แต่งงาน
มือใหญ่เลื่อนไปยังที่นอนข้างตัวด้วยความเคยชิน ทุกครั้งที่รู้สึกตัวกลางดึก พอคว้าได้คนตัวเล็กตัวหอมในอ้อมแขน ก็เข้าสู่นิทราลึก
ได้อีก แต่ครั้งนี้สิ่งที่เขาสัมผัสได้คงมีแต่ความว่างเปล่า คงเช้าแล้วสินะ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของหนุ่มใหญ่วัยสามสิบกว่ายับย่น ด้วย
อาการของคนงัวเงียยังไม่ตื่นดี เหลือบมองที่นอนข้างตัวแวบเดียว อย่างไม่สบอารมณ์ ก็ตอนนี้ฟ้าเพิ่งจะสว่าง แต่ภรรยาตัวดีลุกออกจาก
ที่นอนไปตั้งแต่ฟ้ายังมืด รู้ได้จากการสัมผัสที่นอนเย็นเยียบเมื่อสักครู่นี้ ไม่รู้อีกฝ่ายเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ทั้งที่เมื่อคืนถูกเขาขับเคี่ยวจน
ดึกดื่น กว่าจะได้หลับ เวลาก็เข้าสู่วันใหม่แล้ว
ชายหนุ่มแต่งตัวพร้อมไปทำงาน เดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร อาหารเช้าหลากหลายชนิดขึ้นโต๊ะเรียบร้อยแล้ว แม่บ้านและเด็ก ๆ ต่างยืนก้ม
หน้ารอรับใช้ผู้เป็นนายอย่างพร้อมเพรียง ขาดแต่เพียงผู้เดียวที่แอบหนีลุกจากที่นอน
“ปาลินล่ะ” หันหน้าถามแม่บ้านใหญ่
“ คุณปินด์อยู่ในครัวค่ะ ดิฉันไปตามให้นะคะ” พิมพารีบเอ่ยปาก เพราะเกรงเจ้านายหนุ่มจะอารมณ์เสียยิ่งไปกว่านี้ อยู่ด้วยกันมานานก็รู้
แหละว่าเจ้านายตนไม่ชอบที่สุด คือการต้องรอใครนาน ๆ
“ไม่ต้อง” เสียงห้าวขัดขึ้น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวผ่านหน้าตนไป
“ทำอะไรมากมาย อาหารก็เต็มโต๊ะแล้ว” ร่างบางสะดุ้ง หันกลับมาเห็นร่างสูงของสามียืนหน้าตึง กอดอกพิงกรอบประตู
“เอ่อ” ไม่รู้จะตอบเขาอย่างไร จริง ๆ เธอไม่มีอะไรให้ทำมากนัก เพียงแต่ ไม่อยากเผชิญหน้าเขาเช้านี้เพียงแค่นั้น สาเหตุคงเป็นเพราะ
เรื่องเมื่อคืน
“หลบเก่ง”เธอเหลือบตามองเขา ทันเห็นรอยยิ้มกวน ๆ บนหน้าหล่อ เขาจะมาลูกไม้ไหนอีก
“เปลี่ยนบรรยากาศ เป็น....ในครัวก็ดี” ปาลินมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ แต่พอเห็นสายตากรุ้มกริ่มของเขา หน้าหวานใสก็พลันรู้สึกร้อน
วูบวาบ ก่อนจะแดงซ่านกระจายทั่วใบหน้า เธอรีบกลับตัวก้าวเดินออกจากห้องครัว
“อ้าว! ไม่กินกันบนเคาน์เตอร์ครัวเหรอ” เสียงห้าวล้อเลียน ไล่ตามหลังมา ก่อนตัวจะก้าวเร็วมาโอบเอวบางเดินไปที่โต๊ะอาหาร ตลอด
เวลาหญิงสาวที่ได้ขึ้นชื่อว่าภรรยาเขาเอาแต่นิ่งเงียบ เธอนั่งทานเรื่อย ๆ ไม่ชวนเขาคุย วูบหนึ่งชายหนุ่มคิดถึงมีญพิชา ทุกครั้งที่ทาน
อาหารด้วยกัน อีกฝ่ายจะยิ้มแย้มหาเรื่องพูดคุยกับเขาได้ตลอดเวลา บางครั้งเขาก็รู้สึกรำคาญ ทำให้อาหารรสกร่อยลงอย่างน่าเสียดาย
เขาชอบเวลาบรรยากาศแบบนี้มากกว่า ทันใดชายหนุ่มก็รู้สึกตัว เป็นไปไม่ได้ เขาจะชื่นชอบเวลาที่ใช้ร่วมกันกับปาลินไม่ได้เด็ดขาด ไม่
ว่ายังไงผู้หญิงตรงหน้าก็เป็นได้แค่ผู้หญิงแก้ขัดให้เขา เมื่อไหร่เขาตามหาคนรักเจอ เธอจะเป็นเพียงหญิงหม้ายผัวหย่า ส่วนเขาไม่เสีย
อะไรอยู่แล้ว แม้จะย้ำเตือนตัวเองอย่างนั้น แต่พอมองใบหน้าเล็ก เขากลับรู้สึกแปลกลึก ๆ ในใจ ชายหนุ่มลอบถอนใจ เขาไม่อยากค้นหา
แล้ว ว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร นอกจากเดินไปตามเกมที่เขาวางไว้ วันไหนจบ วันนั้นเขาปรารถนา อยากเห็นปาลินเป็นดั่งนกปีกหักที่สุด
เพราะเธอสุขสบาย เป็นนกน้อยแห่งวัชรโรธร มานานเกินไปแล้ว
หนึ่งปีก่อน
