bc

ชายาตัวแทนของท่านอ๋องไร้ใจ

book_age18+
248
ติดตาม
1.3K
อ่าน
จบสุข
องค์ชาย
ผู้สืบทอด
ชายจีบหญิง
เบาสมอง
ลึกลับ
ฉลาด
ขี้แพ้
วิทยาลัย
substitute
like
intro-logo
คำนิยม

หัวใจดวงน้อยของ 'หลินลี่หมิง' พองโตขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อบิดาเอ่ยปากอ้อนวอน ขอร้องให้นางเข้าพิธีแต่งงานกับ 'จ้าวเหว่ยหลง หรือจ้าวอ๋อง'

แทนพี่สาวที่หนีไป เพื่อรักษาเกียรติของวงศ์ตระกูล

นางจึงตกลงรับปากกับบิดาโดยไม่ลังเล เพราะนางนั้นรักเขามานานนับสิบปี 

แต่ทว่าการแต่งเข้ามาอยู่ในจวนอ๋องไม่ง่ายอย่างที่คิด

เมื่อหลินลี่หมิง เป็นได้เพียง ชายาตัวแทน ที่จ้าวอ๋องไม่แม้แต่จะชายตาแล

เพราะสตรีที่ท่านอ๋องพึงใจรักคือพี่สาวที่หนีไปผู้นั้น หาใช่นาง!

