บทนำ นี่ใช่ไหม...ที่เขาเรียกกันว่ารัก
ผมชื่อ ไต้ฝุ่น ผมรู้ว่าตัวเองไม่ได้เกิดมาเพื่อชอบผู้หญิง ผมเกิดมาเพื่อชอบผู้ชาย
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้คิดอยากจะเป็นแบบผู้หญิง ไม่ได้อยากจะไว้ผมยาวเหมือน ปาแป้ง น้องสาวผมและที่สำคัญผมไม่เคยคิดที่จะใส่เสื้อผ้าหรือแต่งตัวเหมือนผู้หญิงเลย เพราะผมคิดว่าตัวเองก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง เพียงแค่ผมเป็นผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกันเท่านั้นเอง
ความรักของผมเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อตอนที่ผมเรียนอยู่ ชั้น ม.หนึ่ง
วันนั้นหลังเลิกเรียนผมไม่ได้ตรงกลับบ้านในทันทีเหมือนอย่างเช่นทุกวันที่เคยทำ แต่อยู่เล่นกีฬากับเพื่อนและรุ่นพี่คนอื่นๆ ที่โรงเรียนต่อ เพราะเป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ วันเสาร์และวันอาทิตย์เป็นวันหยุด ดังนั้นผมไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ
ไม่มีใครรู้ว่าผมชอบผู้ชายนอกจากปาแป้งน้องสาวผม แม้กระทั่งยายของผมก็ยังไม่รู้ความลับของผมในเรื่องนี้ เพราะว่าภายนอกที่ผมแสดงออกก็เหมือนผู้ชายทั่วๆ ไป ผมคบเพื่อนผู้ชาย ผมชอบเล่นกีฬา ชอบเตะฟุตบอล ชอบเล่นบาส มีเตะตะกร้อบ้างเวลาคนขาดแล้วรุ่นพี่เขาเรียกตัวให้ไปร่วมทีม
วันนั้น...มันเป็นวันที่ผมจำได้ขึ้นใจมาจนถึงทุกวันนี้
วันที่ผมได้เจอกับเขาครั้งแรก...ที่สนามบาส
และไม่สามารถเลิกรักเขาได้เลย
ผมที่กำลังวิ่งแย่งลูกกลมๆ สีส้มกับไอ้ลูกหิน หรือที่ผมเรียกสั้นๆ ก็คือไอ้หิน เพื่อนผู้ชายเพียงคนเดียวที่ผมสนิทมากกว่าคนอื่นๆ และมันไม่รู้หรอก (มั้ง) ว่าผมชอบผู้ชาย ผมวิ่งไล่แย่งลูกบาสจากมือใหญ่ๆ ของมันอย่างเอาเป็นเอาตาย
แต่แย่งเท่าไหร่ก็แย่งไม่ได้เพราะว่าไอ้ลูกหินมันสูงกว่าผมและตัวหนากว่าผมอยู่มาก
ผมวิ่งไล่มันเพื่อแย่งไอ้ลูกสีส้มกลมๆ นั่นจนเหนื่อยหอบ หายใจแทบจะไม่ทันก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ลูกบาสมาโยนลงห่วง จนสุดท้ายแล้วผมก็ต้องถอดใจวิ่งออกไปแตะมือกับรุ่นพี่ที่ข้างสนามให้เขาเข้ามาเปลี่ยนตัว เพื่อที่ผมจะได้พาตัวเองออกไปนั่งพักหายใจให้ทั่วปอด จิบน้ำแก้กระหายแก้เหนื่อยอยู่ข้างสนามนั่งดูเกมการแข่งขันครั้งนี้แทน
“เหนื่อยขนาดนั้นเหรอ”
คำถามที่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้ผมที่กำลังนั่งลุ้นกับเกมตรงหน้าสะดุ้งเฮือก จนเกือบจะสำลักน้ำ ก่อนจะหันไปหาต้นเสียงที่ยืนอยู่ข้างหลังแล้วก็ต้องตกตะลึงจนตาค้าง
ใครวะ?! หล่อฉิบหาย หล่อจนลมหายใจผมสะดุดขาดห้วง…
ผมแหงนหน้ามองเขานิ่งและคงมองเขานานเกินไป เขาถึงได้เลิกคิ้วหรี่ตาราวกับจะตั้งคำถามกับผม
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรออกไป เสียงไอ้ลูกหินก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน พร้อมๆ กับตัวเหนียวเหนอะหนะ จากเหงื่อไคลของมันที่กำลังหย่อนก้นลงนั่งข้างๆ ผม พลางคว้าขวดน้ำจากมือผมไปกินต่อเหมือนที่เคยทำ