“แต่งงาน!” เสียงห้าวเอ่ยดังจนแทบเป็นเสียงตะโกน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ปุราณถามตัวเอง ด้วยอารมณ์เดือดพล่านข้างใน ทันทีที่ลงจากเครื่อง หลังจากไปดูตลาดคู่ค้าและการเจรจาจัดการสัญญาต่าง ๆ ที่ต่างประเทศนานเกือบสามเดือน คุณหญิงแม้นระย้า วัชรโรธร ผู้เป็นย่าและประมุขแห่งวัชรโรธร ทั้งยังกุมบังเ**ยนธุรกิจในเครือ วีกรุป ของตระกูล ก็ส่งรถไปรับหลายชายเพียงคนเดียว ที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และตรงดิ่งมาที่คฤหาสน์หรูแห่งวัชรโรธร แทนที่จะเป็นคอนโดส่วนตัว ของเขา เพื่อให้เขาได้พักผ่อน หลังจากตรากตรำงานหนักเป็นเดือน ๆ ปุราณ วัชรโรธร ขบกรามแน่น เขาสบตาแข็งกร้าวต่อผู้เป็นย่า
“แกฟังไม่ผิดหรอกเจ้าปราณ” เสียงมีอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ แต่เด็ดขาด ทำให้เปลวไฟในดวงตาคมดุ ลุกโชนยิ่งขึ้น
“อีกไม่กี่เดือนหนูปินด์จะเรียนจบ ย่าจะให้แกหมั้นกับน้องก่อน เรียนจบแล้วค่อยจัดงานแต่ง” คุณหญิงแม้นระย้า หมายถึง
ปาลิน หลานสาวนอกสายเลือดของตระกูล ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาอยากอยู่ไกลให้มากที่สุด ทำไมคุณย่าถึงได้เอ็นดูลูกสาวของผู้หญิงคนนั้นด้วย ฮึ....เขาคงยอมล่ะ
“ถ้าแกไม่ยอม ไม่เป็นไร ฉันจะยกทุกอย่างให้หนูปินด์” สายตากล้าคมเหลือบมองผู้เป็นย่า อยากคิดว่าท่านแค่ขู่เล่นแต่ไม่เลย เขารู้จักท่านดี ผู้หญิงที่กุมบังเ**ยนธุรกิจ ไม่กี่ร้อยล้านเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว จนเติบโตเป็นธุรกิจที่มีกลุ่มทุนนับมูลค่าไม่ได้ ทั้งในและต่างประเทศ ความสามารถของหญิงชราผู้นี้ ประเมินได้จากการเติบโตของวีกรุป แม้สองสามปีมานี้หลานชายอย่างเขาจะเข้ามาบริหารแต่ก็เป็นการเรียนรู้งาน ตามแบบแผนงานเดิมของท่านเสียส่วนใหญ่ เนื่องด้วยอำนาจรองประธานอย่างเขายังจัดการอะไรหลาย ๆ อย่างในองค์กรไม่ได้ และหลายนโยบายบริหารของผู้เป็นย่า ต้องยอมรับว่าเป็นแผนงานที่ยอดเยี่ยมเหมาะกับเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน ปุราณลุกขึ้นยืนเต็มความสูงกว่าหกฟุต เขายืนเท้าเอวมองออกไปนอกกรอบหน้าต่าง ด้วยจิตใจว้าวุ่น ก่อนจะหันกลับมาหาผู้เป็นย่า
“ย่าครับผมมีคนรักของผมอยู่แล้ว เรารักกันมานาน ย่าก็รู้” เขาลดน้ำเสียงลง อยากต่อรองกับท่านดู แม้จะคบหากันอย่างเงียบ ๆ แต่เขาก็ให้ความมั่นใจแฟนสาว โดยพามาแนะนำกับคุณหญิงแม้นระย้า มีญพิชา คือหญิงสาวที่เขาคบหาตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาโทที่ไทย จนกระทั่งเขาบินไปคว้าปริญญาโทอีกใบที่ต่างประเทศ แม้จะเรียนจบ ชายหนุ่มก็ยังคงทำงานหาประสบ การณ์ต่ออยู่พักใหญ่ ถึงได้กลับมาบริหารงานเต็มตัว แม้จะอยู่ห่างกันและเขาไม่มีเวลาให้ แต่คนรักของเขาก็ยังคงมั่นคง ติดต่อกันเสมอมา มีแต่ช่วงนี้แหละ ที่มีญพิชาค่อนข้างเงียบไป ตลอดสามเดือนที่เขาอยู่ต่างประเทศ แรก ๆ ยังได้วิดีโอคอลหากัน แต่อาทิตย์ต่อ ๆ มางานเขายุ่งมาก แทบไม่มีเวลาพักผ่อน การติดต่อจึงขาดหายไปบ้าง เหลือเพียงข้อความให้รู้ว่ายังคิดถึงกันเสมอ แม้เขาไม่ใช่คนรักที่ดีนัก ความรักไม่หวือหวา แต่เขาก็ตั้งใจจะแต่งงานกับ มีญพิชา เพียงคนเดียว
“แกหมายถึง มีญพิชา ผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอ” คุณหญิงแม้นระย้า เอ่ยถามเรียบ ๆ ยากที่จะค้นหาความรู้สึกในน้ำเสียงนั้น ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เขาแทบคลั่ง
“แต่ยังไงแกก็ต้องหมั้นและแต่งงานกับยายปินด์เท่านั้น”