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทนำ ตราตรึงใจ
สิบปีก่อนหน้า... เมืองหนานจิง แห่งแคว้นจ้าว... ในค่ำคืนที่สว่างไสวไปด้วยแสงแห่งโคมไฟนั้น เป็นเพราะว่าภายในเมืองได้จัดเทศกาลหยวนเซียว หรือ เทศกาลแขวนโคมไฟขึ้นทำให้ถนนหนทางคราคร่ำมากมายไปด้วยผู้คนและร้านรวงเต็มสองฝั่งทาง ผู้คนที่พากันออกมาด้วยใบหน้าแจ่มใส เพื่อชื่นชมความงดงามของโคมไฟ และกินขนมหยวนเซียว [1] ว่ากันว่าเทศกาลหยวนเซียว ถือเป็นวันแห่งความรัก ที่ทำให้บรรดาสตรีต่างพากันออกมาชื่นชมความสวยงามของโคมไฟที่ประดับประดา จนได้พบเจอกับบุรุษมากหน้าหลายตาและก่อเกิดเป็นความรัก คนมีครอบครัวต่างก็พาเด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นจนเกิดเป็นรอยยิ้มแห่งความสุขไปทั่วทั้งเมือง “ท่านแม่ โคมไฟนั่นสวยงามยิ่งนัก” หลินลี่หมิง ในวัยแปดหนาววิ่งไปตามถนนหนทางที่เต็มไปด้วยผู้คนด้วยความสนุกสนานตามประสา โดยมีมารดาคอยวิ่งตามบุตรีที่รักยิ่งด้วยความเป็นห่วง “หมิงเอ๋อร์ เจ้าอย่างวิ่งไปทั่ว รอแม่ก่อน” เสียงหวานใสของมารดาเอ่ยเรียกลูกรัก เพื่อหวังให้บุตรสาวชะลอฝีเท้าลงบ้าง ก่อนที่นางจะออกวิ่งตามบุตรสาวไป แต่ทว่า “ซูลี่ เจ้าควรจะต้องคอยดูแลฮูหยินใหญ่ จะวิ่งไปทั่วเช่นเด็ก ๆ ได้อย่างไร น่าขายหน้ายิ่งนัก” เสียงทุ้มเข้มของผู้เป็นสามีทำให้นางหยุดนิ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้บ่าวรับใช้ของตนติดตามหลินลี่หมิงไป “ขออภัยเจ้าค่ะ ท่านพี่” หลินเฟยเทียน หรือเสนาบดีกรมยุติธรรม พยักหน้ารับก่อนจะผินใบหน้ากลับไปยังฮูหยินใหญ่ด้วยความเอาใจ และดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้มีความยุติธรรมให้กับครอบครัวเท่าไหร่นัก ร่างบอบบางเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงหวานใส พร้อมกับยอบกายให้หลินเฟยเทียนผู้เป็นสามีด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทั้งที่ภายในใจนั้น นางกลับรู้สึกกังวล กลัวว่าหมิงเอ๋อร์จะมีอันตราย ซูลี่ เป็นอนุภรรยาของหลินเฟยเทียนผู้นั้น แต่ด้วยเพราะร่างกายของนางมักจะอ่อนแอ ป่วยไข้ จึงไม่ค่อยได้รับความรัก ความเมตตาจากสามีเท่าไหร่นัก “ซูลี่ เจ้าเป็นถึงอนุภรรยาของท่านพี่ หากผู้ใดรู้เข้าว่าเจ้าไร้มารยาทเช่นนี้ ข้าคงขายหน้าไปด้วยเช่นกัน ที่ไม่อาจอบรมเจ้าให้ดี” ฮุ่ยเฟิน ฮูหยินใหญ่ตระกูลหลิน นางเกิดมาในตระกูลขุนนางทำให้หลินเฟยเทียนมักจะเอาอกเอาใจนางเสมอ แม้ว่านางจะรังแกซูลี่เป็นประจำก็ตามที “เอาล่ะ ๆ เจ้าดูแลฮูหยินใหญ่ให้ดีก็แล้วกัน ส่วนเรื่องเด็ก ๆ ก็ให้เล่นสนุกกันไปตามประสา” “เจ้าค่ะ/เจ้าค่ะ” หลินเฟยเทียนโบกมือเพื่อลดทอนความขัดแย้ง ก่อนที่เขาจะเดินนำเข้าไปยังโรงน้ำชาตระกูลเฉิน เพื่อชื่นชมบรรยากาศของเทศกาลหยวนเซียว โดยมีฮูหยินและอนุภรรยาเดินตามมาไม่ห่างกาย แม้ว่าซูลี่จะรู้สึกเป็นห่วงบุตรสาวไม่น้อย แต่นางกลับไม่อาจหลบหลีกหน้าที่ของอนุภรรยาไปได้ จึงได้แต่ภาวนาขอให้หมิงเอ๋อร์ไม่เกิดอันตรายใด ก่อนที่นางจะก้มหน้ารินชา คอยปรนนิบัติผู้เป็นสามี และฮูหยินใหญ่ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง........... หลินลี่หมิงวิ่งไปตามแสงสว่างของโคมไฟที่ประดับประดาอย่างสวยงามรอบ ๆ เมือง รู้ตัวอีกทีนางก็วิ่งมาถึงสะพานใจกลางของหนานจิงเสียแล้ว เดิมทีหนานจิงแบ่งออกเป็นสองฝั่งโดยมีแม่น้ำสายเล็กขั้นกลางเอาไว้ ทำให้สามารถที่จะนั่งเรือชมบรรยากาศทั้งสองฝั่งก็ได้ หรือจะเป็นการเดินข้ามผ่านสะพานที่ว่าไปยังอีกฝั่งก็ได้ “คุณหนูรอง หยุดก่อนเจ้าค่ะ” เสียงของลั่วลั่ว บ่าวรับใช้ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้นางตื่นจากภวังค์และออกวิ่งต่อไป หากลั่วลั่วจับนางได้ นางคงจะต้องกลับไปนั่งเฝ้าท่านพ่อจิบชาเป็นแน่ พลั่ก ในระหว่างที่หลินลี่หมิงออกวิ่งและมัวแต่หันมองลั่วลั่ว ทำให้นางไม่ได้ดูทางข้างหน้าจนเผลอชนเข้ากับร่างเล็กร่างหนึ่งจนล้มลงบนสะพานที่แออัดไปด้วยผู้คน “ลี่หมิง เห็นทีเจ้าจะซุ่มซ่ามเกินไปแล้วกระมัง” น้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจ เรียกให้หลินลี่หมิงแหงนใบหน้าขึ้นมองใบหน้าของคนผู้นั้น ใบหน้าเหยียดที่คุ้นตาคือพี่สาวต่างมารดาของนาง นามว่า หลินเหม่ยลี่ นั่นเอง “ท่านพี่...” “ชู่ อย่าเรียกข้าว่าท่านพี่ ข้าไม่อยากมีน้องเช่นเจ้า!” หลินเหม่ยลี่ยกนิ้วชี้ขึ้นทาบริมฝีปากเพื่อบอกให้นางเบาเสียง แต่ในขณะที่หลินลี่หมิงกำลังหยัดกายลุกขึ้น พี่สาวจอมร้ายกาจกลับเดินเข้ามาประชิดกายพร้อมกับกระแทกไหล่จนนางเซถลาตกสะพาน ใบหน้าหวานหยดย้อยของหลินเหม่ยลี่แสยะยิ้มอย่างร้ายกาจ เมื่อเห็นว่าน้องสาวที่นางไม่ได้เต็มใจรับกำลังจะตกจากสะพาน แต่ทว่า หมับ “ท่านอยากให้ข้าตกน้ำ แต่พอดีว่าข้าไม่อยากตกลงไปแต่เพียงผู้เดียว!” หลินลี่หมิงรู้ดีว่านี่คือแผนการร้ายของพี่สาว แม้นางจะมีอายุเพียงแปดหนาวแต่นางก็มีความเฉลียวฉลาดและไม่ยอมให้ใครมารังแกได้อย่างง่ายดาย แล้วมีหรือที่นางจะยอมตกลงไปแต่เพียงผู้เดียวเช่นนี้ ฝ่ามือเล็กจึงเอื้อมไขว่ขว้าชายอาภรณ์ของหลิน เหม่ยลี่สุดแรงกำลังจนตกลงสู่แม่น้ำไปพร้อมกัน กรี้ดดด “คุณหนูใหญ่!” ตู้ม เสียงกรีดร้องของหลินเหม่ยลี่ในวัยสิบหนาวดังขึ้น เรียกความสนใจของผู้คนที่อยู่บนสะพานแต่ไม่มีผู้ใดคิดช่วยเหลือ มีเพียงบ่าวรับใช้ที่ติดตามคุณหนูใหญ่กระโดดลงน้ำตามมาช่วยแต่เพียงเท่านั้น ส่วนหลินลี่หมิงนั้น ไร้คนติดตามเพราะนางวิ่งหนีบ่าวรับใช้ออกมา การหวังจะให้บ่าวรับใช้ของคุณหนูใหญ่ช่วยเหลือนางด้วยอีกคนคงเป็นไปได้ยาก สายน้ำที่เยียบเย็นทำให้ท่อนขาของนางเกิดตะคริวจนไม่อาจแหวกว่ายต่อไปได้ นางจึงจมดิ่งลงสู่พื้นน้ำอย่างเลี่ยงไม่ได้ เกิดมาเป็นเพียงบุตรีของอนุภรรยาก็เป็นเช่นนี้ หาได้มีผู้ใดสนใจ หลินลี่หมิงรู้สึกเจ็บแน่นหน้าอก จนสติเริ่มพร่าเลือน นางกลืนน้ำลงคอไปเป็นจำนวนมากซ้ำยังอ่อนแรงจากตะคริว ‘ท่านแม่ ข้าจะตายตอนอายุเพียงแปดหนาวเพียงเท่านั้นหรือ’ ‘ช่วยด้วย’ หลินลี่หมิงร้องขออยู่ภายใต้สายน้ำที่มืดมน ดวงตาของนางปรือลง ไปพร้อมกับสติที่กำลังจะมอดดับไป ตู้มมมม เสียงกระโจนลงสู่ผืนน้ำเป็นครั้งที่สองดังขึ้น ก่อนที่เสียงนั้นจะหายไปพร้อม ๆ กับสติของหลินลี่หมิง นางคงได้ลาโลกนี้ไปอย่างถาวร แต่ทว่า พรวดดดด หลินลี่หมิงพ่นน้ำออกมาจากปาก หลังจากที่รู้สึกได้ถึงแรงฝ่ามือที่กดลงบนหน้าอก ทำให้นางรอดพ้นจากความตายอีกครั้ง “ท่านแม่ซูลี่ ท่านแม่ ช่วยข้าด้วย” เฮือก ดวงตากลมโตปรือขึ้นจนพบว่านางขึ้นมาอยู่บนตลิ่งไม่ไกลจากสะพานไม้ที่ตกลงมา แต่ก็ยังห่างไกลจากผู้คนมากมายอยู่ดี ดวงตาหวานมองรอบ ๆ จนสบตากับเด็กชายผู้หนึ่งที่อาภรณ์เปียกปอนไปตามลำตัว ไม่เว้นแม้แต่เรือนผมสีดำสนิทที่ลู่ลงไปตามกรอบหน้า “ไม่เป็นอันใดแล้วใช่หรือไม่...” เสียงนิ่งขรึมเอ่ยถามนาง “อืม เจ้าช่วยข้าเอาไว้อย่างนั้นหรือ” หลินลี่หมิงถามออกไป “แล้วเจ้าเห็นใครนอกจากข้าหรือไม่เล่า ฮึ” ใบหน้าเรียบนิ่งแค่นเสียงในลำคอ ราวกับตราหน้าว่านางถามออกไปโดยไร้ซึ่งความคิด “ปากร้ายนัก” หลินลี่หมิงหยัดกายลุกขึ้นหลังจากที่อาการเริ่มดีขึ้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาพร้อมกับร่างอวบที่กระวีกระวาดเข้ามาหา “คุณหนูรอง!” “บ่าวของเจ้ามาโน้นแล้ว ข้าไปล่ะ” เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นเดินจากไป “ขอบคุณเจ้ามากนะ ที่ช่วยชีวิตข้า ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรบอกข้าได้หรือไม่” หลินลี่หมิงไม่ลืมที่จะเอ่ยคำขอบคุณและถามชื่อแซ่ของเขาเอาไว้ “จ้าวเหว่ยหลง” เด็กชายคนนั้นตอบหลินลี่หมิงด้วยชื่อของตัวเองแค่เพียงสั้น ๆ ก่อนที่เขาจะเดินหันหลังจากไป แม้ใบหน้าของเขาจะเปียกปอน แต่นางยังคงจดจำเขาได้เป็นอย่างดี และตราตรึงบุคคลช่วยชีวิตเอาไว้ภายในดวงใจดวงน้อยที่ไม่อาจลืมเลือน.. [1] ขนมหยวนเซียว คือ บัวลอยลูกกลม ๆ แป้งเหนียวนุ่มมีไส้ชนิดต่าง ๆ

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.0K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

พันธะร้าย..ดวงใจรัก

read
2.1K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook