bc

ยอมแล้วทูนหัวอยากมีคนข้างตัวเป็นคุณ

book_age4+
8
ติดตาม
1K
อ่าน
ครอบครัว
จบสุข
หวาน
ชายจีบหญิง
love at the first sight
professor
like
intro-logo
คำนิยม

ฉันชื่อ ตรีลักษณ์ แต่คุณจะเรียกฉันว่าที่รักก็ได้นะ" หญิงสาวบอกพลางซ่อนยิ้มไว้อย่างเต็มที่ ตามองผู้ชายต่างชาติที่ตนเองเอาปูนแดงหมายหัวว่าชาตินี้ต้องได้เป็นผะ... เอ่อ เป็นคนรักให้ได้ มือบิดผ้าเช็ดหน้าไปมาจนมันจะฉีกอยู่รอมร่อ"โอเค... ผมจะเรียกคุณว่า... อืม อะไรนะ" คนพูดไทยไม่ได้ขมวดคิ้ว พยายามออกเสียง"ทะ... ที"" ที่... รัก ค่ะ ช้าๆ ที่...รัก"กรี๊ดดด นึกภาพเขาเรียกเธอแบบนี้ต่อหน้าสาวๆคนอื่นในมหาวิทยาลัยสิ อาจารย์ภาษาไทยผู้เงียบขรึมประจำภาควิชากลั้นเสียงหัวเราะแห่งชัยชนะไว้"โอ.." ศาสตราจารย์หนุ่มตาน้ำข้าวยิ้มกว้าง " ที..."^/////^ตรีลักษณ์ยิ้มบางๆก่อนจะตาเหลือกเมื่อเขาเรียก" ทีเรกซ์ โอ... เป็นชื่อที่น่าสนใจนะ แต่ก็เหมาะกับคุณดี ทีเรกซ์ ต่อไปนี้ผมจะเรียกคุณทีเรกซ์"" เอ่อ... ไม่ใช่ค่ะ คือ เอ่อ""ทีเรกซ์ น่ารักดี ผมชอบไดโนเสาร์ตั้งแต่เด็กๆแล้ว" แบรทลี่ย์ยิ้มสดใสให้เธอ ชะนีไทยที่กำลังจะอ้าปากแย้งว่าเขาเรียกผิดเลยพูดไม่ออก หญิงสาวยิ้มเจื่อน...น่ารักดี น่ารักดี น่ารักดีคำนี้สะท้อนก้องในหัวเธอ....เอาวะ... " ค่ะ ทีเรกซ์ก็ทีเรกซ์"หญิงสาวถอนหายใจเฮือก ก้มหน้าอย่างออกอาการเซ็ง เลยไม่เห็นแววตาพราวระยับอย่างคนกลั้นหัวเราะของผู้ชายที่นั่งตรงกันข้ามผู้หญิงใส่แว่นหนาผมม้าตรงแหน่วหน้าเขาไม่รู้เลยว่าเขาแกล้งเธอ .. มีอีกหลายอย่างที่ตรีลักษณ์ไม่รู้เกี่ยวกับเขา เช่นว่า ... เขาพูดและฟังภาษาไทยได้รู้เรื่องดีพอๆกับเจ้าของภาษาทีเดียว แบรทลี่ย์ยิ้มตีหน้าซื่อ เมื่อเธอเงยหน้ามอง......................................................เธออยู่ในวัยที่เรียกว่ารถไฟป้ายสุดท้ายวิ่งเลยป้ายไปนานแล้วความโสดช่างโหดร้าย และผู้ชายดีๆก็หายากเมื่อฟ้าส่งผู้ชายดีๆที่หล่อมากมาให้ตรีลักษณ์เลยทำทุกอย่างเพื่อมัดใจเขาไว้เอาล่ะนะ... มารยาห้าร้อยเล่มเกวียนของสาวไทยปฏิบัติการอ่อยแบบละมุนละไม..จึงเริ่มขึ้น

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตรีลักษณ์
