ความผิด?!
"หมออัญรินทร์ คุณเป็นแพทย์เจ้าของไข้ ที่ผ่าตัดให้ผู้ป่วยแล้วเกิดผิดพลาด สั่งยาที่ผู้ป่วยแพ้ ซึ่งมันเกือบทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต"
"คุณต้องรับผิดชอบ!"
แพทย์หญิงวิมลรัตน์ สุขวดี หัวหน้าแผนกศัลยกรรม ตะโกนใส่หน้า หมออัญรินทร์ แพทย์หญิงอัญรินทร์ นามพลประภา หมอสาวประจำแผนกศัลยกรรม ที่ทำการผ่าตัดให้คนไข้รายหนึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งระหว่างการผ่าตัด ได้เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น จนเป็นผลให้คนไข้เกือบจะเสียขีวิต โชคดีที่ถูกแก้ไขและกู้ชีพได้ทันท่วงที
หัวหน้าแผนก แจงรายละเอียดความผิดพลาด และโยนความผิดให้เธอคนเดียว ในขณะที่คนอื่น ๆ ที่อยู่ในทีม ได้แต่อ้ำอึ้ง
หุบปากเงียบสนิท!
ถึงแม้สามารถกู้ชีพจรขึ้นมาได้ และดำเนินการผ่าตัดจนสำเร็จ แต่เธอกลับถูกฟ้องร้องจากญาติของคนไข้ ซึ่งประสงค์จะเอาผิดเธอให้ถึงที่สุด หมออัญรินทร์กำลังชี้แจงกับหัวหน้าของเธอ
"แต่ในประวัติของผู้ป่วย ไม่ได้ระบุว่าแพ้ยานี่คะ ไม่ได้ระบุเลยว่าแพ้ยาชนิดใด หรือกำลังใช้ยาใดอยู่ ฉันอ่านรายและเอียดและจำได้ทุกอย่างค่ะ"
"แล้วนี่คืออะไร?!"
หัวหน้าแผนกโยนแฟ้มประวัติของคนไข้ลงตรงหน้าเธอ หมออัญรินทร์รีบคว้าขึ้นมาเปิดอ่าน
ในแฟ้มนั้น ระบุตัวยาที่ผู้ป่วยแพ้ และยาที่ผู้ป่วยกำลังใช้เอาไว้ชัดเจน
"ไม่ใช่ค่ะหัวหน้า นี่ไม่ใช่ประวัติที่ฉันได้รับก่อนการผ่าตัดแน่นอน"
หมออัญรินทร์ส่ายหน้า แย้งขึ้นอย่างมั่นใจ
"งั้นคุณก็คิดว่า ฉันกำลังใส่ร้ายคุณอย่างงั้นเหรอ?"
