บทนำ
บทนำ
ภายในห้องอาหารโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพ…
น้ำอิงนั่งหลังตรงวางมือผสานกันไว้บนตักด้วยกิริยาเรียบร้อย เมื่อหลายวันก่อนพ่อแม่เร่งรัดให้เธอเดินทางเข้ากรุงเทพพร้อมกับท่าน ด้วยท่านมีนัดกินข้าวกับครอบครัวเพื่อนของคุณตา ซึ่งน้ำอิงรู้อยู่แล้วว่านี่เป็นการนัดหมายมาดูตัวกันในค่ำนี้ หากไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ทางคุณตาและคุณยายรับปากกับเพื่อนเอาไว้เธอคงปฏิเสธออกไปตรงๆ เพราะนี่มันหมดยุคคลุมถุงชนกันแล้ว และเธอไม่อาจรู้เลยว่าคนที่ท่านนัดมาดูตัวเป็นอย่างไร
ภายในห้องอาหารมีแขกผู้ใหญ่สองท่านซึ่งเธอไม่คุ้นหน้าเลยสักนิด และคนที่เธอไว้ใจที่สุดก็คงเป็นพ่อกับแม่สองคนเท่านั้น ความประหม่า ความตื่นเต้นโถมเข้าใส่น้ำอิงจนไม่กล้าที่จะขยับกายไปไหน เพียงครู่หนึ่งที่เธอเลื่อนสายตาลงมองหน้าจอมือถือซึ่งสว่างวาบแสดงข้อความเข้าจากน้องสาวก็มีผู้ชายร่างสูงเดินเข้ามานั่งลงฝั่งตรงข้ามกับน้ำอิง เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นหลังจากอ่านข้อความจากน้ำมนต์แล้วมองสบตากับผู้มาใหม่
นัยน์ตาดำขลับเบิกกว้างด้วยความตกใจ และคล้ายว่าเวลาถูกหยุดไว้แค่นี้ ภายในห้องเงียบลงกะทันหัน มีเพียงสายตาสองคู่ที่กำลังสบกันอยู่
“พี่รุต”
“น้ำอิง?”
“รู้จักพี่รุตเหรอลูก” รสรินชะโงกหน้ามาถามลูกสาว เธอนั่งอยู่ข้างอธิราชอีกฝั่งน่ะ เมื่อครู่ได้ยินเสียงลูกสาวเอ่ยทักทายศรุตก่อนจึงอยากรู้ว่าทั้งสองเคยเจอกันหรือรู้จักกันมาก่อนหรือไม่
“เอ่อ…” ปากก็อยากตอบคำถามแม่แต่หัวใจก็เต้นแรงจนไม่อยากปริปากพูดกับใคร เขาคนเดียวที่ทำให้หัวใจเธอเต้นเร็วอย่างบ้าคลั่งขนาดนี้ เป็นเขาจริงๆ สินะ…
“รู้จักกันสมัยเรียนครับ” สุดท้ายคนที่นั่งยิ้มบางๆ อยู่ตรงกันข้ามก็เป็นฝ่ายตอบคำถามแม่ของเธอ
“อ๋อ ถึงว่าน้องทักเราอย่างสนิทสนมกันเชียว”
“ครับ” มุมปากหนาคล้ายว่าจะยกยิ้มแต่ใบหน้าคมสันกลับไม่แสดงออกถึงอารมณ์ขบขันเฉกเช่นทุกคนที่เพ่งสายตาไปยังเขาเลยแล้วเผยรอยยิ้มหวาน
หรือว่าคำอธิษฐานของเรากำลังจะเป็นจริงนะ…
คำอธิษฐานใต้แสงจันทร์ในค่ำคืนหนึ่ง เธออธิษฐานว่า
'หากเขาคนนั้นยังไม่มีคู่ชีวิตก็ขอ ให้พรหมลิขิตพานพาเธอไปเจอหน้าเขาอีกสักครั้งด้วยเถิด…'
น้ำอิงเผลอกำกระโปรงตัวเองจนยับ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พ่อยกมือขึ้นมาจับมือเธอไม่ให้ขยำกระโปรงให้ยับไปกว่านี้ แต่เธอก็แอบหยิกแขนตัวเองจนขึ้นรอยแดงเพื่อเช็กว่านี่เป็นความฝันหรือความจริงกันแน่
“นี่หลานชายผมครับ ศรุต”
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ” น้ำอิงขยับปากตอบรับคำทักทายของชายหนุ่ม บอกตรงๆ เลยว่าเธอไม่เคยประหม่าเท่านี้มาก่อน การกลับมาเจอเขาในรอบหลายปีทำให้หวนนึกถึงวันเวลาเก่าๆ แม้จะผ่านมาหลายปีแล้วแต่ความรู้สึกแรกพบยังคงมีให้เขาแค่คนเดียวจริงๆ
เธอแพ้ให้เขาทุกทางจริงๆ นะ ผู้ชายที่ชื่อศรุตน่ะ
บทสนทนาในห้องอาหารเรียบเรื่อยไม่มีจุดไหนต้องโฟกัสเท่าคนตรงหน้าแล้ว จะแอบมองก็กลัวเขาจับได้ว่าเธอน่ะแอบมองอยู่ เลยได้แต่แสร้งเงยหน้ามองผู้ใหญ่และส่งยิ้มให้ และจังหวะนั้นเธอก็ได้มองหน้าเขาโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวด้วย
“แล้วรุตคิดยังไงลูก” จู่ ๆ แม่เธอก็หันไปถามศรุต น้ำอิงกะพริบตาเรียกสติตัวเองกลับมาแล้วมองหน้าแม่
“ผมก็ว่าตามนั้นครับ แล้วแต่ทางผู้ใหญ่เลย”
“อะไรเหรอคะแม่” คนที่ไม่ได้สนใจฟังตั้งแต่แรกเอ่ยถามทันควัน
“ที่แม่พาเรามาวันนี้เพราะมาคุยเรื่องแต่งงาน”
“หา! ตะ แต่งงานเหรอคะ” น้ำอิงหันกลับมาจ้องหน้าศรุต แต่งงาน เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมและอย่าบอกนะว่า… “ให้อิง…ตะ แต่งงานกันพี่รุตเหรอ”
“ใช่ลูก แต่งงานกันพี่รุตคู่หมายของเรา”
“อิงกับพี่รุต…เรากำลังจะแต่งงานกัน…”
เหมือนคำอธิษฐานของเธอจะสัมฤทธิผลเกินคาดไปหรือเปล่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึงได้ตอบรับคำอธิษฐานถึงสองเด้งอย่างนี้ เธอหวังเพียงได้พบเขาอีกครั้ง แต่ไม่ได้ขอว่าวันที่ได้เจอเขาแล้วจะได้แต่งงานกันแบบนี้ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอ็นดูกลัวเธอเป็นโสดคาเรือนคนเดียวหรือ
แต่งงาน
แต่งงานกับศรุต
แต่งงานกับคนที่เธอแอบรักมานานหลายปี…