บทนำ
ความทรงจำนั้นไม่เคยเลือนหาย... ฉันจำได้ไม่เคยลืม
“ฝน... พี่รักฝนนะ” เสียงแหบพร่าพร่ำบอกอยู่แนบริมหูเพราะความปรารถนา ยามเรือนกายของเราสองแนบชิดบดเบียดราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่ง ความร้อนผะผ่าวลามเลียมกัดกินภายในกายเพิ่มความอบอุ่นให้เรือนร่างสองเรา ทั้งๆ ที่เราเพิ่งฝ่าสายฝนเย็นเฉียบๆ มาหมาดๆ
ลมหายใจเขาร้อนผ่าว
ลมหายใจฉันสะดุด
สัมผัสของเขาที่แตะต้องราวกับก้อนถ่านแดงอังไฟนาบลงกับผิว
ฉันหอบหายใจหนักละม้ายเพิ่งผ่านการวิ่งมาหมาดๆ ยามเงยหน้าขึ้นมองสบกับนัยน์ตาคู่คมยาวเรียวของเขา ซึ่งเห็นเป็นประกายแม้ในยามมืดสลัวเช่นนี้ ตัวฉันสะท้านเมื่อเขารุกเร้าหนักขึ้น มือใหญ่แข็งแรงที่แตะต้องฉันอย่างทะนุถนอมเริ่มลูบผ่านเสื้อผ้าชุดนักศึกษาที่เปียกฝนแนบเนื้อของฉัน และมันก็ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ
“ฝน... นะ” คำกระซิบอ้อนวอนของเขามาพร้อมกับชายกระโปรงฉันที่ถูกรั้งให้ขึ้นสูง และต้องสะดุ้งกับความร้อนวาบของฝ่ามือเขา
สำนึกถึงความควรไม่ควรจวนเจียนขาดรั้งสติที่น้อยนิดของฉันไว้
“อย่า”
ทว่า... ใครจะรู้ เสียงห้ามนั้นช่างแผ่วเบาหนักหนา ฉันไม่รู้ตัวเลยว่ามือของฉันทั้งสองข้างที่วางทาบกับอกกว้างนั้น สิ้นไร้แล้วซึ่งเรี่ยวแรงผลักดัน แม้จะรู้สึกตัว แม้จะรู้ดีว่าเสื้อที่สวมอยู่กำลังหลุดหล่นออกจากร่าง แต่ฉันก็จนปัญญาที่จะดิ้นหนี
อารมณ์วาบหวามครอบงำฉันแทบจะสมบูรณ์แล้ว
สติเฮือกสุดท้ายดึงฉันให้ต้านทาน เมื่อเขาแนบริมฝีปากร้อนๆ ทาบลงบนเนื้อเหนือเนินอก และฝ่ามือเขารุกรานไปถึงไหนๆ ฉันผลักไสเขา ดิ้นรนหนีอารมณ์เบื้องต่ำที่ไม่เคยพานพบ แต่... มันไม่เป็นผล
เขาเป็นคนรักของฉัน คนที่ฉันคิดว่าเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาว และตอนนี้เขาก็แปลงร่างเป็นซาตานผู้หิวโหย
ครอบงำ ดื่มกิน และตักตวงซึ่งทุกสิ่งที่ฉันมี
แล้วความเปล่าเปลือยก็เข้าสัมผัสฉัน จากสะดุ้งฉันสะท้านไปทั้งตัวในราตรี... แสงเพียงเล็กน้อยส่องให้เห็นเงาลางเลือนสะท้อนบนกระจก ฉันเปลือยเปล่า ร่างของฉันขาวโพลนอยู่ท่ามกลางความมืดมนอนธการ
“ฝน”
เสียงเรียกของเขาดึงฉันให้หายจากการตื่นตะลึง เรามองสบตากัน ใบหน้าของเขาถูกเงามืดครอบงำ และฉันก็เอื้อมมือไปสัมผัส
ใคร่หรือ
รักหรือ
ปรารถนาหรือ
ฉันเจอมันในแววตาเขา และฉันก็หลุดจากการควบคุมตัวเอง มันเหมือนดั่งต้องมนต์ ฉันหลงลืมทุกสิ่งไป และปรารถนาเพียงความอบอุ่นจากร่างกำยำล่ำสันซึ่งแนบชิดอยู่ในขณะนี้
ฉันไม่ปฏิเสธ ไม่ผลักไสหรือวิ่งหนีเขาอีกต่อไปแม้ว่าจะถูกช้อนขึ้นอุ้ม อกกว้างอบอุ่นคือที่ที่ฉันซุกหน้าแนบ และตระหนักรู้ว่ามันร้อนเร่าราวกับเตาหลอมที่พร้อมจะละลายฉันในทันใด ที่ฉันตัดสินใจกระโจนลงไป
ฉันพร้อมยอมรับทุกสิ่ง ฉันโอบกอดเขาไว้ แม้เมื่อแผ่นหลังได้แตะลงกับที่นอนแสนนุ่ม ซึ่งเหมือนหลุมทรายดูดกักฉันทั้งตัว
“พี่รักฝน”
สามคำ เพียงสามคำ ฉันยิ้มรับคำหวานป้อยอชิดริมหู และปล่อยให้สัมผัสร้อนรุ่มป่ะป่ายไปทั่วเนื้อตัว ฉันประคองแก้มสากไว้ในมือยามเมื่อเขาเกาะกอดแสดงซึ่งความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของฉัน
เรามองสบตากันในความมืดอีกครั้ง ในดวงตานั้นเปล่งประกายวาววับ ฉันมองสบ ไล้มือสำรวจทั่วใบหน้าซึ่งซ่อนไว้ในเงามัว
ฉันรักเขา รักอย่างที่สุด เขาคือรักแรกและรักสุดท้ายของฉัน
ความรักหอมหวาน เขาคือเจ้าชายและฉันคือเจ้าหญิง นี่จะเป็นดั่งตอนจบในนิทาน เราจะครองรักกันตราบชั่วนิจนิรันดร
“พี่รักฝนและเราจะมีอนาคตร่วมกัน”
คำมั่นของเขาคือหลักฐานชั้นดี ฉันยิ้ม น้ำตาคลอ แตะจุมพิตลงบนริมฝีปากหยักสวยได้รูปนั้น และฉันไม่ลังเลอีกต่อไปที่จะมอบตัวให้กับคนที่หวังฝากชีวิตไว้ ดังนั้นฉันจึงโอบกอดเขาไว้แน่นในวงแขน เมื่อเราเชื่อมหัวใจไว้เป็นดวงเดียวกัน เขาโอบรัดราวกับกลัวฉันหลุดหาย และเราสบตากันเมื่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
จากนี้ไป เราสองคนจะครองรักกันตลอดไป...
มันควรจะจบลงตรงนั้น แต่ฉันก็เพิ่งรู้... ว่ามันไม่ใช่ เพราะแท้ที่จริงนี่ก็เป็นเพียงแค่บทเริ่มต้นของละครชีวิตของฉัน... ก็เท่านั้น