หัวหน้ายังตะโกนใส่เธอไม่หยุด สีหน้าเคร่งเครียดกราดเกรี้ยว
"ไม่ใช่ค่ะหัวหน้า ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่จะให้ฉันยอมรับผิดโดยที่ไม่ได้ทำผิดเลย ฉันไม่ยอมค่ะ"
หมออัญรินทร์พยายามโต้แย้งอย่างใจเย็นและอดกลั้น
"งั้นคุณก็เลือกเอา จะพูดต่อหน้าคณะกรรมการที่นี่ หรือต่อหน้าศาล"
หัวหน้าของหมอสาวตัวเล็กยื่นคำขาดแบบไม่มีรับฟังเหตุผลใด ๆ ทันที หมออัญรินทร์ถึงกับอ้าปากค้าง คิดไม่ถึงว่าเธอจะถูกโยนความผิดให้ซึ่ง ๆ หน้าขนาดนี้
ไม่มีใครช่วยเป็นพยานให้เธอได้เลย ทั้ง ๆ ที่ทุกคนก็ได้อ่านประวัติคนไข้เหมือนกัน ถ้ามีหมายเหตุระบุตัวยาที่แพ้ หรือยาที่คนไข้กำลังใช้อยู่ ซึ่งจะมีผลร้ายแรงในการผ่าตัด ก็ต้องมีคนทักท้วงเธอทันทีที่มีการสั่งใช้ยาสิ แต่นี่ทุกคนฟังและทำตามคำสั่งของเธอ โดยไม่มีใครโต้แย้ง ซึ่งมันผิดวิสัย
หมอแก้ว แพทย์เวรที่เป็นคนซักประวัติคนไข้ ถึงกับร้องไห้อย่างหวาดหวั่น เพราะเธออาจถูกลงโทษด้วยอีกคน
"หนูลงทุกอย่าง ตรวจทานเรียบร้อยนะคะพี่หมอรินทร์ ไม่มีแพ้ยา หรือใช้ยาอะไรยาแน่นอน"
หมออัญรินทร์พยักหน้า
"แต่พวกเขาก็ไม่เชื่อหนู"
หมอแก้วถึงกับน้ำตาเล็ด ถ้าเธอถูกทำโทษ เธอคงหมดหนทางแก้ต่างให้ตัวเอง
สองวันถัดมา..
"คนไข้ยืนยันว่าให้ข้อมูลทุกอย่าง แต่แพทย์ที่ซักประวัติไม่ยอมบันทึกรายละเอียด และหมอเจ้าของไข้ก็สะเพร่า จึงเกิดความผิดพลาดขึ้น จะมีการลงโทษทั้งหมอและแพทย์เวรที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม!"
นี่คือข้อสรุป ที่ทางโรงพยาบาลเสนอต่อญาติของคนไข้ เพื่อป้องกันไม่ให้ญาติของคนไข้ฟ้องร้องเอาผิดโรงพยาบาล แต่ญาติของคนไข้ก็ยังต้องการให้ดำเนินคดี
หมอแก้วถึงกับปล่อยโฮออกมาทันที หมออัญรินทร์เองก็หน้าซีดเผือด
ไม่มีใครออกหน้าช่วยเหลือพวกเธอทั้งสองคนเลย ทุกคนที่อยู่ห้องผ่าตัดวันนั้นต่างก็ยืนยันว่าเธอเป็นคนสั่งใช้ยา ไม่มีใครพูดถึงประวัติของคนไข้ ทั้ง ๆ ที่ทุกคนก็ได้อ่านรายละเอียดแบบเดียวกัน
หมอสาวพยายามขอพบญาติคนไข้ เพื่ออธิบายและเจรจา แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ เธอรู้แค่ว่า เขาเป็นรองสารวัตรปราบปรามชื่อดัง ถึงแม้หมออัญรินทร์จะมีเบอร์โทรของเขาอยู่ในมือ แต่พอเธอติดต่อไป เขากลับตัดสายเธอทิ้งทันทีที่รู้ว่าเธอคือหมอที่เป็นคนผ่าตัดผิดพลาด!
ใจดำ!
หมอสาวขอดูกล้องวงจรปิด ช่วงที่กำลังซักประวัติคนไข้ ก็ปรากฏว่า ระบบกล้องวงจรปิดในวันนั้นมีปัญหา จึงไม่ได้มีการบันทึกใด ๆ เอาไว้
ในเมื่ออะไร ๆ ก็ไม่เป็นไปตามที่ใจหวัง สิ่งที่ทำได้ก็คือ ในวันที่คณะกรรมการทำการสอบสวน หมอสาวอัญรินทร์พยายามปฏิเสธข้อกล่าวหา และโต้แย้งต่อคณะกรรมการด้วยเหตุผลในทางเทคนิค แต่...ยังไงก็ไม่เป็นผล เหมือนทุกอย่างถูกกำหนดเอาไว้แล้ว เธอถูกเลือกให้เป็นคนที่ต้องรับผิด!