เสียงร้องเพลง เสียงกลองตีจังหวะครึกครื้น และเสียงหัวเราะของบรรดาหนุ่มสาวในชุดนักศึกษามันเป็นเหมือนสัญญาณบอกให้รู้ว่าวันนี้เป็นวันเริ่มต้นของปีการศึกษาใหม่ รุ่นพี่แต่ละคณะต่างล้อมวงกันตามหน้าอาคาร หรือไม่ก็ใต้ต้นไม้ใบหนาที่ให้ร่มเงาได้ตลอดทั้งวัน เพื่อจะทำกิจกรรมต้อนรับน้องปีหนึ่งที่วันนี้เป็นวันแรกของการเข้ารั้วสถานศึกษา รถของบรรดาผู้ปกครองที่มาส่งลูกบ้าง หลานบ้าง ขับเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยที่โอบล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติอุดมสมบูรณ์เพราะว่าที่นี่เป็นวิทยาเขตจากมหาวิทยาลัยแม่ ที่อยู่ภายในกรุงเทพ รถซึ่งส่วนมากเป็นรถกระบะที่ด้านหลังบรรทุกรถมอเตอร์ไซค์บ้าง โต๊ะหนังสือบ้าง รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ที่เทินกันมาสูง เพื่อให้ลูกที่จากอ้อมอกเป็นครั้งแรกได้ใช้ระหว่างที่อาศัยอยู่ภายในหอพักแห่งนี้ ที่นี่มีกฎอยู่ข้อหนึ่ง คือนักศึกษาปีหนึ่งจะต้องอาศัยหอใน เท่านั้น ไม่สามารถออกไปเช่าพักหอนอกเหมือนพวกรุ่นพี่ปีสอง สามและสี่ได้ อันเป็นกฎที่มีมาตั้งแต่ตอนเปิดใหม่ๆ ใต้ต้นชงโคใบหน้าที่ออกดอกสีชมพูสะพรั่งติดช่อตามกิ่งก้าน กลุ่มหนุ่มสาวซึ่งสวมเสื้อคอปกสีชมพูเข้ม มีตราของคณะเป็นรูปนกพิราบอยู่ที่หน้าอก กำลังตีกลองทำกิจกรรมเรียกร้องความสนใจจากรุ่นน้องที่เดินไปมาอย่างคึกครื้น “ไก่สามเด้งพร้อม!” หนุ่มร่างสะโอดสะองในเสื้อคอปกสีชมพูตะโกน พร้อมกับยืนแอ่นในท่าราวกับผู้นำหรีดหน้าเพื่อนๆ ด้านหลังเขาที่มีทั้งกลองทั้งแทมมารีน เคาะและตีเป็นจังหวะ “พร้อม” เพื่อนทั้งหลายข้างหลังตะโกน และรุ่นพี่ปีสองร่างอวบก็เดินมายืนข้างเขา พร้อมกับอ้าปากกว้างๆ แล้วสูดลมหายใจเข้าอกก่อนจะตะโกนร้องเพลง “ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา มันจะถูกไม้เสียบ อ๊า มันจะถูกไม้เสียบ เสียบตูดซ้าย เสียบตูดขวา ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ” เสียงร้องเพลงพร้อมสาวรูปร่างอวบท้วมกำลังกระพือแขนพร้อมแอ่นบั้นท้ายไปซ้ายทีขวาที ตามจังหวะกลองและเสียงเพลง เรียกให้บรรดารุ่นน้องที่นั่งกับพื้นสนามหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน “ ไก่ ไหมครับไก่ ซื้อไหมครับ จะกลับแล้วไก่ กรี๊ดดด ไก่ขายถูกๆ แถมกระดูกกับไม้เสียบไก่ กรี๊ดๆ ไม้แดงเอาไว้ชิงโชค เย้ๆ ไม้แดงเอาไว้ชิงโชค ไปเที่ยวรอบโลกกับคนขายไก่” สารพัดเพลงที่พวกเขามาเต้นและร้องพร้อมกับรุ่นน้องปีหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงหน้า