“อ้าว...พี่ดินมาได้ไงอะ ไหนแม่บอกว่าจะมาพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ” ไอ้ลูกหินถามคนที่ผมมองเขานิ่งค้างเมื่อก่อนหน้านี้ ก่อนกระดกน้ำขวดเดียวกันกับผมลงคออึกๆ
หิน…ดิน ชื่อคล้ายกันดีแฮะ อย่าบอกนะว่าเป็นญาติเป็นพี่น้องกัน
ผมคิดในใจคนเดียวพลางมองหน้าสองคนสลับกันไปมา เออ พอมองใกล้ๆ แบบนี้สองคนนี้ก็หน้าตาเหมือนกันยังกับถอดแบบโคลนนิ่งกันมาเลยแน่ะ
“ทีแรกก็คิดว่าจะมาพรุ่งนี้นั่นแหละ แต่พอดีแม่อรทำธุระเสร็จเร็วก็เลยมากันวันนี้เลย”
“อ๋อ แล้วปริมมาด้วยปะ”
“มาสิ รายนั้นดีใจใหญ่ กระโดดเป็นจิงโจ้เลยแหละ”
“ดีใจเว่อร์ตลอดเลยนะปริมเนี่ย”
“อย่าว่าน้องสิ”
“แตะต้องไม่ได้เลยนะน้องสาวสุดที่รักอะ ผมน้อยใจนะเนี่ย”
ขณะที่ฟังสองคนนี้คุยกันเพลินๆ ผมก็ต้องสะดุ้ง เมื่อบังเอิญเลื่อนสายตาไปมองหน้าหล่อๆ ของคนที่ไอ้ลูกหินเรียกเขาว่าพี่ดิน เพราะพี่เขาก็มองสบตาผมเข้าพอดี
ผม...
ผมรู้สึก...ปั่นป่วนมวนท้องแปลกๆ รู้สึกหายใจไม่ค่อยจะทั่วท้องเลยก็ว่าได้ ใจก็เต้นแรงอีกด้วยให้ตายสิ
“เพื่อนเหรอลูกหิน” พี่เขาถามแล้วมองหน้าผมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งจนดูน่ากลัว เพราะตาเฉี่ยวๆ ของพี่เขาดูดุจริงๆ แต่มันก็แบบดึงดูดสายตาผมเอามากๆ เลยล่ะ
“อ๋อ ใช่ๆ ไอ้นี่มันชื่อไต้ฝุ่น เรียนห้องเดียวกัน” ไอ้ลูกหินมันตอบพร้อมกับตบบ่าผมปุๆ
“สะ สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้อย่างเกร็งๆ พี่เขาก็พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่ริมฝีปากจะขยับพูดตอบรับอย่างไม่ค่อยจะอยากใส่ใจสักเท่าไหร่
“อืม หวัดดี”
“พี่ดินมารับหินใช่ปะ”
“อืม แล้วนี่จะกลับยัง ที่บ้านเขารอกินข้าวเย็นด้วย”
“กลับๆ กำลังหิวอยู่พอดีเลย วันนี้ขี้เกียจนั่งรถเมล์กลับด้วย ไอ้ฝุ่นมึงกลับพร้อมกูเลยนะ” ไอ้ลูกหินรีบรับคำทั้งยังพูดรัว ก่อนจะหันมาพูดกับผมเหมือนจะมัดมือชก มัดรวบผมห้อยกลับไปด้วยอีกคน
“เอ่อ...”
“เอ่อ อะไรไม่ต้องเกรงใจ ยังไงก็ต้องผ่านบ้านมึงอยู่แล้ว”
“แต่ว่ากู...”
“กลับพร้อมกันหมดนี่แหละ ลูกหินเก็บของเสร็จแล้วตามมาที่รถนะ จอดอยู่หน้าอาคารอเนกประสงค์” พี่เขาว่าออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแล้วเดินจ้ำๆ ออกไปจากข้างสนาม
ผมมองตามร่างสูงโปร่งของพี่ดินไปด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ ทำไมพี่เขาหล่อจัง แม้ว่าคำพูดคำจาจะฟังดูห้วนๆ ตาเฉี่ยวๆ นั่นก็ดุเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่างอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังดูหล่อยังดูเท่มีแรงดึงดูดมากมายอยู่ดี
แต่ว่าผมจะมาชื่นชมคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกทำไมเนี่ย...
ไม่น่า ไม่ใช่หรอก ไม่ใช่แน่ๆ ผมไม่ตกหลุมรักเขาหรอก
...ไม่มีทาง...