หมอสาวที่รู้ชะตากรรมของตัวเอง ได้แต่ก้มหน้ากัดฟันทน สิ่งเดียวที่เธอสามารถทำได้คือขอร้องให้ทางโรงพยาบาลงดเว้นโทษแพทจ์เวรคนนั้น
"ในเมื่อมันมีประวัติการแพ้ยา และประวัติการใช้ยาของคนไข้ระบุอยู่ชัดเจน ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่ควรลงโทษแพทย์ที่ซักประวัติคนไข้ ได้หรือเปล่าคะ?"
"แสดงว่าคุณยอมรับข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดพลาด?" คณะกรรมการถามขึ้น
"ถึงไม่รับ ก็ต้องรับ!"
คำพูดที่แสนจะขมขื่นของเธอ หลุดออกมาจากปากอย่างท้อแท้ ในเวลาเช่นนี้ เธอถึงได้รู้ว่า ไม่มีใครช่วยเธอเลย แม้คำพูดให้กำลังใจจากเพื่อนหมอด้วยกัน ก็ไม่มีใครเอ่ยออกมา ทุกคนต่างก็ต้องเอาตัวรอดกันทั้งนั้น
หลังจากหมออัญรินทร์แน่ใจแล้วว่า หมอแก้วจะไม่โดนดำเนินการใด ๆ เธอจึงคืนป้ายคืนบัตร เก็บข้าวของเล็ก ๆ น้อย ๆ เดินออกจากโรงพยาบาลแห่งนั้นไป
"อย่าลืมไปขึ้นศาล!"
คำสั่งสุดท้ายของหัวหน้าแผนก คนที่ควรจะเข้าใจและเห็นใจเธอที่สุด กลับกลายเป็นคนที่ส่งเธอไปดำเนินคดี
หมอสาวประจำแผนกศัลยกรรม ที่เพิ่งเป็นหมอเต็มตัว เข้าทำงานไม่ถึงปี ถูกตัดสินความผิด ให้ระงับใบอนุญาตเป็นเวลา 1 ปี และจ่ายเงินชดเชยให้คนไข้จำนวนสองแสนบาท
หญิงสาวคอตกยอมรับผิดที่เธอแน่ใจว่าเธอไม่ได้ทำผิด ในใจรู้สึกอ้างว้างและหดหู่เป็นที่สุด ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเธอเลยซักคน มองหาใครทุกคนก็หันหน้าหนีหมด
ที่ทางเดินหน้าห้องพิพากษา หมออัญรินทร์เดินออกจากประตูห้องพิพากษาอย่างหมดอาลัยตายอยาก เมื่อเธอเซ็นชื่อในเอกสารทุกอย่างแล้ว เธอแทบไม่เหลือกำลังใจอะไรเลย ในหัวสมองมีแต่เสียงอื้ออึง
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังเดินออกมาจากห้องในอีกประตูหนึ่ง ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงของคนป่วยนั่นเอง ทุกสายตาต่างเพ่งมองมาที่เธอด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน ไม่มีความเห็นใจเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความสมเพชเวทนา สมน้ำหน้า สะใจ โดยเฉพาะสายตาของผู้ชายคนนั้น รองสารวัตรปราบปราม ร.ต.อ.พาทิศ โรจน์อำพัน คนที่เธอพยายามติดต่อเพื่อเจรจา แววตาของเขา เฉยชา เย็นเยียบ!
หมออัญรินทร์กัดฟันแน่น หน้าแดงเข้มขึ้นมาทันที ผู้ชายคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น คือคนที่ยื่นฟ้องเธอ เธอจะจำเอาไว้ ว่าเขาคือคนที่ทำร้ายเธอได้โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย!