เป็นกิจกรรมต้อนรับในวันแรกที่แสนสนุกสนาน สนุกจนสาวร่างอวบที่เป็นพี่สันทนาการ มีหน้าที่สร้างเสียงหัวเราะให้รุ่นน้องนั้นสะบัดตัวโยกเต้นอย่างเมามัน ยิ่งกลองเต้นแรง ยิ่งสะบัดแรง ยิ่งเต้นยิ่งถอยไปด้านหลังจนชนกับร่างของใครบางคนที่เดินมาตามทางปูอิฐเล็กๆเพื่อจะผ่านใต้ต้นชงโคนั้นไปตึกที่อยู่ด้านหลัง “อุ๊ย!” คนโดนชนผงะ เธอสูงแค่ 160 น้ำหนัก 50 กิโลกรัม อาจจะไม่บอบบางแต่ว่าพอโดนคนน้ำหนัก ราวๆ 70กว่าชนเข้าก็เซไปด้านหลังอย่างเสียหลักหลายก้าวทีเดียว “อ๊ะ ขอโทษค่ะ” สาวอวบหันไปมองแล้วก็ย่นคิ้ว มองผู้หญิงตรงหน้าแล้วฉีกยิ้มกว้าง เมื่อเห็นอีกฝ่ายสวมเสื้อเหมือนตนเอง ซึ่งเป็นเสื้อของคณะเธอที่วันนี้มีเปิดขายให้บรรดานิสิตปีหนึ่งได้ซื้อไว้สวม “โห... น้อง โทษทีๆ พี่เต้นแรงไปนิด” เมื่อเห็นว่าเป็นรุ่นน้องปีหนึ่งของตัวเอง สาวท้วมอวบก็ฉีกยิ้มเป็นกันเองสุดๆแถมยังคว้าแขนของอีกฝ่ายเดินมารวมกลุ่มกับรุ่นน้องอีกหลายคนที่นั่งอยู่หน้าพี่ๆสันทนาการ “เพิ่งมาใช่ไหม เอ้า พวกเรา เพื่อนเขามาสาย เอาไงดี ลงโทษหน่อยดีไหม” “น้องเหรอวะเอม” เพื่อนผู้ชายที่ทำหน้าที่ตีกลองถาม พลางมองผู้หญิงผมสั้นแค่ต้นคอที่เพื่อนลากมือมา “เออ เอ้า... มาช้าแบบนี้ ลงโทษยังไงดี” “คือว่า” คนมาช้าอ้าปากจะพูดแต่อีกฝ่ายกลับยกมือปิดปาก แรงจนเกือบเป็นตะปบ “ชื่ออะไร คนมาช้า” เอมถามพลางกระดิกมือเอาป้ายที่เตรียมไว้ออกมา ปีหนึ่งทุกคนที่นั่งตรงสนามหญ้าจะมีป้ายเขียนชื่อเล่นไว้ “ตรีลักษณ์” คนมาช้าบอก แล้วก็ถอนหายใจยาว เธอมองสายตาที่จ้องมาของบรรดารุ่นน้องปีหนึ่งทั้งหลายที่นั่งกับพื้น ทุกคนมีป้ายแขวนคอและหน้าตาก็มีสี มีแป้งทา พอหันกลับมาอีกทีก็ “เฮ้ย” หญิงสาวอุทานเมื่อมืออวบๆของคนที่ลากเธอมาโปะแป้งผสมน้ำเหยาะสีผสมอาหารเข้าที่หน้าเธอ “เดี๋ยวนะ เดี๋ยว” “อะไรน้อง เอ้าป้ายคนมาช้า” ป้ายแขวนเชือกปอเขียนไว้ว่า หนูขอโทษหนูจะไม่มาช้าแล้ว โดนจับสวมเข้าทางศีรษะเธอ ตรีลักษณ์หยิบขึ้นมาอ่านแล้วก็ขมวดคิ้ว เธอทำท่าจะถอดออก แต่ว่าบรรดา ‘รุ่นพี่’ ทั้งหลายที่อยู่ตรงนั้นก็ล้อมวงเข้ามา “เดี๋ยวก่อนนะ เดี๋ยว นี่” ตรีลักษณ์อุทานพลางยกมือห้าม มือหลายคู่ที่เอื้อมคว้าผมเธอเพื่อจะมัดจุกมัดหนังยาง “เอ๊ะ น้องนี่ อะไรกันนักกันหนา เพื่อนเขาก็เล่นทุกคนนะ” สาวอวบคนแรกยกมือเท้าเอวถาม เพื่อนผู้ชายอีกคนพยักหน้า “นั่นสิ อย่าบอกนะว่าเป็นพวกหัวแข็งไม่เอารับน้องน่ะ” “เปล่า” ตรีลักษณ์ส่ายหน้า เธอเอามือเช็ดคราบแป้งที่แก้มออก แล้วก็หยิบแว่นตาที่ถอดแล้วสอดไว้ตรงกระเป๋าเสื้อออกมาสวม แล้วหันไปมองบรรดารุ่นพี่ทั้งหลายก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่าย “แต่ว่าพอดีไม่ใช่รุ่นน้องปีหนึ่งเท่านั้นแหล่ะ เป็นอาจารย์จ้ะ อาจารย์” “...” “...” เกิดความเงียบงันครอบคลุมบริเวณนั้น ก่อนที่นักศึกษาสาวปีสองจะอ้าปากค้าง แล้วก็เซถอยหลัง เมื่อจำหน้าคนตรงหน้าได้แล้ว “อาจารย์ตรีลักษณ์! กรี๊ดดด” “หะ!” ตรีลักษณ์ยิ้ม มองคนที่ตัวเองก็เคยสอนแล้วก็ยิ้มกว้างอีกนิด ไม่แปลกที่บรรดานิสิตพวกนี้จะจำเธอไม่ได้ ก็เธอเปลี่ยนแปลงไปมากจริงๆ “อาจารย์! อาจารย์ตรีลักษณ์ที่อ้วนๆ แก่ๆ น่ะนะ ไม่จริงๆ ไม่ เป็นไปไม่ได้” “...” ตรีลักษณ์ยิ้มค้าง แล้วก็เปลี่ยนเป็นยื่นมือไปเขกมะเหงกบนศีรษะของนิสิตปีสองที่ตัวเองก็เคยคุ้นดี “พรชัย... ถึงอาจารย์จะผอมลง สวยขึ้น และหน้าเด็กลงไปหลายปี ดูเซ็กซี่เพิ่มเติมแต่ที่เหมือนเดิมคือฉันยังเป็นอาจารย์นะยะ พูดอะไรให้คิดถึงตำแหน่งบ้างไรบ้าง” ตรีลักษณ์ถอนหายใจ เสียงเพลงเสียงหัวเราะทุกอย่างเงียบงันลงราวปิดสวิทช์ “ อ้าว แล้วเงียบกันทำไมหมดล่ะ” หญิงสาวหันมาถามคนตีกลอง ที่ยกมือไหว้ทันที เธอเหลียวมองรอบๆตัว ก่อนจะเอามือดันกรอบแว่นขึ้นบนดั้งจมูก แล้วก็ตะโกนดังๆเป็นภาษาเหนือ “ฮู้ละ ว่าอาจ๋านงาม แต่บ่ถ้าทำเป๋นตกตะลึงพรึงเพริดกันขนาดนี้หรอก เอ้า! ตี๋ก๋อง มิวสิค! รัว...” ตรีลักษณ์ยกมือทำท่าดีดนิ้วเหมือนเชียร์หรีดเดอร์ เลยทำให้นิสิตชายตีกลองแล้วก็หัวเราะ ลูกศิษย์ร่างอวบที่เพิ่งจำอาจารย์ได้เลยยิ้มออกแล้วถลาลงมายืนเคียงข้างร่างของเธอ พร้อมแอ่นและทำท่าเหมือนเธอ เมื่ออาจารย์สาวไม่โกรธและโดดร่วมวงเต้นและร้องด้วย เสียงเพลงและเสียงกลองเลยดังขึ้นมาอีกครั้ง และดูเหมือนจะครึกครื้นมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป “อาจารย์หนูขอโทษนะ” ลูกศิษย์ที่ป้ายแป้งใส่หน้าเธอบอกพลางยื่นกระดาษทิชชู่แบบเปียกมีกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆให้เธอ สีหน้าของแม่เอม นิสิตปีสองเหมือนจะหดลงนิดหน่อย กลุ่มแยกย้ายแล้วเพื่อให้รุ่นน้องแยกย้ายเข้าหอพักจัดการความเรียบร้อยต่างๆ ทั้งไปลงทะเบียนตามกำหนดการ คนที่รับกระดาษมาพลางถอดแว่นกรอบหนาออกจากหน้าแล้วปาดเช็ดคราบแป้งสีออกจากหน้าตัวเองพยักหน้า “อือ แต่คราวหลังดูให้ดีก่อนนะ ดีไม่ดีลากข้อมืออธิการมาแล้วจะรู้สึก” “โห อาจารย์ อธิการแก่เกินจะเข้าใจผิดแล้วค่า” “ปาก ... เอม ปาก ระวังมั่งอย่าเล่นให้เกินกาลเทศะและมารยาท” ตรีลักษณ์นิ่วหน้าใส่ “แล้วตอนบอกชื่อเธอก็น่าจะจำได้นะ” “แหม... จาน” “อาจารย์ หน้าเหมือนที่ใส่ข้าวหรือไง ภาษาไทยเรียกให้ถูกต้อง” คนเป็นครูทำเสียงเคร่งใส่ “ค่ะ อาจารย์ ก็นึกว่าชื่อเหมือน หนูจำอาจารย์ไม่ได้จริงๆ ใครจะเชื่ออาจารย์ผอมลงตั้งขนาดนี้ ไม่เห็นกันแป๊บเดียวเอง อาจารย์ผอมลง หน้าเด็กแถมตัดผมสั้นด้วย แล้วอาจารย์ก็น่ารักมากๆเลย” ตรีลักษณ์ทำหน้าเฉย อมยิ้มนิดๆ กลั้นรอยยิ้มไว้จนปวดแก้ม เธอโบกมือไปมา “ไปเถอะๆ อาจารย์จะขึ้นตึกแล้ว” “ค่า... หนูลาเลยนะคะ” เอมยกมือไหว้ ตรีลักษณ์พยักหน้า ยกมือรับไหว้ ก่อนจะมองตามร่างท้วมอวบของลูกศิษย์ที่วิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ หญิงสาวยิ้มมองความสดใสของวัยรุ่นแล้วเอามือสองข้างประคองแก้มตัวเอง ผอมลง หน้าเด็ก ผมสั้น น่ารักมากๆ ... เขาว่าเด็กไม่โกหกนะ เด็กพูดความจริง ตรีลักษณ์พยายามลืมๆว่าคนชมอยู่ปีสอง แหม... ก็ถ้าไม่ถึงยี่สิบก็เด็กทั้งนั้นแหล่ะในสายตาคนอายุ 30อย่างเธอ ตรีลักษณ์เอากระดาษเช็ดหน้าตัวเองพลางเดินขึ้นบันไดเพื่อจะขึ้นไปบนตึกที่ชั้นสามเป็นห้องทำงานของเธอ หญิงสาวใช้กระดาษเช็ดหน้าพลางเดินพลางจนมาถึงห้องทำงานที่ชั้นสาม เป็นห้องพักอาจารย์ของคณะที่เธอทำงานอยู่ “...” ยังไม่มีใครมา น่าจะเช้าเกินไปหรือไม่บรรดาอาจารย์ทั้งหลายของคณะก็คงกำลังทำกิจกรรมอยู่ วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดเรียน ตรีลักษณ์เดินไปตรงโต๊ะทำงานของเธอที่มีฉากกั้นเป็นสัดเป็นส่วน โต๊ะทำงานที่สะอาดเรียบร้อย เธอจับเก้าอี้ออกจากใต้โต๊ะแล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะบุนวมบางๆ แล้วก็ลูบมือบนโต๊ะทำงานของเธอ “ปีใหม่ ฟ้าใหม่ และตรีลักษณ์คนใหม่” ใช่... หญิงสาวมองกรอบรูปที่ตั้งไว้ข้างคอมพิวเตอร์ ภายในกรอบรูปนั้นเป็นรูปผู้หญิงหน้ากลมแก้มป่อง ผมยาวถักเปียไว้ข้างแก้ม มองผาดๆเหมือนเป็นซาลาเปาสวมวิก เจ้าหล่อนในรูปยิ้มจนตาหยี เห็นเป็นเส้นขีดๆ และมีคิ้วอยู่ข้างบน นั่นเธอเองแหล่ะ ... ตอนที่ยังน้ำหนักแปดสิบกว่ากิโล ไม่แปลกเลยที่เด็กๆนักศึกษาจะจำเธอไม่ได้ ขนาดเธอเองยังจำตัวเองไม่ได้ ใครจะเชื่อว่าเธอจะสามารถลดน้ำหนักลงได้เร็วขนาดนี้ ตรีลักษณ์มองป้าอ้วนในรูปแล้วเอานิ้วชี้เขี่ยรูปเบาๆ เธอตัดผมที่ไว้นานานออก เหลือแค่ต้นคอ แถมยังอาจหาญตัดผมหน้าม้าด้วย ยอมควักเงินเป็นพันเข้าร้านซาลอนในห้างทั้งที่ตลอดมาเคยแค่สระและเล็มในร้านข้างทาง หัวละร้อยเดียวเท่านั้น “...” ตรีลักษณ์ เปิดลิ้นชักแล้วหยิบกระจกแบบตั้งอันเล็กจิ๋วออกมาวาง หมุนด้านกระจกเงามองหน้าตัวเอง แป้งสียังแห้งติดเช็ดไม่หมด หญิงสาวย่นคิ้ว แล้วก็มองหากระดาษแต่ไม่เจอ เลยลุกเดินเร็วไปที่ห้องน้ำของอาจารย์ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป เธอเดินไปยืนมองเงาสะท้อนแล้วโคลงศีรษะ เปิดน้ำล้างหน้าเร็วๆ ก่อนจะดึงกระดาษมาเช็ดหน้าแล้วทิ้งลงถังขยะ หญิงสาวเดินเข้าห้องน้ำเล็กปิดประตู “ไม่น่าเชื่อนะว่าจะเจอน้องอิงกลางทาง ดีจังเลยได้ติดรถมาด้วยเลย” “ค่ะ ดีจัง เริ่มต้นเช้าวันทำงานวันแรกก็เจอพี่ยุเลย” “แหม... เห็นว่าไปเที่ยวยุโรปมาเหรอคะ เป็นยังไงบ้างคะสนุกไหมเอ่ย” “สนุกสิคะ นี่ยังซื้อน้ำหอมมาฝากพี่ยุเลย” เสียงสนทนานั้นทำให้คนที่อยู่ในห้องน้ำเล็กนิ่วหน้า ตรีลักษณ์ไม่ต้องเปิดประตูออกไปดูก็รู้ว่าเป็นใคร อิงลดา และยุวดี สองอาจารย์สาวของคณะนี้ เพื่อนร่วมงานของเธอ “อุ๊ยตาย เกรงใจจังค่ะ” “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น พอดีอิงก็ต้องซื้อมาฝากคนที่บ้านอยู่แล้ว อิงไปแถวฟิฟท์ อะเวนูว อยู่แล้วน่ะค่ะ” เสียงของอิงลดาตอบมาอ่อนหวาน “แถวนั้นมีแต่ของแพงนะคะ” “ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ ปรกติก็ไปซื้อของใช้ที่นั่นอยู่แล้ว เวลาอยากได้ผ้าพันคอใหม่ๆ หรือครีมทาผิวที่บ้านหมด คุณแม่ก็จะชวนไปที่นั่นอยู่เรื่อยค่ะ นี่ได้ราคาลูกค้าขาประจำมา เลยไม่แพงเท่าไหร่ ก็ไม่กล้าบอกใครหรอกนะคะกลัวเขาหาว่าอวดโชว์” “ไม่หรอกค่ะ ไม่อวดเลย” ตรีลักษณ์กลอกตามองบน ค่ะ... ไม่อวดค่ะ

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.4K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.4K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.9K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.7K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook