บทที่ 1 หนีเที่ยว
ตุบ!!
“อุ๊บ”
ฉันรีบเอามือปิดปากตัวเองทันทีแล้วมองซ้ายมองขวาว่ามีคนได้ยินเสียงที่ฉันตกจากหน้าต่างบ้านหรือเปล่า ฉันรีบลุกแล้วค่อย ๆ ย่องออกจากบริเวณข้าง ๆ บ้านทันที เพื่อที่จะไปแอบชายชุดดำที่กำลังจะเดินมาตรวจตรารอบ ๆ บ้านในเวลาสามทุ่ม
“พี่เหมือนเมื่อกี้ผมได้ยินเสียงอะไรล้วงเลยนะ” เสียงชายชุดดำคนแรกพูดขึ้น
“ไม่เห็นมีอะไรเลยหูฟาดหรือเปล่าไป ๆ” แล้วชายชุดดำอีกคนก็ไล่คนที่สงสัยในตอนแรกไปตรวจบริเวณอื่นต่อ
ฉันถือรองเท้าผ้าใบราคาแพงไว้แล้วค่อย ๆ วิ่งไปที่ด้านหน้าตัวบ้านจนถึงกำแพงบ้าน ฉันโยนรองเท้าออกไปด้านนอกก่อนแล้วก็ปีนขึ้นไปบนกำแพงบ้านแล้วโดดลงมาด้านล่างทันที
ตุบ!!!
“โอ๊ย เจ็บชะมัด”
ฉันลูบที่ก้นตัวเองที่กระแทกพื้นเต็ม ๆ กะระยะผิดไปนิดเดียวเอง ฉันลุกขึ้นแล้วปัดฝุ่นออกจากตัวเองใส่รองเท้ารีบวิ่งออกจากตรงนั้นทันทีเกิดสองคนนั้นวนกลับมาดูต้องเกิดเรี่องแน่นอน
“พี่สนามPKคะ”
ฉันเรียกแท็กซีแล้วบอกจุดหมายปลายทางที่ฉันจะไป ฉันนั่งหอบอยู่ในรถระยะหนึ่งเพราะต้องวิ่งจากตัวบ้านออกมาไกลพอสมควร ฉันมองไปที่หลังรถไม่มีใครตามมาวันนี้ทางสะดวกจริง ๆ เลย
“นางหนูไปทำอะไรที่สนามแข่งรถนั้นหรือ” ลุงคนขับถามฉัน
“อ้อ คือหนูไปทำงานคะ” ฉันตอบแบบขอไปที
ตลอดระยะทางฉันก็ไม่ได้คุยกับคนขับรถอีกเลยวันนี้รถติดเป็นพิเศษไม่รู้จะไปทันมั้ย ฉันได้แต่มองข้างหน้าว่าทำไมวันนี้ถึงมีคนเข้ามาทางสนามแข่งเยอะขนาดนี้แสดงว่าข่าวที่ฉันได้รับมามันจริงแน่นอนเลย
“จอดตรงนี้แหละลุงเดียวหนูเดินไปเอง”
ฉันบอกลุงแล้วยื่นธนบัตรสีเทาให้ลุงไปโดยไม่รับเงินทอนแต่อย่างใดฉันรีบนี้เกิดไปช้าอดพอดี
“อ้าวเจ๊” เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้น
“ไอ้เวย์” ฉันเรียกคนที่เรียกฉันเมื่อกี้
“ทำไมพึ่งมาดีนะเขาเลื่อนเวลาไปเร็วเดียวเฮียจับได้ผมโดนยิงทิ้งแน่ไปเร็ว”
ไอ้เวย์พาฉันเดินมาทางด้านหลังของสนามที่เห็นทางเข้าของพวกเด็กประจำสนามแข่งมีไม่กี่คนที่เข้าได้ ฉันเดินตามมันมาตลอดทางไม่ค่อยมีคนนักเพราะทางนี้เป็นทางเฉพาะไม่มีคนรู้สักเท่าไร
“เจ๊อย่าให้เฮียรู้เด็ดขาดเลยนะว่าเจ๊แข่งแทนผมไม่งั้นผมตายแน่”
“เออน่าแกย้ำเป็นรอบที่ล้านแล้วมั้ยไหนชุดฉันที่ให้เตรียม”
ไอ้เวย์เอากระเป๋าให้ฉันฉันรับไว้แล้วเดินไปเปลี่ยนที่ด้านหลังเป็นห้องน้ำของพนักงานที่นี้ไม่มีคนพลุกพล่านเหมือนด้านหน้าสนาม
ฉันอยู่ในชุดแข่งรถประจำตัวฉันที่ฉันให้ไอ้เวย์เอาออกมาจากบ้านตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ฉันมองตัวเองในกระจกแล้วยิ้มออกมาการแข่งรถเป็นชีวิตจิตใจของฉันฉันชอบความเร็วมันทำให้ฉันหายเครียดได้แต่ป๊ากับม๊าท่านกลัวว่าลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านจะตายก่อนวัยอันควรท่านจึงสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ฉันมาแข่งรถ แต่ครั้งนี้ฉันต้องลงแข่งให้ได้
ฉันเดินออกจากห้องน้ำแล้วรับหมวกกันน็อคจากไอ้เวย์มาสวมใส่เพื่อไม่ให้ใครเห็นว่าเป็นฉัน
“รถเช็คดีแล้วใช่มั้ย” ฉันถามไอ้เวย์
“เรียบร้อยครับเจ๊”
ฉันเดินมาที่รถแล้วเข้าไปตรวจเช็ครถอีกที วิ่งวอมอีกรอบสองรอบเพื่ออุ่นเครื่องไม่ได้แข่งก็นานพอตัวแต่ฉันไม่มีทางลืมการขับรถแบบสนามแข่งไปได้หรอก
“ผู้เข้าแข่งขันคู่พิเศษเตรียมเข้าประจำที่”
เสียงของพิธีกรที่จ้างมาพิเศษสำหรับงานนี้ประกาศขึ้น ฉันขับรถไปประจำที่จุดสตาร์ท คู่แข่งของฉันได้ยินมาว่าเขาต้องการของเดินพันจากบริษัทของฉันนั้นก็คือโครงการที่ฉันรับผิดชอบอยู่ฉันจะไม่ยอมให้โครงการที่ฉันจะประมูลตกเป็นของใครในเมื่อไม่ยอมประมูลดี ๆ ก็มาแข่งขันกันอย่างนี้นี้แหละ
บรื้น บรื้น บรื้นนนนนนนนน ฟิ่ว
เมื่อสาวสวยที่ยืนถือผ้าเช็ดหน้าปล่อยผ้าเช็ดหน้าลงสู่พื้นฉันก็ปลดปล่อยตัวเองออกจากจุดสตาร์ททันที ฉันกับคู่แข่งตอนนี้ตีคู่กันมา
“ถือว่ามีฝีมือพอตัวนะ”
บรื้นนนนนน
ฉันเหยียบคันเร่งเพิ่มเข้าไปอีกเมื่อฉันพุ่งตัวมาพ้นคู่แข่งฉันก็ขับปาดซ้ายขวาเพื่อไม่ให้คู่แข่งออกตัวแซงฉันได้ มันเป็นจุดขายของฉันเลยนะซึ่งคนสอนฉันคือเฮียทั้งสองคนที่เป็นเจ้าของสนามนี้และคาดว่าเขาน่าจะรู้แล้วว่าเป็นฉัน
ด้านห้อง VIP
“เฮียยุผมว่าไอ้รถฝั่งเรามันขับแบบนี้ผมคุ้น ๆ นะเหมือนมีคนเคยขับแบบนี้” ขุนเขาทำหน้าคลุกคิดว่าเคยเห็นที่ไหน
“ไอ้หนาว” พายุเอ่ยชื่อน้องสาวคนเดียวของตัวเองออกมา
“เออใช่ หะ ไอ้หนาวตายห่าละ”
ขุนเขาที่รู้ว่าคนที่ขับรถแข่งเป็นน้ำหนาวน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาและพายุถึงกับหน้าถอดสีเพราะรู้ตัวดีว่ากลับบ้านไปต้องมีเรื่องแน่นอน
เฮ่
เสียงเฮ่ดังลั่นไปทั่วสนามพร้อมกับคำโห่ร้องเพราะฉันขับเข้าเส้นชัยห่างจากคู่แข่งเพียงแค่ล้อเดียวเท่านั้น
คู่แข่งของฉันเดินลงมาจากรถด้วยท่าทีที่หัวเสียง เขาขยี่หัวจนหัวฟูฉันมองไปที่เขาเขาถือว่าเป็นผู้ชายหน้าตาดีเลยทีเดียวส่วนสูงเขาน่าจะราว ๆ 189 รูปร่างสมส่วนผิวขาวจัดใบหน้าที่ขาวตัดกับผมที่ดำสนิดคิ้วเข้มที่เรียงตัวสวยขนาดฉันเป็นผู้หญิงยังอิจฉาเลย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะกระจกอย่างรุนแรงของคนที่พึ่งแพ้ฉันจากด้านนอก เคาะตามอารมณ์ชัวร์ ฉันปลดเข็มขัดออกจากตัวแล้วลงไปนอกตัวรถ พร้อมกันถอดหมวกกันน็อคออก
“ผู้หญิง” เสียงของเขาพูดออกมา
“ผู้หญิงแล้วไง” ฉันยืนประจันหน้ากับเขา
“มันผิดข้อตกลงคนที่ต้องมาแข่งกันฉันต้องเป็นไอ้เวย์สิ”
“ทำไมเป็นฉันแล้วมันแข่งไม่ได้หรือไง แข่งกับใครก็แพ้อยู่ดี” ฉันเบะปากใส่เขา
“นี้เธอ!!” เขาตรงเข้ามากระชากคอเสื้อฉันแต่ฉันหากลัวไม่
“ทำไม”
“เฮ้ย ๆ อะไรกันมึงจะทำอะไรคนของกูไอ้อคิน”
เสียงของเฮียเขาเข้ามาแล้วดึงตัวฉันให้ออกจากการเกาะกลุ่มของคนที่เฮียเขาเรียกว่าอคิน
“ก็ไอ้นี้แพ้แล้วพาล” ฉันรีบฟ้องเฮียเขา
“เงียบเลย เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกยาว”
เฮียเขาดุฉันแล้วดึงแขนฉันให้ไปหลบด้านหลังของเขาโดยที่ยังคงจับมือฉันอยู่ ฉันทำได้แต่เงียบเพราะเดียวโทษของฉันเพิ่มขึ้น
“มึงจะเอายังไง” เฮียยุถาม
“กูไม่ยอมรับการแข่งครั้งนี้เพราะไม่เป็นไปตามที่ตกลงเรี่องโครงการกูก็จะยังประมูลต่อ” อคินตอบเฮียยุ
“วันนี้ถือว่าโมฆะแล้วเรื่องโครงการกูก็ให้น้องกูดูแลแล้วแข่งกับกูไปมึงก็ไม่ได้อยู่ดี” เฮียเขาบอกไป
“นี้มึง!!” อคินชี้หน้า
“ไปแยกย้าย มานี้เลยตัวดี”
เรื่องนี้เป็นเรื่องของ น้องน้ำหนาวกับพี่อคินนะคะฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ
ฝากกดไลค์ คอมเม้น กดติดตาม เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