หญิงสาวสบสายตาคมกล้านั้นอย่างแน่วแน่ เธอยกมุมปาก ไหวไหล่แล้วแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะสะบัดหน้าไปทางอื่น ความรู้สึกขุ่นแค้นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ผลักดันให้สองขามีเรี่ยวแรง เชิดหน้าก้าวเดินผ่านคนกลุ่มนั้นไปช้า ๆ คอตั้งตรง ใบหน้าซีดเผือดนิ่งสนิท อย่างน้อยก็ต้องแสดงให้พวกเขาเห็นว่า ชีวิตของเธอ ยังเป็นของเธอ!
..
"พี่รินทร์ พี่หมอรินทร์ ทางนี้ค่ะ!"
เสียงเรียกดังขึ้นที่ข้างอาคาร แพทย์เวรคนนั้น เธอมารอยู่นานแล้ว แต่ไม่กล้าขึ้นไปข้างบน ได้แต่ดักรออยู่ข้างนอก
"หมอแก้ว!"
"พี่หมอเป็นยังไงบ้างคะ?"
เธอถามขึ้นอย่างห่วงใย
"หมอไม่เป็นไรค่ะ"
หมออัญรินทร์ตอบสั้น ๆ
"หนูมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่กล้าขึ้นไป'
"ไม่ต้องห่วง ว่าแต่ น้องหมอไม่โดนอะไรแน่ใช่ไหม?"
"ไม่ค่ะ หัวหน้ายืนยันมาแล้ว หัวหน้าบอกว่าเป็นเพราะพี่หมอช่วยพูดกับคณะกรรมการ หนูถึงไม่โดนทำโทษ หนูขอบคุณพี่หมอนะคะ"
เธอยกมือไหว้
"อืม ไม่เป็นไร"
หมอสาวพยักหน้า
"แต่หนูคงไม่อยู่ที่นี่แล้วล่ะค่ะ หนูจะลาออกไปทำที่อื่น"
"ให้แน่ใจว่ามีงาน แล้วค่อยลาออกนะคะ"
หมออัญรินทร์ยังไม่วายเป็นห่วงแพทย์รุ่นน้อง
"แน่นอนค่ะพี่"
"แล้วพี่หมอล่ะคะ เอาไงต่อ?"
"กลับบ้านนอก ไปตั้งหลักซักพัก !"
อัญรินทร์ตอบโดยไม่ต้องคิด ทุกครั้งที่เจอปัญหา โดดเดี่ยวอ้างว้าง คนเรามักจะนึกถึงบ้าน
'บ้าน' สำหรับเธอ มีอยู่แค่ในจินตนาการ..
..
รองสารวัตรพาทิศยืนมองหมอสาวตัวเล็ก คู่กรณีที่เดินเชิดหน้าผ่านเขาไปจนลับตา ความหยิ่งยโสอวดดี ทำให้เขานึกดูหมิ่น
'หึ! ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด ยังทำท่าอวดดี'
เขานึกดูแคลน
ถึงแม้บทลงโทษที่หมอสาวได้รับ เพียงแค่พักใบอนุญาตแค่ 1 ปี แต่มันก็ต้องมีผลต่อชีวิตของเธอบ้าง ไม่มากก็น้อย
"ก็ดีแล้วไง จะได้สำนึกเสียบ้าง ว่าเธอไม่ควรจะมาเป็นหมอ!"
รองสารวัตรหนุ่ม ยืนมองจนเธอคนนั้นเดินลับหายไปจากสายตา เขาถอนใจเบา ๆ นึกเสียดายนิดหน่อย
หมอคนนี้เธอสวย สวยน่ารัก รูปร่างเพรียวบาง ตัวเล็ก ตาโตกลมวาว เขามองเห็นทุกความรู้สึกที่เธอเผลอแสดงออกมาตอนอยู่ในศาล ความโดดเดี่ยว ขมขื่น ความเหงา ท้อแท้และสิ้นหวัง และสิ่งที่เขาเพิ่งประจักษ์ เมื่อสบสายตาของเธออีกครั้ง เมื่อเธอเดินผ่านไป
ความเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว!
* * *