันที จนเยลลี่กระเด็นล้มออกจากตัวรถแล้วไถลไปไกลถึงฟุตบาท ร่างเล็กนอนโอดครวญอยู่บนฟุตบาท ศีรษะกระแทกกับพื้นเล็กน้อยเพราะยังไหวตัวได้ทัน แต่เธอก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก โชคดีที่เธอสวมหมวกกันน็อกจึงทำให้ศีรษะเธอไม่ได้กระแทกอะไรรุนแรง นอกจากแผลถลอกภายนอกจนมีเลือดซึมอยู่หลายแห่งเท่านั้น ดวงตากลมโตตกใจสุดขีดเพราะไม่ถึงเสี้ยววินาทีที่เธอกระเด็นไปที่ฟุตบาท รถยนต์หรูคันที่ขับตามเธอจากด้านหลังมาติด ๆ เกิดเบรกไม่ทันจึงพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของเธอที่ขวางทางอยู่กลางถนนทันที บนถนนในซอยแคบ ๆ ที่เป็นทางลัดไปยังถนนอีกฝั่งก็วุ่นวายไปตาม ๆ กัน เพราะมีถนนเพียงแค่เลนเดียวเท่านั้น รถหรูที่พุ่งชนรถจักรยานยนต์เต็ม ๆ ก็ปิดทางออกไปยังถนนอีกฝั่งทันที คนที่เดินผ่านแถวนั้นที่เห็นเหตุการณ์ก็รีบโทรเรียกรถพยาบาลอย่างเร่งด่วน ส่วนรถยนต์ที่ขับตามมาอีกหลายคันก็ค่อย ๆ ทยอยขับถอย หลังออกไปจากซอยนี้ เพราะระยะทางจากถนนใหญ่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น "คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ใจเย็น ๆ นะคะ ฉันกำลังเรียกรถพยาบาลให้แล้ว" "ขะ...ขอบคุณมากค่ะ" เยลลี่กล่าวขอบคุณเสียงแผ่ว เพราะเธอรับรู้ถึงร่างกายของตัวเองว่ากำลังไม่ไหว โดยเฉพาะบริเวณข้อเท้าที่ปวดตุบ ๆ จนไม่สามารถลุกขึ้นยืนเองได้ "รบกวนช่วยประคองฉันลุกขึ้นหน่อยได้ไหมคะ" "แต่เธอเจ็บอยู่นะ เดี๋ยวรอรถพยาบาลมาดีกว่า โรงพยาบาลอยู่ใกล้แค่นี้น่าจะใกล้มาถึงแล้วล่ะ" "ฉันเป็นห่วงคนที่ในรถยนต์คันนั้นน่ะค่ะ ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ถ้างั้นฉันรบกวนคุณไปดูคนในรถได้ไหมคะ ไม่รู้จะได้รับบาดเจ็บมากหรือเปล่า ไม่ต้องห่วงฉันหรอกค่ะ" "มีเพื่อนของฉันอีกสามคนกำลังไปช่วยแล้วล่ะคะ อย่าห่วงเลย แล้วนี่แน่ใจใช่ไหมว่าไม่ได้เป็นอะไรน่ะ แต่ยังไงฉันต้องขอบคุณเธอมากนะที่ช่วยลูกแมวฉันไว้ พอดีฉันจะเอาลูกไปฝากเพื่อนก่อนไปงานคอนเสิร์ต แต่ไม่ได้เอาใส่ในกระเป๋าเพราะอยากจะอุ้มจนไปถึงบ้านเพื่อน แต่มันดันหลุดมือน่ะสิ" "อ๋อ...ลูกแมวของคุณเองหรือคะ ดีแล้วล่ะค่ะที่ลูกแมวคุณไม่เป็นอะไร เอ่อ...งั้นรบกวนคุณช่วยพยุงฉันขึ้นได้ไหมเพราะฉันผิดเองที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ฉันอยากจะไปดูคนที่อยู่ในรถคันนั้นหน่อยน่ะค่ะ" เยลลี่ค่อย ๆ พาตัวเองเดินไปที่รถหรูช้า ๆ พลางถอดหมวกกันน็อกออก ก่อนจะมองไปยังพลเมืองดีที่กำลังช่วยกันเข้าไปดูผู้บาดเจ็บที่ยังติดอยู่ในรถ "รถพยาบาลมาแล้ว ตอนนี้คนข้างในยังมีสติและพูดคุยได้ปกติอยู่ งั้นเราให้กู้ภัยและพยาบาลมาจัดการดีกว่า เรารีบเอาลูกแมวไปฝากได้แล้ว คอนเสิร์ตใกล้จะเริ่มแล้วนะ" "คนด้านในไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาลโดยด่วน" พยาบาลกับกู้ภัยรีบพาคนเจ็บที่อยู่ในรถสามคนออกมา ส่วนเยลลี่ก็ยืนอยู่ใกล้รถหรูพลางชะเง้อมองไปทางนั้นด้วยความเป็นห่วง สาวสวยที่ออกจากรถมาเป็นคนแรกในชุดเดรสสั้นสายเดี่ยว ก็เดินตรงดิ่งไปที่เยลลี่ด้วยความหงุดหงิด เพี๊ยะ! มือเล็กออกแรงและสาดฝ่ามือใส่ใบหน้าใสของเยลลี่เต็มแรง จนเยลลี่หน้าหันไปตามแรงตบของเจ้าของรถคันนั้น เยลลี่รู้สึกถึงความเจ็บและชาจากฝ่ามือของผู้หญิงเจ้าของรถหรู พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่อบอวลอยู่เต็มปาก เยลลี่รีบยกมือไหว้และก้มศีรษะขอโทษทันทีเพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องชุลมุนนี้ทั้งหมด "ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ ฉันแค่จะหลบลูกแมวที่วิ่งออกมาบนถนน ก็เลยเบรกกะทันหันและเสียหลักไป ขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะ" เยลลี่มองดูรถหรูที่ด้านหน้าของรถยุบลงไปมาก ก่อนจะมีบุรุษพยาบาลนำคนขับออกจากรถแล้วพาคนเจ็บขึ้นรถฉุกเฉินไปเพราะได้รับบาดเจ็บหนัก ใบหน้าใสสลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด "เดี๋ยวเธอต้องเคลียร์กับฉันที่นี่ห้ามหนีไปไหนล่ะ เธอคงรู้นะว่ามูลค่าความเสียหายมันมากมายแค่ไหน เรื่องรถมันไม่ได้สำคัญเลย แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเธอเป็นต้นเหตุทำให้พวกเราต้องเสียงานที่สำคัญไป เธอจะรับผิดชอบยังไงกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เดี๋ยวได้รู้กัน!" ผู้หญิงใบหน้าสวยเดินกลับไปที่รถอีกครั้ง แล้วเดินไปหาผู้ชายที่นั่งมาด้วยอีกคนที่กู้ภัยพาออกมาจากรถ ร่างสูงใหญ่เจ้าของใบหน้าคมหล่อเหลา กำลังก้มหน้าคุยกับผู้หญิงร่างเล็กคนนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ใบหน้าของชายคนนั้น เยลลี่รู้สึกคุ้นมาก ๆ แต่นึกไม่ออกว่าเธอเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน แต่พอนึกได้อีกครั้ง เธอคงไม่มีทางที่จะรู้จักกับผู้ชายแบบนั้นแน่ ๆ เพราะดูจากลักษณะภายนอกและการแต่งตัวแล้ว เธอกับเขาไม่น่าจะเคยรู้จักกันได้เลย แถมผู้ชายคนนั้นยังมีเสน่ห์ดึงดูดบางอย่างที่ดึงดูดสายตาเธอ รอบตัวของเขาเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้ "เดี๋ยวกำลังจะให้คนแถวนี้เรียกวินมอเตอร์ไซต์ให้ คิดว่าน่าจะไปถึงที่งานทันนะเกรย์ ตะกี้ฉันให้คนปิดข่าวเรื่องอุบัติเหตุแล้วล่ะ ตอนนี้ถ้าให้คนเอารถยนต์มารับก็คงไปถึงที่งานไม่ทันแน่ เห็นว่าถนนเส้นหลักที่จะไปที่นั่นรถก็ติดมาก แล้วตอนนี้สภาพร่างกายนายไหวหรือเปล่า" "ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่เป็นอะไรมาก แต่พอเดินลงจากรถเท่านั้นแหละ เพิ่งรู้สึกได้ว่าข้อเท้าน่าจะไม่ไหว คิดว่ายังไงก็คงไปเล่นคอนเสิร์ตไม่ได้แล้วล่ะ เพราะแค่ยืนอยู่เฉย ๆ ตอนนี้ก็เต็มกลืนแล้ว" "แย่ล่ะสิ แล้วนี่จะเอายังไงต่อดีล่ะ ถ้าไม่มีนักร้อง แล้วคอนเสิร์ตมันจะเริ่มได้ยังไง นายต้องเดินต้องวิ่งไปทั่วเวทีใหญ่เลยนะ เพราะยัยหน้าจืดคนนั้นเลยที่ทำให้เราวุ่นวายกันหมด อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาแล้วเนี่ย ไม่ทันแล้วสินะ" "ตอนนี้เอาเป็นว่าเรียกประกันให้มาจัดการรถก่อน แล้วโทรบอกเจ้าพวกนั้นถึงสถานการณ์ในตอนนี้ด้วย ส่วนเราก็ไปที่งานกันก่อนเถอะ อ้อ...แล้วอย่าลืมลากตัวยัยนั่นมากับเราด้วยล่ะ ยัยผู้หญิงตัวซวยคนนั้นที่ทำให้งานคอนเสิร์ตของฉันต้องพังไม่เป็นท่าแบบนี้น่ะ"

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.7K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.0K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook