bc

ได้รับคุณสามีเป็นมรดก

book_age18+
596
ติดตาม
3.3K
อ่าน
love-triangle
จบสุข
เย่อหยิ่ง
เกรียน
เจ้านาย
ผู้สืบทอด
ดราม่า
ชายจีบหญิง
วิทยาลัย
ความลับ
like
intro-logo
คำนิยม

ในตอนแรก...เขาคอเชิด หน้าตั้ง สง่างามอย่างหงส์ ทว่าตอนหลัง...กลับหูตก หอนดัง ครางหงิง ๆ วิ่งตามเจ้าของ สิ้นสภาพอย่างหมา!

“คุณปู่สั่งให้ฉันแต่งงานกับเธอ ท่านสั่งให้ฉันดูแลและปกป้องเธอ แต่ไม่มีคำสั่งข้อไหนที่บอกว่าฉันต้องรักเธอ”

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
Chapter 1/1 เปิดพินัยกรรม
1 เปิดพินัยกรรม ‘ทิชาเข้ามาใกล้ ๆ ปู่สิลูก’ ศักดิ์สิทธิ์ เตชะเดชบดินทร์ เจ้าสัวใหญ่ผู้เป็นประมุขของบ้านเตชะเดชบดินทร์ในวัยแปดสิบปียกมือเรียกหลานสาวคนโปรดที่ไม่มีเลือดเนื้อเชื้อไขให้เข้ามาใกล้ ๆ ยื่นมือสั่นเทิ้มไปลูบศีรษะด้วยความรักใคร่เอ็นดู ‘ขา…คุณปู่?’ ทิชากานต์ หญิงวัยยี่สิบปีเต็มคุกเข่านั่ง มือทั้งสองข้างเกาะที่วางแขนของเก้าอี้โยกซึ่งบุด้วยนวมหนานุ่มในห้องสมุดที่สองคนชอบใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ส่งสายตามองคุณปู่ด้วยความรักใคร่ไม่ต่าง ทั้งรักและเคารพ ท่านเป็นคนเดียวที่เธอเชื่อฟังโดยไม่มีข้อกังขาใด ๆ ‘ทิชาจำสิ่งที่ปู่สอนได้ไหม…’ ‘ได้ค่ะ ทิชาจำทุกเรื่องที่คุณปู่สอนได้หมด จงใจเย็นแต่ไม่เชื่องช้า จงอดทนแต่ไม่แข็งกร้าว จงรับฟังและตั้งคำถาม ประณีประนอมแต่ไม่อ่อนข้อ และอย่าใจดีกับคนที่ไม่คู่ควร’ ‘ปู่สอนทิชาหลายต่อหลายเรื่อง แต่มีเรื่องหนึ่งที่ปู่อยากให้ทิชาจำไว้ให้มั่น รู้ใช่ไหมลูกว่าปู่หมายถึงเรื่องอะไร’ คุณปู่รู้ว่าหลานสาวจำได้ทุกเรื่องอย่างที่เธอว่าและรู้อีกเช่นกันว่าเธอจงใจที่จะไม่เอ่ยถึงข้อสำคัญที่ว่านั้น ‘ค่ะ’ ทิชากานต์หลุบตามองต่ำก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคุณปู่อีกครั้ง ‘หากไม่มีคุณปู่แล้ว…คนเดียวที่จะดูแลและปกป้องทิชาได้ก็คือคุณเซนท์ ทิชาต้องเชื่อฟังคุณเซนท์ให้มาก ๆ’ ‘แล้วทิชามีข้อกังขากับคำสอนนี้ของปู่ไหมลูก?’ ‘ทิชาเชื่อทุกคำสอนของคุณปู่ค่ะ’ แต่ลึก ๆ ก็มีฉุกคิดว่าทำไมจะต้องเป็นเขาคนนั้น ทำไมสักวันถึงต้องไม่มีคุณปู่ ผู้เป็นปู่ก็มักสอนอยู่เสมอว่าเธอต้องหัดรู้จักตั้งคำถามและหาคำตอบ ‘แต่ทิชาก็สงสัยค่ะ ทำไมถึงเป็นคุณเซนท์เหรอคะ? ทำไมเขาถึงเป็นคนเดียวที่ปกป้องทิชาได้?’ ‘เพราะปู่เชื่อแบบนั้น พี่เซนท์จะดูแลทิชาได้เหมือนกับที่ปู่ดูแลทิชามาอย่างดี เชื่อปู่นะลูก…ในสักวันที่ไม่มีปู่…ปู่จะทิ้งสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้ทิชา’ ทิชากานต์ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่คนเป็นปู่ได้บอกกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาคนนั้นคือคนเดียวที่จะดูแลเธอได้ หรือแม้แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่ปู่จะทิ้งไว้ให้ ในใจเธอคิดว่าหากไม่มีคุณปู่ศักดิ์สิทธิ์อยู่บนโลกใบนี้ มันก็เท่ากับว่าเธอไม่เหลือใครอีกต่อไป เธอมันก็แค่เด็กกำพร้าที่คุณปู่รับมาเลี้ยงตั้งแต่อายุได้เพียงสองขวบเท่านั้น ในคฤหาสน์เตชะเดชบดินทร์แห่งนี้…ไม่มีใครสักคนที่ต้อนรับเธอ นอกจากคุณปู่แล้วก็ไม่มีแม้สักคนที่มองว่าเธอคือหนึ่งคนในครอบครัว บางคนมองเธอเป็นเหมือนธาตุอากาศ บางคนรังเกียจเดียดฉันท์เพราะคิดว่าเธอเข้ามาเพื่อแย่งความรักและสมบัติหมื่นล้านแสนล้านไป บางคนก็ทำเหมือนเธอเป็นคนใช้ก็ไม่ปาน ทิชากานต์รู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอเป็นใครจากการบอกเล่าของคุณปู่ แต่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับผู้ให้กำเนิดหลงเหลืออยู่เลย เธอรู้ว่าพ่อแม่จากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ตั้งแต่ที่เธออายุได้เพียงสองขวบเท่านั้น รู้เพียงแต่ว่าปู่แท้ ๆ ของเธอคือคนสนิทของคุณปู่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะแบบนั้นคุณปู่คนนี้ถึงได้รับเลี้ยงเธอและดูแลอย่างดี ส่งให้เรียนดี ๆ ไม่ว่าเธอต้องการอะไรก็มอบให้ทุกอย่างโดยไม่มีขาดตกบกพร่อง เธอโตมาอย่างดี เติบโตมาอย่างมีคุณภาพด้วยเพราะการบ่มเพาะของคุณปู่ ทิชากานต์รักท่านเหมือนเป็นปู่แท้ ๆ รักด้วยใจจริง เชื่อฟังทุกคำสอน และเธอรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณปู่มอบให้มันเต็มไปด้วยความหวังดี ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ต้องการมันก็ตาม นับจากวันที่คุณปู่บอกเรื่องนั้นกับเธอที่ห้องสมุดจนกระทั่งวันนี้ก็ผ่านมาเกือบจะสองปีแล้ว ตอนนี้ทิชากานต์อายุยี่สิบเอ็ดย่างเข้ายี่สิบสอง กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรีอยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังที่จะต้องสอบเข้าเท่านั้น ช่วงนี้อยู่ในช่วงปิดเทอมรอขึ้นชั้นปีที่สี่ อีกไม่นานเธอก็จะเรียนจบแล้ว คณะที่เธอเลือกเรียนก็คือสถาปัตยกรรมเอกการออกแบบภายใน เธอเคยวาดฝันถึงภาพวันรับปริญญาที่มีคุณปู่ยืนเคียงข้างและถ่ายรูปด้วยกัน อยากทำให้ท่านภูมิใจเลยตั้งใจเรียนโดยไม่เคยปล่อยปละละเลยจนเกรดตก ทว่า…มันไม่ทัน คุณปู่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ไม่ถึงวันนั้น ท่านจากไปด้วยโรควัยชราก่อนที่ทิชากานต์จะได้เอาใบปริญญามายื่นให้ถึงมือ พิธีศพของเจ้าสัวศักดิ์สิทธิ์ เตชะเดชบดินทร์จัดขึ้นอย่างสมเกียรติและฐานะเป็นเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืน มีผู้คนมากมายมาร่วมไว้อาลัย ทั้งบรรดาคนใหญ่คนโต นักการเมืองและข้าราชการชั้นผู้นำ คนในวงการธุรกิจและลูกหลานในครอบครัว จนกระทั่งพิธีกรรมทั้งหมดได้เสร็จสิ้นก็ถึงเวลาที่ต้องเปิดพินัยกรรม ลูกหลานตระกูลเตชะเดชบดินทร์มารวมตัวกันที่คฤหาสน์หลังใหญ่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาโดยมีชุติเดชและธีร์ สองพ่อลูกซึ่งเป็นทนายประจำตระกูลเป็นผู้เปิดพินัยกรรมและคำสั่งเสียสุดท้ายของเจ้าสัวผู้ล่วงลับ “ในเมื่อทุกคนมากันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ก็เปิดพินัยกรรมเลยเถอะครับ” ศิรภพเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เวลานี้ยังคงมีแววตาเศร้าหมองและยังสวมชุดดำเพื่อไว้อาลัยแม้ว่าจะจบพิธีศพไปแล้วกว่าหนึ่งสัปดาห์ เขาคนนี้คือลูกชายคนโตของเจ้าสัวศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันเป็นหมอรักษาคนไข้ เปิดคลินิกเล็ก ๆ อยู่ต่างจังหวัด แม้ว่าศิรภพจะเป็นลูกชายคนโต…แต่เขาไม่เคยเข้ามายุ่งหรือแตะต้องธุรกิจและสมบัติของผู้เป็นพ่อเลยแม้แต่นิดเดียว และอาจเป็นหนึ่งคนที่ไม่สนใจเลยสักนิดว่าผู้เป็นพ่อจะยกอะไรให้ใครบ้าง “ยังเปิดไม่ได้ครับ ต้องรอให้ทุกคนมาครบก่อน” ทนายธีร์เอ่ยอย่างนอบน้อม เขามีหน้าที่ช่วยชุติเดชซึ่งเป็นพ่อดูแลเรื่องกฎหมายของบ้านเตชะเดชบดินทร์ “ไม่ครบยังไงธีร์? ลูกหลานคุณพ่อก็อยู่ที่นี่กันหมดแล้ว” พิมพ์จันทร์แย้งขึ้นมาทันควัน เธอคือภรรยาของศิรภพ เป็นหนึ่งคนที่ให้ความสำคัญกับสมบัติของพ่อสามีอย่างถึงที่สุด แม้ว่าสามีจะตีตัวออกห่างและย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดมาตั้งหลายปี แต่เธอคนนี้ก็ยังปักหลักอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้ ด้วยเพราะเชื่อว่าตัวเองคือคนสำคัญ ก็เธอคือผู้ให้กำเนิดหลานชายคนแรกซึ่งเป็นคนโปรดและหลานสาวของเจ้าสัว นั่นก็คือศตวรรษและศิรินทร์ ศตวรรษหรือที่คนในบ้านเรียกว่าเซนท์ เขาคือหลานชายคนโตของเจ้าสัวศักดิ์สิทธิ์ อายุสามสิบปี รูปร่างหน้าตาดีจนเป็นที่หมายปองของเหล่าสาว ๆ เป็นคนเก่ง ฉลาด เอาการเอางาน เขามองการณ์ไกลและเป็นคนเดียวที่คุณปู่สามารถฝากฝังกิจการแสนล้านของครอบครัวไว้ได้ ทว่านิสัยส่วนตัวของเขานั้นเกินจะทน ทั้งเย่อหยิ่ง ปากแจ๋ว หลงตัวเอง เข้าถึงยาก ใจแข็งและใจดำยิ่งกว่าใครทั้งนั้น ส่วนน้องสาวของเขา…ศิรินทร์ เธอในวัยยี่สิบแปดปีคนนี้สนใจแต่ว่าวันนี้จะมีกระเป๋าแบรนด์เนมใบไหนออกมาใหม่เท่านั้น เจ้าสัวศักดิ์สิทธิ์ยังมีลูกชายอีกคนนั่นก็คือศรุต เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง…บ้าเงินทองและอำนาจ พยายามพิสูจน์ตัวตนเพื่อให้ผู้เป็นพ่อยอมรับแต่ก็คว้าน้ำเหลวมาโดยตลอด เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าศรุตจะหยิบจับอะไรก็มักจะสร้างแต่ปัญหาอย่างไม่รู้จักจบสิ้น วันนี้เขามาพร้อมกับภรรยาและลูกชาย ภรรยาของเขาชื่อว่าอรอินทร์ เห็นดีเห็นงามกับความฉิบหายที่สามีเป็นคนก่อทุกอย่าง บ้าเงินพอ ๆ กับสามี ส่วนลูกชายที่ยืนอยู่มุมห้องนั้นชื่ออัครัช เขาในวัยยี่สิบแปดปีคนนี้เป็นเพลย์บอยที่วัน ๆ สนใจแต่เรื่องความสุขใส่ตัว และลูกสาวคนสุดท้องของเจ้าสัวก็คือศศิภา สาวใหญ่ไร้พันธะ ไม่มีทั้งสามีและลูก สนุกกับการได้เห็นคนในบ้านตีกัน วันที่พ่อจากไปเธอคนนี้ไม่เสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ราวกับว่าเธอไม่เสียใจ ราวกับว่าใครในบ้านจะเป็นจะตายยังไงก็ไม่ส่งผลกับความรู้สึกของเธอ ใคร ๆ ก็ว่าศศิภาเป็นพวกไร้หัวใจ ซึ่งมันก็อาจจะเป็นเรื่องจริง “ยังมีอีกคนครับ ต้องรอให้ทิชามาก่อน…ถึงจะเปิดพินัยกรรมได้” “ทิชา?” ศิรินทร์ที่นั่งไขว่ห้างดูสีเล็บที่เพิ่งไปทำมาใหม่ของตัวเอง ได้ยินชื่อทิชากานต์ก็หันไปสบตากับพิมพ์จันทร์เป็นแม่ทันที “เหอะ! ก็ไม่แปลกใจนักหรอกถ้าคุณพ่อจะยกเศษเงินให้เด็กนั่นบ้าง ไปเรียกมันมาสิ…จะได้เปิดพินัยกรรมกันสักที” “คุณพิมพ์…ให้มันเพลา ๆ ลงบ้างเถอะนะ” ศิรภพส่งสายตาเอ็ดภรรยา ทว่าไม่มีทีท่าว่าภรรยาจะเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย “เอาจริง ๆ นะ ถ้าคุณปู่ยกสมบัติทั้งหมดให้ทิชา…ผมว่าพวกเราบางคนต้องมีหนาวกันบ้างล่ะ แค่คิดก็ฮาแล้ว” อัครัชเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม เขาเองก็ไม่ได้สนใจสมบัติอะไรเท่าไรนักเพราะเขาก็มีกิจการคลับเป็นของตัวเอง แม้ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรแต่ก็มีปัญหาเงินเองได้ “ตาโอ๊ค” อรอินทร์ปรามให้ลูกชายหยุดพูดเรื่องที่เธอกำลังหวาดหวั่นอยู่ในใจ แม้จะไม่มีมีใครพูดออกมาตรง ๆ แต่ก็รู้แก่ใจกันดีว่ามันมีสิทธิ์ที่เจ้าสัวศักดิ์จะยกทุกอย่างให้ทิชากานต์

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.5K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.9K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook